แม่วัยใสท้องพร้อมเรียนได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298309

แม่วัยใสท้องพร้อมเรียนได้

แม่วัยใส, ท้องก่อนวัยอันควร, ท้องไปเรียนไป, ยุทธศาสตร์, ดูแลช่วยเหลือ

สพฐ. จัด 3 ยุทธศาสตร์ ช่วยแม่วัยรุ่นท้องมีโอกาสเรียนต่อได้พร้อมเลี้ยงลูก ตั้ง 226 ทีม ดูแลช่วยเหลือ นร. ทุกเขตพื้นที่การศึกษา

     นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า จากการที่สื่อมวลชนลงข่าว ปัญหาวัยรุ่นตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร พร้อมแสดงความคิดเห็นว่าการตั้งครรภ์ด้วยความไม่พร้อมในทุก ๆ ด้าน ทำให้เกิดอัตราการคลอดก่อนกำหนดหรือมีความผิดปกติในอัตราที่สูงกว่าปกติมากซึ่งเป็นปัญหาที่อยู่ในสังคมไทยมานานแม้จะมีการรณรงค์กันอย่างต่อเนื่องก็ตาม

      ในเรื่องนี้ เลขาธิการ กพฐ. ชี้แจงว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มิได้นิ่งนอนใจได้ดำเนินการอยู่ 3 หลักยุทธศาสตร์ คือ 1.) จัดการเรียนรู้เพศวิถีศึกษาในโรงเรียน 2.) จัดการให้ครูสามารถสอนและให้คำปรึกษากับนักเรียนได้ 3. จัดให้มีระบบช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุ โดยจัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองดูแลช่วยเหลือเด็กนักเรียน (ฉก.ชน.) ทุกเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 225 ทีม และในส่วนกลางอีก 1 ทีม มีบุคลากรปฏิบัติงานประมาณ 1,000 คน ดำเนินการ ดูแลนักเรียนวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ และกรณีสถานการณ์อื่น ๆ โดยมุ่งประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ

      เลขาธิการ กพฐ. เปิดเผยว่า กรณีนักเรียนหญิง สพฐ. ได้ดำเนินการใน 3 ลักษณะ คือ 1. ถ้าพบและสามารถจัดการให้นักเรียนได้ไปเรียนอยู่ที่บ้าน ส่งการบ้านและข้อสอบ พร้อมจัดครูไปสอนพิเศษให้ในบางรายวิชา 2. ให้ไปเรียนที่บ้าน และอาจย้ายโรงเรียนหลังคลอด เพื่อตั้งต้นใหม่ 3. ถ้าไม่มีผู้ดูแลลูก จะประสาน ให้แม่เรียน กศน. หรือเรียนหลักสูตรพิเศษที่โรงเรียนของ สพฐ. ในบางโรงเรียน และขณะนี้ ทางกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีสถานที่รับเลี้ยงเด็กแรกเกิด ซึ่งอาจมีการประสานให้นำลูกไปฝากเลี้ยง เมื่อเรียนจบและมีความพร้อมจึงไปรับลูกกลับมาดูแลเอง

      สำหรับกรณีนักเรียนชาย จะดูแลให้ได้เรียนต่อ อาจเรียนที่เดิมหรือย้ายโรงเรียนตามความเหมาะสม โดยขอให้มาเลี้ยงลูกในวันเสาร์อาทิตย์เพื่อจะได้เกิดการเรียนรู้การรับผิดชอบ และทำให้ลูกที่เกิดมาได้รับความอบอุ่นด้วย

4โมงครึ่งวันนี้“คีตราชา”26 ชีวิตบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298184

4โมงครึ่งวันนี้“คีตราชา”26 ชีวิตบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์

เพลงพระราชนิพนธ์, โรมูสิกา จูเนียร์, ไลฟ์สด, นักเรียน, ดนตรี, คีตราชา, โปรมูสิกา, จูเนียร์, ProMusicaJunior, วันนี้

นักเรียนในโครงการคีตราชา โปรมูสิกา จูเนียร์ แคมป์และครู 26 คน จะร่วมกันแสดงบทเพลงพระราชนิพนธ์ในหลวงร.9 ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊ค ProMusicaJunior วันนี้ 8 ต.ค.เวลา16.30 น

     นักเรียนในโครงการคีตราชา โปรมูสิกา จูเนียร์ แคมป์ 21 คนที่คัดเลือกจากผู้เข้าร่วมโครงการกว่า 100 คน และครูอีก 5 คน จะร่วมกัน แสดงบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร อันทรงคุณค่าที่พระราชทานให้พสกนิกรชาวไทย ทางเฟซบุ๊คแฟนเพจ https://www.facebook.com/ProMusicaJunior/ ในวันอาทิตย์ที่ 8 ตุลาคมนี้ เวลา 16.30 -17.00น.เพื่อเป็นการระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อปวงชนชาวไทย

4โมงครึ่งวันนี้“คีตราชา”26 ชีวิตบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์

     โครงการ คีตราชา โปรมูสิกา จูเนียร์ แคมป์ จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 แล้ว โดยบริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ จำกัด และบริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัดร่วมกับคณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งในปีนี้เยาวชน 100 คนที่เข้าร่วมโครงการจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ และได้รับการคัดเลือกได้เข้าค่ายฝึกอบรมดนตรีที่กรุงเทพฯ เป็นเวลา 1 สัปดาห์ จำนวน 21 คน เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถด้านดนตรีคลาสสิกและบทเพลงพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

4โมงครึ่งวันนี้“คีตราชา”26 ชีวิตบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์

       โดยบทเพลงพระราชนิพนธ์ที่อัญเชิญมาเป็นโจทย์ฝึกซ้อมและบรรเลงในปีนี้ ได้แก่อาทิตย์อับแสง (Blue Day)และแผ่นดินของเรา (Alexandra) พร้อมด้วยRequiem in D minor K.626 บทเพลงคลาสสิกที่แสดงถึงความอาลัย ผลงานของโมสาร์ท อัจฉริยะทางดนตรีระดับโลก

4โมงครึ่งวันนี้“คีตราชา”26 ชีวิตบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์

      แคมป์ดนตรีครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากนักดนตรีระดับประเทศ ดร.ทัศนา นาควัชระ นักไวโอลินมืออันดับต้นของเมืองไทยเป็นผู้อำนวยการโครงการฯ อาจารย์กิตติคุณ สดประเสริฐ  นักประพันธ์ดนตรีชื่อดังและเหล่าคณาจารย์จากสถาบันดนตรีอีกหลายท่านร่วมฝึกสอน ทั้งยังมีผู้ฝึกสอนรับเชิญพิเศษสำหรับปีนี้ คือโรลองด์ บาลดินี(Roland Baldini)จากกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย หนึ่งในนักดนตรีชาวต่างชาติที่ซาบซึ้งกับบทเพลงพระราชนิพนธ์และเคยร่วมเล่นดนตรีกับ ฯพณฯ องคมนตรี พลเรือเอก หม่อมหลวง อัศนี ปราโมช ซึ่งจะร่วมกันเตรียมความพร้อมให้เหล่าเยาวชนของโครงการฯโดยเยาวชนไทยทั้ง 21  คน และอาจารย์ฺอีก 5 คน

4โมงครึ่งวันนี้“คีตราชา”26 ชีวิตบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์

ฟ้าใส-น.ส.พันศิตา วสุธาร

     “น้องฟ้าใส-น.ส. พันศิตา วสุธาร” อายุ 16 ปี โรงเรียนดาราวิทยาลัย เชียงใหม่ เล่นเครื่องดนตรี “เชลโล” เข้าร่วมโครงการเป็นปีที่ 2 บอกว่ารู้สึกปลื้มปิติที่มีโอกาสได้เล่นบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ไม่ว่าจะเป็น อาทิตย์อับแสง (Blue Day) และแผ่นดินของเรา (Alexandra)พร้อมด้วย Requiem in D minor K.626 บทเพลงคลาสสิกที่แสดงถึงความอาลัย ผลงานของโมสาร์ท อัจฉริยะทางดนตรีระดับโลก ในวาระพิเศษนี้ จะตั้งใจเล่นให้สุดความสามารถ

       ฟ้าใส เล่นดนตรี ตั้งแต่ ม.1 เริ่มเล่น ไวโอลิน ปัจจุบัน อยู่วง LALUNA  ENSEMBLE เล่นดนตรีได้ทั้งเปียโน และเชลโล เธอบอกว่าจะเข้าโครงการนี้อย่างต่อเเนื่องปีหน้าก็จะมาเข้าร่วมโครงการอีก เพราะได้ทั้งประสบการณ์ ได้พัฒนาฝีมือมากขึ้น

4โมงครึ่งวันนี้“คีตราชา”26 ชีวิตบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์

เบนซ์-น.ส.ธนภรณ์ ลาภส่งผล

        เช่นเดียวกับ น้องเบนซ์-น.ส. ธนภรณ์ ลาภส่งผล อายุ 16 ปี โรงเรียนหัวหินวิทยาลัย ประจวบคีรีขันธ์ เล่นเครื่องดนตรี “เบส” ที่เข้าร่วมโครงการนี้เป็นครั้งแรก ก็จะเข้าร่วมโครงการนี้อีกอย่างแน่นอน แม้ว่าปีหน้าจะต้องออดิชั่นยากและเข้มกว่าเดิมก็ตาม ก็ต้องพยายามสมัครเข้าร่วมโครงการให้ได้ เพื่อให้ทางทีมงานไปจัดทำ WORK SHOP ให้ที่โรงเรียนเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่จะมาออดิชั่น เพื่อคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ

4โมงครึ่งวันนี้“คีตราชา”26 ชีวิตบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์

        สำหรับปีนี้มีนักเรียนสมัครเข้าร่วมโครงการ 100 กว่าคนจาก 50 กว่าโรงเรียน แม้ว่า“เบนซ์” จะมีเวลาฝึกซ้อมท่อนแรก Requiem in D minor K.626 บทเพลงคลาสสิกที่แสดงถึงความอาลัย ผลงานของโมสาร์ท เฉพาะที่โรงเรียนเพราะไม่มีเครื่องดนตรีเป็นของตนเอง แต่เธอก็ผ่านเข้ารอบมาได้เป็น 1 ใน 21 นักเรียนที่จะได้เล่นเพลงในโอกาสพิเศษนี้

       “ปีหน้าก็หนูจะมาเข้าร่วมโครงการนี้อีก เพราะจะได้เล่นเพลงพระราชนิพนธ์ แม้ว่าจะออดิชั่นยากขึ้นก็จะพยายาม เพื่อให้ได้ติดเข้ารอบ  และปีต่อๆไป ก็จะมาอีก จะยากแค่ไหน หนูก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด เพื่อพระองค์ท่าน ต้องทำให้ได้ ทำให้ติดเข้ารอบทุกๆปีไป” น้องเบนซ์ กล่าว

0 หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ 0

qualitylife4444@gmai.com

เด็กขอพื้นที่ร.ร.สร้างเครือแกนนำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298199

เด็กขอพื้นที่ร.ร.สร้างเครือแกนนำ

ศรีสะเกษโมเดล, นักเรียน, เด็ก, ครอบครัว, ท้องก่อนวัยเียน, สร้างกลไกกลาง

มรภ.ศรีศรีสะเกษ –สร้างงานวิจัยเชิงพื้นที่ ข้อค้นพบ “สร้างกลไกกลาง”คนทำงานด้านเด็กและเยาวชน เดินหน้าสู่เป้าหมาย “ศรีสะเกษโมเดล” นร.สะท้อนขอพื้นที่สร้างเครือข่าย

       วิทยาลัยกฎหมายและการปกครอง มหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ โดยศูนย์วิจัยและบริการวิชาการด้านเด็กและเยาวชน จังหวัดศรีสะเกษ จัดสัมมนาการขับเคลื่อนการทำงานวิชาการด้านเด็กและเยาวชนจังหวัดศรีสะเกษ ภายใต้โครงการวิจัยเด็กและเยาวชนสังคมอีสานใต้ จากการสนับสนุนของสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

เพื่อนำเสนอรายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินงานของศูนย์วิจัยและบริการวิชาการด้านเด็กและเยาวชน และเพื่อระดมความคิดในการกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนงานวิชาการด้านเด็กและเยาวชนจังหวัดศรีสะเกษ ณ ห้องประชุมสุขวิช รังสิตพล โรงแรมศรีพฤธาลัย ราชภัฎสัมมนาคาร มหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ

เด็กขอพื้นที่ร.ร.สร้างเครือแกนนำ

       นายประจวบ จันทร์หมื่น ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและบริการวิชาการด้านเด็กและเยาวชน กล่าวว่า การขับเคลื่อนการทำงานวิชาการด้านเด็กและเยาวชนจังหวัดศรีสะเกษ เป็นการสนับสนุนทุนวิจัยให้กับนักวิชาการในมหาวิทยาลัยราชภัฎศรีเกษ ดำเนินโครงการวิจัยร่วมกับคนในพื้นที่ ชุมชน ท้องถิ่นในจังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 10 โครงการ ได้แก่ 1.การสะท้อนเชิงสังคมวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อความสามารถในการบริหารการรู้คิด อารมณ์ และพฤติกรรม (Executive Functions) ด้านการยั้งคิดและควบคุมแรงปรารถนาของตน เกี่ยวกับเรื่องเพศศึกษาในเด็กระดับประถมศึกษา 2.การสร้างการคิดเพื่อชีวิตของเด็กและเยาวชนชาวกูย 3.นิทานท้องถิ่นกับการสร้างการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมทักษะชีวิตเด็กปฐมวัยในชุมชนชาวกูยบ้านเปือยนาสูง 4.การสื่อสารเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ของวัยรุ่น 5.การบูรณาการข้อมูลเพื่อวิเคราะห์สาเหตุของการเกิดปัญหาด้านเด็กและเยาวชน

เด็กขอพื้นที่ร.ร.สร้างเครือแกนนำ

6.การเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนเรียนรู้เท่าทันสื่อออนไลน์ กรณีศึกษา ชุมชนพันทาน้อย 7.แนวทางการสร้างกลไกความร่วมมือของชุมชนในการสร้างภูมิคุ้มกันการตั้งครรภ์ไม่พร้อมของเด็กและเยาวชนบ้านละทาย 8.กระบวนการกลุ่มเพื่อการเรียนรู้เศรษฐกิจฐานราก ของเยาวชนในชุมชนบ้านคำเมย 9.บทบาทเยาวชนในการสร้างมาตรการแก้ไขป้องกันการสูบบุหรี่ในชุมชน  บ้านกระแชงใต้ และ10.แนวทางการพัฒนายุวพลเมืองภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม : กรณีศึกษาตำบลกระแชง

เด็กขอพื้นที่ร.ร.สร้างเครือแกนนำ

“โครงการวิจัยทั้ง 10 เรื่อง สะท้อนภาพที่เป็นจุดร่วมสำคัญ คือ 1.เด็กศรีสะเกษดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางสังคมเปราะบาง ทั้งฐานะยากจน ครอบครัวอพยพ อยู่บนพื้นที่เสี่ยง สุรา บุหรี่ ความรุนแรง 2.บทบาทท้องถิ่นในการสร้างกลไกการดูแลเด็กและเยาวชน 3.พลังสร้างสรรค์ของเด็กและเยาวชนมีจำนวนมากมีพื้นที่ให้แสดงออก 4.การขับเคลื่อนงานด้านเด็กที่หลากหลายยังไม่มีประเด็นร่วมระดับจังหวัด ดังนั้น จึงมีข้อเสนอการขับเคลื่อนเชิงนโยบายที่เห็นร่วมกันคือการสร้างพื้นที่การมีส่วนร่วม ใน 3 ประเด็น ได้แก่ 1.สร้างกลไกกลางการขับเคลื่อน 2.หาประเด็นร่วม 3.สร้างปฏิบัติการรูปธรรมในพื้นที่ ฉะนั้น จังหวัดศรีสะเกษจำเป็นต้องสร้างกลไกกลางร่วมขับเคลื่อนงานด้านเด็กและเยาวชน ภายใต้ทิศทางร่วมที่มีพลัง” นายประจวบ กล่าว

เด็กขอพื้นที่ร.ร.สร้างเครือแกนนำ

       นางเพ็ญพรรณ จิตตะเสนีย์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว กล่าวว่า ศรีสะเกษมีทุนของผู้บริหารและเด็กที่มีศักยภาพมากพอในการขับเคลื่อนทั้งด้านการศึกษาและการพัฒนาสังคม การที่ได้พบเจอผู้บริหารที่มีความเข้าใจและพัฒนาเด็กในเชิงบวกมีไม่มากนัก ดังนั้น การมองปัญหาในพื้นที่คนที่อยู่ในพื้นที่จึงเป็นส่วนหนึ่งในองค์ประกอบของประเทศและโลก โดยปัญหาที่เกิดเป็นปัญหาโดยรวมของประเทศ ซึ่งสถานการณ์ภายนอกที่เกี่ยวกับประเทศเรา จะพบว่าบ้านเรามีปัญหานานแล้ว ถึงแม้ว่าขณะนี้ จะใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาคน แต่ประเด็นปัญหาที่ถูกวิเคราะห์เรื่องประชากรยังไม่ดี เพราะในอีก 5-10 ปีข้างหน้าจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ เมื่อเด็กเกิดน้อยลงกำลังแรงงานที่จะเติบโตขึ้นไปสัดส่วนจึงมีความแตกต่างกันมาก ดังนั้น หากคุณภาพเด็กที่เกิดมายังเจอปัญหาที่แก้ไม่ได้ ในอนาคตอีก 10 ปี ประเทศก็จะอ่อนแอ

“ปัญหาอยู่ที่ตัวคน แต่มิติของการแก้ปัญหาอยู่ที่หลายหน่วยงานจะเข้ามาช่วยกันแก้ไขเชิงระบบ ตั้งแต่เด็กเกิดจนเข้าสู่มหาวิทยาลัย ดังนั้น การทำงานนโยบายอะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับการปฏิบัติการในพื้นที่ ซึ่งกลไกระดับจังหวัดในการมีศูนย์วิชาการที่จะทำข้อมูลมาช่วยแก้ไขปัญหาคือสิ่งที่ดีที่สุด ฉะนั้น หน่วยงานที่เป็นหน่วยงานกลางเชิงสถาบันการศึกษาที่ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานและสนับสนุนกลไกที่เกี่ยวข้องได้ใช้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ทั้งการแก้ไขปัญหาในโรงเรียน ชุมชน ท้องถิ่น สิ่งที่สำคัญและจะเกิดผลสำเร็จคือโครงสร้างระดับจังหวัดบูรณาการกับปัญหาของตนเอง ดังนั้น อยากให้เกิดโมเดลการพัฒนาเด็กและเยาวชนศรีสะเกษที่เห็นการเปลี่ยนแปลงในตัวเด็กและเยาวชนที่บอกผลได้” นางเพ็ญพรรณ กล่าว

เด็กขอพื้นที่ร.ร.สร้างเครือแกนนำ

     น.ส.กัญญารัตน์ เสาเหลี่ยม ตัวแทนเด็กและเยาวชนศรีสะเกษ กล่าวว่า เด็กอยากได้พื้นที่สร้างแกนนำของตนเองในโรงเรียน และขยายเครือข่ายที่ใหญ่ขึ้นไปในหมู่บ้าน ตำบล เพื่อร่วมกันออกแบบในสิ่งที่เด็กกับเด็กคุยกันรับรู้ถึงความต้องการที่เข้าใจกันทำในสิ่งที่ชอบ โดยมีผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน ซึ่งขณะนี้ ปัญหายาเสพติด บุหรี่ ท้องก่อนวัยอันควรยังมีอยู่มากในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ

ปัญหาที่เกิดขึ้นกับสภาวะแวดล้อมและตัวของเด็กเอง เพราะเด็กบางคนไม่สนิทกับครอบครัว มีกรณีเพื่อนในห้องเรียนพลาดจนท้อง ไม่กล้าปรึกษาพ่อแม่ก็ไปปรึกษาเพื่อนก็แนะนำไปทำแท้ง ถ้าหากครอบครัวอบอุ่นจะทำให้เด็กกล้าที่จะปรึกษาพ่อแม่มากกว่าปรึกษาเพื่อนในวัยเดียวกันซึ่งมีวุฒิภาวะที่ไม่มากพอ ฉะนั้น จะทำให้เส้นทางของเด็กและผู้ปกครองเป็นเส้นเดียวกันได้อย่างไร

เด็กขอพื้นที่ร.ร.สร้างเครือแกนนำ

      ด้านนางสาวจันที สมนา หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า เด็กต้องมีส่วนในการสร้างสังคม แต่ประเทศไทยมักจะกำหนดให้เด็กต้องทำตามนโยบาย ดังนั้น การกำหนดนโยบายด้านเด็กก็จะต้องให้เด็กมีส่วนร่วมด้วย โดยให้เด็กคิด เด็กทำ เด็กแก้ จะยั่งยืน แต่ทุกวันนี้ เราวิ่งตามเด็กและมองเด็กที่เป็นปัญหาคือปัญหา สิ่งที่เด็กแสดงออกจะจะดีหรือไม่ดีหรือเด็กกลุ่มเสี่ยงจงอย่าไปโทษเด็ก แต่ต้องดูว่าสถาบันครอบครัวให้โอกาสเด็กมากน้อยอย่างไร

ทั้งนี้ ได้มีการออก พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชน แห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 กำหนดให้องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล โดยหัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวในแต่ละจังหวัด จัดให้มีสภาเด็กและเยาวชนตำบล สภาเด็กและเยาวชนเทศบาล ดังนั้น พม.ขอให้เด็กไปสมัครกันมากๆ เพราะเด็กใช้ภาษาเดียวกันพูดคุยกันรู้เรื่องและเข้าใจเด็กในวัยเดียวกัน จึงอยากได้เด็กรุ่นใหม่มาช่วยกันคิด แก้ไขปัญหาสังคม

แม่อุ้มลูกวิ่งน้ำตานอง”กราบ “พ่อ”คนสุดท้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298138

แม่อุ้มลูกวิ่งน้ำตานอง”กราบ “พ่อ”คนสุดท้าย

พระบรมศพ, แม่อุ้มลูก, กราบคนสุดท้าย, กราบ

สุดประทับใจ!เรื่องราวจากผู้ใช้พันทิป “แม่อุ้มลูกวิ่งน้ำตานอง” คนสุดท้ายที่ได้กราบลาพ่อหลวง ค่ำวันที่5 ต.ค.ผ่านมา ถ้อยคำสั้นๆ “ขอให้ครั้งหนึ่งในชีวิตได้มากราบ”

       เรื่องราวสุดแสนประทับใจและภาพ “แม่อุ้มลูกน้ำตานอง” หลังเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นคนสุดท้ายของคืนสุดท้ายวันที่ 5 ตุลาคม 2560 ที่จะเปิดให้พสกนิกรชาวไทยได้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ตามประกาศสำนักพระราชวัง ถูกถ่ายทอดผ่านกระทู้ของสมาชิกเว็บไซต์พันทิปชื่อ “BIG TG” กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมากในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กเวลานี้

แม่อุ้มลูกวิ่งน้ำตานอง"กราบ "พ่อ"คนสุดท้าย

      เจ้าของกระทู้ “BIG TG” บรรยายเรื่องราวความประทับใจ ว่า ได้มีโอกาสไปบันทึกภาพเหตุการณ์ในครั้งนี้เก็บไว้เป็นความทรงจำ จึงขออนุญาตแชร์เรื่องราว และความประทับใจของผมที่ได้เจอ “พสกนิกรของพ่อคนสุดท้ายที่ได้กราบลาพระองค์ท่าน” ในคืนนี้ เมื่อไปถึงพบว่ามีกองทัพนักข่าวมากมายอยู่บริเวณหน้าจุดทางเข้า และพอถึงเวลา 00.00 น. ตามกำหนด เจ้าหน้าที่ก็ประกาศปิดการเข้าสักการะโดยมีน้องผู้ชายคนหนึ่งเดินข้ามถนนมาเป็นคนสุดท้ายพร้อมด้วยกองทัพนักข่าวเข้ารุมล้อมสัมภาษณ์

แม่อุ้มลูกวิ่งน้ำตานอง"กราบ "พ่อ"คนสุดท้าย

      สักพักเจ้าหน้าที่ประกาศว่ายังเปิดให้เข้าอยู่ เนื่องจากรอต้องคำสั่งเด็ดขาดจากสำนักพระราชวัง คนที่มาหลัง 00.00 น. จึงโชคดียังได้เข้าสักการะอยู่ ทุกคนในที่นั้นต่างยินดีและรีบวิ่งเข้าประตูไปก่อนจะมีคำสั่งเด็ดขาดออกมา กระทั่งเวลา 00.09 น. คำสั่งเด็ดขาดจากสำนักพระราชวัง ก็มาถึง..

แม่อุ้มลูกวิ่งน้ำตานอง"กราบ "พ่อ"คนสุดท้าย

      เจ้าหน้าที่นำแผงเหล็กมากั้นปิดทางเข้า และพี่ผู้ชายคนสุดท้ายในกลุ่มนั้น ก็ถูกนักข่าวรุมล้อม แต่ก็ยังมีประชาชนกลุ่มหนึ่งที่มาช้าไปเพียงเสี้ยววินาที ได้ขอความกรุณาจากเจ้าหน้าที่ผ่อนผันให้เข้าเป็นชุดสุดท้าย เจ้าหน้าที่ก็ใจอ่อนและอนุญาตให้เข้า ทุกคนต่างดีใจที่จะได้เข้ากราบ ต้องขอบพระคุณเจ้าหน้าที่ที่เห็นอกเห็นใจประชาชนที่มาเฝ้ารอเป็นอย่างมาก

      เจ้าของกระทู้ บรรยายต่อด้วยว่า แต่ในขณะที่นักข่าวกำลังสัมภาษณ์ บังเอิญเหลือบไปเห็นคุณแม่ท่านหนึ่งวิ่งอุ้มลูกเข้าประตูมาเป็นคนสุดท้าย (จริงๆ) จึงตามไปดู

แม่อุ้มลูกวิ่งน้ำตานอง"กราบ "พ่อ"คนสุดท้าย

     คุณแม่อุ้มลูกร้องไห้เข้ามาโดยมีนักข่าวที่เห็นรีบวิ่งไปตามท้ายขอสัมภาษณ์คุณแม่บอก “ไม่เอาค่ะ ไม่คุยค่ะ ขอโทษนะคะ” วิ่งไปน้ำตาไหลไปตื้นตันที่ได้เข้า จนนักข่าวตามไปทันขอสัมภาษณ์ คุณแม่พูดไปร้องไห้ไปบอกว่า “คนไทยรู้สึกทุกคนแหละค่ะ ขอให้ครั้งหนึ่งในชีวิตได้มากราบ”

      คุณแม่บอกว่ามาช้าเพราะรถติดเป็นชั่วโมง เดินทางมาจากบ้านที่สุวรรณภูมิโดยรถแท็กซี่ คุณแม่ให้สัมภาษณ์เพียงสั้นๆ และขอพี่ๆ นักข่าวว่าพอแล้วค่ะ ขอโทษค่ะ และเดินจากไปในฝูงชน เด็กน้อยที่ได้เป็นคนสุดท้ายจริงๆ แม่อุ้มมา เปียกฝนก็ทน โตขึ้นจดจำไว้นะลูกว่าได้มากราบลาพ่อของแผ่นดิน

แม่อุ้มลูกวิ่งน้ำตานอง"กราบ "พ่อ"คนสุดท้าย

     สุดท้าย วันนี้ผมได้พบเจอกับพสกนิกรคนสุดท้ายที่ได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพ หลายท่านต่างบอกเล่าเรื่องราวความตั้งใจของตนเองที่ฟังแล้วรู้สึกตื้นตัน ไม่สำคัญเลยว่าได้เป็นคนสุดท้ายหรือไม่ และหากไม่ได้มากราบลาพระองค์ท่านด้วยตนเอง เพียงใจรักและรำลึกถึงพระองค์ไม่เสื่อมคลายก็เพียงพอ ผมเชื่อว่าคนไทยทุกคนคงรู้สึกเช่นเดียวกัน สำหรับผมเป็นคืนที่ออกไปถ่ายภาพแล้วประทับใจมากคืนหนึ่งในชีวิต จึงอยากแชร์ความรู้สึกในช่วงเวลานั้นให้เพื่อนๆ ด้วยครับ

ขอบคุณภาพและคลิป

“BIG TG” ,เฟซบุ๊ค bigg.sirirojwong

9 กิจกรรมตามรอยพ่อหลวง ร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298113

9 กิจกรรมตามรอยพ่อหลวง ร.9

อาสาซิตี้แบง, กิจกรรม, 9 ตามรอยพ่อหลวง, วันชุมชนซิตี้, เปิด, รัชกาลที่, 2560

เปิด 9 กิจกรรมตามรอยพ่อหลวง รัชกาลที่ 9 จากการรวมใจของคนไทย ผ่านกิจกรรมพัฒนาสังคมจาก 91 ประเทศทั่วโลกใน “วันชุมชนซิตี้” ปี 2560 ร่วมเป็นผู้ให้แก่สังคม

       “สังคม ใดก็ตาม ถ้ามีความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน ด้วยความมุ่งดีมุ่งเจริญต่อกัน  สังคมนั้นย่อมเต็มไปด้วยไมตรีจิต มิตรภาพ มีความร่มเย็นเป็นสุข น่าอยู่” พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นหนึ่งในพระราชดำรัส ที่กล่าวไว้เพื่อสอนคนไทยให้ดำเนินชีวิตด้วยการเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน

เพื่อสืบสานพระราชปณิธานในหลวงรัชกาลที่ 9  ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย ได้จัดโครงการเพื่อสังคม “วันชุมชนซิตี้” “Citi Global Community Day”  โดยโครงการดังกล่าวสร้างสรรค์มาเพื่อเปิดโอกาสให้อาสาสมัครซิตี้ ได้แสดงออกถึง ความรับผิดชอบต่อสังคมโดยการเป็นผู้ให้ ซึ่งจัดต่อเนื่องยาวนานกว่า 12 ปี

9 กิจกรรมตามรอยพ่อหลวง ร.9

 

สำหรับในปี 2560 ถือเป็นปีที่ 12 ความพิเศษของการจัดในครั้งนี้ ได้น้อมนำแนวคิดตามรอยพระยุคลบาทในการพัฒนาสังคมในด้านต่างๆ โดยได้สะท้อนผ่าน 9 กิจกรรมอันทรงคุณค่าเพื่อสร้างสรรค์สังคม ประกอบด้วย

1.  กิจกรรมระดมทุน “School for Brighter Future – ปันน้ำใจเพื่ออนาคตที่สดใสของน้อง” เป็นการรวมใจของเหล่าอาสาสมัครซิตี้ เป็นแกนนำในการระดมทุนเพื่อสนับสนุนการพัฒนาสภาพโรงเรียน และทัศนียภาพของโรงเรียนและอาคารเรียนให้กับเด็กๆ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้การศึกษาเข้าถึงกลุ่มคนทุกชนชั้น   โดยกิจกรรมนี้ได้พัฒนาโรงเรียนวัดทุ่งน้อย ในจังหวัดนครปฐม และโรงเรียนวัดบางนางลี่ใหญ่ จังหวัดสมุทรสงคราม

2. กิจกรรม “รักษ์ธรรมชาติ รักษ์วิถีชุมชน” กิจกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนชายฝั่งทะเล ย่านบางขุนเทียน ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรม  ได้มีโอกาสเรียนรู้เรื่องประโยชน์และพืชพันธุ์นานาชนิดของป่าชายเลน รวมถึงการร่วมแรงร่วมใจปลูกต้นโกงกางเพื่อเป็นแนวกันแผ่นดินจากการกัดเซาะและเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ในระบบนิเวศชายฝั่ง

9 กิจกรรมตามรอยพ่อหลวง ร.9

3. กิจกรรม “Sport with underprivileged youth – เสริมทักษะกีฬา สร้างคุณค่าเพื่อน้อง” อาสาสมัครได้ปลูกฝังการเล่นกีฬาให้กับเด็กด้อยโอกาสในประเทศไทยผ่านการร่วมฝึกซ้อมฟุตบอลกับเยาวชนด้อยโอกาส นับเป็นกิจกรรมตามรอยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งทรงมีพระปรีชาสามารถด้านการกีฬาและทรงสนับสนุนนักกีฬาไทยอย่างต่อเนื่อง

4. กิจกรรมลงแรง “School for Brighter Future  – ปันน้ำใจเพื่ออนาคตที่สดใสของน้อง” ครั้งที่ 2  โดยอาสาสมัครกว่า 200 คนได้ร่วมแรงร่วมใจทาสีอุปกรณ์ของเล่นและอุปกรณ์ออกกำลังกายพร้อมปรับสภาพสนามเด็กเล่น จัดห้องสมุด รวมถึงการทำความสะอาดโดยรอบโรงเรียนก่อนจะร่วมกันปลูกพืชผักในโครงการอาหารกลางวันของนักเรียนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของรัชกาลที่ 9

9 กิจกรรมตามรอยพ่อหลวง ร.9

5. กิจกรรมจิตอาสาโครงการ “Donation and separation of used items – น้ำใจสู่ไทย สู่ผู้ยากไร้  อาสาสมัครซิตี้ได้ร่วมกันบริจาคและจำแนกสิ่งของที่ไม่ใช้แล้วแต่ยังคงอยู่ในสภาพดี เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องประดับ และ ของเล่น ให้กับ ร้านปันกันจากมูลนิธิยุวพัฒ์ ซึ่งจะนำสิ่งของที่ได้รับบริจาคไปจำหน่ายเพื่อนำเงินมาสบทบเป็นทุนการศึกษาให้กับเด็กด้อยโอกาส ทั้งนี้กิจกรรมนี้สะท้อนการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง เพื่อเป็นแนวทางในการดำรงชีวิตของเยาวชน

6. กิจกรรม “พี่จูงน้อง ท่องโลกเกษตรพอเพียง”  อาสาสมัครทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงพาน้องๆ พิการทางสมองและปัญญาจากบ้านราชาวดีหญิงและชายไปร่วมเรียนรู้วิถีเกษตรตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและการลงมือปฏิบัติในพิพิธภัณฑ์มีชีวิต ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 คลองหนึ่ง ปทุมธานี

9 กิจกรรมตามรอยพ่อหลวง ร.9

7. กิจกรรม “Financial Education for community members – ปูเส้นทางการเงิน สู่ชุมชนเข้มแข็ง” กิจกรรมให้ความรู้แก่ประชาชนด้านการเงินพื้นฐาน และวางแผนการใช้จ่าย ให้แก่สมาชิกในชุมชนต่างๆ จำนวนกว่า 90 คนที่ส่วนใหญ่เป็นพ่อค้า แม่ค้าหรือรับจ้างรายวันจากกว่า 50 ชุมชนโดยรอบกรุงเทพมหานคร

8. กิจกรรม “Donation to Mirror Foundation – มอบน้ำใจแด่คนไทย ผ่านมูลนิธิกระจกเงา”  โครงการบริจาคของให้แก่มูลนิธิกระจกเงา โดยโครงการนี้จัดชึ้นเพื่อรับบริจาคสิ่งของที่ไม่ใช้แล้วและอยู่ในสภาพดี เช่นเหนังสือ, เสื้อผ้า , คอมพิวเตอร์, เฟอร์นิเจอร์ , เครื่องใช้ไฟฟ้า ,ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ อุปกรณ์การแพทย์ ,ข้าวสาร อาหารแห้ง, ของใช้ในครัวเรือน เพื่อให้ทางมูลนิธิได้นำไปส่งต่อแก่ผู้ขาดแคลนในชุมชน, ผู้ประสบภัย ในเมืองและต่างจังหวัด

9 กิจกรรมตามรอยพ่อหลวง ร.9

9. กิจกรรมจิตอาสา “Flowers for the late king – ดอกไม้ กลั่นจากใจ ให้พ่อหลวง” โดยสมาชิกครอบครัวซิตี้ได้ร่วมกันประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์จำนวน 10,000 ดอก เพื่อรำลึกและสืบสานพระปรีชาสามารถของพระองค์ด้านศิลปะ  มอบให้กับกรุงเทพมหานครเพื่อให้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในเดือนตุลาคมนี้

ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวในประเทศไทยมีผู้เข้าร่วมรวมกว่า 2,100 คน และกิจกรรมดังกล่าวยังจัดพร้อมๆกับอาสาสมัครกว่า 100,000 คนจาก 500 เมือง  91 ประเทศทั่วโลก ทำกิจกรรมผ่านโครงการต่างๆ ให้เข้ากับพื้นที่ของแต่ละชุมชนในแต่ละประเทศ กว่า 1,500 โครงการ   อาทิ  ในนิวยอร์กซิตี้ จัดกิจกรรมดเตรียมอาหารเพื่อสุขภาพกว่า 200,000 ชุดเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ ทำความสะอาดและดูแลพื้นที่สีเขียวบริเวณริมแม่น้ำฮัดสัน เก็บรวบรวมและบริจาคจักรยานเพื่อเด็กด้อยโอกาส เและขียนจดหมายขอบคุณพร้อมจัดเตรียมชุดอุปกรณ์การดำรงชีพที่ถูกสุขลักษณะให้กับเหล่าทหารผ่านศึก

และสำหรับในเวเนซุเอล่า ได้มีการจัดกิจกรรมฉลองครบรอบ 100 ปี นำอาสาสมัครช่วยฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว ณ  “Universidad Central de Venezuela” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดย UNESCO    รวมถึงในแถบเอเชียแปซิฟิค ได้แก่ ประเทศออสเตรเลีย จัดกิจกรรมโครงการสนับสนุนและเสริมสร้างอนาคตทางอาชีพให้กับเยาวชน(Creating Futures for Youth) และประเทศอินโดนีเซียจัดตั้งโครงการระดมทุนเพื่อสนับสนุนเกษตรกรผู้ผลิตกาแฟในชนบทที่มีรายได้ต่ำ และประเทศญี่ปุ่น ซึ่งอาสาสมัครซิตี้ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมพัฒนาสิ่งแวดล้อม ช่วยเหลือพูดคุยกับเด็กที่มีอาการซึมเศร้า เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมโดยภาพรวม ซิตี้แบงก์ ประเทศไทย ดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 เป็นต้นมา ทั้งในรูปแบบเงินบริจาคของมูลนิธิซิตี้ในการสร้างเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจและการเข้าถึงข้อมูลและผลิตภัณฑ์ทางการเงินแก่ผู้มีรายได้น้อยรวมถึงชุมชนต่างๆ

60% รับบริการห้องฉุกเฉินไม่ได้ป่วยหนัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298106

60% รับบริการห้องฉุกเฉินไม่ได้ป่วยหนัก

ห้องฉุกเฉิน, โรงพยาบาล, สถิติการใช้บริการ, มาตรฐาน, การคัดกรอง, ระบบคัดแยก, ล้านครั้งต่อปี, ลดตาย, พิการ

สถิติผู้รับบริการที่ห้องฉุกเฉินเฉลี่ย 35 ล้านครั้งต่อปี แต่ 60% เป็นผู้ป่วยไม่ฉุกเฉิน สธ.เร่งพัฒนาห้องฉุกเฉินทั่วประเทศ กู้ชีวิตผู้ป่วยวิกฤต ลดตาย พิการ

       เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2560 ที่ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ จังหวัดนราธิวาส นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังนำคณะลงพื้นที่ติดตามนโยบายการจัดบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 และตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ปฏิรูประบบสุขภาพ มีการเชื่อมโยงระบบบริการปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ เบ็ดเสร็จภายในเขตสุขภาพ และระบบส่งต่อระหว่างโรงพยาบาลขนาดเล็กกับโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีโดยเฉพาะผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉิน ได้รับบริการที่ได้มาตรฐาน ทั่วถึง เป็นธรรม

60% รับบริการห้องฉุกเฉินไม่ได้ป่วยหนัก

นพ.เจษฎา กล่าวต่อว่า ปัจจุบันทั่วประเทศ มีสถิติผู้รับบริการที่ห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน (ER) เฉลี่ย 35 ล้านครั้งต่อปี ร้อยละ 60 เป็นผู้ป่วยไม่ฉุกเฉินทำให้เกิดความแออัด ประกอบกับการขาดแคลนบุคลากร รัฐบาล โดย สธ.เร่งรัดให้มีการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินของโรงพยาบาลทุกระดับ เพื่อให้ประชาชนที่เจ็บป่วยฉุกเฉิน ได้รับความปลอดภัยมากที่สุด  ลดอัตราการตาย และลดความพิการ โดยพัฒนาห้องฉุกเฉิน หรือห้องอีอาร์ ให้เป็นห้องอีอาร์คุณภาพ (ER QUALITY) อาทิ รถพยาบาลปลอดภัย มีเครื่องช่วยชีวิตที่ได้มาตรฐาน

มีระบบคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินชัดเจนมีมาตรฐาน ผู้ป่วยวิกฤติต้องได้รับการรักษาด่วนไม่อยู่ห้อง ER นานกว่า 4 ชั่วโมง เจ็บป่วยฉุกเฉินรักษาฟรีทุกที่ทุกสิทธิ (UCEP) ความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ที่ห้องฉุกเฉินไม่ถูกคุกคาม โรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่ต้องจัดแพทย์เฉพาะทางแต่ละสาขาเป็นแพทย์ที่ปรึกษากรณีจำเป็นตลอด 24 ชั่วโมง  เป็นต้น ตลอดจนพัฒนาบุคลากรแต่ละสาขาวิชาชีพให้เพียงพอ  โดยให้โรงพยาบาลทั่วประเทศ ประเมินและปรับปรุงตนเองให้ได้ตามเกณฑ์ คาดว่าจะสามารถลดอัตราการตายที่ป้องกันได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 20-30 ทั้งนี้ประชาชนเจ็บป่วยฉุกเฉินหรือได้รับอุบัติเหตุ สามารถแจ้งเหตุทางหมายเลข 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง

60% รับบริการห้องฉุกเฉินไม่ได้ป่วยหนัก

ด้าน นพ.เจษฎา ฉายคุณรัฐ ผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพที่ 12 กล่าวว่า เขตสุขภาพที่ 12 ประกอบด้วย 7 จังหวัดได้แก่ ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส มีประชากร 4,887,545 คน มีโรงพยาบาลที่ผ่านประเมิน อีอาร์คุณภาพแล้วได้แก่ รพ.ตรัง รพ.พัทลุง รพ.หาดใหญ่ รพ.สงขลา รพ.สตูล รพ.ยะลา รพ.ปัตตานี และ รพ.นราธิวาส โดยจะมีการพัฒนาโรงพยาบาลในเขตให้เป็นโรงพยาบาลที่มีอีอาร์คุณภาพครบทุกโรงพยาบาล โดยเฉพาะพื้นที่พิเศษ เพื่อให้ผู้ป่วยปลอดภัย และลดอัตราพิการ ลดตาย สำหรับโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ในปี 2559 มีผู้มารับบริการที่ ER จำนวน 38,628 คน เฉลี่ย 106 คนต่อวัน

กระแสรับสั่งในหลวง“แก้วิกฤติคุณภาพคน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298058

กระแสรับสั่งในหลวง“แก้วิกฤติคุณภาพคน”

แก้วิกฤตคน, สตาร์ทอัป, หมอนสุขภาพ, ไทยรัญญา, แบรนด์, เด็กเก่งสอนเพื่อน, เรียนช้ากว่า, และโครงการ

แนวทางการปฏิรูปการศึกษา “ให้เด็กที่เรียนเก่ง สอนเพื่อนที่เรียนช้ากว่า” ซึ่งเป็นส่วนของการศึกษาในชั้นเรียน และโครงการ “สถานศึกษาพอเพียง”

       “การศึกษาไทยอยู่ในอันดับที่ 8 ในกลุ่มประเทศอาเซี่ยน” เป็นหนึ่งในข้อมูลที่ชี้ชัดว่า การศึกษาของประเทศอยู่ในภาวะวิกฤติ ซึ่งหมายถึงคุณภาพของคนวิกฤติ และหมายถึงประเทศอยู่ในภาวะวิกฤติ เพราะคนคือทรัพยากรที่สำคัญที่สุด ซึ่งที่ผลออกมาเช่นนี้เพราะ ในการทดสอบวัดคุณภาพการศึกษา เขาวัดกันด้วยการศึกษา 4.0 แต่การเรียนการสอนของประเทศไทยยังเป็นการศึกษา 1.0

         “ให้ครูสอนให้เด็กมีน้ำใจต่อเพื่อน ไม่ให้แข่งขันกัน แต่ให้แข่งขันกับตัวเอง ให้เด็กที่เรียนเก่ง สอนเพื่อนที่เรียนช้ากว่า” เป็นกระแสรับสั่งซึ่งกลายมาเป็นวัตถุประสงค์ของมูลนิธิยุวสถิรคุณ ซึ่งผลสัมฤทธิ์ที่จะเกิดกับผู้เรียนจะเหนือกว่าขั้นสูงสุดของปิรามิดการเรียนรู้ โดยนอกเหนือจากความรู้จะติดตัวไปกับผู้ที่ทำหน้าที่สอนคนอื่นกว่า90%แล้ว สิ่งที่จะตามมาคือ ความรัก ความสามัคคีซึ่งจะนำไปสู่การช่วยเหลือเกื้อกูล เป็นการสร้างชุมชนและสังคมที่อบอุ่นและเข้มแข็งตามวิถีไทยที่ประมาณค่าไม่ได้

กระแสรับสั่งในหลวง“แก้วิกฤติคุณภาพคน”

        ดร.สุพจน์ หารหนองบัว  ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่า แนวทางการแก้วิกฤติคุณภาพคน เป็นกระแสรับ สั่งซึ่งแสดงถึงพระอัจฉริยภาพด้านการศึกษาของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งพระองค์ทรงเป็นยิ่งกว่านักการศึกษาโดยกระแสรับสั่งดังกล่าว ได้กลายมาเป็นวัตถุประสงค์ของมูลนิธิยุวสถิรคุณ ที่ทรงให้จัดตั้งขึ้นในปี 2557 เพื่อปฏิรูปการศึกษาของประเทศ

       โครงการ “สถานศึกษาพอเพียง” มูลนิธิยุวสถิรคุณ เพื่อการปฏิรูปการศึกษาของประเทศ เป็นยิ่งกว่า (beyond) การศึกษา 4.0 เพราะเป็นการนำสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวัน นำปัญหาและนำภูมิปัญญาชาวบ้าน ไปพูดคุย ปรับปรุงหรือต่อยอดในโรงเรียน หรือนำไปทำวิจัยเชิงลึกในมหาวิทยาลัย ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาชุมชนและทำให้ชีวิตและความเป็นอยู่ดีขึ้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเริ่มต้นที่เยาวชน นั่นหมายถึงความมั่นคงและยั่งยืนของประเทศ

กระแสรับสั่งในหลวง“แก้วิกฤติคุณภาพคน”

ดร.สุพจน์ หารหนองบัว

      จะเห็นได้ว่า แนวทางการปฏิรูปการศึกษา “ให้เด็กที่เรียนเก่ง สอนเพื่อนที่เรียนช้ากว่า” ซึ่งเป็นส่วนของการศึกษาในชั้นเรียน และโครงการ “สถานศึกษาพอเพียง” ซึ่งเป็นส่วนของการศึกษานอกชั้นเรียน ถือเป็นอัจฉริยภาพด้านการศึกษาที่ยิ่งกว่าการศึกษา 4.0 เพราะนอกจากจะเป็นวิธีที่จะทำให้ความรู้เหลือติดตัวผู้เรียนไปมากกว่า 90% ตามปิรามิดการเรียนรู้และไม่แยกโรงเรียนออกจากชุมชนแล้ว

      ยังจะก่อให้เกิดความรัก ความสามัคคี การช่วยเหลือเกื้อกูล ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้กับชุมชนและสังคมอย่างแท้จริง ซึ่งถือได้ว่าเป็นทฤษฎีหรือปรัชญาที่มีความยิ่งใหญ่และสำคัญต่อประชาชนชาวไทยและต่อประชาคมโลก ไม่แตกต่างไปจากทฤษฎีหรือปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเลยทีเดียว ดังนั้น คนที่รักพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงควรน้อมนำมาปฏิบัติอย่างจริงจัง เพราะนั่นคือ ทางรอดทางเดียวในการแก้ปัญหาวิกฤติคุณภาพคนของประเทศ

กระแสรับสั่งในหลวง“แก้วิกฤติคุณภาพคน”

      ดร.สุพจน์ อธิบายว่า การศึกษาของไทยมีวิวัฒนาการจาก 1.0 คือ เป็นแบบครูเป็นคนป้อนความรู้ ขยับมาเป็น 2.0 เมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว ที่เริ่มมีคอมพิวเตอร์เข้ามา จะขึ้นมาถึงระดับที่ให้ผู้เรียนสามารถหาความรู้ผ่านอินเทอร์เน็ตด้วยตัวเองได้ ขึ้นมาที่ 3.0 จะเป็นการตั้งความหวังไว้ที่ผู้เรียนค่อนข้างสูง คือขึ้นมาในระดับที่ผู้เรียนสร้างความรู้เองได้ และมา 4.0 คือผู้เรียนสร้างนวัตกรรมได้ แต่ตอนนี้การเรียนการสอนของเรา ไม่ว่าจะเป็นในระดับต่ำกว่าอุดมศึกษาหรือในระดับอุดมศึกษา ส่วนใหญ่ก็ยังเป็นวิธีการป้อนความรู้ จะมีบ้าง บางส่วนที่นักเรียนสามารถหาความรู้ได้ด้วยตัวเอง ฉะนั้นถ้าจะให้คะแนน ก็คงให้ไม่เกิน 1.5

     อย่างไรก็ตาม ในโลก 4.0 สิ่งต่างๆ มันผ่านไปอย่างรวดเร็ว เข้ามาและออกไป เพราะฉะนั้นการที่เรียนรู้แต่ในตำราอย่างเดียว ไม่สามารถเท่าทันการพัฒนาที่เกิดขึ้นได้ ต้องมีนวัตกรรมเป็นของตัวเองที่ขายได้ถึงจะอยู่รอด

กระแสรับสั่งในหลวง“แก้วิกฤติคุณภาพคน”

เบล – จรัญยา กิตติไพศาลนนท์

     “เบล-จรัญยา กิติไพศาลนนท์” นศ.ปี 2 คณะบริหารธุรกิจ สาขาบัญชี ม.หอการค้าไทย บอกว่า การเรียนที่แท้จริงคือผู้จัดการศึกษาต้องมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และส่งเสริมให้ผู้เรียนได้แสดงออกในสิ่งที่จะดึงความสามารถออกมาให้มากที่สุด โดยไม่มีการปิดกั้นเพื่อส่งเสริมและดึงศักยภาพของผู้เรียนออกมาให้เป็นนวัตกรรมให้ได้ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างรายได้และสร้างองค์ความรู้มาพัฒนาได้่อย่างต่อเนื่องในที่สุด

     ปัจจุบัน เบล เป็นหนึ่งในกลุ่มสตาร์ทอัพ ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจส่งออก ผลิตภัณฑ์จากยางพาราของไทย อย่าง หมอน ที่นอน แบรนด์ “ไทยรัญยา” ในขณะที่ยังใช้ชีวิตส่วนหนึ่งอยู่ในห้องเรียน โดยต้นปี 2560 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้จัดโครงการประกวดผลงานของนักศึกษา โดยนำสินค้าที่นักศึกษามีอยู่มาแข่งขันกัน โดยนำเสนอเพื่อให้ต่อยอดเข้าสู่ระบบออนไลน์

กระแสรับสั่งในหลวง“แก้วิกฤติคุณภาพคน”

     “เบล” เป็นหนึ่งใน 14 คน ที่สามารถชนะการประกวด Young Ali Hero เพื่อนำนักศึกษาเหล่านี้ ไปศึกษาดูงาน ที่สำนักงานใหญ่ Alibaba Group ที่เมืองหางโจว ประเทศจีน ทำให้ได้รู้ถึงวัฒนธรรมองค์กร วัฒนธรรมการทำงานของ Alibaba ได้เรียนรู้เรื่องออนไลน์ รวมถึงความรู้จากมหาวิทยาลัยที่นั่น ซึ่งจัดให้นักศึกษา เข้ามาเรียนรู้ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปลายทางของการค้าขายออนไลน์

     ปัจจุบัน เบล มีสินค้า แบรนด์“ไทยรัญยา” โดยทำร่วมกับหุ้นส่วนชีวิต “ณรงค์เดช ไชยลังกา” ที่เกิดขึ้นจากการได้ไปเห็นมุมมองการทำตลาด และสามารถนำมาปรับประยุกต์ใช้และนำสินค้าขึ้นไปขายออนไลน์บนเว็บ Alibabaได้

     ในโลก 4.0 สิ่งต่างๆ มันผ่านไปอย่างรวดเร็ว เข้ามาและออกไป เพราะฉะนั้นการที่เรียนรู้แต่ในตำราอย่างเดียว ไม่สามารถเท่าทันการพัฒนาที่เกิดขึ้นได้ ต้องมีนวัตกรรมเป็นของตัวเองที่ขายได้ถึงจะอยู่รอด

0 หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ 0

qualitylife4444@gmail.com 0

“ป่วยเบาหวาน” เฉลี่ยตาย 200 คน/วัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298020

“ป่วยเบาหวาน” เฉลี่ยตาย 200 คน/วัน

ทั่วโลก, ตาย200คน/วัน, อีก 23 ปี, ปี2583, กรมควบคุมโรค, ผู้ป่วยเบาหวาน, คุณภาพชีวิต, คมชัดลึก, ป่วยเบาหวาน, เฉลี่ยตาย, ล้านคน

“คร.จับมือพันธมิตร” จัดงาน“วันเบาหวานโลก”คาดปี83 หรืออีก23ปี ทั่วโลกป่วย“เบาหวาน”642ล้านคน ไทยป่วยเพิ่มขึ้น 5.3 ล้านคน เฉลี่ยตาย200คน/วัน หรือตาย 8 รายทุกชม.

          5ต.ค.60-โรคเบาหวาน เป็นโรคที่สำคัญการได้ความร่วมมือจากหลายภาคส่วน เพื่อช่วยกันดูแลให้ความรู้ ส่งเสริม ป้องกันและ ลดอัตราความชุก ของโรค ในประชานชนทั่วไป ร่วมถึงส่งเสริมความรู้ความเข้าใจให้ผู้ป่วยเบาหวานได้ใช้ยาได้อย่างเหมาะสม และสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ตามเป้าหมาย ซึ่งจะช่วยลด หรือชะลอภาวะการเกิดโรคแทรกซ้อน ถือเป็นเป้าหมายในการดูแลผู้ป่วยให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น นั้นจึงเป็นที่มาของการทำงานร่วมกันหลายฝ่ายทั้งหน่วยงานรัฐบาลและภาคเอกชน ในลักษณะทำงานร่วมเป็นพันธมิตรเพื่อสนับสนุนการจัดงานกิจกรรมวันเบาหวานโลก โดยปี 2560 นี้ สมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ (International Diabetes Federation: IDF)และองค์การอนามัยโลก กำหนด ประเด็นในการรณรงค์ภายใต้แนวคิดWomen and Diabetes – Our right to a healthy futureประเทศไทยได้กำหนดวันจัดงานขึ้น ในวันอาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายน 2560 ณ สวนวชิรเบญจทัศและสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

          นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การจัดกิจกรรมวันเบาหวานโลก ประจำปี 2560 สืบเนื่องจากสถานการณ์โรคเบาหวานในปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคเบาหวานเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากสมาพันธ์เบาหวานโลกคาดการณ์ว่าในปี 2583 จะมีผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด 642 ล้านรายทั่วโลก และในประเทศไทยจะมีผู้ป่วยเบาหวานเพิ่มขึ้นเป็น 5.3 ล้านราย โดยในแต่ละวันจะมีจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคเบาหวาน 200 คน หรือ 8 รายต่อชั่วโมง และมีเพียง 10% ของผู้ป่วยเบาหวานที่มีชีวิตอยู่โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ

        นพ.สุวรรณชัย กล่าวอีกว่า แนวทางการดำเนินงานของกรมฯ มุ่งพัฒนานวัตกรรม มาตรการ มาตรฐาน และเฝ้าระวัง ปัองกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพของประเทศ พัฒนาบทบาท ดำเนินด้านนโยบาย และยุทธศาสตร์การป้องกันควบคุมโรค การเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน การบริการจัดการองค์กรแนวใหม่ เพื่อให้สอดรับกับนโยบายของกระทรวงฯ ที่มุ่งลดความเหลื่อมล้ำของสังคม และสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐ โดยเฉพาะการรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ได้ตามเป้าหมายซึ่งจะชะลอการเกิดโรคแทรกซ้อนจากเบาหวานในอนาคตได้ อีกทั้ง การดูแลตัวเอง ให้ห่างไกลจากการเป็นโรคเบาหวาน ก็จะช่วยลดความชุกของโรคเบาหวาน นับเป็นเป้าหมายหนึ่งของกรมฯ ในปีนี้และต่อไป

          โดยตั้งเป้าในปี 2568 ความชุกของโรคเบาหวาน และโรคอ้วนจะไม่ให้เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีการทำงานประสานร่วมมือกันในหลายภาคส่วน โดยหนึ่งในความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ คือ การร่วมกันจัดงานกิจกรรมวันเบาหวานโลกในปี 2560 โดยมีเจ้าภาพร่วมประกอบด้วย กรมควบคุมโรค สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ และสถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์ก

        การจัดงานรณรงค์วันเบาหวานโลกเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นทุกปี โดยมีจุดประสงค์เพื่อรณรงค์ให้ประชาชน มีความตระหนักในการป้องกันโรคเบาหวาน สำหรับในปี 2560 นี้ การจัดงานภายใต้คำขวัญ“เบาหวานและผู้หญิง…ป้องกันวันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีในวันหน้า”จากข้อมูลพบว่า โรคเบาหวานเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 9 ของผู้หญิงทั่วโลก และติดอันดับ 2 ของการเสียชีวิตของผู้หญิงในประเทศไทย สำหรับประชาชนคนไทยโดยเฉพาะผู้หญิงให้หันกลับมาดูแลรักษาสุขภาพมีความรู้ในการดูแลตนเอง ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน

       โดยในงานประกอบไปด้วย 2 กิจกรรมหลักในงานประกอบด้วย วิ่งmini marathonเพื่อเพิ่มกิจกรรมทางกายลดเสี่ยงการเกิดเบาหวาน และกิจกรรมเสวนาบนเวที กับผู้หญิงใน 4 ในช่วงอายุ เพื่อให้ความรู้ แลกเปลี่ยนความเห็นในการดูแลสุขภาพของผู้หญิงกับวัยหวาน ซึ่งเป็นหัวข้อหลักในการรณรงค์วันเบาหวานโลกปีนี้ ซึ่งจะมีขึ้นที่ ณ สวนวชิระเบญทัศ หรือสวนรถไฟ

         สำหรับประโยชน์ที่ผู้เข้าร่วมงานได้รับโดยตรง คือ ความสนุกสนาน ความบันเทิงในกิจกรรมสันทนาการในงานหลัก ๆได้เดินออกกำลังกาย เดินเพื่อสุขภาพ การได้รับความรู้ ได้จัดการตัวเองเกี่ยวกับโรคเบาหวานให้ความตระหนักถึงความสำคัญ และป้องกันโรคเบาหวานให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป

สธ.เชิดชูทำดี-สั่งสสจ.อำนวยความสะดวก!”ตูน บอดี้สแลม”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297987

สธ.เชิดชูทำดี-สั่งสสจ.อำนวยความสะดวก!”ตูน บอดี้สแลม”

ก้าวคนละก้าวเพื่อ11โรงพยาบาลทั่วประเทศ, ข่าวทั่วไป, คมชัดลึก, ตูน บอดี้สแลม, ก้าวคนละก้าวฯ, บอดี้สแลม

สธ.ขอบคุณ”ตูน บอดี้สแลม” ร่วมทำสิ่งดีๆ”ก้าวคนละก้าวฯ”วิ่งจากแม่สาย-ยะลาเริ่ม1พ.ย.-25ธ.ค.60 ระดมเงินบริจาคเพื่อซื้ออุปกรณ์แพทย์ สั่งสสจ.อำนวยความสะดวก

          5 ต.ค.60-ที่กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า จากการที่“ตูน บอดี้สแลม” หรือนายอาทิวราห์ คงมาลัย ได้จัดโครงการ“ก้าวคนละก้าวเพื่อ11โรงพยาบาลทั่วประเทศ”เพื่อช่วยเหลือในการซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งการวิ่งจะเริ่มต้นวันที่1พฤศจิกายน2560ที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา และจะสิ้นสุดที่อำเภอ แม่สาย จังหวัดเชียงราย ในวันที่25 ธันวาคม 2560 รวมระยะเวลา 55 วันนั้น

        “กระทรวงสาธารณสุขขอขอบคุณที่ได้ร่วมกันทำสิ่งดีๆให้กับประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งนอกเหนือจากการจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์แล้วยังเป็นกระตุ้นให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการออกกำลังกาย ที่จะทำให้ทุกคนมีสุขภาพดีไม่เจ็บป่วย และยังเป็นการดำเนินงานตามแนวทางประชารัฐเป็นการรวมน้ำใจของประชาชนที่จะร่วมทำบุญกับศิลปินที่ตนเองชื่นชม เพื่อมอบสิ่งดีๆให้กับสังคม ผ่านทางโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งสร้างจากภาษีของประชาชน”โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าว

สธ.เชิดชูทำดี-สั่งสสจ.อำนวยความสะดวก!"ตูน บอดี้สแลม"

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์

         โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวอีกว่า ขอให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดและผู้อำนวยการโรงพยาบาลช่วยสนับสนุนและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้รวมทั้งเป็นจุดเริ่มต้นของการออกกำลังกาย ขอแนะประชาชนที่จะเข้าร่วมต้องเตรียมความพร้อมของร่างกาย และรู้ความสามารถของตนเองว่าจะวิ่งไประยะทางเท่าไหร่ นายแพทย์โอภาส กล่าว

กองทุนการศึกษา สืบสานพระราชปณิธานในหลวงร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297942

กองทุนการศึกษา สืบสานพระราชปณิธานในหลวงร.9

พัฒนาครู, กองทุนการศึกษาพัฒนาครู, Samsung Career Discovery, กองทุนการศึกษา, จริยธรรม

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีกระแสพระราชดำรัสกับประธานองคมนตรี และคณะองคมนตรี เพื่อดำเนินการด้านการศึกษา และพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ให้กับนักเรียนและครู

        โดยพระราชทานเงินส่วนพระองค์ให้คณะองคมนตรี ดำเนินการสนองพระราชประสงค์แบบปิดทองหลังพระ เพื่อสร้างความพร้อมด้านกายภาพให้แก่โรงเรียน พัฒนาความรู้และปลุกจิตวิญญาณความเป็นครู ให้สวัสดิการครู สร้างจิตสำนึกให้ครูรักศิษย์ ศิษย์รักครู

    พระราชทานชื่อโครงการว่า “โครงการกองทุนการศึกษา” เริ่มดำเนินงานเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2555 “เพื่อสร้างคนดีให้แก่บ้านเมือง” โดยเริ่มพัฒนากายภาพโรงเรียนให้พอแก่การเรียนการสอนตามสภาพแวดล้อมที่โรงเรียนตั้งอยู่ และไม่ให้ห่างจากโรงเรียนในเมืองเกินไป พัฒนาคุณธรรมจริยธรรมแก่นักเรียน พัฒนาความรู้ความสามารถแก่ครู ให้สวัสดิการครู

กองทุนการศึกษา สืบสานพระราชปณิธานในหลวงร.9

        พล.อ.สุรยุทธ์   จุลานนท์ องคมนตรี รองประธานกรรมการ โครงการกองทุนการศึกษา กล่าวว่า  “ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานพระราชดำริว่า สิ่งสำคัญของการดำเนินโครงการคือมุ่งพัฒนาการศึกษาให้ดีขึ้น สร้างเสริมจริยธรรม ผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพ มีคุณธรรม สู่สังคม พระองค์ได้พระราชทานคำแนะนำให้ทำงานแบบภาคเอกชน ประสานความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ทำทุกอย่างให้เรียบง่าย ประหยัด ลดขั้นตอนการปฏิบัติ ซึ่งเราพยายามดำเนินงานตามพระราชดำริมาโดยตลอด ส่งผลให้เกิดพัฒนาการกับหลายโรงเรียนที่ร่วมโครงการ ทั้งด้านความรู้และโอกาส ถือเป็นต้นแบบของมาตรฐานการศึกษาไทย”

กองทุนการศึกษา สืบสานพระราชปณิธานในหลวงร.9

     เป้าหมายสำคัญของโครงการ มิใช่เพียงแค่การผลิตผู้มีความรู้ความสามารถเท่านั้น แต่ต้องร่วมกันสร้างเด็กและเยาวชนให้เป็นคนดี คนเก่ง มีคุณธรรม รู้หน้าที่ รู้ศักยภาพของตนเอง มีน้ำใจช่วยเหลือกัน ไม่ใช่แข่งกันเรียนอย่างเดียว แต่ต้องมีกิจกรรมที่ส่งเสริมความสามัคคี และประพฤติตนอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข เคารพและปฏิบัติตามกฎหมายของบ้านเมือง เคารพในสิทธิผู้อื่น เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยให้เกิดความยั่งยืนต่อไป

กองทุนการศึกษา สืบสานพระราชปณิธานในหลวงร.9

      ปัจจุบันมีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการแล้ว 4 รุ่น รวม 155 โรงเรียน ประกอบด้วย สถานศึกษาในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) จำนวน 143 โรงเรียน และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) อีก 12 โรงเรียน ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ หรือได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ และมีความสำคัญต่อความมั่นคงชายแดน

     ล่าสุดโครงการกองทุนการศึกษา ร่วมกับ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด นำนวัตกรรม Samsung Career Discovery“ค้นพบตัวเอง ค้นพบอาชีพ” มาอบรมให้ครูที่มีจากกว่า 100 โรงเรียน ให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้แนะแนวนักเรียน ให้ค้นหาความถนัด ค้นพบศักยภาพของตนเอง และวางแผนเส้นทางอาชีพที่เหมาะสม สู่การเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพของประเทศต่อไปในอนาคต

กองทุนการศึกษา สืบสานพระราชปณิธานในหลวงร.9

     วาริท จรัณยานนท์ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการตลาดองค์กร บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่านวัตกรรมการเรียนรู้ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแนะแนวให้ครู และช่วยให้นักเรียนในพื้นที่ห่างไกลภายใต้โครงการกองทุนการศึกษา ได้ค้นพบศักยภาพและแนวทางการพัฒนาตนให้เป็นคนดีมีคุณค่าต่อสังคม ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9”

กองทุนการศึกษา สืบสานพระราชปณิธานในหลวงร.9

คุณครู วิเชียร กลีบจงกล

     คุณครู วิเชียร กลีบจงกล ครูผู้สอนวิชาการศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเอง ในหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล ร.ร. พรหมานุสรณ์ จังหวัดเพชรบุรี เล่าว่า นวัตกรรม การเรียนรู้ จะมีเว็บแอปพลิเคชั่นและกระบวนการในห้องเรียน ในส่วนของเว็บแอปพลิเคชั่น มี 2 ส่วน ได้แก่ส่วนที่ 1 ค้นพบตัวเองเป็นแบบสำรวจพหุปัญญา 40 ข้อ เพื่อให้เด็กได้รู้จักตนเองอย่างรอบด้าน ว่ามีความถนัดด้านไหนและสนใจเรื่องอะไร

   ส่วนที 2 ค้นพบอาชีพการนำเสนอคลิปวิดีโอ สัมภาษณ์วิทยากรผู้มีประสบการณ์ ในสาขาอาชีพต่างๆ ที่หลากหลายและน่าสนใจกว่า 40 อาชีพ สร้างแรงบันดาลใจแก่เยาวชน หากมุ่งสู่เส้นทางนั้นต้องมีคุณสมบัติและทักษะอย่างไร เพื่อช่วยให้นักเรียนได้ค้นตัวเอง ครูจะสอนส่งเสริมการเรียนรู้ได้ทั้งจุดเด่นและจุดที่ต้องเพิ่มเติมให้กับนักเรียนได้ตรงจุด

กองทุนการศึกษา สืบสานพระราชปณิธานในหลวงร.9

  คุณครู .นิวิสณีย์ ลอมา

       ด้านคุณครู .นิวิสณีย์ ลอมา จากรร.บ้านตะโละไกรทอง จ.ปัตตานี อธิบายว่านวัตกรรมดังกล่าว จะทำให้ครูและนักเรียนได้เรียนรู้ว่า ทฤษฎีพหุปัญญา ของศ.ฮาวเวิร์ด การ์ดเนอร์ 8 ด้าน ภาษา ,ตรรกะและคณิตศาสตร์ ,มิติสัมพันธ์ ,ร่างกายและการเคลื่อนไหว ,ดนตรีและจังหวะ ,สังคมและปฏิสัมพันธ์ ,การรับรู้และเข้าใจตนเอง และธรรมชาติวิทยา ทุกคนต่างมีปัญญาที่หลากหลายเหล่านี้ครบทุกด้าน

กองทุนการศึกษา สืบสานพระราชปณิธานในหลวงร.9

    โดยที่บางด้านอาจโดดเด่นเป็นพิเศษ และอาจมีบางด้านด้อยกว่า ทุกด้านไม่ได้แยกขาดจากกัน แต่ทำงานผสมผสานกันเป็นบุคลิกภาพของเรา แต่ละคนจึงมีวิธีเรียนรู้ วิธีคิดแก้ปัญหาแตกต่างกัน ทุกด้านล้วนพัฒนาได้ให้ทุกคนได้ค้นพบและใช้ปัญญาที่ตนถนัดเอื้อประโยชน์แก่สังคมอย่างเต็มความสามารถ นักเรียนแต่ละคนมีทักษะไม่เหมือนกัน

กองทุนการศึกษา สืบสานพระราชปณิธานในหลวงร.9

    นวัตกรรมนี้จะช่วยให้แต่ละคนได้เรียนรู้ทักษะของตัวเอง ความชอบ ที่นำไปสู่การเลือกเส้นทางการเรียน อาชีพโดยมีต้นแบบแต่ละอาชีพให้เรียนรู้ว่า เส้นทางแต่ละอาชีพเป็นอย่างไร เป็นการนำนวัตกรรมมาช่วยนักเรียนเพิ่มมากขึ้นจากสมัยก่อนที่มีเพียงครูแนะแนว

กองทุนการศึกษา สืบสานพระราชปณิธานในหลวงร.9

     ทั้งนี้เมื่อครูนำนวัตกรรมของซัมซุง มาใช้ร่วมกับกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนมีส่วนร่วม (Active Learning) สนับสนุนให้ครูเปลี่ยน บทบาทจากผู้สอน เป็นโค้ชหรือผู้อำนวยกระบวนการเรียนรู้ (Coach/Facilitator) และเปลี่ยนนักเรียนจากผู้รอรับความรู้ เป็น Active Learner สามารถตั้งคำถาม หาคำตอบ และสังเคราะห์ความรู้ ตลอดจนสื่อสารสิ่งที่ค้นพบสู่ผู้อื่นได้ สำรวจพหุปัญญาแนะนำอาชีพได้ที่ http://www.samsungslc.org/scd

     0 หทัยรัตน์ ดีประเสริิฐ 0 qualitylife4444@gmail.com