ปลาสุกดิบเป็นเหตุไทยป่วยมะเร็งตับ-มะเร็งท่อน้ำดีมากสุดในโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/236271

มะเร็งท่อน้ำดี, พยาธิใบ้ไม้ตับ, ปลา, สุกดิบ, เป็น, เหตุ, ไทย, ป่วย, มะเร็ง, ตับ, ท่อน้ำ, ดีมาก, สุด, โลก
มะเร็งท่อน้ำดี, พยาธิใบ้ไม้ตับ, ปลา, สุกดิบ, เป็น, เหตุ, ไทย, ป่วย, มะเร็ง, ตับ, ท่อน้ำ, ดีมาก, สุด, โลก

การศึกษา-สาธารณสุข  : 2 ส.ค. 2559

ปลาสุกดิบเป็นเหตุไทยป่วยมะเร็งตับ-มะเร็งท่อน้ำดีมากสุดในโลก

ปลาสุกๆดิบๆเป็นเหตุ คนไทยป่วยมะเร็งตับ-มะเร็งท่อน้ำดีมากสุดในโลก ปีละ2หมื่นราย สธ.-มข.ร่วมมือเร่งกำจัด ตั้งเป้าปี 68 ลดอัตราป่วยตายลง 50%

       เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่โรงแรมพูลแมน จ.ขอนแก่น นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ลงนามความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในโครงการกำจัดปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นครองราชย์ครบ 70 ปี ในปี 2559 พร้อมทั้งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถจะทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา ตลอดจนในปี 2560 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงเจริญพระชนมพรรษา 90 พรรษา

นพ.โสภณ กล่าวว่า ในแต่ละปีจะมีคนไทยป่วยและเสียชีวิตจากโรคมะเร็งตับและมะเร็งท่อน้ำดี ประมาณ 20,000 คน ซึ่งสูงที่สุดในโลก ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้ชายวัยทำงาน เมื่อตรวจพบแล้วมักเสียชีวิตภายใน 1 ปี ทำให้ครอบครัวประสบปัญหาขาดผู้นำครอบครัว เกิดปัญหาสังคมตามมา สาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งของการป่วยเป็นมะเร็งท่อน้ำดี คือพฤติกรรม การบริโภคปลาน้ำจืดมีเกล็ดแบบดิบๆ สุกๆ ทำให้เกิดโรคพยาธิใบไม้ตับ ซึ่งสธ.ร่วมกับภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ เอกชนและประชาสังคม ผลักดันให้ปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี เป็นวาระประเทศ โดยจัดทำแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการทศวรรษกำจัดพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีพ.ศ. 2559-2568 มีเป้าหมายใน 10 ปีข้างหน้า คนไทยจะติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับน้อยกว่า 6 แสนราย กลุ่มเสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดีได้รับการคัดกรองและรักษา ลดอัตราการเสียชีวิตลงร้อยละ 50 จาก 40 ต่อแสนประชากร เหลือ 20 ต่อแสนประชากร ด้วย

การดำเนินงาน 5 มาตรการ คือ 1.ปลาปลอดพยาธิ 2.คนปลอดพยาธิ 3.การคัดกรองมะเร็งท่อน้ำดีด้วยเครื่องอัลตร้าซาวด์ 4.การส่งต่อและการรักษาหวังผลรักษาหายขาด การรักษาแบบประคับประคอง และ5.ระบบสนับสนุน อาทิ การจัดทำฐานข้อมูล การวิจัย ให้ความรู้ประชาชนเป็นต้น โดยจะดำเนินการในหน่วยบริการทุกระดับในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในระดับปฐมภูมิให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) ตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับในประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป ส่งต่อประชาชนที่อายุ 40 ปีขึ้นไปที่มีประวัติเสี่ยงไปโรงพยาบาลชุมชนเพื่อคัดกรองมะเร็งท่อน้ำดี ให้การรักษาด้วยยาถ่ายพยาธิ ติดตามผู้ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับทุกรายให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อซ้ำ ลงข้อมูลผู้ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ การรักษา และผลการตรวจ พยาธิในปลา สุนัขและแมว ในฐานข้อมูล รวมถึง คัดกรองกลุ่มเสี่ยงด้วยอัลตร้าซาวด์ ส่งรักษาต่อในกรณีพบว่าสงสัยเป็นมะเร็งท่อน้ำดีไปโรงพยาบาลที่มีศักยภาพในการรักษาและโรงพยาบาลศรีนครินทร์ มข. ตรวจยืนยันผลการวินิจฉัย และรักษาด้วยการผ่าตัดและยา เคมีบำบัด

ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวว่า โรคมะเร็งท่อน้ำดีเป็นปํยหาสาธารณสุขที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียเหนือ พบผู้ป่วยมากกว่า 1 หมื่นรายต่อปี สาเหตุสำคัญคือการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับประมาณการว่าประชาชนที่ติดเชื้อพยาธิชนิดนี้มีมากกว่า 6 ล้านคน โดยพยาธิสามารถมีชีวิตในร่างกายคนได้นานถึง 20 ปี และมีคนป่วยมะเร็งท่อน้ำดีปีละ 1-2 หมื่นราย จากนั้นเสียชีวิตภายใน 1 ปี สร้างความเสียหายให้กับชาวอีสานอย่างมาก

รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข. กล่าวว่า จากรายงานล่าสุดในช่วง พ.ศ.2549-2554 ของทีมศัลยแพทย์ของโรงพยาบาลศรีนครินทร์ มข. พบ่วาอัตราการรอดชีวิต 5 ปี หลังการผ่าตัดแบบเอามะเร็งออกหมดสูงถึง 47% นับเป็นความหวังว่าถ้าพบผู้ป่วยในระยะแรกๆ โอกาสที่ผู้ป่วยจะรอดสูงมาก

ต่อยอดผลิตภัณฑ์น้ำปรุงสะเต็มศึกษา’พระตำหนักสวนกุหลาบ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/236239

สะเต็มศึกษา, ต่อ, ยอด, ผลิตภัณฑ์, น้ำ, ปรุง, เต็ม, ศึกษา, พระตำหนัก, สวน, กุหลาบ, พระตำหนักสวนกุหลาบ, ภัทรพล เลิศธีรพจน์
สะเต็มศึกษา, ต่อ, ยอด, ผลิตภัณฑ์, น้ำ, ปรุง, เต็ม, ศึกษา, พระตำหนัก, สวน, กุหลาบ, พระตำหนักสวนกุหลาบ, ภัทรพล เลิศธีรพจน์

การศึกษา-สาธารณสุข >บทความ  : 2 ส.ค. 2559

ต่อยอดผลิตภัณฑ์น้ำปรุงสะเต็มศึกษา’พระตำหนักสวนกุหลาบ’

ต่อยอดผลิตภัณฑ์น้ำปรุงสะเต็มศึกษา’พระตำหนักสวนกุหลาบ’ : เยี่ยมสถานศึกษา โดยวิลาศิณี คลังแสง

           ปัจจุบันเครื่องหอมในวังหลวงนับวันจะถูกลืมเลือน มีผู้นิยมใช้น้อยเพราะทำยาก ต้องใช้ความวิริยอุตสาหะในการทำ และสังคมไทยนิยมรับเอาวัฒนธรรมตะวันตก เช่นการใช้น้ำหอม ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงออกถึงความทันสมัย จึงเบียดเบียนเครื่องหอมของไทยให้ลดความนิยมลง ทำให้โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณพระบรมมหาราชวัง เกิดแนวคิดที่จะอนุรักษ์ความเป็นไทยด้วยการทำน้ำปรุงซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของชาววังในสมัยก่อน มาทำเป็นผลิตภัณฑ์ที่ควบคู่กับความทันสมัยในปัจจุบัน สอดรับกับนโยบายสะเต็มศึกษาสู่ฐานอาชีพ แก่เยาวชนไทยที่เน้นนำความรู้ไปใช้ในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ชุมชนที่นักเรียนอาศัยอยู่ โดยความรู้ “สะเต็ม” สามารถที่จะนำมาต่อยอด พัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำปรุงได้เป็นอย่างดี

“จันทร์เพ็ญ บุญเกล้า” รองผู้อำนวยการโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ กล่าวว่า แต่เดิมทางโรงเรียนมีการทำน้ำปรุงอยู่แล้ว เพียงแค่ไม่ได้ทำเป็นผลิตภัณฑ์อย่างจริงจัง จะทำก็เพียงแค่ในยามที่โรงเรียนมีงานกิจกรรมต่างๆ และมีการสอนในชั่วโมงกิจกรรมเพื่อเป็นความรู้พื้นฐานให้แก่นักเรียนเท่านั้น เมื่อเกิดนโยบายสะเต็มศึกษาสู่ฐานอาชีพแก่เยาวชนไทย ตามนโยบายสะเต็มศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เป็นแนวทางการจัดการศึกษาที่บูรณาการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (Science Technology Engineering and Mathematics Education : STEM Education) ทางโรงเรียนได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการสะเต็มศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพเชิงพาณิชย์สำหรับเยาวชนไทย (STEM Education for The Development of Youth Entrepreneurship หรือ E2STEM)

โดยการส่งตัวแทนนักเรียนไปเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ อาทิ อนพัฒน์ เฮงโค้ง, รณกฤต กฤศมน และ ภัทรพล เลิศธีรพจน์ ผลที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง เด็กๆ สามารถที่จะนำความรู้มาปรับใช้กับการทำน้ำปรุงของทางโรงเรียน อีกทั้งนำความรู้เรื่อง “สะเต็ม” มาช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความสมบูรณ์แบบ และแก้ไขข้อบกพร่องของผลิตภัณฑ์ ตัวอย่างเช่นการเติมส่วนผสมที่เรียกว่า “ชะมดเช็ด” ซึ่งได้จากการสกัดมาจากตัวชะมด มาเป็นส่วนผสมในการทำน้ำปรุง ผลที่ได้คือทำให้กลิ่นของน้ำปรุงติดทนนานมากยิ่งขึ้น ซึ่งความรู้เหล่านี้ได้จากการเข้าร่วมโครงการ  E2STEM

“ภัทรพล เลิศธีรพจน์” นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 จากโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ กล่าวว่า ได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการ E2STEM ทำให้ได้รับเความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับทักษะการประกอบการ Entrepreneurship ที่สอนบูรณาการไปกับกับสะเต็มศึกษา ซึ่งความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการ E2STEM ทำให้สามารถนำมาต่อยอดผลิตภัณฑ์น้ำปรุง และเป็นการเพิ่มทักษะความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับทักษะการประกอบการ Entrepreneurship ได้เป็นอย่างดีตั้งแต่การวางแผน ศึกษาข้อมูล รวมถึงการต่อยอดเพื่อให้ผลิตภัณฑ์สามารถจำหน่ายได้อย่างกว้างขวาง การแก้ปัญหาต่างๆ

โดยมีการนำเอาความรู้ด้านสะเต็มศึกษามาปรับใช้ดังนี้ ด้าน Science  การนำดอกไม้มาสกัดกลิ่น การผสมเครื่องเทศต่างๆ ลงไป ด้าน Technology นำอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์มาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำน้ำปรุง ด้าน Engineering  การปรับกลิ่นของดอกไม้หลายๆ กลิ่นที่นำมาผสมในน้ำปรุงให้มีความลงตัวที่สุด ด้าน Mathematics การตวงส่วนผสมของดอกไม้ทั้งสองกลิ่น นี่ถือเป็นความรู้และประสบการณ์ที่ดีซึ่งสามารถนำไปต่อยอดในอนาคตต่อไปได้

โรงเรียนที่สนใจการทำน้ำปรุงซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของชาววังในสมัยก่อน ของโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ สอบถามได้ที่โทร.0-2222- 4871 เว็บ http://www.phratumnuk.ac.th/ หรือสนใจศึกษา STEM สุดยอด Robot สุดฮิต แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ได้ที่โรงเรียนเบญจมมหาราช จ.อุบลราชธานี วันที่ 8-10 สิงหาคม 2559 โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จ.นครศรีธรรมราช วันที่ 22-24 สิงหาคม 2559 โรงเรียนศรีบุณยานนท์ จ.นนทบุรี วันที่ 24-26 สิงหาคม 2559 และโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม จ.พิษณุโลก วันที่ 31 สิงหาคม-2 กันยายน 2559

 

วัฒนธรรมทางออกเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/236200


พาณิชย์, เศรษฐกิจ 4.0, วัฒนธรรม, ทางออก, เศรษฐกิจ, สร้างสรรค์


พาณิชย์, เศรษฐกิจ 4.0, วัฒนธรรม, ทางออก, เศรษฐกิจ, สร้างสรรค์

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 1 ส.ค. 2559

วัฒนธรรมทางออกเศรษฐกิจสร้างสรรค์

เสวนาประเทศไทย 4.0 ด้านวัฒนธรรม ชี้วัฒนธรรมเป็นทางออกเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และมีบทบาทสร้างคนไทย 4.0

เมื่อวันที่1 ส.ค. ที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวในการประชุมสัมมนา เรื่อง “การขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายประเทศไทย 4.0 ด้านวัฒนธรรม”  ว่า การขับเคลื่อนนโยบายประเทศไทย4.0 นั้น ภารกิจที่สำคัญของวธ. เป็นการสร้างวัฒนธรรมควบคู่ไปกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะทวีปยุโรป และเอเชียต่างให้ความสำคัญในเรื่องการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมอย่างมาก  ในส่วนวธ. จะต้องมีการผลักดันและขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง  เพราะ เรามีทรัยากรที่เป็นต้นน้ำ โดยจะต้องร่วมกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงพาณิชย์กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อต่อยอดต้นน้ำ

ด้านนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ประเทศไทยอยู่ในเศรษฐกิจที่ 3.00 เป็นประเทศที่ติดอยู่ในกับดักประเทศรายได้ปานกลาง มีปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความไม่สมดุลย์ทางธรรมชาติ จึงต้องการก้าวไปเป็นประเทศไทย 4.0 เพื่อหลุดออกจากกับดักเหล่านี้   อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจ 4.0 เป็นเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญา นวตกรรม องค์ความรู้  เลิกเป็นทุนนิยมที่ยึดติดวัตถุเหมือนในอดีต ปรับเป็นทุนนิยมที่ให้ความให้ความสำคัญกับความเป็นมนุษย์ เพราะฉะนั้น กระทรวงวัฒนธรรมจึงมีบทบาทสำคัญในเศรษฐกิจ 4.0 อย่างมาก   เพราะหน้าที่ของกระทรวงวัฒฯ ไม่ใช่แค่งานอนุรักษ์ หรือต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมออกมาเป็นมูลค่า  แต่ยังหมายรวมถึงการพัฒนาคน  สร้างวัฒนธรรม ค่านิยมในการใช้ชีวิตของคนให้เข้ากับเป้าหมายคนไทยในยุค 4.0

“ ทุนของประเทศไทยมีอยู่ 4 ทุน คือ ทุนธรรมชาติ  ทุนทางกายภาพ ทุนทางด้านทรัพยากรมนุษย์  อย่างไรก็ตาม วัฒนธรรม จะเป็นทุนตัวที่ 5  เป็นส่วนผสมที่บูรณาการกับทุกต้นทุน  ให้ออกมาเป็น เศรษฐกิจสร้างสรรค์ Creative economy  อย่างไรก็ตาม ตลอดเวลาที่เราอยู่ในเศรษฐกิจยุคโลกาภิวัฒน์ เราพัฒนาแบบ ปักชำ เห็นคนอื่นมีอุตสาหกรรมอะไร ก็ให้ BOI ไปเอาเข้ามา โดยไม่ได้ดูต้นทุนของตัวเอง ในช่วงที่เราวิ่งไล่กวดคนอื่นนั้น  วัฒนธรรมก็ด้อยค่าไป  ซึ่งถ้าวันนี้วัฒนธรรมเรายังไม่กลับมาแข็งแรง ก็เหมือนเศรษฐกิจที่ไม่มีรากแก้ว  ดังนั้นเราต้องหาทางต้องยืนบนขาตัวเองให้ได้ ด้วยการสร้างองค์ความรู้บนฐานของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสร้างคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์”

นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า  เศรษฐกิจในอนาคต จะเปลี่ยนจาก โลกาภอวัฒน์ เป็น Localization เน้นท้องถิ่น ชุมชน คงสมเป็นไทย  เพราะฉะนั้น กระทรวงวัฒนธรรมจะมีบทบาทมาก แต่ไม่ใช่มิจิของการรักษาวัฒนธรรมอย่างเดียว ตัวตนความเป็นไทยต้องคงอยู่ แต่ต้องผสมผสานกับวัฒนธรรมอื่นเป็นด้วย เพื่อผลักดันวัฒนธรรมไทยให้ไปสู้สากลได้

“เราจะไม่สร้างคนไทยแบบไทยไทย แต่จะสร้างแบบGlobal ไทย  ภาคภูมิใจในความเป็นไทยและอยู่ในบริบทของโลกได้ เป็นดิจิตอลไทย ไม่ใช่อนาล็อคไทย อย่างไรก็ตาม ความเปลี่ยนในโลกทุกวันนี้ จะนำไปสู่คงามเปลี่ยน 3 อย่าง คือืวัฒนธรรมในการใช้ชีวิต วัฒนธรรมในการเรียนรู้ และวัฒนธรรมในการทำงาน นี่ี่คืองารของกระทรงงวัฒฯ  เข้ามาจับมนเรื่แบชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน เพื่อไปสู่คนไทย 4.0”นายสุวิทย์ กล่าว

นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า ในส่วนการสร้างคนไทย4.0 ตามนโยบายของพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นั้น วธ.และกระทรวงศึกษาธิการ จะต้องช่วยกันสร้างคนเก่งมีความสามารถ  มีค่านิยมการแสดงออกเป็นตัวของตัวเอง มีจิตสาธารณะ แต่ไม่เห็นแก่ตัว และต้องสร้างคนไทยที่มีความภาคภูมิใจในความเป็นชาติ และมีความเป็นสากล นอกจากนี้ทิศทางในอนาคต จะต้องสร้างเวทีระหว่างรัฐและภาคเอกชน เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมต่างๆ ส่งเสริมให้เกิดสินค้าและบริการใหม่ๆที่เน้นความคิดสร้างสรรค์ด้วย

<

คุยลงตัวสกสค.-ธ.ออมสินเดินหน้าเอ็มโอยูแก้หนี้ครู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/236168

หนี้ครู, คุย, ลงตัว, ออมสิน, เดินหน้า, เอ็มโอยู, แก้, หนี้, ครู

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 1 ส.ค. 2559

คุยลงตัวสกสค.-ธ.ออมสินเดินหน้าเอ็มโอยูแก้หนี้ครู

ศธ.ถกธ.ออมสิน เคลียร์เอ็มโอยู สรุปเดินหน้าคาดลงนามได้ในสัปดาห์หนี้ เริ่มที่กลุ่มลูกหนี้ชั้นดีกลุ่มแรก ส่วนกลุ่มค้างชำระให้ 2 หน่วยงานหามาตรการที่เหมาะสม

เมื่อวันที่ 1 ส.ค. รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า วันนี้นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน นายพินิจศักดิ์  สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ได้ประชุมร่วมกับพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เพื่อหาข้อสรุปการดำเนินโครงการลดภาระหนี้ครู โดยใช้เงินจากโครงการการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) มาค้ำประกันการอนุมัติวงเงินกู้ใหม่ หรือ รีไฟแนนซ์ ซึ่งที่ประชุมมีข้อสรุปว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นความร่วมมือระหว่าง ศธ.โดย สกสค.และกระทรวงการคลัง ซึ่งมีรัฐมนตรีทั้ง 2 กระทรวงลงนาม โดยคาดว่าจะมีการลงนามภายในสัปดาห์นี้ เนื่องจากโครงการดังกล่าวเป็นนโยบายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้การแก้ไขให้เห็นภาพรวมทั้งประเทศ

ทั้งนี้ การปล่อยกู้จะเน้นที่กลุ่มลูกหนี้ชั้นดีไม่เคยค้างชำระหนี้ มีวินัย และไม่มีภาระหนี้กับ สกสค.เป็นกลุ่มแรกก่อน ส่วนกลุ่มค้างชำระหนี้และกลุ่มที่ธ.ออมสิน ได้หักเงินจากกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการ ช.พ.ค.เพื่อชำระหนี้แล้วจะร่วมโครงการเป็นกลุ่มถัดไป ซึ่งพล.อ.ดาว์พงษ์ ได้มอบให้สำนักงาน สกสค.และธ.ออมสิน กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการปล่อยกู้ โดยให้โจทย์ว่าผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องสามารถชำระหนี้ให้สำนักงาน สกสค.ด้วย ไม่ใช่แค่ชำระหนี้ให้แค่ธ.ออมสิน เพียงอย่างเดียว และต้องยึดหลักการสำคัญ คือ วงเงินที่ชำระต่อเดือนต้องลดลง

“ในการประชุมรมว.ศึกษาธิการ ได้สอบถาม นายชาติชาย ถึงสาเหตุที่ไม่สามารถลงนามเอ็มโอยูได้ เพราะสกสค.ก็ทำข้อเสนอให้ลูกหนี้ชั้นดีเข้าร่วมโครงการระยะแรกก่อน แต่ลูกหนี้ที่มีภาระหนี้สินค้างชำระกับธ.ออมสิน เป็นกลุ่มที่มีปัญหามากกว่านั้น เป็นความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน ซึ่งธ.ออมสิน เข้าใจว่าลูกหนี้ชั้นดี ไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่ แต่ความตั้งใจก็ต้องการแก้ปัญหาให้ทั้งหมดอยู่แล้ว แต่ที่เป็นปัญหา คือลูกหนี้ที่ค้างชำระกับสกสค. ซึ่งถ้าให้เข้าร่วมโครงการลูกหนี้กลุ่มนี้ก็อาจไม่มาชำระหนี้ให้ สกสค. ดังนั้นจะปล่อยก็ได้ก็ต่อเมื่อต้องชำระหนี้ที่ค้างกับสกสค.ด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางธนาคารออมสิน และสำนักงานสกสค. ต้องไปหาแนวทางที่สกสค.และธนาคารออมสินได้รับการชำระหนี้ไปพร้อม ๆ กัน  อาจจะเป็นการทยอยจ่ายไปพร้อม ๆ กันก็ได้”รศ.นพ.กำจร กล่าว

ปลัด ศธ.กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ รมว.ศึกษาธิการ ยังได้ขอให้ธ.ออมสิน ไปดูว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะช่วยเหลือลูกหนี้ชั้นดี อาทิ ลดอัตราดอกเบี้ยในส่วนที่ต้องจ่ายอีกประมาณ 6% ลงซึ่ง ธ.ออมสิน แจ้งว่ามีแนวโน้มเป็นไปได้แต่จะต้องนำเข้าหารือที่ประชุมคณะกรรมการออมสินก่อน

 

ไฟเขียวเกณฑ์จ่ายเงินบัตรทองปี 60 ใช้รูปแบบขั้นบันได

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/236180

แบบ, ใหม่, จ่ายล่วงหน้า, จัดสรรงบบัตรทอง ปีงบประมาณ 2560, เกณฑ์ใหม่, ไฟเขียวงบบัตรทองปี, ไฟเขียว, เกณฑ์, จ่าย, เงิน, บัตร, ทอง, ใช้, รูปแบบ, ขั้นบันได, ใช้รูปแบบขั้นบันได
แบบ, ใหม่, จ่ายล่วงหน้า, จัดสรรงบบัตรทอง ปีงบประมาณ 2560, เกณฑ์ใหม่, ไฟเขียวงบบัตรทองปี, ไฟเขียว, เกณฑ์, จ่าย, เงิน, บัตร, ทอง, ใช้, รูปแบบ, ขั้นบันได, ใช้รูปแบบขั้นบันได

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 1 ส.ค. 2559

ไฟเขียวเกณฑ์จ่ายเงินบัตรทองปี 60 ใช้รูปแบบขั้นบันได

บอร์ดสปสช.มีมติเห็นชอบเกณฑ์จัดสรรงบบัตรทองปี 60 ยกเลิกระบบจ่ายล่วงหน้า หลังมีปัญหาสถานพยาบาลถูกเรียกเงินคืนภายหลัง จัดใหม่เป็นแบบขั้นบันได

เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บอร์ดสปสช.) กล่าวภายหลังการประชุมบอร์ดสปสช.ว่า บอร์ดสปสช.มีมติเห็นชอบเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี 2560 ภาพรวมเพิ่มขึ้น 1.61 % เฉพาะงบเหมาจ่ายรายหัวเพิ่ม 2.67 % ส่วนค่าตอบแทนนกำลังคนด้านสาธารณสุขย้ายไปตั้งที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งทั้งหมดผ่านการหารือร่วมระหว่างสปสช.และสธ.แล้ว โดยจะทำให้ประชาชนได้ประโยชน์มากขึ้น ทั้งการเข้าถึงบริการโดยเฉพาะโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง ลดระยะเวลารอคิวผ่าตัด การได้รับบริการแพทย์แผนไทย และการได้รับการส่งเสริมป้องกันโรค และสธ. สปสช. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)จะทำงานร่วมกันในเรื่องการส่งเสริมสุขภาวะเด็กปฐมวัย การดูแลผู้สูงอายุระยะยาว เป็นต้น ขณะที่การออกแบบการจัดสรรงบฯจะทำให้หน่วยบริการมีความคล่องตัวในการให้บริการมากขึ้น และเพิ่มกลไกให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนกรณีการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาเลขาธิการสปสช.ใหม่ เนื่องจากบอร์ดสปสช.มีมติไม่รับรองนพ.ประทีป ธนกิจเจริญ อดีตรองเลขาฯสปสช.เป็นเลขาฯสปสช.  ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า ตามระเบียบสปสช.จะต้องมีคณะกรรมการสรรหา จำนวน 5 คนซึ่งที่ผ่านมาได้กำหนดให้มีผู้แทนจาก 5 องค์ประกอบ ได้แก่ ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานภาคเอกชน ผู้แทนจากผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนจากวิชาชีพด้านสาธารณสุข และผู้แทนจากรมว.สธ. แต่กรณีนี้บอร์ดสปสช.ในสัดส่วนของภาคเอกชนมีความประสงค์ไม่ส่งชื่อบุคคลเข้าร่วมเป็นกรรมการสรรหา บอร์ดสปสช.จึงมีมติให้ใช้ผู้แทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)เสนอชื่อคณะกรรมการสรรหาแทนภาคเอกชน แต่บุคคลที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการสรรหาต้องไม่เป็นสมาชิกอปท.

นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา รักษาการเลขาธิการสปสช. กล่าวว่า งบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี 2560 ได้รับทั้งสิ้น 165,773.0144 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นเงินเดือนหน่วยบริการภาครัฐ 42,307.234 ล้านบาท ดังนั้น คงเหลืองบกองทุนที่ส่งให้ สปสช. 123,465.7804 ล้านบาท สำหรับงบ 6รายการคือ 1.บริการทางการแพทย์เหมาจ่ายรายหัว 48.8029 ล้านคน 151.770.6746 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 59จำนวน 80.93 ล้านบาท 2.บริการผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ 291,900 ราย 3,122.408 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 59 จำนวน110.507 ล้านบาท

3.ค่าบริการสาธารณสุขผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง 52,911 ราย 7,529.2353 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 59 จำนวน1,211.1363 ล้านบาท 4.บริการควบคุมป้องกันรักษาโรคเรื้อรัง รวมจิตเวชเรื้อรังในชุมชน 2,822,600 ราย 960.409 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 59 จำนวน 1.409 ล้านบาท 5.ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับหน่วยบริการในพื้นที่กันดาร เสี่ยงภัย และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 173แห่ง 1,490.2875 ล้านบาท 6.ค่าบริการสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง 150,000 คน 900 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 59จำนวน 300 ล้านบาท

ในส่วนของการจัดสรรงบเหมาจ่ายรายหัวปี 2560 ที่ได้รับ 3,109.87 บาทต่อประชากรนั้น คณะอนุกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์การดำเนินงานและบริหารจัดการกองทุน และคณะอนุกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ ได้พิจารณาแล้ว แบ่งเป็น 8 รายการ ดังนี้ 1.บริการผู้ป่วยนอกทั่วไป 1,137.58 บาท 2.บริการผู้ป่วยในทั่วไป 1,090.51 บาท 3.บริการกรณีเฉพาะ 315.98 บาท 4.บริการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค 405.29 บาท 5.บริการฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการแพทย์ 16.13 บาท 6.บริการแพทย์แผนไทย 10.77 บาท แต่มีข้อเสนอให้เพิ่มขึ้นอีก 0.84 บาทต่อประชากร รวมเป็น 11.61บาท โดยตัดงบจากรายการบริการกรณีเฉพาะ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการส่งเสริมการใช้บริการแพทย์แผนไทย 7.ค่าบริการทางการแพทย์ที่เบิกจ่ายในลักษณะงบลงทุน 128.69 บาท และ8.เงินช่วยเหลือเบื้องต้นตามมาตรา 41 4.92 บาท

“เกณฑ์การจัดสรรงบฯบัตรทองที่มีการปรับเปลี่ยนในปีนี้ อาทิ  มีการยกเลิกการจ่ายเงินล่วงหน้าให้หน่วยบริการ เนื่องจากมีปัญหาโดยเฉพาะเรื่องที่หน่วยบริการถูกเรียกเงินคืนกลับในภายหลัง  นอกจากนี้ มีการจัดสรรงบฯแบบขั้นบันได โดยหน่วยบริการที่อยู่ในพื้นที่กันดาร ประชากรน้อยแต่จำเป็นต้องมีหน่วยบริการจะได้รับการจัดสรรงบฯรายหัวมากกว่าปกติ  ซึ่งมีการกันเงินไว้ไม่เกิน 7,000 ล้านบาทสำหรับการปรับเกลี่ยแบบขั้นบันได ซึ่งปัจจุบันมีรพ.สังกัดสธ.เข้าเกณฑ์นี้ 200 แห่งจากทั้งหมด 1,000 แห่ง  และการบริหารจัดการค่าบริการผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน และป้องกันโรคนั้น ได้มีการกันเงินไว้ปรับเกลี่ยระดับประเทศ เขต จังหวัด จำนวนไม่เกิน 1,900 ล้านบาท”นพ.ศักดิ์ชัยกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงาน ก่อนหน้าที่จะมีการประชุมบอร์ด สปสช.มีกลุ่มเครือข่ายภาคประชาชนนำโดยนายธนพล ดอกแก้ว ประธานชมรมเพื่อนโรคไตเดินทางมายื่นหนังสือต่อศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล เนื่องจากมีความกังวลว่าจะมีการดำเนินการใดๆ ที่กระทบต่อสิทธิ์ของผู้ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) เช่น การให้ประชาชนร่วมจ่าย การเปลี่ยนระบบเป็นแบบอนาถา และการแก้ไขพ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ขณะเดียวกันยังมีกลุ่มที่สนับสนุนการทำงานของประธานบอร์ด สปสช.มายื่นหนังสือให้กำลังใจด้วย ซึ่งนพ.ปิยะสกล กล่าวภายหลังรับหนังสือว่ายืนยันว่าสิ่งที่กำลังดำเนินการอยู่นั้นเพื่อประชาชนจริงๆ ขอให้ฟังข้อมูลจากตนโดยตรงเพราะเป็นของจริง ส่วนที่ไปรับฟังอะไร จากใครนั้น ล้วนเป็นความคิดเห็นที่นึกคิดขึ้นเองทั้งสิ้น สิทธิ์ของประชาชนไม่น้อยกว่าเดิมแน่นอน

 

สอศ.คลอดปฏิทินสอบผอ.เณฑ์ใหม่เน้นคนมีประสบการณ์

แนะเคล็ดลับเตรียมรับมือโรคใกล้ตัวผู้หญิงยุคใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/236114

ดูแลสุขภาพ, ลุงแจ่มดูแลสุขภาพ, ลุงแจ่มคมชัดลึก, แนะ, เคล็ดลับ, เตรียมรับมือ, โรค, ใกล้, ตัว, ผู้หญิง, ยุคใหม่, ซีสต์

การศึกษา-สาธารณสุข  : 1 ส.ค. 2559

แนะเคล็ดลับเตรียมรับมือโรคใกล้ตัวผู้หญิงยุคใหม่

ดูแลสุขภาพ : แนะเคล็ดลับเตรียมรับมือโรคใกล้ตัวผู้หญิงยุคใหม่

               รูปแบบการใช้ชีวิตนอกบ้านของผู้หญิงยุคใหม่ ที่นอกจากจะต้องเก่งเรื่องงานแล้ว ยังต้องแบ่งเวลาใส่ใจดูแลครอบครัว จนบางครั้งอาจหลงลืมที่จะดูแลสุขภาพตัวเองไป มารู้ตัวอีกทีก็ตอนมีโรคแฝงเกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว โรงพยาบาลกรุงเทพขอแนะให้ดูกันว่า สัญญาณเตือนอะไรบ้างที่ผู้หญิงยุคใหม่ต้องระวัง

ปวดประจำเดือนมากจนผิดสังเกต รู้ไว้ว่าเป็นสัญญาณเตือนโรคร้ายอย่าง “ซีสต์” หรือถุงน้ำในรังไข่ ช็อกโกแลตซีสต์ โรคพังผืดชั้นกล้ามเนื้อมดลูก โรคเนื้องอกมดลูกหลายชนิด ควรตรวจร่างกายเป็นประจำ หากพบสิ่งผิดปกติแพทย์จะใช้ยาหรือผ่าตัดส่องกล้อง 3 มิติผ่านทางหน้าท้อง วิธีนี้ช่วยให้เจ็บน้อย แผลขนาดเล็ก ฟื้นตัวเร็ว หมดกังวลเรื่องรอยแผลเป็นยาวๆ

สาวคนไหนมีอาการขี้เซา ตื่นยาก แม้จะนอนกลางคืนเยอะมากแต่ยังรู้สึกขี้เกียจอยากงีบหลับทั้งวัน นอนเท่าไรก็ไม่พอ อาการเหล่านี้คือความผิดปกติที่ต้องตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการนอนเพื่อหาสาเหตุของอาการง่วงผิดปกติโดยเครื่อง sleep lab ซึ่งอาจจะเกิดจากสาเหตุทางสมอง (Central Origin of Hypersomnolence) อันได้แก่ โรคลมหลับ โรคนอนมากผิดปกติไม่ทราบสาเหตุ โรคหยุดหายใจแบบกรนไม่ชัด

จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือนานกว่า 40 นาที เสี่ยงเป็นโรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม ที่ส่งผลอันตรายต่อดวงตา หากตาล้าควรหยุดพักสายตาทุกๆ 20 นาที กะพริบตาให้บ่อยขึ้น ปรับแสงหน้าจอให้เหมาะสม หากสายตามีปัญหาควรพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด Relex เทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก ตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหาสายตาสั้น-เอียง หรือหลีกเลี่ยงการติดเชื้อจากการใส่คอนแทคเลนส์

พิษภัยจากแฟชั่น พบมากในสาวสวมส้นสูงตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะสาวๆ ที่มีน้ำหนักตัวเกิน เพราะเป็นสาเหตุสำคัญของโรคข้อเข่าเสื่อมก่อนวัย หากปล่อยให้มีอาการปวดกล้ามเนื้อบริเวณบั้นเอวหรือหลัง เป็นเวลานาน อาจทำให้หมอนรองกระดูกเสื่อมหรือเคลื่อนไปทับเส้นประสาทได้ ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกสันหลัง เพื่อตรวจดูความสมดุลของโครงกระดูกสันหลัง ข้อสะโพก และข้อเข่าว่ามีความผิดปกติที่จุดไหนด้วยเครื่อง X-ray EOS เพื่อรักษาได้ตรงจุด หรือรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดข้อเข่าเทียมด้วยคอมพิวเตอร์นำวิถีแบบไม่เจาะกระดูก (Pinless Navigating TKR) ช่วยให้วางตำแหน่งข้อเทียมได้แม่นยำ ลดการติดเชื้อหรือกระดูกหักในผู้สูงวัย ผ่าตัดแล้วฟื้นฟูด้วยการหัดเดินในสภาวะไร้น้ำหนักด้วยเครื่อง Alter G อาหารเสริมชะลอความเสื่อมของข้อ Royal joint

อ้วน ลงพุง ความเครียด ไขมันส่วนเกิน ริ้วรอย ต่างเป็นศัตรูตัวร้ายของสาวๆ โดยเฉพาะไขมันที่สะสมอยู่ใต้ชั้นผิวหนังมากเกินกว่าที่ร่างกายจะเผาผลาญออกไปหมด ปัจจุบันมีเทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินออกจากร่างกายโดยไม่ต้องผ่าตัด ทั้ง Coolsculpting เครื่องสลายไขมันเฉพาะส่วนด้วยความเย็น และ Exilis Elite เครื่องสลายไขมันเฉพาะส่วนพร้อมยกกระชับผิวด้วยพลังงานความร้อน ตอบโจทย์ทุกส่วนของร่างกาย ใช้ได้ทั้งผู้หญิง คุณแม่หลังคลอดบุตร หรือผู้ชายที่ถึงแม้จะออกกำลังกายแล้วแต่ซิกแพ็กไม่ขึ้นชัดเจน

อาการท้องผูกเกิดขึ้นได้บ่อยในผู้หญิงเพราะฮอร์โมนเพศ และการทำงานของระบบทางเดินอาหาร หากพบว่าถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ อุจจาระแข็ง มีเลือดปน นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนว่ามะเร็งลำไส้กำลังถามหา ควรพบแพทย์เฉพาะทางด้านระบบประสาทและการเคลื่อนไหวทางเดินอาหารเพื่อวินิจฉัยโรค ทั้งการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ การตรวจการเบ่งอุจจาระ การวัดการบีบตัวของกล้ามเนื้อหูรูด การฝึกควบคุมและเบ่งถ่ายอุจจาระที่ถูกต้อง

ลมชักแฝง เกิดได้ตลอดชีวิต ทุกเพศทุกวัยและมีหลายอาการ อาการที่แสดงไม่จำเป็นต้องชักเกร็งกระตุกเสมอไป ขึ้นอยู่กับว่าภาวะผิดปกติของกระแสไฟฟ้าในสมองในส่วนใดและรุนแรงแค่ไหน บ้างก็มีอาการวูบ เบลอ จำอะไรไม่ได้ หากปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษาอาจกระทบประสิทธิภาพความทรงจำและสมองส่วนอื่นๆ ด้วย การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง EEG จะช่วยหาจุดกำเนิดไฟฟ้าส่วนที่ผิดปกติ อย่ารอจนสมองถูกทำลายจนอาจรักษาด้วยยาไม่ได้ผล

แขนขาอ่อนแรง ชาครึ่งซีก เป็นการนำของโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน หรือ stroke โรคที่คร่าชีวิตคนเป็นอันดับต้นๆ หากพบอาการชาครึ่งซีก หน้าหรือปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ตาข้างใดข้างหนึ่งพร่ามัวหรือมองไม่เห็น ปวดศีรษะเฉียบพลันแบบไม่มีสาเหตุ ควรรีบมาพบแพทย์ภายใน 3 ชั่วโมง เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาทันที เพราะโรคนี้ป้องกันได้ ด้วยการตรวจเช็กการตีบตันของหลอดเลือดคอที่ไปเลี้ยงสมอง Carotid Duplex เป็นประจำทุกปีโดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง

ปวดง่ามขาด้านหน้า เจ็บแปล๊บที่ข้อสะโพกขณะเดิน/วิ่ง เป็นสัญญาณเตือนของโรค “ข้อสะโพกเสื่อมก่อนวัย” ที่ไม่ได้พบแต่ในคนสูงอายุเท่านั้น เพราะคนหนุ่มสาวอายุน้อยก็เป็นได้ หากปล่อยทิ้งไว้อาจส่งผลให้อาการปวดรุนแรงขึ้น แต่ถ้ารู้ตัวและรักษาได้เร็วด้วยเทคนิค “ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมแบบไม่ตัดกล้ามเนื้อ” ก็จะช่วยบรรเทาอาการ และลดความเสี่ยงข้อสะโพกหลุด หรือขาสั้นยาวไม่เท่ากัน

กระดูกเปราะบางแม้เพียงหกล้มก็หักได้ง่าย หากเป็นโรคกระดูกพรุน โดยเฉพาะหญิงวัยหมดประจำเดือนมวลกระดูกลดลงอย่างรวดเร็ว การตรวจวัดความหนาแน่นของมวลกระดูกทุกปี ออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้อให้แข็งแรง รับประทานแคลเซียม Calcium L-Threonate เพื่อเสริมความหนาแน่น สร้างความแข็งแรงให้กระดูก และช่วยยับยั้งการสลายตัวของกระดูก หรือแก้ปัญหาด้วยเทคนิคผ่าตัดเชื่อมกระดูกหักแบบแผลเล็ก ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ กระดูกติดดี ฟื้นตัวเร็ว

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงข้อสังเกตสัญญาณเตือนในเบื้องต้น ที่หากรู้ทัน และรักษาได้ไว ก็จะได้ไม่ต้องเสี่ยงเป็นโรคร้ายแรงในอนาคต

รพ.กรุงเทพ

เด็กไทยกวาด 2 ทอง 2 เงินเวทีเคมีโอลิมปิกที่จอร์เจีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/236113

เคมีโอลิมปิก, สสวท., เด็ก, ไทย, กวาด, ทอง, เงิน, เวที, เคมี, โอลิมปิก, ที่, จอร์เจีย, เด็กไทยกวาด
เคมีโอลิมปิก, สสวท., เด็ก, ไทย, กวาด, ทอง, เงิน, เวที, เคมี, โอลิมปิก, ที่, จอร์เจีย, เด็กไทยกวาด
เคมีโอลิมปิก, สสวท., เด็ก, ไทย, กวาด, ทอง, เงิน, เวที, เคมี, โอลิมปิก, ที่, จอร์เจีย, เด็กไทยกวาด

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 1 ส.ค. 2559

เด็กไทยกวาด 2 ทอง 2 เงินเวทีเคมีโอลิมปิกที่จอร์เจีย

4 นร.เตรียมอุดมฯ ตัวแทนประเทศไทยแข่งขันเคมีโอลิมปิก สร้างผลงานคว้า 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงินสำเร็จ เตรียมกลับไทย 2 ส.ค.นี

เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ดร.พรพรรณ  ไวทยางกูร ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เปิดเผยว่า ตามที่ สสวท.ได้ดำเนินงานโครงการจัดส่งผู้แทนประเทศไทยไปแข่งขันคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ประจำปีพุทธศักราช 2559  โดยคัดเลือกและจัดส่งผู้แทนประเทศไทย จำนวน 4 คน ไปแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ วันที่ 23 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม 2559 ณ กรุงทบิลิซิ ประเทศจอร์เจีย  โดยมีนักเรียนที่เข้าแข่งขันทั้งหมด 264 คน จาก 67 ประเทศ ผลปรากฎว่า ผู้แทนประเทศไทยเคมีโอลิมปิกสามารถทำได้  4 รางวัล แบ่งเป็น 2 เหรียญทอง ได้แก่ นายวีรภัทร   ยศอมรสุนทร และ นายเรืองรวี   กิติโชตน์กุล และ 2 เหรียญเงิน  ได้แก่ นายสิรดนัย   ริมสาคร และนางสาวอภิสรา   กวียานันท์  โดยทั้ง 4 คนเป็นนักเรียนจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพฯ

ผอ.สสวท. กล่าวต่อว่า สำหรับคณะอาจารย์ไปร่วมดูแลนักเรียนที่ร่วมแข่งขัน ประกอบด้วย ดร.สกุลสุข อุ่นอรุโณทัย จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นหัวหน้าทีม ดร.ปณิทัต  หาสิน จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นรองหัวหน้าทีม ผศ.ดร.วรวรรณ พันธุมนาวิน จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้ช่วยหัวหน้าทีม ดร.ชลิตา ธัญญะคุปต์ จาก สสวท. เป็นผู้จัดการทีม โดยคณะผู้แทนประเทศไทยเคมีโอลิมปิกจะเดินทางกลับถึงประเทศไทย ในวันอังคารที่ 2 สิงหาคม 2559 เที่ยวบิน QR834 เวลา 13.40 น. สสวท. จะจัดพิธีรับเวลาประมาณ 14.00 น. ณ บริเวณประตู 1 ชั้น 2 ด้านในสนามบินสุวรรณภูมิ

ทั้งนี้ ผู้แทนประเทศไทยจะได้รับทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศในสาขาวิชาที่ได้เป็นผู้แทนตั้งแต่ปริญญาตรี ถึงปริญญาเอกเพื่อกลับมาทำงานพัฒนาประเทศต่อไป

 

สอศ.ยันยุคไทยแลนด์ 4.0 ไม่ทิ้งเกษตรกรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/236095


ไทยแลนด์ 4.0, พาร์ทเนอร์สคูล, ยัน, ยุค, ไทยแลนด์, ไม่, ทิ้ง, เกษตรกรรม, สอศยันยุคไทยแลนด์, ไม่ทิ้งเกษตรกรรม

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 1 ส.ค. 2559

สอศ.ยันยุคไทยแลนด์ 4.0 ไม่ทิ้งเกษตรกรรม

สอศ.ปรับตัวรับไทยแลนด์ 4.0 ยันไม่ทิ้งสอนเกษตร ขณะที่ 3 วิทยาลัยจับมือร่วมเยอรมนีจัดการศึกษารูปแบบพาร์ทเนอร์สคูล ในสาขาอาหาร พาณิชยกรรม และช่างอุตสาหกรรม

ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ประชุมคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ที่มีดร.อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล เป็นประธาน ได้วิเคราะห์ถึงกรณีที่บริษัทใหญ่ ๆ ได้เลิกจ้างพนักงานโดยให้สมัครใจลาออก โดยเห็นว่าตัวแปรสำคัญหนึ่งที่ทำให้เกิดการเลิกจ้าง คือบริษัทใหญ่ ๆ นำเทคโนโลยีระดับสูงมาใช้มากขึ้น ใช้แรงงานคนน้อยลง ซึ่งการเลิกจ้างดังกล่าวไม่กระทบต่อนักศึกษาอาชีวะมากนัก เพราะเด็กอาชีวะเป็นแรงงานทักษะฝีมือ ที่ผู้ประกอบการต้องการ อย่างไรก็ตามในยุคพัฒนาอุตสาหกรรมไทย หรือ ไทยแลนด์ 4.0 ตามแนวคิดของปฏิวัติอุตสาหกรรม หรือ อินดัสตรี 4.0 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จะไม่ทิ้งการเรียนการสอนด้านเกษตรกรรมแน่นอน

ด้าน นายวณิชย์ อ่วมศรี รองเลขาธิการ กอศ.กล่าวว่า การก้าวเข้าสู่อินดัสตรี 4.0 สอศ.ได้ร่วมกับนานาประเทศในการพัฒนาคุณภาพอาชีวศึกษาของไทย โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ วิทยาลัยในสังกัด สอศ. 3 แห่งได้มีการลงนามความร่วมมือในการจัดการศึกษารูปแบบพาร์ทเนอร์สคูล กับ สถานศึกษาอาชีวศึกษาของเยอรมนี ที่รัฐบาเดิน วูร์ทเทมแบร์ก เพื่อพัฒนาให้เป็นสถานศึกษาเฉพาะทาง รองรับการผลิตกำลังคนสนองความต้องการของประเทศตามโมเดลการพัฒนาประเทศไทยแลนด์ 4.0 โดยมีระยะเวลา 5 ปี ดังนี้

วิทยาลัยอาชีวศึกษา (วอศ.) เสาวภา จับมือพัฒนาประเภทวิชาคหกรรม ด้านอาหารและการโรงแรมกับ Mildred-Scheel-Schule Vocational School  วิทยาลัยพาณิชยการบึงพระพิษณุโลกจับมือพัฒนาประเภทวิชาพาณิชยกรรม ด้านพาณิชย์และโลจิสติกส์ กับ Friedrich-List-Schule Commercial School และวิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด จับมือพัฒนาประเภทวิชาอุตสาหกรรม ด้านช่างอุตสาหกรรมกับ Philipp-Matthaus-Hahn-Schule Technical vocational School โดยในเดือนพฤศจิกายนนี้ เยอรมนีจะจัดส่งครูจาก 3 สถาบันใน 3 ประเภทวิชา ประเภทวิชาละ 2-3 คน มาถ่ายทอดองค์ความรู้ และรับองค์ความรู้จากครูไทย ตลอดจนวางแผนการทำงานร่วมกัน

 

ส่งออกคนไทยโกอินเตอร์ชาย นครชัย ผอ.สศร.ปีที่ 15

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/236082

โกอินเตอร์, ส่งออก, คนไทย, อินเตอร์, ชาย, นครชัย, ผอส, ที่, ผอสศรปีที่

การศึกษา-สาธารณสุข >บทความ  : 1 ส.ค. 2559

ส่งออกคนไทยโกอินเตอร์ชาย นครชัย ผอ.สศร.ปีที่ 15

ส่งออกคนไทยโกอินเตอร์ชาย นครชัย ผอ.สศร.ปีที่ 15 : เปิดวิสัยทัศน์ โดยสุพินดา ณ มหาไชย

            14 ปี ตั้งแต่ก่อตั้งสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) ชาย นครชัย ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย บอกว่า การทำงานมุ่งไปในทาง ทัศนศิลป์ เป็นส่วนใหญ่ แต่จากนี้ สศร.ต้องการขยับเข้าหาศิลปะร่วมสมัยให้ครบถ้วนทั้ง 9 สาขา ได้แก่ สาขาทัศนศิลป์ สาขาวรรณศิลป์ สาขาดนตรี สาขาศิลปะการแสดง สาขาภาพยนตร์ สาขาสถาปัตยกรรม สาขามัณฑนศิลป์ สาขาเรขศิลป์ และสาขาการออกแบบ

อย่างไรก็ตาม ชาย บอกว่า เป้าหมายการทำงานจะเปลี่ยนไป ไม่เน้น อีเวนท์ เพื่อบูมงานแต่เน้น การวางรากฐาน เพื่อความเฟื่องฟูของแต่ละสาขาซึ่งในมุมของ ผอ.สศร. ก็คือการสร้างและพัฒนาคน ป้อนบุคคลที่มีศักยภาพเหล่านี้เข้าสู่วงการศิลปะร่วมสมัยทั้งในและต่างประเทศ

“อย่างงานภาพยนตร์ซึ่งกระทรวงกำลังจะโอนกลับมาให้ สศร.ดูนั้น เราคงไปทำหนังขายฝรั่งยาก เรายังไม่เก่งถึงขั้นนั้นภาพยนตร์ที่เราสร้างได้ก็มีไม่กี่ประเภท ส่วนใหญ่จะเป็น ภาพยนตร์ตลก ภาพยนตร์ผีเพราะฉะนั้นเราควรเริ่มจากการพัฒนาคนที่จะเข้าสู่อุตสหากรรมภาพยนตร์ก่อนส่งออกคนไทยโกอินเตอร์ เข้าไปอยู่ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ใหญ่ๆอย่างฮอลลีวู้ด บอลลีวู้ดให้มากกว่านี้ เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ความรู้มาพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในประเทศต่อไป” ชาย กล่าว

ปัจจุบันอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของไทยเป็นอันดับ 5 ในเอเชีย เป็นบิ๊กอาเซียน แต่ทำอย่างไรเราจะถีบขึ้นไปได้สูงกว่านั้นอย่างไรก็ตาม อุตสากรรมภาพยนตร์ไทยยังมีลักษณะเติบโตแบบก้าวกระโดดในบางมุม อาทิ บทภาพยนตร์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของหนังแต่ละเรื่อง เรายังใช้วิธีลงทุนซื้อบทหนังมาสร้างหนัง แต่จริงๆ ต้องพัฒนาคนเขียนบทขึ้นมาเองควบคู่ไปด้วย

ซึ่งในส่วนนี้ สศร.มีโครงการสอนเด็กให้เขียนบันทึกเล่มแรก เพื่อส่งเสริมให้เด็กอ่านและเขียน ส่งเสริมให้เด็กอ่านหนังสือเสริม เป็นพื้นฐานให้เขาพัฒนาเป็นนักเขียนุร่นใหม่ได้ เขียนนิยายที่สดแทรกความรู้ต่างๆ งานพวกนี้จะต่อยอดออกมาเป็นบทภาพยนตร์ได้ รวมถึง สศร.ยังมีโครงการเยาวชนรักบ้านเกิด ให้เยาวชนมาอบรมและทำหนังสั้นเกี่ยวกับเรื่องราวในท้องถิ่นส่งมาประกวด ปัจจุบัน เด็กที่จบจากการอบรมมีการรวมกลุ่มซื้อเครื่องมือรับงานตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาคน

 

สศร.ยังเริ่มเดินหน้าในสาขาอื่นๆ อีกหลายสาขา ชาย เล่าต่อว่า อย่างดีไซน์ แฟชั่น วรรณกรรมก็เริ่มเดินหน้า ให้มีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ในแต่ละสาขา อย่างแฟชั่นก็ให้มีการจัดทำยุทธศาสตร์ 5 ปี ดึงสมาคมแฟชั่นไทย คนในวงการมาช่วยจัดทำ ซึ่ง สศร.จะช่วยพยุงไประยะหนึ่ง พอเริ่มเดินได้ สศร.ก็จะถอนออกมา เพื่อนำงบประมาณไปเน้นพัฒนาสาขาอื่นต่อไป

 

หรือ เรขศิลป์  สศร.ก็กำลังทำยุทธศาสตร์ผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านกราฟฟิกดีไซน์ของภูมิภาคอาเซียนและขยายผลไปถึงระดับเอเชียเพราะจริงๆ แล้วบุคลากรของไทยมีศักยภาพ และงานกราฟฟิกดีไซน์ก็มีราคา เราอยากให้ไทยเป็นศูนย์กลาง ใครจะซื้อขายงานกราฟฟิกดีไซน์อะไรมาซื้อได้ที่ไทย ไม่ต้องไปซื้อต่างประเทศปัจจุบันเราก็มีโครงการทำไปส่งเสริมด้านนี้ เช่น กิจกรรม “ชนช้างกราฟฟิก” จัดประกวดกราฟฟิกดีไซน์ระดับอุดมศึกษาเป็นการพัฒนาคนป้อนเข้าสู่วงการกราฟฟิกดีไซน์

 

อย่างไรก็ตาม อุปสรรคในการทำงานของ สศร. ชาย บอกว่า คือเรื่องงบประมาณ สศร.ได้งบปีละประมาณ 200 ล้านบาท ครึ่งหนึ่งกันเป็นค่าใช้จ่ายรูทีน ที่เหลือประมาณ 100 ล้าน จึงเป็นงบสำหรับส่งเสริมศิลปะร่วมสมัยทั้ง 9 สาขา หารเฉลี่ยแล้วเหลือแค่ประมาณ 10 ล้านบาทต่อสาขา ทั้งนี้ สศร.พยายามของบประมาณเพิ่ม แต่ไม่ว่าจะเขียนโครงการไปดีเท่าไหร่ ก็โดนตัดหมด ให้เพิ่มได้ตามอัตราปกติ หรือร้อยละ 3-5 เท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอจะทำงานได้เลย เพราะฉะนั้น สศร.จึงต้องทำงานแบบอาศัยเครือข่าย เข้าไปเป็นฝ่ายสนับสนุน หรือเป็นต้นแบบ

“ต่อไปงาน สศร.จะไม่เน้นอีเวนท์ แต่จะเปลี่ยนมาเน้นการวางแผนพัฒนาคน ตอนนี้อาจจะมองว่างาน สศร.ออกไปทีละขยัก เพราะเรากำลังวางรากฐานกันอยู่ เราพยายามเน้นการสร้างคน อย่างภาพยนตร์ ผมมองว่าเรามีความพร้อมด้านคน เราพัฒนาได้ ทำไมเราไม่พัฒนาคนพวกนี้เข้าไปกินในฮอลลีวู้ด เรามีคนมีคุณภาพเยอะ แต่เราไม่สนับสนุนจริงจัง อย่างโครงการรักบ้านเกิดเป็นการปูพื้นให้เด็กเรียนรู้ ถ้าเขาชอบจะได้มุ่งไปทางนี้เลย ทั้งนี้ เป้าหมายจริงๆ คือเปลี่ยนวิธีมองของคนก่อน เห็นอะไรต้องคิดได้ เรามีฝีมืออย่างเดียวไม่ได้ อย่างงานทัศนศิลป์ เรามีฝีมืออย่างเดียว แต่ต่อยอดไม่ได้ ทำอย่างไรจะสอนให้เด็กมีตรรกะความคิดให้สมบูรณ์ในสาขาที่เขาจะเดิน ต้องมีทั้งฝีมือและความคิด งานจะออกมาดีมาก” ชาย ทิ้งท้าย

เป็นประเด็นร้อนแรงในสังคมโซเชียล หลังจากเมื่อกลางดึกวันที่ 28 กรกฎาคม ที่ผ่านมา อินสตาแกรมของนักแสดงสาววัยรุ่น น.ส.สุทัตตา อุดมศิลป์ หรือ ปันปัน ได้โพสต์ภาพสาวปริศนาคนหนึ่งที่เห็นแค่เพียงปลายผมสั้น คาง และคอเสื้อ พร้อมกับเขียนบรรยายสุดแรงว่า “อิกะ_รี่ *เสียงสูง*” แต่หลังจากโพสต์ไปเพียงไม่กี่วินาที น.ส.สุทัตตาได้ลบภาพและข้อความดังกล่าวทิ้ง แต่ก็มีคนไปสืบค้นจนรู้ว่าภาพดังกล่าวเป็นภาพของ น.ส.ชีรณัฐ ยูสานนท์ หรือ น้ำชา นางเอกสาวรุ่นพี่ ที่ถ่ายคู่กับแฟนหนุ่มไฮโซ นายประธานวงศ์ พรประภา หรือ พก ลงอินสตาแกรมเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม หลังจากน.ส.สุทัตตาโพสต์และลบไปไม่นาน น้ำชาได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า “วันนี้มีเรื่องตลกเกิดขึ้น…จงยิ้มเข้าไว้ GOOD NIGHT ALL #งงแปป #สติค่ะสติ” โดย น.ส.ชีรณัฐได้ให้สัมภาษณ์ว่า ภาพที่นักแสดงรุ่นน้องโพสต์เป็นภาพของตนจริง ยอมรับว่างงมาก สาเหตุน่าจะมาจากที่ตนสนิทสนมกับนายจุฑาวุฒิ ภัทรกำพล หรือ มาร์ช นักแสดงวัยรุ่น อดีตแฟนหนุ่มของปันปัน ล่าสุดน้ำชาได้เผยว่าปันปันได้ส่งข้อความผ่านไลน์มาขอโทษแล้ว