สพม.20 ส่งทีมพูดคุยนร.-ครูห้วยเกิ้งพิทยาคาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/282848

สพม.20 ส่งทีมพูดคุยนร.-ครูห้วยเกิ้งพิทยาคาร

โรงเรียนห้วยเกิ้งพิทยาคาร, สพม20, สพม20, ฉกชน, สพฐ, 16 มิย, สพม

สพม.20 รุดพบนักเรียน-ครูร.ร.ห้วยเกิ้งพิทยาคาร อ.ห้วยเกิ้ง จ.อุดรธานี

            จากเหตุการณ์คณะครูโรงเรียนห้วยเกิ้งพิทยาคาร อ.ห้วยเกิ้ง จ.อุดรธานี แสดงเจตนารมณ์ขอย้ายไปสังกัดโรงเรียนอื่น ต่อหน้านักเรียนกว่า 500 คน หลังเสร็จสิ้นพิธีน้อมวันทาบูชาครู ประจำปี 2560 โดยบอกสาเหตุที่ต้องขอย้ายพร้อมกันว่าไม่สามารถทนกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของผู้อำนวยการโรงเรียนได้นั้น นายธีร์ ภวังค์นันท์ ผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจดูแลและช่วยเหลือนักเรียน (ฉก.ชน.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า วันนี้ (16 มิ.ย.) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) 20 ได้รายงานมายัง สพฐ.ว่า ได้จัดทีมลงไปยังโรงเรียนห้วยเกิ้งพิทยาคาร เพื่อพูดคุยกับนักเรียนและครู สอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตลอดจนรวบรวมข้อมูล ประเด็นต่างๆที่เป็นข้อกังวลใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทาง สพม.20 รับปากจะดูแลแก้ไขปัญหาให้ พร้อมกันนี้จะเชิญ ผู้อำนวยการโรงเรียนฯ มาพูดคุยถึงข้อเท็จจริงต่างๆที่เกิดขึ้นด้วย

“ทางเขตพื้นที่ฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ เมื่อรับทราบเหตุการณ์ก็จัดทีมลงไปพูดคุยกับนักเรียนและครูทันที โดยทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามกระบวนการ อย่างไรก็ตาม สพม.20 จะรายงานเหตุการณ์เป็นทางการมายังนายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการ กพฐ.อีกครั้งหนึ่ง”นายธีร์ กล่าว

ภาพ : เว็บไซต์ สพฐ. http://www.obec.go.th/news/51785

เลขาฯภตช.มึน!ทำไม“ป.ป.ช.”ไม่ชี้มูลบอร์ดสกสค.ปี56-57

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/282831

เลขาฯภตช.มึน!ทำไม“ป.ป.ช.”ไม่ชี้มูลบอร์ดสกสค.ปี56-57

ภตช, เลขาธิการ สกสค, 1500ล้านบาท, มงคลกิตติ์ เลขาฯภตช, บอร์ดสกสคปี56-57, NPL, เงินครูหาย, 2500ล้านบาท, ปปช,  ภตช , ชพค, บอร์ด สกสค, สกสค, ชพส, รมวศธ, กว่า 6000 ล้านบาท, กว่า 3000ล้านบาท

เลขาฯภตช.มึน!ทำไม“ป.ป.ช.”ไม่ชี้มูลบอร์ดสกสค.ปี56-57 เล็ง ร้องป.ป.ช.สัปดาห์หน้า ให้สอบเชิงลึก เงินครูหาย 2,500 ล้านบาท

          เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.2560 นายมงคกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการคณะกรรมการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ( ภตช. ) กล่าวว่า สืบเนื่อง เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 2560 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดทางวินัยและอาญา กับนายเกษม กลั่นยิ่ง และ คณะกรรมการบริหารกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ (ช.พ.ค.) บริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวชั่น กรุ๊ป จำกัด โดย นายสัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษดา หรือ“เสี่ยบิ๊ก”นักธุรกิจชื่อดัง รวม 20 ราย กรณีอนุมัติซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน 2,100 ล้านบาท และ 400 ล้านบาท ให้บริษัท บิลเลี่ยนฯ โดยมิชอบ และเป็นการเอื้อประโยชน์ให้บริษัท บิลเลี่ยนฯ นั้น สิ่งที่น่าสงสัยของการชี้มูลความผิดของ ป.ป.ช.ครั้งนี้ ทำไม ไม่มี คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(บอร์ด สกสค.)ชุดปี 2556-2557

          “การอนุมัติการจ่ายเงิน-ค้ำประกัน-ลงทุน ของ กองทุน ช.พ.ค.ฯ วงเงินกว่า 2,500 ล้านบาท ที่อยู่ภายใต้กำกับของ คณะกรรมการ สกสค. ต้องมีมติ บอร์ด สกสค.ทั้ง 23 คน รองรับ แน่นอนว่่าต้องมี ข้าราชการระดับสูงของ กระทรวงศึกษาธิการระดับ11 ทั้ง 5 แท่ง ผู้ทรงคุณวุฒิ และ ผู้แทนครู ทำไมไม่มีเลย น่าสงสัยมาก ครั้งที่แล้ว นำเงินกองทุนฯไปลงทุนแบบหลักทรัพย์มีมูลค่าน้อยกว่าเงินที่เอาออกไป ป.ป.ช.ยังชี้มูลความผิดเลย”เลขสฯภตช. ตั้งข้อสังเกต

เลขาฯภตช.มึน!ทำไม“ป.ป.ช.”ไม่ชี้มูลบอร์ดสกสค.ปี56-57

นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

           เลขาฯภตช. กล่าวอีกว่า ไม่เพียงเท่านั้น ดร.พิษณุ ตุลสุข รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ปฏิบัติหน้าที่ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) เปิดเผยผ่านสื่อว่า ขณะนี้สกสค.ได้เจรจาขอกู้ยืมเงินกองทุนสนับสนุนพิเศษเพื่อความมั่นคงของสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา(ช.พ.ค.)และ การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษากรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม(ช.พ.ส.) ของ สกสค.เพื่อนำมาใช้หนี้พนักงานและเจ้าหน้าที่องค์การค้าของ สกสค. ตามคำสั่งศาล ที่ให้องค์การค้าของ สกสค. จ่ายเงินค้างจ่ายพร้อมดอกเบี้ยให้แก่พนักงานองค์การค้าของ สกสค. 2,441 คน เป็นเงินรวมดอกเบี้ยกว่า 1,200 ล้านบาท รวมกู้ทั้งหมดกว่า 1,500 ล้านบาท โดยนำเสนอบอร์ด สกสค. เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2560 ที่มี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.)ประธานกรรมการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) และ พวกอีก 8 คน

           เลขาฯภตช. ตั้งข้อสังเกตว่า การกู้ครั้งนี้ องค์การค้าของ สกสค.ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันเลย และอีกอย่างทรัพย์สินขององค์การค้าของ สกสค.มีหนี้สิน(กว่า 6,000 ล้านบาท)มากกว่าทรัพย์สิน(กว่า 3,000ล้านบาท)ซึ่งไม่มีสถาบันการเงินที่ไหนปล่อยกู้ อีกทั้งถ้ากู้ไปแล้ว ไม่มีใครบอกได้ว่าจะใช้หนี้คืนได้เมื่อใด

          “ซึ่งในระยะเวลา 7 ปี องค์การค้าของ สกสค.กู้ครั้งที่ 1 เมื่อปี 2554 ก็ไป 700 ล้านบาท,กู้ครั้งที่ 2 ปี 2558 อีก 500 ล้านบาท และขออนุมัติจาก บอร์ด สกสค.ครั้งที่ 3 ในวันที่ 15 ปี 2560 อีก 1,500 ล้านบาท ซึ่งน่าจะเป็น หนี้เสียไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL) อาจจะผิดระเบียบกฎหมายไม่สามารถทำได้ คล้ายกับการอนุมัติโยกเงินฝากของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ไปลงทุน โดยไม่ขออนุมัติจากสมาชิกแล้วเจ้ง เพราะผิดวัตถุประสงค์กองทุน ช.พ.ค.ฯ เนื่องจากเป็นเงินรีฟันดอกเบี้ย 1% ของธนาคารออมสินและธนาคารอื่นๆ ซึ่งเป็นเงินของครูผู้กู้กว่า 5 แสนคน ได้ถามเจ้าของเงินเขาหรือยัง ถ้าจะใช้เงินให้เกิดประโยชน์จริงโดยตรงกับครู ควรนำเงินไปลดดอกเบี้ยเงินกู้ครูเป็นรายบุคคล ที่ครอบคลุมผู้กู้ทั้งหมดซึ่งเป็นเจ้าของเงินที่แท้จริง จะดีกว่า”เลขาฯภตช. เสนอทางออก

เลขาฯภตช.มึน!ทำไม“ป.ป.ช.”ไม่ชี้มูลบอร์ดสกสค.ปี56-57

ดร.พิษณุ  ตุลสุข รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปฏิบัติหน้าที่ เลขาธิการ สกสค.

          เลขา ภตช. ยังชี้อีกว่า  วิธีที่ถูกต้องของการแก้ปัญหา นั้น บอร์ด สกสค. ควรขายหนังสือ องค์การค้าของ สกสค.ที่เหลือค้างในโกดังกว่า 20 ล้านเล่ม มูลค่ากว่า 1.1 พันล้านบาท กับ ทวงหนี้เอกชนที่ค้างกว่า 230 ล้านบาท รวมดอกเบี้ย นำมาชำระหนี้ได้เลยโดยไม่ต้องเอาเงินของครูกว่า 5 แสนคน มาใช้หนี้แทน

          “หรือถ้า บอร์ด สกสค.มีความจำเป็นเร่งด่วน ต้องกู้เงินให้ได้ เพื่อจะชดเชยความผิดพลาดที่บริหารงาน องค์การค้าของ สกสค.โดยสุจริตแต่เบาปัญญาสุดๆ ในการบริหารธุรกิจ อยากจะกู้ให้ได้ ก็ควรนำ ทรัพย์สินส่วนตัวของ ของบอร์ด สกสค.ทั้ง 9 ราย มาหารเฉลี่ยกัน แล้วนำมาค้ำประกันเงินกู้จำนวน 1,500 ล้านบาท หรือมาปล่อยกู้ให้ องค์การค้าของ สกสค.แทน จะไม่มีใครว่าพวกท่านเลย หรือ จะฝืนเอาเงินครูมาใช้ก็มีโอกาสสูงที่จะถูกองค์กรครู เจ้าของเงินตัวจริงฟ้องต่อศาลคดีอาญาทุจริตฯก็เป็นได้”เลขาฯภตช.

          นายมงคลกิตติ์  กล่าวอีกว่า ภายในสัปดาห์หน้า ตนจะเดินทางไปที่ สำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อร้องให้ป.ป.ช.เร่งดำเนินการสอบในเชิงลึกกรณีเงินครูจำนวน 2,500 ล้านบาทหาย แต่ ป.ป.ช. กลับไม่มีการชี้มูลความผิด บอร์ด สกสค. ปี 2556 และบอร์ด สกสค. ปี 2557

ตั้งกก.สืบข้อเท็จจริง วษท.เชียงราย ส่งเด็กฝึกงานเกาหลีใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/282810

ตั้งกก.สืบข้อเท็จจริง วษท.เชียงราย ส่งเด็กฝึกงานเกาหลีใต้

ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง, ตั้งกกสืบข้อเท็จจริง, วษทเชียงราย, วษท, กอศ

“สุเทพ” เผยตั้งกก.สืบข้อเท็จจริงเหตุวษท.เชียงราย ส่งเด็กฝึกงานเกาหลีใต้ ให้เวลา 3 วัน ชี้ถือโอกาสเรียกข้อมูลวิทยาลัยจัดระบบการส่งเด็กฝึกงานใหม่ นัดประชุม 20 มิ.ย.นี้

            ภายหลังเกิดกรณีนักศึกษาจากวิทยาลัยวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี (วษท.) เชียงราย จำนวน 8 คนเป็นชายจำนวน 5 คนและหญิง 3 คนอายุตั้งแต่ 16-22 ปี ได้ขอความช่วยเหลือจากสถานเอกอัคราชฑูตประเทศไทยประจำเกาหลีใต้ให้ส่งตัวกลับประเทศและเข้าร้องทุกข์ต่อศูนย์ดำรงธรรม จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่าถูกทางเจ้าของฟาร์มในประเทศเกาหลีใช้แรงงานหนักและถูกลวนลามนั้น ซึ่งในวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมามีรายงานว่า ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) มีหนังสือแต่งตั้งผู้รักษาการในตำแหน่งที่ ศธ 0601/4431 ให้นายเจริญ เชื้อเมือพาน ผู้อำนวยการ วษท.เชียงราย ไปรักษาการในตำแหน่ง ผอ.วษท.ตาก แทน และให้ นายนิมิตร อาศัย ผอ.วษท.ตาก ไปรักษาการที่ จ.เชียงราย โดยให้ไปปฏิบัติงานภายในวันที่ 3 กรกฎาคม 2560

ดร.สุเทพ กล่าวว่า เนื่องจากกรณีดังกล่าวเป็นที่สนใจของสังคม เพราะส่งผลกระทบต่อนักศึกษา จึงได้มีคำสั่งลงวันที่ 15 มิ.ย.ให้ นายเจริญ ผอ.วษท.เชียงราย ไปรักษาการตำแหน่งผอ.วษท.ตากและให้ นายนิมิต มารักษาการผอ.วษท.เชียงราย ไปก่อน อีกทั้งในวันเดียวกัน ได้ลงนามในคำสั่ง สอศ.ที่ 863/2560 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง จำนวน 3 คนมีนายประจักษ์ ทาสี ผอ.สถาบันการอาชีวศึกษาเกษตรภาคเหนือ เป็นประธาน ดำเนินการสืบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันและรายงานผลมายัง สอศ.โดยเร็ว

“การย้าย นายเจริญ ไปรักษาการที่วษท.ตาก เพื่ออำนวยความสะดวกให้การทำงานของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ในการลงพื้นที่สืบหาข้อมูล และเพื่อความสบายใจในการให้ข้อมูลต่างๆ ไม่ได้หมายความว่า นายเจริญ มีความผิดซึ่งตัวนายเจริญ นั้นก็เป็นคนทำงานและมีความรับผิดชอบต่องาน ทั้งนี้ ได้พูดคุยทำความเข้าใจกับเจ้าตัวแล้ว ซึ่งก็รับทราบและไม่ได้มีปัญหาอะไร และได้กำชับให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องดูแลนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบด้วย”ดร.สุเทพ กล่าว

ดร.สุเทพ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้กรณีของ วษท.เชียงราย เบื้องต้นทราบว่าวิทยาลัยได้มีความร่วมมือกับบริษัทแห่งหนึ่งของประเทศเกาหลีใต้ ในการส่งนักศึกษาไปฝึกงานซึ่งดำเนินการจนถึงปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 3 โดยในรุ่นที่ 3 มีนักศึกษาเดินทางไปฝึกงานมากกว่า 2 รุ่นแรกที่ส่งไปเพียง 2-3 คนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สอศ.จะใช้โอกาสนี้ดำเนินการตรวจสอบว่าวิทยาลัยในสังกัด สอศ.ที่มีโครงการความร่วมมือกับบริษัทต่างประเทศในลักษณะเดียวกันนี้มีจำนวนกี่แห่ง เพื่อจะได้จัดระบบดำเนินการใหม่ทั้งประเทศให้เหมาะสม โดยในวันที่ 20 มิ.ย.นี้จะเชิญประชุมวิทยาลัยต่างๆ

“เชื่อว่ามีวิทยาลัยในสังกัด สอศ.หลายแห่งเป็นร้อยๆวิทยาลัยที่มีความร่วมมือกับบริษัทต่างประเทศ ส่งนักศึกษาไปฝึกปฏิบัติงาน ซึ่งทุกแห่งมีเจตนาดีที่ต้องการให้นักศึกษาได้ฝึกประสบการณ์ ซึ่งวิทยาลัยสามารถดำเนินการเองได้โดยไม่จำเป็นต้องรายงานที่ สอศ.แต่ผมจะถือโอกาสนี้ตรวจสอบทั้งระบบว่ามีกี่แห่ง กี่โครงการแต่ละโครงการแผนงาน ระบบการติดตาม ตลอดจนการดูแลนักเรียน นักศึกษาดำเนินการอย่างไรบ้าง จะได้จัดระบบใหม่ทั้งประเทศเพราะเรื่องสำคัญที่สุดต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียน นักศึกษา”ดร.สุเทพ กล่าว

ชอบสื่อสารจึงมาเรียนนิเทศศาสตร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/282730

ชอบสื่อสารจึงมาเรียนนิเทศศาสตร์

เรียนรู้, น่า, และ, น่าสนใจ, แอดมิชชั่นส์, เด็กเก่ง, ชอบ, สื่อสาร, จึง, เรียน, นิเทศศาสตร์

ส่วนตัวมองว่าคณะนิเทศฯ มีความน่าสนใจเป็นเรื่องของการสื่อสารเกี่ยวข้องกับหลายส่วน

          ถึงเวลานี้น้องๆหลายคน ได้รู้กันแล้วตนเองสอบแอดมิชชันส์ ติดได้คณะตามที่ตั้งใจหรือไม่ หลังการประกาศผลการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลาง หรือที่เรียกกันว่า แอดมิชชั่นส์ ปี 2560

ปีนี้น้องที่ทำคะแนนแอดมิชชั่นส์สูงสุด เป็นของคณะนิเทศศาสตร์ ในรั้วจามจุรี เด็กหนุ่มจากนครศรีธรรมราช นั่นคือ นายครองพิภพ วิรัตินันท์ หรือ น้องเก๊ต  โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จ.นครศรีธรรมราช ทำคะแนนสูงสุด 89.03 คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เก๊ต ในชั้นม.ปลายเลือกเรียนสายวิทยศาสตร์และคณิตศาสตร์ แต่เมื่อเรียนไปจนกระทั่งม.6 ที่ต้องเตรียมพร้อมเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ทบทวนตัวเองแล้วรู้สึกว่าเส้นทางนี้ไม่ใช่ตนเอง ประกอบกับความชอบด้านสื่อสาร ชอบดูหนังจึงตัดสินใจเลือกเรียนคณะนิเทศฯ

เก๊ต บอกว่า “ตั้งแต่เปิดรับตรงก็ได้ยื่นสอบเข้าคณะนิเทศฯ จุฬาฯ แต่ตอนนั้นไม่ติด พอถึงกำหนดแอดมิชชั่นส์ก็ยื่นคะแนนโดยเลือกคณะนิเทศฯ จุฬาฯ อีกเช่นเดิมและเลือกเป็นอันดับหนึ่ง เมื่อได้ตามที่ตั้งใจรู้สึกดีใจมาก ส่วนตัวมองว่าคณะนิเทศฯ มีความน่าสนใจเป็นเรื่องของการสื่อสารเกี่ยวข้องกับหลายส่วน ตนเองชอบเรื่องภาพยนตร์ก็อยากมาเรียนรู้ และเลือกเรียนในสายนี้เป็นการเรียนในสิ่งที่ชอบและเป็นตัวเองมากกว่า”

“เคล็ดลับในการเรียนของผมจะเน้นตั้งใจเรียนในชั้นเรียนเป็นหลัก ส่วนการเรียนพิเศษก็มีเช่นกันแต่เรียนแค่วิชาคณิตศาสตร์ แต่จะเรียนเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์”เก๊ต กล่าว

ส่วนระบบการเข้ามหาวิทยาลัยระบบ TCAS ที่จะเริ่มใช้ในปี 2561 นั้น เก๊ต ให้ความเห็นว่า เท่าที่ติดตามข่าวมองว่าระบบใหม่นี้น้องๆน่าจะค่อนข้างเสียโอกาส เพราะให้สิทธิ์และสอบแค่ครั้งเดียว แต่ระบบแอดมิชชั่นส์ เรายังมีโอกาสถึง 2 ครั้งในการสอบแกท แพท และนำคะแนนที่ดีที่สุดไปยื่น แต่สำคัญที่สุดคืออยู่ที่การเตรียมตัวของเราเองด้วย ซึ่งจากประสบการณ์ของผมมองว่าวิชาสำคัญๆที่เราต้องทำคะแนนให้ดี โดยเฉพาะแกท ในส่วนของภาษาอังกฤษ เพราะเป็นวิชาที่หลายมหาวิทยาลัยให้ใช้ยื่นด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ลุ้น คะแนนสูงสุดแอดมิชชั่นปี 60

“เด็กเก่ง” คะแนนสูงสุด แอดมิชชั่นปี 60 

นักวิจัยพบชาวบ้าน แก้ 11 ปัญหาชุมชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/282622

นักวิจัยพบชาวบ้าน แก้ 11 ปัญหาชุมชน

มรภสุราษฎร์ธานี, นักวิจัยพบชาวบ้าน, แก้, ปัญหาชุมชน, มรส

ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานีจัดนักวิจัยพบชาวบ้าน ระดมนักวิจัยของมหาวิทยาลัยและชาวบ้านในพื้นที่ร่วมทำแผนแก้ 11 ปัญหาชุมชน ทั้งปัญหาขยะมูลฝอย น้ำดื่ม การท่องเที่ยวชุมชน ฯลฯ

      ผศ.สมทรง นุ่มนวล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ งานบริการวิชาการพัฒนาท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (มรส.) ได้จัดประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการร่วมกับผู้นำและตัวแทนชาวบ้านตำบลขุนทะเล อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อร่วมกันจัดทำแผนบริการวิชาการแก่สังคม ณ ห้องประชุมเรียนรู้ ชั้น 2 อาคารศูนย์บูรณาการการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น มรส. โดยมีวิทยากรได้แก่ ดร.วิศาล ศรีมหาวโร และดร.เสน่ห์ บุญกำเนิด อาจารย์และนักวิจัยประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

การนี้ตัวแทนชาวบ้านได้นำเสนอปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชน เพื่อร่วมกันหาวิธีแก้ไข ซึ่งปัญหาที่ชาวบ้านนำเสนอมามีทั้งหมด 11 ประเด็น ได้แก่ ปัญหาขยะมูลฝอย สุขภาพชุมชน การตั้งกลุ่มเกษตรอินทรีย์ การสืบทอดวัฒนธรรมและประเพณีที่ใกล้สูญหาย การจัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ชุมชน การท่องเที่ยวชุมชน การบริหารจัดการน้ำดื่มชุมชน การจัดการกระบวนการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ป่าชุมชน การพัฒนาวิสาหกิจชุมชน และการพัฒนาภาษาต่างประเทศ คือภาษาอังกฤษและภาษาเมียนมา ซึ่งทั้งหมดนี้มหาวิทยาลัยและชาวบ้านจะได้ร่วมกันวางแผนหาแนวทางแก้ไขต่อไป

 นายอรุณ หนูขาว หัวหน้างานบริการวิชาการพัฒนาท้องถิ่น ได้ยกตัวอย่างปัญหาขยะมูลฝอยว่า ปัจจุบันตำบลขุนทะเลกลายเป็นชุมชนขนาดใหญ่ มีประชากรประมาณ 130,000 คน และมีประชากรแฝงอีก 35,000 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าวและกลุ่มคนที่ทำงานก่อสร้าง ในปี 2559 เทศบาลใช้งบประมาณถึง 2.4 ล้านบาทในการกำจัดขยะ ซึ่งมหาวิทยาลัยและชุมชนเห็นตรงกันว่าควรแก้ปัญหาที่การจัดการขยะต้นทางให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น การคัดแยกประเภทขยะ แยกขยะอันตรายออกมาต่างหาก นำขยะบางส่วนไปทำปุ๋ยหมัก และการทำบ่อขยะ เป็นต้น

ด้าน ดร.ปริญญา สุขแก้วมณี นักวิจัยและอาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหนึ่งในผู้เข้าร่วมประชุม กล่าวว่า ชุมชนขุนทะเลเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางนิเวศสูงมาก ตนและนักศึกษาได้ทำการสำรวจพื้นที่และพบว่าขุนทะเลมีของหายากหลายอย่าง เช่น นกกาบบัวหลังเหลืองที่อพยพมาจากจีน ต้นหยาดน้ำค้างซึ่งเป็นสมุนไพรหายาก สนสามใบซึ่งปกติเจอเฉพาะในภาคเหนือเท่านั้น ถือเป็นพื้นที่มีความน่าสนใจมาก ซึ่งตนจะได้ทำการศึกษาวิจัยต่อไป

สสวท. ปลูกจิตสำนึกเด็กไทยรักสิ่งแวดล้อม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/282614

สสวท. ปลูกจิตสำนึกเด็กไทยรักสิ่งแวดล้อม

รักสิ่งแวดล้อม, สสวท, สสวท, Science, Technology, Engineering, Mathematics, พริกกะเหรี่ยง

สถานการณ์สิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน มีความเสี่ยงต่อการเสื่อมโทรมมากขึ้น การปลูกฝังเยาวชนให้ตระหนักในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ

          โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การปลูกฝังให้อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติในชุมชน สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(สสวท.) สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เล็งเห็นถึงความสำคัญนี้ จึงกระตุ้นให้เยาวชนไทยได้เรียนรู้สิ่งแวดล้อมเชื่อมโยงเข้ากับชีวิตจริง ผ่านกระบวนการคิด วิเคราะห์ ทดลอง ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นตัวนำ เกิดเป็นโครงการที่น่าสนใจด้านวิทยาศาตร์สิ่งแวดล้อม เพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น และสามารถนำข้อมูลที่ได้จากการวิจัยนำไปช่วยเหลือชุมชนต่อไปในอนาคต

โครงการประกวดผลงานวิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมระดับโรงเรียน เป็นโครงการที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และตอบโจทย์การใช้หลักตามแนวทางสะเต็มศึกษาที่ใช้ความรู้วิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) กระบวนการวิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) และคณิตศาสตร์ (Mathematics) มาบูรณาการ และแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเป็นการส่งเสริมทักษะที่เด็กควรมีในศตวรรษที่ 21 เช่น การคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร เป็นต้น ซึ่งจะเป็นทักษะพื้นฐานที่ดีให้แก่เยาวชน จนได้งานวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมที่มีความหลากหลายและเป็นประโยชน์

 สสวท. ปลูกจิตสำนึกเด็กไทยรักสิ่งแวดล้อม

รศ.ดร. สัญญา มิตรเอม รองผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กล่าวว่า โครงการวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อมเป็นโครงการที่ สสวท. จัดทำมาเป็นเวลา 9 ปีแล้ว เน้นให้นักเรียนได้เรียนรู้วิธีการตรวจวัดปริมาณต่าง ๆ ทางด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ดิน น้ำ อากาศ และสิ่งปกคลุมดิน/สิ่งมีชีวิต นำข้อมูลที่ตรวจวัดได้มาวิเคราะห์ดูว่าสภาพเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งอยากให้โครงการนี้เป็นการปลูกฝังเด็กให้ได้รู้จักรักสิ่งแวดล้อม การป้องกันไม่ให้มีมลพิษเกิดขึ้น ควรจะดำเนินการอย่างไร โดยคาดหวังว่าเด็กๆ เหล่านี้เมื่อโตขึ้นไปประกอบอาชีพซึ่งอาจจะไม่ใช่อาชีพในสิ่งแวดล้อมโดยตรง แต่พวกเขาจะได้มีความตระหนักถึงหน้าที่ของการร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของโลกต่อไป

ในปีนี้ 2560 มีนักเรียนร่วมส่งผลงาน 74 เรื่องและผ่านเข้ารอบสุดท้าย 39 เรื่อง นอกจากโครงการนี้ จะเป็นโครงการที่ฝึกทักษะการคิดแบบสะเต็มแล้ว ยังสนับสนุนให้เยาวชนมีความกล้าคิด กล้าแสดงออก ก้าวสู่การเป็นนักคิด ที่สามารถถ่ายทอด นำเสนอผลงานของตนเองเพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจได้ โดยผลการประกวดในปีนี้ ได้แก่ การนำเสนอผลงานวิจัยแบบโปสเตอร์ รางวัลดีเด่นเป็นเรื่องการศึกษาลักษณะการแตกระแหงของดินและสมบัติทางกายภาพของดินที่ได้รับปัจจัยสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ของโรงเรียนสงวนหญิง, การนำเสนอผลงานวิจัยแบบปากเปล่า ระดับประถมศึกษา รางวัลชนะเลิศเป็นการศึกษาเรื่องปัจจัยที่มีผลต่อปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ ของโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัยแผนกประถม ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย นครศรีธรรมราชชนะเลิศด้วยผลงานการศึกษาเรื่อง ผลของสภาพอากาศต่อปัจจัยการวางไข่ยุงลายและการเกิดไข้เลือดออกในอำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รางวัลชนะเลิศเป็นของโรงเรียนดอนจานวิทยาคม ที่ศึกษาการผลิตกระถางจากใบพืชตระกูลถั่วเพื่ออนุบาลต้นกล้าที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของพืชสวน (พริกกะเหรี่ยง)

 สสวท. ปลูกจิตสำนึกเด็กไทยรักสิ่งแวดล้อม

นายชนาธิป กมลนัด นักเรียนโรงเรียนดอนจานวิทยาคม กล่าวว่า โรงเรียนดอนจานวิทยาคม ที่ศึกษาการผลิตกระถางจากใบพืชตระกูลถั่วเพื่ออนุบาลต้นกล้าที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของพืชสวน (พริกกะเหรี่ยง) โดยสังเกตจากสถานที่จริงในชุมชน พบว่า เกษตรกรนำใบก้ามปูมาผสมกับดินเพื่อใช้ในการเพาะปลูก คณะผู้วิจัยจึงได้หาข้อมูลเพิ่มเติมว่าใบก้ามปูเป็นพืชชนิดไหน หลังจากศึกษาหาข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ปรากฎว่าใบก้ามปูเป็นพืชตระกูลถั่ว ซึ่งเมื่อย่อยสลายจะปล่อยธาตุอาหารโดยเฉพาะพวกไนโตรเจนออกมา  เพราะฉะนั้นใบก้ามปูจึงเหมาะที่จะนำมาทำเป็นกระถางเพื่อทดแทนกระถางพลาสติกที่เคยใช้ปลูกกัน อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย

สำหรับผู้สนใจติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ GLOBE THAILAND สสวท. http://globethailand.ipst.ac.th

” 7 เทคนิค”พิชิตคะแนนสูงสุดแอดมิชชั่น!!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/282627

” 7 เทคนิค”พิชิตคะแนนสูงสุดแอดมิชชั่น!!!

ส่อง, เด็กเก่ง, แอดมิชชั่น, 7 เทคนิค,  7 เทคนิค, กสพท, สิงห์ สิงหเสนี

ประกาศผลเป็นที่เรียบร้อย สำหรับ“ผลการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลาง หรือที่เรียกกันว่า แอดมิชชั่น ปี 2560”

       ก่อนจะปรับโฉมเป็น 5 รอบ พร้อมชื่อใหม่ TCAS ในปี 2561ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2560 ที่ผ่านมา ซึ่งคงมีหลายคนสมหวัง ได้คณะ/สาขาวิชาที่ตนเองตั้งใจ แต่ก็มีอีกหลายคนที่พลาดหวังเช่นเดียวกัน (ว่ากันว่ามีที่นั่งเหลืออีกเพียบ แถมม.ของรัฐ- ม.เอกชน อีกหลายแห่งเปิดรับสมัครอยู่นะจ๊ะ ไงก็อย่าลืมไปติดตามเว็บไซต์แต่ละมหาวิทยาลัยกันจ้า)

     โดยปีนี้ มีผู้สมัครแอดมิชชั่นทั้งสิ้น 81,232 คน ในสถาบันอุดมศึกษาที่ สอท.ดำเนินการคัดเลือกให้รวม 78 สถาบัน เพื่อเข้าศึกษาใน 3,719สาขาวิชา มีผู้ผ่านการคัดเลือกมีสิทธิ์เข้าสอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย จำนวน 70,689 คน คิดเป็นร้อยละ 51.97 ซึ่งในจำนวนผู้ที่มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ มีนักเรียน 7 คน ที่ได้คะแนนสูงสุดพร้อมเผยเทคนิค เรียน… อย่างไร ให้ติดแอดฯ

     เริ่มด้วย เก็ต  นายครองพิภพ วิรัตินันท์ โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จ.นครศรีธรรมราช คะแนน 89.03 คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าเคล็ดลับในการเรียนของตนจะเน้นตั้งใจเรียนในชั้นเรียน มีเรียนพิเศษเพาะวันเสาร์-อาทิตย์ในวิชาคณิตศาสตร์  ที่สำคัญ อยู่ที่การเตรียมตัวของเราเอง ซึ่งจากประสบการณ์มองว่าวิชาสำคัญๆที่ต้องทำคะแนนให้ดี คือ ความถนัดทั่วไป หรือแกต ในส่วนของภาษาอังกฤษ เพราะเป็นวิชาที่ใช้ยื่นคะแนนในหลายมหาวิทยาลัยได้ ส่วนเพื่อนๆคนไหนที่พลาดหวังก็อย่าท้อ ยังมีอีกหลายสถาบันที่เปิดรับ

       อย่างไรก็ตาม สำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยระบบ TCAS ที่จะเริ่มใช้ในปี 2561 เท่าที่ติดตามรู้สึกว่าน่าจะเสียโอกาส เพราะสอบแค่ครั้งเดียวแต่ระบบแอดมิชชั่นส์ เรายังมีโอกาสถึง 2 ครั้ง

" 7 เทคนิค"พิชิตคะแนนสูงสุดแอดมิชชั่น!!!

      โอ๊ค นายธรรมสรณ์ เอี่ยมธนาภรณ์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพฯ คะแนน 88.07 คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่าส่วนตัวมีความชอบ และค่อนข้างสนใจวิชาด้านวิทยาศาสตร์ อย่าง วิชาชีววิทยา อีกทั้งครอบครัวให้ความสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยเคล็ดลับการเรียน เน้นตั้งใจเรียนในห้องเรียนและกลับมาจดโน๊ต เพื่อทบทวนบทเรียนอยู่เสมอ สำหรับการเรียนกวดวิชา เลือกเรียนเฉพาะวิชาที่ไม่ถนัด และเรียนเฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ สอบติดคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลฯ ของการคัดเลือกกลุ่มแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) แต่่รู้สึกว่าอยากเรียนคณะทันตแพทยศาสตร์มากกว่าจึงสละสิทธิ และเลือกแอดมิชชั่นคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เป็นอันดับหนึ่ง

        บอมบ์  นายจิรายุส ทองประสม โรงเรียนสตรีวิทยา 2 กรุงเทพฯ คะแนน 87.86 คณะศิลปศาสตร์ มหาวิยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจและตื่นเต้นมาก ไม่คิดว่าได้คะแนนสูงสุด ซึ่งที่เลือกคณะดังกล่าว เพราะสนใจและชอบเรื่องภาษามาก ชอบอ่านวรรณกรรมอังกฤษและดูซีรีย์ต่างประเทศ เพื่อช่วยในการฝึกภาษา และที่โรงเรียนก็จัดโครงการพิเศษสอนด้วย ชอบแนวทางการสอนไม่จำเป็นต้องอยู่กับเนื้อหาบทเรียน อยู่กับบทละครชอบได้ถกเถียง ไม่ต้องท่องจำ และตั้งใจจะเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ อยากให้ความรู้ที่เรียนมาถ่ายทอดความรู้กับเด็ก อยากให้เด็กไทยอ่านวรรณกรรม และอยากให้ทุกคนเตรียมตัว ศึกษาให้ดีว่าจะสอบเข้าคณะอะไร ต้องสอบอะไรบ้างและตั้งใจ ส่วนการสอบ TCAS จากที่ติดตามก็รู้สึกว่าน้องๆจะต้องเตรียมตัวมากขึ้น เพราะสอบรอบเดียวดังนั้นต้องวางแผนให้ดี ถ้าทางแรกไม่ได้ก็ต้องมีทางที่สองไว้เผื่อเลือก

        ที นายธีรภัทร อรุณรัตน โรงเรียน มอ.วิทยานุสรณ์ จ.สงขลา คะแนน 86.75 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ  กล่าวว่าได้มีโอกาสเดินทางไปแลกเปลี่ยนภาษาและวัฒนธรรม ที่สาธารณรัฐเช็กเป็นเวลา 10 เดือน ทำให้รู้สึกสนใจด้านภาษาและวัฒนธรรม ซึ่งเมื่อค้นพบสิ่งที่ตนเองสนใจก็รู้เป้าหมายชีวิต โดยตั้งใจเรียนด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทั้งนี้ จากสถานการณ์ระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน คิดว่า ควรพัฒนาด้านการศึกษา โดยเฉพาะการเรียนด้านภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับเด็กรุ่นใหม่ที่ต้องใช้ในการเรียนและการทำงานในอนาคต

        แป๋ม น.ส.ณนิฐตา ธานินทร์ปฐมรัฐ โรงเรียน เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ กรุงเทพฯ คะแนน 86.51 คณะจิตวิทยา จุฬาฯ กล่าวว่า ได้เตรียมความพร้อมที่เลือกคณะจิตวิทยามาตั้งแต่เริ่มเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ว่าจะต้องใช้คะแนนวิชาอะไร อย่างไรบ้าง และก็มุ่งทำคะแนนในวิชาเหล่านั้นให้ได้ดีที่สุด โดยที่เลือกเรียนคณะจิตวิทยา เพราะส่วนตัวเป็นคนชอบคุยและชอบรับฟัง อีกทั้งทางบ้านมีน้องมาก จึงอยากเรียนจิตวิทยา เพื่อที่จะเข้าใจน้องๆ และคนอื่นๆ ทั้งนี้ สำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยระบบ TCAS มองว่าเป็นระบบที่มีความยุติธรรม เนื่องจากมีการสอบเพียงครั้งเดียว ทุกคนมีสิทธิเท่ากัน แต่น้องๆ ที่จะได้ใช้ระบบนี้อาจจะมีความกดดันมากขึ้น เพราะสอบในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ดังนั้น ต้องเตรียมตัวให้มากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

       ปาล์ม น.ส.สุชัญญา ยิ้มอยู่ โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) กรุงเทพฯ คะแนน 84.38 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ กล่าวว่า กล่าวว่า ก่อนหน้านี้สอบได้คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล แต่รู้สึกเฉยๆ และรู้สึกสับสน ว่าตัวเองชอบอะไรกันแน่ และเห็นว่าคนที่จะเป็นหมอต้องมีใจรักจริงๆ จึงได้ปรึกษากับพ่อแม่ และตัดสินใจสละสิทธิ์จากคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล ซึ่งพ่อแม่ก็สนับสนุนการตัดสินใจของตนทุกอย่าง ประกอบกับครอบครัวมีธุรกิจ จึงเลือกสอบเข้าคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี สาขาการบัญชี เพื่อจะได้กลับมาช่วยดูแลธุรกิจของครอบครัวต่อไป

      ตบท้ายด้วย ไบรท์ นายเศรษฐบุตร ศรีใจอินทร์ โรงเรียนสตรีศรีน่าน จ.น่าน คะแนน 82.03 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้นปี 1 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แต่ด้วยเป็นคนชอบเรื่องการคิดคำนวณ จึงตัดสินใจยื่นคะแนนแอดมิชชั่นรอบนี้อีกครั้ง และเลือกคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เป็นอันดับแรก รู้สึกดีใจที่สอบได้ ส่วนเทคนิคการเรียน เน้นการคำนวณ ฝึกทำแบบทดสอบสม่ำเสมอ ส่วนี่วิชาอื่น น้นความจำ จดช็อตโน๊ตไว้สั้นๆ แล้วก็มาอ่านทำความเข้าใจ และมีการพูดคุยกับเพื่อนเพื่อเป็นการทบทวนความรู้ไปในตัวด้วย

สกสค.รอรับแจ้งมติป.ป.ช.ก่อนส่งฟ้องศาล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/282637

สกสค.รอรับแจ้งมติป.ป.ช.ก่อนส่งฟ้องศาล

เกษม กลั่นยิ่ง, ชี้มูลความผิด, รอรับแจ้งมติ, มติปปช, สกสค, ปปช, สกสค

เลขาธิการ สกสค.เผยรอได้รับแจ้งมติป.ป.ช.อย่างเป็นทางการ กรณีชี้มูลความผิดทางวินัยและอาญาอดีตคกก.บริหารกองทุนฯ ก่อนมอบอัยการดำเนินการยื่นฟ้องศาลอาญา

       ภายหลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  มีมติชี้มูลความผิดทางวินัยและอาญาคณะกรรมการบริหารกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค) กับพวกรวม 20 ราย เช่น นายเกษม กลั่นยิ่ง อดีตประธานกรรมการบริหารกองทุนฯ นายสมศักดิ์ ตาไชย อดีตเลขาธิการ สกสค.ในฐานะรองประธานกรรมการบริหารกองทุนฯ ฯลฯ กรณีอนุมัติซื้อตั๋วสัญญาใช้เงิน จำนวน 2,100 ล้านบาท และ 400 ล้านบาท จากบริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด โดยมิชอบและเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัท บิลเลี่ยนฯ

ดร.พิษณุ ตุลสุข รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) กล่าวว่า ทราบมติ ป.ป.ช.ดังกล่าวแล้ว จากนี้ต้องรอให้ สำนักงาน ป.ป.ช.ส่งหนังสือแจ้งมติอย่างเป็นทางการมายังสำนักงาน สกสค. เมื่อได้รับเรียบร้อย ก็จะเป็นมอบให้อัยการส่งเรื่องยื่นฟ้องศาลอาญาต่อไป

อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวมีการสอบวินัยเจ้าหน้าที่ สกสค.ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องอีก 6 รายด้วย โดยมีนายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราช ศธ.เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับปัญหาคดีทุจริตใน สกสค. ซึ่งทราบว่าการสอบสวนฯคืบหน้าไปมาก คาดว่าเร็ว ๆ นี้จะสรุปผลการสอบสวนทางวินัยส่งมาให้ตนได้

ม.ขอนแก่น เปิดให้บริการตู้ผลิตเอกสาร 24 ชม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/282610

ม.ขอนแก่น เปิดให้บริการตู้ผลิตเอกสาร 24 ชม.

มขอนแก่น, ตู้ผลิตเอกสาร, มขอนแก่น, คอมเพล็กซ์

สุดล้ำ ม.ขอนแก่น เปิดให้บริการตู้ผลิตเอกสารสำคัญทางการศึกษาตลอด KKU Academic Document : KAD และตู้เติมเงินอัตโนมัติเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง

      รศ. ดร. ประพันธ์ศักดิ์ ฉวีราช ผู้อำนวยการสำนักบริหารและพัฒนาวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น  เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้เปิดให้บริการตู้ผลิตเอกสารสำคัญทางการศึกษา KKU Academic Document : KAD และตู้เติมเงินอัตโนมัติเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง ที่ศูนย์อาหารและบริการ 1 (คอมเพล็กซ์) มหาวิทยาลัยขอนแก่น และที่อาคารเรียนรวมและปฏิบัติการ 1 มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย โดยบัตรนักศึกษาใบเดียวสามารถขอเอกสารสำคัญทางการศึกษาได้อัตโนมัติตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยการชำระค่าบริการผ่านตู้เติมเงินอัตโนมัติก่อน ทั้งนี้ วิธีการใช้งานเพียงสอดบัตรนักศึกษาเข้ากับตู้ กดรหัสบัตร หน้าจอจะแสดงข้อมูลนักศึกษา เมื่อตรวจสอบความถูกต้อง กดเลือกพิมพ์เอกสารซึ่งจะมีเอกสารรับรองการเป็นนักศึกษาและใบทรานสคริปที่สามารถเลือกเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษ โดยมีอัตราค่าบริการ 20-30 บาท จากนั้นรอไม่ถึง 1 นาทีเอกสารก็จะถูกผลิตออกมาที่ช่องรับเอกสาร

 ม.ขอนแก่น เปิดให้บริการตู้ผลิตเอกสาร 24 ชม.

จากเดิมได้มีการเปิดระบบให้นักศึกษาขอเอกสารออนไลน์ได้ซึ่งจะมีการจัดส่งเอกสารทางไปรษณีย์ หรือรับเอกสารด้วยตนเอง แต่ข้อจำกัดในการชำระเงินผ่านธนาคารที่ต้องรอยอดชำระเงินจากธนาคารในวันถัดไป และการรับเอกสารด้วยตนเองจะต้องทำในเวลาราชการ ทำให้เกิดความล่าช้า ส่งผลเสียต่อนักศึกษาหรือบัณฑิตที่ต้องการใช้เอกสารอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะที่วิทยาเขตหนองคายที่ไม่สามารถเดินทางมารับเอกสารด้วยตนเองได้ สำนักบริหารและพัฒนาวิชาการ จึงได้พัฒนาระบบออกเอกสารอัตโนมัติที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่ออำนวยความสะดวกรวดเร็ว ลดขั้นตอนการขอเอกสาร โดยใช้บัตรนักศึกษาใบเดียวทั้งตู้ออกเอกสารสำคัญและตู้เติมเงินอัตโนมัติ

 ผศ. ดร. เด่นพงษ์ สุดภักดี รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ระบบที่ทันสมัยในการออกเอกสารสำคัญทางการศึกษาอัตโนมัติในวันนี้ แนวคิดเริ่มเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว ขณะนั้นเทคโนโลยีด้าน RFID นับเป็นสิ่งใหม่และทิศทางการพัฒนายังไม่แน่นอน แต่ด้วยวิสัยทัศน์ที่มองอนาคต มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้มีการวางรากฐานการพัฒนาสู่สมาร์ทแคมปัส โดยการเปลี่ยนบัตรบุคลากรและนักศึกษาให้เป็นสมาร์ทการ์ดซึ่งใช้เทคโนโลยี RFID จนถึงปัจจุบันเทคโนโลยี RFID ได้รับการยอมรับและถูกพัฒนาไปอย่างมาก มหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงถูกพัฒนาไปอย่างก้าวหน้าด้วยการวางรากฐานและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวอย่างเหมาะสม อาทิ การใช้บัตรสมาร์ทการ์ดรับบริการห้องสมุด การใช้บัตรสมาร์ทการ์ดรับบริการ KKU Shuttle Bus เพื่อลุ้นรับทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาซึ่งระบบนี้ยังเป็นต้นแบบการใช้บริการ Khon Kaen City Bus ที่ใช้บัตรเติมเงินสมาร์ทการ์ด RFID ที่จังหวัดขอนแก่นเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2560 ทั้งนี้ บุคลากรและนักศึกษายังสามารถใช้บัตรบุคลากรและนักศึกษาของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งเป็นสมาร์ทการ์ดที่ระบบเชื่อมต่อกัน เติมเงินเพื่อใช้บริการ Khon Kaen City Bus ได้โดยไม่ต้องเสียค่าทำบัตรใหม่

6 เทคนิคส่องเรซูเม่ของคุณเข้าตากรรมการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/282584

6 เทคนิคส่องเรซูเม่ของคุณเข้าตากรรมการ

เรซูเม, creative thinking skills, good leadership skills, excels at critical thinking, ประเทศไทย

ทักษะที่สามารถปรับให้เข้ากับการทำงานในด้านต่างๆ เช่น ทักษะการนำเสนองาน ทักษะการพูดในที่สาธารณะได้ดี ทักษะการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ หรือทักษะการทำงานเป็นทีม

        ส่องสปอตไลท์ให้คุณเฉิดฉายเหนือคู่แข่ง กับ 6 วิธีเขียนเรซูเม่ ด้วยการนำเสนอทักษะที่สามารถปรับให้เข้ากับการทำงานด้านต่างๆ ในตัวคุณ

         1. เลือกทักษะให้เหมาะสมกับที่ผู้ประกอบการต้องการ

         ถ้าคุณคิดว่าจะส่งใบสมัครงานไปหลายที่ สิ่งสำคัญที่ควรทำคือ เขียนเรซูเม่แต่ละฉบับให้เหมาะกับแต่ละตำแหน่งงานและแต่ละบริษัทที่จะสมัคร บางคนเขียนเรซูเม่แค่ฉบับเดียว แล้วใช้สมัครงานกับทุกบริษัท ทำแบบนี้อาจจะไม่ได้งานซักที อย่าขี้เกียจค่ะ ผู้ประกอบการดูออกว่า คุณมีความตั้งใจ และพยายามเขียนเรซูเม่เพื่อนำเสนอตัวเองแค่ไหน ถ้าอยากให้เรซูเม่ของคุณโดดเด่น เข้าตาผู้ประกอบการ ให้ลิสต์ทักษะที่คุณมี (ทักษะที่สามารถปรับให้เข้ากับการทำงานด้านต่างๆ ได้) ออกมาให้หมด แล้วลองดูว่าทักษะไหนตรงกับที่ผู้ประกอบการต้องการ ที่ลงไว้ในประกาศงาน ทักษะที่คุณลิสต์ไว้อาจจะไม่ได้ตรงกับที่ผู้ประกอบการต้องการทั้งหมด 100% คุณต้องเลือกเขียนเน้นทักษะที่คุณมี และตรงกับที่ผู้ประกอบการต้องการ การเขียน keyword ทักษะเหล่านี้ ก็ทำให้เรซูเม่ของคุณโดดเด่นขึ้นมาแล้วค่ะ

         2. เขียนทักษะที่มีให้สอดคล้องกับทักษะที่ผู้ประกอบการต้องการ

         พยายามเขียนทักษะที่คุณมีให้สอดคล้องกับทักษะที่ผู้ประกอบการลงไว้ในประกาศงาน อย่าอธิบายเกินจริง แต่ให้เขียนอธิบายว่า คุณปรับใช้ทักษะที่มีกับการทำงานที่คุณรับผิดชอบอย่างไรบ้าง เช่น ในประกาศงานต้องการผู้สมัครงานที่มีทักษะในการคิดสร้างสรรค์งานได้ (creative thinking skills) คุณสามารถหยิบยกประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาของคุณมาเขียนได้ เช่น คุณเคยเป็นครูอาสาสมัครสอนภาษาอังกฤษให้กับเด็กๆ ในกัมพูชา งานที่คุณรับผิดชอบคือ คุณต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการหาวิธีใหม่ๆ เพื่อทำให้เด็กทุกคนมีส่วนร่วม และสนุกสนานในชั้นเรียน โดยการให้เด็กๆ ได้เล่นเกมที่สอดแทรกภาษาอังกฤษ และการออกกำลังกาย

6 เทคนิคส่องเรซูเม่ของคุณเข้าตากรรมการ

         3. อธิบายทักษะที่คุณมีให้ชัดเจนและกระชับที่สุด

         เขียนอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับทักษะที่คุณมีให้ชัดเจนและกระชับที่สุด ไม่ควรเขียนแบบกว้างๆ เช่นคำเหล่านี้ มีทักษะการเป็นผู้นำที่ดี (good leadership skills) หรือ มีทักษะการคิดวิเคราะห์ที่ดีเยี่ยม (excels at critical thinking) คำเหล่านี้จะเป็นคำที่ผู้ประกอบการลงไว้ในประกาศงาน ถ้าคุณใช้คำเดียวกันนี้เขียนลงไปในเรซูเม่ของคุณ ผู้ประกอบการอาจยังมองไม่เห็นภาพว่าคุณจะใช้ทักษะที่มีกับการทำงานได้อย่างไร คุณควรใช้คำง่ายๆ และเขียนให้ชัดเจนว่า คุณประสบความสำเร็จอย่างไรในการใช้ทักษะที่คุณมีนี้ เมื่อผู้ประกอบการเห็นภาพว่าคุณสามารถปรับใช้ทักษะที่คุณมีให้ประสบความสำเร็จได้อย่างไร แค่นี้ทั้งเรซูเม่ ทั้งตัวคุณก็จะเข้าตาผู้ประกอบการแน่นอน

4. เขียนสรุปความสำเร็จทั้งหลายด้วยตัวเลข

         ผู้ประกอบการจะสะดุดตากับเรซูเม่ของคุณได้ คุณต้องเขียนสรุปสรรพคุณด้วยจำนวนตัวเลข จะทำให้เห็นภาพได้ง่ายและชัดเจนขึ้น เช่น ถ้าคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญงานจัดการโครงการ สิ่งที่ควรเขียนคือ คุณสามารถบริหารจัดการโครงการ ที่ต้องเกี่ยวข้องกับคนหลายๆ ฝ่าย ทั้งภายในและภายนอกองค์กรได้ และสามารถจัดการกับโครงการต่างๆ ที่รับผิดชอบภายใต้งบประมาณและภายในเวลาที่กำหนด เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับเรซูเม่ของคุณ ให้คุณเขียนความสำเร็จทั้งหลายด้วยตัวเลข เช่น “คุณประสบความสำเร็จในการขับเคลื่อนความสามารถในการทำงาน ทำให้ทุกๆ วันมีผลผลิตเพิ่มขึ้น 30% และยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 20%”

         5. เพิ่มคะแนนพิเศษด้วยทักษะความรู้เรื่องสื่อออนไลน์

         ตอนนี้ บริษัทส่วนใหญ่กำลังต้องการคนทำงานที่มีความรู้เรื่องสื่อออนไลน์ อาจจะดูไม่เกี่ยวกับทักษะการทำงานโดยตรงซักเท่าไหร่ แต่ถ้าคุณมีความรู้เรื่องนี้ ให้เขียนระบุลงไปในเรซูเม่ของคุณด้วย เช่น มียอดคนดูวิดีโอใน YouTube มากกว่า 50,000 วิว, มีผู้ติดตาม Instagram มากกว่า 10,000 คน หรือมีบล็อกที่มีคนเข้าชมและมีส่วนร่วมไม่ว่าจะเป็นคอมเมนท์หรือแชร์บทความในบล็อกของคุณอยู่อย่างต่อเนื่อง รับรองคุณได้คะแนนพิเศษเพิ่มเติมจากความรู้เรื่องสื่อออนไลน์นี้แน่นอนค่ะ

         6. ตรวจทานและแก้ไขรอบสุดท้าย

         ถ้าเขียนเรซูเม่เรียบร้อยแล้ว ให้อ่านตรวจทานอย่างน้อย 1-2 รอบ แต่ถ้ายังไม่แน่ใจว่าเรซูเม่ที่คุณเขียนดีหรือยัง คุณสามารถให้เพื่อน รุ่นพี่ หรือใครก็ได้ที่สามารถช่วยให้คำแนะนำคุณได้ ลองอ่านและแนะนำ เพื่อให้เรซูเม่ของคุณออกมาดีที่สุด ให้ผู้ประกอบการประทับใจในครั้งแรกที่เห็น บางคนอาจคิดว่าไม่สำคัญ แต่การตรวจทานและแก้ไข เป็นอีกส่วนที่สำคัญในการเขียนเรซูเม่เลยก็ว่าได้ เป็นการสำรวจความเรียบร้อยรอบสุดท้ายก่อนส่งเรซูเม่ไปสมัครงาน

         สำหรับใครที่กำลังมองหางานใหม่หรือกำลังเตรียมยื่นใบสมัครไปที่บริษัทไหน ลองนำทั้ง 6 วิธีนี้ไปทำตามดูนะคะ ไม่ยากเลย สมัครงานครั้งต่อไปรับรองเรซูเม่ของคุณจะต้องเฉิดฉาย เข้าตาผู้ประกอบการแน่นอนค่ะ

ข้อมูล: โดยบริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด