ทุ่งดอกดาวเรืองใต้กรอบภาพพ่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298572

ทุ่งดอกดาวเรืองใต้กรอบภาพพ่อ

ดอกดาวเรือง, รรสตรีระนอง, พระบรมสาทิสลักษณ์

โรงเรียนสตรีระนอง ร่วมใจวาดภาพทุ่งดอกดาวเรือง ใต้กรอบภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณฯ และแสดงออกถึงความจงรักภักดี

       นายชวนะ คำกล้า ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีระนอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 14 (พังงา ภูเก็ต ระนอง) เปิดเผยว่า คณะครู นักเรียนโรงเรียนสตรีระนอง และประชาชนจิตอาสาร่วมกันวาดทุ่งดอกดาวเรือง ใต้กรอบภาพพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่9 ที่จัดแสดงไว้ ณ บริเวณด้านหน้าโรงเรียนสตรีระนอง

ทุ่งดอกดาวเรืองใต้กรอบภาพพ่อ

ทั้งนี้ภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นภาพที่ครูและนักเรียนโรงเรียนสตรีระนองได้ร่วมกันวาดและจัดแสดงไว้เมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงสวรรคต เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559

โดยมีคุณครูกิตติพงษ์  พันธ์เมือง ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ เป็นผู้ควบคุม ดูแล และแนะนำในการวาดภาพ  ผู้ปกครองและนักเรียนต่างให้ความสนใจและชื่นชมที่โรงเรียนสตรีระนองได้เปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงออกถึงความจงรักภักดี เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่พวกเขาสามารถทำได้

ทุ่งดอกดาวเรืองใต้กรอบภาพพ่อ

ทุ่งดอกดาวเรืองใต้กรอบภาพพ่อ


รู้ไว้!! นิทาน ..เคล็ดลับเด็กไทยรักการอ่าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298604

รู้ไว้!! นิทาน ..เคล็ดลับเด็กไทยรักการอ่าน

สอนเด็กรักการอ่าน, ครูไทยตามรอยในหลวง, อบรมเล่านิทานให้ครูไทย, นิทาน, บรมนาถบพิตร

ภาพที่ประชาชนคนไทยเห็นเจนตา คือภาพที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงเป็นครู พาเด็กๆ รร.ไกลกังวล ไปเรียนรู้ สอนเด็กๆให้ค้นคว้า

         ฉะนั้นภารกิจอันยิ่งใหญ่ของครูไทย คือตามรอยพระยุคลบาทพระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรโดยการ “สร้างคน ไปสร้างชาติ” ซึ่งต้องสร้างตั้งแต่วัยเด็ก การให้แต่หนังสือ คือการให้เพียง hardware เราจำเป็นต้องใส่ software เพื่อจะให้เด็กปฐมวัยเติบโตไปเป็นคนมีความรู้คู่คุณธรรม Software

รู้ไว้!! นิทาน ..เคล็ดลับเด็กไทยรักการอ่าน

         นั้นคือ เมื่อให้หนังสือก็ต้องมีกิจกรรมทำให้เด็กๆสนุกกับหนังสือ ควบคู่กับการอบรมปฏิบัติการให้แก่ครู ให้ครูมีวิธีปลูกฝังลักษณะนิสัยที่ดีให้แก่เด็ก ให้เด็กรู้จักสังเกต มีน้ำใจ มีวินัย ภูมิใจที่ได้รับผิดชอบ พร้อมๆกับปลูกฝังนิสัยอยากรู้อยากอ่านอยากค้นคว้าให้แก่เด็กๆด้วย

       ดังนั้น เพื่อเป็นการถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 และเพื่อให้ครูไทยได้ภาคภูมิใจในหน้าที่ มีความเพียรที่จะตามรอยพระยุคลบาท “ครูของแผ่นดิน”

รู้ไว้!! นิทาน ..เคล็ดลับเด็กไทยรักการอ่าน

       ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยการสนับสนุนของครอบครัวอดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบิร์น สวิตเซอร์แลนด์ และมูลนิธิเอสซีจีจึงได้คัดเลือก”หนังสือดีสู่เด็กไทย“ มามอบให้แก่โรงเรียนในโครงการด้วยรักและห่วงใย ในพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 20 แห่งในพื้นที่จังหวัดอุดร หนองคาย หนองบัวลำภู บึงกาฬ และปทุมธานี โรงเรียนละ 200 กว่าเล่ม พร้อมกับอบรมเชิงปฏิบัติการวิธีสร้างเด็กให้รักการอ่านให้ครูบรรณารักษ์และครูภาษาไทยอีกด้วย

รู้ไว้!! นิทาน ..เคล็ดลับเด็กไทยรักการอ่าน

      รศ.กุลวรา ชูพงศ์ไพโรจน์ หรือ “ป้ากุล” ข้าราชการบำนาญสาขาวรรณกรรมสำหรับเด็ก มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร กล่าวว่า การสร้างเด็กให้รักการอ่านจำเป็นต้องปลูกฝังตั้งแต่ชั้นปฐมวัย เพราะสมองพัฒนาได้ดีที่สุดช่วงก่อน 5 ขวบ ซึ่งการปลูกฝังที่ได้ผลที่สุดคือ การเล่านิทานให้ฟังเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 1 เล่ม

รู้ไว้!! นิทาน ..เคล็ดลับเด็กไทยรักการอ่าน

        หลักการเล่าง่ายๆ คือ ออกเสียงให้ดัดจริต มีเสียงสูง เสียงต่ำ เล่าแบบมีชีวิตชีวา มีน้ำเสียงสีหน้า ที่เป็นธรรมชาติ มีการร้อง เล่า เป็นทำนองเพลงของตัวเอง สลับให้เด็กออกเสียงตาม ผลิตสื่อและใช้ท่าทางประกอบการเล่า หลังเล่าเสร็จต้องมีกิจกรรมถามตอบพูดคุยเนื้อเรื่องในนิทาน นอกจากนี้ การวางหนังสือให้เด็กได้หยิบจับง่ายภายในบ้าน โรงเรียน และการพาเด็กไปห้องสมุดเป็นประจำก็เป็นการปลูกฝั่งนิสัยให้รักการอ่านเช่นกัน

รู้ไว้!! นิทาน ..เคล็ดลับเด็กไทยรักการอ่าน

      รศ.กุลวรา ชูพงศ์ไพโรจน์ หรือ “ป้ากุล”

        “การสร้างให้เด็กรักการอ่านนั้น ความสำคัญอันดับแรกคือผู้อ่าน อย่างครูหรือพ่อแม่ ผู้ปกครองจะต้องสร้างตัวเองให้เป็นคนรักการอ่านก่อน ถ้าเราไม่เล่านิทานให้เด็กๆ ฟัง ไม่มีทางเด็กจะรักการอ่านได้ และถ้ามีแต่ห้องสมุด แต่ไม่มีหนังสือก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าเด็กไทยไม่รักการอ่าน ”

      หนังสือดีจากมูลนิธิเอซีจีที่เราขอให้แก่โรงเรียน แต่ละเล่มการันตีคุณภาพด้วยรางวัลระดับโลก เช่น เรื่อง “ทำไม” ซึ่งมีแต่ภาพ แต่กระตุ้นให้เด็กจินตนาการเรื่องได้แตกต่างกันไป เรื่อง “กอด”, “สีฟ้าเล็กเล็กกับสีเหลืองเล็กเล็ก” เล่มเด่นที่สุด คือ “บันดาลแรงใจ”ที่ชวนติดตาม

รู้ไว้!! นิทาน ..เคล็ดลับเด็กไทยรักการอ่าน

     อาจารย์ศศิวิมล นพสุวรรณ หรือ “อาจารย์จุ๋ม” อดีตครูโรงเรียนจิตรลดา ในฐานะผู้ถวายงานในโครงการด้วยรักและห่วงใยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตั้งแต่ปี 2530 กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ เราพัฒนาโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร ให้มีอาหารพอรับประทาน บัดนี้ เป็นเวลาต้องพัฒนาอาหารสมอง ทุกวันนี้เด็กอ่านหนังสือผ่านอิเล็กทรอนิกส์เยอะ อยากเห็นเด็กรุ่นใหม่อ่านหนังสือเล่มเหมือนยุคก่อนบ้าง เพราะสมาธิดีกว่า รายละเอียด และความซาบซึ้งเข้าใจ มีมากกว่า ทำให้ถ่ายทอดได้ เป็นผู้นำได้ หนังสือเป็นเหมือนแสงส่องสว่าง ดีใจแทนโรงเรียนในโครงการด้วยรักและห่วงใยฯ ที่ได้รับหนังสือดีมีคุณภาพ อยากให้โรงเรียนในโครงการทั้ง 82 แห่งได้รับโอกาสหรืออย่างน้อยปีละ 20 แห่งก็ยังดี

รู้ไว้!! นิทาน ..เคล็ดลับเด็กไทยรักการอ่าน

      ด้านอุไรวรรณ กรวิทยาศิลป ที่ปรึกษาศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า หนังสือที่นำมามอบให้โรงเรียนนอกจากที่คัดสรรคุณภาพจากหลากหลายแหล่งแล้ว ยังได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิเอสซีจีด้วย เราโชคดีที่มีผู้ที่เห็นคุณค่าของการศึกษาสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมการอ่านแก่เด็กปฐมวัยในถิ่นทุรกันดารมาโดยตลอด ตัวอย่างเช่นครอบครัว“มนัสวานิช” ที่ปิดทองหลังพระมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความจงรักภักดีในพระราชวงศ์จักรีตลอดมา

รู้ไว้!! นิทาน ..เคล็ดลับเด็กไทยรักการอ่าน

       แม้ว่าปัจจุบันโทรศัพท์มือถือเข้ามามีอิทธิพลในชีวิตประจำวัน อาจพูดได้ว่ากลายเป็นปัจจัยที่ 5 ไปแล้ว บ้างใช้ในทางบวก บ้างใช้ในด้านลบ และมีหลายคนที่เสียเวลาไปกับการก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มือถือ ไร้สังคมรอบข้าง ชัดเจนที่สุดคือกลุ่มเด็กเยาวชนที่ส่วนใหญ่ใช้เวลาเล่นโทรศัพท์มากกว่าการอ่านหนังสือ จนไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต ทำให้หนังสือถูกมองข้ามอย่างปฏิเสธไม่ได้ ผู้ปกครองบางคนเลือกส่งบุตรหลานเข้าโรงเรียนกวดวิชาทบทวนบทเรียน แต่นี่ไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน

      รู้ไว้!! นิทาน ..เคล็ดลับเด็กไทยรักการอ่าน

     ดังนั้น การปลูกฝังนิสัยอยากรู้อยากค้นคว้าอยากอ่านตั้งแต่เด็ก จำเป็นที่จะต้องเริ่มต้นจากพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครู ต้องเป็นต้นแบบที่ดีให้แก่เด็กนั่นเอง

       0ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ 0 qualitylife4444@gmail.com

ชมฟรี!!”นิทรรศการ “ศาสตรา สถาปัตย์ไทย : พระเมรุมาศ..”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298603

ชมฟรี!!”นิทรรศการ “ศาสตรา สถาปัตย์ไทย : พระเมรุมาศ..”

ศิลปกรรมไทย, สถาปัตยกรรมไทย, ทีซีดีซี, พระเมรุมาศ ร9, นิทรรศการ, ศาสตรา, สถาปัตย์ไทย, พระเมรุมาศ, สถาปัตย์

นิทรรศการครั้งประวัติศาสตร์ “ศาสตรา สถาปัตย์ ไทย: พระเมรุมาศ จุดเชื่อมจักรวาลและการออกแบบ” ผ่านพระเมรุมาศในหลวงร.9 เข้าชมฟรี11 ต.ค.60-7 ม.ค.61 ที่ทีซีดีซี

                 พระเมรุมาศ  สถาปัตยกรรมชั่วคราวที่รวมศาสตร์ ศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมไทยทุกแขนง เป็นส่วนสำคัญของพระราชประเพณีมาแต่สมัยโบราณ การออกแบบพระเมรุมาศจะเชื่อมโยงคติความเชื่อ  ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้สร้างสรรค์ (OKMD) ร่วมมือจากกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยศิลปากร และสถาบันสถาปัตยกรรมไทยเฉลิมพระเกียรติ จัดนิทรรศการ “ศาสตรา สถาปัตย์ ไทย: พระเมรุมาศ จุดเชื่อมจักรวาลและการออกแบบ” (Insight | Thai | Architecture) โดยบอกเล่าศิลปะวิทยาการและความคิดสร้างสรรค์ทางด้านศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมไทย กระบวนการออกแบบ ผ่านพระเมรุมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยเปิดให้เข้าชมฟรี ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2560 – 7 มกราคม 2561

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งในการเปิดนิทรรศการ ว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมาพสกนิกรชาวไทยทุกคนร่วมใจทำความดี โดยน้อมนำพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรมา มาเป็นหลักในการดำเนินชีวิต ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ทั้งนี้ นิทรรศการดังกล่าว มุ่งเน้นให้ความแก่คนไทยผ่านพระเมรุมาศ ซึ่งรวมศิลปะวิทยาการของชาติ การออกแบบ และศิลปกรรมของไทย เชื่อมั่นว่าทุกคนได้เห็นพระเมรุมาศจะรู้สึกภาคกูมิใจ ผู้อยู่เบื้องหลังทุกคนทำงานมุ่งมั่น การตรากตรำ ศิลปะ ศาสตร์การออกแบบ อาคาร ประติมากรรม ที่ล้วนสะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ของชาติ

ชมฟรี!!"นิทรรศการ "ศาสตรา สถาปัตย์ไทย : พระเมรุมาศ.."

ด้าน รศ.ดร.ชัยสิทธิ์ ด่านกิตติกุล คณบดีคณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร บอกว่า พระเมรุมาศ เป็นสถาปัตยกรรมไทยชั้นสูง เป็นส่วนสำคัญของงานพระราชพิธีตามโบราณราชประเพณี ทั้งนี้ สถาปัตยกรรมพระเมรุมาศนั้น จะแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของสถาปัตยกรรมชั่วคราว ที่สร้างขึ้น ภายใต้องค์ความรู้ของงานสถาปัตยกรรม วิศวกรรม และงานของช่างสิบหมู่ ถือได้ว่าเป็นการรวมฝีมือของช่างของชาติทุกแขนงไว้ด้วยกัน ทั้งยังเป็นการสืบทอดองค์ความรู้จากครูช่างจากอดีตสู่ปัจจุบัน เกิดการเชื่อมภาระหน้าที่คนรุ่นใหม่เพื่อร่วมกันดูแล รักษาไว้ซึ่งมรดกของชาติ ทั้งนี้ คณะสถาปัตยกรรม บุคลากร ได้มีส่วนร่วมในการนำผลงานมาถ่ายทอดให้เห็นว่าเบื้องหลังพระเมรุมาศซึ่งเป็นที่จดจำของคนไทยและทั่วโลก

ชมฟรี!!"นิทรรศการ "ศาสตรา สถาปัตย์ไทย : พระเมรุมาศ.."

โซน 1 คติจักรวาลและงานออกแบบสถาปัตยกรรมไทย

สำหรับรูปแบบการนำนิทรรศการ“ศาสตรา สถาปัตย์ ไทย: พระเมรุมาศ จุดเชื่อมจักรวาลและการออกแบบ” (Insight | Thai | Architecture) นายกิตติรัตน์ ปิติพานิช รักษาการผู้อำนวยการศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) กล่าวว่า  นิทรรศการดังกล่าวมุ่งนำเสนอคติความเชื่อและหลักคิดเกี่ยวกับความเหมาะสม สร้างแรงบันดาลใจที่มาของการจัดการองค์ความรู้ในกระบวนการออกแบบ ขั้นตอนการผลิตชิ้นงาน และวิถีการถ่ายทอดความรู้จากครูสู่ศิษย์ด้านสถาปัตยกรรมไทย ซึ่งเราหวังว่านิทรรศการนี้จะเป็นการสะท้อน และส่งต่อถึงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม องค์ความรู้ศิลปกรรม สถาปัตยกรรมไทยผ่านงานพระเมรุมาศ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้เป็นประโยชน์ทั้งทางด้านสังคม เศรษฐกิจ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประเทศไทย

ชมฟรี!!"นิทรรศการ "ศาสตรา สถาปัตย์ไทย : พระเมรุมาศ.."

โซน 1 คติจักรวาลและงานออกแบบสถาปัตยกรรมไทย

ทั้งนี้ นิทรรศการ จะแบ่งเนื้อหาออกเป็น 4 ส่วน ดังนี้ 1.โซน “คติจักรวาลและงานออกแบบสถาปัตยกรรมไทย” นำเสนอความเชื่อทางศาสนาและคติจักรวาล พื้นฐานในการจัดผังของสถาปัตยกรรมไทยโดยจัดให้มีการฉายภาพเคลื่อนไหวของจักรวาลผ่านแบบจำลองพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม ที่มีแกนกลางเป็นเขาพระสุเมรุ และมีสัตตบริภัณฑคีรีล้อมรอบ ซึ่งสะท้อนการวางแผนผังตามหลักคติจักรวาลได้อย่างสมบูรณ์ ตลอดจนมีการจัดแสดงหุ่นจำลองพระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงฯ ขนาด 1:50 และเนื้อหาการจัดสร้างพระเมรุมาศและอาคารประกอบจากกรมศิลปากร รวมถึงความเปลี่ยนแปลงทางหลักวัสดุและเทคโนโลยีการก่อสร้างพระเมรุมาศในรัชกาลก่อนหน้า

ชมฟรี!!"นิทรรศการ "ศาสตรา สถาปัตย์ไทย : พระเมรุมาศ.."

ชมฟรี!!"นิทรรศการ "ศาสตรา สถาปัตย์ไทย : พระเมรุมาศ.."

โซน 2 “โรงขยายแบบเท่าจริง ศิลปกรรม และศิลปสำหรับงานสถาปัตยกรรม”

2.โซน “โรงขยายแบบเท่าจริง ศิลปกรรม และศิลปสำหรับงานสถาปัตยกรรม” จำลองบรรยากาศโรงขยายแบบ หรือวิธานสถาปกศาลา พร้อมวัสดุอุปกรณ์เครื่องมือ จัดแสดงแบบร่างมือเท่าขนาดจริง (1:1) ในส่วนงานสร้างพระเมรุมาศ และอาคารประกอบ ยังนำเสนอศิลปะต่างๆ ที่เป็นองค์ประกอบของสถาปัตยกรรมชั่วคราวในงานพระราชพิธีฯ อาทิ ศิลปะการซ้อนไม้ ที่ใช้แทนการแกะสลักในสถาปัตยกรรมถาวร, การฉลุผ้าทองย่น สาบสี สอดแวว แทนการประดับกระจกสีสมัยโบราณในอาคารถาวร เป็นต้น

ชมฟรี!!"นิทรรศการ "ศาสตรา สถาปัตย์ไทย : พระเมรุมาศ.."

3. โซน “ครูสร้างนักออกแบบให้เป็นคน” บอกเล่าแนวความคิดและวิถีการถ่ายทอดความรู้จากครูทางด้านศิลปกรรมและสถาปัตยกรรม อันเป็นแรงบันดาลใจให้ศิษย์ และ4.โซน “เวิร์กช็อปตามรอยสถาปัตย์ไทย” เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้ศึกษาลักษณะการทำงานด้านจิตรกรรม ศิลปกรรม และสถาปัตยกรรมตามรอยศิษย์มีครู ด้วยการฝึกเขียนแบบร่างลายไทยเบื้องต้น การทำตบสี เพื่อให้เข้าใจความอดทนทุ่มเทฝึกมือ ฝึกตา ฝึกสมาธิของช่างไทย

ชมฟรี!!"นิทรรศการ "ศาสตรา สถาปัตย์ไทย : พระเมรุมาศ.."

ชมฟรี!!"นิทรรศการ "ศาสตรา สถาปัตย์ไทย : พระเมรุมาศ.."

ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการ “ศาสตรา สถาปัตย์ ไทย: พระเมรุมาศ จุดเชื่อมจักรวาลและการออกแบบ” (Insight | Thai | Architecture) โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2560 – 7 มกราคม 2561 เวลา 10.30 – 21.00 น. ทุกวันอังคาร – อาทิตย์ (ปิดทุกวันจันทร์) ณ ห้องแกลอรี่ ชั้น 1 อาคารส่วนหลัง ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ อาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทรศัพท์ 02-105-7441

นำร่างพ.ร.บ.กองทุนฯการศึกษาฟังความเห็น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298549

นำร่างพ.ร.บ.กองทุนฯการศึกษาฟังความเห็น

ร่างพรบกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา, ยกร่าง, ประชาพิจารณ์, 4 กลุ่มเป้าหมาย, ประกาศใช้, เด็กด้อยโอกาส, ขาดแคลนทุนทรัพย์

น้อมนำพระราชดำริในหลวง ร.9 เป็นหลักยกร่างพ.ร.บ.กองทุนฯ ให้เด็กด้อยโอกาสได้รับการศึกษาเท่าเทียม เตรียมเปิดประชาพิจารณ์ฟังความเห็นผ่านเว็บไซต์ คาดประกาศใช้เม.ย.61

          เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ศ.นพ.จรัส  สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา  เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการอิสระฯ ว่า  ในการยกร่างพ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ…. คณะกรรมการอิสระฯ ได้น้อมนำ พระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ที่ให้ราษฎรที่ด้อยโอกาสไม่ได้รับการศึกษาในโรงเรียนให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม มาเป็นหลักในการดำเนินงาน โดยขณะนี้คณะอนุกรรมการกองทุนฯ ยกร่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมเผยแพร่แก่ประชาชนเพื่อรับฟังความคิดเห็นและจะนำเอาเสียงสะท้อนจากประชาชนและหน่วยงานผู้เกี่ยวข้องมาปรับแก้ร่างพ.ร.บ.อีกครั้งก่อนเสนอแก่คณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาต่อไป

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานคณะอนุกรรมการกองทุนฯ กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.กองทุนฯ  ฉบับนี้มุ่งหวังให้กองทุนฯเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเสมอภาคและเท่าเทียม  รวมทั้งการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคนไทยและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยในวัตถุประสงค์ของกองทุนฯ มาตรา 5 และมาตรา 8 ตั้งเป้าว่าภายใน 10 ปีกองทุนนี้ควรมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ท้องถิ่น และวิสาหกิจเพื่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งส่งเสริมความเสมอภาคของโอกาสในการศึกษาขั้นสูงของผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ผ่านการช่วยเหลือและพัฒนากลุ่มเป้าหมายสำคัญ 4 กลุ่ม รวมทั้งสิ้นประมาณ 4,000,000 คนต่อปี  ได้แก่ 1. เด็กเยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสตั้งแต่แรกเกิดจนสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. เด็กเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษา 3. ประชาชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ และ 4. ครูและอาจารย์ที่ขาดสนับสนุน

ขณะเดียวกัน มาตรา 10 ยังกำหนดให้กองทุนฯนี้เป็นกลไกการในการเปลี่ยนแปลงการจัดสรรงบประมาณเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาใหม่ จากเดิมที่รัฐจัดสรรเงินเพียง 50 สตางค์จากทุก 100 บาท เป็นเงิน 3,000 ล้านบาท ของงบประมาณด้านการศึกษาเพื่อผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ กองทุนฯนี้จะผลักดันให้ประเทศไทยลงทุนเงินทุก 5 บาทแรก เป็นเงินราว 20,000 ล้านบาท จากงบประมาณการศึกษาของประเทศเพื่อช่วยเหลือและยกระดับศักยภาพเด็กเยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้มีโอกาสที่เสมอภาค

“ส่วนโครงสร้างการบริหารกองทุนและระบบธรรมาภิบาลนั้นจะมีการบริหารจัดการโดยคณะกรรมการที่เป็นอิสระที่มีผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นประธาน และมีผู้แทนจากภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม เป็นกรรมการ ซึ่งจะมีสัดส่วนที่มากกว่าผู้แทนจากส่วนราชการ ทำหน้าที่วางนโยบาย ระเบียบและแนวทางการดำเนินงานกับกลุ่มเป้าหมายของกองทุน  มีการเปิดเผยข้อมูลผลการดำเนินงานแก่ประชาชน มีคณะกรรมการตรวจสอบภายในและคณะกรรมการประเมินผลที่มีกระทรวงการคลัง(กค.)เป็นผู้ดำเนินการ รวมทั้งการจัดทำรายงานประจำปีเสนอต่อครม. สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาด้วย” นายประสารกล่าว และว่า ขอเชิญชวนให้ทุกคนเสนอความคิดเห็น ในเว็บไซต์www.ThaiEdReform.org ตั้งเป้าว่าจะนำร่างกฎหมายเสนอให้ครม.ได้ภายในเดือนพฤศจิกายน เพื่อประกาศใช้ในเดือนเมษายน 2561

13 ต.ค.ชวนจิตอาสาทำความดีถวายในหลวงร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298520

13 ต.ค.ชวนจิตอาสาทำความดีถวายในหลวงร.9

ทำความสะอาด, แรงงาน, จิตอาสา, ชวนข้าราชการ, วาระครบ

ก.แรงงาน ชวนข้าราชการ ประชาชนร่วมเป็นจิตอาสาประชารัฐ ทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ วาระครบ 1 ปีวันสวรรคต 13 ต.ค.ร่วมทำปรับภูมิทัศน์

          นายวิวัฒน์ จิระพันธุ์วานิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงาน กำหนดจัดกิจกรรมอาสาประชารัฐเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรในวาระครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต ในวันที่ 13 ตุลาคม 2560 ณ บริเวณกระทรวงแรงงานและใกล้เคียง มีกิจกรรมประกอบด้วย ได้แก่ ช่วงเช้า เริ่มตั้งแต่เวลา 06.30 น.พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายฯ และกิจกรรมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 89 รูป ณ แนวถนนมิตรไมตรีเริ่มจากกระทรวงแรงงานต่อจากนั้น เวลา 09.00 น. กิจกรรมจิตอาสาประชารัฐกระทรวงแรงงาน

โดยจิตอาสากระทรวงแรงงานร่วมกันทำกิจกรรมปรับปรุงภูมิทัศน์ชุมชนเพื่อสาธารณประโยชน์ อาทิ เก็บขยะ ขัดพื้น ล้างพื้น กวาดถนนตั้งแต่ถนนมิตรไมตรี – ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ทาสีรั้วกระทรวงแรงงานและผนังหน้าร้านค้าแฟลตดินแดง และช่วงบ่าย เวลา 15.30 น.ผู้ร่วมกิจกรรมยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที เพื่อแสดงความอาลัย ในวาระครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

นายวิวัฒน์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ขอเชิญชวนข้าราชการ เจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน หน่วยงานในสังกัดกรุงเทพมหานคร พี่น้องมุสลิมมัสยิดมูฮายีรีน (ดินแดง) ประชาชนผู้พักอาศัยในแฟลตดินแดง อาสาสมัครแรงงานในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง ผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมกิจกรรมอาสาประชารัฐเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรในวาระครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต ในวันที่ 13 ตุลาคม 25560 ณ บริเวณกระทรวงแรงงาน และแนวถนนมิตรไมตรีตลอดเส้นทาง

สุโขทัยใช้บิ๊กแบ็ก300ใบกั้นน้ำท่วมรอบรพ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298467

สุโขทัยใช้บิ๊กแบ็ก300ใบกั้นน้ำท่วมรอบรพ.

3 ห้าม 2 ให้ เพื่อป้องกันการจมน้ำ, น้ำท่วมสุโขทัย

สธ.จัดทีมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่และทีมหมอครอบครัวช่วยเหลือประชาชน24ชั่วโมงด้านโรงพยาบาลสุโขทัยเตรียมเครื่องสูบน้ำและบิ๊กแบ็ก300 ใบกั้นน้ำบริเวณรอบโรงพยาบาล

          ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 9-11 ต.ค. 60ประเทศไทยจะมีฝนตกหนัก อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมรับมือภาวะฝนตกหนัก ว่า ได้กำชับให้โรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมเตรียมแผนป้องกันน้ำท่วมโรงพยาบาล เตรียมขนย้ายอุปกรณ์การแพทย์ ยา-เวชภัณฑ์ ออกซิเจน อาหารและน้ำสำหรับผู้ป่วย ให้เพียงพอ สำรวจระบบสำรองไฟฟ้า ให้พร้อมใช้งาน ทำความสะอาดท่อระบายน้ำ จัดเตรียมกระสอบทราย เครื่องสูบน้ำ สำรองน้ำมัน

    นอกจากนี้ยังได้วางแผนบริการประชาชนในภาวะน้ำท่วม เช่น การขนย้ายผู้ป่วย การส่งต่อผู้ป่วย รวมทั้งการจัดบริการตรวจรักษานอกโรงพยาบาลและทีมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่และทีมหมอครอบครัวดูแลถึงบ้าน เพื่อให้การดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง  สำรวจกลุ่มเสี่ยงได้แก่ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ หญิงตั้งครรภ์และหลังคลอด หากต้องการความช่วยเหลือ ทางส่วนกลางพร้อมสนับสนุนตลอด 24 ชั่วโมง

    ด้านแพทย์หญิงภาวิณี เอี่ยมจันทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุโขทัย กล่าวว่า โรงพยาบาลได้เตรียมความพร้อมโดยประสานกับชลประทานจังหวัดสุโขทัย ระดมติดเครื่องสูบน้ำ 8 เครื่องเตรียมพร้อมระบายน้ำได้ทันที พร้อมกันนี้ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการนำบิ๊กแบ็ก 300 ใบ หากมีน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมภายในโรงพยาบาล

      ขอเตือนประชาชนอยู่ในบริเวณที่มีน้ำท่วมหรือจะเดินทางไปในบริเวณที่มีน้ำท่วม ควรยึดหลัก      “3 ห้าม 2 ให้” เพื่อป้องกันการจมน้ำ ดังนี้ 3ห้าม คือ ห้ามหาปลา/เก็บผัก ในช่วงน้ำไหลหลาก ห้ามดื่มสุราแล้วลงเล่นน้ำและห้ามเด็กเล็กลงเล่นน้ำ เพราะน้ำอาจไหลแรงทำให้เด็กพลัดตกหรือถูกน้ำพัดได้

     ส่วน 2 ให้ คือ ให้สวมเสื้อชูชีพ  และให้เดินทางเป็นกลุ่มหากประสบอุบัติเหตุจะได้ช่วยเหลือกันได้ในเบื้องต้นประชาชนเจ็บป่วยฉุกเฉินโทรขอความช่วยเหลือ 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง

วธ.รุกโปรโมทโขนทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298462

วธ.รุกโปรโมทโขนทั่วโลก

เสนอยูเนสโกชูโขนเป็นมรดกจับต้องไม่ได้, ดันโขนเป็นมรดกจับต้องไม่ได้

วธ.เสนอให้โขนได้รับการบรรจุเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อยูเนสโก

     นายวีระ  โรจน์พจนรัตน์  รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า นับตั้งแต่วธ.เริ่มจัดโขน ไปแสดงยังประเทศต่างๆเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเกือบครบทุกภูมิภาคทั่วโลกแล้ว ซึ่งแต่ละประเทศที่วธ.นำคณะโขนไปจัดแสดง ก็ได้รับการตอบรับเป็นออย่างดี โดยในปี 2561 จะนำคณะโขนไปแสดงยังกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย

     การนำคณะโขนไปจัดแสดงยังประเทศต่างๆเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์นนั้น วธ.จะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพราะถือว่าเป็นแผนในการประชาสัมพันธ์โขนให้ทั่วโลกได้รู้จัก เพื่อการผลักดันให้โขนได้รับการบรรจุเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ซึ่งวธ.ได้เสนอเรื่องไปยังยูเนสโกแล้ว

    ล่าสุดได้ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ จัดแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ที่โรงละครมารินสกี้ นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย เนื่องในโอกาสครบรอบ 120 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-รัสเซีย โดยนำคณะนาฏศิลปะและดนตรี จากกรมศิลปากร เมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปทรงเป็นประธานการแสดงโขนและทอดพระเนตรการแสดงโขน ณ โรงละครมารินสกี้ด้วย

     ทั้งนี้ไทยกับรัสเซียมีความสัมพันธ์มายาวนานทั้งในระดับราชวงศ์และด้านต่างๆ ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เสด็จฯเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการ ในฐานะผู้แทนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 2-11 ก.ค. ปี 2550 เพื่อร่วมฉลองโอกาสครบรอบ 110 ปี ความสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย

     นอกจากนี้ไทยและรัสเซีย มีการกระชับความสัมพันธ์ รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือและความตกลงทวิภาคีเรื่องต่างๆ มาต่อเนื่อง รวมทั้งความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวัฒนธรรมไทย-รัสเซีย ซึ่งปัจจุบัน กระทรวงวัฒนธรรมไทยและรัสเซีย ได้จัดทำพิธีสารระหว่างกันแล้วจำนวน 3 ฉบับ โดยฉบับล่าสุดได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ เมื่อปี 2558-2560

รำลึกในหลวงร.9 ผ่านหนังสือ“นวมรัชขัตติยานุสรณ์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298448

รำลึกในหลวงร.9 ผ่านหนังสือ“นวมรัชขัตติยานุสรณ์”

มกรำลึกในหลวงร9ผ่านหนังสือ นวมรัชขัตติยานุสรณ์, คณะมนุษยศาสตร์, เรื่อง

คณะมนุษยศาสตร์ มก.จัดพิมพ์หนังสือ “นวมรัชขัตติยานุสรณ์” รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ รวบรวมผลงาน99 เรื่อง แสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคต ในหลวงร.9

    มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.)ได้ร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช”นวมรัชขัตติยานุสรณ์” ประกอบด้วย การบรรเลงและขับร้อง “บทเพลงผลงานสร้างสรรค์”

ได้แก่ เพลงโหมโรงนวราชาประพันธ์โดย ผศ.ณรงค์ เขียนทองกุล ต่อด้วย เพลงราษฎร์กำสรวล ประพันธ์โดยผศ.ภาณุภัค โมกขศักดิ์ และเพลงสิ้นแสงสุรีย์ ประพันธ์โดยอ.นัฐชา โพธิ์ศรี ประพันธ์ พร้อมจัดพิมพ์ “หนังสือ นวมรัชขัตติยานุสรณ์” รวบรวมผลงานรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระประมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อแสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคต

ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดีมก.กล่าวว่า คณะมนุษยศาสตร์ มก.ได้จัดพิมพ์หนังสือ นวมรัชขัตติยานุสรณ์ ซึ่งเป็นการรวบรวมผลงานรำลึงถึงพระบาทสมเด็จพระประมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จำนวน 99 ผลงาน

อาทิ กวีนิพนธ์บทเพลง บันทึกความทรงจำ ภาพถ่าย ภาพวาด ภาพสร้างสรรค์เพื่อเป็นอมตานุสรณ์ในวาระดังกล่าว ทั้งได้อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ จำนวน 9 องค์ และพระบรมราโชวาทจำนวน 9 องค์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัย

และคำประกาศราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติในคราวที่มก. ทูลเกล้าฯถวายปริญญาศิลปศาสตร ดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาดนตรี และสาขาภาษาศาสตร์ประยุกต์เพื่อบันทึกและเผยแพร่พระเกียรติคุณด้านมนุษย์อีกทางหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม การรวบรวมผลงานมีความสำคัญและเป็นประเด็นที่มหาวิทยาลัยจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเผยแพร่ และให้บุคลากร นิสิตมก.ตระหนักและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณต่อพระองค์ท่านอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนั้น เสวนา หัวข้อ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร กับงานด้านมนุษยศาสตร์” และ “จากพระราชจริยาวัตรและพระราชกรณียกิจสู่แรงบันดาลใจในชีวิต”โดยมีนายจิณณวัตร มั่นทรัพย์ อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์มก. เจ้าของบทประพันธ์ “ภูมิพล กษัตริยาลัย” หนึ่งใน 99 เรื่อง กล่าวว่าท่านเป็นกษัตริย์นักดนตรีอย่างแท้จริง โดยเฉพาะเพลงแจ๊ส เพลงสถาบัน เพลงมาร์ช ที่สะท้อนให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพด้านดนตรีของพระองค์ท่านที่มีความหลากหลาย และเป็นต้นแบบความรู้ให้แก่นิสิตนักศึกษาที่เรียนดนตรีทุกคน ซึ่งทุกคนสามารถนำบทเพลงของพระองค์ท่านมาวิเคราะห์ เรียนรู้ได้

อีกทั้งการพระราชนิพนธ์เพลงแจ๊ส ทำให้เกิดวงดนตรีแจ๊สมากขึ้น ซึ่งดนตรีแจ๊สเป็นของต่างประเทศ หลายคนอาจไม่เข้าใจ พระองค์ท่านทำให้คนไทยเข้าใจดนตรีแจ๊สมากขึ้น และเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น อย่าง วงดุริยางค์ที่มีการนำบทเพลงพระราชนิพนธ์มาบรรเลง ดังนั้น การทรงดนตรีของพระองค์ท่านทรงเป็นที่ยอมรับทั้งในไทยและต่างประเทศ

“เมื่อปีที่ผ่านมา วันที่ประกาศสวรรคตในหลวงร. 9 และจะมีการเคลื่อนขบวนพระศพไปยังสนามหลวง ผมเป็นประชาชนชาวไทยคนหนึ่งในหลายๆ คนที่ไปเฝ้ารอการเคลื่อนขบวนพระศพพระองค์ท่าน แม้ระหว่างทางที่จะไปยังสนามหลวง ต้องเดินเท้า เนื่องจากรถติด แต่ทุกคนเดินเท้ามุ่งหน้าไปสนามหลวง ผมได้ไปเชิงสะพานพระปิ่นเกล้า ตั้งแต่บ่ายโมง และขณะที่ขบวนพระศพเคลื่อนตอน 5 โมงเย็น มีประชาชนเป็นหมื่นเป็นแสนรออยู่ตรงนั้น ตอนที่พระศพเคลื่อนผ่าน ไม่มีเสียงมนุษย์ มีเพียงเสียงใบไม้ เสียงลม และเสียงสะอื้นเบาๆ เป็นเสียงความเงียบความอาลัยต่อในหลวงร.9 จึงได้นำเรื่องราวที่เกิดขึ้นครั้งนั้น เป็นจุดเริ่มต้นในการประพันธ์เพลง เพื่อถวายความอาลัยของประชาชนที่มีต่อพระเจ้าแผ่นดิน”นายจิณณวัตรกล่าว

ด้าน น.ส.เขมนิจ จามิกรณ์ ศิษย์เก่าดีเด่น คณะมนุษยศาสตร์ มก.เจ้าของเรียงความ “น้อมรำลึกและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ – กล่าวว่า ทุกสิ่งที่พระองค์ท่านทรงทำ เป็นแนวคิด วิธีคิดที่สามารถนำมาปฎิบัติได้ เราถูกปลูกฝังมาตลอดจากพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน และหลักคำสอน ไม่ว่าจะเป็น การรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

และยิ่งขณะนี้ได้เห็นพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านจำนวนมาก ดั่งคำกล่าวที่ว่า ลูกตื่นเมื่อพ่อหลับ เราได้รู้ถึงความดีงาม และสิ่งที่พระองค์ท่านทำเพื่อประชาชนชาวไทยมากมายที่ทุกคนสามารถเลือกดำเนินการตามพระองค์ท่านได้ ทั้งด้านดนตรี ภาษา การเกษตร การใช้ชีวิต โดยเฉพาะภาษา ที่เป็นเอกลักษณ์ของคนไทยที่ควรนำมาปฎิบัติ ใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง

“เราในฐานะศิลปินนักแสดง ได้นำหลักคำสอนของพระองค์ท่านมาใช้ตลอด นักแสดง ศิลปินเหมือนเป็นคนที่อยู่ด้านหน้า สิ่งที่เรากระทำ แสดงออกย่อมสะท้อนไปถึงผู้อื่น หากทำทุกอย่างด้วยความบริสุทธิ์ใจ จริงใจ ตั้งใจทำ สิ่งที่เราสื่อออกมาก็จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ทุกคนสามารถทำตามหน้าที่ตนเองได้ ซึ่งทุกคนต่างมีหน้าที่ โดยเราต้องเริ่มต้นจากตัวเราเอง ทำหน้าที่ของเรา ไม่หลงลืมว่าเราเป็นใคร กำลังทำอะไร และทำทุกอย่างเพื่อสังคม ประเทศชาติ เรียงความในหนังสือนวมรัชขัตติยานุสรณ์ เป็นการถ่ายทอดจากความรู้สึก ต่อพระองค์ท่าน เป็นสิ่งที่เราจะทำตามหน้าที่ของตัวเอง ซึ่งทุกคนต่างมีหน้าที่ การทำดีแม้จะเป็นเรื่องยากและเห็นผลช้า แต่ทุกคนต้องทำดี ทำตามความถนัด ความสามารถของเราเอง” น.ส.เขมนิจ กล่าว

สกสค.เท!! บอร์ดกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษฯยกชุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298447

สกสค.เท!! บอร์ดกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษฯยกชุด

กองทุนสนับสนุนพิเศษ, สกสค, บอร์ด, ยกเลิกบอร์ดกองทุนสนับสนุนพิเศษ

มติบอร์ด สกสค.ยกเลิกกรรมการบริหารกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษฯ ชี้ไม่กระทบการทำงาน เจรจาธ.ออมสิน ไม่หัก 1% เข้ากองทุนส่งที่ครูโดยตรงคาดเริ่มม.ค.61

     เนื่องจากกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคง ตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ ฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ไม่ใช่มีสถานะเป็นนิติบุคคล

ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการ สกสค.เมื่อวันที่ 9 ต.ค.60  นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค.ชี้แจงถึงสถานะของกองทุนเงินสนับสนุนฯ ว่าอยู่ในกำกับของสำนักงาน สกสค.ซึ่งมี  นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์  รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน จึงพิจารณาและมีมติให้ ยุบคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนพิเศษฯและระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ที่ออกโดยคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนพิเศษฯ ชุดที่ผ่านมา และให้คณะกรรมการสกสค. ซึ่งมีรมว.ศึกษาธิการ ดูแล

นพ.ธีระเกียรติ  กล่าวว่า  การยุบคณะกรรมการ จะไม่มีผลต่อการดำเนินงาน เพราะในอนาคตจะต้องตั้งคณะกรรมการกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษฯ ขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง เพื่อให้คำปรึกษาแต่ไม่มีอำนาจบริหารจัดการกองทุนฯ

ทั้งนี้ เมื่อยุบคณะกรรมการกองทุนเงินสนับสนุนฯ และข้อบังคับต่าง ๆ แล้ว จะต้องจัดทำข้อบังคับและยกร่างสัญญาข้อตกลงความร่วมมือที่ทำไว้กับธนาคารออมสินใหม่   เบื้องต้น ทางสำนักงานสกสค. จะไม่รับเงิน 1% ที่ธนาคารออมสินคืนเงินส่วนต่างเข้ากองทุนเงินสนับสนุนพิเศษฯ อีกต่อไป โดยจะคืนเงินในส่วนนี้ให้กับครูที่มีวินัยในการชำระหนี้ที่ดี

ส่วนแนวทางจะเป็นอย่างไรนั้น เป็นเรื่องที่ทางสำนักงานสกสค. และธนาคารออมสิน ต้องไปวางแนวทางร่วมกัน คาดว่า จะมีผลตั้งแต่เดือนมกราคม 2561 เป็นต้นไป

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมยังหารือกรณี การทำประกันชีวิตครู ซึ่งขณะนี้มีหลายรายกรมธรรม์จะครบ 9 ปี ที่ผ่านมามีผู้ร้องเรียนเข้ามาจำนวนมากว่า เบี้ยประกันค่อนข้างสูง ดังนั้น มอบให้ สกสค. เข้าไปดูแลเรื่องนี้ โดยได้ศึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการประกันชีวิต ธนาคารออมสิน ธนาคารแห่งประเทศไทย และผู้เชี่ยวชาญทางการเงินหลายแห่ง เพื่อดูเงื่อนไขการประกันที่ดีที่สุด เป็นธรรมกับครูที่สุดอยู่ที่ไหน ต้องทำทุกอย่างให้มีความยุติธรรมที่สุด ส่วนรายละเอียดจะดำเนินการอย่างไรนั้น ยังไม่สามารถบอกได้

ส่วนการติดตามเงินคืนจากธนาคารออมสิน ที่หักเงินกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษฯ  เพื่อชำระหนี้แทนผู้กู้ที่ค้างชำระเกิน 3งวดขึ้นไปนั้น ก็ต้องว่ากันไปตามขั้นตอน  ซึ่งขณะนี้ธนาคารออมสินยังยืนยันว่า หักเงินตามข้อตกลงที่ทำไว้  ซึ่งเรื่องนี้ยังเป็นข้อถกเถียง โดยจะต้องมีการเจรจาร่วมกันอีกครั้ง คาดว่าจะได้ข้อยุติเร็ว ๆ นี้

ศิลปากรวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์น้อมถวายอาลัยร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298347

ศิลปากรวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์น้อมถวายอาลัยร.9

วาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์

ศิษย์ปัจจุบันศิษย์เก่าและอาจารย์คณะจิตรกรรมม.ศิลปากรวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์บนผ้าใบ ขนาด1.90 เมตรx2.60เมตรรวม9ภาพเพื่อน้อมถวายอาลัยแด่ในหลวงร.9

    คณะจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร วาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2560 นักศึกษาจากคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตวังท่าพระ

ศิลปากรวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์น้อมถวายอาลัยร.9

ศิลปากรวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์น้อมถวายอาลัยร.9ศิลปากรวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์น้อมถวายอาลัยร.9

ทั้งศิษย์ปัจจุบัน ศิษย์เก่าและอาจารย์ประมาณ 50 คน ร่วมวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์บนผ้าใบ ขนาด 1.90 เมตรx 2.60 เมตร รวมทั้งสิ้น 9 ภาพ

ศิลปากรวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์น้อมถวายอาลัยร.9

ศิลปากรวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์น้อมถวายอาลัยร.9

ศิลปากรวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์น้อมถวายอาลัยร.9

ศิลปากรวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์น้อมถวายอาลัยร.9

เพื่อน้อมถวายอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดยภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทั้งหมดจะนำมาติดตั้งที่กำแพงมหาวิทยาลัยฝั่งถนนมหาราช หรือบริเวณฝั่งท่าช้าง

ศิลปากรวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์น้อมถวายอาลัยร.9ศิลปากรวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์น้อมถวายอาลัยร.9

ศิลปากรวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์น้อมถวายอาลัยร.9