แอบค้นพบตัวเอง ค้นพบอาชีพ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/281688

แอบค้นพบตัวเอง ค้นพบอาชีพ”

แอบค้นพบตัวเอง ค้นพบอาชีพ, แอบค้นพบตัวเอง, ค้นพบอาชีพ, CNC Lathe Machine

ก.แรงงาน ร่วมกับไทยซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ แนะนำอาชีพสาชาช่างอุตสาหการ ผ่านเว็ปแอปพลิเคชั่น Samsung Career Discovery “ค้นพบตัวเอง ค้นพบอาชีพ”

       นายธีรพล ขุนเมือง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน  เปิดเผยภายหลังลงนามกับ  มร.โยง เชิล โจ ประธาน บริษัท ไทยซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ ในการดำเนินโครงการความร่วมมือ แนะนำอาชีพสาชาช่างอุตสาหการ ผ่านเว็ปแอปพลิเคชั่น Samsung Career Discovery “ค้นพบตัวเอง ค้นพบอาชีพ”

ซึ่งเป็นการใช้เว็ปแอปพลิเคชั่นประกอบด้วย คู่มือ หลักสูตรการฝึกอบรม เพื่อเป็นเครื่องมือให้นักเรียนค้นพบความถนัดของผู้เรียน และเข้าถึงข้อมูลอาชีพ สามารถวางแผนการเรียนรู้ไปสู่เป้าหมายในอนาคต

อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่าในปัจจุบันนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นต้องเผชิญกับความท้าทายในการเลือกสายการเรียนศึกษาต่อ โดยบางส่วนยังขาดความรู้ความเข้าใจในตนเองทั้งในด้านความสนใจ ความถนัด ข้อมูลอาชีพ และความต้องการของตลาดแรงงาน

เมื่อขาดในส่วนนี้ไปนักเรียนหรือเยาวชนหลายคนจะไม่สามารถจินตภาพเกี่ยวกับอาชีพที่มีอยู่หลากหลายในสังคมได้ จึงมักเลือกเรียนในสิ่งที่ไม่ถนัด ไม่เชื่อมโยงกับเป้าหมายชีวิตในอนาคต ทำให้ขาดแรงจูงใจในการพัฒนาตนเอง ส่งผลต่อระบบการศึกษาโดยเฉพาะด้านอาชีวะศึกษาไม่สามารถผลิตแรงงานฝีมือป้อนสู่ตลาด ในด้านอาชีวะศึกษามากขึ้นตอบสนองนโยบายของรัฐบาล

เว็ปแอปพลิเคชั่นSamsung Career Discovery หรือ SCD ประกอบด้วยแบบสอบถามด้านอาชีพ คู่มือ หลักสูตรการฝึกอบรม วีดีทัศน์แนะนำอาชีพกว่า 30 อาชีพ และความรู้เพิ่มเติมอีก 4 สาขา ได้แก่ ช่างอุตสาหการ สะเต็มศึกษา เกษตรกรรมและธุรกิจสร้างสรรค์

ล่าสุดทั้งสองหน่วยงานร่วมกันการเพิ่มวีดีทัศน์แนะนำอาชีพช่างอุตสาหการ ของนายกรกต นิจอนันต์ ซึ่งเป็นบุคคลต้นแบบ ของกพร.ในสาขาช่างกลึง (CNC Lathe Machine)เป็นเยาวชนที่ผ่านการแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ และนายอรัญ ขุนหาญ สาขาช่างเชื่อม เป็นวิทยากรกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่ถ่ายทอดความรู้ให้กับแรงงาน ซึ่งจะทำให้นักเรียนเห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้น เป็นเครื่องมือให้นักเรียนค้นพบความถนัดของผู้เรียน และเข้าถึงข้อมูลอาชีพ สามารถวางแผนการเรียนรู้ไปสู่เป้าหมายในอนาคตได้

     “ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการเตรียมความพร้อมให้กับเยาวชนที่จะต่อยอดไปเป็นกำลังแรงงานที่มีศักยภาพ มีความพร้อมออกสู่โลกของการทำงานมีอาชีพที่เหมาะสมกับตนเอง สามารถแข่งขันได้อย่างเข้มแข็งในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจที่มีการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมในยุคไทยแลนด์ 4.0 จึงอยากเชิญชวนให้มาใช้บริการสามารถกันเยอะๆ ซึ่งใช้บริการได้ที่เว็ป www.samsungslc.org www. Samsungslc/scd และwww.facebook.com/samsungslc” อธิบดีกพร.ก

อย.สนองนโยบายรัฐ 4.0 ส่งเสริมยาสมุนไพร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/281655

อย.สนองนโยบายรัฐ 4.0 ส่งเสริมยาสมุนไพร

40 ส่งเสริมยาสมุนไพร, อยหนุนสมุนไพร, อยสนองนโยบายรัฐ, ส่งเสริมยาสมุนไพร, GMP, PICS GMP, กลุ่มสมุนไพรบ้านดง

อย. ให้ความสำคัญภูมิปัญญาไทย พัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรอย่างยั่งยืน สนับสนุนการใช้ยาจากสมุนไพรแทนยาแผนปัจจุบัน

     สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สนองนโยบายของรัฐบาล Thailand 4.0 ส่งเสริมยาจากสมุนไพร และยกระดับมาตรฐานการผลิตยาจากสมุนไพร ตามหลักเกณฑ์การผลิตยา (GMP) และพร้อมพัฒนาให้ผู้ผลิตยาให้ได้ระดับมาตรฐานสากล (PIC/S GMP) เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค พร้อมทั้งยังช่วยให้ประชาชนได้เข้าถึงยาจากสมุนไพร และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดอาเซียนรวมไปถึงนานาชาติ

อย.สนองนโยบายรัฐ 4.0 ส่งเสริมยาสมุนไพร

       นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ตระหนักถึงความสำคัญของภูมิปัญญาไทย ตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ให้มีคุณภาพและสอดคล้องต่อความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ

     โดยสนับสนุนการใช้ยาจากสมุนไพรแทนยาแผนปัจจุบัน และมีการตั้งเป้าหมายให้พัฒนาประเทศไทยให้กลายเป็นเมืองสมุนไพร โดยเริ่มจากเมืองสมุนไพรต้นแบบ4จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี สาราษฎร์ธานี เชียงราย และสกลนคร เพื่อสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพ และเศรษฐกิจให้เป็นรูปธรรม

อย.สนองนโยบายรัฐ 4.0 ส่งเสริมยาสมุนไพร

      ที่ผ่านมา อย. ได้ส่งเสริมให้ผู้ผลิตยาแผนโบราณทุกระดับให้ผลิตยาให้ได้มาตรฐานด้านการผลิต และผู้ประกอบการมีศักยภาพในการผลิตสู่มาตรฐานสากล (PIC/S GMP) เพื่อสร้างโอกาสให้ยาจากสมุนไพรนั้น สามารถเข้าไปแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้ โดยมีการจัดอบรมให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ

      รวมถึงให้คำแนะนำปรึกษาในส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น แบบแปลนสถานที่ในการผลิตยาแผนโบราณ แนวทางในการผลิตตามมาตรฐานสากล เป็นต้น

     ในปัจจุบันนี้ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นหนึ่งในสถานที่ผลิตยาแผนโบราณ สามารถยกระดับและดำเนินการผลิตยาได้สอดคล้องตาม PIC/S GMP โดยมี “กลุ่มสมุนไพรบ้านดง” เป็นแหล่งปลูกสมุนไพรแหล่งสำคัญ ส่งวัตถุดิบแก่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในการผลิตยาสมุนไพร รวมไปถึงผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ใช้วัตถุดิบจากสมุนไพร เช่น ครีมบำรุงผิว ครีมทาหน้า รวมไปถึงเวชภัณฑ์สําอาง เป็นต้น

อย.สนองนโยบายรัฐ 4.0 ส่งเสริมยาสมุนไพร

       นอกจากยกระดับในการผลิตแล้ว ยังได้ให้ความสำคัญถึงประสิทธิภาพของยาที่ผ่านการขึ้นทะเบียนตำหรับยาจาก อย. เหตุนี้ทำให้ในการพิจารณาการอนุญาต ต้องมีกระบวนการประเมินตำหรับยา เพื่อให้มั่นใจได้ว่ายาดังกล่าวนั้น เป็นยาที่มีสรรพคุณตามที่ปรากฎบนฉลากยา ถือได้ว่าเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเป็นรูปธรรม

     ที่สำคัญกระบวนการพิจารณาอนุญาตทะเบียนยา ยังใช้กับยาจากสมุนไพรที่ผลิตในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศด้วย เพื่อความโปร่งใสในยุคเปิดเสรีทางการค้า

อย.สนองนโยบายรัฐ 4.0 ส่งเสริมยาสมุนไพร

       ทั้งนี้อย.มีมาตรการสำคัญในการส่งเสริมการนำยาแผนไทย หรือยาที่ผลิตจากสมุนไพรไปใช้มากขึ้น เช่น มีการบรรจุรายการยาจากสมุนไพรและยาแผนไทยไว้ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ทดแทนการใช้ยาแผนปัขขุบัน ในสถานพยาบาลของรัฐ และยังมียาจากสมุนไพรอีกส่วน ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาเป็นยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ เพื่อประชาชนสามารถเลือกใช้ในการดูแลรักษาตัวเองจากอาการเจ็บป่วยที่ไม่รุนแรงได้

      ซึ่งเป็นส่วนทำให้การใช้ยาจากสมุนไพรเพิ่มมากขึ้น และยังมีส่วนเพิ่มมูลค่าทางการตลาด รวมไปถึงเพิ่มโอกาสในการส่งออกจำหน่ายยังต่างประเทศ

ยกระดับนศ.สู่ มหาวิทยาลัย 4.0

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/281645

ยกระดับนศ.สู่ มหาวิทยาลัย 4.0

มหาวิทยาลัย 40, ยกระดับนศสู่, มหาวิทยาลัย

ม.ขอนแก่น เจ้าภาพโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนานักศึกษาสู่ University 4.0 อธิการบดี มข. ย้ำพัฒนานักศึกษายุค 4.0 ต้องปฏิบัติได้จริงเพื่อการเรียนรู้

       โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาศักยภาพนักศึกษาและการเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้สู่ University 4.0 ระหว่าง มหาวิทยาลัยขอนแก่น  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ว่า ความร่วมมือระหว่าง 3 มหาวิทยาลัยภูมิภาค เกิดขึ้นจาก มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) และ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) ได้จัดโครงการสานสัมพันธ์เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันมาหลายปี ทั้งแลกเปลี่ยนบุคลากรและนักศึกษา

เมื่อปี 2558  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ได้เข้าร่วมและเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมระหว่าง 3 มหาวิทยาลัย จนใช้แนวคิดและชื่อว่า “3 พลังเพื่อแผ่นดิน”  ทั้ง 3 มหาวิทยาลัยก่อตั้งพร้อมๆกัน และเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของแต่ละภูมิภาค จึงมีความคล้ายคลึงกันในพัฒนาการด้านต่างๆ แต่มีความต่างด้านวัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาค   มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตั้งเป้าว่าจะสร้างพลโลกแห่งอนาคต คือ We Build Future Global Citizens และทั้ง 3 มหาวิทยาลัยก็มีเป้าหมายคล้ายๆกันในการพผลิตบัณฑิต ที่มุ่งพัฒนาเพื่อออกไปรับใช้และตอบสนองความต้องการของภูมิภาค ประเทศชาติ และสังคมโลก และการพบกันในครั้งนี้ จึงถือเป็นการเรียนรู้ร่วมกันที่สำคัญของทั้ง 3มหาวิทยาลัย

ยกระดับนศ.สู่ มหาวิทยาลัย 4.0

รศ.ดร.กิตติชัย กล่าวต่อว่าการพัฒนานักศึกษาขึ้นอยู่กับสภาพสังคมในแต่ละยุคสมัย ผนวกกับวัฒนธรรมและประเพณีของแต่ละพื้นที่ การพัฒนานักศึกษามีพัฒนาการเรื่อยมา ในอดีตนักศึกษาไปช่วยเหลือสังคมในรูปแบบ อาสาพัฒนาชนบท ปัจจุบัน เน้นการไปช่วยเหลือสังคมในรูปแบบของ สิทธิมนุษยชนและจิตอาสา โดย มข. มุ่งเน้นให้นักศึกษาเป็นคนดี คนเก่ง มีความสุข และมีสุขภาพที่แข็งแรง โดยเน้นให้เป็นคนดีก่อนเรื่องอื่นๆ มีกลไกของวิชาศึกษาทั่วไป เข้าเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนานักศึกษา เสริมจากกิจกรรมนักศึกษาที่มีอยู่แล้ว

          สิ่งสำคัญที่สุดของการพัฒนานักศึกษาตั้งแต่อดีต ปัจจุบันหรือแม้แต่ในอนาคต คือ การพัฒนานักศึกษาผ่านการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อให้เกิดทักษะ ไม่ใช่การเรียนเฉพาะทฤษฎีในชั้นเรียน ผ่านการจัดกิจกรรมอุทิศตนเพื่อสังคม หรือแม้แต่การฝึกงานก็ต้องพยายามเน้นเรื่องการฝึกสหกิจศึกษา เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกงานอย่างเข้มข้น พร้อมก้าวสู่ตลาดแรงงานได้ มข. เน้นการฝึกสหกิจศึกษา โดยวางเป้าส่งนักศึกษาไปฝึกสหกิจที่ต่างประเทศ อย่างน้อยปีละ 1,000 คน 

ยกระดับนศ.สู่ มหาวิทยาลัย 4.0

 น.ส.พลอยไพลิน วงษ์ตรี นายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้ต้อนรับผู้นำนักศึกษา คณาจารย์ บุคลากรทุกท่าน จาก มอ. และ มช. ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยใหญ่ๆที่มีความแตกต่างกันในหลายๆด้าน และได้นำความรู้มาเสวนาแลกเปลี่ยนแนวคิด การบูรณาการ ในการขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อให้เข้ากับสภาวะปัจจุบัน และให้นักศึกษาได้รับประโยชน์สูงสุด คาดหวังว่า การจัดกิจกรรมนี้ จะส่งผลให้ผู้นำนักศึกษาทุกท่าน ได้เกิดแนวคิด กระตุ้นองค์กรตัวเอง และเป็นกำลังสำคัญหลักในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่ University 4.0

นางสุวิมล  ลครชัย รักษาการผู้อำนวยการกองกิจการนักศึกษา มข. กล่าวว่า การจัดกิจกรรมระหว่าง 3 มหาวิทยาลัยในครั้งนี้ เพื่อให้ผู้บริหาร บุคลากร และผู้นำนักศึกษาได้มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์แนวปฏิบัติที่ดีระหว่างกัน เพื่อกระชับความสัมพันธ์และสร้างมิตรภาพระหว่างกันผ่านกิจกรรมการสัมมนา การระดมความคิดเห็น และการทำกิจกรรมจิตอาสาร่วมกัน มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากทั้ง 3 มหาวิทยาลัย จำนวน 140คน

โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีการเสวนาในหัวข้อ พลังนักศึกษาในการขับเคลื่อนสู่ University 4.0 จากรองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาจาก3 มหาวิทยาลัย วิทยากรภายนอกมานำเสนอกรณีศึกษากิจกรรมสู่ Thailand 4.0 การพัฒนาผู้ประกอบการในยุค 4.0 การบรรยายพิเศษเรื่องยุทธศาสตร์การพัฒนานักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา การระดมสมองเพื่อร่วมวางแนวทางร่วมกันในการพัฒนานักศึกษาของผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่และนักศึกษา และการจัดกิจกรรมจิตอาสา

ปั้น”มนุษย์ไฟฟ้า”มืออาชีพกว่าครึ่งแสน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/281629

ปั้น”มนุษย์ไฟฟ้า”มืออาชีพกว่าครึ่งแสน

ศูนย์ทดสอบฯ, ด้านวิศวกรรม, นายธีรพล ขุนเมือง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน(กพร), มนุษย์ไฟฟ้า, กพร, มทรสุวรรณภูมิ

กพร. จับมือ มทร.สุวรรณภูมิ  ตั้งศูนย์ทดสอบฯด้านวิศวกรรม เพื่อพัฒนาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร รองรับ 4.0 ระบุ 306 ศูนย์ฯ ปั้นมนุษย์ไฟฟ้ามืออาชีพได้ 52,723 คน

          นายธีรพล ขุนเมือง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน(กพร.) เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ(มทร.สุวรรณภูมิ) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ด้านการพัฒนาฝีมือแรงงาน ในสาขาเทคโนโลยีชั้นสูง กับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเมื่อ24พฤษภาคม2560ที่ผ่านมา ซึ่งคณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ ได้จัดตั้งศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน สาขา ช่างไฟฟ้าภายในอาคารระดับ1ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์นนทบุรี เพื่อเป็นศูนย์ทดสอบฯ ให้กับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยฯ

ปั้น"มนุษย์ไฟฟ้า"มืออาชีพกว่าครึ่งแสน

          “รวมทั้งประชาชนทั่วไปด้วยอีกทั้งต้องการวัดระดับความรู้ความสามารถ พร้อมกับพัฒนาทักษะให้กับนักศึกษาให้มีความสามารถได้มาตรฐาน และสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ภายใต้การนำของพลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่เน้นการพัฒนาแรงงานให้มีความพร้อมสู่ไทยแลนด์4.0โดยใช้มาตรฐานฝีมือแรงงานเป็นการขับเคลื่อนในการพัฒนากำลังคนของประเทศ”อธิบดี กพร. กล่าว

ปั้น"มนุษย์ไฟฟ้า"มืออาชีพกว่าครึ่งแสน

          นายธีรพล กล่าวอีกว่า  กพร.จึงส่งเสริมและเชิญชวนสถาบันการศึกษาและสถานประกอบกิจการ เป็นเครือข่ายการพัฒนาฝีมือแรงงาน จัดตั้งเป็นศูนย์ฝึกอบรม และศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน เพื่อให้การบริการประชาชนได้อย่างทั่วถึงปัจจุบัน มีเครือข่ายที่เป็นศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติจำนวน420แห่ง เป็นภาครัฐ183แห่ง ภาคเอกชน237แห่ง

ปั้น"มนุษย์ไฟฟ้า"มืออาชีพกว่าครึ่งแสน

          “ซึ่งในจำนวนนี้เป็นสถาบันการศึกษา ที่เป็นศูนย์ทดสอบฯ ถึง 306 แห่ง และมีผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแล้วจำนวน 52,723 คน สำหรับศูนย์ทดสอบฯ ที่เป็นเครือข่าย และดำเนินการทดสอบแก่แรงงานครบทุก100คน กพร.มีเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนให้ครั้งละๆ10,000 บาทด้วย โดยนำหลักฐานการทดสอบฯ มายื่นขอรับเงินอุดหนุนดังกล่าวได้ที่ กพร.”นายธีรพล กล่าว

ปั้น"มนุษย์ไฟฟ้า"มืออาชีพกว่าครึ่งแสน

          อธิบดีกพร. กล่าวอ้วยว่า ทั้งนี้ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่สนใจเป็นเครือข่ายศูนย์ฝึกอบรม หรือศูนย์ทดสอบฯ สามารถติดต่อได้ที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานทั่วประเทศ โทรสอบถามเพิ่มเติมได้ที่0 2245 4837หรือ0 2245 4035

ปั้น"มนุษย์ไฟฟ้า"มืออาชีพกว่าครึ่งแสน

          ขณะที่นางดรุณี นิธิทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานนนทบุรี กล่าวว่า ศูนย์ทดสอบฯ ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ เป็นอีกแห่งหนึ่งที่ได้รับอนุญาตให้เป็นศูนย์ทดสอบฯ ซึ่งในจังหวัดนนทบุรีมีศูนย์ทดสอบฯ รวม 20 แห่ง เป็นศูนย์ทดสอบฯ สาขาไฟฟ้าในอาคาร 11 แห่ง และสาขาอื่นๆ อีก 9 แห่ง และมหาวิทยาลัยนี้ จะเปิดศูนย์ทดสอบสาขาช่างเชื่อมไฟฟ้า เพิ่มเติมด้วย เนื่องจากมีความพร้อมทั้งอุปกรณ์ สถานที่แและบุคลากร และจะพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับมาตรฐานฝีมือแรงงาน ควบคู่กับการส่งเสริมระบบสหกิจศึกษา เพื่อให้นักศึกษาก่อนจบมีความพร้อมสามารถทำงานได้ทันทีเมื่อจบการศึกษา

           ปั้น"มนุษย์ไฟฟ้า"มืออาชีพกว่าครึ่งแสน

          นางดรุณี กล่าวอีกว่า  เพื่อให้เป็นไปตามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน สำหรับในด้านการพัฒนาฝีมือแรงงานในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีนั้น ในปี 2560 มีเป้าหมายดำเนินการรวม 2,300 คน ดำเนินการแล้ว 3,073 คน เป้าหมายทดสอบมาตรฐาน 280 คน ดำเนินการ 762 คน ประชาชนและผู้ประกอบอาชีพด้านช่างไฟฟ้า มีความต้องการทดสอบฯ สูงมาก และผู้ผ่านการทดสอบในสาขาดังกล่าว ได้รับใบอนุญาตผู้ประกอบอาชีพ สาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคารแล้วจำนวน1,109คน

ลงเรือประมงรับค่าจ้าง1.2หมื่น/เดือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/281623

ลงเรือประมงรับค่าจ้าง1.2หมื่น/เดือน

รับ12หมื่น/เดือน, แรงงานประมง, บิ๊กบี้

“บิ๊กบี้” ชวนแรงงานไทย ลงเรือประมง ยื่นค่าจ้าง 12,000 บาทต่อเดือน พร้อมบริการจัดสวัสดิการที่พัก รักษาพยาบาล อาหาร และประกันชีวิตระบุในสัญญาจ้าง

          เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2560 – นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีความห่วงใยและเห็นความสำคัญของแรงงานในภาคประมงที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคงของประเทศ จึงได้สั่งการให้กรมการจัดหางานเร่งรัดดำเนินการหารือผู้เกี่ยวข้องในการปรับปรุงสภาพการจ้างและการทำงานพร้อมจัดสวัสดิการทุกรูปแบบให้กับแรงงานในภาคประมงเพื่อจูงใจให้แรงงานที่ทำงานในกิจการประมงทะเล

          “โดยเฉพาะแรงงานไทยไม่ต้องห่างครอบครัวไปลงเรือประมงในต่างแดน ดังนั้น กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางานจึงร่วมมือกับสมาคมประมงแห่งประเทศไทยผลักดันให้มีการปรับสภาพการจ้างงานเพื่อจูงใจแรงงานไทยหันมาทำงานในกิจการประมงทะเลเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน โดยเบื้องต้นทั้งสองฝ่ายมีข้อยุติร่วมกันว่าจะจ่ายค่าจ้างให้กับลูกจ้างเป็นรายเดือนๆละ 12,000 บาท พร้อมกับจัดสวัสดิการด้านที่พัก อาหาร การรักษาพยาบาล ประกันสุขภาพ ประกันสังคม รวมทั้งประกันชีวิตและประกันอุบัติเหตุให้กับแรงงานภาคประมงอีกด้วย โดยจะต้องมีการทำสัญญาจ้างที่กำหนดอัตราค่าจ้างและสวัสดิการต่าง ๆ ไว้อย่างชัดเจน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับแรงงาน”โฆษกกระทรวงแรงงาน กล่าว

นายอนันต์ชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า การปรับสภาพการจ้างงานที่เป็นธรรม รวมทั้งสวัสดิการต่าง ๆ จะช่วยให้แรงงานไทยมีรายได้ที่ดีขึ้น  มีความมั่นคงในชีวิตการทำงาน และจะช่วยจูงใจให้แรงงานไทยไม่ปฏิเสธงานประมง และไม่ต้องใช้ชีวิตบนท้องทะเลในต่างแดน หากท่านใดสนใจสามารถติดต่อรายละเอียดหรือสอบถามได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร.1694

เตรียมพลป้อนอุตสาหกรรมสิ่งทอ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/281617

เตรียมพลป้อนอุตสาหกรรมสิ่งทอ

อาชีวะ, สอศ, ปวช, ปวส

สอศ.จับมือกับแปซิฟิคกรุ๊ป พัฒนากำลังคนอุตสาหกรรมสิ่งทอ ในรูปแบบการศึกษาระบบทวิภาคี มุ่งเน้นความเป็นเลิศด้านวิชาชีพ เน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริง

       สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้ลงนามความร่วมมือกับ กลุ่มบริษัทในเครือแปซิฟิคกรุ๊ปเพื่อสร้างโอกาส และส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาศักยภาพการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) รวมถึงพัฒนากำลังคนในรูปแบบการศึกษาระบบทวิภาคี ทั้งนี้เพื่อเตรียมกำลังคนระดับฝีมือทางด้านเทคนิค และด้านเทคโนโลยีในสาขาต่างๆ ที่มีคุณภาพ และมาตรฐานให้สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการและตลาดแรงงาน โดยมุ่งเน้นความเป็นเลิศด้านวิชาชีพ เน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริง ส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษา เข้าสู่ตลาดแรงงานได้ตรงตามเป้าหมายเมื่อสำเร็จการศึกษา

ด้าน  นายปรีชา เล่าบุญลือ กรรมการผู้จัดการกลุ่มในเครือแปซิฟิคกรุ๊ป กล่าวเพิ่มเติมว่า กลุ่มบริษัทในเครือแปซิฟิคกรุ๊ป เป็นบริษัทประกอบธุรกิจประเภทอุตสาหกรรมสิ่งทอ ทางด้านธุรกิจทอผ้า พิมพ์ผ้า ย้อมผ้า อบผ้าแห้ง ตกแต่งผ้าสำเร็จ การย้อมด้าย กรอด้าย ปั่นด้าย เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีความต้องการกำลังคนที่มีทักษะวิชาชีพ มีแนวคิดใหม่ ๆ จึงมีเจตนารมณ์ที่จะสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญที่ให้ความรู้เกี่ยวกับสาขาวิชาเทคโนโลยีสิ่งทอ สาขาวิชาเคมีสิ่งทอ สาขาวิชาเทคโนโลยีเครื่องนุ่งห่ม สาขาวิชาช่างกลโรงงาน สาขาวิชาไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ สาขาวิชาเทคนิคการผลิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์กราฟิก  และสาขาวิชาอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสนับสนุนการจัดการศึกษาระบบทวิภาคี ฝึกทักษะวิชาชีพให้กับนักเรียน นักศึกษา ณ ศูนย์บริการของกลุ่มบริษัทในเครือแปซิฟิกกรุ๊ป พร้อมทั้งบริษัทยินดีสนับสนุนเรื่องค่าใช้จ่ายในระหว่างที่นักศึกษาเข้ามาฝึกประสบการณ์

นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวปิดท้ายว่า ภาคเอกชนที่เห็นความสำคัญของการอาชีวศึกษา และเข้ามามีส่วนร่วมในการยกระดับคุณภาพ และมาตรฐานการจัดการอาชีวศึกษา ช่วยสร้างเสริมประสบการณ์วิชาชีพ ความรู้ ทักษะ และความพร้อม ความเชื่อมั่น ให้กับครูและนักศึกษา ในการนำความรู้ไปประกอบอาชีพต่อไป

2 ปี 4 หลัก ! เดินหน้าพลิกการศึกษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/281615

2 ปี 4 หลัก ! เดินหน้าพลิกการศึกษา

4 หลัก, ปฎิรูปการศึกษา, กมธ, หลัก, เดินหน้าพลิกการศึกษา, ยักษ์- วิวัฒน์ ศัลย์กำธร,  กมธ, สปท

ภายใต้เงื่อนเวลา2 ปี หรือ 104สัปดาห์ กับ 5 ภารกิจหลักที่คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งเป้าหมายสูงสุดในการแก้ปัญหา นั่นคือเรื่องคุณภาพการศึกษา

        ถัดลงมาคือ ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยต้องมีกำหนดกลไกอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ฐานรากคือเด็กเล็ก ไปจนถึงการต้องใช้จังหวะโอกาสนี้จัดระบบ ระเบียบ รวมถึงส่งเสริมการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม การรู้ผิด รู้ชอบให้แก่เด็กและเยาวชน

        “การปฏิรูปการศึกษาคราวนี้มี 4 เรื่องหลัก ตั้งแต่เด็กเล็ก การสร้างอาชีพใหม่ ผู้สูงวัย และคนในระบบการศึกษา ที่จะต้องดำเนินการและต้องทำให้เชื่อมโยงกันไปอย่างเป็นระบบ การเดินหน้าปฏิรูปการศึกษาจะต้องทำหลายเรื่องควบคู่กัน ไม่ใช่ทำแค่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง” อาจารย์ “ยักษ์- วิวัฒน์ ศัลย์กำธร”ประธานกรรมาธิการ ( กมธ.)ขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปแห่งชาติ (สปท.) ชี้เป้าหมายที่ต้องปฏิรูป

        อ.ยักษ์ เป็น 1 ใน 25 อรหันต์ ที่มาร่วมทีมขับเคลื่อนงานปฏิรูปการศึกษาคราวนี้ เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ที่เดินตามรอยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิอดุลยเดช รัชกาลที่9 ด้วยการทำการเกษตรตามแนว“ทฤษฎีใหม่ เศรษฐกิจพอเพียง”

2 ปี 4  หลัก ! เดินหน้าพลิกการศึกษา

        สำหรับทั้ง 4 เรื่องหลักที่ต้องใช้ห้วงเวลา 2 ปีที่มีดำเนินการนั้น อ.ยักษ์ อธิบายว่า ปัจจุบันเรามีเด็กเกิดปีละประมาณ7แสนคน แต่ก็พบว่าจำนวนนี้ 2แสนกว่าคนประสบปัญหา ทั้งไม่ได้รับการดูแลที่ดีตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา สภาพสังคม แรงกดดัน สภาวะเศรษฐกิจ โดยเฉพาะสถานการณ์คุณแม่วัยใสเป็นปัญหาวิกฤตของบ้านเรา ถ้ายังปล่อยไว้ไม่จัดระบบให้ดีแต่ต้นกว่าจะเข้าสู่ระบบการศึกษาก็อาจสายเกินไป และเราอาจจะต้องสูญเสียกำลังคนในอนาคตไปอีก2แสนกว่าคน!!

      เพราะฉะนั้น อันดับแรกที่ต้องทำเพราะเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด คือ การดูแลพัฒนาเด็กเล็ก หรือ เด็กปฐมวัย ซึ่งต้องจัดวางระบบการดูแลตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาจนถึง8ขวบ ส่วนเรื่องที่ 2 การเตรียมอาชีพใหม่ จะเห็นได้ว่ากระแสเศรษฐกิจทุกวันนี้แปรปรวนทั่วโลก มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมทันสมัยมาใช้มากขึ้น อนาคตธุรกิจต่างๆอาจประสบปัญหาปิดตัวลง ส่งผลให้คนตกงานมากขึ้นและอาจจะมากกว่าที่เป็นในปัจจุบันด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น จำเป็นต้องเตรียมอาชีพรองรับ โดยใช้การศึกษาเพื่อปรับทัศนคติคนให้ตระหนักและเรียนรู้อาชีพใหม่ๆ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง

2 ปี 4  หลัก ! เดินหน้าพลิกการศึกษา

อาจารย์ “ยักษ์- วิวัฒน์ ศัลย์กำธร”

       อ.ยักษ์ อธิบายอีกว่า ถัดมาในเรื่องที่ 3.ผู้สูงวัย ต้องมีการวางระบบดูแลดีแต่ต้นทั้งเรื่องสุขภาพ ความรู้ ถ้าไม่มีระบบรองรับที่ดีและปล่อยให้ผู้สูงวัยเข้าสู่ภาวะติดเตียง ก็จะเกิดเป็นวิกฤตซ้ำซ้อน และ4.คนในระบบการศึกษา ซึ่งทุกคนต่างรู้ดีว่ามีปัญหาอะไร และมีความพยายามแก้ไข แต่ถ้าสามารถแก้ไขตั้งแต่ต้นทางที่กล่าวมาได้ จะทำให้การปฏิรูปการศึกษาเป็นไปได้

      “เรื่องใหญ่ของการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ ต้องเน้นที่เด็กเล็ก ที่ผ่านมากมธ.ขับเคลื่อนฯ ได้เสนอแผนพัฒนาเด็กเล็กเข้าสู่ที่ประชุม สปท.มีคนโหวตผ่าน100%ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน และในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560กำหนดไว้ว่าเป็นหน้าที่ของรัฐ ซึ่งทั้ง11กระทรวงจะต้องร่วมกัน แต่ลำพังแค่ภาครัฐ งบประมาณของรัฐอย่างเดียว จำเป็นต้องอาศัยทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันขับเคลื่อนจึงสำเร็จได้”กรรมการอิสระฯ ระบุ

       ยังต้องใช้โอกาสนี้เร่งปัดฝุ่นจิตใจ ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ให้แก่เด็กและเยาวชน เพื่อให้สามารถแยกแยะสิ่งใดถูก สิ่งใดผิด และไม่หลงไปทำเรื่องไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม

       “ครูเรียม”-เรียม สิงห์ทร”ครูโรงเรียนบ้านขอบด้ง (ดอยอ่างขาง) อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ครูผู้ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ประจำปี2558จังหวัดเชียงใหม่ เป็นครูบนดอย เพียงท่านเดียวที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งในกรรมการอิสระฯ สะท้อนมุมมอง ว่า ในฐานะครูบนดอยและผู้ปฏิบัติ มองว่าการปฏิรูปการศึกษาคราวนี้จะต้องมองลงไปถึงผู้รับ คือ เด็กและเยาวชน รวมถึงผู้บริหาร ครูและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ควรเน้นการเรียนรู้และปฏิบัติจริง อย่างไรก็ดี เรื่องเร่งด่วนที่อยากให้ใช้โอกาสของการปฏิรูปการศึกษาคราวนี้แก้ไขและพัฒนา คือ คุณธรรม จริยธรรม

2 ปี 4  หลัก ! เดินหน้าพลิกการศึกษา

“ครูเรียม”-เรียม สิงห์ทร”

        “เวลานี้โลกเราก้าวไปไกลมากเด็กและเยาวชนรับสื่อต่างๆรวดเร็วมากขึ้น โดยเฉพาะสื่อโซเชียลมีเดีย แต่เด็กกลับแยกแยะ ความถูกต้อง ไม่ถูกต้อง ,ควร ไม่ควร, ได้ช้ามาก จะเห็นได้ว่าทุกวันนี้สภาพแวดล้อม หลายอย่างเปลี่ยนไป บางการกระทำเราไม่คิดว่าเลยว่าจะเป็นเด็กและเยาวชนทำ แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว จากประสบการณ์ที่เราคลุกคลีกับเด็กๆแม้จะในพื้นที่ที่ห่างไกล แต่ก็ได้เห็นว่าสภาพแวดล้อมมีความเปลี่ยนแปลง ทั้งความก้าวร้าว การไม่เคารพ กระทั่งความมีน้ำใจ เอื้ออาทรต่อกันก็น้อยลง เพราะฉะนั้น การปลูกฝัง คุณธรรมจริยธรรมให้แก่เด็กและเยาวชนของเรา เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ควรต้องแก้ไข”ครูเรียม สะท้อนมุมมอง

2 ปี 4  หลัก ! เดินหน้าพลิกการศึกษา

       ครูเรียม อธิบายว่า ในอดีตสมัยครูเป็นเด็กมีวิชาศีลธรรม สอนให้รู้หลักเบญจศีล เบญจธรรมให้เด็กได้รู้ว่าข้อห้ามและข้อปฏิบัติ เรื่องเหล่านี้จะต้องนำมาสอดแทรกในการเรียนการสอนปลูกฝังตั้งแต่เด็กเล็ก ซึ่งปัจจุบันก็สามารถทำได้ในการเรียนการสอนกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เน้นการเรียนการสอนและการปฏิบัติ เป็นการปลูกฝัง คุณงามความดีในใจให้แก่เด็ก ให้รู้ดี รู้ชอบ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาคนของประเทศ

       ยังมีอีกหลายประเด็นปัญหาที่แฝงไว้รอการแก้ไข การปฏิรูปการศึกษาคราวนี้คงเป็นโอกาสสำคัญที่ทุกฝ่ายจะต้องนำมาชำระและจัดระบบ ระเบียบใหม่ เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาและเด็กไทยของเราให้พร้อมรับกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา!!

สร้างถนนเส้นกลางเข้าพระเมรุมาศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/281540

สร้างถนนเส้นกลางเข้าพระเมรุมาศ

พระเมรุมาศ, สร้างถนนกลาง, 8 มิย, สร้าง, ถนน, เส้น, กลาง, เข้า, พระ, เมรุมาศ

เริ่มจัดสร้างถนนเส้นกลางเข้าสู่พระเมรุมาศ 1 ก.ค.นี้ กว้าง 30 ม.ยาว 200 ม.คาดแล้วเสร็จสิงหาคมนี้

      นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ขณะนี้กรมศิลปากรได้ทำการส่งมอบพื้นที่ให้กับกองบัญชาการกองทัพไทย เพื่อจัดสร้างถนนเส้นกลาง สำหรับใช้ในการเคลื่อนพระมหาพิชัยราชรถเข้าสู่พระเมรุมาศ โดยวันนี้(8 มิ.ย.)ได้หารือร่วมกับพล.ท.ชัยพฤกษ์ อัยยะภาคย์ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ถึงรายละเอียดและได้ทำการเช็คระดับส่องกล้องเพื่อหาแนวถนนที่สัมพันธ์กับระดับภูมิทัศน์ภายในพระเมรุมาศ ซึ่งจะต้องอยู่ในระดับเดียวกัน

ทั้งนี้ ถือว่าการดำเนินการก่อสร้างพระเมรุมาศภายในบริเวณท้องสนามหลวงอย่างเต็มรูปแบบ และจากนี้ทางกองบัญชาการกองทัพไทย จะเริ่มเคลื่อนย้ายเครื่องจักรเพื่อ เริ่มก่อสร้างภายในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ กำหนดเสร็จในเดือนสิงหาคม ใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 2 เดือน โดยถนนเส้นกลางจะมีขนาดกว้าง 30 เมตร ยาว 200 เมตร

ลงสี “ครุฑ” ประดับพระเมรุมาศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/281514

ลงสี “ครุฑ” ประดับพระเมรุมาศ

ช่างเริ่มลงสี, สีแดง, พระหีบพระบรมศพจันทน์, พระโกศจันทน์, จิตอาสา, ลงสี, ครุฑ, ประดับพระเมรุมาศ

พระหีบพระบรมศพจันทน์ คืบหน้า 70% สัปดาห์เริ่มงานจัดสร้างพระโกศจันทน์ เผยหลัง 26 มิ.ย.ย้ายสถานที่ไปยังกรมศิลปากร ขณะที่จิตรกรเริ่มลงสีครุฑแล้ว ใช้สีแดงเป็นหลัก

            นับแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา จนถึงขณะนี้เป็นเวลา 4 เดือนแล้วที่ทีมช่างศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่กรมศิลปากร ได้จัดสร้างฐานรองพระโกศจันทน์ หรือ หีบพระบรมศพจันทน์ โดย นายพิจิตร นิ่มงาม นายช่างศิลปกรรมอาวุโส สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร กล่าวว่า ภาพรวมการประกอบลายซ้อนไม้ของพระหีบพระบรมศพ คืบหน้าไปแล้ว 70% เฉพาะตัวฐานพระหีบพระบรมศพ ได้ประกอบลายสำคัญๆ เช่น ลายครุฑ ลายสังเวียน เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างเก็บรายละเอียดส่วนอื่นๆ โดยเฉพาะบริเวณมุมของพระหีบฯ ที่จะต้องให้ทุกมุมเสมอและใกล้เคียงกันมากที่สุด เพราะเวลาเคลื่อนย้ายจำเป็นต้องถอดแต่ละด้านออก เพราะฉะนั้น เมื่อนำกลับมาประกอบจะต้องจะเรียบสนิทเหมือนเดิม ขณะที่ลายเปลื้อง อุบะ และลายดอกไม้ไหวที่จะประดับในภายหลัง

ลงสี "ครุฑ" ประดับพระเมรุมาศ

นายพิจิตร นิ่มงาม

ในส่วนของฝาพระหีบฯ นั้น การประกอบลายดอกจอก กระจัง บัวถลา เสร็จเรียบร้อยแล้ว กำลังเริ่มประกอบชิ้นส่วนบริเวณของพื้น  คิ้ว และทดลองวางดอกไม้ไหว ซึ่งคาดว่าการจัดสร้างพระหีบฯจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายนนี้ อย่างไรก็ตาม การจัดสร้างพระหีบฯ ครั้งนี้ ใช้ไม้มีความหนา 8 มิลลิเมตร และใช้ลายซ้อนไม้ถึง 6-7 ชั้น ซึ่งหนากว่าการจัดสร้างพระหีบฯที่ผ่านมาที่ใช้ไม้หนา 3 มิลลิเมตรและใช้ลายซ้อนไม้ประมาณ 3 ชั้น

ลงสี "ครุฑ" ประดับพระเมรุมาศ

ฝาพระหีบพระบรมศพ

ส่วนความคืบหน้าการจัดสร้างพระโกศจันทน์ ภาพรวมคืบหน้าประมาณ 30% เป็นในส่วนของโครงสร้าง แบบและลวดลายมาแล้ว 25% และอีก 15% อยู่ในขั้นตอนการฉลุลวดลาย คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะเริ่มนำมาประกอบลายที่สนามหลวงได้และตั้งเป้าว่าจะสามารถดำเนินการเสร็จเรียบร้อยในเดือนสิงหาคมนี้

“หลังวันที่ 26 มิ.ย.นี้จะย้ายการทำงานไปที่กรมศิลปากร เนื่องจากจะมีการรื้ออาคารในพื้นที่เพื่อสร้างศาลาลูกขุน 3 โดยเมื่อย้ายสถานที่ทำงานก็จะคัดเลือกจิตอาสาเพื่อไปช่วยงานจำนวนหนึ่งเท่านั้น โดยเน้นจิตอาสาที่สามารถมาทำงานได้ต่อเนื่อง เพราะปัจุบันจะเป็นในลักษณะสลับหมุนเวียนกันเข้าซึ่งมีจำนวนมาก แต่เมื่อคนจำนวนลดลงจึงต้องเน้นคนที่มีความพร้อมเพื่อวางแผนการทำงานที่ชัดเจนได้”นายพิจิตร กล่าว

ลงสี "ครุฑ" ประดับพระเมรุมาศ

ลงสีรองพื้น “ครุฑ” ประดับพระเมรุมาศ

ขณะที่ในส่วนของงานจิตรกรรม การลงสีประติมากรรมต่างๆล่าสุดในส่วนของการลงสี “ครุฑ”  นายจรัญ มาบุตร จิตกรชำนาญการ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร กล่าวว่า ขณะนี้ช่างอยู่ระหว่างลงสีรองพื้นของครุฑ โดยจะต้องลงประมาณ 2-3 ชั้น ครุฑที่ใช้ประดับพระเมรุมาศ คราวนี้มีจำนวน 3 คู่ จำนวน 6 องค์ สำหรับการลงสีจะใช้สีน้ำมันใช้ สีแดง เป็นหลัก ซึ่งสีแดงเป็นสี ตราครุฑพ่าห์ ของธงมหาราช ที่ใช้ประดับหน้าพระราชพาหนะในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยในส่วนของผิวกายจะใช้สีแดง ส่วนยอดมงกุฎ เครื่องประดับต่างๆ จะใช้สีทอง ขณะที่ปีกและขนจะเป็นสีทองแดง ใช้สีทองมาเก็บลายเส้นลาย ส่วนผ้านุ่งจะเป็นสีที่ต่างออกไปเพื่อให้ตัดกัน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เพิ่งเริ่มลงสีครุฑองค์แรกคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์

บัวปลายเสารับเครื่องยอดบุษบกพระเมรุมาศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/281530

บัวปลายเสารับเครื่องยอดบุษบกพระเมรุมาศ

เทวดา, หอเปลื้อง, กาบพรหมศร, บัวปลายเสา, พระเมรุมาศ, บัว, ปลาย, เสา, รับ, เครื่อง, ยอด, บุษบก, พระ, เมรุมาศ

จัดสร้างพระเมรุมาศคืบหน้า พร้อมเริ่มจัดทำบัวปลายเสา รับเครื่องยอดบุษบกประธาน กาบพรหมศร สูงกว่า 2 เมตร โดยขยายลาย 1:1

จัดสร้างพระเมรุมาศ จัดทำบัวปลายเสา รับเครื่องยอดบุษบกประธาน กาบพรหมศร สูงกว่า 2 เมตร

การจัดสร้างพระเมรุมาศ และอาคารประกอบพระเมรุมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศใต้ โดยเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.บริเวณโรงขยายแบบ กรมศิลปากรได้เปิดพื้นที่ให้สื่อมวลชน เข้าติดตามความคืบหน้า

“เฉพาะโครงสร้างพระเมรุมาศเสร็จสมบูรณ์แล้ว 100% ภาพรวมการก่อสร้างคืบหน้า 52% เริ่มการประดับตกแต่ง ฐานชั้นที่ 1 ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือการประดับกระดาษ  50-60%  ขึ้นโครงสร้างหลักของบุษบกทั้งเก้าองค์ ปูพื้นและติดตั้งขั้นบันไดทุกด้านแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างการกรุผิวและติดตั้งองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมของฐานชาลาชั้นที่1,2และ 3ได้แก่ ฐานสิงห์ รั้วราชวัตร เสาหัวเม็ด และฐานเทวดาแล้วเสร็จไปกว่า 50-60%”นายก่อเกียรติ ทองผุด นายช่างศิลปกรรม กรมศิลปากร กล่าว

บัวปลายเสารับเครื่องยอดบุษบกพระเมรุมาศ

นายก่อเกียรติ กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันผู้รับจ้างได้ตั้งนั่งร้านรอบบุษบกทั้งเก้าองค์ เพื่อเตรียมกรุหน้าเสา ผนัง เพดาน และชั้นเชิงกลอน  ขณะที่สถาปนิกได้ดำเนินการขยายแบบเท่าจริงองค์ประกอบบุษบกพระเมรุมาศเพื่อนำไปผลิต ที่แล้วเสร็จได้แก่ เสา คันทวย และชั้นเชิงกลอน และอยู่ระหว่างการขยายแบบส่วนบนของเครื่องยอดบุษบก

“การออกแบบพระเมรุมาศครั้งนี้ ความพิเศษส่วนหนึ่งจะอยู่ตรงที่ซุ้มคูหาที่มีลายหน้ากาล ประดับตรงกลางห้อยเฟื่อง ที่ปลายสุดเป็นพญานาค โดยลายหน้ากาล เทียบเคียงเหมือนกาลเวลาที่กลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง ส่วนพญานาคแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ เมื่อมาผสมผสานกับลายหน้ากาลที่หมายถึงแสงสว่าง จึงเป็นความสมสมบูรณ์ ทั้งแสงสว่างและน้ำ ประเทศเราก็จะมีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วย ถัดมาจะเป็นบัวปลายเสาประดับบุษบกองค์ประธาน ได้ทำการขยายแบบขยายลาย 1:1 เรียบร้อยแล้ว  เตรียมส่งให้ช่างนำไปผลิต โดยส่วนนี้จะอยู่บริเวณย่อมุม ทั้ง 4 มุมของยอดบุษบกประธาน หรือที่เรียกว่า บัวปลายเสารับเครื่องยอดบุษบกประธาน  เปรียบเสมือนดอกบัวที่ไปรองรับสิ่งสำคัญที่สุดของอาคาร ดังนั้นจึงตั้งใจออกแบบให้เป็นรูปบัวเกลี้ยง เรียบเพื่อให้การวางลายมีความสมส่วน ไม่มากไม่น้อยเกิดไป”นายก่อเกียรติ กล่าว

นายช่างศิลปกรรม กล่าวต่อไปว่า สำหรับการติดตั้งม่านในส่วนของพระเมรุมาศ อยู่ระหว่างดำเนินการวางแผนการติดตั้ง ดูรายละเอียดว่าจะใช้โครงเหล็กอย่างไร ซึ่งทั้งหมดต้องมีความสัมพันธ์กับซุ้มคูหา อีกส่วนที่สำคัญคือกาบพรหมศร ซึ่งอยู่บริเวณโคนเสาพระเมรุมาศ  ปลายสุดคือดอกบัว ล่างสุดคือกาบพรหมศร เป็นองค์ประกอบตามหลักสถาปัตยกรรมไทยถือเป็นครั้งแรก มีการออกแบบและสร้างกาบพรหมศรทีมีความสูง วัดจากพื้นพระเมรุมาศชั้นที่ 4 ขึ้นไปถึงยอดอยู่ที่ 3.5 เมตร ตัวกาบสูงประมาณเกือบ 2 เมตร ซึ่งค่อนข้างใหญ่  ส่วนหนึ่งที่ดำเนินการแล้วคือ คัดทวย เป็นงานซ้อนไม้ เพื่อความสวยงานตามสัดส่วนที่ได้ออกแบบ

ในส่วนบุษบกหอเปลื้อง เริ่มกรุหน้าเสาและฐานเตรียมขยายแบบขยายลาย 1:1 โดยจะดำเนินการติดตั้งเครื่องยอดหอเปลื้องจนเสร็จ 100% ก่อนจากนั้นจึงจะเริ่มดำเนินการในส่วนเครื่องยอดบุษบกประธาน  ถัดมาจึงเริ่มดำเนินการในส่วนเครื่องยอดบุษบกซ่าง  ส่วนที่ยังไม่ได้นำมาติดตั้งในพื้นที่ อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำที่โรงงาน เช่นกระจัง ฐานเทวดา เทพชุมนุม รวมถึงบันไดนาคอยู่ระหว่างการจัดสร้าง โดยได้กรุทำฐานและแท่นเรียบร้อยแล้ว  โดยงานในส่วนของประติมากรรมตกแต่งในส่วนของพระเมรุมาศ ได้เตรียมงานไปค่อนข้างมากแล้ว เหลือในส่วนของการติดตั้งซึ่งจะเริ่มทยอยดำเนินการตามลำดับ

บัวปลายเสารับเครื่องยอดบุษบกพระเมรุมาศ

นายก่อเกียรติ กล่าวต่อว่า สำหรับพระที่นั่งทรงธรรม ขณะนี้อยู่ระหว่างมุงหลังคาส่วนสุดท้ายบริเวณเหนือโถงประธาน ได้ทยอยติดตั้งซุ้มคูหาลายซ้อนไม้และเริ่มงานตกแต่งภายในทั้งสองปีกของอาคาร ขึ้นโครงผนังแล้วเสร็จ และกรุหุ้มเสา ผนัง ฝ้าเพดาน ศาลาลูกขุน 1 และ 2 คืบหน้ารวมประมาณ 50% โครงสร้างทั้งหมดแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างมุงหลังคาและเริ่มกรุพื้นผิวภายในอาคาร ส่วน ศาลาลูกขุน 3 ขณะนี้อยู่ระหว่างการประกอบชิ้นโครงสร้างและทดลองติดตั้งที่โรงงาน ทับเกษตร ทิม คืบหน้ารวมประมาณ 41% อยู่ระหว่างการติดตั้งโครงเครื่องยอดมณฑปสามชั้น ซึ่งเป็นส่วนสุดท้ายของงานโครงสร้าง ติดตั้งขอบคันดินแล้วเสร็จ และเริ่มติดตั้งเชิงชาย กรุเสาและขื่อ ไปแล้วประมาณ 25% รวมทั้งติดตั้งระบบสุขาภิบาลแล้วเสร็จ 50% พลับพลายกสนามหลวง ขึ้นโครงสร้างไปแล้ว 58% ขึ้นโครงหลังคาปะรำแล้วเสร็จ

ขณะนี้อยู่ระหว่างการประกอบโครงสร้างหลังคาจั่วที่โรงงาน พลับพลาหน้าพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท และพลับพลายกหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม โครงสร้างทั้งสองหลังแล้วเสร็จ ขณะนี้อยู่ระหว่างการมุงหลังคา ติดตั้งรางน้ำ และเดินท่อระบบไฟฟ้า เกยลา ขณะนี้โครงสร้างและทดลองประกอบที่โรงงานแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างการประสานขอเข้าติดตั้งในพื้นที่ บริเวณกำแพงแก้วหน้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

บัวปลายเสารับเครื่องยอดบุษบกพระเมรุมาศ

นายก่อเกียรติ กล่าวต่ออีกว่า ความคืบหน้าประติมากรรมประดับพระเมรุมาศ เทวดานั่งอัญเชิญฉัตรและอัญเชิญบังแทรก 32 องค์ เขียนสีแล้วเสร็จ 8 องค์ เทวดายืนอัญเชิญฉัตรและอัญเชิญพุ่ม 12  องค์ อยู่ระหว่างประดับลวดลายผ้านุ่ง มหาเทพ ได้แก่ พระนาราณ์ และพระพรหม การเขียนสีค่อนข้างลงตัวไปกว่า 80-90% พระอินทร์กับพระศิวะ อยู่ในขั้นตอนปั้นแต่งเก็บรายละเอียดเครื่องทรง และปั้นรายละเอียดส่วนฐาน ปรับแก้รายละเอียด เครื่องทรง  และเครื่องศิราภรณ์ ท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ ได้แก่ ท้าวเวสสุวรรณ และท้าวธตรฐ ดำเนินการหล่อไฟเบอร์กลาสแล้วเสร็จ  อยู่ระหว่างขัดแต่งผิวเพื่อเขียนสี ท้าววิรุฬหก และท้าววิรูปักษ์ อยู่ระหว่างปรับแก้รายละเอียดเครื่องทรง เพื่อเขียนสี

บัวปลายเสารับเครื่องยอดบุษบกพระเมรุมาศ

สัตว์ประจำทิศ ได้แก่ ช้าง ทิศเหนือ ดำเนินการปั้นแล้วเสร็จทั้ง 2 ตัว อยู่ระหว่างการประกอบกับฐานและปั้นส่วนฐานประกอบ  ม้า ทิศตะวันตก และโค ทิศใต้ ดำเนินการเขียนสีแล้วเสร็จ สิงห์ ทิศตะวันออก อยู่ระหว่างการเขียนสี ลงตัวที่โทนสีขาว ครีม อยู่ระหว่างการประดับตกแต่งลวดลาย ส่วนราชสีห์  ดำเนินการปั้นแต่งเก็บรายละเอียดและทำพิมพ์ยางซิลิโคน เหลือแต่คชสีห์อยู่ระหว่างดำเนินการปั้น