ปลูกป่าร่วมใจทำดีเพื่อพ่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/287548

ปลูกป่าร่วมใจทำดีเพื่อพ่อ

โรงเรียนชายแดน, ปลูกป่า, ร่วมใจ, ทำดี, เพื่อ, พ่อ

 โรงเรียนบ้านแม่สลิดหลวงวิทยา จัดกิจกรรม โครงการ ศธ. ปลูกป่าร่วมใจทำดีเพื่อพ่อ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

         โรงเรียนบ้านแม่สลิดหลวงวิทยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่ติดชายแดนประเทศไทยและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก จัดกิจกรรม โครงการ ศธ. ปลูกป่าร่วมใจทำดีเพื่อพ่อ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

ปลูกป่าร่วมใจทำดีเพื่อพ่อปลูกป่าร่วมใจทำดีเพื่อพ่อ

      โดยมีส่วนราชการต่างๆ ในพื้นที่ร่วมกันปลูกต้นไม้บริเวณโรงเรียน อาทิ เจ้าหน้าที่ป่าไม้จากอุทยานแห่งชา่ติแม่เมย เจ้าหน้าที่ทหารพราน จากกองร้อยทหารพรานที่ 3505เจ้าหน้าที่ รพ.สต.แม่สอง เจ้าหน้าที่จาก อบต.แม่สอง อำเภอท่าสองยาง คณะครู นักเรียน รวมประมาณ 200 คน และต้นไม้ที่ปลูก ประมาณ 3,000 ต้น ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายสุเธียร อินทะใจ ปลัด อบต.แม่สอง อำเภอท่าสองยาง ให้เกียรติมาเป็นประธานและร่วมปลูกต้นไม้ในครั้งนี้ด้วย

ปลูกป่า 3,500 ต้นสร้างจิตสำนึกคนรุ่นใหม่รักษ์ธรรมชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/287577

ปลูกป่า 3,500 ต้นสร้างจิตสำนึกคนรุ่นใหม่รักษ์ธรรมชาติ

แม่ฟ้าหลวง, ปลูกป่า, 3500, มฟล

สวนพฤกษศาสตร์ มฟล. ร่วมกับ ศธ. จัดโครงการปลูกป่าเพื่อพ่อ 3,500 ต้น ปลูกจิตสำนึกคนรุ่นใหม่รักษ์ธรรมชาติ

      มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) โดย โครงการสวนพฤกษศาสตร์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษามหาราชา ร่วมกับ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงราย กระทรวงศึกษาธิการ จัดโครงการ “ศธ. ร่วมใจปลูกป่าร่วมใจทำดีเพื่อพ่อ” ในวันศุกร์ที่ 14 กรกฎาคม 2560 ณ สวนพฤกษศาสตร์ฯ มฟล.

ปลูกป่า 3,500 ต้นสร้างจิตสำนึกคนรุ่นใหม่รักษ์ธรรมชาติปลูกป่า 3,500 ต้นสร้างจิตสำนึกคนรุ่นใหม่รักษ์ธรรมชาติ

ดร.จันทรารักษ์ โตวรานนท์ หัวหน้าโครงการสวนพฤกษศาสตร์ฯ กล่าวว่า มฟล. ได้จัดโครงการปลูกป่ามาอย่างต่อเนื่อง ตลอด 19 ปีแห่งการสถาปนาสถาบัน โดยกิจกรรมครั้งนี้ได้ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ปลูกป่าเพื่อเป็นการสนองพระราชดำริในการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช โดยมีผู้บริหาร พนักงาน และนักศึกษา มฟล. ร่วมกันปลูกกล้าไม้จำนวนกว่า 3,500 ต้น ประกอบด้วยพันธ์ไม้ต่างๆ 14 ชนิด ได้แก่ กัลปพฤกษ์ ราชพฤกษ์ ชัยพฤกษ์ คำมอกหลวง สักทอง งิ้วแดง นนทรี มะค่าโมง มะฮอกกานี มะขาม มะเกี๋ยง พิกุล หางนกยูงฝรั่ง และอินทนิล บนพื้นที่กว่า 10 ไร่ ซึ่งได้ปลูกพร้อมกันกับสถานศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศ

ปลูกป่า 3,500 ต้นสร้างจิตสำนึกคนรุ่นใหม่รักษ์ธรรมชาติปลูกป่า 3,500 ต้นสร้างจิตสำนึกคนรุ่นใหม่รักษ์ธรรมชาติปลูกป่า 3,500 ต้นสร้างจิตสำนึกคนรุ่นใหม่รักษ์ธรรมชาติ

 

เข้าถวายมุฑิตาจิตน้อมถวายสักการะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/287573

เข้าถวายมุฑิตาจิตน้อมถวายสักการะ

วธ, เข้า, ถวาย, มุฑิตา, จิต, น้อม, สักการะ

คณะผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม เข้าถวายมุฑิตาจิตน้อมถวายสักการะเเด่ พระเทพเมธี รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร

      นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วยนายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายมานัส ทารัตน์ใจ อธิบดีกรมการศาสนา เเละคณะผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม เข้าถวายมุฑิตาจิตน้อมถวายสักการะเเด่ พระเทพเมธี รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร และติดตามความคืบหน้าการบูรณะพระปรางค์วัดอรุณฯ ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ

เข้าถวายมุฑิตาจิตน้อมถวายสักการะเข้าถวายมุฑิตาจิตน้อมถวายสักการะเข้าถวายมุฑิตาจิตน้อมถวายสักการะ


เปิดคลินิกหมอครอบครัวตำบลดีลัง จ.ลพบุรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/287543

เปิดคลินิกหมอครอบครัวตำบลดีลัง จ.ลพบุรี

สธ, จลพบุรี, คลินิกหมอครอบครัว

สธ.เปิดคลินิกหมอครอบครัวตำบลดีลัง จ.ลพบุรี เพิ่มโอกาสเข้าถึงบริการด้านสุขภาพให้ประชาชนคาดอีก 10 ปี คนไทยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและทีมสหวิชาชีพ 6,500 ทีม

       นพ. โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานและเปิดคลินิกหมอครอบครัวตำบลดีลัง  อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ว่ารัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับนโยบาย “คลินิกหมอครอบครัว” ที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสเข้าถึงบริการของรัฐ มุ่งหวังให้ประชาชนเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพทัดเทียมกัน โดยใช้ระบบการแพทย์ปฐมภูมิดูแลประชาชนในทุกมิติสุขภาพ มีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ครอบครัว และทีมสหวิชาชีพดูแลประชาชนในสัดส่วนที่เหมาะสม คือ ประชากร 10,000 คนต่อ 1 ทีม ขณะนี้การขับเคลื่อนคลินิกหมอครอบครัวได้ผลดี สามารถดำเนินการแล้ว 596 ทีม ใน 12 เขตสุขภาพ ครอบคลุม 76 จังหวัด มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ครอบครัวจำนวน 700 คน ดูแลประชากร 6,287,809 คน

จากการประเมินผลการดำเนินงานในระยะสั้นเห็นผลชัดเจนใน 3 เรื่อง ดังนี้1.ช่วยลดการใช้บริการที่โรงพยาบาลใหญ่ได้ถึงร้อยละ 60 มีเฉพาะผู้ป่วยที่จำเป็นต้องไปรับบริการ ทำให้แพทย์สามารถเน้นการดูแลเฉพาะทางได้ 2.ลดเวลารอคอยในโรงพยาบาลใหญ่จาก 172 นาที เหลือ 44 นาที 3.ลดค่าใช้จ่ายของประชาชนในการเดินทางไปโรงพยาบาล 1,655 บาท

โดยในปี 2560 นี้ ตั้งเป้าให้โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปทุกแห่งทั่วประเทศ จัดตั้งคลินิกหมอครอบครัวในเขตเมือง และเพิ่มในเขตชนบทอย่างน้อยจังหวัดละ 1 แห่ง รวมเป็น 472 ทีม ซึ่งอีก 10 ปีข้างหน้าในปี 2569 คนไทยจะมีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและทีมสหวิชาชีพ 6,500 ทีม  และกระทรวงสาธารณสุขร่วมกับราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวผลิตอีก 5,200 คน ซึ่งระหว่างรอการผลิตได้มีการจัดอบรมระยะสั้น “เวชศาสตร์ครอบครัวสำหรับแพทย์ปฏิบัติงานในคลินิกหมอครอบครัว” นอกจากนี้ ในปี  2561 ได้เพิ่มโรงพยาบาลที่เป็นแหล่งผลิตแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวอีก 71 แห่ง คาดว่าสามารถผลิตแพทย์ได้เพิ่มอีกเกือบเท่าตัว จากปีละ 270 คน เป็น 500 คน เพื่อให้มีแพทย์ในคลินิกหมอครอบครัวดูแลสุขภาพให้กับคนไทยทุกคน

สำหรับ คลินิกหมอครอบครัวตำบลดีลัง อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี อยู่ในเครือข่ายโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดีลัง มีทีมหมอครอบครัว ทีมสหวิชาชีพ และมีแพทย์ที่ผ่านการอบรมเวชศาสตร์ครอบครัวเป็นผู้ร่วมให้บริการและให้คำปรึกษาอยู่ประจำ ดูแลประชากร 8,162คน โดยใช้ระบบให้คำปรึกษาแบบเป็นเครือข่าย ทำงานครอบคลุมงานด้านการส่งเสริม ป้องกัน รักษา ฟื้นฟูสภาพ และส่งต่อโรงพยาบาลแม่ข่ายเมื่อเกินขีดความสามารถ มีบริการอาทิ ตรวจรักษาโรคทั่วไป โรคเรื้อรัง มีคลินิกโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ฝากครรภ์ วางแผนครอบครัว ฉีดวัคซีน ทันตกรรม แพทย์แผนไทย บริการเยี่ยมบ้าน เป็นต้น

แนะปรับพฤติกรรมเสี่ยงต่อมลูกหมากโต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/287539

แนะปรับพฤติกรรมเสี่ยงต่อมลูกหมากโต

ต่อมลูกหมาก, Andropause, Benign Prostate Hyperplasia, Lower Urinary Tract Symptoms, ดีอาร์อี, Digital Rectal Examination, Saw Palmetto, vaporization

เผยชายสูงวัยเสี่ยงต่อลูกหมากโตเพิ่มขึ้น แนะปรับพฤติกรรมเสี่ยง ระดมผู้เชี่ยวชาญรักษาพัฒนาการรักษาด้วยวิธี ใช้เลเซอร์สลายต่อมลูกหมากโต หวังช่วยลดการบาดเจ็บ

        นพ. ดำรงพันธ์ วัฒนะโชติ ผู้อำนวยการศูนย์โรคระบบทางเดินปัสสาวะกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ เปิดเผยว่า เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้นสิ่งที่ตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้คือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่ค่อยๆ ลดลง โดยเฉพาะในเพศชายที่พบว่าเมื่อใดที่ระดับแอนโดรพอส (Andropause) ในร่างกายเปลี่ยนไป ก็จะส่งผลต่อร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ ไม่ต่างจากผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือน ซึ่งในช่วงเวลานี้ นอกจากการเปลี่ยนแปลงภายนอกที่แสดงออกอย่างชัดเจนแล้ว สิ่งผิดปกติที่เกี่ยวเนื่องและเกิดขึ้นกับระบบทางเดินปัสสาวะนั้น ยังเป็นความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ หย่อนสมรรถภาพทางเพศ ไปจนถึงโรคที่ส่งผลกระทบต่อต่อมลูกหมาก เช่น ต่อมลูกหมากโต และมะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นต้น ความผิดปกติของต่อมลูกหมากนั้น พบได้บ่อยใน 3 โรคที่ชายไทยเป็นมากอันดับ 1 คือ โรคต่อมลูกหมากโต พบมากถึง 80% รองลงมาคือโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก คิดเป็น 18% และโรคต่อมลูกหมากอักเสบในสัดส่วนอยู่ที่ 2%

 แนะปรับพฤติกรรมเสี่ยงต่อมลูกหมากโต

         นพ. ดำรงพันธ์ กล่าวว่า โรคต่อมลูกหมากโต หรือ BPH (Benign Prostate Hyperplasia) โรคนี้พบได้ตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป ยิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งพบได้มากชึ้น ซึ่งพบมากถึง 80% ในชายสูงอายุวัย 80 ปีขึ้นไป ในช่วงที่ฮอร์โมนในร่างกายเริ่มลดลง อย่างไรก็ตามในความหมายของโรคต่อมลูกหมากโตนั้นทางการแพทย์เราให้ความสำคัญและเน้นในอาการขับถ่ายปัสสาวะของผู้ป่วยที่ผิดปกติไปเป็นหลักมากกว่าขนาดของก้อนต่อมลูกหมาก ซึ่งปกติเพศชายเมื่ออายุ 20 ปี จะมีขนาดประมาณ 20 กรัม แต่จะค่อยๆโตขั้นตามอายุ ดังนั้นเพศชายสองคนอายุมากกว่า 60 ปี คนหนึ่งมีขนาดต่อมลูกหมาก 30 กรัม อาจจะมีอาการมากกว่าอีกคนหนึ่งที่มีขนาดต่อมลูกหมาก 50 กรัมก็ได้ ปัจจุบันนี้เราเรียกผู้ป่วยที่มีอาการต่อมลูกหมากโตแต่ว่าขนาดต่อมไม่โตมากแบบนี้ว่า อาการทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง หรือเรียกชื่อทับศัพท์ว่า แอลยูทีเอส LUTS (Lower Urinary Tract Symptoms) ไม่เรียกว่า โรคต่อมลูกหมากโต (บีพีเอช Benign Prostate Hyperplasia, BPH) อย่างไรก็ตามอาการแทบจะเหมือนกันหมด

       อาการของโรคต่อมลูกหมากโต ปกติตามอายุที่เริ่มมากขึ้น 45-50 ปีขึ้นไปเมื่อต่อมลูกหมากโตขึ้นก็จะบีบท่อปัสสาวะ ทำให้เกิดการระคายเคือง ปัสสาวะขัด ปวดปัสสาวะบ่อยขึ้น ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นจะแตกต่างกันไป แต่อาการที่สังเกตได้ชัดเจน คือ ปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะตอนกลางคืน กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ หรือต้องเบ่งปัสสาวะจนกว่าจะออก ในบางรายปัสสาวะไม่พุ่ง สะดุดเป็นช่วงๆ มีปัสสาวะหยดเมื่อใกล้จะสุด หรือปัสสาวะเสร็จแล้วแต่ยังรู้สึกปัสสาวะไม่สุด ในขณะที่บางรายอาจไม่มีอาการเตือนใดๆ เลย แต่กลับพบมีอาการปัสสาวะไม่ออกเฉียบพลัน และมีอาการปวดปัสสาวะรุนแรงมากก็เป็นได้

 แนะปรับพฤติกรรมเสี่ยงต่อมลูกหมากโต

       การตรวจวินิจฉัยต่อมลูกหมากโตของแพทย์ในปัจจุบันจะใช้วิธีการซักประวัติเพื่อตรวจสอบอาการ และหาสาเหตุในเบื้องต้นประกอบกับผลตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ และตรวจวัดความแรงของสายปัสสาวะ และขนาดของต่อมลูกหมากที่เปลี่ยนแปลงไปโดยใช้เครื่องอัลตราซาวนด์เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ในทางปฏิบัติของการตรวจร่างกายนั้นสิ่งหนึ่งที่จำเป็นและถือว่าเป็นการตรวจขั้นพื้นฐานที่ประหยัดที่สุด คือการตรวจคลำต่อมลูกหมากผ่านทางท่อทวารหนัก “ดีอาร์อี” (Digital Rectal Examination) เพื่อดูลักษณะผิดปกติและความแน่นของเนื้อต่อมลูกหมาก วัดขนาดคร่าวๆที่ประมาณเป็นมิลลิลิตรหรือน้ำหนักเป็นกรัม ลักษณะผิวเรียบหรือมีก้อนขรุขระ ความยืดหยุ่นหรือแข็งมาก ตลอดจนความรู้สึกเจ็บมากกว่าความรู้สึกอึดอัดหรือเจ็บ จากการที่ถูกคลำผ่านท่อทวารหนัก

        การรักษาโรคต่อมลูกหมากโต แบ่งได้เป็นสองวิธีคือการรักษาด้วยยาที่ช่วยคลายการบีบเกร็งของกล้ามเนื้อต่อมลูกหมาก เรียกว่ายาต้านระบบประสาทอัลฟ่า ยาที่ช่วยยับยั้งการสร้างฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งมีผลต่อขนาดของต่อมลูกหมาก เรียกว่า กลุ่มยาต้านฮอร์โมนดีเอชที และกลุ่มยาที่สกัดสมุนไพรร่วมด้วย เรียกกว่า ซอว์พาลเมตโต (Saw Palmetto) โดยแพทย์จะให้การรักษาตามอาการเป็นหลัก ในกรณีที่อาการรุนแรง กินยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น ปัสสาวะไม่ออกจนต้องใส่สายสวน อาจจำเป็นต้องผ่าตัดเพื่อขูดต่อมลูกหมากออก ด้วยการส่องกล้องกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งทำได้ 2 แบบ คือ แบบแรก การรักษาทางศัลยกรรมผ่านทางกล้องส่องกระเพาะปัสสาวะ เรียกว่า TURP (Transurethral Resection of the Prostate) เป็นการผ่าตัดที่เป็นมาตรฐาน โดยใช้กล้องส่องผ่านท่อปัสสาวะ

 แนะปรับพฤติกรรมเสี่ยงต่อมลูกหมากโต

        จากนั้นแพทย์จะใช้วิธีตัดหรือขูดต่อมลูกหมากออกเป็นชิ้นเล็กๆ ด้วยเครื่องมือแบบขดลวดสำหรับตัดและจี้ด้วยไฟฟ้าแบบประจุเดี่ยว โมโนโพล่า ที่มีความปลอดภัยสูง เพื่อตัดและหยุดเลือดออกไปได้พร้อมกัน และแบบที่ 2 การผ่าตัดขูดต่อมลูกหมากโตผ่านกล้องส่องทางท่อปัสสาวะ (Transurethral Vaporized-Resection of the Prostate) TURPV หรือ Plasma Kinetic (PK) เป็นการใช้เครื่องตัดและจี้ด้วยระบบไฟฟ้าประจุคู่ ไบโพล่า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการเก็บรักษาเนื้อเยื่อที่อยู่ใต้ส่วนที่ถูกตัดและจี้ด้วยไฟฟ้าไม่ให้ไหม้เกรียมมากเกินไป มีระบบช่วยละเหิดเนื้อเยื่อไปด้วยคล้ายคลึงกับการใช้แสงเลเซอร์ คือ แวโพไลเซชั่น (vaporization) “การผ่าตัดโดยการใช้กล้องส่องผ่านท่อปัสสาวะ เป็นการเข้าไปตัดเอาชิ้นเนื้อส่วนที่เกินออกมาจากต่อมลูกหมาก ซึ่งเป็นวิธีผ่าตัดที่แพทย์นิยมใช้กันเป็นส่วนใหญ่ ในรายที่มีอาการหนักหรือมีภาวะแทรกซ้อน โดยใช้วิธีสอดท่อที่มีกล้องขนาดเล็กผ่านเข้าทางท่อปัสสาวะ ซึ่งตรงปลายท่อจะมีเครื่องมือผ่าตัดขนาดเล็กเพื่อใช้สำหรับตัดเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากส่วนที่กดทับท่อปัสสาวะไว้ได้

        อย่างไรก็ตามวิธีนี้สามารถทำได้โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น โดยระหว่างการผ่าตัดผู้ป่วยจะได้รับการวางยาเฉพาะส่วนล่าง จึงทำให้ไม่รู้สึกเจ็บ และหลังการรักษาประมาณ 3-4 วันแรกผู้ป่วยต้องใส่สายสวนปัสสาวะเพื่อให้กระเพาะปัสสาวะได้พัก และรอให้ปัสสาวะใสเสียก่อนแล้วจึงเอาสายสวนออก หลังจากนั้นผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้นภายใน 2-4 สัปดาห์

 แนะปรับพฤติกรรมเสี่ยงต่อมลูกหมากโต

        นพ. ภาณุ ตัญจพัฒน์กุล ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ ศูนย์โรคระบบทางเดินปัสสาวะกรุงเทพ กล่าวเสริมว่านอกจากนี้ ยังมีการรักษาด้วยเทคนิคการผ่าตัดด้วยแสงเลเซอร์กรีนไลท์ PVP (Green Light PVP : Photo-selective Vaporization of Prostate) ที่เริ่มใช้รักษาโรคต่อมลูกหมากโตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เสียเลือดน้อยลง เจ็บตัวน้อยลง และพักฟื้นได้อย่างรวดเร็ว “PVPเป็นนวัตกรรมใหม่ของเทคนิคการผ่าตัดต่อมลูกหมากโต ที่ใช้หลักการรุกล้ำน้อยที่สุด หลักการก็คือสอดท่อที่มีกล้องขนาดเล็กผ่านเข้าทางท่อปัสสาวะ เหมือนการผ่าตัดส่องกล้อง แต่เปลี่ยนจากใช้ที่ขูด เป็นแสงเลเซอร์ที่มีพลังงานสูงยิงไปในตำแหน่งที่มีภาวะอุดกั้นในต่อมลูกหมาก โดยแสงเลเซอร์จะไปทำให้เนื้อเยื่อที่กีดขวางทางเดินปัสสาวะนั้นค่อยๆ ระเหิดหายไป ซึ่งวิธีนี้ข้อดีคือ เสียเลือดน้อย เหมาะกับผู้สูงอายุมากๆ หรือมีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจร่วมด้วย นับเป็นวิธีการที่นิ่มนวล ได้ผลปลอดภัย เจ็บปวดน้อย ระยะพักฟื้นสั้น สามารถกลับไปทำกิจวัตรเบาๆ ได้ใน 2-3 วัน มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อย เหมาะกับผู้ป่วยสูงอายุหรือผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวที่ไม่สามารถหยุดยาละลายลิ่มเลือดได้”

         อย่างไรก็ตามโรคต่อมลูกหมากโตป้องกันได้แค่ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่นควรดื่มน้ำเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำครั้งละมากๆ โดยเฉพาะก่อนนอน และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มชา กาแฟ และแอลกอฮอลล์ ที่สำคัญควรปัสสาวะอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรกลั้นปัสสาวะและไม่ควรเบ่งเวลาปวด ถ้าปัสสาวะไม่สุดควรปัสสาวะซ้าอีกครั้งเพื่อไม่ให้มีปัสสาวะค้าง แต่หากพบอาการผิดปกติ ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและวางแผนการรักษาได้อย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันไม่ให้อาการของโรคมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นจนยากต่อการรักษา และมีค่าใช้มากขึ้น

กล้วยๆ ทำความสะอาด”น้องชาย”ให้เกลี้ยง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/287660

กล้วยๆ ทำความสะอาด”น้องชาย”ให้เกลี้ยง

ทำความสะอาด, กล้วย, อวัยวะเพศชาย, กล้วยๆ, น้องชาย

กรมอนามัยแนะ 9วิธีทำความสะอาด “น้องชาย”

กล้วยๆ ทำความสะอาด"น้องชาย"ให้เกลี้ยงกล้วยๆ ทำความสะอาด"น้องชาย"ให้เกลี้ยงกล้วยๆ ทำความสะอาด"น้องชาย"ให้เกลี้ยงกล้วยๆ ทำความสะอาด"น้องชาย"ให้เกลี้ยงกล้วยๆ ทำความสะอาด"น้องชาย"ให้เกลี้ยงกล้วยๆ ทำความสะอาด"น้องชาย"ให้เกลี้ยงกล้วยๆ ทำความสะอาด"น้องชาย"ให้เกลี้ยงกล้วยๆ ทำความสะอาด"น้องชาย"ให้เกลี้ยง


การแสดง“พระบารมีเกริกก้องหล้า มหาวชิราลงกรณ”26-28 ก.ค.2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/287536

การแสดง“พระบารมีเกริกก้องหล้า มหาวชิราลงกรณ”26-28 ก.ค.2560

พระบารมีเกริกก้องหล้า มหาวชิราลงกรณ, มหาวชิราลงกรณ26-28, กค2560

กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร ขอเชิญชมการแสดงเฉลิมเกียรติฯ“พระบารมีเกริกก้องหล้า มหาวชิราลงกรณ” ระหว่างวันที่26-28 ก.ค.2560โทร. 02-224-1342

      ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ด้านการอนุรักษ์มรดกไทย สาขาศิลปะการแสดง โดยเฉพาะการแสดงโขน กระทรวงวัฒนธรรม จึงได้มอบหมายให้กรมศิลปากร โดยสำนักการสังคีต จัดการแสดงเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2560 “พระบารมีเกริกก้องหล้า มหาวชิราลงกรณ” ระหว่างวันที่ 26-28 กรกฎาคม 2560 รายการแสดงประกอบด้วย

การแสดง“พระบารมีเกริกก้องหล้า มหาวชิราลงกรณ”26-28 ก.ค.2560

      องก์ที่ 1 ถวายพระพร แซ่ซ้องสดุดี เป็นการรำถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2560 ตามบทประพันธ์ที่ประพันธ์ขึ้นใหม่โดย นางสาววันทนีย์ ม่วงบุญ บรรจุเพลงโดย นายไชยยะ ทางมีศรี

     องก์ที่ 2 คีตะดนตรี เทิดบารมีจักรีวงศ์ เป็นการบรรเลงและขับร้องโดยวงมหาดุริยางค์ทั้งไทย และสากล ซึ่งคัดเลือกบทเพลงที่เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทั้งบทเพลงที่ทรงโปรด บทเพลงจากความทรงจำเมื่อครั้งทรงพระเยาว์และบทเพลงที่ประพันธ์ขึ้นใหม่ อาทิเพลงประวัติศาสตร์ เพลงลาวเจริญศรี เพลงพระราชนิพนธ์แสงเดือน เพลงโยสลัม เพลงลาวม่านแก้ว เพลงรัชกาลที่ 10

       องก์ที่ 3 นาฏการธำรง ธ ทรงกรุณา เป็นการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ตอนสืบมรรคา ด้วยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงสนพระราชหฤทัยในการแสดงโขนมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ โดยทรงฝึกหัดเป็นตัวหนุมาน ตั้งแต่ พ..2502 ที่โรงเรียนจิตรลดา ผู้ถวายการสอนคือ ครูกรี วรศะริน ศิลปินแห่งชาติ และครูฉลาด พกุลานนท์ ข้าราชการกรมศิลปากร และได้ฝึกหัดการแสดงโขน ตอนสืบมรรคา กรมศิลปากรจึงจัดการแสดงโขนตอนดังกล่าวเพื่อเฉลิมพระเกียรติ และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงเป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมด้านนาฏดุริยางคศิลป์สืบมาจนถึงปัจจุบัน

      กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร ขอเชิญชมการแสดงเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฏาคม 2560 “พระบารมีเกริกก้องหล้า มหาวชิราลงกรณ” ระหว่างวันที่ 26-28 กรกฎาคม 2560 เวลา 14.00 น.ณ โรงละครแห่งชาติ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สำรองที่นั่ง โทร. 02-224-1342

ระบบควบคุมการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ขานรับ ‘มือใหม่หัดปลูก’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/287528

ระบบควบคุมการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ขานรับ ‘มือใหม่หัดปลูก’

ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์อัตโนมัติ, ขานรับ, มือใหม่หัดปลูก, มทร

นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี พัฒนาระบบควบคุมการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์อัตโนมัติ สำหรับมือใหม่หัดปลูก รับเทรนด์สุขภาพอาหารคลีน

      นายนัฐวุฒิ  ดิษฐประสพ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เจ้าของผลงาน เผยว่า การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ เป็นการปลูกพืชแบบไม่ใช้ดินที่นำหลักการทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มผลผลิต ลดปัญหาการใช้สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืช ทั้งยังปลูกได้ทุกสถานที่โดยไม่จำกัดขอบเขต การปลูกพืชด้วยวิธีนี้จึงได้รับการนิยมมากดังเช่นปัจจุบัน ซึ่งผักที่ปลูกจะเป็นผักปลอดสารพิษและสิ่งปนเปื้อนจากดิน แต่การปลูกนั้น ผู้ปลูกต้องมีความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นและความเอาใจใส่เป็นอย่างดี เพื่อให้ผักได้รับความเข้มแสงคงที่ น้ำและสารละลายธาตุอาหารพืชต่อเนื่อง ถ้าขาดปัจจัยเหล่านี้จะทำให้ผักไม่เจริญเติบโต

มีแนวคิดในการสร้างและพัฒนาระบบควบคุมการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ขึ้นมา โดยนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มาประยุกต์ใช้ทำให้การปลูกผักนั้นมีความสะดวกสบายยิ่งขึ้นและเหมาะสำหรับผู้ปลูกมือใหม่ทุกคน ซึ่งร่วมมือกับ นายอาทิตย์ มณีนพ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคมในการออกแบบพัฒนา และมี นายนิสิต  ภูครองตา อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี เป็นที่ปรึกษา

ระบบควบคุมการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ขานรับ ‘มือใหม่หัดปลูก’

“การออกแบบระบบควบคุมการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ จะใช้ Light Emitting Diode : LED แบบ Strip สีแดงและสีน้ำเงินในอัตราส่วน 4:2 เป็นแหล่งกำเนิดแสงให้กับผัก เนื่องจากแสงสีทั้งสองสีนี้เมื่อผสมกันจะเป็นสีม่วง ซึ่งมีผลต่อการเจริญเติบโตได้ จึงนำมาทดแทนแสงจากธรรมชาติ และใช้ไมโครคอนโทรลเลอร์โดยใช้โปรแกรม Arduino IDE ในการออกแบบคิดค้นระบบการปลูก ซึ่งระบบนี้ใช้พื้นที่การปลูก 1 ตารางเมตรซึ่งปลูกได้ทั้งหมด 24 ต้น ผักที่ใช้ปลูกคือ ผักสลัดเรดโอ๊คและกรีนโอ๊ค และให้ระบบควบคุมการปรับค่าพีเอชของสารละลายธาตุอาหารพืช ปรับอุณหภูมิและความชื้นให้มีค่าคงที่ รวมถึงแสดงค่าสถานะผ่านทางหน้าจอมอนิเตอร์” นัฐวุฒิ กล่าว

ผลการทำงานของระบบควบคุมการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ด้วยแสง LED ตามที่กำหนดโดยใช้ความเข้มแสงประมาณ 1,200 – 1,280 lux.ควบคุมค่าพีเอชเท่ากับ 6.5 อุณหภูมิและความชื้นเท่ากับ 27 องศาเซลเซียส และ 72 เปอร์เซ็นต์ เป็นค่าที่เหมาะสมกับการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ทั้ง 2 ชนิด และเจริญเติบโตได้ใกล้เคียงกับผักไฮโดรโปนิกส์ที่ใช้แหล่งกำเนิดแสงจากธรรมชาติ โดยผลจากการวัดขนาดพุ่มผักสลัดเรดโอ๊คได้ 7.26 เซนติเมตร และ 6.86 เซนติเมตรสำหรับกรีนโอ๊ค ขนาดความสูงของลำต้นวัดได้ 2.45 เซนติเมตร และ 2.26 เซนติเมตรตามลำดับในระยะเวลา 4 วัน มีความใกล้เคียงกับสวนผักไฮโดรโปนิกส์ สวนสรสิทธิ์ ใน อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี

ระบบควบคุมการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ขานรับ ‘มือใหม่หัดปลูก’ระบบควบคุมการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ขานรับ ‘มือใหม่หัดปลูก’

ระบบควบคุมการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์อัตโนมัติตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองที่อาศัยในพื้นที่ปิดและจำกัด เช่น คอนโดมิเนียมหรือทาวน์โฮมที่แสงจากธรรมชาติอาจเข้าไม่ถึงหรือเข้าในปริมาณน้อย ทั้งยังตอบโจทย์มือใหม่หัดปลูกที่รักสุขภาพ เมื่อตั้งค่าตามที่กำหนดและปลูก จะใช้เวลาเพียง 40 – 45 วันเท่านั้นก็สามารถเก็บทานได้ทันที โดยที่ระหว่างนั้นไม่ต้องดูแลอะไรมากมาย นับเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ผสมผสานความรู้ระหว่างวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม และความเป็นเกษตร เพื่อให้เกิดความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น ผู้สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อได้ที่เบอร์ 091 415 7838

ปรบมือดังๆ ชื่นชมเด็กไทย คว้าชัย “เคมีโอลิมปิก ครั้งที่ 49”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/287629

ปรบมือดังๆ ชื่นชมเด็กไทย คว้าชัย “เคมีโอลิมปิก ครั้งที่ 49”

เด็กไทย, ปรบมือ, ปรบมือดังๆ, ชื่นชมเด็กไทย, คว้าชัย, เคมีโอลิมปิก, ครั้งที่, สสวท, 49th IChO 

เสียงปรบมือดังกึกก้อง ภายหลังประกาศผลการแข่งขัน “เคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 49” ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ชื่นชมเด็กไทยคว้า 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน

      ท่ามกลางผู้เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 297 คนจาก 76 ประเทศ  สสวท.ชื่นชมความสามารถเด็กไทย ย้ำวิทยาศาสตร์สำคัญต่อการพัฒนาประเทศสู่ไทยแลนด์ 4.0

          ดร.พรพรรณ ไวทยางกูร ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)เปิดเผยว่าการแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 49 (49th IChO )ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-15 กรกฎาคม 2560 ณ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ในวาระสำคัญเพื่อเฉลิมพระเกียรติ ศาตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ผู้ทรงเป็น “เจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์”เนื่องในโอกาสที่ทรงเจริญพระชันษา 60 ปี ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2560  ที่ทรงมีพระปรีชาสามารถ ด้านงานวิจัยในฐานะศาสตราจารย์ด้านเคมีและพิษวิทยา จนได้รับการถวายรางวัลต่างๆ ในระดับนานาชาติ   โดยตลอด 10 วันของการจัดแข่งขันประกอบด้วยการสอบความรู้ทางภาคทฤษฎี และในห้องปฏิบัติการ รวมทั้งกิจกรรมอื่น ๆ เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเยาวชนจากนานาชาติ ช่วยสร้างประสบการณ์และทัศนคติที่ดีร่วมกัน อาทิ กิจกรรมทัศนศึกษาในสถานที่ต่างๆ เช่น พระราชวังสนามจันทร์ จ.นครปฐม, พระบรมมหาราชวัง เกาะรัตนโกสินทร์ เป็นต้น

         การแข่งขันครั้งนี้มีนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 297 คน จาก 76 ประเทศ  ผู้แทนประเทศไทยสามารถคว้าเหรียญรางวัลได้ 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน ดังนี้

นายปภาภัทร์  ดิสนีเวทย์     โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม   เหรียญทอง

นายวริศ  จันทรานุวัฒน์      โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม  เหรียญทอง

นางสาวอภิสรา  กวียานันท์   โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา  กรุงเทพมหานคร   เหรียญเงิน

นายบวรทัต  บุญรักษ์          โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม   เหรียญเงิน

การแข่งขันครั้งนี้ผู้ได้รับรางวัลคะแนนสูงสุดภาคทฤษฎี คือ Alexander Zhigalin นักเรียนจากประเทศรัสเซีย

รางวัลคะแนนสูงสุดภาคปฏิบัติ คือ Ilija Srpak  นักเรียนจากประเทศโครเอเชีย และอันดับสองนักเรียนจากจีนไทเป

สำหรับรางวัลคะแนนรวมสูงสุด คือ  Alexander Zhigalin นักเรียนจากประเทศรัสเซีย อันดับสองคือ จีนไทเป และอันดับสามคือประเทศอิหร่าน

ผู้อำนวยการ สสวท.กล่าวเสริมว่าการแข่งขันมีทั้งการสอบภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างบรรยากาศทางวิชาการแล้ว ยังแสดงให้เห็นว่าเด็กไทยมีความสามารถไม่แพ้ชาติใดในโลก ขณะเดียวกันก็ช่วยให้เห็นความงามและความสำคัญของวิทยาศาสตร์ที่มีต่อการพัฒนาประเทศเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0  อีกด้วย

แชร์ช่วยโครงการคืนช้างคืนโขลง องค์กรพิทักษ์สัตว์ฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/287525

แชร์ช่วยโครงการคืนช้างคืนโขลง องค์กรพิทักษ์สัตว์ฯ

ช้าง, องค์กรพิทักษ์สัตว์ฯ, World Animal Protection, Taken for a ride, Dr Jan Schmidt-Burbach, ช่วยช้างคืนโขลง

Share ไปให้โลกรู้ องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกเดินหน้าโครงการสัตว์ป่าไม่ใช่นักแสดงต่อเนื่อง เผยผู้ประกอบการในไทยเริ่มเข้าร่วม หลังเทรนด์ท่องเที่ยวทั่วโลกเริ่มเปลี่ยน

       เป็นกระบอกเสียงเพื่อให้สัตว์ได้รับความเป็นธรรม เป็นหนึ่งในพันธกิจขององค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (World Animal Protection) ที่ทำหน้าที่ดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องและเข้มแข็ง หนึ่งในหลายโครงการที่ได้รับการยอมรับและถูกพูดถึงในทั่วโลกขณะนี้คือ โครงการสัตว์ป่าไม่ใช่นักแสดง หรือ Wildlife. Not Entertainers ที่ได้มีการประชาสัมพันธ์และดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งไปถึงการส่งเสริมสวัสดิภาพของช้าง ที่ควรมีชีวิตที่ดีตามวิถีธรรมชาติของมัน ถึงปีนี้ ทางองค์กรได้เพิ่มโครงการ 1 แชร์ = 10 บาท ช่วยช้างคืนโขลง เพื่อให้คนไทยได้มีส่วนร่วมในการประชาสัมพันธ์โครงการไปพร้อมกับได้เป็นส่วนหนึ่งของการบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือช้างอีกด้วย

แชร์ช่วยโครงการคืนช้างคืนโขลง องค์กรพิทักษ์สัตว์ฯ

แชร์ช่วยโครงการคืนช้างคืนโขลง องค์กรพิทักษ์สัตว์ฯ

นายสมศักดิ์ สุนทรนวภัทร หัวหน้าฝ่ายแคมเปญ องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (World Animal Protection) ประเทศไทย เปิดเผยว่า ระหว่างปี 2014 และ 2016 องค์กรฯ ได้ทำการสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวที่ครอบครองช้าง 220 แห่งทั่วทั้งทวีปเอเชีย ทำให้พบหลักฐานที่น่าตกใจที่แสดงให้เห็นว่า ช้างนับพันตัวถูกทรมานในการฝึกฝนเพื่อให้ความบันเทิงแก่นักท่องเที่ยวซึ่งเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในทวีปเอเชีย มีช้างเลี้ยงกว่า 3,000 ตัว และ 75% จากจำนวนดังกล่าว ถูกกักขังเพื่อใช้ในการท่องเที่ยว รายงาน “ทุกข์ของช้าง…สนุกของคน” (Taken for a ride) โดย ดร.ยาน สมิดท์-เบอร์แบช (Dr. Jan Schmidt-Burbach) ที่ปรึกษาอาวุโสด้านสัตว์ป่า องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ได้ทำการศึกษาช้าง พบช้างเลี้ยง จำนวน 2,923 ตัว ที่ยังรอดชีวิตถึงตอนนี้จากจำนวนทั้งหมด

แชร์ช่วยโครงการคืนช้างคืนโขลง องค์กรพิทักษ์สัตว์ฯ

“ความบันเทิงมาก่อนสวัสดิภาพ คือ ความจริงที่เกิดขึ้นในปางช้างที่มีบริการขี่ช้าง กักขังช้างในสภาพที่โหดร้ายอย่างไม่สามารถยอมรับได้ ขณะที่ศูนย์กลางของความทุกข์ทรมาน 3 ใน 4 ของปางช้างที่ใช้ช้างเพื่อความบันเทิงในประเทศไทยที่เราทำการศึกษา พบว่ามีจำนวนช้างเพิ่มขึ้นถึง 30% ในระยะเวลาเพียง 5 ปี จำนวนตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นข้อเท็จจริงที่น่าตกใจของสัตว์ป่านับพันตัว อย่างช้าง 2,923 ตัวที่เราทำการศึกษา ต้องพบกับความทุกข์ทรมานไปตลอดทั้งชีวิต” นายสมศักดิ์ กล่าวและเพิ่มเติมว่า

ลูกช้างในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว พวกมันถูกทำร้าย ถูกพรากออกจากแม่ของมันทันทีที่เกิด ทั้งสับด้วยขอ หรือเครื่องมืออื่นๆ จนกว่าสัญชาตญาณจะถูกทำลายจนหมดสิ้นและถูกฝึกฝนอย่างทารุณเพื่อให้เชื่องพอที่จะให้นักท่องเที่ยวขี่และทำการแสดงได้ หลังจากผ่านกระบวนการขั้นแรกที่น่าเจ็บปวดนี้ แม้ช้างจะไม่ต้องทำการแสดง มันยังคงถูกล่ามทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน บนพื้นปูน ทำให้เกิดความเครียด นอกจากนี้ช้างยังได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอ และยังขาดการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม

แชร์ช่วยโครงการคืนช้างคืนโขลง องค์กรพิทักษ์สัตว์ฯแชร์ช่วยโครงการคืนช้างคืนโขลง องค์กรพิทักษ์สัตว์ฯ

“เป็นที่น่าสังเกตว่า ในปัจจุบันเริ่มมีการตื่นตัวจากทั่วโลกเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในรูปแบบดังกล่าว ทำให้มีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับช้างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวสัมผัสช้างได้โดยตรง และเป็นสถานที่ที่ดูแลช้างอย่างมีมนุษยธรรมมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับเทรนด์การท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป ทางองค์กรฯ จึงได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการให้ความรู้กับผู้ประกอบการเข้ามาร่วมมือกับทางองค์กรฯ เพื่อดูแลช้างและเตรียมรับมือจากการให้นักท่องเที่ยวเข้ามาชมช้างแสดง เปลี่ยนมาเป็นการให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาชมวิถีชีวิตตามธรรมชาติของช้าง โดยในประเทศไทยมีปางช้าง 13 แห่งที่ดำเนินการแล้ว และมี 2 แห่งที่ลงนามกับองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก คือ ศูนย์บริบาลช้างบุญรอด จังหวัดสุโขทัย  และ ศูนย์บริบาลช้าง Elephants Nature Park จังหวัดเชียงราย” นายสมศักดิ์กล่าว

ปัจจุบัน องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ทุกสำนักงานทั่วโลก ได้ดำเนินการเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ตระหนักถึงข้อเท็จจริงเหล่านี้จะทำให้เราสามารถเปลี่ยนแปลงโลกสำหรับช้างเหล่านี้ได้ เพื่อให้ประชาชนทั่วโลกได้ร่วมกันแสดงให้เห็นว่ามีคนมากมายเพียงใด ที่ไม่ต้องการเห็นการทำทารุณกรรมช้างในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกประเทศไทย จะใช้โครงการ คืนความสุขให้ช้าง-ช่วยช้างกลับคืนโขลง นำเงินช่วยช้างเจ็บป่วยมอบอาหาร ยา และเวชภัณฑ์ให้ช้างในโครงการยุติการใช้ช้างเพื่อความบันเทิง

แชร์ช่วยโครงการคืนช้างคืนโขลง องค์กรพิทักษ์สัตว์ฯแชร์ช่วยโครงการคืนช้างคืนโขลง องค์กรพิทักษ์สัตว์ฯ

โดย 1แชร์ = 10บาท “ช่วยช้างคืนโขลง” มีเป้าหมาย 10,000 แชร์ ภายใน 12 ส.ค. ศกนี้ เนื่องในวันช้างโลก เพื่อรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวทราบถึงเบื้องหลังความสนุกของคนคือความทุกข์ของช้าง พร้อมเทรนด์การท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป มาช่วยกัน ปลดโซ่ให้ช้างคืนช้างสู่โขลง ตามวิถีธรรมชาติของสัตว์ป่า แม้จะยังคงอยู่ในศูนย์เลี้ยงดู คนแชร์ได้บุญ ใส่แฮทช์แทค #UniteForTheHerd#ช่วยช้างคืนโขลง#NotEntertainers ผู้สนใจสามารถเข้าไปแชร์ข้อมูลได้จาก https://www.worldanimalprotection.or.th/unite-for-the-herd และ Facebook: World Animal Protection Thailand องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก