“ต่างด้าว” เกิน 5 หมื่น จัดโซนนิ่ง!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/281497

“ต่างด้าว” เกิน 5 หมื่น จัดโซนนิ่ง!!

รง-พม-มท, เกิน5หมื่น, โซนนิ่ง, 3กท, รง, พม, มท, 9 มิย60, ต่างด้าว, เกิน, หมื่น, จัดโซนนิ่ง,  รง-พม-มท, แรงงานต่างด้าว, รมวรง, รมวพม, รมชมท

รองนายกฯ นำ 3 กระทรวง ” รง.-พม.-มท.” ผนึกกำลัง ดูแล “แรงงานต่างด้าว” ชู สมุทรสาคร ต้นแบบจัดโซนนิ่ง เล็งขยายผลครอบคลุมพื้นที่มีต่างด้าวเกิน 5 หมื่นคน

          เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.2560 – นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า วันที่ 9 มิถุนายน 2560 นี้ พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานในพิธีเปิดป้ายศูนย์เอื้ออาทรสมุทรสาคร ท่าจีน โดยมี พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน(รมว.รง.) พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(รมว.พม.) และนายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย(รมช.มท.) ร่วมในพิธีเปิดด้วย ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง 3 กระทรวง เพื่อจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวในพื้นที่สมุทรสาคร นอกจากนี้ ยังมีกำหนดการตรวจเยี่ยมงานบริการต่างๆ ในเขตจังหวัดสมุทรสาครอีกด้วย

          นายอนันต์ชัย กล่าวต่อว่า จังหวัดสมุทรสาครเป็นต้นแบบของการจัดโซนนิ่งแรงงานต่างด้าว โดยเริ่มจากการจัดโซนนิ่งด้านที่พักอาศัยเป็นลำดับแรก รวมถึงการจัดตั้งศูนย์เอื้ออาทรสมุทรสาคร ท่าจีน เพื่อให้บริการในด้านต่างๆ แก่แรงงานต่างด้าวอย่างเท่าเทียม จากการดำเนินการร่วมกันระหว่าง 3 กระทรวง และจะขยายผลไปในพื้นที่จังหวัดที่มีแรงงานต่างด้าวมากกว่า 5 หมื่นคนต่อไป

อ๊บ..อ๊บ..เลี้ยง”กบคอนโด”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/281353

อ๊บ..อ๊บ..เลี้ยง”กบคอนโด”

การขุดบ่อเลี้ยงกบคอนโด, วิธีการเลี้ยง, การเลี้ยงกบคอนโด, กบ, อ๊บอ๊บเลี้ยงกบคอนโด, กบคอนโด, ทุกข์และทุนชุมชน, ขวดน้ำ, สสส, มหาชน

“กบ” ถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจอย่างหนึ่ง ที่ปัจจุบันในธรรมชาติมีปริมาณลดลงเรื่อยๆ ในขณะที่ตลาดยังมีความต้องการสูง แต่อาชีพการเลี้ยงกบยังไม่แพร่หลายมากนัก

      การเลี้ยงกบไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มาก เนื่องจากกบเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย ลงทุนน้อย ใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงสั้น ที่สำคัญจำหน่ายได้ราคาดีขายได้ทุกรุ่น ตั้งแต่ลูกอ๊อดยันพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ราคาขึ้นอยู่กับขนาด สี และน้ำหนักของกบ ส่งผลให้ความคุ้มทุนทางธุรกิจเป็นไปอย่างรวดเร็ว

เพราะผลลัพธ์จากการทำโครงการเพาะเห็ดเพาะใจสานสายใยชุมชนในปีที่ผ่านมา ล้มเหลวไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ จึงอยากแก้มือและขอโอกาสสร้างวงจรการเรียนรู้รอบใหม่ให้ตนเองอีกครั้ง โดยมอง“ทุกข์และทุนชุมชน”เป็นตัวตั้ง จากโจทย์บ้านหนองมะเกลือ ต.โนนค้อ อ.โนนคูณ จ.ศรีสะเกษ เป็นอีกชุมชนหนึ่งที่ประสบปัญหาขยะ โดยเฉพาะ “ขวดน้ำ”ถูกทิ้งเกลื่อน เป็นอีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดน้ำท่วมขังช่วงฝนตกหนัก เนื่องจากขวดน้ำเข้าไปอุดตันทางน้ำไหลในท่อระบายน้ำ ทำให้น้ำระบายไม่ทัน

อ๊บ..อ๊บ..เลี้ยง"กบคอนโด"

เมื่อพี่ ๆ จากโครงการพัฒนาเยาวชนพลเมืองดีศรีสะเกษ ซึ่งสนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) และมูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพานิชย์ จำกัด (มหาชน) ชักชวนให้ทำกิจกรรมในปีที่ 2 ทีมงานเยาชนบ้านหนองมะเกลือซึ่งประกอบด้วยแกนนำหลัก จุ๋ม-จารุวรรณ เนตรนิจ อิ๋ง-วนิดา เทนโสภา นิก-ชนิดา เทนสุนา นุ่น-บุษกร เสนคำสอน แพรว-ธิญาดา คงราช และ ปรางค์-ธิติมา ป้องกัน ทั้งทีมไม่รีรอที่จะตอบรับเข้าร่วมโครงการ ในครั้งนี้ทั้ง 6 คนคิดโจทย์ด้วยการนำปัญหาขยะในชุมชนเป็นตัวตั้ง “ขวดน้ำพลาสติกนำไปทำอะไร ได้บ้าง?”แล้วลงมือค้นคว้าข้อมูลเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาจากอินเทอร์เน็ต จนพบคำตอบที่น่าสนใจว่า ขวดน้ำพลาสติกที่ไร้ค่า สามารถนำมาทำเป็นคอนโดให้“กบ”อาศัยอยู่ได้ จึงเป็นที่มาของ “โครงการกบสร้างพลังสามัคคีชีวิตพอเพียง”

จุ๋ม เล่าต่อว่า เมื่อโจทย์โครงการชัด ทีมงานจึงร่วมกันวางเป้าหมายหลักไว้ 3 ส่วนหลัก ๆ คือ 1. ลดปริมาณขยะขวดพลาสติกในชุมชน 2. ดึงเด็กและเยาวชนในโรงเรียนมาทำโครงการร่วมกัน เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และ 3. รวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงกบแบบคอนโด เพื่อเป็นทางเลือกในการสร้างงานสร้างอาชีพให้คนในชุมชน

อ๊บ..อ๊บ..เลี้ยง"กบคอนโด"

บทเรียนจากการทำโครงการปีที่แล้ว ทำให้ทีมงานต้องวางเป้าหมายและแผนการทำ โครงการใหม่ให้ชัดเจน โดยดูสภาพแวดล้อมและหาข้อมูลประกอบ ทั้งนี้กระบวนการทำงานเริ่มต้นขึ้นด้วยการ ประชาสัมพันธ์โครงการให้นักเรียนในโรงเรียนบ้านหนองมะเกลือ รับรู้ผ่านเสียงตามสาย เพื่อหาแนวร่วม พร้อมลงพื้นที่สำรวจปริมาณขวดน้ำในชุมชน จากนั้นจึงเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงกบจากผู้รู้ในชุมชน ทั้งวิธีการเลี้ยง ขนาดของบ่อที่ใช้อนุบาลกบ การดูแลกบ ทั้งการให้อาหาร การเปลี่ยนน้ำ และระยะเวลาที่ใช้ในการเลี้ยงกบแต่ละช่วงวัย ซึ่งการเก็บข้อมูล แต่ละครั้ง อิ๋ง ปรางค์ และนุ่น รับหน้าที่เป็นผู้ถาม นิกและแพรว ทำหน้าที่จดบันทึกข้อมูล ส่วนจุ๋มจะช่วยดูภาพรวมของการทำงานทั้งหมด เมื่อได้ความรู้แล้วจึงเข้าสู่การลงมือเลี้ยงกบ

อ๊บ..อ๊บ..เลี้ยง"กบคอนโด"

ทีมงานบอกว่า พวกเขาตั้งใจลงพื้นที่สัมภาษณ์ผู้รู้มากกว่า 2 คน แล้วนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกัน เพื่อปรับวิธีการเลี้ยงให้เหมาะสมกับศักยภาพของตัวเองมากที่สุด เมื่อสำรวจจนได้ข้อมูลครบถ้วนแล้ว จึงนำข้อมูลมาวิเคราะห์ และพบว่า ก่อนนำกบไปเลี้ยงในคอนโดขวดพลาสติก ต้องอนุบาลลูกอ๊อดให้ครบ 15 วันก่อน ทีมงานจึงเร่งหาพื้นที่เลี้ยงลูกอ๊อด ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากลุงแน่น เทนโสภา ผู้ใหญ่ใจดี ที่อนุญาตให้ทีมงานเข้ามาใช้ที่ดินสำหรับขุดบ่อเลี้ยงกบบ่อแรก

ลุงแน่น บอกว่า เขาเคยศึกษาดูงานเรื่องกบจึงมีความรู้เรื่องการเลี้ยงกบอยู่บ้าง เมื่อกลุ่มเยาวชนสนใจเข้ามาเรียนรู้ จึงอยากเผยแพร่ความรู้ให้ขยายออกไป โดยเขายินดีให้ความช่วยเหลือหากเป็นกิจกรรมที่ เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ของเยาวชน เพราะมีพื้นที่อยู่แล้ว ทั้งยังมีสาธารณูปโภคน้ำและไฟพร้อม สามารถขุดบ่อใช้ได้ทันที โดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม การขุดบ่อใช้เวลาเพียง 1 วันเท่านั้น

อ๊บ..อ๊บ..เลี้ยง"กบคอนโด"

ลุงแน่น บอกด้วยว่า ขนาดของบ่อที่ขุดไม่ควรกว้างหรือลึกเกินไป ขนาดที่พอเหมาะคือกว้าง 1.25 เมตร ยาว 2 เมตร ลึก 0.3 เมตร จากนั้นทีมงานจึงนำลูกอ๊อดมาเลี้ยงในบ่อ แล้วแบ่งเวรให้อาหารวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ก่อนไปเรียนและหลังเลิกเรียน

สำหรับขั้นตอนการเลี้ยงกบคอนโด จุ๋มเล่าว่า นำขวดน้ำพลาสติกที่เก็บมาได้ขนาด 1.5 ลิตร เจาะรูตรงคอขวด จากนั้นนำขวดน้ำพลาสติกขนาด 550 มิลลิลิตร ตัดตรงคอขวดให้ได้รูปกรวย แล้วนำมาเสียบตรงขวดใหญ่ที่เจาะรูไว้แล้ว เพื่อทำเป็นช่องหายใจและให้อาหารกบ จากนั้นเมื่อลูกกบในบ่ออนุบาลอายุ 1-2 เดือน นำมาใส่ในขวดพลาสติก ขวดละ 1 ตัว ใส่น้ำระดับคางกบ ปิดฝาให้แน่นแล้วนำไปวางบนชั้น โดยวางให้อยู่ในลักษณะที่เอียง ให้อาหารอย่างพอเหมาะวันละ 2 มื้อ เช้าและเย็น ส่วนการถ่ายเปลี่ยนน้ำในขวดต้องเปลี่ยน 2 วัน/ครั้ง ด้วยการเปิดฝาเทน้ำทิ้งแล้วเปลี่ยนน้ำเข้าไปใหม่ หลังจากที่เลี้ยงไว้ประมาณ 3 เดือน ตัดขวดพลาสติกแล้วจับกบไปชั่งขาย

อ๊บ..อ๊บ..เลี้ยง"กบคอนโด"

ทั้งนี้ การเลี้ยงกบคอนโดถือเป็นการเลี้ยงรูปแบบใหม่สำหรับคนที่ไม่มีพื้นที่กว้างมากนัก เพราะกบคอนโดขวดสามารถทำความสะอาดง่าย ประหยัดน้ำ อาหาร และลดค่าใช้จ่าย โดยไม่มีศัตรูหรือสัตว์เข้าไปรบกวน ทำให้กบสะอาด แข็งแรง ขายได้ราคาดี และจะมีสีสวยกว่าการเลี้ยงในบ่อ

ทีมงานสะท้อนว่า การเลี้ยงกบมีข้อจำกัดตรงที่กบเป็นสัตว์ตัวเล็กที่ต้องเอาใจใส่เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการให้อาหารที่ต้องตรงเวลา หรือเวลาให้อาหารกบต้องล้างมือให้สะอาด มือห้ามติดแป้ง เพราะส่วนผสมของแป้งที่เจือปนลงไปจะทำให้กบไม่กินอาหาร กบไม่ชอบเสียงดัง ขณะเดียวกันการดูแลกบในบ่ออนุบาลจะมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป โดยมีทีมงานรุ่นพี่เป็นตัวหลักในการสอนน้องๆ เพื่อให้มีทักษะในการเลี้ยงกบด้วย เช่น การเฝ้าระวังสัตว์มีพิษจำพวกงู การแยกขนาดกบทุก 2 อาทิตย์ เพื่อป้องกันกบตัวใหญ่กินกบตัวเล็ก เป็นต้น

อ๊บ..อ๊บ..เลี้ยง"กบคอนโด"

 สกุลรัตน์ เทนโสภา พี่เลี้ยงชุมชน เสริมว่า การเข้าร่วมโครงการพัฒนาเยาวชนพลเมืองดีศรีสะเกษ ของกลุ่มเยาวชนบ้านหนองมะเกลือ ถือเป็นการฝึกเด็กและเยาวชนให้รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และสามารถทำงานเป็นทีม รวมทั้งเยาวชนจะได้ความรู้ในเรื่องการเลี้ยงกบซึ่งสามารถนำไปประกอบอาชีพเสริมได้ในอนาคต

ขณะเดียวกันการสนับสนุนให้รุ่นพี่รุ่นน้องทำงานด้วยกัน ถือเป็นเรื่องที่ดีที่รุ่นพี่ได้สอนน้องงาน เพราะถ้าหากมีการฝึกเฉพาะแค่แกนนำ คนที่ได้ความรู้ได้ฝึกทักษะก็มีแค่แกนนำเท่านั้น หากแกนนำรุ่นแรกออกไปน้องๆในโรงเรียนจะได้สานต่อการทำงาน

อ๊บ..อ๊บ..เลี้ยง"กบคอนโด"

เมื่อถามถึงขั้นตอนที่ยากที่สุด ทีมงานเล่าว่า การเปลี่ยนน้ำให้กบในคอนโดเป็นขั้นตอนที่น่าขยะแขยงที่สุด เพราะถ้าลืมเปลี่ยนน้ำ บางครั้งเจอกบตายเป็นหนอนอยู่ในขวด ส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งไปทั่ว แต่ไม่เคยท้อ เพื่อรอวันที่กบโตพอที่จะนำไปขายได้ ซึ่งทุกคนยอมรับว่ารู้สึกตื่นเต้น และเมื่อเลี้ยงสักระยะแล้วพี่เลี้ยงชุมชนแนะนำให้ทีมงานนำกบไปเลี้ยงต่อที่บ้าน ๆ ละ 50 ตัวเพื่อให้ผู้ปกครองได้รับรู้ถึงสิ่งที่กลุ่มเยาวชนทำ และเป็นการขยายผลและองค์ความรู้ในการเลี้ยงกบให้เป็นอาชีพเสริมไปยังครอบครัวของทีมงานและคนในชุมชนอีกทางหนึ่งด้วย

อย่างไรก็ตาม การแปรรูปขวดพลาสติกเหลือทิ้งให้กลายเป็นคอนโดกบถือเป็นอีกแนวคิดหนึ่งของการลดขยะในชุมชน เพราะนอกจากประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับทีมงานในด้านความรับผิดชอบในหน้าที่ องค์ความรู้เรื่องการเลี้ยงกบแล้ว ยังขยายผลไปถึงครอบครัวและชุมชนสำหรับการมีรายได้เสริม ถือเป็นการสร้างต้นแบบชุมชนเข้มแข็งที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ และเกิดความมั่นคงทางอาหารที่ยั่งยืนในชุมชนอีกด้วย

เหรียญเงิน“สุดยอดเชฟไทยครั้งที่ 6”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/281402

เหรียญเงิน“สุดยอดเชฟไทยครั้งที่ 6”

สุดยอดเชฟไทย

ขนมหวานไทยเหรียญเงิน“สุดยอดเชฟไทยครั้งที่ 6” พร้อมประกาศนียบัตร ในงาน THAIFEX (Thailand Ultimate Chef Challenge 2017)

 

นายอริส พยายาม นักศึกษาสาขาวิชาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร รับเหรียญเงินพร้อมประกาศนียบัตร ในงาน THAIFEX (Thailand Ultimate Chef Challenge 2017)

เหรียญเงิน“สุดยอดเชฟไทยครั้งที่ 6”

ซึ่งผลงานเข้าประกวดในรายการขนมหวานไทยแบบดั้งเดิม 6 แบบ (6 Different Individually Classic Thai Plated Desserts) อาทิ ขนมชั้น ฝอยทอง ทับทิมกรอบ บัวลอย ข้าวเหนียวหน้ากระฉีก และบุหลันดั้นเมฆ จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับหอการค้าไทยและโคโลญเมสเซ่ ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ยุค 4.0 ตลาดแรงงานไม่ต้องการใบปริญญา??

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/281401

ยุค 4.0 ตลาดแรงงานไม่ต้องการใบปริญญา??

อาชีพเสี่ยงตกงาน, จัดการศึกษา, ปริญญา, การศึกษา, ยุค, ปริญญาตรี, ใบปริญญา, สายอาชีพ, the Human Development IndexHDI

ยุค 4.0 เทคโนโลยี การสื่อสารที่ทันสมัย ตลาดแรงงานต้องการสายอาชีพ มีทักษะฝีมือ มากกว่าปริญญา เช่นนี้ระบบการศึกษาเตรียมพร้อมแล้วหรือยัง??

    ต้องปรับความคิดใหม่เสียแล้ว เมื่อการจบ “ปริญญาตรี”ในยุค4.0 โลกเทคโนโลยี การสื่อสาร การไหลของข้อมูลข่าวสาร องค์ความรู้ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา “ใบปริญญา” ไม่ได้การันตีถึงความรู้ และสถานประกอบการ ตลาดแรงงานไม่ต้องการ แต่ต้องการ “สายอาชีพ” คนมีทักษะฝีมือ ทำงานเป็นมากกว่า แล้ว “ระบบการศึกษาไทย เพื่อผลิต พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เตรียมพร้อมเด็กไทย คนไทยขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0 หรือยัง..??

ยุค 4.0 ตลาดแรงงานไม่ต้องการใบปริญญา??

ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว

     ข้อมูลของโครงการวิจัยสถานการณ์ตลาดแรงงานใน 18 กลุ่มจังหวัด ซึ่งมีการวิเคราะห์ข้อมูลแนวโน้มในการจ้างงานในระดับจังหวัด ซึ่งมาจากเสียงสะท้อนของผู้ประกอบการทั่วประเทศจำนวน 40,000 แห่ง โดย ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว ผู้ช่วยรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) กล่าวสรุปความก้าวหน้าของโครงการดังกล่าว ในงานพัฒนาศักยภาพและสร้างเครือข่ายสื่อสารด้านการปฏิรูป จัดโดยสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) และองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย มีแง่มุมวิเคราะห์อยู่ 3 ประเด็น

     ดังนี้ 1.สังคมต้องทำความเข้าใจการพัฒนาเป็นองค์รวม ไม่ใช่เพียงมิติเศรษฐกิจ แต่เป็นการรวมถึงสภาพสังคมใหม่ของประเทศไทย ที่อาศัยความทันสมัยของดิจิตอลมาช่วยขับเคลื่อนในทุกด้าน 2.สังคมควรส่งเสริมให้เกิดการเรียนในสายอาชีพ วิชาชีพ มากกว่ามุ่งเรียนปริญญา เพราะดูจากข้อมูลอีก 3 ปี ข้างหน้าโดยเฉพาะยอดการส่งออกของประเทศไทยพบว่า ธุรกิจจะมีการปรับตัวภายใน 5 ปี แต่ไทยยังขาดแรงงานคุณภาพ ซึ่งหากสามารถยกกลุ่มแรงงานกลุ่มล่างสุดที่เรียกว่า “bottom40%”นี้ขึ้นมาได้ ไทยจะสามารถถีบตัวให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงยุค 4.0 และ3.ระบบการศึกษาต้องหนุนเสริมให้เกิดการเรียนรู้สายอาชีพ 4.0 ตอนนี้การจบปริญญาตรีแล้วมีโอกาสดีกว่าอาชีพ เป็นเพราะกระบวนการในการผลิตคนสายอาชีพ ยังไม่ถูกผลักให้พวกเขาอยู่ในระดับสายอาชีพที่เก่งที่สุด

ยุค 4.0 ตลาดแรงงานไม่ต้องการใบปริญญา??

    “สิ่งที่เด็กเรียนในโรงเรียนต้องเน้นการเรียนแบบประยุกต์ใช้เครื่องจักรในยุคดิจิตอล ไม่ใช่เรียนแต่ฟังก์ชั่น เพราะตลอด 25 ปีที่ผ่านมา โครงสร้างการจ้างงานในประเทศไทยแทบไม่เปลี่ยนแปลง นั่นเป็นเพราะเราไม่ได้รวยจากการพัฒนาทักษะให้เก่งขึ้น แต่เป็นเพราะเราทำงานหนักมากขึ้น ดังนั้น ต้องเปลี่ยนวิธีคิดในการทำงาน และเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้ เช่น ไทยใช้แรงงานต่างด้าวในช่วง 10 ทั้งที่ความเป็นจริงควรเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีที่ดีขึ้นแต่เป็นการใช้แรงงานต่างด้วย หากปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เรื่อยๆ โดยไม่มีการปรับโครงสร้างการผลิต เตรียมคนที่ดี สุดท้ายประเทศไทยจะสู้ประเทศอื่นไม่ได้”ดร.เกียรติอนันต์ กล่าว

      ประเทศไทยคนที่ทำงานเก่ง มีเพียง ร้อยละ 14 ขณะที่ อีก 30 ล้านคนในตลาดแรงงานถูกทิ้งไว้ข้างหลัง!!

     ดร.เกียรติอนันต์ กล่าวต่อไปว่า ยุค 4.0 คือการใช้เทคโนโลยีอย่างเป็นพันธมิตร แต่ต้องไม่ทิ้งรากเหง้าของตนเอง เพราะเด็กที่เกิดวันนี้ ต้องเก่งเป็น 2 เท่าของคนในยุคปัจจุบัน ซึ่งไม่มีทางที่จะเก่งได้ด้วยการเรียนหนักขึ้น แต่เก่งจากการทำงานเก่ง และรู้จักการใช้เทคโนโลยี เป็นระบบนิเวศน์ของการเรียนรู้ ที่ไม่ใช่หน้าที่ของโรงเรียนเพียงอย่างเดียว แต่พ่อแม่ คนในชุมชนต้องช่วยกัน ที่สำคัญเด็กต้องไม่ลืมตัวตน รากเหง้าของตนเอง วัฒนธรรมบ้านเกิด จังหวัดตัวเอง เมื่อใดที่สอนให้เด็กเหมือนกันหมด กลายเป็นข้างล่างของตลาดแรงงานในยุค4.0 อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ทุกคนมุ่งไป ข้างหน้าแบบสากลซึ่งไม่เป็นไร แต่ต้องเตรียมเด็กให้มีรากเหง้า รักษาความเป็นไทย พื้นเพจังหวัดของตนเอง เพื่อให้เป็นคนพิเศษ คนเฉพาะ มีจุดเด่น มีตัวตน

   ทั้งนี้ การปรับคนสู่ปริญญาไม่ใช่ทางออกของประเทศ เพราะอนาคตมหาวิทยาลัยจะเป็นทางตัน เนื่องจากคนในอนาคตไม่ได้อยู่ได้ด้วยใบปริญญา แต่อยู่ได้ด้วยหลักสูตรสั้นๆ อัพเกรดคนไปเรื่อยๆ เพราะความรู้ไม่ได้นิ่งตายตัว มหาวิทยาลัยต้องปรับตัว ทำงานวิจัยมากขึ้น การปรับตัวเหล่านี้ เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยระดับโลก มีการปรับตัว บางหลักสุตรเปิดเรียนออนไลน์ฟรี มหาวิทยาลัยอยุ่ได้ด้วยการวิจัย พัมนา โลกเปลี่ยน มหาวิทยาลัยไม่ใช่คำตอบ การมีทักษะแรงงานเฉพาะในแต่ละคนเป็นสำคัญ อีกทั้ง ทักษะที่โลกต้องการเปลี่ยนแปลงเร็วมากขึ้น การเรียนการสอนต้องให้ทำมากขึ้น ท่องจำให้น้อยลง

ยุค 4.0 ตลาดแรงงานไม่ต้องการใบปริญญา??

ดร.ไกรยศ ภัทราวาท

     ดร.ไกรยศ ภัทราวาท ผู้ช่วยผู้จัดการด้านวิจัยและนโยบาย สสค. กล่าวว่า การเตรียมพร้อมทักษะเด็กเยาวชนไทยเพื่อรองรับเศรษฐกิจไทยแลนด์ 4.0 ต้องลดความเหลื่อมล้ำของสังคมให้ได้ ซึ่งโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ(United Nations Development Programme:UNDP)กลับพบว่า ความเหลื่อมล้ำของทางเศรษฐกิจและสังคม การศึกษาเป็นช่องว่างที่ทำให้ดัชนีการพัฒนามนุษย์(the Human Development Index:HDI)ของประเทศไทยต่ำกว่าคะแนนที่ควรจะเป็นถึงร้อยละ 20

     ทั้งนี้ สัดส่วนประชากรไทยที่อยู่ใต้เส้นความเหลื่อมล้ำต้องลดลงร้อยละ 7.4 และระดับความเหลื่อมล้ำทางสังคม ต้องลดลงร้อยละ16.25 ภายใน 5 ปีข้างหน้า นอกจากนั้น เมื่อHDIให้ความสำคัญคุณภาพชีวิตที่ยืนยาว วัดโดยอายุไขเฉลี่ยของประชากรไทยโดยรวม และความรู้วัดโดยจำนวนปีที่นักเรียนอยู่ในระบบการศึกษา ซึ่งปัจจุบันมีค่าเฉลี่ยสูงราว 13.6 และจำนวนปีการศึกษาของประชากร ค่าเฉลี่ยราว 7.9 ปี

ยุค 4.0 ตลาดแรงงานไม่ต้องการใบปริญญา??

     อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจำเป็นต้องให้ความสำคัญต่อการศึกษาในสายอาชีพ และควรมีนโยบายเพื่อลดอัตราการออกจากการศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพราะหากรัฐบาลสามารถเปลี่ยนเยาวชนที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงาน มีฝีมือด้วยวุฒิปวช.ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานจะช่วยแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ และทำให้คุณภาพความรู้และคุณภาพชีวิตของคนไทยมีแน้มโน้มที่ดีขึ้น

     ตามเป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้ใน 5 ปีแรกได้ยุค 4.0 คือวิถีชีวิตใหม่ ทุกคนต้องเปลี่ยนวิธีคิด อย่าแห่ตามชาวบ้าน ต้องเลือกทางของตัวเอง ทุกคนต้องมีทักษะของตัวเอง เพราะโลกไปในทางทักษะสำคัญกว่าวุฒิ ซึ่งหน้าตาเด็กไทยที่มีคุณภาพ สามารถเป็นนายช่าง รายได้ดี เป็นเจ้าของกิจกรรม ไม่ใช่ใส่ชุดครุยเพียงอย่างเดียว

  ๐ชุลีพร อร่ามเนตร๐ qualitylife4444@gmail.com

มหรสพถวายในหลวงร.9เริ่ม6โมงเย็น6โมงเช้า (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/281373

มหรสพถวายในหลวงร.9เริ่ม6โมงเย็น6โมงเช้า (ชมคลิป)

จัดมหรสพงานพระเมรุมาศในหลวงร.9 ระดมศิลปินกว่า3,000 ชีวิตยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ 3 เวทีใหญ่ตั้งแต่18.00น.วันที่ 26 ต.ค.ถึง06.00น.วันที่ 27 ต.ค.ซ้อมใหญ่วันที่16-20ตค

       เมื่อวันที่7มิ.ย. ที่โรงละครแห่งชาติ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม(วธ.) แถลงข่าวการแสดงมหรสพในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ร่วมแถลงด้วย

มหรสพถวายในหลวงร.9เริ่ม6โมงเย็น6โมงเช้า (ชมคลิป)

     โดยนายวีระ กล่าวว่า วธ.โดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลจัดการแสดงมหรสพสมโภช เนื่องในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพตามแบบแผนโบราณราชประเพณี โดยใช้ผู้แสดงจากนาฏศิลปิน สำนักการสังคีต นักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยนาฏศิลป 12 แห่งทั่วประเทศ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และศิลปินจากที่ต่างๆ รวมทั้งสิ้น3,084คน

มหรสพถวายในหลวงร.9เริ่ม6โมงเย็น6โมงเช้า (ชมคลิป)

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม

      “เนื่องจากในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นองค์อัครศิลปิน มีศิลปินหลายสาขาต้องการมีส่วนร่วมเพื่อแสดงความจงรักภักดี โดยในเวทีการแสดงละครยังได้เปิดโอกาสให้ศิลปินพื้นบ้านร่วมถวายความจงรักภักดีครั้งนี้ด้วย ซึ่งจะเป็นรวมศิลปินอย่างหลากหลาย ตั้งแต่ศิลปินแห่งชาติ ศิลปินพื้นบ้าน ศิลปินรุ่นเยาว์ เพื่อจัดการแสดงที่สมพระเกียรติ กรมศิลปากร ได้เริ่มฝึกซ้อมการแสดงแล้ว และจะมีการซ้อมใหญ่ในวันที่ 16-20 ตุลาคม 2560 ที่วิทยาลัยนาฎศิลป ศาลายา จังหวัดนครปฐม อีกทั้งวธ.จะนำเรื่องการแสดงมหรสพทั้งหมดรายงานต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ จากนั้นนายกรัฐมนตรี จะนำความขึ้นกราบบังคมทูลต่อไป”รมว.วัฒนธรรม กล่าว

มหรสพถวายในหลวงร.9เริ่ม6โมงเย็น6โมงเช้า (ชมคลิป)

นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร

       นายอนันต์ กล่าวว่า การแสดงมหรสพในพระราชพิธีครั้งนี้ ประกอบด้วย การโขนหน้าพระเมรุมาศ หน้าพระที่นั่งทรงธรรม เรื่องรามเกียรติ์ ชุดพระรามข้ามสมุทร–ยกรบ รำลึกพระมหากรุณาธิคุณ โดยมีผู้แสดง ผู้พากย์–เจรจา ผู้บรรเลง ขับร้อง และผู้เกี่ยวข้องจำนวน300คน โดยเหตุที่เลือกโขนหน้าไฟเรื่องรามเกียรติ์ ชุด ยกรบ เป็นการแสดงโขนที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมศิลปากรจัดการแสดงต้อนรับพระราชอาคันตุกะอยู่เสมอ

        นอกจากนี้ทรงมีพระราชวินิจฉัยเกี่ยวกับการแสดงโขนเพื่อปรับปรุงให้จัดการแสดงอย่างพร้อมเพรียงและสวยงาม การแสดงโขนหน้าพระเมรุมาศครั้งนี้จึงเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน

มหรสพถวายในหลวงร.9เริ่ม6โมงเย็น6โมงเช้า (ชมคลิป)

        ส่วนแสดงมหรสพในเวทีกลางแจ้ง บริเวณสนามหลวงด้านทิศเหนือ มี3เวที ประกอบด้วย1.เวทีการแสดงหนังใหญ่เบิกหน้าพระ และการแสดงโขนรามเกียรติ์ แบ่งเป็น3ส่วน คือ การแสดงหนังใหญ่ ชุดจับลิงหัวค่ำ ส่วนที่2การแสดงโขนหน้าจอ และโขนชักรอก เรื่องรามเกียรติ์ ชุดพระรามข้ามสมุทร ชุดศึกทศกัณฐ์ครั้งแรก ทัพสิบขุนสิบรถ ชุดท้าวมาลีวราชว่าความ ชุดนางมณโฑหุงน้ำทิพย์ ชุดศึกทศกัณฐ์ขาดเศียรขาดกร และชุดสีดาลุยไฟ พระรามคืนนคร

มหรสพถวายในหลวงร.9เริ่ม6โมงเย็น6โมงเช้า (ชมคลิป)

      ส่วนที่3การแสดงโขนหน้าจอ และโขนชักรอก เรื่องรามเกียรติ์ ชุดรามาวตาร ทศกัณฐ์รบสดายุ หนุมานถวายพล พิเภกสวามิภักดิ์ เป็นการแสดงของโขนพระราชทานของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ โดยใช้ผู้แสดงจำนวน1,420คน

     นายอนันต์ กล่าวอีกว่า ส่วนเวทีที่2เวทีการแสดง ประกอบด้วย การแสดงละครเรื่องพระมหาชนก การแสดงหุ่นหลวง ตอนหนุมานเข้าห้องนางวานรินทร์ การแสดงหุ่นกระบอก เรื่องพระอภัยมณี ตอนกำเนิดสุดสาครจนถึงเข้าเมืองการะเวก รำกิ่งไม้เงินทอง ละครใน เรื่องอิเหนา ตอนบุษบาชมศาล–อิเหนาตัดดอกไม้–ฉายกริช–ท้าวดาหาบวงสรวง และละคร เรื่องมโนห์รา ใช้ผู้แสดง422คน

มหรสพถวายในหลวงร.9เริ่ม6โมงเย็น6โมงเช้า (ชมคลิป)

      สำหรับเวที3การบรรเลงดนตรีสากล“ธ คือ ดวงใจไทยทั่วหล้า”เป็นการบรรเลงและขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพลงเทิดพระเกียรติ บทเพลงที่ประพันธ์ขึ้นเพื่อแสดงความอาลัย

มหรสพถวายในหลวงร.9เริ่ม6โมงเย็น6โมงเช้า (ชมคลิป)

       โดยมีวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ วงสหายพัฒนา โรงเรียนราชินี วงดนตรี4เหล่าทัพ วงดนตรีสถาบันกัลยาณิวัฒนากองสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้าร่วมด้วย รวมผู้แสดงทั้งหมด 942คน ซึ่งทั้ง 3 เวทีจะเริ่มแสดงตั้งแต่18.00น.ของวันที่ 26 ต.ค.จนถึง06.00น.ของวันที่ 27 ต.ค. และการแสดงของทุกเวทีจะหยุดการแสดงเมื่อมีพระราชพิธีบนพระเมรุมาศ

3 เดือน ขุดทอง “ญี่ปุ่น” กว่า 100 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/281372

3 เดือน ขุดทอง “ญี่ปุ่น” กว่า 100 คน

รายได้, นาน3เดือน, ขุดทองเมืองนอก, นายธีรพล ขุนเมือง, เดือน, ขุดทอง, ญี่ปุ่น, กว่า, 100, อธิบดีกพร, กพร, ประมาณ 200000 บาท, สพร 14 ปทุมธานี, Part, 2559

“อธิบดีกพร.” เผย เลือกสพร. 14 ปทุมธานี ติวเข้มทักษะภาษาญี่ปุ่น ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม ระบุ 3 เดือนส่งแรงงานไทยไปทำงานญี่ปุ่นถึง 135 คน

          เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.2560 – นายธีรพล ขุนเมือง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน(กพร.) เปิดเผยว่าจากการที่กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ร่วมมือกับองค์กรพัฒนาแรงงาน ระดับนานาชาติ ประเทศญี่ปุ่น หรือ IM Japan (Public Interest Foundation, International Manpower Development Organization, Japan)ในการเปิดโอกาสให้กำลังแรงงานไทยไปฝึกอบรมปฏิบัติงานเทคนิคในประเทศญี่ปุ่น เป็นระยะเวลา 3 ปี มีเบี้ยเลี้ยงตลอดการฝึกงาน เมื่อสำเร็จการฝึกปฏิบัติงานแล้วจะได้รับใบประกาศนียบัตรรับรองการฝึกงาน และเงินสนับสนุนการประกอบอาชีพจำนวน 600,000 เยน (ประมาณ 200,000 บาท)

                  3 เดือน ขุดทอง "ญี่ปุ่น" กว่า 100 คน

           “ซึ่งผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมจากประเทศญี่ปุ่น จะกลายเป็นกำลังแรงงาน ที่มีศักยภาพเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานทั้งในและต่างประเทศ และเข้าถึงค่าจ้างที่สูงด้วยนั้น พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มอบนโยบายว่าก่อนจะเดินทางไปฝึกอบรมที่ประเทศญี่ปุ่น ควรจะฝึกอบรมภาษาญี่ปุ่น ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม และวิธีการดำเนินชีวิตประจำวัน”นายธีรพล กล่าว

          อธิบดีกพร.  กล่าวอีกว่า รวมทั้งการเตรียมความพร้อมของสภาพร่างกายกับทางกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) เสียก่อน เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับตนเอง นายจ้างและสถานประกอบกิจการที่จะเข้ารับการฝึกอบรม และสอดคล้องกับ 8 วาระปฏิรูป กระทรวงแรงงาน“เพิ่มผลิตภาพแรงงานสู่Thailand4.0”และ“มิติใหม่ของการส่งเสริมการมีงานทำแรงงานทั่วไป”กพร. จึงได้ตอบสนองนโยบายด้วยการร่วมดำเนิน“โครงการจัดส่งผู้ฝึกงานเทคนิคคนไทยไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่นโดยผ่านองค์กร IM Japan”ด้วยการมอบหมายให้สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 14 ปทุมธานี (สพร. 14 ปทุมธานี) ดำเนินการฝึกอบรม

3 เดือน ขุดทอง "ญี่ปุ่น" กว่า 100 คน

          นายธีรพล กล่าวต่อไปว่า ที่เลือกสพร. 14 ปทุมธานี ก็เนื่องจากมีความพร้อมในทุกด้านทั้งวิทยากรที่เชี่ยวชาญด้านภาษาญี่ปุ่น การฝึกอบรมในหลักสูตรต่างๆ อาคารสถานที่มีความสะดวกสบายเหมาะเป็นที่ฝึกอบรม และที่สำคัญที่ใกล้กรุงเทพมหานคร ซึ่งการฝึกอบรมจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงเวลา (Part)โดยช่วงแรกระยะเวลา 3 เดือน ผู้เข้ารับการฝึกอบรมต้องพักอาศัยอยู่ภายในสพร. 14 ปทุมธานี

          อธิบดีกพร. กล่างเพิ่มเติมว่า นอกจากต้องเรียนรู้กระบวนการข้างต้นแล้ว ยังต้องทำกิจกรรมร่วมกันทั้งการออกกำลังกาย กิจกรรมสันทนาการในการละลายพฤติกรรม การสร้างความสามัคคี และการปรับทัศนคติจะส่งผลดีในการทำงานในอนาคต ในส่วนนี้ครูฝึกของสพร. 14 ปทุมธานี จะให้การดูแลอย่างใกล้ชิด หลังจากนั้นจะมีนายจ้างและสถานประกอบกิจการจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาคัดเลือก ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับโอกาสฝึกปฏิบัติงานในประเทศญี่ปุ่น ทำให้ต้องมีการทบทวนเนื้อหาอย่างเข้มข้นเป็นระยะเวลา 1 เดือน ซึ่งจะเป็นช่วงที่สอง

          “ในปีที่ผ่านมา (2559) สพร. 14 ปทุมธานี ดำเนินการฝึกอบรมผ่านเกณฑ์ทั้งสองช่วงไปฝึกอบรมที่ญี่ปุ่น 298 คน ส่วนในปีนี้ 2560 ดำเนินการฝึกอบรมไปแล้วสามารถผ่านเกณฑ์ไปฝึกอบรมที่ญี่ปุ่นจำนวน 135 คน ส่วนตัวเชื่อว่าประสบการณ์ที่ได้จากฝึกอบรมทั้งในประเทศและที่ญี่ปุ่นจะมีส่วนเสริมสร้างศักยภาพให้กลายเป็นแรงงานที่มีทักษะ มีความพร้อมในการพัฒนาขีดความสามารถประเทศให้เพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะเทคโนโลยีชั้นสูง”อธิบดีกพร. กล่าวในที่สุด

ห่วง!! แรงงาน1,188 คนใน “กาตาร์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/281356

ห่วง!! แรงงาน1,188 คนใน “กาตาร์”

ตะวันออกกลาง, กต, ห่วง, แรงงาน1188, คนใน, กาตาร์, บิ๊กบี้, Re-Entry

“บิ๊กบี้”ห่วงแรงงานไทยในตะวันออกกลาง 31,132 คนเฉพาะกาตาร์ มี 1,188 คน ส่วนมากนวดแผนไทย ล่าสุดจับมือกต.ตั้งทีมติดตามข่าวสารดูแลใกล้ชิด ย้ำยังทำงานได้ตามปกติ

          เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.2560 – นายวรานนท์ ปีติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า พลเอก ศิริชัย  ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีความห่วงใยแรงงานไทยที่ทำงานในประเทศแถบตะวันออกกลาง โดยได้มอบหมายให้ประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ ในการติดตามข่าวสารและดูแลแรงงานไทยและจัดตั้งทีมดูแลติดตามข่าวสาร สถานการณ์ความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง

          “ซึ่งจากการประเมินสถานการณ์ในขณะนี้ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหรือวิตกกังวล ขอให้แรงงานไทยหรือครอบครัวสบายใจได้ว่ารัฐบาลจะดูแลคนไทยที่ทำงานในตะวันออกกลางให้ปลอดภัย”นายวรานนท์ กล่าว

          นายวรานนท์   กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน มีแรงงานไทยทำงานอยู่ในประเทศแถบตะวันออกกลาง จำนวนทั้งหมด  31,132 คน โดยทำงานในประเทศกาตาร์ จำนวน 1,188 คน โดยเดินทางด้วยตนเอง 245 คน บริษัทจัดส่ง 176 คน นายจ้างพาไปทำงาน 7 คน และแจ้งการเดินทางกลับไปทำงานต่างประเทศ (Re-Entry) 760 คน ซึ่งส่วนใหญ่จะทำงานในตำแหน่งพนักงานนวดแผนโบราณ รองลงมาเป็น คนงานทั่วไป พนักงานขับรถเครน กุ๊ก หัวหน้าช่างประกอบท่อตามลำดับ

“บิ๊กบี้” ลั่น!! ปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/281291

“บิ๊กบี้” ลั่น!! ปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาท

ขาดแคลน, แรงงานประมง, 400บาท, ค่าจ้าง, บิ๊กบี้, ลั่น, ปรับค่าจ้างขั้นต่ำ, 400, บาท

“บิ๊กบี้” ลั่น !! เตรียมปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาท พร้อมจัดสวัสดิการ ที่พัก ทำประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ หวังแก้ปัญหาแรงงานประมงขาดแคลน

          เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2560 -นายสุทธิ สุโกศล ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการข่าวสาร กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตระหนักถึงปัญหาการขาดแคลนแรงงานในกิจการประมงทะเล โดยได้มอบหมายให้กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางานจัดประชุมผู้ประกอบการประมงจังหวัด 11 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต สงขลา ตรัง ตราด สุราษฎร์ธานี ชลบุรี ระนอง สมุทรสาคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ ปัตตานี กระบี่ นายกสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย และเจ้าหน้าที่องค์การแรงงานระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน ประจำประเทศไทย เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายตามข้อเสนอแนะของสหภาพยุโรป บรรเทาปัญหาขาดแคลนแรงงานในมาตรการระยะสั้นอย่างเร่งด่วน    พร้อมทั้งรับทราบสภาพการจ้าง อัตราค่าจ้าง สวัสดิการต่าง ๆ สัญญาจ้าง เป็นต้น

           ในเบื้องต้น ที่ประชุมมีข้อเสนอเกี่ยวกับค่าตอบแทน โดยให้จ่ายค่าจ้างเป็นรายเดือนๆ ละ 12,000 บาท พร้อมจัดสวัสดิการ จัดที่พัก และอาหารให้แก่แรงงาน รวมทั้งรับผิดชอบในการรักษาพยาบาล โดยจัดทำประกันชีวิต ประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุ นอกจากนี้ยังเสนอให้คณะกรรมการค่าจ้างปรับขึ้นค่าจ้างในอัตราวันละไม่น้อยกว่า 400 บาทอีกด้วย

          นายสุทธิ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ผู้ประกอบการพร้อมให้การสนับสนุนนโยบายนำเข้าแรงงานต่างด้าวแบบ G TO G ซึ่งในส่วนของค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท นั้น กระทรวงแรงงานจะนำข้อเสนอเข้าคณะอนุกรรมการค่าจ้างต่อไป

          รายงานข่าวแจ้งว่า คณะอนุกรรมการค่าจ้าง  ที่มีหม่อมหลวงปุณฑริก สมิติ  ปลัดกระทรวงแรงงาน  เป็นประธานจะมีการนำข้อเสนอปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 400 บาท เข้าที่ประชุมภายในสัปดาห์นี้

“ช่อทิพย์เทวมาลา” ดอกไม้จันทน์จากไม้โมกมัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/281330

“ช่อทิพย์เทวมาลา” ดอกไม้จันทน์จากไม้โมกมัน

ดอกไม้จันทน์, ไม้โมกมัน, เทวดา, สรวงสวรรค์, ช่อทิพย์เทวมาลา, กอศ

สอศ.ให้วท.กำแพงเพชรอบรมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์พิเศษใช้ไม้โมกมัน ไม้มงคล หมายถึงการหลุดพ้น ทำเป็นช่อทิพย์เทวมาลา มีความหมายว่า ถวายเทวดาบนสรวงสวรรค์ ตั้งทำ 1 พันดอก

     การประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์จากไม้โมกมัน ในรูปแบบช่อทิพย์เทวมาลา ซึ่งความพิเศษของการเลือกใช้ไม้โมกมัน มาประดิษฐ์ครั้งนี้ เพราะเป็นไม้มงคล มีความหมายถึงการหลุดพันจากทุกข์ทั้งปวง และคุณลักษณะพิเศษของไม้โมกคือมีสีเหลืองนวล มีลวดลายชัดเจน โดย ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์  เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) บอกว่า การประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ครั้งนี้ คือการนำไม้โมกโดยนำท่อนไม้โมกมันมาให้นักศึกษาสาขาวิชาช่างก่อสร้าง วิทยาลัยเทคนิคกำแพงเพชร ทำการไสด้วยกบรางทัด เพื่อให้ไม้โมกมันที่ได้จากการไสมีลักษณะเป็นเส้นยาวบางเฉียบ สะดวกต่อการนำไปตัดเป็นกลีบดอก ในขั้นตอนนี้ก็จะมีนักศึกษาสาขาคหกรรมศาสตร์มารับช่วงต่อ เมื่อวัสดุอุปกรณ์ครบแล้ว วิทยากรก็จะทำการถ่ายทอดความรู้และทักษะการประดิษฐ์ โดยจะประดิษฐ์ในรูปแบบดอกแก้ว ดอกราชาวดี  และดอกกุหลาบนวมินทร์ หลังจากนั้นจะนำมาประกอบเป็นช่อดอกไม้พิเศษรูปทรงพุ่มข้าวบิณฑ์  ในชื่อ “ช่อทิพย์เทวมาลา” มีความหมายว่า ดอกไม้ถวายเทวดาบนสรวงสวรรค์

"ช่อทิพย์เทวมาลา" ดอกไม้จันทน์จากไม้โมกมัน

ทั้งนี้ สอศ.ได้มอบหมายให้วิทยาลัยเทคนิคกำแพงเพชร จัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์จากไม้โมกมัน ในรูปแบบช่อทิพย์เทวมาลา โดยมี ดร.รุ่งธรรม ศรีวรรธนศิลป์ ครูเชี่ยวชาญ สาขาคหกรรมศาสตร์ ของวิทยาลัยเคนิคกำแพงเพชร เป็นผู้ดูแลฝึกสอน อบรมให้แก่บุคลากรในสังกัด สอศ.ทั่วประเทศเข้าร่วมอบรม 200 คน ใช้เวลาอบรม 3 วัน ได้ร่วมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย และแสดงออกถึงพลังแห่งความจงรักภักดี พลังความสามัคคี ความมีจิตอาสาของข้าราชการและบุคลากรฯ ทั้งนี้ มีเป้าหมายต้องทำให้ได้ 1,000 ดอก

"ช่อทิพย์เทวมาลา" ดอกไม้จันทน์จากไม้โมกมัน

ด้านนายทองคำ  ตินะลา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคกำแพงเพชร  กล่าวว่า คณะครู อาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักศึกษา ของวิทยาลัย รู้สึกปลาบปลื้มปีติในโอกาสพิเศษที่ได้ทำงานถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้

สมศ.ลดภาระประเมินครูไม่เน้นเอกสาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/281344

สมศ.ลดภาระประเมินครูไม่เน้นเอกสาร

สมศ, ประเมินออนไลน, ผอสมศผู้หญิง, ประเมินภายนอก, ประเมินภายใน, สถานศึกษา, องค์การมหาชน

ผอ.สมศ.เดินสายพบ รองนายก-ศธ.ทุกภาคส่วนหารือการทำงานสมศ.เน้นเรียบง่าย ลดภาระครู มีมาตรฐานสากล

     รศ.ดร.ณมน จีรังสุวรรณ ผอ.สำนักงานรับรองมาตรฐานฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือสมศ.ปี 2560-2563 กล่าวว่า การทำงานจะเน้นที่ความเรียบง่ายด้วยใจ พอเพียงกับความต้องการ ลดภาระงานด้วยเทคโนโลยี เนื่องจากที่ผ่านมาจากข่าวปัญหาการประเมินของสมศ.ปี 2544-2559 เป็นเวลา16ปีสร้าง ภาระให้กับสถาบันการศึกษามากขึ้น กฎเกณฑ์ที่ใช้ในการประเมิน และผู้ประเมินคุณภาพภายนอกยังมีปัญหา ซึ่งเป้าหมายคุณภาพการศึกษา ไม่ได้ดีขึ้น

ดังนั้นการประเมินของสมศ.จากนี้ไป จะไม่เน้นทำงานเอกสาร ซึ่งเพิ่มภาระงาน แต่จะนำเทคโนโลยีสารสนเทศแบบง่ายสะดวกกับผู้ใช้กลมกลืนไปกับชีวิตงานประจำวันมาใช้ เช่นBigdata Learner Anallytic มาใช้ในการประเมินผลงานของครู การจัดการสอนของครู การประเมินผล
“ระบบนี้มีการใช้แพร่หลายในต่างประเทศแล้ว ขณะนี้สมศ.อยู่ระหว่างการออกแบบ แต่ไม่แน่ใจว่าจะทันกับการประเมินรอบ4หรือไม่เพราะตัองมีการหารือร่วมกันทั้งผู้กำหนดนโยบายพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี รมว.ศึกษาธิการ หัวหน้าส่วนราชการทุกส่วนเพื่อปรับและหารูปแบบในการประเมินที่เหมาะสมร่วมกัน”

อย่างไรก็ตามตัวบ่งชี้ของการประเมินคุณภาพภายนอกต้องสอดคล้องกับการประเมินคุณภาพภายใน และสามารถต่อยอดได้ เช่นถ้าผลประเมินภายในระดับ top20% สมศ.จะต่อยอดส่งเสริมต่อเนื่อง และช่วยเหลือพัฒนาสถานศึกษาระดับปานกลางไปจนถึงอ่อน เพื่อมุ่งเป้าหมายมาตรฐานการศึกษาเดียวกัน