อ้าง!สธ.แทรกแซงการคัดเลือกวัคซีน HPV เข้าบัญชียาหลัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/281929

อ้าง!สธ.แทรกแซงการคัดเลือกวัคซีน HPV เข้าบัญชียาหลัก

นิมิตร์ เทียนอุดม, อดีต สปสช, บัญชียาหลัก, วัคซีน HPV, HPV, เข้าบัญชียาหลัก, บอร์ด สปสช, สายพันธุ์ 6111618, สายพันธุ์ 1618, HITAP

อดีตบอร์ด สปสช.อ้างสธ.แทรกแซงการคัดเลือกวัคซีน HPV ดันชนิด 2 สายพันธุ์เข้าบัญชียาหลักแห่งชาติแม้ไม่ผ่านการคัดเลือกจากคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบยา

     นายนิมิตร์ เทียนอุดม อดีตคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บอร์ด สปสช.)เปิดเผยว่า วัคซีน HPV ที่ขึ้นทะเบียนในประเทศไทยมี 2 บริษัท บริษัทแรกมีวัคซีนที่ป้องกันการติดเชื้อได้ 4 สายพันธุ์ (สายพันธุ์ 6,11,16,18)และอีกบริษัทมีวัคซีนที่ป้องกันการติดเชื้อได้ 2 สายพันธุ์ (สายพันธุ์ 16,18)โดยในปี 2559 ที่ผ่านมาคณะอนุกรรมกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติเตรียมพิจารณาบรรจุวัคซีน HPV เข้าไว้ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ซึ่งจากการศึกษาของโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) ได้ทำการศึกษาความคุ้มค่า ประสิทธิภาพและราคาแล้วพบว่าวัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์มีความคุ้มค่ามากกว่า

ทั้งนี้ หลังจากได้ผลการศึกษามาแล้ว คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ ได้ให้ทั้ง 2 บริษัทนี้เข้ามาเสนอรายละเอียดข้อมูลความสำคัญ ความจำเป็น พร้อมกับราคาวัคซีนให้พิจารณา โดยทั้ง 2 บริษัทได้เสนอราคาต่อประธานคณะทำงานต่อรองราคาเมื่อวันที่5 ก.ย. 2559 จากนั้นคณะอนุกรรมการฯ ได้พิจารณาในห้วงเวลาพร้อมๆ กันและพบว่าชนิด 4 สายพันธุ์เสนอราคามาต่ำกว่าแบบ 2 สายพันธุ์ ด้วยเหตุนี้ คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติจึงมีมติเมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2559 เลือกวัคซีน HPVชนิด 4 สายพันธุ์ให้บรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติ

“ก็เท่ากับชนิด 2 สายพันธุ์ก็ตกไป เพราะพิจารณาพร้อมกันแถมยังเสนอราคามาแพงกว่า หลังจากนั้นก็เดินหน้าประกาศราชกิจจานุเบกษา วันที่ 10 พ.ย.2559 ว่าวัคซีน HPV ที่จะอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติเป็นชนิด 4 สายพันธุ์” นายนิมิตร์ กล่าว

อ้าง!สธ.แทรกแซงการคัดเลือกวัคซีน HPV เข้าบัญชียาหลัก

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่เตรียมดำเนินการจัดซื้อวัคซีนในราคาที่ต่อรองได้แล้วนั้น ก็มีหนังสือสั่งการจากกระทรวงสาธารณสุขในเดือน ธ.ค.2559ให้ระงับการจัดซื้อ โดยให้เหตุผลว่าเพื่อความเป็นธรรมควรและไม่ให้เกิดการผูกขาด ควรเอาอีกบริษัทเข้ามาด้วย อีกทั้งยังมีหนังสือขอให้คณะอนุกรรมการฯ บรรจุวัคซีน HPV ชนิด 2 สายพันธุ์ เข้าบัญชียาหลักแห่งชาติด้วย

“กรรมการพิจารณามาอย่างรอบคอบแล้วทั้งประสิทธิภาพและราคา เขาถึงเลือกแค่ 1 รายแต่อยู่ๆ ก็ใช้อำนาจสั่งการลงมาว่าต้องมีอีก 1 ชนิดอยู่ในบัญชียาหลัก คณะกรรมการก็ยืนยันมติเดิมอยู่หลายเดือน ทำหนังสือตอบไป 2รอบ จนกระทั่งยืนไม่ไหวถึงต้องประกาศแก้ไขให้ยกเลิกประกาศเดิม โดยมีคำสั่งให้เพิ่มวัคซีนแบบ 2 สายพันธุ์เข้ามาอีกชนิดในวันที่ 28 เม.ย.2560 และประกาศฉบับนี้ให้เลือกซื้อวัคซีนที่จัดซื้อได้ในราคาที่ถกกว่า โดยอ้างเหตุผลเรื่องธรรมาภิบาลและการแข่งขัน” นายนิมิตร์ กล่าว

นายนิมิตร์ กล่าวต่อไปว่า เมื่อเป็นเช่นนี้การจัดซื้อวัคซีนก็ต้องให้ทั้ง 2บริษัทเข้ามาเสนอราคาใหม่ และสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้คือบริษัทที่ขายวัคซีนชนิด2 สายพันธุ์ได้ตัดราคาลงเพราะรู้แล้วว่าวัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ขายในราคาเท่าใด

“จริงๆ มันต่อรองราคามาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว มีการแข่งขันอยู่แล้ว ผมเลยยกประเด็นว่าถ้าเราเอากลไกการต่อรองราคาไปไว้ที่ สธ. เรื่องแบบนี้มันมีแนวโน้มเกิดขึ้น แล้ววัคซีนชนิด 2 สายพันธุ์ โดยทั่วไปในโลกนี้กำลังทยอยเลิกใช้ มันก็ดัมป์ราคาได้ เหมือนเอาขยะมาขายให้เรา” นายนิมิตร์ กล่าวทิ้งท้าย

อ้าง!สธ.แทรกแซงการคัดเลือกวัคซีน HPV เข้าบัญชียาหลัก

ทั้งนี้ มีรายงานว่า นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ลงนามในหนังสือที่ สธ 0465.3/1023 ลงวันที่ 9มีนาคม 2560 ถึงประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ เรื่อง ทบทวนความเหมาะสมของการระบุจำนวนสายพันธุ์ของวัคซีนเอชพีวีในบัญชียาหลักแห่งชาติ โดยอ้างถึงหนังสือกรมควบคุมโรคที่ สธ 0465.3/6473 ลงวันที่ 5ตุลาคม 2559 ใจความสรุปว่า ตามที่หนังสือกรมควบคุมโรคได้ขอให้คณะกรรมการบัญชียาหลักแห่งชาติทบทวนการระบุจำนวนสายพันธุ์ของวัคซีนเอชพีวีในบัญชียาหลักแห่งชาติว่า การระบุ 4สายพันธุ์เพียงชนิดเดียวอาจทำให้เกิดข้อจำกัดในการบริหารและจัดหาวัคซีนที่ราคาถูกกว่า ไม่เปิดโอกาสแข่งขัน และคณะอนุกรรมการฯ ตอบกลับว่า มีมติคัดเลือกวัคซีนเอชพีวี 4 สายพันธุ์เท่านั้น กระทรวงสาธารณสุขขอเสนอให้ทบทวนความเหมาะสมของการระบุจำนวนสายพันธุ์ หากระบุ 4 สายพันธุ์ชนิดเดียว อาจทำให้เกิดข้อจำกัดในการจัดหาวัคซีนในอนาคตได้.

2 นักเขียนไทย คว้า!! “แม่น้ำโขงอวอร์ด”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/281921

2 นักเขียนไทย คว้า!! “แม่น้ำโขงอวอร์ด”

2นักเขียนไทยคว้า, นักเขียน, รางวัลวรรณกรรมแม่น้ำโขง, ไทย, รอเพลท, นักเขียนไทย, คว้า, แม่น้ำโขงอวอร์ด,  รางวัลวรรณกรรมแม่น้ำโขง, ยูนนาน, เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์, poetry, วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง, prose, คุณวีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง, มหาชน, SCG FOUNDATION

“เรวัตร์-วีระศักดิ์”2 นักเขียนไทย คว้า “ รางวัลวรรณกรรมแม่น้ำโขง” ครั้งแรกที่ไทยเป็นเจ้าภาพรางวัลวรรณกรรมระดับนานาชาติ ในประเทศแถบลุ่มแม่น้ำโขง

          สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ได้จัดงานแถลงข่าวและประกาศ“รางวัลวรรณกรรมแม่น้ำโขง หรือ แม่น้ำโขงอวอร์ด (Mekong River Literature Award : MERLA)”ซึ่งเป็นรางวัลระดับนานาชาติสำหรับคนวรรณกรรมในประเทศแถบลุ่มแม่น้ำโขงโดยมีสมาชิกชาติต่าง ๆ ได้แก่ เวียดนาม ลาว กัมพูชา เมียนมาจีน (ยูนนาน) และไทยรางวัลนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งความสามัคคีและมิตรภาพทางวรรณกรรมในภูมิภาคซึ่งเป็นไปตามแนวทางของการแลกเปลี่ยนความร่วมมือ และการหารือระหว่างวัฒนธรรมต่างๆ นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์รวมของสมาคมนักเขียนทุกประเทศในลุ่มน้ำโขงอีกด้วย ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่“ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดงาน”โดยสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย

          โดยนักเขียนชาวไทย2ท่านที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติในปีนี้ คือ “เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์” นักเขียนและกวีชื่อดัง จากผลงานสร้างสรรค์ประเภทร้อยกรอง (poetry)และ “วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง” นักเขียนสารคดีมือทองจากผลงานสร้างสรรค์ประเภทร้อยแก้ว (prose)

 นางกนกวลี กันไทยราษฎร์ นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “รางวัลวรรณกรรมแม่น้ำโขง หรือ แม่น้ำโขงอวอร์ด (Mekong River Literature Award : MERLA)”เป็นรางวัลระดับนานาชาติสำหรับคนวรรณกรรมในประเทศแถบลุ่มแม่น้ำโขง จัดขึ้น โดยกองทุนวรรณกรรมลุ่มน้ำโขง เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2550โดยความริเริ่มของสมาคมนักเขียนแห่งเวียดนามมีสมาชิกประกอบด้วย6ประเทศคือ เวียดนามลาว กัมพูชาเมียนมาจีน (ยูนนาน) และไทย โดยรางวัลดังกล่าวได้ยกย่อง ให้เกียรติ และส่งเสริมความรู้ ความสามารถของนักเขียนซึ่งแสดงออกถึงอัตลักษณ์ประจำชาติก่อให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างนักเขียนในภูมิภาค เพื่อส่งเสริมสันติภาพ ความปรารถนาดี มิตรภาพ และพัฒนาการทางวัฒนธรรมของภูมิภาคและของโลก โดยยึดมั่นในหลักการมนุษยธรรม รางวัลดังกล่าวมีการมอบรางวัลเป็นประจำทุกปีซึ่งประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดงานในปีนี้เป็นครั้งแรก

“หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกผู้ได้รับรางวัล ซึ่งเป็นหลักการที่ใช้พิจารณาร่วมกันในทั้ง6ประเทศ คือนักเขียนต้องทำงานวรรณกรรมที่มีคุณค่าทางศิลปะ ให้เกียรติแก่มนุษยชาติ มีความรักความศรัทธาในการเชื่อมโยงวัฒนธรรมชุมชนกับโลก โดยปีนี้นั้น ในส่วนของประเทศไทย คณะกรรมการมีความคิดเห็นตรงกันในการคัดเลือกผู้ได้รับรางวัลทั้ง2ประเภท คือร้อยแก้วและร้อยกรอง โดยงานของ“คุณวีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง”ซึ่งเป็นงานประเภทร้อยแก้วนั้น เป็นสารคดีที่บอกเล่าถึงวิถีชีวิตของผู้คนทั้งชุมชนคนต้นแบบ คนชายขอบ ชาติพันธุ์ คนพิการ คนด้อยโอกาส ทั่วทั้งสังคมของประเทศ อันสะท้อนถึงความจริง ความดีงาม ที่ช่วยสร้างสรรค์ให้เกิดพลังและแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ ซึ่งตอกย้ำให้เห็นถึงแก่นแห่งศักดิ์ศรีของมนุษย์ ขณะที่ผลงานของ“คุณเรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์”นั้น มีการผสานระหว่างน้ำคำและอารมณ์ที่น่าประทับใจ พลังแห่งงานที่ถูกกลั่นกรองออกมาคือเนื้อหาที่แยบยลอย่างเต็มไปด้วยคุณค่าทางศิลปะที่รุกเร้า แต่อ่อนโยนสู่การรับรู้ นับเป็นวิถีธรรมในความหมายของการประพันธ์”นางกนกวลีกล่าว

นางกนกวลี  กล่าวอีกด้วยว่า หวังว่ารางวัลวรรณกรรมแม่น้ำโขง หรือ แม่น้ำโขงอวอร์ด (Mekong River Literature Award : MERLA)นี้ จะช่วยกระตุ้นให้นักอ่านสนใจงานวรรณกรรมของประเทศเพื่อนบ้านที่ต่างก็จะสะท้อนภาพและเรื่องราวของแต่ละประเทศลุ่มแม่น้ำโขงผ่านงานวรรณกรรม และเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาความร่วมมือ ความเข้าใจ และมิตรภาพระหว่างประเทศอีกด้วย

     “เป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ สมาคมนักเขียนตั้งใจจะทำให้ดีที่สุด และคิดว่าเรามีศักยภาพเพียงพอที่จะทำได้ โดยได้รับการสนับสนุนทั้งจากภาครัฐและเอกชนคือ สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) มูลนิธิเอสซีจี (SCG FOUNDATION)บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ และจะมีพิธีมอบรางวัลทุกประเทศ ในวันที่26สิงหาคม พ.ศ.2560”

นายเรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์   กล่าวว่า รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับคัดเลือกให้รับรางวัลวรรณกรรมแม่น้ำโขง โดยเฉพาะในยุคสมัยที่งานเขียนถูกโดดเดี่ยวจากผู้อ่านหรือสังคมโดยรวม

          “ผมมองว่างานวรรณกรรมก็คือการชำระประวัติศาสตร์กระแสหลัก ประวัติศาสตร์ที่บิดเบือน ประวัติศาสตร์ที่ก่อให้เกิดบาดแผลและความบาดหมางระหว่างประเทศร่วมภูมิภาค ดังนั้น รางวัลอาจทำให้เราสามารถเปลี่ยนแปรแก้ไขความผิดพลาดต่างๆนานาที่เกิดขึ้นในอดีตได้ และยังส่งเสียงสะท้อนไปถึงประเทศที่มีอำนาจเหนือกว่า ในกรณีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติร่วมกันอย่างเอาเปรียบ เช่น แม่น้ำ เป็นต้น”

ขณะที่ นายวีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง   เปิดเผยว่า ยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลนี้ แม้จะตกใจบ้างก็ตามที เพราะปีก่อนหน้านั้น นักเขียนที่ได้รับส่วนใหญ่จะเป็นผู้ใหญ่ และอีกความรู้สึกคือขอบคุณสำหรับเกียรติที่มอบให้ เพราะงานเขียนแนวสารคดีที่ทำอยู่ ไม่ได้เป็นงานแนวกระแสที่มีคนอ่านกลุ่มใหญ่มากมาย แต่การที่มีคนมองเห็น ทำให้รู้สึกถึงคุณค่าของผลงานว่ามีคนมองเห็นในเนื้องานที่ทำ

          “รู้สึกว่าตัวเองยังทำงานน้อยอยู่มาก เมื่อเปรียบเทียบกับนักเขียนท่านก่อนๆที่รับรางวัลมา ซึ่งหลายท่านก็เป็นไอดอลของผมจริงๆในช่วงเริ่มหัดเขียนหนังสือ ผมได้แบบอย่างจากบุคคลเหล่านี้ เป็นต้นทางของผมก็ว่าได้ จึงเป็นเกียรติและภาคภูมิอย่างยิ่งและเป็นเสมือนพันธะสัญญาว่าจะต้องทำงานเขียน ที่จรรโลงสังคมในภูมิภาคนี้ ทั้งในแง่สังคมและสิ่งแวดล้อมในลุ่มน้ำสายนี้ต่อไป”

ในส่วนของนักเขียน 4 ประเทศที่ได้รับรางวัลมีดังต่อไปนี้   กัมพูชา ได้แก่Dr. Khieu KosalและHE.Seang Chanheng

,จีน (ยูนนาน) ได้แก่Mrs. LIU YuhongและMr. NA Zhangyuan,เมียนมา ได้แก่Shwe Myanig Pyone lei MawและDr.Khin Yu Swe, เวียดนาม ได้แก่Ms. Huynh Kim HuongและMr. Ngo Minh Khoi

ส่วนประเทศ สปป. ลาว นั้น จะได้ประกาศพร้อมกันในพิธีมอบรางวัล ในวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2560 ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย   กรุงเทพมหานคร ต่อไป

อิมแพคแทบแตก!! แห่! สอบ”ครูผู้ช่วยอาชีวะ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/281884

อิมแพคแทบแตก!! แห่! สอบ”ครูผู้ช่วยอาชีวะ”

อัตรา, 572, สอศรับครูผู้ช่วย, ครู, อิมแพคแทบแตก, แห่, สอบครูผู้ช่วยอาชีวะ, ครูผู้ช่วยอาชีวะ, 11มิย2560, สอศ

อิมแพคเมืองทอง แทบแตก!! แห่สอบครูผู้ช่วยอาชีวะ 6,236 คน รับได้ 572 อัตรา พบ 2 สาขาไม่มีคนสมัคร

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(11มิ.ย.2560) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) ดำเนินการจัดสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย เขตทั่วไป และในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ อาคารชาเลนเจอร์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

          ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า ภายหลังการตรวจเยี่ยมการจัดสอบครูผู้ช่วยของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.)ว่า สอศ. มีความประสงค์คัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย เขตทั่วไป และในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เฉพาะจังหวัดยะลา นราธิวาส ปัตตานี และ 4 อำเภอ ในจังหวัดสงขลา (อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี และอำเภอสะบ้าย้อย) จำนวน 48 กลุ่มวิชา 572 อัตรา

อิมแพคแทบแตก!! แห่! สอบ"ครูผู้ช่วยอาชีวะ"

          ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ สังคม คณิตศาสตร์ พลศึกษา วิทยาศาสตร์ เคมี ชีวิวิทยา ฟิสิกส์ กฎหมาย ช่างยนต์ ช่างกลโรงงาน ช่างเชื่อมโลหะ ช่างต่อเรือ ช่างไฟฟ้ากำลัง ช่างอิเล็กทรอนิกส์ ช่างเครื่องมือวัดและควบคุม เมคคาทรอนิกส์ ช่างก่อสร้างและโยธา สถาปัตยกรรม เทคนิคคอมพิวเตอร์ เมคคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์ ตัวถังและสีรถยนต์

          การบัญชี การเลขานุการ การเงินและการธนาคาร การจัดการทั่วไปฯ การตลาด ธุรกิจสถานพยาบาล การจัดการโลจิสติกส์ ภาษาจีน คอมพิวเตอร์ธุรกิจ พืชศาสตร์ ปฐพีวิทยา อารักขาพืช ช่างกลเกษตร สัตวศาสตร์และสัตวรักษ์ เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ศิลปการดนตรี คอมพิวเตอร์กราฟิก อาหารและโภชนาการ อุตสาหกรรมอาหาร คหกรรมศาสตร์ ผ้าและเครื่องแต่งกาย เสริมสวย การท่องเที่ยว และการโรงแรม

อิมแพคแทบแตก!! แห่! สอบ"ครูผู้ช่วยอาชีวะ"

ดร.สุเทพ  ชิตยวงษ์ เลขาธิการกอศ. ตรวจเยี่ยมการสอบครูผู้ช่วย สอศ.

          “ทั้งนี้ กลุ่มวิชาที่มีผู้สมัครมากที่สุด 5 อันดับแรก ในเขตทั่วไป คือ ช่างยนต์ จำนวน 808 คน คอมพิวเตอร์ธุรกิจ จำนวน 792 คน การบัญชี จำนวน 612 คน ช่างกลโรงงาน จำนวน 551 คน และช่างไฟฟ้ากำลัง จำนวน 505 คน”ดร.สุเทพกล่าว

          ส่วนในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ กลุ่มวิชาที่มีผู้สมัครมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ จำนวน 35 คน การบัญชี จำนวน 27 คน ช่างยนต์ จำนวน 23 คน ภาษาอังกฤษ จำนวน 10 คน และวิทยาศาสตร์ จำนวน 9 คน ซึ่งมีผู้มีสิทธิ์สอบภาค ก. และภาค ข. จำนวนทั้งสิ้น 6,236 ราย แบ่งเป็น เขตทั่วไป จำนวน 6,125 ราย และในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 111 ราย

          ดร.สุเทพ กล่าวอีกว่า การสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุแต่งตั้งเข้ารับราชการ และบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วยเขตทั่วไป และในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้มีผู้เข้าสอบ จำนวน 5,552 คน ผู้ขาดสอบ 684 คนคิดเป็นร้อยละผู้เข้าสอบ 89.03 %

อิมแพคแทบแตก!! แห่! สอบ"ครูผู้ช่วยอาชีวะ"

          ดร.สุเทพ  กล่าวเพิ่มเติมว่า  กลุ่มวิชาที่ไม่มีผู้สมัคร จำนวน 2 สาขา ได้แก่ สาขาแมคคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์ และสาขาอารักขาพืช ซึ่งการประกาศผลการคัดเลือก และการบรรจุและแต่งตั้ง จะเรียงลำดับจากผู้ที่ได้คะแนนรวมทุกภาคจากมากไปหาน้อย ตามบัญชีรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกในแต่ละกลุ่มวิชา

           ทั้งนี้  จะมีการจัดสอบภาค ค.  หรือสอบสัมภาษณ์ในวันจันทร์ที่ 26 มิ.ย.2560  หากทุกอย่างดำเนินการไปด้วยความเรียบร้อย จะมีการบรรจุและแต่งตั้งผู้ได้รับการคัดเลือกครูผู้ช่วย สอศ. ในพุธวันที่ 26 กรกฎาคม 2560

ย้ำ!!ต้องจัดอบรมความปลอดภัยลูกจ้าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/281906

ย้ำ!!ต้องจัดอบรมความปลอดภัยลูกจ้าง

555, กสร, ย้ำ, ต้อง, จัด, อบรม, ความปลอดภัย, ลูกจ้าง

กสร.เตือนนายจ้างต้องจัดฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานลูกจ้างทุกคน ในทุกกรณีจ้างใหม่ เปลี่ยนเครื่องจักร ตามเกณฑ์ที่ประกาศ ฝ่าฝืนโทษจำคุก 6 ด.ปรับไม่เกิน 2 แสนบ.

       นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า สืบเนื่องจาก พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554 กำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้ผู้บริหาร หัวหน้างาน และลูกจ้างทุกคนได้รับการฝึกอบรมเพื่อให้บริหารจัดการดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานได้อย่างปลอดภัย ทั้งในกรณีนายจ้างรับลูกจ้างเข้าทำงาน เปลี่ยนงาน เปลี่ยนสถานที่ทำงาน หรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ ซึ่งมีความเสี่ยงที่อาจเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย จิตใจ และสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง

ทั้งนี้ กสร.ได้ประกาศหลักเกณฑ์การอบรมโดยมีหัวข้อวิชา คือ 1.ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัย  อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน มีระยะเวลาอบรม 1.30 ชั่วโมง 2.กฎหมายความปลอดภัย อาชีว อนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ระยะเวลาอบรม 1.30 ชั่วโมงเช่นกัน และ 3.ข้อบังคับว่าด้วยความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งใช้เวลาฝึกอบรม 3 ชั่วโมง โดยวิทยากรฝึกอบรมต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดคือเป็นผู้มีความรู้ มีประสบการณ์ในการทำงานเกี่ยวข้องกับหัวข้อวิชาที่บรรยายไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือเป็นผู้ที่ปฏิบัติงานโดยตรงเกี่ยวกับการพัฒนาองค์ความรู้หรือมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการทำงานไม่น้อยกว่า   1 ปี

อธิบดีกสร. กล่าวต่อไปว่า กรณีที่นายจ้างไม่สามารถจัดให้มีการฝึกอบรมได้ สามารถส่งลูกจ้างเข้ารับ ส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน หรือหน่วยงานที่กสร.กำหนด หรือยอมรับได้ หากนายจ้างฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

“ขุดทอง”ในต่างแดน ยอดพุ่ง!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/281904

“ขุดทอง”ในต่างแดน ยอดพุ่ง!!

ขุดทองต่างแดน, ไต้หวัน, กกจ, ในต่างแดน, ขุดทองในต่างแดน, ยอดพุ่ง, ขุดทอง

กกจ.เผยสถิติเดือนพ.ค. คนงานไทยนิยมไปทำงานไต้หวันมากที่สุด 3,375 คน หรือร้อยละ 37.14 จากทั้งหมด 9,087 คน ขณะที่ยอดระงับการเดินทางมี 13 คน ระบุ บาห์เรน มากที่สุด

          เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.2560 – นายวรานนท์ ปีติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า คนงานไทยยังนิยมไปทำงานต่างประเทศโดยเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมามีคนงานไทย เดินทางไปทำงานและฝึกงานในต่างประเทศผ่านด่านตรวจคนหางานสุวรรณภูมิ จำนวน 9,087 คน เมื่อเทียบกับเดือนก่อนพบว่ามีจำนวน เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 22.90 ซึ่งมีจำนวน 7,390 คน

          “ไปทำงานไต้หวันมากที่สุด 3,375 คน รองลงมาคือ เกาหลีใต้ 1,070 คน อิสราเอล 801 คน ญี่ปุ่น 668 คน ตามลำดับ ขณะที่มีการระงับการเดินทางของผู้ที่มีพฤติการณ์จะลักลอบไปทำงานในต่างประเทศ และให้การยอมรับว่าจะไปทำงานในต่างประเทศ รวม 13 คน ซึ่งเมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา พบว่ามีจำนวนน้อยลง คิดเป็นร้อยละ 56.67 ซึ่งมีจำนวน 30 คน โดยประเทศที่ถูกระงับการเดินทางมากที่สุดเป็นบาห์เรน รองลงมาเป็น สิงคโปร์ อินเดีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์”นายวรานนท์ กล่าว

          นายวรานนท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีการหลอกลวงคนหางานผ่านสื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก จึงขอย้ำเตือนอีกครั้งว่าการไปทำงานต่างประเทศจะต้องไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีใบอนุญาตทำงาน มีสัญญาจ้างที่ผ่านการรับรองสัญญาจ้างจากหน่วยงานภาครัฐของทั้งสองประเทศ ใช้วีซ่าท่องเที่ยวในการทำงานไม่ได้ เพื่อป้องกันการหลอกลวงไปทำงานต่างประเทศ จึงขอให้ตรวจสอบกับกรมการจัดหางานก่อน

          สอบถามข้อมูล แจ้งเรื่องร้องทุกข์หรือแจ้งเบาะแสการหลอกลวงคนหางานได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัดสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือที่กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน โทร. 0-2248-2278 หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร.1694

เล็งต่ออายุฯหมอเกษียณปี 60 ทำงานคลินิกหมอครอบครัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/281881

เล็งต่ออายุฯหมอเกษียณปี 60 ทำงานคลินิกหมอครอบครัว

เวชศาสตร์ครอบครัว, หมอครอบครัว, สธ, ทีมสหวิชาชีพ, ระบบบริการปฐมภูมิ

สธ.เตรียมต่ออายุราชการแพทย์ที่จะเกษียณอายุราชการปี 2560 ตั้งเป้าให้ทำงานในคลินิกหมอครอบครัว ตามนโยบายภายใน 10 ปีมีทีมหมอครอบครัวและสหวิชาชีพ 6,500 ทีม

     เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.60- นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีแนวคิดที่จะต่ออายุราชการแพทย์ที่จะเกษียณราชการในปี 2560 นี้ เพื่อให้ปฏิบัติงานต่อขับเคลื่อนงานคลินิกหมอครอบครัว โดยให้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว เพื่อไปทำงานดูแลประชาชนที่ คลินิกหมอครอบครัว เป็นการเพิ่มแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวที่ขณะนี้ยังขาดแคลน

นอกจากนี้ ยังช่วยให้ประชาชนมีหมอประจำตัวและครอบครัว ตามที่กำหนดให้มีแพทย์ 1 คนดูแลประชาชน 10,000 คน ร่วมกับทีมสหวิชาชีพ ให้การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมต่อเนื่อง ครอบคลุมงานส่งเสริมสุขภาพ เชิงรุก ควบคุม ป้องกันโรค ฟื้นฟูสุขภาพและคุ้มครองผู้บริโภค ด้วยบริการทุกคน ทุกอย่าง ทุกที่ ทุกเวลา ด้วยเทคโนโลยี จะทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด ลดการรอคอย มีหมอประจำตัวทุกครอบครัว  ตั้งเป้าในปี 2569 หรือ 10 ปีข้างหน้า คนไทยจะมีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและทีมสหวิชาชีพ 6,500 ทีม ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อดูแลสุขภาพให้กับคนไทยทุกคน
นพ.โสภณ กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลมีนโยบายการปฏิรูประบบบริการสาธารณสุขเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี 2559 ให้มีระบบการแพทย์ปฐมภูมิที่มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวดูแลประชาชน ในสัดส่วนที่เหมาะสม กระทรวงสาธารณสุข ได้ปฏิรูประบบสาธารณสุข โดยเฉพาะการพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ  จัดตั้ง “คลินิกหมอครอบครัว(PCC : Primary Care Cluster)” เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการพื้นฐานที่จำเป็นได้สะดวก รวดเร็ว ไม่ไปแออัดรอรับบริการในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสเข้าถึงบริการของรัฐ มุ่งหวังให้ประชาชนเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพทัดเทียมกัน  มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว และทีมสหวิชาชีพ ดูแลประชาชนให้ครอบคลุม

โดยในปี 2559 ดำเนินการไปแล้ว 48 ทีม ใน 16 จังหวัด ส่วนในปี 2560 ตั้งเป้าให้โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปทุกแห่งทั่วประเทศดำเนินการในเขตเมือง และเพิ่มในเขตชนบทอย่างน้อยจังหวัดละ 1 แห่ง รวมเป็น 472 ทีม โดยมีแผนผลิตหมอครอบครัวคือ 1.ต่ออายุราชการและอบรมระยะสั้น 2.อบรมแพทย์ประจำบ้าน เพื่อสอบวุฒิบัตรสาขาเวชศาสตร์ครอบครัว 3.ขยายกำลังผลิตแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวในระดับเขต

ชี้ต่างชาติเปิดสอนในไทยมีข้อดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/281875

ชี้ต่างชาติเปิดสอนในไทยมีข้อดี

อธิการมทรธัญบุรี, ต่างชาติเปิดสอนในไทย, มทรธัญบุรี, คสช, มทร

อธิการบดี มทร.ธัญบุรี ระบุต่างชาติเปิดสอนในไทยเพิ่มโอกาสพัฒนาด้านวิทย์และเทคโนโลยี กระตุ้นให้มหาวิทยาลัยไทยปรับตัว ส่วนถ้ามีการปิดตัวน่าจะมาจากจำนวน นศ.ที่ลดลง

       ภายหลังมีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดทางให้ต่างชาติเข้ามาจัดตั้งสถาบันการศึกษาในประเทศไทย เพื่อให้การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาประเทศตามนโยบายของรัฐบาลนั้น

      รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ให้ความเห็นว่า ส่วนตัวเชื่อว่าจะเป็นโอกาสดีที่จะช่วยพัฒนาหลักสูตรของสายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ที่ประเทศยังไม่มีความเชี่ยวชาญเท่ากับต่างประเทศ เป็นการยกระดับงานวิจัยและนวัตกรรมขั้นสูง ทั้งนี้ คาดว่ามหาวิทยาลัยที่จะเข้ามานั้น จะเป็นหลักสูตรในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกมากกว่า ส่วนในระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเก่าและมหาวิทยาลัยใหม่ของไทยยังมีความสามารถในการผลิตบัณฑิตได้อยู่

“การเปิดทางให้มหาวิทยาลัยในต่างประเทศเข้ามาเปิดสอนในไทย ผมมองว่าจะทำให้มหาวิทยาลัยของไทยเกิดการปรับตัวเพื่อรองรับการแข่งขัน และพัฒนาคุณภาพหลักสูตร ส่วนที่หลายฝ่ายคิดว่าจะส่งผลกระทบทำให้มหาวิทยาลัยของไทยอาจต้องปิดตัวไปนั้น ผมคิดว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นสาเหตุสำคัญ แต่สาเหตุหลักน่าจะมาจากจำนวนนักศึกษาที่เข้าสู่ระดับอุดมศึกษาลดลง ขณะที่นักศึกษาเองก็มีมหาวิทยาลัยให้เลือกเรียนจำนวนมาก และที่สำคัญสุดก็คือหากมหาวิทยาลัยละเลยเรื่องของ   คุณภาพในการจัดการเรียนการสอนต่อไปก็คงลำบากแน่”รศ.ดร.ประเสริฐ กล่าว

ม.นเรศวร ดึง IPE เสริมหลักสูตรแพทย์7ดาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/281871

ม.นเรศวร ดึง IPE เสริมหลักสูตรแพทย์7ดาว

นวัตกรรมการเรียนรู้สหวิชาชีพ, คณะแพทย์ศาสตร์, เครือข่ายระบบสุขภาพอำเภอ, มนเรศวร, ดึง, IPE, แพทย์ 7 ดาว, ศสช, สสส, WHO, DHS, Transformative Learning, 5 Star Doctor

คณะแพทย์ ม.นเรศวร เดินหน้าปฏิรูปการสอน ดึงนวัตกรรมเรียนรู้สหวิชาชีพ “IPE” เสริมหลักสูตร “แพทย์ 7 ดาว” ชี้ลดขัดแย้ง-สร้างบัณฑิตสุขภาพคุณภาพ คาดเริ่มใช้ปี 62

       คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) ร่วมกับ มูลนิธิพัฒนาการศึกษาบุคลากรสุขภาพแห่งชาติ (ศสช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) องค์การอนามัยโลก (WHO) และ เครือข่ายระบบสุขภาพระดับอำเภอ (DHS) เขตภาคเหนือตอนล่าง จัดงานสัมมนา “เชื่อมสถาบัน สานเครือข่าย DHS Academy สู่ศตวรรษที่ 21” ภายใต้ โครงการพัฒนาการศึกษาบุคลากรสุขภาพในศตวรรษที่ 21 เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปบุคลากรด้านสุขภาพในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ตามแนวคิด เรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง (Transformative Learning)

รศ.นพ.ศิริเกษม ศิริลักษณ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มน. กล่าวว่า ด้วยปณิธานที่ตั้งเป้าให้คณะแพทย์ มน.เป็นสถาบันทางการแพทย์ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล โดยเน้นการทํางานร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง จึงเห็นควรปฏิรูปการเรียนการสอนของทางคณะให้เป็นไปในแบบ Transformative Learning ที่นำการเรียนรู้แนวใหม่มาสร้างความเปลี่ยนแปลงทั้งด้านทัศนคติรวมถึงวิธีลงมือปฏิบัติ ให้กับว่าที่บัณฑิตด้านสุขภาพและอาจารย์ผู้สอน

ล่าสุดได้นำนวัตกรรมการเรียนรู้แบบสหวิชาชีพ หรือ (Interprofessional Education : IPE) ซึ่งเป็นหนึ่งในการเรียนรู้แบบ Transformative Learning มาเสริมหลักสูตรผลิตแพทย์ 7 ดาว ที่ประกอบด้วยคุณลักษณะ 1.Care Provider การแก้ไขปัญหาสุขภาพโดยการประยุกต์วิทยาศาสตร์การแพทย์แบบทักษะองค์รวม มาสร้างเสริมสุขภาพของผู้ป่วย 2.Decision Maker ตัดสินใจอย่างเป็นระบบ และเก็บเป็น ข้อมูล 3.Community Leader เป็นผู้จัดการและผู้นำชุมชนด้านสุขภาพ และทำงานเป็นทีมร่วมกับผู้อื่นในการแก้ไขปัญหาสุขภาพได้

ม.นเรศวร ดึง IPE เสริมหลักสูตรแพทย์7ดาว

        4.Life Long Learner แสวงหาความรู้ใหม่และศึกษาด้วยตนเองตลอดชีวิต 5.Manager บริหารจัดการตนเองและกิจกรรมหน้าที่ของตนเองด้วยความรับผิดชอบ 6.Communicator ใช้สื่อภาพ สัญลักษณ์ และทักษะทางภาษา เพื่อสื่อสารอย่างได้ผล 7.Humanistic doctor มีเจตคติที่ดีและปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามหลักเวชจริยศาสตร์และกฎหมาย และสามารถดำรงตนในฐานะแพทย์และสมาชิกในสังคมได้อย่างเหมาะสม โดยพัฒนามาจากหลักสูตรแพทย์ 5 ดาว (5 Star Doctor) ของ WHO เพราะเล็งเห็นว่ามีหลักคิดที่สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะในด้านการสร้างภาวะผู้นำในการปฏิบัติงานร่วมกัน การสร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างวิชาชีพ รวมถึงการสื่อสาร ซึ่งจะเป็นกลไลช่วยผลิตบัณฑิตแพทย์และบัณฑิตด้านสุขภาพ ให้,uคุณลักษณะและสมรรถนะสอดรับกับความต้องการของทาง สธ. และสังคมไทยในอนาคต

รศ.นพ.ศิริเกษม กล่าวต่ออีกว่า ส่วนรูปแบบการศึกษาแบบสหวิชาชีพ หรือ IPE เป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาด้านสุขภาพและสาขาที่เกี่ยวข้อง เช่น พยาบาล เภสัชศาสตร์ สหเวชศาสตร์ ฯลฯ เข้าเรียนรู้ร่วมกันในชั้นเรียน เพื่อลดปัญหาความไม่เข้าใจระหว่างวิชาชีพเมื่อต้องปฏิบัติงานจริง และเชื่อมโยงการทำงานด้านสุขภาพให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ตลอดจนนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาพเพื่อสังคมไทยที่ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงหลักสูตรและทดลองใช้ เบื้องต้นได้ผลเป็นที่น่าพอใจ และคาดกว่าจะเปิดใช้จริงในปี 2562

“บัณฑิตแพทย์ที่จบไป หลักๆ มีความสามารถในการตรวจรักษา แต่สื่อสารไม่ค่อยเป็น ทำงานร่วมกับคนอื่นไม่ค่อยได้ ซึ่งหากคนที่มาเป็นหมอไม่สามารถสื่อสารกับคนไข้ได้ ไม่สามารถทำงานร่วมกับทีมเวิร์กได้ ทุกอย่างก็จบ ซึ่งหลักการเรียนรู้แบบ IPE จะเข้ามาช่วยเสริมในจุดนี้ ที่สำคัญยังส่งผลดีต่อตัวผู้ป่วย ที่บุคลากรด้านสุขภาพจะใช้ความรู้ความสามารถที่มีทำงานร่วมกันเพื่อการรักษาอย่างดีที่สุด ต่างจากเดิมที่เป็นคำสั่งแบบ Top-Down แพทย์สั่งมาอย่างไรก็ต้องทำไปแบบนั้น ทั้งที่รู้ว่าผิดก็มี และเกิดเป็นกรณีฟ้องร้องเป็นคดีความระหว่างวิชาชีพ หรือฟ้องร้องระหว่างบุคลากรสุขภาพกับคนไข้ ซึ่งเคสดังกล่าวมีจำนวนมากในแต่ละปี และพบว่ามีอัตราเพิ่มมากขึ้นทุกปี” คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ระบุ

ม.นเรศวร ดึง IPE เสริมหลักสูตรแพทย์7ดาว

ขณะที่ นพ.อภิสิทธิ์ ธำรงวรางกูร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ในฐานะผู้เชี่ยวชาญการสร้างกลไกระบบเครือข่ายระบบสุขภาพระดับอำเภอ (DHS) กล่าวว่า การสร้างเครือข่าย DHS ให้กลายเป็นระบบบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ ต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอนของบุคคลากรทางด้านสาธารณสุข จากการสอนแพทย์ พยาบาล และสหวิชาชีพด้านสุขภาพในแบบแยกกันเรียน มาเป็นการเรียนรู้ร่วมกัน โดยทางโรงพยาบาลอุบลรัตน์ได้เริ่มทำโครงการ IPE ร่วมมือกับโรงพยาบาลขอนแก่นและกระทรวงสาธารณสุข ที่ส่งแพทย์และแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวมาร่วมเรียนรู้เรื่องดังกล่าวไปพร้อมกับกลุ่มสหวิชาชีพด้านสุขภาพ อย่าง พยาบาล เภสัชกร รวมถึงนักศึกษาแพทย์ ซึ่งพื้นที่การเรียนรู้มีทั้งในโรงพยาบาลและลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชาวบ้าน ทั้งนี้ ยังมีโรงพยาบาลอื่นๆ นำแนวคิด IPE ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานด้วยเช่นกัน เช่น โรงพยาบาลน้ำพอง จ.ขอนแก่น โรงพยาบาลละงู จ.สตูล และโรงพยาบาลสารภี จ.เชียงใหม่

ด้าน ศ.พญ.วณิชา ชื่นกองแก้ว เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาการศึกษาบุคลากรสุขภาพแห่งชาติ ในฐานะ ผู้จัดการโครงการพัฒนาการศึกษาบุคลากรสุขภาพในศตวรรษที่ 21 กล่าวว่า บทเรียน IPE ที่ ศสช.จัดทำขึ้นนั้น มาจากการระดมความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญและคณะทำงานที่ศึกษาลงลึกในแต่ละวิชาชีพ ซึ่งสามารถนำไปปฏิบัติจริงในองค์กรกลุ่มเป้าหมาย และนำผลที่ได้มาปรับปรุงนำเสนอไว้เป็นแนวทางกลาง ขณะนี้ เหลือเพียงวิธีประเมินผลที่กำลังดำเนินการจัดทำ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในสังคมไทย เพราะเริ่มเป็นที่รู้จักในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2553-2554 ในชื่อที่แตกต่างกันออกไป แต่ความหมายก็คือการบูรณาการการเรียนรู้ร่วมกันตั้งแต่สองวิชาชีพ เรียนได้ในทุกสถานการณ์ เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต “Learn as if you will live forever” อย่างไรก็ตาม ในอนาคตตั้งเป้าให้คณะและสาขาวิชาชีพอื่นๆ นอกจากด้านสุขภาพ เข้าร่วมเรียนในลักษณะนี้ด้วย

ร่วมใจถวายดอกไม้จันทน์ในหลวงร. 9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/281716

ร่วมใจถวายดอกไม้จันทน์ในหลวงร. 9

ดอกไม้จันทน์, รัชกาลที่ 9, ฝ่ายประถม

นักเรียน นิสิต บุคลากร ม.มหาสารคม ร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ถวายในหลวง รัชกาลที่ 9

        สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  รองศาสตราจารย์ ดร.ปฐม หงส์สุวรรณ  ผู้อํานวยการสถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ การประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ “ สัตตผกามาศ ร้อยด้วยใจ ถวายในหลวง (รัชกาลที่ 9)”  ฝึกปฏิบัติให้บุคลากร นิสิต และนักเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (ฝ่ายประถม) ได้ร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ เพื่อทูลเกล้าฯถวายในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

น.ส.สุพิน ไตรแก้วเจริญ  วิทยากรผู้ถ่ายทอดและฝึกปฏิบัติประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์  เปิดเผยว่า ตามที่ทุกท่านทราบดีว่า ด้วยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ได้เสด็จสวรรคต สร้างความโศกเศร้าเสียใจแก่พสกนิกรเป็นอย่างยิ่ง  จนถึงขณะนี้ความรู้สึกอาลัย และรําลึกถึงพระองค์ท่านยังมิเสื่อมคลาย เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณ สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จึงได้จัดโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อฝึกอบรม ถ่ายทอดความรู้ การประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์  ให้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไปที่สนใจ เพื่อทูลเกล้าฯถวายในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

ร่วมใจถวายดอกไม้จันทน์ในหลวงร. 9

“ในกาลก่อน พิธีฌาปนกิจศพมีธรรมเนียมการใช้ดอกไม้จันทน์ควบคู่กับธูปทองและเทียนทอง เพราะเชื่อว่ากลิ่นหอมของดอกไม้จันทน์จะนําดวงวิญญาณของผู้ที่ล่วงลับไปสู่สรวงสวรรค์ ดอกไม้จันทน์จึงถือเป็นของสูง เนื่องจากไม้จันทน์เป็นไม้สูงศักดิ์ มีค่าและหายาก ใช้ในงานศพเพื่อแสดงถึงความอาลัยและเคารพรักแก่ผู้ที่จากไป โดยในปัจจุบันไม้จันทน์เป็นไม้หายาก จึงได้มีการใช้ไม้และวัสดุอื่นๆ เพื่อประดิษฐ์ขึ้นใช้ทดแทน เรียกว่า ดอกไม้จันทน์”

โดยบรรยากาศการทำดอกไม้จันทร์จากเปลือกข้าวโพด ที่ชาวมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้เข้ามาร่วมเป็นจิตอาสา ประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์เพื่อใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ซึ่งชาว มมส  อยากเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นครั้งสุดท้าย ได้พร้อมใจกันมากันเต็มบริเวณที่จัดขึ้น

ร่วมใจถวายดอกไม้จันทน์ในหลวงร. 9

เด็กหญิงพาขวัญ  หอมวุฒิวงศ์  และเด็กหญิง ชญานิศ  คันธพนิต นักเรียนชั้น ป.6/1 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (ฝ่ายประถม) กล่าวว่า รู้สึกตื้นตันและภูมิใจที่ได้มีโอกาสมาร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ที่ผ่านมาเห็นกิจกรรมแบบนี้ในโทรทัศน์  ไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสได้ทำ พอทราบข่าวและคุณครูพามาร่วมกิจกรรมก็ตั้งใจมา  และตั้งใจทำให้ดีที่สุด  ถึงไม่เคยทำมาก่อน ค่อยๆ ทำตามครูไปตามขั้นตอนที่สอน เป็นความภูมิใจที่สำเร็จ เพราะมีความจงรักภักดีต่อพระองค์

นางอัจฉรี  จันทมูล  หนึ่งในวิทยากรผู้นำฝึกปฏิบัติดอกไม้จันทน์  กล่าวว่า  รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทอดวิธีการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์เพื่อทูลเกล้าฯถวายในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร  ดอกไม้จันทน์ที่จัดอบรมในครั้งนี้มีอยู่ 7 แบบ ประกอบด้วย ดอกดารารัตน์ ดอกกล้วยไม้  ดอกกุหลาบ ดอกชบาหนู ดอกชบาทิพย์ ดอกลิลลี่ และ ดอกพุดตาน  โดยในวันนี้  มีบุคลากร  นักเรียน นิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคามตลอดจนประชาชนที่สนใจ  มีความตั้งใจมาเข้าร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์กันเป็นจำนวนมาก

ร่วมใจถวายดอกไม้จันทน์ในหลวงร. 9ร่วมใจถวายดอกไม้จันทน์ในหลวงร. 9

ร่วมใจถวายดอกไม้จันทน์ในหลวงร. 9

ร่วมใจถวายดอกไม้จันทน์ในหลวงร. 9

การอบรมจะดําเนินการ ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน – 16 กรกฎาคม 2560 เวลา 10.00 น. – 16.00 น. ณ บริเวณ ห้องโถงชั้น 1 สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ทั้งนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

วิถีชีวิตคนไทยในอดีต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/281647

วิถีชีวิตคนไทยในอดีต

ความเป็นไทย, วธ, วิถีชีวิตคนไทยในอดีต, ภาพถ่ายฟิล์มกระจกวิถีไทย, รมววธ, วัดโพธิ์

วธ. ร่วมกับ กต. จัดนิทรรศการ “ภาพถ่ายฟิล์มกระจกวิถีไทย” นำภาพถ่ายพระมหากษัตริย์-การแสดงวัฒนธรรม-วิถีชีวิตคนไทยในอดีต ทรงคุณค่า-หาชมยากไปจัดแสดง24ปี ไทย-เช็ก

        นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มี นโยบายเสริมสร้างความสัมพันธ์ เกียรติภูมิและภาพลักษณ์ที่ดี เพื่อความเป็นไทยสู่สากล โดยพัฒนาความร่วมมือทางวัฒนธรรมกับนานาชาติ ในส่วนสาธารณรัฐเช็กกับประเทศไทยมีความร่วมมือ เผยแพร่และแลกเปลี่ยนความรู้ด้านวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ระหว่างกันตลอดมา

โดยปีนี้ วธ.ได้ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเช็กจัด “นิทรรศการภาพถ่ายฟิล์มกระจกวิถีไทย” ระหว่างมิ.ย.-ก.ย. 2560 ณ ลานด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ Náprstek Museum of Asian, African and American Culturesกรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก เพื่อให้คนไทยและชาวสาธารณรัฐเช็ก  ศึกษาเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต วัฒนธรรมและประเพณีของคนไทยในอดีต อีกทั้งเพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เช็ก ครบรอบ 24 ปี และกระชับความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้น รวมทั้งเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยให้แพร่หลายระดับนานาชาติมากขึ้นอีกด้วย

วิถีชีวิตคนไทยในอดีตวิถีชีวิตคนไทยในอดีต

นายวีระ กล่าวอีกว่า นิทรรศการครั้งนี้นำภาพถ่ายฟิล์มกระจกไปจัดแสดงทั้งหมด 27 ภาพ  เป็นภาพจากสมัยรัชกาลที่ 4-7 แห่งราชวงศ์จักรี ที่สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร คัดเลือกแต่ละภาพแสดงถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของไทยในอดีต ในส่วนพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีและวิถีชีวิตของคนไทยในยุคเก่า ล้วนแต่เป็นภาพถ่ายที่มีความงดงาม ทรงคุณค่าและหาชมได้ยากยิ่ง

สำหรับภาพถ่ายฟิล์มกระจก ที่จัดแสดงในนิทรรศการฯ ทั้งหมด 27 ภาพ แบ่งเป็น 7 หมวด ได้แก่  1.พระบรมฉายาลักษณ์พระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 4–7 อาทิ รัชกาลที่ 4 ฉลองพระองค์ชุดขาวทรงธรรม รัชกาลที่ 4 ทรงเสลี่ยงสถลมารคเสด็จถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดพระเชตุพน (วัดโพธิ์) รัชกาลที่ 5 ขณะพระชนมายุ 9 ชันษา รัชกาลที่ 6 ฉลองพระองค์ชุดนายร้อยแซนเฮิสต์ เป็นต้น รัชกาลที่ 6 เสด็จชลมารคเรือสุพรรณหงส์ เมื่อปี 2469 2. เจ้านายฝ่ายใน อาทิ สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี เจ้าจอมมารดาเปี่ยม สมเด็จเจ้าฟ้านิภานภดลและสมเด็จเจ้าฟ้ามาลินีนภดารา เป็นต้น

3. วิถีชีวิตริมน้ำ เช่น ตลาดน้ำหัวรอหน้าพระราชวังจันทร์เกษม วิถีชีวิตริมน้ำคลองมหานาก 4. พระราชพิธี อาทิพระราชพิธีโสกันต์รัชกาลที่ 7 พระราชพิธีโสกันต์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร เป็นต้น 5.ประชาชนชาวสยาม เช่น ขุนนางผู้ชาย คนไทยริมน้ำในจังหวัดนนทบุรี 6. ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ อาทิ รัชกาลที่ 5  รับเสด็จพระเจ้าซาเรวิกแห่งจักรวรรดิรัสเซียและเจ้าชาย Georg Valdemar แห่งเดนมาร์ก ณ พระราชวังบางปะอิน เมื่อปี 2433 และ 7. การแสดงนาฏศิลป์และดนตรี เช่น การแสดงโขนกลางแปลง ละครรำพอกหน้าขาว เมื่อปี 2409 วงดนตรีไทย เมื่อปี 2472 สมโภชพระตำหนักเปี่ยมสุข เป็นต้น

วิถีชีวิตคนไทยในอดีตวิถีชีวิตคนไทยในอดีตวิถีชีวิตคนไทยในอดีตวิถีชีวิตคนไทยในอดีต

ทั้งนี้  นอกจากนิทรรศการดังกล่าวยังมีกิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้ด้านวิชาการระหว่างทั้งสองประเทศ โดย รมว.วธ.ไทย บรรยายพิเศษเรื่อง“Culture Heritage of Mankind: Protection and Promotion Policies in Thailand”และนางสาวิตรี สุวรรณสถิต ที่ปรึกษาวธ. บรรยายหัวข้อ“Perspective of Thai Art and Culture through Glass Plate Negative Photographs ในวันที่ 9 มิถุนายนนี้ ที่พิพิธภัณฑ์ Náprstek Museum of Asian ณ กรุงปราก สาธารณรัฐเช็กด้วย