“เด็กเก่ง” คะแนนสูงสุด แอดมิชชั่นปี 60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/282588

“เด็กเก่ง” คะแนนสูงสุด แอดมิชชั่นปี 60

เด็กเก่ง, คะแนนสูงสุด, แอดมิชชั่นปี, สมาคม ทปอ, แอดมิชชั่น, กสพท, สิงห์ สิงหเสนี

สมาคมทปอ. เผยรายชื่อเด็กเก่ง คะแนนสูงสุดแอดมิชชั่นปี 2560

        สมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (สมาคม ทปอ.) จัดแถลงข่าวประกาศผลการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลาง (แอดมิชชั่น) ประจำปี 2560 ซึ่งปีนี้มีผู้ผ่านการคัดเลือกฯ ที่ได้คะแนนสูงสุดของคณะ/สาขาวิชา จำนวน  7 ราย ส่งท้ายระบบแอดมิชชั่นส์ก่อนเริ่มระบบ TCAS ในปี 2561 

"เด็กเก่ง" คะแนนสูงสุด แอดมิชชั่นปี 60

นายครองพิภพ วิรัตินันท์ หรือ เก๊ต

      โดยน้องๆแต่ละรายได้บอกเล่าความรู้สึก เริ่มที่ นายครองพิภพ วิรัตินันท์ หรือ เก๊ต  โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จ.นครศรีธรรมราช ผู้ทำคะแนนสูงสุด 89.03 คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า ก่อนหน้านี้ได้ยื่นรับตรงในคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ แต่ไม่ติด จึงมายื่นแอดมิชชั่นส์โดยยังเลือก คณะนิเทศฯ เช่นเดิม ซึ่งเมื่อผลออกมาว่าได้เข้าเรียนก็รู้สึกดีใจมาก ส่วนที่เลือกเรียนคณะนิเทศฯ เพราะมีความสนใจเรื่องของภาพยนตร์ รวมถึงการสื่อสารจึงอยากจะเข้ามาเรียนรู้ แม้ว่าตอนมัธยมศึกษาตอนปลาย จะเรียนสายวิทยศาสตร์และคณิตศาสตร์ แต่พอเรียนแล้วก็รู้สึกว่าอาจจะยังไม่ใช่ทางของตนเองเท่าไรนักดังนั้น เมื่อเข้ามหาวิทยาลัยจึงตัดสินใจเลือกเรียนในสิ่งที่ชอบและเป็นตัวเองมากกว่า

“เคล็ดลับในการเรียนของผมจะเน้นตั้งใจเรียนในชั้นเรียน มีเรียนพิเศษวันเสาร์-อาทิตย์ เฉพาะวิชาคณิตศาสตร์เท่านั้น สำหรับเพื่อนที่พลาดหวังครั้งนี้ ขอฝากว่าถ้าเราพยายามเต็มที่แล้ว อย่าเสียใจ และอย่าเพิ่งท้อ ยังมีอีกหลายสถาบันที่เปิดรับ”เก๊ต กล่าว

ส่วนระบบการเข้ามหาวิทยาลัยระบบ TCAS ที่จะเริ่มใช้ในปี 2561 นั้น ก๊อต ให้ความเห็นว่า เท่าที่ติดตามข่าวมองว่าระบบใหม่นี้น้องๆน่าจะค่อนข้างเสียโอกาส เพราะให้สิทธิ์และสอบแค่ครั้งเดียว แต่ระบบแอดมิชชั่นส์ เรายังมีโอกาสถึง 2 ครั้งในการสอบแกท แพท และนำคะแนนที่ดีที่สุดไปยื่น แต่สำคัญที่สุดคืออยู่ที่การเตรียมตัวของเราเองด้วย ซึ่งจากประสบการณ์ของผมมองว่าวิชาสำคัญๆที่เราต้องทำคะแนนให้ดี โดยเฉพาะแกท ในส่วนของภาษาอังกฤษ เพราะเป็นวิชาที่หลายมหาวิทยาลัยให้ใช้ยื่นด้วย

"เด็กเก่ง" คะแนนสูงสุด แอดมิชชั่นปี 60

นายธรรมสรณ์ เอี่ยมธนาภรณ์ หรือ น้องโอ๊ค

นายธรรมสรณ์ เอี่ยมธนาภรณ์ หรือ น้องโอ๊ค โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพฯ คะแนน 88.07 คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ บอกว่า สาเหตุที่เลือกเรียนคณะทันตแพทยศาสตร์ เพราะมีความชอบ และค่อนข้างสนใจวิชาด้านวิทยาศาสตร์ อย่างวิชาชีววิทยา ซึ่งครอบครัวก็ให้ความสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยก่อนหน้านี้ตนสอบติดคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ของการคัดเลือกกลุ่มแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท) แต่เมื่อทบทวนตัวเองให้ดีแล้ว ก็รู้สึกว่าอยากเรียนคณะทันตแพทยศาสตร์มากกว่าจึงสละสิทธิ และเลือกแอดมิชชั่น ในคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นอันดับหนึ่ง

“เคล็ดลับการเรียนของผม จะตั้งใจเรียนในห้องเรียนและจะกลับมาจดโน๊ต เพื่อทบทวนบทเรียนอยู่เสมอ ส่วนเรื่องเรียนพิเศษ ก็เรียนเหมือนเพื่อนๆคนอื่นจะเลือกเรียนเฉพาะวิชาที่ไม่ถนัด และเรียนเฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์เท่านั้น”นายธรรมสรณ์ กล่าว

"เด็กเก่ง" คะแนนสูงสุด แอดมิชชั่นปี 60

บอมบ์ หรือ นายจิรายุส ทองประสม

ต่อกันที่ บอมบ์ หรือ นายจิรายุส ทองประสม โรงเรียนสตรีวิทยา 2 กรุงเทพฯ คะแนน 87.86 คณะศิลปศาสตร์ มหาวิยาลัยธรรมศาสตร์  กล่าวว่า รู้สึกดีใจและตื่นเต้นมาก ไม่คิดว่าจะได้คะแนนสูงสุด สาเหตุที่เลือกคณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกภาษาและวรรณคดีอังกฤษ เพราะมีความสนใจและชอบเรื่องของภาษามาก ชอบอ่านวรรณกรรมอังกฤษและดูซีรีย์ต่างประเทศ ช่วยในการฝึกภาษา และที่โรงเรียนก็จัดโครงการพิเศษสอนด้วย ชอบแนวทางการสอนไม่จำเป็นต้องอยู่กับเนื้อหาบทเรียน อยู่กับบทละครชอบได้ถกเถียง ไม่ต้องท่องจำ ทำบ่อยจนชำนาญ เปิดมุมมองหลายมุมมอง น่าสนุกน่าตื่นเต้น และตั้งใจจะเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ เพราะเป็นคนชอบสอนยากให้ความรู้ที่ได้มาไม่มากก็น้อยถ่ายทอดความรู้กับเด็ก อยากให้เด็กไทยอ่าน

การที่รู้และเข้าใจภาษาต่างประเทศจะเป็นการเปิดโลก ได้รู้เรื่องราวต่างๆ กว้างขึ้น ไม่ใช่แค่รู้แต่ในประเทศ โดยตั้งแต่ม.6 ก็อ่านหนังสือฝึกเตรียมความพร้อมเรื่องภาษา สั่งสมไป 2-3 ปี เรียนพิเศษภาษาอังกฤษบ้างเพิ่มคำศัพท์ สำหรับเพื่อนๆขอให้เตรียมตัวเองความรู้และจิตใจไม่อยากให้เครียดเกินไปไม่ใช่สิ่งสุดท้ายให้ทำให้ดีที่สุดผลออกมาต้องยอมรับ เชื่อว่าผลจะออกมาดี ควรเตรียมตัวให้พร้อมศึกษาให้ดี ส่วนการสอบ TCAS จากที่ติดตามก็รู้สึกว่าน้องๆจะต้องเตรียมตัวมากขึ้น เพราะสอบรอบเดียวดังนั้นต้องวางแผนให้ดี ถ้าทางแรกไม่ได้ก็ต้องมีทางที่สองไว้เผื่อเลือก”บอมบ์ กล่าว

"เด็กเก่ง" คะแนนสูงสุด แอดมิชชั่นปี 60

นายธีรภัทร อรุณรัตน หรือ ที

นายธีรภัทร อรุณรัตน หรือ ที โรงเรียน มอ.วิทยานุสรณ์ จ.สงขลา คะแนน 86.75 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่สอบติดคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งในระหว่างที่เรียนยังไม่รู้ว่า จะเรียนสาขาใด แต่เมื่อได้เดินทางไปแลกเปลี่ยนภาษาและวัฒนธรรม ที่สาธารณรัฐเช็ก เป็นเวลา 10 เดือน ทำให้รู้สึกสนใจด้านภาษาและวัฒนธรรม ดังนั้นจึงเลือกเรียนในสิ่งที่สนใจ โดยตั้งใจเรียนด้าน ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ก็ยังไม่คิดว่า จบแล้วจะทำงานอะไร อยากเรียนเพื่อให้รู้ในสิ่งที่สนใจก่อน โดยจากสถานการณ์ระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน คิดว่า เราควรพัฒนาด้านการศึกษา โดยเฉพาะการเรียนด้านภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับเด็กรุ่นใหม่ที่ต้องใช้ในการเรียนและการทำงานในอนาคต ส่วนเรื่องปัญหาการเมืองภายในประเทศนั้น ก็สนใจติดตามข่าวสารเป็นระยะ

"เด็กเก่ง" คะแนนสูงสุด แอดมิชชั่นปี 60

น.ส.ณนิฐตา ธานินทร์ปฐมรัฐ หรือ แป้ม

  ส่วน น.ส.ณนิฐตา ธานินทร์ปฐมรัฐ หรือ แป้ม  โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ กรุงเทพฯ คะแนน 86.51 คณะจิตวิทยา จุฬาฯ  กล่าวว่า รู้สึกดีใจ เนื่องจากได้มีการเตรียมความพร้อมที่เลือกคณะจิตวิทยามาตั้งแต่เริ่มเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ว่าจะต้องใช้คะแนนวิชาอะไร อย่างไรบ้าง และก็มุ่งทำคะแนนในวิชาเหล่านั้นให้ได้ดีที่สุด โดยสาเหตุที่ตนเลือกคณะจิตวิทยา เพราะส่วนตัวเป็นคนชอบคุยและชอบรับฟัง อีกทั้งทางบ้านก็มีน้องที่เป็นเด็กจำนวนเยอะ จึงอยากเรียนจิตวิทยา เพื่อที่จะเข้าใจน้องๆ และคนอื่นๆ มาก ทั้งนี้สำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยระบบ TCAS ที่จะเริ่มใช้ในปี 2561ตนมองว่าเป็นระบบที่มีความยุติธรรม เนื่องจากมีการสอบเพียงครั้งเดียว ทุกคนก็มีสิทธิเท่ากัน แต่น้องๆ ที่จะได้ใช้ระบบนี้อาจจะมีความกดดันมากขึ้น เพราะสอบในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ดังนั้นจึงจะต้องมีการเตรียมตัวให้มากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

"เด็กเก่ง" คะแนนสูงสุด แอดมิชชั่นปี 60

น.ส.สุชัญญา ยิ้มอยู่ หรือ ปาล์ม

น.ส.สุชัญญา ยิ้มอยู่ หรือ ปาล์ม โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) กรุงเทพฯ คะแนน 84.38 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนสอบได้คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล แต่รู้สึกเฉยๆ และรู้สึกสับสน ว่าตัวเองชอบอะไรกันแน่ และเห็นว่าคนที่จะเป็นหมอต้องมีใจรักจริงๆ จึงได้ปรึกษากับพ่อแม่ และตัดสินใจสละสิทธิ์จากคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล ซึ่งพ่อแม่ก็สนับสนุนการตัดสินใจของตนทุกอย่าง ประกอบกับครอบครัวมีธุรกิจ จึงเลือกสอบเข้าคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี สาขาการบัญชี เพื่อจะได้กลับมาช่วยดูแลธุรกิจของครอบครัวต่อไป และคงต้องเรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับโลกเทคโนโลยีด้วย เพราะธุรกิจในอนาคตจะต้องเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีต่างๆ

"เด็กเก่ง" คะแนนสูงสุด แอดมิชชั่นปี 60

นายเศรษฐบุตร ศรีใจอินทร์ หรือ ไบร์ท

และสุดท้าย นายเศรษฐบุตร ศรีใจอินทร์ หรือ ไบร์ท โรงเรียนสตรีศรีน่าน จ.น่าน คะแนน 82.03 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ บอกว่า ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้นปี 1 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แต่ด้วยเป็นคนชอบเรื่องการคิดคำนวณ จึงตัดสินใจยื่นคะแนนแอดมิชชั่นส์รอบนี้อีกครั้ง และเลือกคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เป็นอันดับแรก ก็รู้สึกดีใจที่สอบได้ ส่วนจะมาเรียนหรือไม่นั้นคงต้องปรึกษากับครอบครัวอีกครั้งหนึ่ง  ส่วนเทคนิคการเรียนของตนที่ทำมาตลอด โดยเฉพาะเรื่องการคำนวณนั้นจะเน้นฝึกทำแบบทดสอบสม่ำเสมอ ซึ่งทำให้เราได้ฝึกการคิดเวลาไปเจอโจทย์ในการทำข้อสอบต่างๆ เราก็จะทำได้ง่ายขึ้น ขณะที่วิชาอื่นๆที่เน้นความจำ ตนจะเน้นจดช็อตโน๊ตไว้สั้นๆ แล้วก็มาอ่านทำความเข้าใจ และมีการพูดคุยกับเพื่อนเพื่อเป็นการทบทวนความรู้ไปในตัวด้วย

โพลล์ชี้บริษัทบุหรี่ไร้ความน่าเชื่อถือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/282551

โพลล์ชี้บริษัทบุหรี่ไร้ความน่าเชื่อถือ

รวมถึงสถานทูต, โพลล์, ชี้, บริษัท, บุหรี่, ไร้, ความน่าเชื่อถือ

โพลล์สถาบันจัดการด้านการเงิน  Barron เผยบริษัทบุหรี่ยักษ์ใหญ่ไร้ความน่าเชื่อถือ หลักฐานชี้ชัด บุหรี่เป็นสินค้าชนิดเดียวที่ฆ่าผู้บริโภคของตนเอง

       น.ส.บังอร  ฤทธิภักดี  ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อสังคมอาเซียนปลอดบุหรี่ เปิดเผยผลสำรวจของสถาบัน จัดการด้านการเงิน  Barron  ที่สำรวจความเห็นของนักลงทุนถึงระดับความน่าเชื่อถือของบริษัทยักษ์ใหญ่ในสหรัฐ อเมริกาหนึ่งร้อยบริษัท  ที่พบว่าบริษัทบุหรี่อยู่รั้งท้าย โดยบริษัทบีเอทีเจ้าของบุหรี่ตรา 555  อยู่ในอันดับที่ 98  บริษัทฟิลลิป  มอร์ริส  อินเตอร์เนชั่นแนล  เจ้าของบุหรี่มาร์ลโบโร  แอลแอนด์เอ็ม และขณะนี้กำลังวิ่งเต้นอย่างหนักที่จะนำบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย  อยู่อันดับที่ 93  ขณะที่บริษัทที่น่าเชื่อถือเป็นอันดับหนึ่ง ได้แก่ บริษัทแอปเปิล  ตามด้วยวอลท์ดิสนีย์  และกูเกิลอยู่ที่อันดับ 5

ขณะที่การสำรวจของหนังสือพิมพ์ซันเดย์ไทม์ส  ของอังกฤษ  ก็พบว่าบริษัทบุหรี่บีเอทีไม่ติดอันดับหนึ่งในร้อย ของบริษัทที่คนอยากจะทำงานด้วย  และการสำรวจในออสเตรเลีย  บริษัทบุหรี่ก็ไม่ติดอยู่ใน 60 ธุรกิจที่น่าเชื่อถือ เช่นกัน

“เมื่อเร็ว ๆ นี้ องค์การอนามัยโลกประกาศว่าบุหรี่คร่าชีวิตชาวโลกปีละ 7.2  ล้านคน  แม้จะมีหลักฐานที่ชัดเจนมากมายนานกว่า 60 ปีแล้วว่า บุหรี่เป็นสินค้าชนิดเดียวที่ฆ่าผู้บริโภคของตัวเอง แม้จะใช้ตามปกติ  แต่บริษัทบุหรี่ก็ไม่เคยคิดที่จะหยุดผลิตและขายสินค้าเพชฌฆาตนี้   เพราะธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ทำกำไรสูงมากปีละหลายแสนล้านบาท รัฐบาลทั่วโลกต่างตระหนักถึงปัญหานี้  และพยายามไม่เข้าไปสนับสนุนธุรกิจนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านนโยบายระหว่างประเทศ  เช่น สหรัฐอเมริกามีคำสั่งประธานาธิบดีที่ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐบาล (รวมถึงสถานทูต)  ให้ความช่วยเหลือแก่บริษัทบุหรี่อเมริกัน ในการแทรกแซงนโยบายควบคุมการบริโภคยาสูบของประเทศอื่น  ขณะที่รัฐบาลอังกฤษก็ได้ออกระเบียบห้ามเจ้าหน้าที่รัฐบาลแทรกแซงนโยบายควบคุมยาสูบของประเทศอื่นเช่นกัน”

โมเดลชุมชนสุขภาพจิตดีเด่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/282549

โมเดลชุมชนสุขภาพจิตดีเด่น

กรมสุขภาพจิต, DSPM

กรมสุขภาพจิต โชว์ โมเดลชุมชนสุขภาพจิตดีเด่น ภาคเหนือ

   กรมสุขภาพจิต ลงพื้นที่ชุมชน ต.แม่ปูคา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ เยี่ยมเยียนและชมผลงานด้านสุขภาพจิตชุมชนดีเด่น ณ รพ.สต.บ้านป่าสักน้อย โดยมี นายทรงศักดิ์ มูลสัก รองนายกเทศมนตรีตำบลแม่ปูคา พร้อมทีมผู้บริหาร ผอ.รพ.สต.บ้านป่าสักน้อย นางจิดาภา อิ่นแก้ว อสม.ดีเด่น สาขาสุขภาพจิตชุมชน ระดับประเทศ นายสัมฤทธิ์  นามแสง กำนัน ต.แม่ปูคา อ.สันกำแพง  อาสาสมัครสาธารณสุข และประชาชน ต.แม่ปูคา ให้การต้อนรับ

         นาวาอากาศตรี นายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่าชุมชน ต.แม่ปูคา เป็นชุมชนต้นแบบด้านสุขภาพจิต ที่เกิดจากการบูรณาการดำเนินงานร่วมกันจากทุกภาคส่วน อาศัยกลไกตำบลจัดการสุขภาพ ที่มีกลไกระบบสุขภาพระดับอำเภอ เป็นพื้นฐานรองรับให้สามารถดำเนินงานได้อย่างเป็นระบบ และดำเนินการได้จริงตามปัญหาสุขภาพจิตและสภาพบริบทของพื้นที่ในทุกกลุ่มวัย ควบคู่ไปกับการดำเนินงานสุขภาพทางกาย ให้ชุมชนสามารถดูแลกันเองได้ และสามารถอยู่ร่วมกันได้กับผู้ป่วยทางจิต ทั้งนี้ ในเขตสุขภาพที่ 1 ประกอบด้วย 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน (เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา และแม่ฮ่องสอน) มีผู้มีปัญหาสุขภาพจิตและผู้ป่วยจิตเวชทั้งแบบผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก ประมาณ  3 แสนกว่าคน จากประชากรประมาณ 5.6 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นความผิดปกติทางจิตและพฤติกรรมที่เกิดจากการใช้สารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท เช่น ยาบ้า รองลงมา คือ โรคประสาท โรคจิตเภท ความผิดปกติทางอารมณ์ และเสพติดสุรา เป็นต้น ซึ่งในชุมชน  ต.แม่ปูคานี้ มีผู้ป่วยจิตเวช 17 คน ใน 9 หมู่บ้าน จากประชากรประมาณ 5,800 คน โดยทั้งหมดได้รับการดูแลและรับยาต่อเนื่อง ด้วยการบูรณาการงานร่วมกัน สะท้อนถึงการเป็นชุมชนที่เข้มแข็งได้เป็นอย่างดี

       ความโดดเด่นของชุมชนนี้จึงอยู่ที่ระบบการเฝ้าระวัง ป้องกันปัญหาสุขภาพจิตทุกกลุ่มวัย โดยชมรมอุ่นใจ ที่เกิดจากการตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาสุขภาพจิตในชุมชนร่วมกัน ทั้งจากเจ้าอาวาส กำนันผู้ใหญ่บ้าน เทศบาล โรงเรียน รพ.สต. และ อสม. จากทุกหมู่บ้านใน ต.แม่ปูคา รวมทั้ง ชมรมจิตอาสาราชประชาสมาสัย จ.เชียงใหม่ การดำเนินงาน มีทั้งการตรวจประเมินพัฒนาการเด็กแรกเกิด-5 ปี ด้วยคู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย หรือคู่มือเล่มขาว (DSPM) เน้นเฝ้าระวังเด็กพัฒนาการล่าช้า มีกิจกรรมกระตุ้นโดยการใช้อุปกรณ์ที่มีในครอบครัว ส่งเสริมสุขภาพจิตให้กับชุมชน ดูแลและคัดกรองกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ญาติ และผู้ดูแล ด้วยแบบคัดกรอง 2Q และการเยี่ยมบ้านร่วมกับ อสม. ตลอดจนมีการคิดค้นนวัตกรรมแก้ปัญหาผู้ป่วยขาดยาและไม่มาพบแพทย์ตามนัด เป็นต้น ที่สำคัญ ดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องจนส่งกลับคืนสู่สังคม สามารถหาเลี้ยงชีพ และใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างปกติสุข

“กระบวนการดูแลและรักษาผู้ป่วยจิตเวชนั้น หลักสำคัญ คือ ต้อง 3 ประสาน ได้แก่ โรงพยาบาล ครอบครัวและชุมชน ที่ต้องเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ ไม่ลดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ป่วย ให้การยอมรับ และให้โอกาสกับพวกเขา เข้าถึงบริการด้านการรักษาอย่างต่อเนี่อง เพราะโรคทางจิตเวชทุกโรครักษาได้ เช่นเดียวกับโรคเรื้อรังอื่นๆ ที่ต้องรักษาต่อเนื่อง ไม่ขาดยาหรือลดยาเอง ที่สำคัญ ไม่ใช้สารเสพติด โดยเฉพาะยาบ้าและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพราะจะทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการทางจิตขั้นรุนแรง การลงพื้นที่ชุมชนในครั้งนี้ จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ต้องการให้สังคมภายนอกได้เห็นถึงพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมถึงศักยภาพของผู้ป่วยที่พร้อมกลับคืนสู่ครอบครัวและสังคม สามารถใช้ชีวิตอยู่ในชุมชนและสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี พึ่งพาตนเองได้ และเป็นภาระต่อผู้อื่นน้อยที่สุด” อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว

ด้าน นพ.มนตรี นามมงคล ผอ.ศูนย์สุขภาพจิตที่ 1 กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการดำเนินงานสุขภาพจิตในชุมชน ศูนย์สุขภาพจิตที่ 1 ได้พัฒนา อสม.ต้นแบบสุขภาพจิตชุมชนจากในระดับจังหวัด ของ จ.เชียงใหม่ โดยเน้นการบูรณาการระหว่างงานส่งเสริมและป้องกันปัญหาสุขภาพจิตตามกลุ่มวัยและการเจ็บป่วยด้วยโรคทางจิตเวช นอกจากนี้ ได้อบรมแกนนำและอาสาสมัครดูแลผู้ป่วยทางจิตเพื่อให้สามารถดูแลกันได้ในชุมชน และจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้กิจกรรมดูแลผู้ป่วยทางจิต ขณะที่ การดูแลสุขภาพจิตชุมชนในระยะยาว ( LTMHC : Long Term Mental Health Care) จะใช้แนวทางการสร้างเครือข่ายและการมีส่วนร่วม  พัฒนาผู้นำและทีมในการดำเนินงาน  สร้างกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม พัฒนาการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ ตลอดจน สร้างพลังในชุมชน โดยการเสริมสร้างความรู้

นศ.สวนนันท์!!คว้าสุดยอดเชฟไทยแห่งปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/282463

นศ.สวนนันท์!!คว้าสุดยอดเชฟไทยแห่งปี

นโยบายเอตทัคคะ, มรสส, สุดยอดเชฟแห่งปี, อาณัติ, มรสส, สุดยอดเชฟไทยแห่งปี ครั้งที่ 6, TUCC

นักศึกษาคหกรรม มร.สส.เจ๋ง!! คว้าชัยสุดยอดเชฟไทยแห่งปี “อาณัติ” คณบดีฯเผยเป็นสุดยอดสาขาวิชา ตามนโยบายพัฒนาสู่เอตทัคคะคือความสุดยอดด้านใดด้านหนึ่ง

      ผศ.ดร.อาณัติ ต๊ะปินตา คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มร.สส.) เปิดเผยว่า นักศึกษาสาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ มร.สส. คว้ารางวัลจากการจัดการแข่งขัน “สุดยอดเชฟไทยแห่งปี ครั้งที่ 6” หรือ Thailand Ultimate Chef Challenge 2017 (TUCC) เพื่อค้นหาสุดยอดเชฟทั้งในระดับมืออาชีพและระดับเยาวชน ในมาตรฐานการแข่งขันระดับโลก และถือเป็นการแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยมีผู้เข้าร่วมแข่งขันกว่า 1,000 คนจากทั่วเอเชีย ซึ่งจัดแข่งขันที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับหอการค้าไทย และบริษัท โคโลญ เมสเซ่ โดยการแข่งขันปีนี้ รางวัล สุดยอดแห่งปี

นศ.สวนนันท์!!คว้าสุดยอดเชฟไทยแห่งปี

สำหรับทีมที่ทำคะแนนรวมสูงสุด เป็นของทีมจาก มร.สส. ซึ่งเป็นผลมาจากการผลักดันโครงการพัฒนาสาขาวิชาสู่เอตทัคคะตามนโยบายของมร.สส. ซึ่งเอตทัคคะหมายถึงความเยี่ยมยอดทางใดทางหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งมร.สส.ได้กำหนดเป้าหมายเป็นแผนยุทธศาสตร์ไว้ว่า เราจะเป็นมหาวิทยาลัยเอตทัคคะนานาชาติในอนาคต

นศ.สวนนันท์!!คว้าสุดยอดเชฟไทยแห่งปี

“คณะวิทยาศาสตร์ฯ ได้เลือกสาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ มานำร่องพัฒนาผลักดันให้เกิดผลสำเร็จตามแผนยุทธศาสตร์ให้เป็นรูปธรรม ทั้งต่อผู้เรียน และต่อสาขาวิชา เพราะมร.สส.มีรากฐานเดิมมาจากการเป็นราชสำนักฝ่ายใน ซึ่งวิถีของชาววังข้อหนึ่งคือเรื่องของตำรับอาหารที่ตกทอดมาบางสูตรมีข้อมูลครบ บางสูตรข้อมูลสูญหายไปบ้าง จึงได้สนับสนุนให้อาจารย์ทำการค้นคว้าวิจัยเพื่อรวบรวมและพัฒนาองค์ความรู้นำมาถ่ายทอดให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติจริงให้เกิดความชำนาญ เมื่อสำเร็จการศึกษา สามารถนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาต่อยอดงานในหน้าที่ หรือพัฒนาเป็นอาชีพอิสระได้ เมื่อพัฒนาแล้วก็ได้สนับสนุนให้นักศึกษาได้เสริมประสบการณ์จากการการจัดกิจกรรมต่างๆ อยู่เสมอทั้งภายในมหาวิทยาลัยและหน่วยงานที่จัดภายนอก ซึ่งวิธีการในลักษณะนี้จะได้ขยายผลไปสู่สาขาวิชาอื่นๆต่อไปนอกจากนี้ยังได้มีแผนจัดตั้งศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน สาขาผู้ประกอบอาหารไทย ระดับ 1ต่อไปอีกด้วย”

นศ.สวนนันท์!!คว้าสุดยอดเชฟไทยแห่งปี

การได้รับรางวัลนี้นับว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่ง และเป็นเครื่องยืนยันว่า แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาผู้เรียนของมร.สส.ที่มุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพผู้เรียน พัฒนาสาขาวิชาสู่ความเป็นเอตทัคคะนั้น สามารถนำมาปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จได้อย่างแท้จริง ผศ.ดร.อาณัติ กล่าวในที่สุด

“อีลียัส” หนุ่มร้อยฝัน!! บินไกลแค่ไหน ไม่ลืมตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/282458

“อีลียัส” หนุ่มร้อยฝัน!! บินไกลแค่ไหน ไม่ลืมตัว

นักศึกษาไทย, อียิปต์, โลกการศึกษามุสลิม, อีลียัส, หนุ่มร้อยฝัน, บินไกลแค่ไหน, ไม่ลืมตัว, แม่ของโลก

เปิดโลกการศึกษามุสลิม : ปัจจุบันนักศึกษาไทยรุ่นใหม่ๆ ที่เดินทางมาศึกษายังประเทศอียิปต์ ในรั้วลัยอัลอัซฮัร

       แม้จะมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ การคว้าปริญญาจากมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร สถาบันสอนศาสนาที่ได้รับการยกย่องถึงการผลิตนักวิชาการศาสนาที่มีคุณภาพและยังเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอีกด้วย แต่กว่าจะถึงวันคว้าชัย นักศึกษาหลายชีวิตเริ่มให้ความสำคัญกับชีวิตนอกห้องเรียนมากขึ้น ด้วยการสานฝันของตัวเองให้เป็นจริง เพราะชีวิตจริงความสุขอยู่ที่การได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก ด้วยแผนชีวิตที่ตัวเองขีดไว้ “อีลียัส” หนึ่งในนักศึกษาตัวอย่างที่สู้ชีวิต ส่งเสียตัวเองเรียน ด้วยความสามารถของตัวอง และการบินมาเพื่อเติมฝันให้เต็มในประเทศอียิปต์

“อีลียัส” หนุ่มร้อยฝัน!! บินไกลแค่ไหน ไม่ลืมตัว

  นายอีลียัส ดือระซอ นักศึกษาจาก จังหวัด ยะลา เป็นลูกคนสุดท้องของนายรอมาลี และยามีล๊ะ ดือระซอ มีพี่น้อง 4 คน ครอบครัวประกอบอาชีพ ค้าขาย อีลียัส จบการศึกษาจากโรงเรียน ธรรมวิทยามูลนิธิ ยะลา ในช่วงที่ศึกษาอีลียัส ต้องลุกขึ้นตั้งแต่เช้าเพื่อช่วยพ่อแม่เตรียมของขายก่อนไปโรงเรียนทุกวันและกลับมาช่วยหลังเลิกเรียนเป็นประจำทุกวัน วันหยุดก็ไปช่วยพ่อสร้างบ้าน รับจ้างส่งของในตลาด เลี้ยงนก เลี้ยงไก่ และงานอื่นๆอีกมากมายที่สามารถเป็นค่าเล่าเรียนและจุนเจือครอบครัวได้ อีลียัสจะทำทุกอย่างขอให้งานนั้นได้มาด้วยความบริสุทธิ์ แม้จะเป็นเด็กไม่เลือกงาน แต่อีลียัสก็มีความฝัน คือ อยากเป็นดีไซเนอร์ สถาปนิคและการออกแบบ มีธุรกิจส่วนตัว แต่ก็คงไว้ซึ่งความเงียบมาตลอด เมื่อจบการศึกษาน้องอิลยัสไม่อยากจะทิ้งพ่อแม่ให้ทำงานเพียงลำพัง แต่ผู้เป็นพ่อต้องการให้ลูกชายคนสุดท้องได้ออกไปสู่โลกภายนอกเพื่อเติมเต็มชีวิต อิลียัสจึงเลือกที่จะมายังประเทศอียิปต์

“อีลียัส” หนุ่มร้อยฝัน!! บินไกลแค่ไหน ไม่ลืมตัว

นายอีลียัส ดือระซอ

อิลียัส เล่าว่า ที่เลือกมาอียิปต์เพราะอยากมาศึกษาในด้านศาสนา อยากมายืนอยู่ท่ามกลางประเทศอิสลามที่ได้ชื่อว่า “แม่ของโลก” และที่สำคัญคือศึกษาภาษาเพิ่มเติมทั้งอาหรับและอังกฤษเพราะการศึกษาในต่างประเทศจะได้เรียนรู้เร็วกว่า เพราะสังคมบีบให้ตัวเราต้องพยายาม และรู้ถึงความอ่อนแอของเราไม่ว่าจะด้านการใช้ชีวิต มุมมองตลอดจนการศึกษา ปีนี้เข้าสู่มหาวิทยาลัยเป็นปีแรก ตลอดระยะเวลา 1 ปี 7 เดือน ที่มาศึกษาในอียิปต์ ทำให้รู้ว่าคนอียิปต์จริงๆแล้วเป็นคนดีแต่อาจจะดูแรง ชอบโวยวายส่งเสียดัง ชาวอียิปต์ชอบช่วยเหลือผู้อื่นโดยเฉพาะเวลาที่มีการทะเลาะกัน ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์มาช่วยห้ามจะเป็นกลางหมด ไม่หนักไปทางฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด มีความยุติธรรมและช่วยเหลือสังคม โดยเฉพาะและในด้านวัฒนธรรม ประเพณี พวกเขาจะปฏิบัติอย่างจริงจัง หรือในด้านศาสนาและชาวอียิปต์จะไม่เอาเรื่องศาสนามาล้อเล่น ทุกเรื่องคือการมอบหมายต่อพระเจ้าเราจึงไม่เห็นชาวอียิปต์นินทาว่าร้ายคนในศาสนาเดียวกันหรือต่างศาสนาเลย

“อีลียัส” หนุ่มร้อยฝัน!! บินไกลแค่ไหน ไม่ลืมตัว

อีลียัส เล่าต่อว่า ชีวิตนักศึกษาในอียิปต์ เราต้องบังคับตัวเอง ด้วยความฝันของตัวเองเท่านั้นเราถึงจะมีการลงมือทำและทำด้วยความสุข ความสนุก การแบ่งเวลาให้เป็นคือเรื่องสำคัญในการจะสร้างฝันให้เป็นจริง ผมเป็นคนชอบด้านการสื่อสารเรื่องภาษา ปัจจุบันผมใช้ภาษามามาเลเซีย อินโดนีเซีย ภาษาไทย ภาษาอังกฤษและอาหรับ ซึ่งอังกฤษและอาหรับกำลังพัฒนาขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากเราต้องใช้ชีวิตในสังคมร่วมกับชาวอาหรับและต่างชาติ การแต่งภาพโปรแกรมโฟโตช๊อป การตัดต่อวีดีโอ สร้างบ้าน ออกแบบแปลนบ้าน การเดินสายไฟ การซ่อมเครื่องไฟฟ้าบางชนิด ทำสวนปลูกผัก ปลูกต้นไม้ อยู่กับธรรมชาติ แต่เกมส์ก็เล่นส่วนใหญ่เป็นเกมส์แนวแอ๊คชั้นเพราะได้ความคิดในการนำมาประยุคกับงานศิลปะที่ตัวเองชอบ

“อีลียัส” หนุ่มร้อยฝัน!! บินไกลแค่ไหน ไม่ลืมตัว

ทุกวันนี้อิลียัส เล่าว่า ดีใจที่ได้เข้ามาทำงานในร้านบันดง เป็นการเปิดโลกให้กับตัวเอง ย่อความฝันที่มีให้เกิดความจริง เพราะร้านอาหารบันดง สร้างคนให้เต็มคนจริงๆทำให้ตัวเองกล้าที่จะเผชิญกับสิ่งที่ไม่เคยทำและไม่มั่นใจให้เกิดความมั่นใจ ตำแหน่งเชฟ หรือ พ่อครัว คือ งานที่ไม่เคยมีในความฝันแต่เพราะผมอยากเรียนรู้ทำให้รักในอาชีพนี้ขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจและเป็นการเข้าถึงการเป็นพ่อครัวระดับมืออาชีพที่ต้องมีรายละเอียดมากมายรวมถึงการออกแบบเมนู ออกแบบการตกแต่งจานและการเอาใจใส่ทุกอย่างเพราะเป็นเรื่องสำคัญกับผู้บริโภค อยู่ร้านอาหารบันดง นอกจากมีเงินเดือนแล้วที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดคือได้รับการสั่งสอนในทุกด้าน ความรู้ สังคม มารยาท การแต่งกายและการอยู่บนโลกใบนี้อย่างมีความสุข จึงไม่เคยนึกท้อทุกครั้งที่มีปัญหาเกิดขึ้นกับชีวิต

“อีลียัส” หนุ่มร้อยฝัน!! บินไกลแค่ไหน ไม่ลืมตัว

อีลียัสได้แสดงเห็นความแตกต่างการได้มาศึกษายังต่างแดนว่า ได้เห็นสังคมคนในต่างแดน ได้เรียนรู้ในสิ่งที่ไม่รู้ด้วยประสบการณ์ชีวิต ต้องคอยประคับประคองตัวเองให้อยู่ในกรอบและความฝันของตัวเองพร้อมความหวังของพ่อแม่ และเป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงการปกครองตัวเองได้ดีแค่ไหนกับสังคมที่ไม่มีคนคอยตักเตือน

“อีลียัส” หนุ่มร้อยฝัน!! บินไกลแค่ไหน ไม่ลืมตัว

อนาคตที่ อีลียัส อยากทำ คือการสร้างโลกให้น่าอยู่ โดยการสอนภาษาแบบฉบับที่ตัวเองมี สอนศาสนาที่ตัวเองร่ำเรียนมา เพราะศาสนาคือทางนำไปสู่ความสำเร็จของทุกหน้าที่การงานโดยไม่ทำให้สังคมเสื่อมเสียและตัวเองต้องเสี่ยงกับภัยที่น่ากลัวของสังคมโรคและโลกปัจจุบัน

“อีลียัส” หนุ่มร้อยฝัน!! บินไกลแค่ไหน ไม่ลืมตัว

อีลียัส ปิดท้ายว่า ความฝันของคนเรามันไม่เหมือนกัน สำคัญที่ว่าอย่าลืมรากฐานชีวิต ถิ่นฐานบ้านเกิด พ่อแม่และผู้มีพระคุณ ก่อนบินมาอียิปต์พ่อได้บอกว่าเรียนจบไม่จบไม่ใช่ประเด็น แต่การพูดให้เป็น ทำงานให้ได้ และอยู่กับสังคมอย่างมีความสุข คือ ความสำเร็จที่พ่อต้องการ

TCAS ลดเหลื่อมล้ำ??

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/282391

TCAS ลดเหลื่อมล้ำ??

ระบบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย, ทีแคส, อ ล้านตัว, ครอบครัว support ได้, TCAS, ลดเหลื่อมล้ำ, รับ 44258 คน, รับ 68050 คน, รับ44390 คน, รับ 34744 คน, รับ 15064 คน,  อ ล้านตัว, ครอบครัว support ได้ , ค้นพบ, กสพท, ผ่านคะแนน, ตจว

“TCAS” ดีอย่างไร? มาจากไหน? แล้ว จะช่วย “เด็กไทย” ไม่ต้องวิ่งรอกสอบ ลดความเหลื่อมล้ำ ประหยัดสตางค์ในกระเป๋าได้จริงหรือ …..

     ดูจะเป็นคำถามที่น่าขบคิดหาคำตอบไม่ใช่น้อย เพราะจะเริ่มใช้ในปีการศึกษา 2561 ระบบที่วางไว้ ก็มาจากเค้าโครงเดิมอยู่ไม่มากก็น้อย (บางคนบอกมันเป็นการสอบในระบบเดิม ๆ เพียงแต่ แบ่งส่วนให้เห็นกันจะๆ ทุกช็อตเท่านั้นเอง)

     ตัวละครใหม่ TCAS หรือ Thai University Center Admission System ระบบการคัดเลือกเด็กเข้าสถาบันอุดมศึกษาของไทย ที่มีการจัดเรื่องราวไว้เป็น 5 รอบ ตั้งเป้ารับนักศึกษาทั้งสิ้น 206,506 คน เริ่มด้วย รอบที่ 1 การรับด้วย Portfolio หรือแฟ้มสะสมผลงาน (รับ 44,258 คน) รอบที่ 2 การรับแบบโควตา (รับ 68,050 คน) รอบที่ 3 การรับตรงร่วมกัน (รับ44,390 คน) รอบที่ 4 การรับแบบ Admissions (รับ 34,744 คน) และรอบที่ 5 การรับตรงอิสระ (รับ 15,064 คน)

TCAS ลดเหลื่อมล้ำ??

     โดยหลักการปรับชื่อเปลี่ยนลุคใหม่ครั้งนี้ เพื่อให้นักเรียนอยู่ในห้องเรียนจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 นักเรียนแต่ละคนมีเพียง 1 สิทธิ ในการตอบรับสาขาวิชาที่เลือกเพื่อความเสมอภาค และสถาบันอุดมศึกษาในเครือข่ายทปอ.ทุกแห่งจะต้องเข้าระบบเคลียริ่งเฮาส์ เพื่อบริหาร 1 สิทธิ์ของนักเรียน และตัดปัญหาการกั๊กที่เรียนความไม่เสมอภาค เพราะที่ผ่านมานักเรียนที่มาจากครอบครัวฐานะร่ำรวยมีสิทธิ์สมัครเรียนมากกว่านักเรียนที่มาจากครอบครัวฐานะยากจน

     ลดความเหลื่อมล้ำ รวย-จน เก่งมาก-เก่งน้อย เกิดความเสมอภาคได้หรือ..( อ. ล้านตัว)

    เมื่อพิจารณาจาก 5 ระบบที่วางไว้ ถ้าไม่เข้าข้างหรือเอนเอียงเกินไป เห็นชัดว่า ตุ๊กตาตัวแรกสะท้อนความเหลื่อมล้ำของสังคมเสียแล้ว… เพราะสังคมไทยที่เกิดขึ้นจริง “เด็กครอบครัวฐานะดีย่อมมีโอกาสมากกว่าเด็กที่มาจากครอบครัวยากจน” ด้วยการเข้าถึงแหล่งความรู้ดีๆ ค่ายดีๆ ความสามารถพิเศษดีๆ แล้ว “แฟ้มสะสมงาน เกรด โอกาส” จะไม่ดี ไม่เก่งได้อย่างไร

TCAS ลดเหลื่อมล้ำ??

       การใช้ Portfolio หรือ แฟ้มสะสมผลงาน หากเด็กหนึ่งคนมีโปรไฟล์ดี เก่ง รวย ความสามารถเพียบ ย่อมยื่นสมัครเข้าที่ไหนก็ได้ …ถ้ายื่นสมัครรอบที่ 1 ติด แต่ไม่พอใจสละสิทธิ์ไปรอบอื่นๆ ค่าใช่จ่ายอีกเท่าใดที่เสียไปก็ใช่สำคัญ (ครอบครัว support ได้ )ขณะที่รอบ 2 โควตา ไม่ได้จำกัดเฉพาะโควตาพื้นที่นะจ๊ะ โควตาเรียนดี กีฬาเด่น ช้างเผือก และโควตาพิเศษต่างๆ อีกเพียบ ใครมีโควตาอะไรยื่นได้ทุกมหาวิทยาลัยอีกเช่นเคย ถ้าไม่ติด ไม่อยากยื่น หรือยื่นแล้วไม่โดนสละสิทธิ์ ก็ไปต่อโลด

      หาก เด็กคนไหน เลือกที่เรียน คณะ มหาวิทยาลัยในใจ รู้เส้นทางชีวิตของตนเอง รู้ความถนัด ความชอบ และมีศักยภาพเพียงพอในการยื่นPortfolio หรือโควตา จะได้ที่เรียนสมใจ พอใจ ไม่ต้องวิ่งต่อไปรอบอื่นๆ แต่ “เด็กที่ค้นหาตัวเอง รู้จักตัวเอง และพอใจในคณะ มหาวิทยาลัยที่ใฝ่ฝัน” ไม่ได้เลือกและกั๊กสิทธิ์ใคร มีจำนวนมากหรือน้อย คงต้องย้อนกลับไปดูที่การเลี้ยงดูว่าครอบครัวแบบไหนกันที่ช่วยปลูกฝัง สนับสนุนให้เด็กเกิดกระบวนการ “ค้นพบ” ตัวเองได้

     โลกความจริง “ยิ่งรวย โอกาสยิ่งมาก ยิ่งรวย ความเก่งที่เงินสรรสร้างให้ได้ยิ่งสูง” และความพอใจของแต่ละคนไม่เท่ากัน ทำอย่างไรให้เด็กรู้จักพึงพอใจในสิ่งที่ตนเองมี … อีกหนึ่งคำถามที่ได้จากระบบ TCAS

TCAS ลดเหลื่อมล้ำ??

     มาต่อด้วย รอบที่สำคัญไม่น้อย “รอบ 3 การรับตรงร่วมกัน อาหารหรูของเด็กเก๊ง เด็กเก่ง” ด้วยเหตุครั้งแรก!!! ที่การคัดเลือกกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) เป็น 1 ใน 4 สาขาวิชาที่เด็กสามารถเลือกได้ และถ้าเลือก 1 สาขาวิชาของ กสพท. ก็ต้องเลือกอีก 3 สาขาวิชา ก่อนจะถูกประมวลผล (ผ่านคะแนน)ตัดเหลือเพียง 1 สาขาวิชา คนเก่งคะแนนถึงก็เลือกได้ตามใจ โดยใช้การสอบกลาง อย่าง โอเน็ต แกต/แพต และวิชาสามัญ9 วิชา เป็นต้น ร่วมกันในเวลาเดียวกัน แต่ละสถาบันกำหนดเกณฑ์ที่เป็นอิสระของตนเอง ใครเลือกรอบนี้หมดสิทธิ์ เข้ารอบ 4 แอดมิชชั่น ที่เลือกได้ 4 อันดับเช่นกัน และหาก 4 รอบ ไม่ถูกใจ คะแนนไม่ได้ ต้องเข้ารอบ 5 รับตรงอิสระที่มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งจะจัดขึ้น

      ทุกรอบเปิดโอกาสให้เด็กได้เลือก และ 1 คน มี1 สิทธิ์เท่านั้น อีกทั้ง 5 รอบ รับจำนวนจำกัด แต่ถึงอย่างนั้น สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้น คือ ทุกรอบล้วนเสียค่าใช้จ่ายเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นค่าสมัคร ค่าเดินทาง ค่าที่พัก(ตจว.) นั่นด้วยตารางสมัครของแต่ละมหาวิทยาลัยแล้วแต่ใครจะกำหนด

      อย่างงี้! เด็กรวยจะไม่กวาดโอกาสเลือกที่นั่งให้แก่ตัวเองคงไม่ใช่ เมื่อเกิดเหตุการณ์วนลูป เด็กรวยสมัครได้เยอะเพราะตังค์เยอะ แล้วเด็กจนหละโอกาสอยู่ไหน

     ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว ผู้ช่วยรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่าโดยส่วนตัวมองว่าสามารถแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำได้ในระดับนัยยะสำคัญ แต่เป็นการแก้ปัญหาปลายทาง เพราะการเข้ามหาวิทยาลัยเป็นผลจากการลงทุนตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งเด็กจะเก่งไม่เก่งย่อมถูกกำหนดด้วยสถานะทางเศรษฐกิจ คนที่มีพื้นฐานร่ำรวยกว่า ย่อมมีโอกาส สร้างพื้นฐานได้ดีกว่า และเก่งกว่า ซึ่งถ้าจะลดความเหลื่อมล้ำจริงๆ ต้องมองเรื่องโควตาพื้นที่ ที่กระจายกลุ่มออกไปให้คนที่ด้อยโอกาสในสัดส่วนที่มากขึ้น

    “ด้วยระบบการศึกษาของไทย การคัดเลือกคนเข้ามหาวิทยาลัยเป็นการคัดคนเก่ง ทั้งที่ความเป็นจริงต้องสร้างทุกคนให้เก่งเหมาะสมกับศักยภาพของเด็กแต่ละคน วัดกันที่ความสามารถ ทักษะการทำงาน ไม่ใช่วัดด้วยคะแนนสอบ เกรดเฉลี่ย และต้องเปลี่ยนมุมมองความคิด ต้องพัฒนาเด็กตั้งแต่เล็ก ให้เด็กด้อยโอกาส มาจากครอบครัวยากจนได้รับโอกาสทางสังคม ใกล้เคียงกัน มีแต้มต่อ เช่น การดูแลตั้งเด็ก ได้เรียนกับครูที่ดีมีความสามารถ ใกล้เคียงกันต้องให้ข้อมูลตลาดแรงงานเงินเดือนรู้ตารางอาชีพ อาชีพไหน ที่ตลาดแรงงานต้องการ ทำให้คุณภาพชีวิตของเขาดีขึ้น เพื่อเลือกเดินชีวิตได้ถูกทางเป็นต้น” ดร.เกียรติอนันต์ กล่าวทิ้งท้าย

     ถ้าวันแรกที่เรียน เด็กได้เรียนด้วยวิธีไม่เก่ง ก็เรียนออกมาไม่เก่งด้วย ต่อให้เปลี่ยนระบบปลายทางเข้ามหาวิทยาลัย ก็ช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำไม่ได้

o ชุลีพร อร่ามเนตร qualitylife4444@gmail.com o

“สมมาตร์”ขอความเป็นธรรม“บิ๊กตู่”หลังชนะ 16 คดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/282495

“สมมาตร์”ขอความเป็นธรรม“บิ๊กตู่”หลังชนะ 16 คดี

สมมาตร์ มีศิลป์, 10คดี, นายกฯ, คดี, สมมาตร์, บิ๊กตู่, คตร, คสช, สกสค, 14มิย2560

อดีต ผอ.องค์การค้าฯ ร้องขอความเป็นธรรม “บิ๊กตู่” เพื่อ”แทนคุณแผ่นดิน” หลังชนะ 16 คดี คตร.ตรวจผ่านทุกกรณี เชื่อมั่นพร้อมแบ่งเบาภาระ นายกฯ

          เมื่อวันพุธที่ 14 มิถุนายน 2560 ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนทำเนียบรัฐบาล อาคารชั่วคราว ก.พ. นายสมมาตร์ มีศิลป์ อดีตผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค. และ อดีตผู้อำนวยการองค์การค้าคุรุสภา มอบให้ นายสถาพร ทารา มายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมจาก ฯพณฯ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีประเด็นดังนี้

เนื่องจากในปี 2541 ถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิดในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การค้าของคุรุสภา ตามคำสั่งคุรุสภาที่ 15/2541 วันที่ 11 มิถุนายน 2541 และถูกฟ้องคดี และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 7/2558 ลงวันที่ 16 เมษายน 2558 ให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ไปก่อนจนกว่าหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ทำให้กระผมต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค.

เมื่อคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ได้เข้ามาตรวจสอบแล้ว ซึ่งกระผมไม่ถูกเลิกจ้างจากผลการตรวจสอบดังกล่าว แต่กลับถูกใช้การประเมินผลงานและประเมินผลสัมฤทธิ์การปฏิบัติงานของผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค. ซึ่งไม่ถูกต้อง ทำให้กระผมไม่ผ่านการประเมินผลงานและผลสัมฤทธิ์การปฏิบัติของผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค. กระผมไม่ได้รับความเป็นธรรมให้กลับเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิม กระผมจึงใคร่ขอความเป็นธรรม โดยขอเรียนชี้แจงในเรื่องการถูกฟ้องคดี และการหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของ คสช. และ การประเมินผลงาน

จากผลสรุปคดีทั้งหมดที่กระผมถูกเลิกจ้าง-ยัดคดีไม่เป็นธรรม เมื่อ ปี 2541 คดีทั้ง 4 กลุ่ม 16 คดี ถึงที่สุดหมดแล้ว โดยศาลพิพากษายกฟ้องทั้งหมด อีกทั้ง คตร ได้ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินสรุปว่าถูกต้องครบถ้วน แต่ คณะกรรมการประเมิน ที่ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ ผอ.องค์การค้าของ สกสค. แต่งตั้ง กลับประเมินไม่ผ่าน และ ได้มาทำหน้าที่บริหารในหน่วยงานนั้นแทนซึ่งไม่เป็นธรรม

ซึ่งกระผมเห็นว่าการประเมินผลงานฯ ไม่ถูกต้อง เนื่องจากกระผมสามารถดำเนินการตามภารกิจขององค์การค้าของ สกสค. ในการผลิตและจัดส่งหนังสือเรียนได้ทันเวลาก่อนเปิดภาคเรียน องค์การค้าของ สกสค. มีสภาพคล่องทางการเงินดีขึ้น และสามารถแก้ไขปัญหาขององค์การค้าของ สกสค. ได้ตามวิสัยทัศน์ และแผนยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาองค์การค้าของ สกสค. ที่นำเสนอไว้ในการสมัครเพื่อเข้ารับการสรรหาเลขาธิการ สกสค ครั้งที่ผ่านมาแต่ได้ยกเลิกไป ที่กระผมสามารถทำได้ในอดีต สำเร็จ ตรวจสอบได้ ดังนี้

– สามารถผลิตหนังสือเรียนเสร็จภายในวันที่ 31 มีนาคม และโรงเรียนได้รับหนังสือเรียน ก่อนเปิดภาคเรียน

– สามารถแก้ไขปัญหาการขาดสภาพคล่องและขาดเงินทุนหมุนเวียน และสามารถแก้ไขปัญหาการขาดทุน

– สามารถแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการยอดขายตก และสามารถแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการงานพิมพ์ล่าช้า ขาดคุณภาพ

– สามารถแก้ไขปัญหาขาดความรัก ความสามัคคี ขาดขวัญและกำลังใจ

จากข้อมูลที่ได้ชี้แจงไปแล้วข้างต้น จะเห็นได้ว่าคดีที่กระผมถูกฟ้องคดีนั้น ศาลพิพากษายกฟ้องและคดีถึงที่สุดแล้ว ในส่วนการปฏิบัติงาน กระผมมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ส่วนการถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อให้คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ตรวจสอบความถูกต้องและโปร่งใสในการใช้จ่ายเงินงบประมาณ นั้น คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ได้เข้ามาตรวจสอบเรียบร้อยแล้วครบถ้วน

จากข้อเท็จจริงทั้งหมดกระผมจึงขอความอนุเคราะห์จาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ให้ความเป็นธรรมกับกระผมย้อนหลัง และ ถ้าท่านให้โอกาสกระผมแสดงฝีมือ ภายใน 6 เดือน ปัญหาต่างๆใน สกสค-องค์การค้าของ สกสค ที่ข้าราชการฝ่ายประจำที่บริหารอยู่แก้ปัญหาไม่ตกจนทุกวันนี้ ไม่ว่าปัญหาหนี้สิน หนี้ค้างจ่ายขั้นเงินเดือน การทุจริตต่างๆ ปัญหาหนังสือค้างสต๊อกกว่า 20 ล้านเล่ม สภาพคล่อง หนังสือส่งไม่ทัน ขวัญกำลังใจพนักงาน สกสค-องค์การค้าของ สกสค โดยไม่ต้องกู้เงินเพิ่มมาแก้ปัญหาสร้างหนี้สินเพิ่มจนเป็นความเสียหายทางแพ่งที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบ กระผม นายสมมาตร์ มีศิลป์ พร้อมทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ เพื่อแทนคุณแผ่นดินเกิด

ทั้งนี้ นายสมมาตร์ มีศิลป์ อดีตผู้อำนวยการองค์การค้าของ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด ในตำแหน่งผู้อำนวยการค้าของคุรุสภา และยังถูกคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาตรา 44 เมื่อวันที่ 16 เม.ย.2558 ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงคำสั่ง กรณีที่คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณภาครัฐ ประเมินผลงานไม่ผ่าน ทำให้ไม่ได้รับความเป็นธรรม

นอกจากนี้ ยังถูกฟ้องร้องเรื่องการขาดคุณสมบัติการดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การค้า สกสค. แต่เมื่อคดีนี้ได้สิ้นสุดแล้ว กลับไม่ได้เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิม จึงอยากร้องขอความเป็นธรรมต่อนายกรัฐมนตรี เนื่องจากคดีที่นายสมมาตร์ถูกฟ้องทั้ง 10 คดี ศาลพิพากษายกฟ้อง และคดีถึงที่สุดแล้ว

ส่วนกรณีที่ถูกคำสั่ง คสช.ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ทางคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ได้มาตรวจสอบความถูกต้อง และความโปร่งใสในการใช้จ่ายเงินงบประมาณในขณะดำรงตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว

โดยในวันนี้(14มิ.ย.2560) นายสถาพร ทารา ในฐานะผู้แทนนายสมมาตร์ มีศิลป์ ได้เข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรม พร้อมด้วยสำเนาหลักฐานการสิ้นสุดคดี 10 คดี ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่าน นายพันศักดิ์ เจริญ ผู้อำนวยการส่วนประสานมวลชนและองค์กรประชาชน ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล

“หมอธี”ร่วมถก ตั้ง“กท.อุดมศึกษา”ที่จุฬาฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/282450

“หมอธี”ร่วมถก ตั้ง“กท.อุดมศึกษา”ที่จุฬาฯ

23 มิย60, ถกกระทรวงอุดมศึกษา, หมอธีเปิดเวที, หมอธีร่วมถก, หมอธี, กทอุดมศึกษา, กระทรวงอุดมศึกษา, รมวศธ, ติง

“หมอธี”เปิดเวที ที่จุฬาฯ รับฟังความคิดเห็น จัดตั้ง“กระทรวงอุดมศึกษา” 23 มิ.ย. ศกนี้ ตลอดทั้งวัน

        หลังจากคณะทำงานจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษาได้นำร่างกฎหมายการจัดตั้งกระทรวงอุดมศึกษา ขึ้นเว็บไฃต์ และเผยแพร่ เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2560 โดยมีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 3 ฉบับด้วยกันได้แก่ พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวงทบวงกรม พ.ศ… พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินกระทรวงอุดมศึกษา พ.ศ… และพ.ร.บ. การอุดมศึกษา พ.ศ… นั้น

         ล่าสุด นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) จะเป้นประธานในพิธีเปิดประชุมสัมมนารับฟังความคิดเห็นในการจัดตั้งกระทรวงอุดมศึกษา ในวันศุกร์ที่ 23 มิถุนายน 2560  ที่ห้องประชุม อาคารมหิดลาธิเบศร  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 09.00น.-09.30น.

จากนั้น คณะทำงานจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา  จะชี้แจงกรอบ หลักคิด สรุปข้อกฏหมาย การจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา  ตามด้วยการเปิดรับฟังความคิดเห็นในช่วงเวลา 10.30น.-12.00 น. และเปิดรับฟังความคิดเห็นในภาคบ่ายตั้งแต่เวลา 13.00-16.00 น.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง….‘ติง’ ร่าง พ.ร.บ.ตั้ง “กระทรวงอุดมศึกษา”

ศธ.เร่งจัดทำแผนปีงบฯ 2562

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/282451

ศธ.เร่งจัดทำแผนปีงบฯ 2562

ทำแผนบูรณาการ, งบประมาณปี 2562, ศธเร่งจัดทำแผนปีงบฯ, 2562, ครม, ศธภ, ศธจ, สพฐ, สอศ, กศน, กศจ, สกอ

ศธ.เตรียมจัดทำแผนปีงบประมาณ 62 แบ่งเป็นระยะเร่งด่วน ในระดับพื้นที่เน้นบูรณาการแผนงานทั้งภูมิภาคและจังหวัด และแผนเชิงยุทธศาสตร์ชาติ

            ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของ ศธ.ที่มีพล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ เป็นประธาน ได้หารือถึงการเตรียมการจัดตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2562 ตามมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งกำหนดการจัดทำแผนออกเป็น 2 ระยะ ดังนี้ ระยะเร่งด่วน การจัดทำแผนในระดับพื้นที่ แบ่งเป็น แผนระดับภูมิภาคและแผนระดับจังหวัด ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับบทบาทของสำนักงานศึกษาธิการภาค (ศธภ.) และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) โดยต้องร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักบริหารงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และสถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่ จัดทำแผนพัฒนาการศึกษาที่ตอบสนองความต้องการของพื้นที่ โดยจะต้องเป็นแผนบูรณาการที่เชื่อมต่อกันในระดับจังหวัดและภูมิภาค ซึ่งต้องดำเนินการให้เสร็จภายในเดือนกันยายนนี้ และระยะที่ 2 จัดทำแผนที่ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยเน้นจัดทำแผนบูรณาการที่สอดคล้องกับยุทธศาสต์ชาติทั้ง 6 ด้าน ซึ่งต้องแล้วเสร็จในเดือนตุลาคมนี้

“คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.)และศธภ.จะเป็นแกนหลัก ในการทำงานเรื่องนี้  ถือเป็นภารกิจเร่งด่วน แต่โดยหลักการทำงาน ศธ.จะเน้นการบริการโอกาสทางการศึกษาของนักเรียนให้ทั่วถึง ทั้งการศึกษาของเด็กอนุบาล 3 ขวบ การเข้าเรียนชั้นม.1 การเรียนต่อชั้น ม.ปลายสายสามัญและสายอาชีพ ที่ต้องตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่ ตลอดจนคุณภาพผู้เรียน ทั้งนี้ ในส่วนการตั้งงบฯปี 2562 ของสถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่ ที่ประชุมครม.ได้ฝากด้วยว่าขอให้คำนึงถึงตัวชี้วัดในการผลิตที่สอดคล้องกับสาขาที่เป็นที่ต้องการของประเทศด้วย”ดร.ชัยพฤกษ์ กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม การจัดทำแผนปฏิบัติงานของปีงบประมาณ 2561 ศธ.จะวางแผนล้อไปกับนโยบายของรัฐบาลให้สอดรับกับการของบประมาณปีงบฯ 2562 ที่แบ่งเป็นระดับพื้นที่และระดับยุทธศาสตร์ชาติ ด้วยเพื่อให้การทำงานเชื่อมโยงกัน

ปลัด ศธ.กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ครม.ได้มอบหมายให้ ศธ.เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี ทำการสำรวจข้อมูลผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศ โดยส่งนักศึกษาในสังกัด สอศ.และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 70,000คน รวมถึงครูและบุคลากรทางการศึกษา 2,380 คนร่วมลงพื้นที่จัดเก็บข้อมูล โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้

ชูอีสาน “สมาร์ทเอ็ดดูเคชั่น ซิตี้”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/282432

ชูอีสาน “สมาร์ทเอ็ดดูเคชั่น ซิตี้”

สมาร์ทเอ็ดดูเคชั่น ซิตี้, อีสาน, มหาสารคาม, แผนการศึกษาชาติ, ชูอีสาน, สมาร์ทเอ็ดดูเคชั่น, ซิตี้, กศจ, สกศ, พศ 2560 - 2564, อปท, Mentor, สนช, New S - curve, Robotics, Aviation and Logistics, Biofuels and Biochemicals, Digital, Medical Hub

สกศ.แถลงแผนชาติปลื้มถิ่นอีสานสมาร์ทเอ็ดฯ ลดเหลื่อมล้ำ ดึงมหาลัยในพื้นที่ร่วมเคลื่อนอัตลักษณ์ ร่วมดูแลการศึกษาในทุกระดับ แหล่งเรียนรู้ชุมชนท้องถิ่น

      จากการประชุมแถลงแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่โรงแรมตักสิลา จังหวัดมหาสารคาม เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมช.ศึกษาธิการ กล่าวปาฐกถาศาสตร์พระราชากับการพัฒนาการศึกษา ความสำคัญตอนหนึ่งว่า แผนการศึกษาชาติ 20 ปี ที่มี 4 ระยะดำเนินการ ช่วงแรก ปี 2560 – 2564 ช่วงที่ 2 ปี 2565 – 2569 ช่วงที่ 3 ปี 2570 – 2574 และช่วงสุดท้าย ปี 2575 – 2579 โดยเน้นการศึกษาวิจัย ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ส่งเสริมเด็กและเยาวชนอนาคตเป็นทั้งคนดีและคนเก่ง มีความรู้ความสามารถ มุ่งมั่น วิริยะ มุ่งมั่น รักคุณพ่อคุณแม่ อยากให้ทุกคนศึกษาแนวทางการศึกษาชาติร่วมกันคิดว่าต่อไปเด็กไทยในอุดมคติในอนาคตควรเป็นคนอย่างไร ต้องศึกษาจากบทเรียนในอดีตสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิตนำมาปรับใช้ในการพัฒนาประเทศ ฝ่ายการศึกษาต้องวางแผนขับเคลื่อนการศึกษาของชาติให้ดีทั้ง 4 ระยะไปพร้อมกับการเรียนรู้อย่างตลอดชีวิตทุกช่วงวัย ถึงแม้วัยเกษียณก็ยังเรียนรู้ได้ ครูอาจารย์ ผู้อำนวยการโรงเรียน คือตัวอย่างสำคัญที่สุดของเด็ก ขอฝากความหวังผู้บริหารสถานศึกษาทุกแห่งต้องมีจิตวิญญาณแห่งความเป็นครูที่น่าภาคภูมิใจ อยากให้ครูอาจารย์น้อมนำศาสตร์พระราชาทั้ง 5 ประการ 1.ความพอเพียง 2.ความซื่อสัตย์สุจริต 3.ความรับผิดชอบ 4.ความกตัญญู และ 5.ความมีคุณธรรมจริยธรรมนำไปปรับใช้ในหลักสูตรการเรียนการสอนสนองพระราชดำริสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสร้างความสันติสุขแก่บ้านเมือง

ชูอีสาน “สมาร์ทเอ็ดดูเคชั่น ซิตี้”

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมช.ศึกษาธิการ

ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า สิ่งที่อยากเห็นภาพชัดเจนและเป็นคำตอบแก่สังคมสำหรับความตั้งใจของรัฐบาลและ ศธ.รื้อฟื้นศึกษาธิการจังหวัดขึ้นมาอีกครั้งเพื่อขยายโอกาสและส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษาทั่วประเทศ ดังนั้น ใคร่ขอให้ทุกฝ่ายทุกหน่วยงานช่วยกันผลักดันแผนการศึกษาชาติ ระยะ 20 ปี ให้เป็นรูปธรรมจับต้องได้ คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) และอนุ กศจ. 3 ชุด สามารถขับเคลื่อนได้ดี ผู้คนมีความรู้ความสามารถสร้างจิตสำนึกรักจังหวัด รักท้องถิ่น และที่สุดแล้วคือทุกคนรักประเทศไทย ทำอย่างไรไม่ให้เด็กทอดทิ้งบ้านเกิดมาหางานทำในกรุงเทพฯ แม้เป็นเรื่องที่ห้ามยากเพราะศักยภาพแต่ละจังหวัดไม่ได้เท่ากันในการขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0

“รู้สึกเป็นห่วงการใช้สื่อสังคมออนไลน์ หรือ โซเชียลมีเดียของเยาวชนไทย ไม่ควรใส่ร้ายป้ายสี โพสต์ข้อความไม่เหมาะสม ทุกฝ่ายต้องช่วยกันดูแลสร้างจิตสำนึกเยาวชนให้รู้เท่าทันการใช้โซเชียลมีเดียอย่างเหมาะสมและสร้างสรร สร้างความปรองดองสามัคคีของคนในชาติ ฝากถึงครูอาจารย์ช่วยกันปลูกฝังให้เด็กไทยมีไอดอลในชีวิต เช่น สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ สมเด็จย่า ผู้ทรงอยู่เบื้องหลังอบรมสั่งสอนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระจริยวัตรงดงาม สุภาพ เรียบร้อย อ่อนน้อมถ่อมพระองค์ ทรงงานหนัก เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยและพสกนิกรทั่วโลก เราร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยภายใต้ร่มพระบารมีและสืบสานพระราชปณิธานแห่งพระบรมชนกนาถ” ม.ล.ปนัดดา กล่าว

ชูอีสาน “สมาร์ทเอ็ดดูเคชั่น ซิตี้”

ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการ สกศ.

ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) กล่าวว่า แผนการศึกษาชาติ 20 ปี ถือเป็นธรรมนูญขับเคลื่อนการศึกษาที่มีความสำคัญต่อทิศทางการอนาคตของประเทศในอนาคต มีความเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี รวมทั้งแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 – 2564) ถือเป็นแผนการศึกษาระยะยาวฉบับแรกที่มีในประเทศไทย เกี่ยวข้องกับการศึกษาของคนตลอดช่วงชีวิตทั้ง 5 ช่วงวัย ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงสูงวัย มีกระบวนการขับเคลื่อนอย่างชัดเจนไม่ใช่กระทรวงศึกษาธิการรับผิดชอบแต่เพียงหน่วยเดียว แต่เชื่อมโยงบูรณาการการศึกษาอย่างน้อย 11 กระทรวง 53 หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษารวมทั้งองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่เข้ามามีส่วนร่วมขับเคลื่อนการศึกษาเชิงพื้นที่ สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้อุดมปัญญามีเหตุผล คุณธรรม สร้างกำลังคนที่นำพาประเทศไทยก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วในอีก 20 ปีข้างหน้า

“จังหวัดมหาสารคาม คือ แหล่งตักสิลาการศึกษาของประเทศ ถือเป็นเมืองแห่งองค์ความรู้วิชาการของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ สมาร์ทเอ็ดดูเคชั่น ซิตี้ เป็นแหล่งสั่งสมวิทยาการของชาวอีสาน ดังนั้น สถาบันการอาชีวศึกษา และสถาบันอุดมศึกษา วิทยาลัยเทคนิค มหาวิทยาลัย ต้องร่วมกันผลิตกำลังคนคุณภาพ แหล่งรวมความรู้ ช่วยกันเร่งขับเคลื่อนการวิจัยพัฒนา ภูมิปัญญาท้องถิ่น วรรณกรรม เสริมสร้างภูมิปัญญาคนอีสาน มหาวิทยาลัยเป็นพี่เลี้ยงให้ระดับมัธยมเข้ามาใช้ห้องแลป ศูนย์การเรียนรู้ต่าง ๆ เสริมสร้างการเรียนรู้อย่างเข้มแข็งด้วยระบบพี่เลี้ยง (Mentor) ซึ่งประสบความสำเร็จมาแล้วในประเทศชั้นนำของโลก ส่งเสริมอุดมศึกษาต่อยอดเสริมความเข้มแข็งงานวิจัยเพื่อพัฒนาท้องถิ่น เพื่อธำรงอัตลักษณ์ชาวอีสาน เช่น วรรณกรรม ศิลปวัฒนธรรมไทยท้องถิ่น ฯลฯ สอดรับยุคประเทศไทย 4.0”ดร.กมล กล่าว

ชูอีสาน “สมาร์ทเอ็ดดูเคชั่น ซิตี้”

ด้าน ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดี ฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะคณะอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจด้านจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ กล่าวว่า ความสำเร็จของแผนการศึกษาชาติคือ ทุกฝ่ายร่วมกันขับเคลื่อนแผนสู่การปกฺบัติ ภายใต้ 6 ยุทธศาสตร์ และ 5 เป้าหมาย ซึ่งผ่านการพิจารณามาอย่างดีบนพื้นฐานของงานวิจัย เชื่อมั่นว่าแผนฉบับนี้จะนำประเทศไทยไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว และเสริมสร้างชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยที่ดีขึ้น มุ่งเน้นเพิ่มโอกาสและความเสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษาและการเรียนรู้ที่ตอบสนองความต้องการของผู้เรียน ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ผ่านระบบเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทุกรูปแบบและช่องทางการเรียนรู้ ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้เรียนทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกพื้นที่ และทุกระดับการศึกษาได้รับการศึกษาในรูปแบบที่เหมาะสมตามศักยภาพของผู้เรียนแต่ละกลุ่ม ในสถานศึกษาที่มีมาตรฐานและคุณภาพทัดเทียมกัน

นอกจากนี้ ต้องจัดให้มีระบบฐานข้อมูลกลางรายบุคคลทุกช่วงวัยที่เชื่อมโยงกันได้และสามารถแลกเปลี่ยนฐานข้อมูลระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เป็นระบบเดียวกันทั้งประเทศ สามารถใช้ร่วมกันระหว่างหน่วยงาน สร้างระบบสารสนเทศทางการศึกษาที่ครอบคลุม ถูกต้อง และเป็นปัจจุบันเพื่อการวางแผนการบริหารจัดการศึกษา การติดตามและประเมินผลอย่างมีประสิทธิภาพ

“ศธ.ได้รับงบประมาณสูงสุดแต่ประสิทธิภาพยังไม่เป็นที่น่าพอใจนัก ดังนั้น จึงต้องลดความสูญเปล่าการใช้งบประมาณทางการศึกษา ด้วยการใช้ฐานระบบข้อมูลการศึกษาที่มีความชัดเจน แผนการศึกษาชาติ 20 ปี ให้ความสำคัญการเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียมและทั่วถึง กลไกสำคัญต้องเร่งสร้างธรรมาภิบาลในสถานศึกษาทั่วประเทศหากสถานศึกษาได้รับสนับสนุนงบประมาณอย่างเต็มที่และผู้บริหารได้รับการอุดหนุนจากรัฐ เต็มที่ในฐานะพ่อพิมพ์แม่พิมพ์ของชาติจะช่วยให้ครูอาจารย์สามารถขับเคลื่อนพัฒนาการศึกษาได้เต็มประสิทธิภาพ”ผศ. ดร.อนุสรณ์ กล่าว

ชูอีสาน “สมาร์ทเอ็ดดูเคชั่น ซิตี้”

ขณะที่ รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า สถาบันอุดมศึกษาในภาคอีสานที่มีมากกว่า 30 แห่ง ต้องเข้ามามีบทบาทการส่งเสริมการให้ความรู้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองในการดูแลส่งเสริมการเรียนรู้ในเด็กเล็ก ที่เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญในการสร้างเด็กที่มีคุณภาพลำดับต่อไป โดยในช่วง 2 ปีต่อจากนี้ไปคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ตามมาตรา 261 จะเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อทิศทางการปฏิรูปการศึกษาของประเทศ ขับเคลื่อนไปพร้อมกับแนวทางของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ถือเป็นคัมภีร์ในการร่วมปฏิรูปประเทศไทยให้เกิดความเข้มแข็งทางการศึกษา ยกระดับใช้เทคโนโลยีทางการศึกษาเพื่อสร้างกำลังคนที่มีคุณภาพ

“กศจ. และภาคส่วนต่าง ๆ สถานศึกษา สถาบันอาชีวศึกษา สถาบันอุดมศึกษา เข้ามามีบทบาทการส่งเสริมการศึกษาทุกระดับ คณะพยายาบาล คณะแพทยศาสตร์ ต้องเข้ามามีส่วนร่วมดูแลเด็กตั้งแต่แรกเกิด พัฒนาระดับปฐมวัย การศึกษาขั้นพื้นฐาน เร่งลดความเหลื่อมล้ำคุณภาพของสถานศึกษาให้เกิดความเท่าเทียม สร้างโอกาสให้กับสถานศึกษาและผู้เรียนที่ด้อยโอกาส ส่งเสริมการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ ๆ ส่งเสริมการผลิตและพัฒนาเสริมทักษะครูภาคอีสาน ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ขยายผลยกระดับคุณภาพของเด็กทุกช่วงวัย สร้างสถาบันอุดมศึกษาเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนและทุกคนในท้องถิ่น กระตุ้นให้เด็กอยากเรียนรู้และก้าวขึ้นมาเป็นกำลังคนที่มีคุณภาพในการพัฒนาประเทศต่อไป”รศ.ดร.กิตติชัย กล่าว

ด้าน นายธวัชชัย โคตรวงษ์ ผู้จัดการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สาขาภาคอีสานตอนกลาง กล่าวว่า นโยบายประชารัฐของรัฐบาลเข้ามามีส่วนร่วมขับเคลื่อนแผนการศึกษาชาติโดยดึงการส่วนร่วมภาคเอกชนผ่านสภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรมจังหวัด เข้ามาช่วยแนะนำและชี้ทิศทางการผลิตกำลังคนที่เหมาะสมและสอดคล้องกับเศรษฐกิจและความต้องการแรงงานของจังหวัดและพื้นที่รองรับอาชีพใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อยอดอุตสาหกรรมใหม่อนาคต การเร่งขยายอินเทอร์เน็ตเข้าสู่ทุกพื้นที่ของประเทศจะช่วยส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีทางการศึกษาให้ทั่วถึงทุกครัวเรือน   การเรียนรู้ตลอดช่วงวัยแม้สูงวัยก็ยังได้รับการเรียนรู้ใหม่ เช่น โซเชียลมีเดีย ซึ่งผู้สูงวัยสามารถต่อยอดการใช้เทคโนโลยี ไปสู่การประกอบอาชีพรูปแบบใหม่ เกิดธุรกิจอี – คอมเมิร์ซในการค้าขายสินค้าท้องถิ่น สร้างยอดขายรายได้เข้าประเทศปีละนับ 100 ล้านบาท นายกรัฐมนตรีส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศทั้งจากเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เข้ามาต่อยอดอุตสาหกรรมอนาคต (New S – curve) เช่น อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ (Robotics) อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ (Aviation and Logistics) อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ (Biofuels and Biochemicals) อุตสาหกรรมดิจิทัล (Digital) และอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub) ดังนั้น ภาคการศึกษาจำเป็นต้องผลิตกำลังคนที่มีคุณภาพรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล เพราะภาคผู้ประกอบการต้องการกำลังคนที่พร้อมจะทำงานได้ทันที การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศต้องมีความพร้อมทุกด้านโดยเริ่มต้นจากการปฏิรูปการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ