เผยภาพเตือน“เซ็กส์เสื่อม”บนซองบุหรี่เด็ก-เยาวชนกลัวที่สุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/235953

ซองบุหรี่แบบเรียบ, เซ็กส์เสื่อม, ภาพคำเตือน, เผย, ภาพ, เตือน, เซ็กส์, เสื่อม, ซองบุหรี่, เด็ก, เยาวชน, กลัว, ที่สุด

ซองบุหรี่แบบเรียบ, เซ็กส์เสื่อม, ภาพคำเตือน, เผย, ภาพ, เตือน, เซ็กส์, เสื่อม, ซองบุหรี่, เด็ก, เยาวชน, กลัว, ที่สุด

ซองบุหรี่แบบเรียบ, เซ็กส์เสื่อม, ภาพคำเตือน, เผย, ภาพ, เตือน, เซ็กส์, เสื่อม, ซองบุหรี่, เด็ก, เยาวชน, กลัว, ที่สุด

การศึกษา-สาธารณสุข  : 31 ก.ค. 2559

เผยภาพเตือน“เซ็กส์เสื่อม”บนซองบุหรี่เด็ก-เยาวชนกลัวที่สุด

งานวิจัยเผยภาพเตือน“เซ็กส์เสื่อม”บนซองบุหรี่ ทำเด็กเยาวชนไทยกลัวที่สุด ส่งผลไม่อยากสูบบุหรี่ หวั่นเป็นแบบภาพ นักวิชาการจี้ไทยประกาศนโยบายซองบุหรี่แบบเรียบให้ชัด

   ภายในการประชุมวิชาการบุหรี่และสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 15 มีการเสวนา เรื่อง “Plain Packagingซองบุหรี่แบบเรียบนโยบายสาธารณสุขของไทย” โดยศ.ดร.พิมพ์พรรณ ศิลปสุวรรณ อาจารย์ประจำคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า จาการทำการศึกษาวิจัยเชิงทดลองในกลุ่มเยาวชนระดับมัธยมศึกษา 1-6 และนักเรียนอาชีวะ รวม1,200คน ทั้งเพศชายและเพศหญิง โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มกำลังสูบบุหรี่ ไม่สูบบุหรี่และเคยสูบบุหรี่ โดยนำภาพซองบุหรี่ไปให้กลุ่มทดลองพิจารณา เพื่อศึกษาอิทธิพลของซองบุหรี่ใน 3 ส่วน คือ 1.ลักษณะภาพเตือนมี 2.ภาพคือภาพผู้ป่วยมะเร็งช่องปากและภาพสูบบุหรี่ทำให้เซ็กส์เสื่อม 2.ขนาดของภาพคำเตือนแบ่งเป็นขนาด55%และ85% และ3.ลักษณะซองที่เป็นซองแบบปกติและซองแบบเรียบ

ผลการศึกษา พบว่า ภาพที่ระบุว่าสูบบุหรี่ทำให้เซ็กส์เสื่อมเป็นภาพที่ทำให้เด็กและเยาวชนที่ไม่สูบบุหรี่เกิดความรู้สึกกลัวต่อพิษภัยของบุหรี่มากที่สุด ส่วนกลุ่มกำลังสูบรู้สึกกลัวกับภาพนี้เช่นกัน เพราะกลุ่มที่สูบส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย รวมถึง ขนาดภาพ คือ 85 % และลักษณะซองเป็นแบบซองแบบเรียบส่งผลต่อความรู้สึกกลัวของกลุ่มที่ทดลอง สรุปผลการทดลองได้ว่าภาพเตือนขนาดภาพเตือนและลักษณะซอง มีอิทธิพลต่อความรู้สึกกลัวในการสูบบุหรี่ของกลุ่มเด็กและเยาวชนและเมื่อนำมาวิเคราะห์ต่อ พบว่า ความรู้สึกกลัวนำมาสู่ความตั้งใจที่จะไม่สูบบุหรี่ พฤติกรรมการไม่สูบบุหรี่ ไม่ริเร่ิมที่จะสูบและหลีกเลี่ยงที่จะสูบเพราะกลัวที่จะเซ็กส์เสื่อมหรือป่วยรุนแรงจนถึงเสียชีวิตเหมือนในภาพคำเตือน

“งานวิจัยเชิงทดลองนี้จะสามารถนำมารองรับอย่างเป็นเหตุผล ร่วมกับการวิจัยในประเทศอื่นที่เกี่ยวข้องกับซองบุหรี่แบบเรียบ ในการผลักดันให้เกิดซองบุหรี่แบบเรียบในประเทศไทย เนื่องจากมีผลต่อการหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ในกลุ่มเด็กและเยาวชน แต่อาจจะมีความจำเป็นต้องทำการศึกษาเพิ่มเติมในกลุ่มเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษาในโรงเรียน ซึ่งเป็นกลุ่มที่สูบบหรี่ค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันหลายประเทศในยุโรป เช่น อังกฤษ ไอร์แลนด์ และฝรั่งเศส รัฐบาลประกาศชัดเจนแล้วว่าจะดำเนินการเรื่องซองบุหรี่แบบเรียบให้เสร็จภายในปีนี้ เพราะฉะนั้น ประเทศไทยก็ควรประกาศเป็นนโยบายที่ชัดเจนเช่นกัน”ศ.ดร.พิมพ์พรรณกล่าว

ด้านพญ.ปานทิพย์ โชติเบญจมาภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักควบคุมการบริโภคยาสูบ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การขับเคลื่อนเรื่องซองบุหรี่แบบเรียบในประเทสไทย ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการพิจารณาขององค์การการค้าโลกจากรณีที่บริษัทบุหรี่ฟ้องรัฐบาลประเทศออสเตรเลียว่า ผลการตัดสินจะออกมาอย่างไร หากตัดสินว่าการออกซองบุหรี่แบบเรียบของประเทศออสเตรเลียไม่ขัดต่อการค้า ไทยก็จะมาพิจารณาดูร่างพรบ.ควบคุมการบริดภคยาสูบฉบับใหม่ ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ให้เรียบร้อยก่อน จึงจะมาสนับสนุนเรื่องการกำหนดให้ใช้มาตรการซองบุหรี่แบบเรียบต่อไป

มหิดลสั่งอ.หยุดวางตัวไม่เป็นกลางลงประชามติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/235925

อุดม คชินทร, มหิดล, สั่ง, หยุด, วางตัว, ไม่, เป็นกลาง, ประชามติ

การศึกษา-สาธารณสุข  : 30 ก.ค. 2559

มหิดลสั่งอ.หยุดวางตัวไม่เป็นกลางลงประชามติ

ม.มหิดลออกแถลงการณ์ ระบุสั่งอาจารย์ยุติวางตัวไม่เป็นกลางลงประชามติ ลั่นมหาวิทยาลัยจะไม่รับผิดชอบกรณีการกระทำในนามส่วนตัว หลังกกต.ร่อนหนังสือตักเตือน

      ศ.นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ออกแถลงการณ์ มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2559 ว่า ตามที่เป็นข่าวในสังคมเรื่องคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ส่งหนังสือตักเตือนมายังอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กรณีหน่วยงานในสังกัดวางตัวไม่เป็นกลางทางการเมืองกรณีการลงประชามตินั้น ในนามผู้บริหารมหาวิทยาลัย คณบดี หัวหน้าส่วนงาน ขอแถลงว่า มหาวิทยาลัยมหิดลสนับสนุนให้มีการแสดงประชามติอย่างเสรี เป็นธรรม และเคารพในดุลยพินิจของทุกคนโดยไม่มีการชี้นำ การกระทำที่ไม่เหมาะสมของบุคคลบางส่วนในมหาวิทยาลัยมหิดลในเรื่องประชามตินั้น มหาวิทยาลัยได้ตักเตือนและขอให้ยุติการกระทำแล้ว และได้แจ้งให้บุคคลกลุ่มนั้นทราบว่ามหาวิทยาลัยจะไม่รับผิดชอบต่อการกระทำในนามส่วนตัวของบุคคลนั้นๆ

ไทยพบผู้ป่วยเมอร์สรายที่ 3 เป็นชายวัย 18 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/235922

โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง, ผู้ป่วยเมอร์สรายที่3, ผู้ป่วยเมอร์ส, เมอร์ส, ไทย, ผู้ป่วย, มอร์ส, ราย, ที่, เป็น, ชาย, วัย, เป็นชายวัย
โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง, ผู้ป่วยเมอร์สรายที่3, ผู้ป่วยเมอร์ส, เมอร์ส, ไทย, ผู้ป่วย, มอร์ส, ราย, ที่, เป็น, ชาย, วัย, เป็นชายวัย

การศึกษา-สาธารณสุข  : 30 ก.ค. 2559

ไทยพบผู้ป่วยเมอร์สรายที่ 3 เป็นชายวัย 18 ปี

ไทยพบผู้ป่วยเมอร์สรายที่3 ชายชาวคูเวต เข้ารักษาห้องแยกโรค กักตัว2ญาติใกล้ชิด-คนขับแท็กซี่ รอ14วันอาการดีขึ้น-ไม่พบเชื้อให้กลับบ้าน ตั้งศูนย์เฉพาะติดตามผู้สัมผัส

    เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ที่กรมควบคุมโรค นพ.อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กรมควบคมโรค ได้มีการตรวจพบผู้ต้องสงสัยป่วยโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือโรคเมอร์ส เป็นชายชาวคูเวต อายุ 18 ปี เดินทางเข้ามาประเทศไทยเมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2559 พร้อมกับย่า และบิดา โดยวัตถุประสงค์เดิมคือพาย่ามารักษาโรคเข่า แต่ชายอายุ 18 ปีเริ่มมีไข้หวัดในวันที่ 26 ก.ค. ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ต้องเฝ้าระวังโรคเมอร์ส โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งที่ทำการรักษาอาการป่วยของย่าจึงได้ทำการเก็บตัวอย่างเชื้อส่งตรวจที่ห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลเอง ผลออกมาเมื่อวันที่ 27 ก.ค.พบว่ามีเชื้อเมอร์ส จึงได้แจ้งมาที่กรมควบคุมโรค ให้รับตัวมาเข้ารับการรักษาที่สถาบันบำราศนราดูรเมื่อวันที่ 28 ก.ค. เพื่อเข้าสู่ระบบการเฝ้าระวังโรคติดต่ออันตรายตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข

“ผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ในห้องแยกโรคความดันเป็นลบของสถาบันฯ ขณะนี้ไข้ลดลง ส่วนอาการอื่นๆ ไม่มีน่าเป็นกังวล นับจากวันที่26ก.ค.จนครบ 14 วัน หากผลการตรวจเชื้อทางห้องปฏิบัติการยืนยันว่าไม่พบเชื้อก็จะอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้ ส่วนญาติอีก 2คนที่ถือเป็นผู้มีสัมผัสโรคความเสี่ยงสูงได้รับเข้ามาดูแลที่สถาบันบำราศนราดูรเรียบร้อยแล้ว รวมถึง คนขับแท็กซี่ก็ตามตัวเข้ามาอยู่ในการดูแลที่โรงพยาบาลแล้วเช่นเดียวกัน” นพ.อำนวย กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในเมื่อตรวจพบเชื้อนี้ในตัวผู้ป่วยทำไมจึงใช้คำว่าน่าจะป่วย นพ.อำนวย กล่าวอีกว่า ตามเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลกหรือฮู จะแบ่งผู้ป่วยออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.ผู้ป่วยยืนยัน 2.กลุ่มที่น่าจะป่วย และ3.กลุ่มที่ไม่แน่นอน ซึ่งต้องได้รับการดูแลตามมาตรการสูงสุดเท่ากันหมด ซึ่งกรณีของชายคนนี้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่2 เนื่องจากมีการส่งสารคัดหลั่งตรวจที่ห้องปฏิบัติทางวิทยาศาสตร์ 4 แห่ง ได้แก่ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สถาบันบำราศนราดูร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และโรงพยาบาลรามาธิบดี แม้จะตรวจพบเชื้อ แต่ผลยังไม่นิ่งในทางการแพทย์จะนับว่ารายนี้เป็นผู้ที่น่าจะป่วย ต้องรอการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม  แต่จำเป้นต้องเข้าสู่ระบบการดูแล ถือเป็นรายที่2ของปี2559และรายที่3ของประเทศไทยนับจากที่มีการเฝ้าระวังมา

ต่อข้อถามถึงมาตรการเฝ้าระวังการติดเชื้อของผู้ร่วมโดยสารมากับเครื่องบินลำเดียวกับผู้ป่วย นพ.อำนวย กล่าวว่า ขณะนี้ทราบชื่อ จำนวนหมดแล้ว จากนี้จะติดตามเพื่อเข้าสู่ระบบการดูแลตามเกณฑ์ต่อไป โดยมีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการระบบติดตามที่กรมควบคุมโรคเป็นการเฉพาะ เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา ขอให้ประชาชนอย่าแตกตื่น อย่ากังวล ขอให้มั่นใจในระบบการควบคุมป้องกันโรคของกระทรวง ส่วนเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลก็มีการเฝ้าระวังตามเกณฑ์ที่เคยปฏิบัติมา ถือว่าเป็นระบบที่มีความเข้มแข็ง เพราะเมื่อทราบว่ามีผู้ป่วย ทางโรงพยาบาลเอกชนก็รีบแจ้งมาทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคเมอร์สมาแล้ว 2 ราย โดยรายที่ 1 พบเมื่อปี 2558 เป็นชายชาวตะวันออกกลาง วัย 75 ปี และผู้ป่วยยืนยันรายที่ 2 พบเมื่อเดือนมกราคม 2559 เป็นผู้ชาย อายุ 71 ปี ชาวโอมาน ทั้งหมดเข้ารับการรักษาที่สถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จนอาการหายเป็นปกติและเดือนทางกลับประเทศแล้ว และจากรายงานขององค์การอนามัยโลก สถานการณ์ของโรคเมอร์สทั่วโลก ณ วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 พบผู้ป่วยยืนยัน จำนวน 1,791 ราย เสียชีวิต 640 ราย จาก 27 ประเทศ ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศแถบตะวันออกกลาง

วธ.ห่วงการใช้ภาษาในโลกโซเชียลกระทบภาษาทางการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/235820

วธ., ภาษาโซเชียล, วันภาษาไทยแห่งชาติ, วธห่, วงการ, ใช้, ภาษา, โลก, โซเชียล, กระทบ, ทางการ
วธ., ภาษาโซเชียล, วันภาษาไทยแห่งชาติ, วธห่, วงการ, ใช้, ภาษา, โลก, โซเชียล, กระทบ, ทางการ
วธ., ภาษาโซเชียล, วันภาษาไทยแห่งชาติ, วธห่, วงการ, ใช้, ภาษา, โลก, โซเชียล, กระทบ, ทางการ

การศึกษา-สาธารณสุข  : 29 ก.ค. 2559

วธ.ห่วงการใช้ภาษาในโลกโซเชียลกระทบภาษาทางการ

วธ.จัดกิจกรรมเนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ 2559 เป็นห่วงการใช้ภาษาในโลกโซเชียสกระทบภาษาทางการ วอนคนไทยใช้ภาษาให้ถูกต้อง

      ที่หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย –  เมื่อวันที่ 29 ก.ค. นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวภายหลังเป็นประธานเป็นกิจกรรมวันภาษาไทยแห่งชาติ 2559 และมอบรางวัลเนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ ว่า กิจกรรมวันภาษาไทย จัดขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนโดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติได้ตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญของภาษาไทย  และถือเป็นความท้าทายของคนในยุคนี้ที่จะสร้างความสมดุลให้เกิดขึ้นระหว่างการอนุรักษ์กับความเปลี่ยนแปลงเพื่อสืบทอดภาษาไทยของไทยให้คงอยู่ต่อไป

“ขณะนี้ ก็มีความเป็นห่วง การใช้ภาษาในโซเชียล  ซึ่งจริง ๆ แล้ว หลายประเทศก็มีปัญหาดังกล่าวคล้ายภาษาไทยเช่นกัน  การใช้ภาษาไทยในโซเชียลนี้ เป็นการใช้ภาษาเฉพาะกลุ่ม ซึ่งกระทรวงห่วงว่า ภาษาเฉพาะกลุ่มนี้ อย่าเอามาใช้กับภาษาราชการหรือภาษาทางการ  อย่างไรก็ตาม  ปัญหาเรื่องการใช้คำไม่เหมาะสมนั้น สถานการณ์ดีขึ้น เพราะประชาชนมีความรู้สึกเป็นเจ้าของวัฒนธรรม คอยแจ้งมายังกระทรวงเมื่อมีการใช้ภาษาที่ไม่เหมาะสม ซึ่งกระทรวงต้องขอความร่วมมืออีกครั้ง ให้ช่วยกันใช้ภาษาให้ถูกต้อง ด้วยความภาคภูมิใจในภาษาของชาติ “นายวีระกล่าว

อนึ่ง ผู้ที่ได้รับรางวัลเข็มและโล่เชิดชูเกียรติทางด้านภาษาไทยแห่งชาติ ใน 4 ประเภท ดังนี้ ปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย 2 ราย ได้แก่ นางสาวก่องแก้ว วีระประจักษ์ และผศ.ดุษฎีพร ชำนิโรคศานต์ -ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น 8 ราย ได้แก่ รศ.ไขสิริ ปราโมช ณ อยุธยา ,นายเทพศิริ สุขโสภา ,นายนิรุตติ์ศิริจรรยา ,นายประทีป สุขโสภา ,นางพอใจ กิจถาวรรัตน์ ,ศ.สัญชัย สุวังบุตร ,นายเฉิน เจียง และนาง ตูซาร์ นวย

ผู้ใช้ภาษาไทยถิ่นดีเด่น 7 ราย ได้แก่ นางกรุงศรี เหมพลชม ,นายครวญ แสงแก้ว ,นายจีระศักดิ์ คาระวิวัฒนา ,นางชวนพิศ นภตาศัย ,นางสาวละมัย ศรีรักษา  ,นางสำเนียง ชาวปลายนา และพระครูอดุล สีลกิตติ์ -ผู้มีคุณูปการต่อการใช้ภาษาไทย 8 ราย ประเภทบุคคล ได้แก่ น.ส.พิมพ์พรรณ ไพบูลย์หวังเจริญ ,ผศ.ศิวกานท์ ปทุมสูติ และผศ.อภิลักษณ์ เกษมผลกูล ประเภทองค์กร ได้แก่ กองทุนพระมหาชนก มหาวิทยาลัยขอนแก่น , มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ,มูลนิธิหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ,สถาบันภาษาไทยสิรินธรจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ศูนย์ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทลื้อ วัดท่าข้ามศรีดอนชัย

ส่วนผู้ได้รับรางวัลเพชรในเพลง จำนวน 24 รางวัล ได้แก่ 1.รางวัลเชิดชูเกียรติพิเศษผู้ประพันธ์เพลงส่งเสริมพระพุทธศาสนาและมีคุณูปการต่อวงการเพลง ได้แก่ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี    นายไพบูลย์ ศุภวารี นางจารุลินทร์ มุสิกะพงษ์ และนายดุษฎี เค้ามูลคดี 2.รางวัลเชิดชูเกียรติผู้ประพันธ์เพลงดีเด่นในอดีตประเภทเพลงไทยสากล ได้แก่ ท่านผู้หญิงพึงจิตต์ ศุภมิตร จากเพลงชายชาญทหารไทย ประเภทเพลงไทยลูกทุ่ง ได้แก่ นายพงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา จากเพลงสาละวันรำวง3.รางวัลประพันธ์เพลงดีเด่นด้านภาษาไทย ประเภทประพันธ์คำร้องเพลงไทยสากล ชนะเลิศ นายสุทธิพงษ์ สมบัติจินดา เพลงธรรมะอยู่ไม่ไกล ประเภทประพันธ์คำร้องเพลงไทยลูกทุ่ง ชนะเลิศ ได้แก่ นายสิปปภาส รักวงค์ (ปาล ประกาศิต) จากเพลงสายฝนกับคนไกลบ้าน 4.รางวัลขับร้องเพลงดีเด่นด้านภาษาไทย ประเภทผู้ขับร้องเพลงไทยสากลชาย ชนะเลิศ ได้แก่ นายธนทัต  ชัยอรรถ  (แกงส้ม เดอะสตาร์) เพลงเส้นขนาน ประเภทผู้ขับร้องเพลงไทยสากลหญิง ชนะเลิศ ได้แก่ น.ส.ปราชญา ศิริพงษ์สุนทร เพลงลมหายใจแห่งความสุข ประเภทผู้ขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งชาย ชนะเลิศ ได้แก่ นายสุธิราช อุสุภะ (กุ้ง สุธิราช วงศ์เทวัญ อาร์สยาม) เพลงทาสมนต์คนดี ประเภทผู้ขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งหญิง ชนะเลิศ น.ส.มาลิสา ชุบขุนทด (นัท มาลิสา ไมค์ทองคำ) เพลงนางฟ้าตาน้ำผึ้ง

นายธนทัต  ชัยอรรถ  (แกงส้ม เดอะสตาร์) กล่าวว่า  การได้รางวัลดังกล่าวนี้รู้สึกว่า เกิดกว่าที่คาดคิดไว้ ในฐานะนักร้องและเป็นคนแต่งเพลงอีกด้วยนั้น   การไม่สามารถสื่อให้ผู้ฟังเข้าใจสิ่งที่อยู่ในพลงได้ ถือว่า ไม่ประสบความสำเร็จ  เพราะฉะนั้น จึงรู้สึกดีใจที่สามารถใช้ภาษาไทยได้ดี และอยากให้วัยรุ่นคิดถึงกาลเทศะในการใช้ภาษาด้วย  เรียนรู้การใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องมากขึ้น

แพทย์เผยข้อมูลสุขภาพออนไลน์ผิดๆอ้างสรรพคุณพืชรักษาโรคมากสุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/235813

ข้อมูลสุขภาพออนไลน์, แพทย์, เผย, ข้อมูล, สุขภาพ, ออนไลน์, ผิด, อ้าง, สรรพคุณ, พืช, รักษาโรค, มาก, สุด, แพทย์เฉพาะทางบาทเดียว
ข้อมูลสุขภาพออนไลน์, แพทย์, เผย, ข้อมูล, สุขภาพ, ออนไลน์, ผิด, อ้าง, สรรพคุณ, พืช, รักษาโรค, มาก, สุด, แพทย์เฉพาะทางบาทเดียว

การศึกษา-สาธารณสุข  : 29 ก.ค. 2559

แพทย์เผยข้อมูลสุขภาพออนไลน์ผิดๆอ้างสรรพคุณพืชรักษาโรคมากสุด

“แพทย์เฉพาะทางบาทเดียว”เผยข้อมูลสุขภาพแชร์ผิดๆ อ้างสรรพคุณสารสกัดทางการเกษตร-ยาลดอ้วนเยอะสุด เตือน!อย่าหลงเชื่อ แอบแฝงธุรกิจ ไม่มีที่มา อ้างอิงวิทยาศาสตร์เสมือน

    เมื่อวันที่29ก.ค. ที่ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงานมอบโล่เกียรติคุณ ขอบคุณทีมแพทย์อาสา ในโครงการแพทย์เฉพาะทางบาทเดียว (SOSSpecialist) นำโดยนพ.อดุลย์ชัย แสงเสริฐ ผู้รับผิดชอบโครงการฯ พร้อมทีมแพทย์อาสาในโครงการฯ ซึ่งเป็นแพทย์เฉพาะทางทั้งหมด 33 คนรวมทั้งหมด 14 สาขาวิชา

นพ. อดุลย์ชัย แสงเสริฐ ผู้รับผิดชอบโครงการฯ กล่าวว่า ปัจจุบันทุกคนสามารถสื่อสารได้อย่างรวดเร็วผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค จนเกิดเป็นวิกฤตข้อมูลข่าวสารขาดการกลั่นกรองนำมาซึ่งความเข้าใจผิด โดยเฉพาะข้อมูลทางการแพทย์ที่ผิดและนำไปใช้หรือปฏิบัติตาม อาจทำให้เกิดความเสี่ยงถึงชีวิตได้ จึงเกิดโครงการแพทย์เฉพาะทางบาทเดียว เป็นการรวมตัวแพทย์จิตอาสาให้บริการตอบคำถามสุขภาพผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)เพื่อช่วยลดการรับข้อมูลทางการแพทย์และความเชื่อที่ผิดแต่มักแชร์ต่อกัน โดยสร้างชุดข้อมูลความรู้โรคต่างๆ ให้เข้าใจง่ายผ่านแอนิเมชั่น และอินโฟกราฟิก ให้ข่าวสารกิจกรรมสุขภาพที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ผ่านเว็บไซต์ www.sosspecialist.com และFacebook“แพทย์เฉพาะทางบาทเดียว” ที่สำคัญมีการให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับโรคต่างๆ จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโดยตรง 16 ห้องตรวจ 14 สาขาวิชา

ในรอบ1ปี มีประชาชนสอบถามและขอคำแนะนำเป็นจำนวนมากถึง 50,519 คำถาม จากทั้งหมด 10,273 คน ส่วนใหญ่เป็นคำถามจากห้องอายุรกรรมเกี่ยวกับโรคเรื้อรัง เช่น โรคมะเร็ง รูมาตอยด์ อัมพาต รองลงมา คือ ห้องเด็ก ห้องสูติ เช่น เรื่องการคุมกำเนิด ประจำเดือน และห้องจิตเวช สำหรับผู้ที่มาปรึกษากับแพทย์เฉพาะทางบาทเดียว แบ่งเป็น 1.กลุ่มที่มีปัญหาสุขภาพต้องการทราบข้อมูลเบื้องต้นก่อนไปพบแพทย์ 2.กลุ่มที่ผ่านการตรวจรักษาแล้ว แต่ยังมีข้อสงสัย 3.กลุ่มที่ไม่มีเงินไปหาแพทย์ 4.กลุ่มที่ปรึกษาให้กับญาติ เพื่อน หรือคนรอบข้าง 5.กลุ่มที่มีความวิตกกังวลสูง และ6กลุ่มคนไทยในต่างประเทศ ซึ่งการให้คำแนะนำปรึกษาลักษณะนี้ทำให้ประชาชนที่ห่างไกลได้เข้าถึงแพทย์เฉพาะทางในกรุงเทพฯสามารถรักษาได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น และทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง

“ข้อมูลข่าวสารทางการแพทย์ที่มักแชร์กันบนโลกออนไลน์ ส่วนใหญ่เป็นการให้ข้อมูลสรรพคุณทางการเกษตร เช่น สารสกัดจากทุเรียนเทศช่วยรักษามะเร็งได้หลายชนิด หมามุ่ยอินเดียกินแล้วลดน้ำหนัก แต่ก็มีเด็กที่กินแล้วเสียชีวิต ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ไม่ระบุถึงงานวิจัยรองรับ ปริมาณของสารสกัดที่เหมาะสม และวิธีการสกัด จากการตรวจสอบต้นทางก็พบว่ามาจากแหล่งเพจสินค้าทางการเกษตร และตามด้วยข้อมูลยาลดอ้วน แต่ผู้บริโภคจะรู้โดยตรงว่าเป็นการขายของ “นพ.อดุลย์ชัยกล่าว

นพ.อดุลย์ชัย กล่าวอีกว่า 5 ข้อพึงระวังจากการรับข่าวสารสุขภาพผ่านโซเชียลมีเดีย คือ 1.ข่าวสารที่แอบแฝงการค้า หรือธุรกิจสุขภาพ 2.ข่าวสารที่ไม่มีที่มาที่ไป เพียงแต่บอกว่า “เค้า” บอกมา 3.ข่าวสารที่อ้างอิงวิทยาศาสตร์เสมือน หรือข่าวที่เสมือนวิทยาศาสตร์ 4.ข่าวสารที่เร่งเร้าอารมณ์หรือความรู้สึกโน้มน้าวให้เชื่อ และ5.ข่าวสารที่มาจากหมอออนไลน์ที่ไม่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริง ดังนั้น ก่อนจะเชื่อควรดูที่มาและพิจารณาข้อเท็จจริงให้ถี่ถ้วน

ด้านนพ.วีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์ รองประธานคณะกรรมการกองทุนฯ คนที่ 2 กล่าวว่า สสส. ได้ให้การสนับสนุนทุน โครงการแพทย์เฉพาะทางบาทเดียว ในโครงการสนับสนุนการสร้างสรรค์สื่อ กิจกรรม และแผนงานการตลาดเพื่อสังคม ภายใต้การดำเนินงานของฝ่ายสื่อสารการตลาดเพื่อสังคม เพื่อสนับสนุนการให้ข้อมูลความรู้ด้านการแพทย์ การดูแลสุขภาพที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนโดยแพทย์เฉพาะทางที่ข้อมูลมีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ ที่สำคัญทีมแพทย์ที่เข้าร่วมตอบคำถามในโครงการเป็นแพทย์จิตอาสา มีจิตสาธารณะทำประโยชน์โดยการให้ความรู้ด้านสุขภาพที่ถูกต้องผ่านสื่อออนไลน์แก่ประชาชน นับเป็นแบบอย่างที่ดีเป็นโครงการที่สามารถก่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนด้านการสร้างเสริมสุขภาวะได้ โดยสามารถลดภาระงานของแพทย์ในโรงพยาบาล ช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการรักษาพยาบาล และลดภาระงบประมาณการรักษาพยาบาลของประเทศ

29ก.ค.วันภาษาไทย ชาวเฟซสอน”ปันปัน”ผันอักษรไทยให้ถูกวรรณยุกต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/235814

ควัน, วันภาษาไทยแห่งชาติ, วรรณยุกต์อักษรต่ำ, วัน, ภาษาไทย, ชาวเฟซ, สอน, ปัน, ผันอักษร, ไทย, ให้, ถูก, วรรณยุกต์, 29กควันภาษาไทย, ปันปัน, กะ_รี่, กะหรี่, กระหรี่, อีกะหรี้
ควัน, วันภาษาไทยแห่งชาติ, วรรณยุกต์อักษรต่ำ, วัน, ภาษาไทย, ชาวเฟซ, สอน, ปัน, ผันอักษร, ไทย, ให้, ถูก, วรรณยุกต์, 29กควันภาษาไทย, ปันปัน, กะ_รี่, กะหรี่, กระหรี่, อีกะหรี้

การศึกษา-สาธารณสุข  : 29 ก.ค. 2559

29ก.ค.วันภาษาไทย ชาวเฟซสอน”ปันปัน”ผันอักษรไทยให้ถูกวรรณยุกต์

29 ก.ค.วันภาษาไทยแห่งชาติ ชาวเฟซชม “ปันปัน” เขียนคำว่า “กะ_รี่”ถูกต้อง แต่ผันวรรณยุกต์เสียงสูงผิด สอน “ร” เป็นอักษรต่ำผันได้แค่ วรรณยุกต์ โท ไม่ใช่ ตรี

   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่นางเอกสาว “ปันปัน” สุทัตตา อุดมศิลป์ โพสต์ภาพพร้อมคำบรรยายว่า อิกะ_รี๊ *เสียงสูง*  ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Thejui Kesjamras  ออกมาโพสต์แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับการสะกดคำดังกล่าวของปันปัน เนื่องจากวันที่ 29 กรกฎาคม เป็นวันภาษาไทยแห่งชาติพอดี โดยระบุว่า

ภาษาไทยวันนี้

ขอชื่นชมน้องปันปัน นะครับ เป็นเด็กที่จัดได้ว่าเอาใจใส่ภาษาไทยพอสมควร สามารถเขียน “กะหรี่” ได้ถูกต้อง ไม่เขียนผิดเป็น “กระหรี่” อย่างที่เด็กส่วนใหญ่เขียนกัน

พลาดไปนิดเดียวตรงที่ใส่ วรรณยุกต์ตรี กับ ร.เรือ ที่เป็นอักษรต่ำ เพราะกลุ่มอักษรต่ำอย่าง ง ญ น ย ณ ร ว ม ฬ ล (งูใหญ่นอนอยู่ณริมวัดโมฬีโลก) จะผันเสียงได้แค่ถึง วรรณยุกต์โท เท่านั้น ที่ถูกน้องปันปันจะต้องเขียนว่า “อีกะหรี้” เสียงสูง

‪#‎ขอให้น้องปันปันมีงานไหลมาเทมา

ทั้งนี้ ภายหลังจากโพสต์มีเพื่อนในเฟซบุ๊กของบุคคลดังกล่าวกดถูกใจและแชร์ต่อไปจำนวนไม่น้อย

กรมศิลป์รื้อถอนศาลาหน้าพระวิหารหลวงพ่อโต วัดกัลยาณมิตรฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/235811

กรมศิลปากร, รื้อวัดกัลยาณมิตรฯ, ศาลาหน้าพระวิหารหลวงพ่อโต, กรม, ศิลป์, รื้อถอน, ศาลา, หน้า, พระ, วิหาร, หลวงพ่อ, วัด, กัลยาณมิตร, วัดกัลยาณมิตรฯ
กรมศิลปากร, รื้อวัดกัลยาณมิตรฯ, ศาลาหน้าพระวิหารหลวงพ่อโต, กรม, ศิลป์, รื้อถอน, ศาลา, หน้า, พระ, วิหาร, หลวงพ่อ, วัด, กัลยาณมิตร, วัดกัลยาณมิตรฯ
กรมศิลปากร, รื้อวัดกัลยาณมิตรฯ, ศาลาหน้าพระวิหารหลวงพ่อโต, กรม, ศิลป์, รื้อถอน, ศาลา, หน้า, พระ, วิหาร, หลวงพ่อ, วัด, กัลยาณมิตร, วัดกัลยาณมิตรฯ
กรมศิลปากร, รื้อวัดกัลยาณมิตรฯ, ศาลาหน้าพระวิหารหลวงพ่อโต, กรม, ศิลป์, รื้อถอน, ศาลา, หน้า, พระ, วิหาร, หลวงพ่อ, วัด, กัลยาณมิตร, วัดกัลยาณมิตรฯ

การศึกษา-สาธารณสุข  : 29 ก.ค. 2559

กรมศิลป์รื้อถอนศาลาหน้าพระวิหารหลวงพ่อโต วัดกัลยาณมิตรฯ

กรมศิลปากร ลงมือรื้อถอนศาลาหน้าพระวิหารหลวงพ่อโต วัดกัลยาณมิตรฯ ยันเจรจากับทางวัดเรียบร้อยแล้ว วัดควักเอง 5 ล้านบาท งบประมาณสร้างขึ้นใหม่ตามแบบแปลนดั้งเดิม

     เมื่อวันที่ 29ก.ค. เวลา 11.00 น.นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยภายหลัง ลงพื้นที่พร้อมนายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ รองอธิบดีกรมศิลปากร ตรวจการรื้อถอนศาลาหน้าพระวิหารหลวงพ่อโต วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหารเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ ตามแผนการดำเนินงานในการแก้ปัญหาและพัฒนาวัด ว่าที่ผ่านมาวัดกัลยาฯได้มีการรื้อถอนอาคารในเขตโบราณสถานและสร้างขึ้นใหม่โดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมศิลปากรและไม่ถูกต้องตามระเบียบการก่อสร้างในเขตโบราณสถาน กรมศิลปากรจำเป็นต้องเข้ามาดำเนินการรื้อถอนออก ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการรื้อถอนไปแล้ว 2 หลัง และในปีนี้จะเน้นดำเนินการในเขตพุทธาวาส ซึ่งเบื้องต้นจะมีการรื้อถอน 2 หลัง คือ 1.ศาลาที่อยู่ด้านหน้าพระวิหารหลวงพ่อโตซึ่งก่อสร้างไม่ถูกต้องและไม่ได้ขออนุญาต ที่สำคัญยังบดบังสถาปัตยกรรมของพระวิหารหลวง และ 2.ศาลารายหลังมุมด้านทิศเหนือ

“วันนี้ได้มาตรวจความเรียบร้อยการรื้อถอน ซึ่งใช้งบประมาณในการรื้อถอนประมาณ 1 แสนบาทและจะใช้เวลาดำเนินการให้แล้วเสร็จไม่เกิน 10 วัน ทั้งนี้จากการหารือ และเจรจาร่วมกับเจ้าอาวาสวัดกัลยาฯ และสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาสิ่งก่อสร้างที่ไม่ถูกต้องและไม่ได้รับอนุญาตในวัดกัลยาฯร่วมกัน ทางวัดยินยอมจะพัฒนาวัดให้กลับคืนสภาพในอดีตอีกครั้ง และจะดำเนินการขออนุญาตก่อสร้างศาลาที่ถูกรื้อถอนขึ้นใหม่ตามแบบแปลนดั้งเดิมของกรมศิลปากรด้วยงบประมาณที่จัดหาเอง คาดว่าจะใช้ประมาณ 5 ล้านบาท จากนั้นจะก่อสร้างให้แล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2559 และเมื่อกรมศิลปากรรื้อถอนหลังแรกเสร็จก็จะรื้อถอนศาลารายหลังมุมด้านทิศเหนือเป็นรายการต่อไปทันที ส่วนคดีความต่างนั้นในเวลานี้จะยังไม่มีการแจ้งคดีความใดๆเพิ่มเติมกับทางวัด แต่จะจัดการคดีที่ค้างอยู่ในกระบวนการให้เรียบร้อยก่อน”อธิบดีกรมศิลปากร กล่าว

ไทยเจ้าภาพแข่งขันคณิตระหว่างประเทศ 14-20 ส.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/235806

คณิตศาสตร์ระหว่างประเทศ, ทีไอเอ็มซี 2016, ประถม, มัธยม, ไทย, เจ้าภาพ, แข่งขัน, คณิต, ระหว่างประเทศ, 1420, นี้, 14-20, สคนี้

คณิตศาสตร์ระหว่างประเทศ, ทีไอเอ็มซี 2016, ประถม, มัธยม, ไทย, เจ้าภาพ, แข่งขัน, คณิต, ระหว่างประเทศ, 1420, นี้, 14-20, สคนี้

คณิตศาสตร์ระหว่างประเทศ, ทีไอเอ็มซี 2016, ประถม, มัธยม, ไทย, เจ้าภาพ, แข่งขัน, คณิต, ระหว่างประเทศ, 1420, นี้, 14-20, สคนี้
คณิตศาสตร์ระหว่างประเทศ, ทีไอเอ็มซี 2016, ประถม, มัธยม, ไทย, เจ้าภาพ, แข่งขัน, คณิต, ระหว่างประเทศ, 1420, นี้, 14-20, สคนี้

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 29 ก.ค. 2559

ไทยเจ้าภาพแข่งขันคณิตระหว่างประเทศ 14-20 ส.ค.นี้

สพฐ.เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันคณิตฯ ระหว่างประเทศ หรือ ทีไอเอ็มซี 2016 ระหว่าง 14-20 ส.ค.ที่เชียงใหม่ พร้อมจัดแข่งขันคู่ขนานและจัดประชุมวิชาการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

เมื่อวันที่ 29 ก.ค.  นายการุณ  สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) แถลงข่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันคณิตศาสตร์ระหว่างประเทศ ประจำปีพ.ศ. 2559 หรือ Thailand International Mathematics Competition 2016 (ทีไอเอ็มซี : TIMC 2016) ระหว่างวันที่ 14 – 20 สิงหาคม 2559 ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยแบ่งการแข่งขันเป็น 2 ระดับ คือ ระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โดยขณะนี้มีประเทศต่าง ๆ ตอบรับเข้าร่วมการแข่งขันแล้ว 35 ประเทศ

ทั้งนี้ นอกจากกิจกรรมหลักที่เป็นการแข่งขันระหว่างประเทศแล้ว สพฐ.ยังได้กำหนดให้การจัดการทีไอเอ็มซี 2016 คู่ขนาน ซึ่งเป็นการแข่งขันของนักเรียนไทยในระดับประถมศึกษา และม.ต้น เช่นเดียวกันด้วย นอกจากนี้ ยังมีการจัดนิทรรศการและการประชุมทางวิชาการ ระดับนานาชาติ เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการระหว่างประเทศ การแลกเปลี่ยนเทคนิคการเรียนการสอน อันจะส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาการเรียนการสอนคณิตศาสตร์อย่างยั่งยืน สู่มาตรฐานสากล พร้อมสร้างเจตคติที่ดีให้แก่นักเรียนด้านความสนใจในการเป็นนักคณิตศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงจะมีการจัดกิจกรรมศึกษาแหล่งเรียนรู้ และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศด้วย

“นับเป็นอีกครั้งที่ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันทีระหว่างประเทศ โดยก่อนหน้านี้ไทยเคยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันคณิตศาสตร์ ระหว่างประเทศ International Mathematics Competition (ไอเอ็มซี : IMC) มาแล้ว 2 ครั้ง สำหรับการแข่งขันทีไอเอ็มซี 2016 ที่จะมีขึ้น 14-20 ส.ค.นี้ ผมขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมเป็นกำลังใจให้กับนักเรียนไทยและร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดีต้อนรับนานาชาติที่เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้”นายการุณ กล่าว

 

ภาพจาก ประชาสัมพันธ์ สพฐ.

ผลสำรวจไอคิวเด็กไทยปี59 เฉลี่ย 98.2 ยังต่ำกว่ามาตรฐานสากล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/235798

ไอคิวเด็กไทย, อีคิวเด็กไทย, สมาร์ทโฟน, แทปเล็ต, ผลสำรวจ, ไอคิว, เด็ก, ไทย, เฉลี่ย, 982, ยัง, ต่ำกว่า, มาตรฐานสากล

การศึกษา-สาธารณสุข  : 29 ก.ค. 2559

ผลสำรวจไอคิวเด็กไทยปี59 เฉลี่ย 98.2 ยังต่ำกว่ามาตรฐานสากล

ผลสำรวจไอคิว-อีคิวเด็กไทยปี59อยู่ที่98.2ต่ำกว่าเกณฑ์ อีคิวพบขาดมุ่งมั่นพยายาม-ทักษะแก้ปัญหา เด็กเมืองใช้แทปเล็ต สมาร์ทโฟนมากเกิน ทำขาดพัฒนาการความคิด-การสื่อสาร

     เมื่อวันที่29ก.ค.ที่กรมสุขภาพจิต ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) เปิดเผยว่า กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ได้ทำการสำรวจสถานการณ์ระดับสติปัญญา (ไอคิว) และระดับความฉลาดทางอารมณ์ (อีคิว) ประจำปี2559ในเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ทั่วประเทศ จำนวน 23,644คน พบว่า มีคะแนนไอคิวเฉลี่ยอยู่ที่ 98.2 เพิ่มขึ้นจากปี 2554 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 94 แต่ยังต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานสากล ซึ่งกำหนดไว้ที่ 100 ภาพรวมเด็กมีไอคิวอยู่ในเกณฑ์ปกติ 2 ใน 3 หรือร้อยละ 68 โดยเด็กที่มีไอคิวสูงเกิน 100 ขึ้นไปมีอยู่ 42 จังหวัด เด็กในเขตอำเภอเมืองมีไอคิว 101.5 นอกเขตอำเภอเมืองไอคิวเฉลี่ย96.9 เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีไอคิวเฉลี่ย 103.4

“ยังมีเด็กนักเรียนในอีก 35 จังหวัด ที่ไอคิวอยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน และเด็กที่มีระดับสติปัญญาบกพร่องหรือต่ำกว่า 70 ร้อยละ5.8 ซึ่งเกณฑ์มาตรฐานสากลกำหนดว่าไม่เกินร้อยละ 2 ส่วนมากเป็นเด็กที่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ โดยเฉพาะในพื้นที่ทุรกันดาร และฐานะไม่ค่อยดี ส่วนผลการสำรวจอีคิวอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเป็นไปตามเป้าหมายร้อยละ 77 แต่ยังมีอีกจำนวนไม่น้อยที่ต้องได้รับการพัฒนา ซึ่งส่วนใหญ่มีปัญหาในด้านการขาดความมุ่งมั่นพยายาม และขาดทักษะในการแก้ปัญหา”ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกลกล่าว

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต กล่าวว่า การที่ไอคิวเด็กไทยเพิ่มขึ้นถึง 4 จุด เป็นไปในทิศทางเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านในระดับเอเชียเหมือนกัน แต่ในประเทศไทยพบว่าจังหวัดที่ระดับไอคิวดีดตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คือ จ.กระบี่ เพราะมีการทำเป็นนโยบายระดับจังหวัดในการดูแลแม่และเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์ และส่งเสริมพัฒนาศักยภาพศูนย์เด็กเล็ก

“อีกปัญหาหนึ่งที่พบ คือ ในเขตเมืองที่ควรมีระดับไอคิวสูงกว่า 100 จุด แต่ระดับไอคิวกลับหยุดนิ่ง ซึ่งเป็นเพราะมีการใช้แทปเล็ต สมาร์ทโฟนมากเกินไป ทำให้เด็กขาดพัฒนาการทางด้านความคิด และการสื่อสาร สมาธิสั้น เพราะการเล่นเกมหรือใช้โปรแกรมต่างๆ นั้นมีแต่สิ่งเร้า แสง สีเสียง ทำให้ขาดสมาธิ ดังนั้นเด็ก0-3ขวบไม่ควรใช้อุปกรณ์เหล่านี้เลย แม้กระทั่งเด็ก ป.1ก็ไม่อยากให้ใช้ แต่ถ้าจะให้ใช้พ่อ แม่ต้องมั่นใจว่าดูแลได้ โดยการเอาเด็กมานั่งตักและเล่นไปพร้อมกัน ชี้ชวน และอธิบายให้เด็กฟัง ทั้งนี้ ไอคิวเด็กมาจากพันธุกรรมส่วนหนึ่ง และมาจากสิ่งแวดล้อม 40 %”พญ.อัมพรกล่าว

ด้านนพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า กรมมุ่งเน้นพัฒนาระดับไอคิว อีคิวเด็กใน 3 ประเด็น คือ 1.ส่งเสริมพัฒนาการในสถานบริการสังกัดสธ.ทุกระดับ โดยเฉพาะเด็กที่เกิดจากครอบครัวยากจน ไม่ได้อาศัยอยู่กับพ่อแม่ และเด็กที่เกิดจากแม่วัยรุ่น 2.เตรียมความพร้อมเด็กวัยก่อนเข้าเรียน โดยสนับสนุนเครื่องมือกระตุ้นพัฒนาการของเด็กในทุกๆ ด้าน และ3.ให้ครูเป็นผู้คัดกรองเด็กที่มีปัญหาสมาธิสั้น ออทิสติก ปัญหาทางด้านอารมณ์ และส่งต่อเข้าระบบการดูแลรักษาต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าเด็ก ป.1ประสบปัญหาเหล่านี้ ถึงร้อยละ15 นอกจากนี้กรมยังเร่งพัฒนาพยาบาลจิตเวชเพื่อไปประจำที่โรงพยาบาลชุมชนให้ครบทุกแห่ง

นพ.วิชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ปัญหา 2 ส่วนที่มีผลกระทบต่อระดับไอคิวของเด็ก คือ 1.ภาวะขาดสารอาหารในแม่และเด็กระหว่างตั้งครรภ์ ขณะนี้สธ.กำลังสนับสนุนให้หญิงวัยเจริญพันธุ์ได้รับไอโอดีน และธาตุเหล็กที่เพียงพอ ป้องกันปัญหาซีด ส่วนหญิงตั้งครรภ์จะได้รับวิตามีนรวมไอโอดีน เหล็ก และโฟเลตฟรี เพื่อป้องกันปัญหาทารกพิการแต่กำเนิดด้วย และ2.การเจริญเติบโตทางด้านร่างกายไม่สมวัย โดยเฉพาะช่วงขวบปีแรก และ5ขวบปีแรก ให้ดื่มนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรก และการได้รับสารอาหารต่างๆ ที่เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายเจริญเติบโตดีสมวัย ทั้งนี้มีการศึกษาพบว่าภาวะอ้วน เตี้ยในขวบปีแรกนั้นมีส่วนมีส่วนทำให้เด็กไอคิวต่ำ ถ้าสูงดีส่วนก็จะมีระดับไอคิวสูงขึ้นตามด้วย ขณะนี้กรมอนามัยได้จัดทำยุทธศาสตร์ส่งเสริมสุขภาพเด็กไทยเริ่มตั้งแต่ครรภ์มารดาจนถึงอายุ18ปี ให้ผู้ชายสูงเฉลี่ย180เซนติเมตร ผู้หญิงสูงเฉลี่ย170เซนติเมตร ซึ่งจะเข้าครม.ในเร็วๆ นี้ คาดว่าในปี 2564 แนวโน้มพัฒนาการเด็กจะดีขึ้นกว่านี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดที่ระดับไอคิวลดลงจากปี 2554 คือ จ.อุบลราชธานี ระยอง ราชบุรี ลพบุรี หนองคาย บึงกาฬ และลำปาง ที่เหลือมีระดับไอคิวเพิ่มขึ้น หรือคงที่

ปฏิญญากรุงเทพฯจี้รัฐ-สนช.เร่งผ่านร่างพรบ.คุมยาสูบฉบับใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/235788

สสส., พรบ.ยาสูบ, ปฏิญญากรุงเทพฯ, ปฏิญญา, กรุงเทพฯ, จี้, รัฐ, เร่ง, ผ่าน, ร่าง, พรบ, คุม, ยาสูบ, ฉบับ, ใหม่

การศึกษา-สาธารณสุข  : 29 ก.ค. 2559

ปฏิญญากรุงเทพฯจี้รัฐ-สนช.เร่งผ่านร่างพรบ.คุมยาสูบฉบับใหม่

375องค์กรประกาศปฏิญญากรุงเทพฯ ขอรัฐ-สนช.เร่งผ่านร่างพรบ.ยาสูบฉบับใหม่ ช่วยลดสูญเสีย อึ้ง!บุหรี่คร่าชีวิตคนไทยมากกว่า5หมื่นคนต่อปี เสียหายกว่า7.5หมื่นล้านบาท

      เมื่อวันที่29กรกฎาคม ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ นพ.วันชาติ ศุภจัตุรัส กรรมการสมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่กล่าวในพิธีปิดการประชุมวิชาการบุหรี่กับสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 15 จัดโดยศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ(ศจย.)ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)ว่า บุหรี่เป็นสินค้าที่มีอำนาจเสพติดสูงมาก และคร่าชีวิตลูกค้าของตนเอง โดยในแต่ละปีมีคนไทยเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ มากกว่า50,000คน และก่อความสูญเสียทางเศรษฐกิจ คิดเป็นมูลค่ากว่า75,000ล้านบาท หรือเท่ากับ0.78%ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศดังนั้นเพื่อลดความสูญเสียจากบุหรี่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ได้ปรับปรุง พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2535 เพื่อให้ทันสถานการณ์

นพ.วันชาติ กล่าวอีกว่า บทบัญญัติของร่าง พรบ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบฉบับใหม่ ทุกมาตราได้อนุวัติการตามกรอบอนุสัญญาควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก(WHO FCTC)ซึ่งเป็นสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่มีผลผูกพันให้ทั้ง180ประเทศภาคี ต้องปฏิบัติตามรวมทั้งประเทศไทยด้วย อย่างไรก็ตาม ร่าง พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ดังกล่าว ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่26พฤษภาคม2558แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมาย ทั้ง ๆ ที่มีประชาชนทั่วประเทศร่วมลงชื่อสนับสนุน มากกว่า15ล้านคน

“พวกเรา ในฐานะ ผู้แทนจากเครือข่ายควบคุมยาสูบทั่วประเทศจาก375องค์กรขอประกาศปฏิญญาร่วมกัน เพื่อแสดงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ดังนี้1.ขอเรียกร้องให้รัฐบาลและสภานิติบัญญัติแห่งชาติเร่งรัดพิจารณาผ่านร่าง พรบ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบฉบับใหม่โดยเร็ว และยังคงสาระสำคัญของกฎหมายไว้อย่างครบถ้วน2.ขอเรียกร้องให้รัฐบาลและสภานิติบัญญัติแห่งชาติอย่ายินยอมให้บริษัทบุหรี่แทรกแซงในขั้นตอนต่าง ๆ ของการออกกฎหมายให้ล่าช้าหรือทำให้กฎหมายอ่อนลงโดยพวกเราจะร่วมกัน ติดตามความคืบหน้า ร่าง พรบ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบฉบับใหม่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประเทศไทยมีกฎหมายที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น อันจะส่งผลให้คนไทยเจ็บป่วยและเสียชีวิตก่อนเวลาอันควรจากการสูบบุหรี่น้อยลง” นพ.วันชาติ กล่าว