เรียนภาษาอังกฤษทางไกล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/282119

เรียนภาษาอังกฤษทางไกล

หลักสูตรภาษาอังกฤษ, ระบบการศึกษาทางไกล, กศน, English Program

กศน.เปิดสอนหลักสูตรขั้นพื้นฐาน ภาคภาษาอังกฤษ ผ่านระบบการศึกษาทางไกล คนไทยลงทะเบียนภาคเรียนละ 3-4 พันบาทต่างชาติ 5 พัน

          สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัดการศึกษาทางไกล หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ภาคภาษาอังกฤษ (English Program) กับสมาคม EIS แห่งประเทศไทย (English for Integrated Studies Association of Thailand)

โดย​ม.ล ปริยดา  ดิศกุล เลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานและสักขีพยาน กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าทุกฝ่าย มีความเข้าใจในกรอบเป้าหมายและทิศทางการจัดการศึกษาของชาติ ตามกรอบยุทธศาสตร์ ระยะ 20 ปี ภายใต้วิสัยทัศน์ให้คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข ด้วยระบบและกระบวนการการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพ การจัดการศึกษาหลักสูตร English Program

โดยระบบการศึกษาทางไกล เป็นการตอบโจทย์การจัดการศึกษาในยุคใหม่ที่ใช้ศักยภาพของเทคโนโลยีเพื่อการจัดการศึกษาสู่ประชาชนได้มากที่สุด เป็นนวัตกรรมการศึกษาที่ท้าทาย สนองตอบและก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เป็นพลวัตและบริบทที่เปลี่ยนแปลง พัฒนาคนเพื่อสร้างความเสมอภาคและเท่าเทียมกัน ทั้งในเรื่องการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา และยังเข้าถึงคุณภาพของการศึกษาที่เท่าเทียมกันอีกด้วย

นายประเสริฐ บุญเรือง รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า สำนักงาน กศน. ให้บริการการศึกษาแก่กลุ่มเป้าหมายที่ขาดและพลาดโอกาสทางการศึกษา กลุ่มเด็กออกกลางคัน กลุ่มเป้าหมายพิเศษ และกลุ่มเฉพาะต่างๆ รวมทั้งคนไทยที่อาศัยและทำงานอยู่ในต่างประเทศด้วย

แต่ปัจจุบันความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเพิ่มขึ้นมาจากอดีต คือ ต้องการศึกษาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานควบคู่ไปกับการสื่อสารภาษาอังกฤษที่มีคุณภาพไปพร้อมๆ กัน แต่ด้วยข้อจำกัดทั้งในเรื่องอาชีพ เวลา อายุ รวมถึงรายได้ที่ไม่เอื้ออำนวยเท่าที่ควร การจัดการศึกษาหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ภาคภาษาอังกฤษ หรือ English Program

โดยระบบการศึกษาทางไกล จึงเป็นทางเลือกในการเข้าถึงการศึกษาของกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวเป็นอย่างดี เป็น Package ที่ตอบโจทย์ได้แบบ Three in One คือ ผู้เรียนสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร และได้เรียนรู้ทักษะภาษาอังกฤษในรูปแบบ English Program ผ่านระบบออนไลน์ได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่มีข้อจำกัด

ขณะนี้ได้มีประกาศ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เรื่อง กำหนดอัตราการเก็บค่าลงทะเบียนในการจัดการศึกษาทางไกล หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ภาคภาษาอังกฤษ English Program โดยระบบทางไกล

ดังนี้ สำหรับคนไทย ระดับประถมศึกษาภาคเรียนละ 4,080 บาทต่อคน ระดับมัธยมศึกษา(ม.)ตอนต้น ภาคเรียนละ 3,880 บาทต่อคน และระดับม.ปลาย ภาคเรียนละ 3,880 บาทต่อคน สำหรับคนต่างประเทศ เก็บอัตราเท่ากันตั้งแต่ระดับประถมศึกษา,ม.ต้น และม.ปลาย ภาคเรียนละ 5,000  บาทต่อคน อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กศน.และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะเร่งพัฒนาองค์ความรู้และสื่อต่างๆ ผ่านทางห้องเรียนออนไลน์ พัฒนาเว็บไซต์ และระบบสนับสนุนอื่นๆ เพื่อให้เปิดเรียนได้ทันในภาคเรียนที่ 2/2560 นี้

​        ดร.สุรพงศ์ งามสม นายกสมาคม EIS แห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาคมฯ มีหน้าที่พัฒนาองค์ความรู้ในเรื่องการจัดการศึกษาและการใช้ภาษาอังกฤษ โดยผ่านเครือข่าย EIS พัฒนาสื่อการเรียนรู้และออกแบบหน่วยการเรียนใน Online Classroom รวมถึงการให้บุคลากรของสมาคมฯ เข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดกระบวนการเรียนรู้ ในหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ภาคภาษาอังกฤษ (English Program)        โดยระบบการศึกษาทางไกล ผ่านทาง Online Classroom การใช้เครือข่าย EIS เพื่อการดำเนินงานการจัดกระบวนการเรียนรู้ในหลักสูตร และอื่นๆ ตามบทบาทของสมาคมฯ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียน

ทั้งนี้ สำนักงานกศน.และ สมาคมฯ จะร่วมกันในการศึกษา วิเคราะห์นโยบายและแผนการศึกษาแห่งชาติของกระทรวงศึกษาธิการเพื่อจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด ไปจนถึงออกแบบระบบการบริหารจัดการศึกษาโดยระบบการศึกษาทางไกลร่วมกัน

ครูแห่ยื่นกู้แก้หนี้วิกฤตจังหวัดละ200คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/282090

ครูแห่ยื่นกู้แก้หนี้วิกฤตจังหวัดละ200คน

200, ปปท, ปปช, หนี้สินครู, พิษณุ, สกสค, เอ็มโอยู, มหาชน

“พิษณุ” เผยคืบหน้าแก้หนี้ครูวิกฤต ยังอยู่ในขั้นตอนคกก.จังหวัดคัดเลือก เหตุครูสมัครมากจังหวัดละ 200-500 คน

        จนถึงเวลานี้ยังไม่สามารถสรุปยอดผู้สมัครที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการสวัสดิการเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สิน ที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) จับมือกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 16 แห่งใน 15 จังหวัด มีวงเงินเตรียมไว้ปล่อยกู้ ประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งตามแผนที่ ดร.พิษณุ  ตุลสุข รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค.วางไว้ตั้งใจจะเริ่มปล่อยกู้ซึ่งตั้งแต่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา ถึงเวลานี้ล่วงเลยมาเกือบครึ่งเดือนแล้วยังไม่มีทีท่าจะปล่อยกู้ได้

โดย ดร.พิษณุ ชี้แจงว่า มีครูสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการจำนวนมาก เท่าที่ทราบแต่ละจังหวัดไม่ต่ำกว่า 200-500 คน ซึ่งขณะนี้การคัดเลือกในแต่ละจังหวัดยังไม่แล้วเสร็จ เพราะคณะกรรมการในระดับจังหวัดที่ตั้งขึ้น จะต้องตรวจสอบประวัติ ตรวจสอบภาพหนี้  ฯลฯ กระบวนการเหล่านี้ต้องใช้เวลา เมื่อเรียบร้อยจึงเสนอมาให้ สกสค.พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม พยายามจะดำเนินการเรื่องนี้โดยเร็วๆ ที่สุด และทำอย่างรอบคอบเพราะเป้าหมายของการปล่อยกู้ คือ ครูที่มีหนี้วิกฤต

ส่วนความคืบหน้าในการจัดทำร่าง บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และธนาคารออมสิน จำกัด (มหาชน) ฉบับใหม่ นั้น เร็วๆ นี้จะเชิญธนาคารออมสิน มาหารือในรายละเอียดร่วมกัน  โดยมีพล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน โดยจะพยายามดำเนินการให้ได้ข้อสรุปโดยเร็วที่สุด เพราะก่อนหน้าที่มีการหารือร่วมกันของ 2 หน่วยงานที่มีนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน นอกจากมีมติให้ยกเลิกเอ็มโอยู ฉบับเดิมที่ลงนามกับอดีตเลขาธิการ สกสค. แล้วนั้น ยังมีข้อตกลงร่วมกันว่า ธนาคารออมสินจะต้องหยุดหักเงินจากกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษฯ เพื่อใช้หนี้แทนครูที่ค้างชำระ 3 งวดขึ้นไปตั้งแต่เดือนมิถุนายนนี้  เพราะฉะนั้น จำเป็นต้องลงนามเอ็มโอยูฉบับใหม่โดยเร็ว

ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการ สกสค. ที่มีนพ.ธีระเกียรติ เป็นประธาน วันที่ 16 มิถุนายนนี้ จะรายงานความคืบหน้าการทำงานและการแก้ปัญหาต่าง ๆ ของสกสค. ทั้งเรื่องหนี้สินครู และการแก้ปัญหาทุจริตต่าง ๆ

ได้แล้ว!!7ตัวแทนอาชีวะประกวดสุนทรพจน์ภาษาจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/282080

ได้แล้ว!!7ตัวแทนอาชีวะประกวดสุนทรพจน์ภาษาจีน

ฮั่นปั้น, ระดับมัธยมศึกษา, สุนทรพจน์ภาษาจีน, สอศ, HANBAN, สพฐ

สอศ.เปิดเวทีสุนทรพจน์ภาษาจีน คัดแล้ว 7 ตัวแทนร่วมแข่งขันระดับมัธยมศึกษา กลางเดือนก.ค.นี้ หวังกระตุ้นเด็กอาชีวะรักการเรียนรู้ภาษาจีน

          ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์  เลขาธิการคณะกรรมการการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดเวทีประกวดสุนทรพจน์ภาษาจีนให้นักศึกษาอาชีวศึกษา ระหว่างวันที่ 10-12 มิถุนายน 2560 ณ พรีม่า วิลล่า จังหวัดชลบุรี ภายใต้หัวข้อ“เรียนภาษาจีน มีเพื่อนทั่วโลก” (Learn Chinese, Double Your World) ซึ่งมีนักศึกษาสมัครเข้าร่วม 20 คน ในจำนวนนี้ได้คัดเลือกผู้ที่มีสุนทรพจน์ดีที่สุดจำนวน 7 คน ได้แก่ 1. นางสาวจายู แซ่ย่าง วิทยาลัยการอาชีพฝาง จ.เชียงใหม่  2.นางสาวโจเมอ เซอหมือ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย  จ.เชียงราย 3. นางสาวอมรรัตนา วงค์อามาตย์ วิทยาลัยการอาชีพสตึก จ.บุรีรัมย์ 4.นายเจษฎา โชติพันธ์สกุล วิทยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทรา จ.ฉะเชิงเทรา 5. นางสาวทิพย์รัตน์ สุทธิโอภาส วิทยาลัยเทคนิคหนองคาย จ.หนองคาย 6. นายพิสิษฐ์ แก้วบุตร วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต จ.ภูเก็ต และ 7. นางสาวกัญญาณัฐ พิบูล วิทยาลัยอาชีวศึกษานครศรีธรรมราช จ. นครศรีธรรมราช  โดยมีสมาคมครูจีนประเทศไทย มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โรงเรียนอัสสัมชัญพาณิชยการ และวิทยาลัยเทคนิคลพบุรี เป็นคณะกรรมการร่วมในการตัดสิน

ได้แล้ว!!7ตัวแทนอาชีวะประกวดสุนทรพจน์ภาษาจีน

ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์

เลขาธิการ กอศ.กล่าวต่อไปว่า นักศึกษาทั้ง 7 คน จะเป็นตัวแทนเข้าร่วม “การประกวดสุนทรพจน์ภาษาจีนระดับมัธยมศึกษา” ครั้งที่ 10 ประจำปี 2560  ซึ่งเป็นโครงการความมือร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาจีนสู่นานาชาติแห่งประเทศจีน ฮั่นปั่น (HANBAN) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และ สอศ.ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้

“กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อกระตุ้นความสนใจผู้เรียน สร้างความกระตือรือร้น และรักการเรียนภาษาจีนมากยิ่งขึ้น รวมถึงเป็นส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งในการจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาจีนของอาชีวศึกษา”ดร.สุเทพ กล่าว

นศ.ครูเข้าค่ายคุณธรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/282063

นศ.ครูเข้าค่ายคุณธรรม

มทรศรีวิชย, ค่ายคุณธรรม, นศครูเข้าค่ายคุณธรรม, มทร, เข้าค่ายคุณธรรม

ฝ่ายพัฒนานักศึกษาร่วมกับสโมสรนักศึกษาคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มทร.ศรีวิชัย จัดโครงการเข้าค่ายคุณธรรม ประจำปีการศึกษา 2560 ณ ค่ายกรมหลวงสงขลานครินทร์

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ศรีวิชัย จัด “เข้าค่ายคุณธรรม”  เพื่อให้นักศึกษามีความสามัคคีในหมู่คณะ มีระเบียบวินัย มีความเสียสละและความเป็นผู้นำ โดยมีพิธีกรรมสัการะพระรูปสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก กิจกรรมการบรรยาย เรื่อง บุคลิกภาพสำหรับนักศึกษาใหม่ โดย อาจรย์วริสรา ศรีชัย และการเข้าฐานต่าง ๆ โดยได้รับเกียรติจาก อาจารย์จักรกฤษฎ์ แก้วประเสริฐ รองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา เป็นประธานในพิธี เมื่อเร็ว ๆ นี้

นศ.ครูเข้าค่ายคุณธรรม

นศ.ครูเข้าค่ายคุณธรรมนศ.ครูเข้าค่ายคุณธรรมนศ.ครูเข้าค่ายคุณธรรมนศ.ครูเข้าค่ายคุณธรรม


เรียนรู้สังคมพหุวัฒนธรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/282058

เรียนรู้สังคมพหุวัฒนธรรม

อัตลักษณ์, มสด, มะลิ, สวนดุสิต สวนดุสิต, เทียน

มสด. ดึงนักศึกษาต่างชาติเรียนร่วม โชว์ศักยภาพด้านอัตลักษณ์ …. นักศึกษาไทยได้ภาษา และเรียนรู้สังคมพหุวัฒนธรรม

       ผศ.ดร.ฉัตรแก้ว  เภาวิเศษ  คณบดีคณะมนุษศาสตร์และสังคมศาสตร์  มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) กล่าวถึงโครงการความร่วมมือในระดับนานาชาติของคณะมนุษย์ฯ ว่า ด้วยนโยบายของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต    ที่มุ่งเน้นสร้างเครือข่ายทางการศึกษาทั้งในประเทศและต่างประเทศ คณะมนุษยศาสตร์ฯ จึงสร้างเครือข่ายกับสถาบันการศึกษาชั้นนำอย่างหลากหลาย เพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดแก่นักศึกษาสวนดุสิต ซึ่งปัจจุบันทำความร่วมมือกับ University College of Teacher  Education  Styria ณ เมือง กราซ ประเทศ ออสเตรีย โดยเป็นความร่วมมือที่สานสัมพันธ์มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางมหาวิทยาลัยมีโอกาสแลกเปลี่ยนนักศึกษาที่ประเทศออสเตรีย และคณะผู้บริหารมีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้เชิงวิชาการร่วมกัน  ซึ่งครั้งนี้ ประเทศออสเตรีย ส่งนักศึกษามาเรียนกับมหาวิทยาลัยสวนดุสิต 2 คน เป็นเวลา 4 เดือน จึงจัดเนื้อหาการเรียนการสอนแบบบูรณาการ ดึงความเชี่ยวชาญอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยด้านอาหาร และปฐมวัย ร่วมด้วย โดยนักศึกษาจากประเทศออสเตรีย  ได้เรียนภาษาไทย, วัฒนธรรมไทย, การทำอาหารไทย ขนมอบ, ตลอดจนฝึกประสบการวิชาชีพการสอนที่โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ ทั้งยัง ได้มีการเรียนร่วมกับนักศึกษาของเรา เกิดการเชื่อมโยงผ่านพหุวัฒนธรรมเสริมสร้างทักษะภาษาอังกฤษไปในตัว และพัฒนาความองค์ความรู้ใหม่ร่วมกัน

เรียนรู้สังคมพหุวัฒนธรรม

ด้าน Ms. Thaler  Maria Magdalena (มะลิ) นักศึกษาออสเตรีย กล่าวถึงโครงการศึกษาแลกเปลี่ยนกับมหาวิทยาลัยสวนดุสิตว่า รู้สึกดีใจกับการเดินทางมาครั้งนี้ อาจารย์ และเพื่อนสร่วมชั้นเรียนคอยดูแล ช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด ซึ่งตนได้ประสบการณ์ที่ดีอย่างมาก  โดยเฉพาะได้เรียนรู้การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า  ซึ่งการมาเรียนที่สวนดุสิต ตนได้เรียนด้านอาหาร มีโอกาสไปฝึกทำอาหารจริง และเรียนรู้ระบบการขาย การจัดวางสินค้าที่โฮมเบเกอรี่ พนักงานทุกคนถึงแม้จะสื่อสารภาษาอังกฤษได้ไม่ดี แต่ทุกคนเต็มใจช่วยเหลือ จึงเกิดความประทับใจ นอกจากนี้ ยังชื่นชอบชุดเครื่องแบบนักศึกษาของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตที่มีป้ายแถบภาษาอังกฤษที่แขนเสื้อ เขียนว่า “สวนดุสิต สวนดุสิต” ซึ่งประเทศตน นักศึกษาไม่มีชุดเครื่องแบบนักศึกษา  จึงรู้สึกแปลกใหม่ และสร้างความภาคภูมิใจ    เมื่อมีคนถามว่าเรียนที่สวนดุสิตใช่ไหม?

เวลาเราใส่ชุดนัศึกษาย่อมบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าเราเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตอย่างแท้จริง
 Mr. Sebastian  Kristandl  (เทียน) กล่าวเสริมว่า ตนได้ประสบการณ์ใหม่ๆอย่างหลากหลาย  ได้ใช้ทักษะชีวิตที่แตกต่างจากประเทศของตัวเอง ประทับใจครูที่โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ ได้สอนเทคนิคการสอนภาษาเพื่อการสื่อสารกับนักศึกษาต่างชาติ  แนะนำการเป็นครูที่ดีต้องสอนอย่างไร? สอนวิธีการถ่ายทอดองค์ความรู้แก่เด็กเล็ก ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ต้องอาศัยประสบการณ์เป็นอย่างมาก  จึงรู้สึกโชคดีที่มีโอกาสได้รับคัดเลือกให้มาเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่างๆ ที่มหาวิทยาลัยสวนดุสิต  และประเด็นที่สำคัญที่สุดคือความประทับใจที่มหาวิทยาลัย มีบริเวณกว้างขวาง สะอาด มีตึกอาคารที่ทันสมัย และมีสิ่งอุปโภคบริโภคครบครัน เอื้ออำนวยแก่นักศึกษาเป็นอย่างมาก สุดท้ายขอบคุณคณาจารย์ทุกท่าน รวมทั้งเพื่อนนักศึกษาที่ให้ความช่วยเหลือและเป็นกันเอง ทำให้รู้สึกอบอุ่นใจ ซึ่งประโยชน์จากการมาศึกษาแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ ถือว่ามีคุณค่าและสามารถนำกลับไปพัฒนาตนเองได้อย่างแท้จริง

ตั้งกก. ตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/282057

ตั้งกก. ตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืน

ตั้งกกคืนโบราณไทยในต่างประเทศ, ตั้งกก, รมววธ, สตช, อสมท, ยูเนสโก

นายกรัฐมนตรีเซ็นตั้ง 32 กก. วธ.-กต.-ศธ.-ผู้ทรงคุณวุฒิ-นักวิชาการ-นักกฎหมาย-สตช.–สื่อมวลชนติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย

        นายวีระ  โรจน์พจนรัตน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(รมว.วธ.) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานว่าขณะนี้พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนาม คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 143/2560  เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 โดยองค์ประกอบคณะกรรมการฯ ทั้งหมด 32 คน ซึ่งเป็นผู้แทนจาก กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กรมศุลกากร อาจารย์คณะโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยศิลปากร นักกฎหมาย ผู้ทรงคุณวุฒิและนักวิชาการ สื่อมวลชน โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธาน ส่วนรองประธานคือ ปลัด วธ.และปลัด กต.

ขณะที่คณะกรรมการฯ ประกอบด้วย เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อธิบดีกรมศุลกากร อธิบดีกรมสารนิเทศ อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ ผู้อำนวยการสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัด วธ. ผู้อำนวยการสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) คณบดีคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้อำนวยการองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อสมท.) นายกสมาคมสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย ศ.ดร.หม่อมราชวงศ์ สุริยวุฒิ สุขสวัสดิ์ มล.ภัทราธร จิระประวัติ รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก รศ.มยุรี วีระประเสริฐ นางอมรา ศรีสุชาติ น.ส.พัชรินทร์ ศุขประมูล นายพิสิฐ เจริญวงศ์ นางณัฏฐภัทร จันทวิช นางเรวดี สกุลพาณิชย์ นายอาวุธ สุวรรณาศรัย นายภุชชงค์ จันทวิช นายอิสรนันท์ อิทธิสารนัย นายทนงศักดิ์ หาญวงษ์ นายดำรง สีลานุรักษ์ น.ส.นริศรา คินิมาน นายเจ้าพระยา ท่าพระจันทร์ ทั้งนี้มีอธิบดีกรมศิลปากร  เป็นกรรมการและเลขานุการ ส่วนกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการมี 2 คนได้แก่ นายประทีป เพ็งตะโก รองอธิบดีกรมศิลปากร และ ผู้อำนวยการสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวอีกว่า คณะกรรมการชุดนี้ มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดมาตรการการดำเนินงานและวางกรอบแนวทางการปฏิบัติ เพื่อติดตามโบราณวัตถุของไทยที่สูญหายไปจากประเทศไทย และปรากฏอยู่ ณ ต่างประเทศ สำรวจ ตรวจสอบ และรวบรวมรายละเอียดข้อมูลโบราณวัตถุของไทยที่อยู่ในต่างประเทศ ประสานขอความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อติดตามโบราณวัตถุของไทยที่อยู่ในต่างประเทศให้กลับมาเป็นสมบัติและมรดกวัฒนธรรมของชาติ รวมถึงดำเนินการอื่นๆที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

ทั้งนี้ การแต่งตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าว เนื่องจากปัจจุบันมีโบราณวัตถุของไทยถูกนำออก              นอกประเทศเป็นจำนวนมาก ดังปรากฏพบทั้งจากการจัดแสดงและเก็บรักษาภายในพิพิธภัณฑสถานในต่างประเทศ อยู่ในความครอบครองของเอกชน หรือมูลนิธิเอกชน สถาบันการศึกษา หรือมีการซื้อขายผ่านสถาบันการประมูลโบราณวัตถุและศิลปวัตถุต่างๆ เป็นเหตุให้สูญเสียมรดกวัฒนธรรมของชาติ ขาดข้อมูลหลักฐาน เพื่อการเรียนรู้สำหรับคนในประเทศ และเกิดภาพลักษณ์เสียหายต่อการอนุรักษ์โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุไว้ภายในประเทศ ดังนั้นจึงดำเนินการตรวจสอบโบราณวัตถุและศิลปวัตถุไทยที่อยู่ในต่างประเทศ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาและติดตามมาเป็นสมบัติและมรดกวัฒนธรรมของชาติต่อไป

อย่างไรก็ตาม การติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับสู่ประเทศไทย วธ.ได้ดำเนินการติดตามเรื่องดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2560 เชิญผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ กรมศุลกากร  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิและสื่อมวลชนมาประชุมหารือปัญหาถึงแนวทางการติดตามโบราณวัตถุ โดยที่ประชุมครั้งนั้นได้เสนอแนะแนวทางการติดตามโบราณวัตถุประกอบด้วย

1. สำรวจรวบรวมข้อมูลและภาพถ่ายรวมถึงจัดหมวดหมู่โบราณวัตถุของไทยที่ปรากฏอยู่ในต่างประเทศ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการติดตาม

2. ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศแจ้งสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ของไทยในต่างประเทศ ช่วยดำเนินการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโบราณวัตถุด้วย

3. มีข้อเสนอแนะให้ศึกษา วิจัยข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับโบราณวัตถุ  เพื่อพิสูจน์และใช้เป็นหลักฐานยืนยันแหล่งกำเนิดในประเทศไทย

4. ที่ประชุมเสนอแนะให้ศึกษาถึงความเป็นไปได้ถึงการเข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยวิธีห้ามและป้องกันการนำเข้า ส่งออก และโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน ทางวัฒนธรรมโดยมิชอบด้วยกฎหมายขององค์การ การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ค.ศ. 1970 และอนุสัญญาสถาบันระหว่างประเทศ เพื่อการทำให้กฎหมายเอกชนมีเอกภาพว่าด้วยวัตถุทางวัฒนธรรมที่ถูกโจรกรรมหรือส่งออกโดยผิดกฎหมาย เพื่อปกป้องและติดตามโบราณวัตถุในต่างประเทศ โดยเบื้องต้นมอบกรมศิลปากรไปวิเคราะห์ข้อเสนอแนะดังกล่าว รวมถึงพิจารณาเรื่องการแก้ไขพ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถาน พ.ศ.2535 ให้สอดคล้องกับอนุสัญญาฯทั้งสองฉบับ

5. เสนอแต่งตั้งคณะกรรมการ ตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน นักวิชาการและสื่อมวลชน เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบข้อมูล กำหนดมาตรการดำเนินการและวางกรอบแนวทางในการปฏิบัติ รวมถึงประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งในไทยและต่างประเทศในการติดตามโบราณวัตถุคืน

6. เสนอแนะให้รวบรวมข้อมูล หรือขอความร่วมมือในการสอบถามรายละเอียดจากภาคเอกชนที่ครอบครองโบราณวัตถุ เพื่อนำมาเป็นข้อมูลติดตามโบราณวัตถุคืน

7. ให้กรมศิลปากรดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวอย่างเคร่งครัดในการดูแลและอนุญาตการนำออกและนำเข้าโบราณวัตถุ

8. รวบรวมข้อมูลร้านค้าโบราณวัตถุที่อยู่ในไทย เพื่อให้ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบราชการ

9. บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามโบราณวัตถุ โดยใช้วิธีทางการทูต และกฎหมายต่างๆ

10. เปิดเวทีให้ความรู้แก่ประชาชนและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในเรื่องโบราณวัตถุทั้งระดับท้องถิ่นและชาติ

บทเฉพาะกาลวิทยฐานะดูแลสิทธิครู3กลุ่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/281899

บทเฉพาะกาลวิทยฐานะดูแลสิทธิครู3กลุ่ม

555, วิทยฐานะ, บอร์ด กคศ, สายงานสอน, วิทยฐานใหม่, บทเฉพาะกาล, สำหรับ 3 กลุ่ม, กคศ, อกคศ

ชงบอร์ด ก.ค.ศ.16 มิ.ย.นี้พิจารณาเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะใหม่ ตัวชี้วัดประเมินสายงานสอน และบทเฉพาะกาล ยันช่วงเปลี่ยนผ่านครู 3 กลุ่มไม่เสียสิทธิ์อย่างที่กังวลแน่นอน

     กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้จัดทำร่าง หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษารูปแบบใหม่ ที่จะประกาศใช้ในวันที่ 5 ก.ค.2560 รวมไปถึงร่างบทเฉพาะ เนื่องจากมีกระแสข่าวและข้อท้วงติงที่ทำให้ครูเกรงว่าหากมีการประกาศใช้หลักเกณฑ์ใหม่จะทำให้เสียสิทธิ จึงได้มีการจัดประชุมรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องและทำประชาพิจารณ์ผ่านเว็บไซต์ http://www.otepc.go.th ระหว่างวันที่ 20-31 พ.ค.ที่ผ่านมา

เมื่อเร็วๆนี้ จากการประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) วิสามัญเกี่ยวกับการพัฒนานโยบายและระบบบริหารงานบุคคล ได้มีการพิจารณาการปรับปรุงมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะบุคลากรทางการศึกษาสายการสอน ซึ่ง ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานประชุม กล่าวว่า มีการหารือในหลักการว่าการพิจารณาวิทยฐานะแนวใหม่ นอกจากจะพิจารณาคุณภาพงานใน 3 เรื่อง คือ การจัดการเรียนการสอน การบริหารจัดการชั้นเรียน และการพัฒนาตนเองแล้ว จะพิจารณาการสั่งสมประสบการณ์ ทั้งประสบการณ์การสอน ความรู้ความสามารถที่เพิ่มขึ้น

ขณะที่หลักเกณฑ์และวิธีการเลื่อนวิทยฐานะแต่ละวิทยฐานะจะมีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการให้เหมาะสมกับระดับวิทยฐานะ และสะท้อนความเชี่ยวชาญ โดยสิ่งสำคัญในการพิจารณานั้นจะต้องดูผลที่เกิดขึ้นกับเด็กด้วย ส่วนการเลื่อนวิทยฐานะแต่ละระดับจะกำหนดระยะเวลา 5 ปี แต่จะมีช่องทางพิเศษสำหรับครูที่มีความรู้ความสามารถพิเศษ หรือสอนในพื้นที่พิเศษ หรือมีความยุ่งยากในการปฏิบัติเป็นพิเศษด้วย

ปลัด ศธ. กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ จะมีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าพิจารณาในที่ประชุม ก.ค.ศ.ในวันที่ 16 มิ.ย.นี้ เพื่อประกาศใช้ให้ทันตามกำหนดในวันที่ 5 ก.ค.นี้ โดยจะมีการพิจารณาใน 3 เรื่องคือ 1.หลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนวิทยฐานะใหม่ สายงานสอน 2.ตัวชี้วัดการประเมินผลการปฏิบัติงานจากการปฏิบัติหน้าที่ด้านการเรียนการสอน และ3.บทเฉพาะกาลหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนวิทยฐานะใหม่

“กรณีของบทเฉพาะกาลที่มีครูร้องเรียนว่าจะเสียสิทธิ์นั้น ในช่วงเปลี่ยนผ่านจะแยกเป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มผู้ที่ยื่นคำขอตามหลักเกณฑ์ ว.17/2552 ไว้ก่อนหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ประกาศใช้ กลุ่มผู้ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนหรือตั้งแต่วันที่หลักเกณฑ์และวิธีการนี้ประกาศใช้ และกลุ่มผู้ที่คุณสมบัติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการใหม่กำหนด ซึ่งยืนยันว่าจะยังคงสิทธิ์ของทุกกลุ่มไว้เหมือนเดิม หลังจากที่สำนักงาน ก.ค.ศ.ได้มีการประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นจากหลายช่องทาง รวมถึงโฟกัสกรุ๊ป ดังนั้นขอให้มั่นใจว่าครูจะไม่เสียสิทธิ์อย่างที่กังวลกัน เพราะได้มีการวิเคราะห์เปรียบเทียบกับความก้าวหน้าของวิชาชีพอื่นแล้ว ปรากฎว่าเกณฑ์วิทยฐานะใหม่ของครูสายการสอนมีโอกาสก้าวหน้ามากกว่า เช่น เกณฑ์วิทยฐานะเดิมพบว่าครูจะไปค้างที่ชำนาญการพิเศษกว่า 200,000 คน แค่เกณฑ์ใหม่จะมีโอกาสไปได้ถึงวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีการใช้หลักเกณฑ์และวิธีการใหม่ไปแล้ว รมว.ศึกษาธิการยืนยันว่า หากยังมีประเด็นที่ต้องปรับปรุงแก้ไขก็ยังสามารถที่จะปรับปรุงได้อยู่” ดร.ชัยพฤกษ์ กล่าว

ปั้น!!เชฟอาเคดามี่มาตรฐานออสเตรเลีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/281924

ปั้น!!เชฟอาเคดามี่มาตรฐานออสเตรเลีย

มาตรฐานออสเตรเลีย, เชฟอาเคดามี่, ปวส, กอศ, สอศ, มหาชน

สอศ.-บ.เดอะ ไมเนอร์ฯ ร่วมผลิตเชฟ ในหลักสูตรเชฟอาเคดามี่ 100 คนทำได้ทั้งอาหารไทยและเทศ

     สถานประกอบการมีความต้องการเชฟปีละกว่า 200คน โดยเฉพาะที่จบระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) แผนกอาหารและโภชนาการ นายวณิชย์ อ่วมศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 นี้ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมกับ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู๊ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จัดการศึกษาระบบทวิภาคี คัดเลือกนักศึกษาระดับ ปวส.แผนกอาหารและโภชนาการ จำนวน 100 คน เข้าศึกษาในหลักสูตรเชฟอาเคดามี่ ในพื้นที่มีบริษัทเครือข่ายตั้งอยู่

รองเลขาธิการ กอศ.กล่าวต่อไปว่า สำหรับหลักสูตรเชฟอาเคดามี่นั้น สอศ.และบริษัท เดอะไมเนอร์ฯ ได้ร่วมกันพัฒนาโดยนำหลักสูตรฟู้ดเชฟ ของวิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา มาเปรียบเทียบกับหลักสูตรเชฟอาเคดามี่ ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากประเทศออสเตรเลีย พัฒนาปรับปรุงให้ครบตามโครงสร้างหลักสูตร ปวส.

โดยซึ่งผู้จบหลักสูตรเชฟอาเคดามี่ นี้จะสามารถทำได้อาหารไทยและต่างประเทศ และเป็นไปตามมาตรฐานออสเตรเลียด้วย ทั้งนี้ เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วนักศึกษาจะได้รับวุฒิ ปวส.และวุฒิบัตร Certificate Level 3 in Hospitality ซึ่งสามารถไปประกอบอาชีพเชฟได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างร่วมกันจัดทำหลักสูตรการบริหารงานธุรกิจร้านอาหาร ระดับปริญญาตรี เพื่อผลิตนักศึกษาออกมาเป็น ผู้ช่วยผู้จัดการร้าน โดยรับนักศึกษาที่จบระดับปวส.จากประเภทคหกรรม พาณิชยกรรม บริหารธุรกิจ การโรงแรมและบริการ มาเรียนหลักสูตรดังกล่าวในสถาบันการอาชีวศึกษา โดยต้องการนักศึกษาเข้าร่วมโครงการนี้ปีละประมาณ 200 คนด้วย

ค้นหาเชฟวัยทีน!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/281891

ค้นหาเชฟวัยทีน!!

ชิงทุนการศึกษา, นิวซีแลนด์ ยัง จีเนียส เชฟ, นิวซีแลนด์, ค้นหาเชพวัยทีน, ค้นหาเชฟวัยทีน, ฝ่ายมัธยม, ครูบัว

“นิวซีแลนด์ ยัง จีเนียส เชฟ” ประกวดประกอบอาหารเยาวชน หาสุดยอดเชฟวัยทีน อายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป ชิงรางวัลดูงานสูตรทำอาหารที่นิวซีแลนด์ กว่า 3.8แสนบาท

       หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ ร่วมกับ โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) สานฝันเยาวชนไทยที่มีใจรักการทำอาหาร จัดโครงการประกวดการประกอบอาหารระดับเยาวชน เพื่อค้นหาสุดยอดเชฟรุ่นเยาว์ที่มีอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป ร่วมแข่งขันประกอบอาหารด้วยวัตถุดิบส่งตรงจากนิวซีแลนด์ ในโครงการ  New Zealand Young Genius Chef Culinary Competition ค้นหาเชฟวัยทีน…ที่มีใจรักในการทำอาหาร”  ชิงรางวัลการศึกษาดูงานหลักสูตรการประกอบอาหารที่สถาบันการศึกษาในประเทศนิวซีแลนด์เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ และประกาศนียบัตรจาก ฯพณฯ ท่านเอกอัครราชทูตประเทศนิวซีแลนด์ มูลค่ารวมกว่า 380,000 บาท

โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2560 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ อ.ณัฐนิชา (ครูบัว) โทร.08-7906-3390 หรือดูรายละเอียดที่เว็บไซต์ http://www.satitprasarnmit.ac.th

ค้นหาเชฟวัยทีน!!


เรียนออนไลน์ง่ายๆแค่คลิ๊ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/281865

เรียนออนไลน์ง่ายๆแค่คลิ๊ก

โรงเรียนดิจิทัล, เรียนออนไลน์, ไทยแลนด์ 40, เตรียมสอบ, Digital school Thailand 40, สิงห์ สิงหเสนี, PLC

ยุคนี้การเรียนไม่ต้องพกพาหนังสือเล่มใหญ่ หรือเฉพาะในห้องสี่เหลืี่ยมอีกต่อไป แต่การเรียนสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา แค่คลิ๊กเข้ามาดู “Digital school Thailand

      ยุคนี้การเรียนไม่ต้องพกพาหนังสือเล่มใหญ่ หรือเฉพาะในห้องสี่เหลี่ยมอีกต่อไป แต่การเรียนสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา แค่คลิ๊กเข้ามาดู “Digital school Thailand 4.0”คุณก็สามารถเรียนได้ทุกที่ซ้ำกี่ครั้งก็ได้ ใครๆก็เรียนได้ แถมเรียนกับคุณครูเก่งโรงเรียนระดับประเทศอีกด้วย เพียงมี username ก็สามารถนำองค์ความรู้ นวัตกรรมระบบการเรียนการสอนดิจิตอล“Digital school Thailand 4.0” ไปใช้ประโยชน์ได้  จน – รวยเข้าถึงได้หมด

เรียนออนไลน์ง่ายๆแค่คลิ๊ก

Digital school Thailand 4.0

    ดร.พลากร กรพิทักษ์ ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการการจัดแผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ระดับภูมิภาค ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารจัดการศูนย์สารสนเทศและองค์ความรู้ กล่าวว่า จริงๆ มีการขับเคลื่อนเรื่องนี้มาตลอด Digital school Thailand 4.0 มาตลอด เพราะการเรียนในโลกอนาคตไม่จำเป็นต้องพกตำราเรียนเล่มหนา หรือต้องเรียนรู้เฉพาะในห้องเรียน แต่การเรียนรู้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที โลกเปลี่ยนสู่ระบบดิจิตอล ทุกคนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้หมด

เรียนออนไลน์ง่ายๆแค่คลิ๊ก

 ดร.พลากร กรพิทักษ์

     โดยหลักสูตรการเรียนการสอน Digital school Thailand 4.0 เป็นการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ จัดทำ VDO Streaming การสอนของอาจารย์เก่งๆ จากโรงเรียนดังต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โรงเรียนสตรีวิทยา โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา โรงเรียนสวนกุหลาบ เป็นต้น รวมถึงติวเตอร์จากสถาบันต่างๆ ที่พร้อมใจกันมาให้ความรู้ ในรูปแบบ Digital Content โดยใช้โมเดลของ Harvard University สหรัฐอเมริกา

เรียนออนไลน์ง่ายๆแค่คลิ๊ก

     “การเรียนในหลักสูตร Digital school Thailand 4.0 ครูผู้สอนอาจจะไม่ได้สอนเหมือนติวเตอร์ เพราะไม่ได้ให้เฉพาะเคล็ดลับ การฝึกโจทย์เท่านั้น แต่เป็นการสอนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพียงแต่ครู เด็ก โรงเรียนสามารถนำองค์ความรู้ เรียนรู้ผ่านออนไลน์ได้ทุกที่ ทุกเวลา เตรียมพร้อมก่อนเข้าห้องเรียน ทบทวนวิชาต่างๆ เพราะสามารถเข้ามาเรียนซ้ำกี่ครั้งก็ได้ เพียงแต่ต้องสมัครผ่านเว็บไซต์ ซึ่งจะมีคู่มือระบบการใช้ Digital school Thailand 4.0 ที่ช่วยครู นักเรียน โรงเรียนทุกแห่ง ให้การเรียนรู้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น โดยยังคงองค์ความรู้ตามหลักสูตร และเพิ่มเติมทักษะใหม่ๆ” ดร.พลากร กล่าว

เรียนออนไลน์ง่ายๆแค่คลิ๊ก

     ระบบ Digital School Thailand 4.0 ประกอบไปด้วย โครงสร้างการเรียนการสอนตามหลักสูตร แผนการจัดการเรียนรู้ คำอธิบายรายวิชา สาระการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด เนื้อหาการจัดการเรียนการสอน VDO Streaming การสอน แบบทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน ในรูปแบบ Digital Content ที่ครอบคลุมเนื้อหาทุกรายวิชา ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อให้นักเรียนได้ใช้เรียนล่วงหน้าก่อนเรียน และเรียนทบทวนหลังเรียน ได้ทุกที่ ทุกเวลา เรียนซ้ำกี่ครั้งก็ได้ เสมือนห้องเรียนจริง และใช้เป็นสื่อการสอนของอาจารย์ ในการจัดการเรียนการสอน

    เพราะ “โลก 4.0″ เต็มไปด้วยข้อมูล เนื้อหา ซึ่งมีช่องทางในการสื่อสาร และเข้าถึงองค์ความรู้ได้มากมาย “หนังสือ ตำราเรียน” จึงไม่จำเป็นต้องเป็นเล่มๆ อย่างเดียว

เรียนออนไลน์ง่ายๆแค่คลิ๊ก

     ขณะนี้มีโรงเรียนที่มีการระบบ Digital School Thailand 4.0 ไปใช้ในการเรียนการสอน กว่า 20 แห่ง เช่น โรงเรียนสตรีวิทยา โรงเรียนอัสสัมชัญศึกษา โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) 2 เป็นต้น และหน่วยงานที่ดำเนินการจะขยายผลไปสู่โรงเรียนอื่นๆ เพราะเป็นแบบบูรณาการ มีเนื้อหาที่หลากหลายรูปแบบ เพื่อให้นักเรียนได้เลือกเรียน ใช้สำหรับการเรียนด้วยตนเองตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน แบ่งเป็นชั้นเรียนตั้งแต่มัธยมศึกษาปีที่ 1-6

     โดยระบบจะประกอบไปด้วย 5 เมนู ได้แก่ 1. Digital School Thailand 4.0 2. เตรียมสอบเข้า ตอ. / มวส. / ตท 3. เตรียมสอบ PISA 4. ENTRANCE 4.0 O-NET GAT PAT และ 5. สอนสดออนไลน์ (PLC) ใครสนใจเรียนอะไรก็สามารถคลิกเข้าไปเรียนรู้ด้วยตนเองได้ทันที

เรียนออนไลน์ง่ายๆแค่คลิ๊ก

       ขั้นตอนในการเรียนระบบ Digital School Thailand 4.0 เมื่อเข้าสู่ระบบเรียบร้อย เริ่มขั้นตอนด้วย 1.สมัครเพื่อรับ USERNAME และ PASSWORD จะได้มีใช้เข้าระบบทุกครั้ง และจะเจอเมนู Digital School Thailand 4.0 จะใช้สาหรับการเรียนด้วยตนเองแบ่งเป็นชั้นเรียน ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ต่อด้วย 2. ผู้เรียนคลิกเลือกชั้นเรียนที่ต้องการ ก็จะปรากฏภาคเรียนให้ผู้เรียนเลือกเรียน เมื่อเข้าสู่ภาคเรียนแล้วจะปรากฏกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่มสาระตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 โดยให้ผู้เรียนคลิกกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ต้องการ

     ว่ากันว่า แต่ละบทเรียนจะมีรูปแบบ รายละเอียดของแต่ละหัวข้อ เช่น แบบทดสอบก่อนเรียน เป็นแบบทดสอบที่จะประเมินความรู้ของผู้เรียนก่อนทาการเรียนว่ามีความรู้ในบทเรียนและเนื้อหาของหน่วยการเรียนมากน้อยเพียงใด โดยคลิกที่หัวข้อ แบบทดสอบก่อนเรียน จะปรากฏแบบทดสอบ

    เรียนออนไลน์ง่ายๆแค่คลิ๊ก

      โปรแกรมจะสรุปคะแนนที่ทำได้ จากคะแนนเต็มทั้งหมดในชุดข้อสอบ พร้อมบอกเปอร์เซ็นต์ ที่ได้ในการทำแบบทดสอบ และหากต้องการดูเฉลยแบบทดสอบให้ผู้เรียนคลิกที่หัวข้อ ดูเฉลย จะย้อนมาที่แบบทดสอบที่บอกข้อที่ผู้เรียนเลือกตอบ และคาตอบที่ถูกต้อง

      นอกจากนั้น มีเนื้อหา ให้ผู้เรียนได้เข้าอ่าน เรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งเนื้อหาภายในประกอบด้วยหนังสือในรูปแบบ Digital Content ที่ผู้เรียนสามารถเปิดอ่านได้กับอุปกรณ์ต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์ แท็ปเล็ต Smartphone และมีสัญลักษณ์ประกอบเนื้อหาที่เป็นมากกว่าหนังสือ หลากหลายรูปแบบ มีวีดีโอประกอบเนื้อหา มีการสอนสดออนไลน์ (PLC) โดยคลิกดูที่ ตารางสอนสด ผู้เรียนสามารถเข้าดูได้ตามตารางที่กำหนด แถมยังดาวน์โหลดเก็บเนื้อหาไว้เรียนรู้เพิ่มเติมได้อีกด้วย

     การเรียนผ่านระบบ Digital School Thailand 4.0 เป็นการเปิดให้เรียนผ่านออนไลน์ สนใจดูได้สมัครผ่านเว็บไซต์ http://www.digitalschool.club/login/index2.php

0 ชุลีพร อร่ามเนตร qualitylife44444@gmail.com 0