แนะผู้ป่วยหอบหืดเลี่ยงสิ่งกระตุ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/236406

แนะ, ผู้ป่วย, หอบหืด, เลี่ยง, สิ่งกระตุ้น

การศึกษา-สาธารณสุข >บทความ  : 3 ส.ค. 2559

แนะผู้ป่วยหอบหืดเลี่ยงสิ่งกระตุ้น

แนะผู้ป่วยหอบหืดเลี่ยงสิ่งกระตุ้น : พวงชมพู ประเสริฐรายงาน

                นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์  กล่าวว่า โรคหอบหืดเป็นโรคที่มีการตีบแคบของหลอดลมเป็นพักๆ ซึ่งเกิดจากหลอดลมมีภาวะไวเกินต่อการกระตุ้นจากสิ่งต่างๆ เมื่อมีการกระตุ้นจะทำให้กล้ามเนื้อเรียบของหลอดลมหดเกร็ง มีการบวมของเยื่อบุ และเสมหะถูกหลั่งออกมามากกว่าปกติ สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการหอบ เพื่อเอาชนะความต้านทานในทางเดินหายใจที่เพิ่มขึ้น อาการดังกล่าวอาจทุเลาลงได้เองหรือทุเลาภายหลังได้รับการรักษาอาการของโรค คือ หอบ หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ไอ หายใจมีเสียงวี้ด อาการมักเกิดเป็นพักๆ โดยอาจเกิดอาการเมื่อออกกำลังกายหรือทำงานหนัก หรือมีอาการในเวลากลางคืน จึงนับว่าเป็นโรคที่มีความทรมานมาก ถ้ามีอาการมากจะมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมากด้วยเช่นกัน

สาเหตุของโรคหอบหืด 1.เกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรม และปัจจัยสิ่งแวดล้อมเกี่ยวข้องกับการเกิดโรค 2.โรคหอบหืดส่วนหนึ่งเกิดจากโรคภูมิแพ้ สารก่อภูมิแพ้ที่สำคัญ ได้แก่ ไรฝุ่นบ้าน ขนแมว ขนสุนัข แมลงสาบ และสปอร์เชื้อรา 3.ตัวไรฝุ่นที่แพร่พันธุ์ได้ดีในสภาพภูมิอากาศที่ร้อนชื้น วงจรชีวิตของมันจะค่อนข้างสั้น คือมีอายุอยู่ได้แค่ 6-7 เดือน แต่อุจจาระของมันสามารถอยู่แพร่เชื้อได้นานถึง 1-2 ปี หากไม่ทำความสะอาดเครื่องนอนจะยิ่งมีอาการแพ้เพิ่มมากขึ้นตามลำดับ อาหารของตัวไรฝุ่นเป็นสะเก็ดผิวหนัง ขี้รังแคของมนุษย์ 3.ขี้แมลงสาบที่แห้งเกรอะกรังตามหลืบตามมุม เป็นสารก่อภูมิแพ้ที่สำคัญ

เช่นเดียวกับขนและรังแคของสัตว์เลี้ยงในบ้าน เช่น แมว สุนัข 4.เชื้อรามีทั้งในห้องที่เปียกชื้น และชั้นบรรยากาศทั่วไป 5.บางคนเกิดอาการเมื่อออกแรงหรือออกกำลังกาย สัมผัสกับอากาศที่เย็นจัด หรือเมื่อเกิดการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจส่วนต้น

นพ.สุพรรณกล่าวอีกว่า ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงของโรคหอบหืด คือ ใช้ยาไม่สม่ำเสมอ อาจเป็นเพราะไม่รู้จักยาที่ใช้ดีพอหรือไม่ทราบว่าควรใช้ยาในสถานการณ์ใด ผู้ป่วยที่มีปัญหาทางจิตเวชร่วมด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคซึมเศร้า โรคหอบหืดที่เกิดจากการแพ้สปอร์ของเชื้อราในกรณีที่ผู้ป่วยหรือญาติไม่ให้ความร่วมมือในการรักษา ทำให้ไม่สามารถวางแผนการรักษาในระยะยาวได้ไม่ทราบว่าอาการหอบเหนื่อยที่เกิดขึ้นมากน้อยขนาดไหน หลอดลมของผู้ป่วยมีความไวต่อตัวกระตุ้นอย่างรุนแรง ซึ่งสามารถทดสอบได้จากการตรวจความไวของหลอดลม รวมทั้งผู้ป่วยที่มีประวัติการจับหืดที่รุนแรงมาก่อน เคยเข้ารับการรักษาฉุกเฉินบ่อยครั้ง ทั้งนี้การที่ผู้ป่วยหรือญาติไม่เข้าใจอาการและความรุนแรงของโรคโดยทั่วไปแล้วโรคหอบหืดเกิดจากอาการแพ้ ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเล เกสรดอกไม้ ไรฝุ่น สปอร์ของเชื้อรา เป็นต้น

“ความรุนแรงแต่ละรายไม่เหมือนกัน บางคนไวต่อสิ่งที่แพ้ก็จะทำให้เกิดอาการหอบหืดมาก ขณะที่บางคนมีอาการหอบหืดน้อย ขึ้นอยู่กับสภาพสิ่งแวดล้อม สำหรับหลักการรักษา มีแนวทาง 3 ประการ คือ 1.หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้เกิดการแพ้เป็นหลักอันสำคัญที่ลงทุนน้อยแต่ได้ผลดี 2.การใช้ยาลดการอักเสบของหลอดลมหรือยาขยายหลอดลม ส่วนมากเป็นยาพ่นทางปาก 3.การฉีดยาเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างความต้านทานต่อสิ่งที่ผู้ป่วยแพ้ ทั้งนี้ผู้ป่วยโรคหอบหืดควรดำรงชีวิตเช่นคนปกติ แต่ควรจัดที่อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อมให้ดี ด้วยการกำจัดหรือหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ให้มีอยู่ในบ้านหรือสถานที่ทำงานให้น้อยที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยแพ้สิ่งนั้นๆ” นพ.สุพรรณ กล่าว

 

‘หุ่นสายช่อชะคราม’@ร.ร.วัดเขายี่สาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/236399

วัดเขายี่สาร, หุ่น, สาย, ช่อ, คราม, วัด, เขา, ยี่, สาร, หุ่นสายช่อชะคราม

การศึกษา-สาธารณสุข >บทความ  : 3 ส.ค. 2559

‘หุ่นสายช่อชะคราม’@ร.ร.วัดเขายี่สาร

‘หุ่นสายช่อชะคราม’@ร.ร.วัดเขายี่สาร : ทีมข่าวประชาสัมพันธ์สป.ศธ. เรื่อง/ภาพ

                “หนูเรียนดีได้โดยไม่จำเป็นต้องเรียนพิเศษ”

“เรียนพิเศษ คือหนูไม่ได้เรียนมาตั้งแต่ ป.1 แล้ว หนูสามารถแบ่งเวลาได้เอาเวลาที่ว่างไปทำอย่างอื่น โดยที่ไม่ต้องเอาเวลาไปเรียนพิเศษเหมือนเพื่อนๆ คนอื่นๆ เขา หนูก็สามารถเรียนตามเพื่อนๆ ทันได้ โดยเอาเวลาว่างไปทำอย่างอื่น” นี่คือคำพูดของน้องแอนฟิลด์ ด.ญ.นันท์นภัส แสงนาค นักเรียนชั้น ป.6 หนึ่งในคณะ “หุ่นสายช่อชะคราม” ของโรงเรียนวัดเขายี่สาร (ประมุขเวชกิจ)

โรงเรียนวัดเขายี่สาร (ประมุขเวชกิจ) ตั้งอยู่หมู่ 1 ต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม เป็นโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสงคราม ก่อตั้งมาแล้วกว่า 93 ปี ปัจจุบันมีนักเรียนทั้งสิ้น 96 คน ข้าราชการครู 5 คน ครูจ้างสอน 3 คน เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

ไม่น่าเชื่อว่า โรงเรียนขนาดเล็กในชนบท ของลุ่มน้ำแม่กลอง จะมีการปลูกฝังให้เด็กมีทัศนคติที่ดี และเสริมสร้างทักษะชีวิตโดยการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นการเรียนในห้องเรียนเสมอไป แต่สามารถทำให้เด็กหาเวลาว่างได้เรียนรู้เรื่องอื่นๆ นอกจากการเรียนได้ อย่างเช่น การเชิดหุ่น ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สามารถตอบโจทย์ต่อทฤษฎี พหุปัญญา โดยใช้หลักการจัดกิจกรรมแบบมีส่วนร่วม กิจกรรมตามความสนใจของผู้เรียน ผสมผสานกับความสอดคล้องกับการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน

ไม่เพียงเท่านั้น ยังสามารถตอบสนองพัฒนาการเรียนรู้ 4Hs ได้แก่ 1.Head สร้างเสริมสมรรถนะและการเรียนรู้ 2.Heart สร้างเสริมคุณลักษณะและค่านิยม 3.Hand สร้างเสริมทักษะการทำงาน การดำรงชีพ 4.Health สร้างเสริมทักษะชีวิต ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ได้เป็นอย่างดี

คณะ “หุ่นสายช่อชะคราม” เริ่มก่อตั้งเมื่อ 9 ตุลาคม 2550 โดยคุณครูปาริชาติ นวลิมป์ ครูชำนาญการพิเศษ ผู้ฝึกสอน เล่าว่า ได้มีโอกาสเข้าร่วมรับการอบรมโครงการส่งเสริมและพัฒนาการจัดการรณรงค์งดเหล้า ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และได้รับทุนสนับสนุน จำนวนเงิน 12,000 บาท เพื่อนำมาสานต่อให้แก่นักเรียน นี่คือจุดเริ่มต้นของคณะหุ่นสายคณะนี้

คุณครูปาริชาติ เล่าอีกว่า ได้คัดเลือกนักเรียนที่มีใจรักและสมัครใจในการฝึกซ้อมและเล่นหุ่นสาย เรื่องแรกใช้ชื่อตอนว่า “สายเกินไป” ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับโทษและพิษภัยของสุราและยาเสพติด โดยแสดงให้นักเรียนและผู้ปกครองได้รับชม

เรื่องต่อมา เป็นเรื่อง “กลัวเกินเหตุ” มีเนื้อหาเกี่ยวกับการรณรงค์เรื่องไข้หวัดนก จากนั้นก็แต่งเรื่องตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งปัจจุบันได้แต่งเรื่องไว้มากกว่า 30 เรื่อง

คุณครูปาริชาติ ยังเล่าต่อไปด้วยสีหน้าและน้ำเสียงภาคภูมิใจว่า “ครั้งหนึ่งดิฉันและเด็กนักเรียนเคยได้มีโอกาสได้ไปแสดงละครหุ่นสายยี่สารเฉพาะพระพักตร์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่มูลนิธิชัยพัฒนา อีกทั้งได้แสดงตามงานประเพณีต่างๆ รวมถึงได้รับเกียรติให้ไปแสดงในเทศกาลหุ่นสายอาเซียนเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรม ตลอดจนได้รับรางวัลจากงานมหกรรมกีฬาและนันทนาการ จากกรมพลศึกษา ปี 2554”

ตัวละครหุ่นสายเป็นหุ่นที่ให้เด็กๆ ร่วมกันออกแบบและตกแต่งตัวละคร โดยให้เขาได้คิดและออกแบบกันเอง ซึ่งทำให้พวกเขาได้ฝึกใช้ความคิดสร้างสรรค์ โดยวัสดุที่นำมาใช้เป็นวัสดุที่ทำมาจาก ไม้แคป่า เรซิ่น เปเปอร์มาเช่ หรือวัสดุเหลือใช้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วสามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่น

“หากมีเวลาว่าง ดิฉันและเด็กๆ ก็จะมานั่งออกแบบ ตกแต่งเสื้อผ้าหน้าตาของหุ่นด้วยตนเอง โดยเน้นสีสันสดใส ฉูดฉาด เพื่อดึงดูดสายตาและความสนใจจากผู้ชม” คุณครูปาริชาติพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มด้วยความภูมิใจในตัวลูกศิษย์ เรื่องการฝึกสอนนั้นอาศัยความสมัครใจของเด็กนักเรียน ใช้เวลาว่างช่วงพักเที่ยง หลังเลิกเรียน และวันหยุดในการฝึกซ้อม ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อการเรียนของเด็กอย่างแน่นอน อีกทั้งการแสดงหุ่นสายยี่สาร ยังทำให้เด็กๆ มีความกล้าแสดงออกและรู้จักการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้มากขึ้น

นับเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจอย่างยิ่ง ที่โรงเรียนวัดเขายี่สาร (ประมุขเวชกิจ) เล็งเห็นถึงความสำคัญนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” โดยเมื่อเร็วๆ นี้้ นายกฤตชัย อรุณรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ลงพื้นที่ตรวจราชการ ติดตามนโยบาย

“ผมได้ลงพื้นที่โรงเรียนวัดเขายี่สาร ผมมีความภาคภูมิในตัวผู้บริหาร ครู และนักเรียน ที่ได้นำนโยบายมาปฏิบัติให้เกิดขึ้นจริง เห็นได้ชัดเจนเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง ส่งผลให้เกิดกิจกรรมที่ดี ทำให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องอื่นๆ ที่นอกเหนือจากการเรียนการสอนในห้องเรียนเพิ่มขึ้นไป เหมาะสำหรับเป็นโรงเรียนนำร่องที่จะให้โรงเรียนอื่นๆ นำไปเป็นต้นแบบ เพื่อการศึกษาไทยจะได้รับการพัฒนาอย่างยั่งยืน”

“การลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ไม่เพียงแค่เป็นโครงการที่จัดตั้งเพื่อสนองนโยบาย แต่เป็นการประกันโอกาสให้โรงเรียนใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาผู้เรียนให้สามารถพัฒนาตนเองไปสู่การเป็น “คนดี คนเก่ง และสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข”

 

ประเมินคงวิทยฐานะดูคุณธรรมเป็นอันดับแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/236318

เกณฑ์พีเอ, ประเมินคงวิทยฐานะ, ประเมินคุณธรรม, ประเมิน, วิทยฐานะ, คุณธรรม, เป็น, อันดับ, แรก, ดาว์พงษ์

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 2 ส.ค. 2559

ประเมินคงวิทยฐานะดูคุณธรรมเป็นอันดับแรก

“ดาว์พงษ์” มอบโจทย์ก.ค.ศ.ปรับแก้เกณฑ์คงวิทยฐานะ ชี้ดูคุณธรรม จริยธรรมเป็นเรื่องแรก ปลัด ศธ.ระบุเบื้องต้นส่อผิดอาจให้ระงับจ่ายเงินวิทยฐานะ ถ้าผิดชัดลดวิทยฐานะ

เมื่อวันที่ 2 ส.ค. พล.อ.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตามที่ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ไปปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งวิทยฐานะ และไปคิดหลักเกณฑ์การประเมินเพื่อคงไว้ซึ่งวิทยฐานะ ตามพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 มาตรา 55 ที่กำหนดให้มีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะสำหรับตำแหน่งที่มีใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพเป็นระยะ ๆ  เมื่อเร็ว ๆ นี้ ก.ค.ศ. ได้นำเสนอร่างดังกล่าวให้ตนพิจารณา แต่ได้ขอให้กลับไปจัดทำรายละเอียดใหม่อีกครั้ง  โดยให้หลักการไปว่าการประเมินคงวิทยฐานะจะต้องสอดคล้องกับหลักเกณฑ์การเข้าสู่ตำแหน่งวิทยฐานะด้วย

ทั้งนี้ แนวทางการพิจารณาจะดูเรื่องคุณธรรมจริยธรรม ของผู้ที่ดำรงตำแหน่งวิทยฐานะเป็นอันดับแรก จากนั้นจะพิจารณาจากผลงาน  ซึ่งก.ค.ศ.ต้องไปดูรายละเอียดว่าผลงานอะไร ที่สะท้อนถึงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างแท้จริง ทั้งนี้ จะต้องนำ หลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและเชี่ยวชาญ ตามข้อตกลงในการพัฒนางาน หรือ พีเอ (Performance Agreement : PA) ที่ต่อไปครูทุกคนจะต้องจัดทำข้อตกลง ในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเป็นรายปีมาพิจารณาประกอบด้วย

ด้าน รศ.นพ.กำจร  ตติยกวี ปลัด ศธ. กล่าวว่า การประเมินการคงสภาพวิทยฐานะ จะไม่ใช่การสอบประเมิน แต่จะประเมินจาก คุณธรรมจริยธรรมของผู้มีวิทยฐานะในแต่ละระดับเป็นสำคัญ  ซึ่งที่ประชุมได้ขอ ให้ก.ค.ศ. ไปคิดกำหนดกติกามาให้ชัดเจน และต้องเป็นกติกาที่บุคคลภายนอกรับได้  เพื่อให้การเข้าสู่วิทยฐานะและการคงวิทยฐานะ ของครูและบุคลากรทางการศึกษาในอนาคตสะท้อนคุณภาพการศึกษาที่แท้จริง เบื้องต้น การประเมินคุณธรรม จริยธรรม อาจจะพิจารณาจากพฤติกรรมของครูและบุคลากรทางการศึกษา อาทิ ถ้าพบว่า ครูหรือผู้อำนวยการ มีพฤติกรรมที่ส่อไปในทางผิดคุณธรรม จริยธรรม อันดับแรก ก็อาจจะงดจ่ายเงินวิทยฐานะ หากสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่ามีมูล ก็ให้ลดวิทยฐานะลง   เป็นต้น

ขณะที่ นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการ ก.ค.ศ.กล่าวว่า ที่ประชุมได้ให้หลักการว่าการประเมินคงสภาพนั้น ให้รวมเกณฑ์พีเอซึ่งจะสามารถพิจารณาผลการปฏิบัติงานได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องตั้งกรรมการลงไปประเมินใหม่ร่วมด้วย และต้องประเมินเรื่องของคุณธรรม จริยธรรมซึ่งพล.อ.ดาว์พงษ์  ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก  จากนี้ สำนักงาน ก.ค.ศ.จะเร่งดำเนินการจัดทำรายละเอียดต่าง ๆ ให้เสร็จโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม เมื่อหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะฯ มีประกาศใช้ก็ผู้มีวิทยฐานะทุกคนก็ต้องเข้าสู่กระบวนการดังกล่าวโดยไม่มีข้อยกเว้น

 

เตรียมถกแก้ปัญหารับตรงอุดมศึกษา 11 ส.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/236325


รับตรง, ทปอ., การคัดเลือกเด็ก, ผ่านระบบรับตรง, มหาวิทยาลัย, เตรียม, แก้ปัญหา, รับ, ตรง, อุดมศึกษา, นี้, สคนี้, ดาว์พงษ์


รับตรง, ทปอ., การคัดเลือกเด็ก, ผ่านระบบรับตรง, มหาวิทยาลัย, เตรียม, แก้ปัญหา, รับ, ตรง, อุดมศึกษา, นี้, สคนี้, ดาว์พงษ์

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 2 ส.ค. 2559

เตรียมถกแก้ปัญหารับตรงอุดมศึกษา 11 ส.ค.นี้

“ดาว์พงษ์” นัดอุดมศึกษาทำความเข้าใจใช้ม. 44 พร้อมถกแก้ปัญหารับตรง 11 ส.ค.นี้ ขณะที่ ทปอ.ชี้เป็นสิทธิแต่ละมหาวิทยาลัย แจงไม่อยากให้ทปอ.ต้องไปกำหนดกณฑ์

พล.อ.ดาว์พงษ์   รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เรื่องการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา  ในวันที่ 11 ส.ค. นี้ ตนได้นัดประชุมร่วมกับกลุ่มที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) กลุ่มที่ประชุมประธานมหาวิทยาลัยราชภัฎทั่วประเทศ (ทปอ.มรภ.) และกลุ่มมหาวิทยาลัยเอกชน เพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจเรื่องดังกล่าว รวมถึงจะหารือเกี่ยวกับการรับตรงของมหาวิทยาลัยต่างๆ ว่าเป็นความต้องการจริงๆ ของมหาวิทยาลัยหรือไม่  เพราะเท่าที่ทราบมหาวิทยาลัยต้องการได้เด็กที่ตรงกับคณะที่จะเข้าเรียน เพื่อจะได้ไม่เป็นปัญหาภายหลัง ขณะที่ระบบการคัดเลือกเดิม คือ ระบบเอ็นทรานซ์ ก็ไม่ได้เด็กตรงตามที่คณะต้องการ มีการย้ายคณะกันอุตลุด มหาวิทยาลัยพยายามปรับแก้ระบบการคัดเลือกเด็กมาเป็นวิธีที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ แต่ก็ยังรู้สึกว่ามันจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดหรือยัง ซึ่งยังตอบไม่ได้ จึงต้องหารือกับผู้ปฏิบัติ

ด้าน ศ.นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) ในฐานะประธาน ทปอ. กล่าวว่า  การรับตรงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาในภาพรวมใหญ่  แต่ตนเห็นว่ามหาวิทยาลัยควรที่จะมีแนวทางและทิศทางในการทำงานในระบบเดียวกันพอสมควร  ไม่ใช่ประเทศหนึ่งมีกระบวนการคัดเลือกเด็กเข้ามหาวิทยาลัยที่หลากหลายมาก แต่เนื่องจากนโยบายประเทศยังไม่มีความมั่นคง  ใครคิดได้ก็จะออกตัวไปก่อน แต่ก็ได้พยายามกระตุกเกี่ยวกับการรับตรงโดยขอให้มองภาพรวมเป็นหลัก  ดังนั้น วันที่ 11 ส.ค.นี้ ทปอ.จะเข้าพบรมว.ศึกษาธิการ คงคุยเรื่องรับตรงด้วย อย่างไรก็ตาม การคัดเลือกเด็กเข้าเรียนเป็นสิทธิของแต่ละมหาวิทยาลัย ไม่อยากให้ ทปอ.ต้องไปกำหนดกฎเกณฑ์ แต่มหาวิทยาลัยจะต้องดูความพร้อมและสามารถคิดวิธีการคัดเลือกของตนเอง แต่ ขอในมองภาพใหญ่ที่ด้วยกันด้วย

 

สร้างความเข้าใจโค้งสุดท้ายก่อนลงประชามติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/236309

ร่างรัฐธรรมนูญ, 7 สิงหา, สร้าง, ความเข้าใจ, โค้งสุดท้าย, ก่อน, ประชามติ

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 2 ส.ค. 2559

สร้างความเข้าใจโค้งสุดท้ายก่อนลงประชามติ

ศธ.ชี้แจงออกเสียงประชามติให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนออกเสียงประชามติ 7 ส.ค.ย้ำทุกคนออกไปใช้สิทธิและเป็นแบบอย่างให้ประชาชนในฐานะข้าราชการ

เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่หอประชุมคุรุสภา รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดโครงการประชุมชี้แจงการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของ ศธ.เข้าร่วม ว่า  ศธ.ได้รับภารกิจในการเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียง เพื่อเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจและรัฐธรรมนูญ และร่วมออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 7 ส.ค.นี้ ดังนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่บุคลากรของ ศธ.ทุกจะต้องมี ความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องการออกเสียงประชามติ จึงได้การจัดโครงการดังกล่าวขึ้น สร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญที่หลายคนอาจ ยังไม่เข้าใจ หรือ เข้าใจไม่ถูกต้องให้มีความเข้าใจที่ตรงกัน เพื่อไปเผยแพร่ต่อกับสถานศึกษา บุคคลใกล้ชิด ครอบครัวและชุมชน

“ขณะนี้ถือเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการออกเสียงประชามติ จึงได้ชี้จัดประชุมชี้แจงกับข้าราชการ และเจ้าหน้าที่อีกครั้ง เพื่อเน้นย้ำให้ทุกคนเข้าใจและออกไปใช้สิทธิในการออกเสียงประชามติ เพราะเป็นการแสดงออกถึงการใช้อำนาจอธิปไตยของประชาชนคนไทยทุกคน และในฐานะที่เป็นข้าราชการก็ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ประชาชนด้วย ส่วนการจะรับหรือไม่รับถือเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่จะตัดสินใจ”ปลัด ศธ.กล่าว

 

 

ประเมินคงวิทยฐานะดูคุณธรรมเป็นอันดับแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/236318

เกณฑ์พีเอ, ประเมินคงวิทยฐานะ, ประเมินคุณธรรม, ประเมิน, วิทยฐานะ, คุณธรรม, เป็น, อันดับ, แรก, ดาว์พงษ์

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 2 ส.ค. 2559

ประเมินคงวิทยฐานะดูคุณธรรมเป็นอันดับแรก

“ดาว์พงษ์” มอบโจทย์ก.ค.ศ.ปรับแก้เกณฑ์คงวิทยฐานะ ชี้ดูคุณธรรม จริยธรรมเป็นเรื่องแรก ปลัด ศธ.ระบุเบื้องต้นส่อผิดอาจให้ระงับจ่ายเงินวิทยฐานะ ถ้าผิดชัดลดวิทยฐานะ

เมื่อวันที่ 2 ส.ค. พล.อ.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตามที่ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ไปปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งวิทยฐานะ และไปคิดหลักเกณฑ์การประเมินเพื่อคงไว้ซึ่งวิทยฐานะ ตามพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 มาตรา 55 ที่กำหนดให้มีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะสำหรับตำแหน่งที่มีใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพเป็นระยะ ๆ  เมื่อเร็ว ๆ นี้ ก.ค.ศ. ได้นำเสนอร่างดังกล่าวให้ตนพิจารณา แต่ได้ขอให้กลับไปจัดทำรายละเอียดใหม่อีกครั้ง  โดยให้หลักการไปว่าการประเมินคงวิทยฐานะจะต้องสอดคล้องกับหลักเกณฑ์การเข้าสู่ตำแหน่งวิทยฐานะด้วย

ทั้งนี้ แนวทางการพิจารณาจะดูเรื่องคุณธรรมจริยธรรม ของผู้ที่ดำรงตำแหน่งวิทยฐานะเป็นอันดับแรก จากนั้นจะพิจารณาจากผลงาน  ซึ่งก.ค.ศ.ต้องไปดูรายละเอียดว่าผลงานอะไร ที่สะท้อนถึงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างแท้จริง ทั้งนี้ จะต้องนำ หลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและเชี่ยวชาญ ตามข้อตกลงในการพัฒนางาน หรือ พีเอ (Performance Agreement : PA) ที่ต่อไปครูทุกคนจะต้องจัดทำข้อตกลง ในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเป็นรายปีมาพิจารณาประกอบด้วย

ด้าน รศ.นพ.กำจร  ตติยกวี ปลัด ศธ. กล่าวว่า การประเมินการคงสภาพวิทยฐานะ จะไม่ใช่การสอบประเมิน แต่จะประเมินจาก คุณธรรมจริยธรรมของผู้มีวิทยฐานะในแต่ละระดับเป็นสำคัญ  ซึ่งที่ประชุมได้ขอ ให้ก.ค.ศ. ไปคิดกำหนดกติกามาให้ชัดเจน และต้องเป็นกติกาที่บุคคลภายนอกรับได้  เพื่อให้การเข้าสู่วิทยฐานะและการคงวิทยฐานะ ของครูและบุคลากรทางการศึกษาในอนาคตสะท้อนคุณภาพการศึกษาที่แท้จริง เบื้องต้น การประเมินคุณธรรม จริยธรรม อาจจะพิจารณาจากพฤติกรรมของครูและบุคลากรทางการศึกษา อาทิ ถ้าพบว่า ครูหรือผู้อำนวยการ มีพฤติกรรมที่ส่อไปในทางผิดคุณธรรม จริยธรรม อันดับแรก ก็อาจจะงดจ่ายเงินวิทยฐานะ หากสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่ามีมูล ก็ให้ลดวิทยฐานะลง   เป็นต้น

ขณะที่ นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการ ก.ค.ศ.กล่าวว่า ที่ประชุมได้ให้หลักการว่าการประเมินคงสภาพนั้น ให้รวมเกณฑ์พีเอซึ่งจะสามารถพิจารณาผลการปฏิบัติงานได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องตั้งกรรมการลงไปประเมินใหม่ร่วมด้วย และต้องประเมินเรื่องของคุณธรรม จริยธรรมซึ่งพล.อ.ดาว์พงษ์  ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก  จากนี้ สำนักงาน ก.ค.ศ.จะเร่งดำเนินการจัดทำรายละเอียดต่าง ๆ ให้เสร็จโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม เมื่อหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะฯ มีประกาศใช้ก็ผู้มีวิทยฐานะทุกคนก็ต้องเข้าสู่กระบวนการดังกล่าวโดยไม่มีข้อยกเว้น

 

เตรียมถกแก้ปัญหารับตรงอุดมศึกษา 11 ส.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/236325


รับตรง, ทปอ., การคัดเลือกเด็ก, ผ่านระบบรับตรง, มหาวิทยาลัย, เตรียม, แก้ปัญหา, รับ, ตรง, อุดมศึกษา, นี้, สคนี้, ดาว์พงษ์


รับตรง, ทปอ., การคัดเลือกเด็ก, ผ่านระบบรับตรง, มหาวิทยาลัย, เตรียม, แก้ปัญหา, รับ, ตรง, อุดมศึกษา, นี้, สคนี้, ดาว์พงษ์

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 2 ส.ค. 2559

เตรียมถกแก้ปัญหารับตรงอุดมศึกษา 11 ส.ค.นี้

“ดาว์พงษ์” นัดอุดมศึกษาทำความเข้าใจใช้ม. 44 พร้อมถกแก้ปัญหารับตรง 11 ส.ค.นี้ ขณะที่ ทปอ.ชี้เป็นสิทธิแต่ละมหาวิทยาลัย แจงไม่อยากให้ทปอ.ต้องไปกำหนดกณฑ์

พล.อ.ดาว์พงษ์   รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เรื่องการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา  ในวันที่ 11 ส.ค. นี้ ตนได้นัดประชุมร่วมกับกลุ่มที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) กลุ่มที่ประชุมประธานมหาวิทยาลัยราชภัฎทั่วประเทศ (ทปอ.มรภ.) และกลุ่มมหาวิทยาลัยเอกชน เพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจเรื่องดังกล่าว รวมถึงจะหารือเกี่ยวกับการรับตรงของมหาวิทยาลัยต่างๆ ว่าเป็นความต้องการจริงๆ ของมหาวิทยาลัยหรือไม่  เพราะเท่าที่ทราบมหาวิทยาลัยต้องการได้เด็กที่ตรงกับคณะที่จะเข้าเรียน เพื่อจะได้ไม่เป็นปัญหาภายหลัง ขณะที่ระบบการคัดเลือกเดิม คือ ระบบเอ็นทรานซ์ ก็ไม่ได้เด็กตรงตามที่คณะต้องการ มีการย้ายคณะกันอุตลุด มหาวิทยาลัยพยายามปรับแก้ระบบการคัดเลือกเด็กมาเป็นวิธีที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ แต่ก็ยังรู้สึกว่ามันจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดหรือยัง ซึ่งยังตอบไม่ได้ จึงต้องหารือกับผู้ปฏิบัติ

ด้าน ศ.นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) ในฐานะประธาน ทปอ. กล่าวว่า  การรับตรงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาในภาพรวมใหญ่  แต่ตนเห็นว่ามหาวิทยาลัยควรที่จะมีแนวทางและทิศทางในการทำงานในระบบเดียวกันพอสมควร  ไม่ใช่ประเทศหนึ่งมีกระบวนการคัดเลือกเด็กเข้ามหาวิทยาลัยที่หลากหลายมาก แต่เนื่องจากนโยบายประเทศยังไม่มีความมั่นคง  ใครคิดได้ก็จะออกตัวไปก่อน แต่ก็ได้พยายามกระตุกเกี่ยวกับการรับตรงโดยขอให้มองภาพรวมเป็นหลัก  ดังนั้น วันที่ 11 ส.ค.นี้ ทปอ.จะเข้าพบรมว.ศึกษาธิการ คงคุยเรื่องรับตรงด้วย อย่างไรก็ตาม การคัดเลือกเด็กเข้าเรียนเป็นสิทธิของแต่ละมหาวิทยาลัย ไม่อยากให้ ทปอ.ต้องไปกำหนดกฎเกณฑ์ แต่มหาวิทยาลัยจะต้องดูความพร้อมและสามารถคิดวิธีการคัดเลือกของตนเอง แต่ ขอในมองภาพใหญ่ที่ด้วยกันด้วย

 

สร้างความเข้าใจโค้งสุดท้ายก่อนลงประชามติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/236309

ร่างรัฐธรรมนูญ, 7 สิงหา, สร้าง, ความเข้าใจ, โค้งสุดท้าย, ก่อน, ประชามติ

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 2 ส.ค. 2559

สร้างความเข้าใจโค้งสุดท้ายก่อนลงประชามติ

ศธ.ชี้แจงออกเสียงประชามติให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนออกเสียงประชามติ 7 ส.ค.ย้ำทุกคนออกไปใช้สิทธิและเป็นแบบอย่างให้ประชาชนในฐานะข้าราชการ

เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่หอประชุมคุรุสภา รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดโครงการประชุมชี้แจงการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของ ศธ.เข้าร่วม ว่า  ศธ.ได้รับภารกิจในการเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียง เพื่อเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจและรัฐธรรมนูญ และร่วมออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 7 ส.ค.นี้ ดังนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่บุคลากรของ ศธ.ทุกจะต้องมี ความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องการออกเสียงประชามติ จึงได้การจัดโครงการดังกล่าวขึ้น สร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญที่หลายคนอาจ ยังไม่เข้าใจ หรือ เข้าใจไม่ถูกต้องให้มีความเข้าใจที่ตรงกัน เพื่อไปเผยแพร่ต่อกับสถานศึกษา บุคคลใกล้ชิด ครอบครัวและชุมชน

“ขณะนี้ถือเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการออกเสียงประชามติ จึงได้ชี้จัดประชุมชี้แจงกับข้าราชการ และเจ้าหน้าที่อีกครั้ง เพื่อเน้นย้ำให้ทุกคนเข้าใจและออกไปใช้สิทธิในการออกเสียงประชามติ เพราะเป็นการแสดงออกถึงการใช้อำนาจอธิปไตยของประชาชนคนไทยทุกคน และในฐานะที่เป็นข้าราชการก็ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ประชาชนด้วย ส่วนการจะรับหรือไม่รับถือเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่จะตัดสินใจ”ปลัด ศธ.กล่าว

 

เงินบริจาคช่วย”นพ.สุชิน”เบื้องต้น 4 ล้านบาท สธ.ส่งมอบพ่อแม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/236284

นพ.สุชิน จิตระวัง, โรคภูมิต้านทานตนเอง, เงินบริจาค, ช่วย, สุชิน, เบื้องต้น, ล้าน, บาท, ส่งมอบ, พ่อแม่, ล้านบาท, สธส่งมอบพ่อแม่, นพสุชิน

การศึกษา-สาธารณสุข  : 2 ส.ค. 2559

เงินบริจาคช่วย”นพ.สุชิน”เบื้องต้น 4 ล้านบาท สธ.ส่งมอบพ่อแม่

สธ.มอบเงินจากรับบริจาคช่วย”หมอสุชิน” 4 ล้านบาท หลังป่วยโรคภูมิต้านทานตนเอง เกิดการอุดตันหลอดเลือดสมอง ส่งผลขยับร่างกายคอลงไปไม่ได้ แต่รู้สึกนึกคิดเช่นคนทั่วไป

          เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ที่โรงแรมพูลแมน จ.ขอนแก่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุมผู้บริหารสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขสัญจร ซึ่งมีผู้ตรวจราชการสธ. นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด(นพ.สสจ.) และผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์(รพศ.)/โรงพยาบาลทั่วไป(รพท.)ทั่วประเทศเข้าร่วม นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดสธ.เป็นประธานมอบเงินเข้ากองทุนสมทบช่วยเหลือนายแพทย์สุชิน จิตระวัง ให้กับบิดามารดานพ.สุชิน จำนวน 4 ล้านบาทเพื่อเป็นเงินเข้ากองทุนก้อนแรกสำหรับใช้ในการช่วยเหลือดูแลรักษานพ.สุชิน

นพ.มรุต   จิรเศรษฐสิริ ผู้ตรวจราชการสธ.  เขตที่ 10   กล่าวว่า นพ.สุชิน จิตระวัง ปฏิบัติราชการที่รพ.คำชะอี อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร ได้ป่วยด้วยโรคภูมิต้านทานตนเอง(Anti-Phospholipid) กระตุ้นให้เกิดการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ เกิดการอุดตันของหลอดเลือดสมอง ตรงก้านสมองบริเวณปลาย ทำให้มีการขยับร่างกายตั้งแต่คอลงไปไม่ได้ ทำได้เพียงมองตาเพื่อสื่อความรู้สึก แต่ยังมีความรู้สึกนึกคิดได้เหมือนคนทั่วไป ซึ่งตนได้ไปเยี่ยมบ้านนพ.สุชิน จึงได้จัตั้งกองทุนสมทบช่วยเหลือนพ.สุชิน จิตระวัง ขึ้นและได้เชิญชวนรพ.ในเขตตรวจราชการที่ 10 ให้ร่วมกันบริจาคสมทบทุน  แต่มีการเผยแพร่เรื่องราวออกไปในวงกว้างผ่านโซเชียลมีเดีย โดยเพื่อนๆของคุณหมอและคนที่รักของคุณหมอ มีการบริจาคเงินช่วยเหลือเข้ามาจำนวนถึง 4 ล้านบาท และได้มอบให้บิดามารดานพ.สุชินแล้ว

ทีมนร.ไทยซิว 9 รางวัลแข่งขันหุ่นยนต์นานาชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/236301

การแข่งขันหุ่นยนต์ศิลปหัตถกรรมระดับชาติ, สพฐ., หุ่นยนต์นานาชาติ, ทีม, ไทย, ซิว, รางวัล, แข่งขัน, หุ่นยนต์, นานาชาติ, ทีมนรไทยซิว
การแข่งขันหุ่นยนต์ศิลปหัตถกรรมระดับชาติ, สพฐ., หุ่นยนต์นานาชาติ, ทีม, ไทย, ซิว, รางวัล, แข่งขัน, หุ่นยนต์, นานาชาติ, ทีมนรไทยซิว
การแข่งขันหุ่นยนต์ศิลปหัตถกรรมระดับชาติ, สพฐ., หุ่นยนต์นานาชาติ, ทีม, ไทย, ซิว, รางวัล, แข่งขัน, หุ่นยนต์, นานาชาติ, ทีมนรไทยซิว
การแข่งขันหุ่นยนต์ศิลปหัตถกรรมระดับชาติ, สพฐ., หุ่นยนต์นานาชาติ, ทีม, ไทย, ซิว, รางวัล, แข่งขัน, หุ่นยนต์, นานาชาติ, ทีมนรไทยซิว

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 2 ส.ค. 2559

ทีมนร.ไทยซิว 9 รางวัลแข่งขันหุ่นยนต์นานาชาติ

นร.ไทยซิว 9 รางวัลแข่งขันหุ่นยนต์นานาชาติที่ฮ่องกง ชนะเลิศ 4 รางวัล อีก 5 รางวัล ได้แก่ รองชนะเลิศอันดับ 1 และรองชนะเลิศอันดับ 3 ชี้เป็นเวทีบ่มเพาะนักสร้างสรรค์

นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้คัดเลือกตัวแทนนักเรียนที่ชนะในการแข่งขันหุ่นยนต์ในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับชาติ จำนวน 4 ทีม ๆ ละ 3 คน เป็นตัวแทนเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันหุ่นยนต์นานาชาติ ในงาน International Robotic Olympiad 2016  ณ มหาวิทยาลัยฮ่องกง เขตบริหารพิเศษฮ่องกง ระหว่างวันที่ 29 ก.ค.- 1 ส.ค. 2559  ซึ่งมีนักเรียนจากมาเลเซีย มาเก๊า เซี่ยงไฮ้ เหลียวหนิง ฮ่องกง และไทย  จำนวนกว่า 600 คนเดินทางมาร่วมทำการแข่งขัน รวมทั้งสิ้น 73 รายการแข่งขัน สำหรับประเทศไทยส่งทีมเข้าร่วมแข่งขัน ใน 11 รายการ

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผลการแข่งขันปรากฎว่า นักเรียนไทยได้รับรางวัล 9 รางวัล  ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศ 4  รางวัล,รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 3 รางวัล และ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 จำนวน 2 รางวัล รายละเอียดดังนี้ รางวัลชนะเลิศ  4  รางวัล ได้แก่ 1.หุ่นยนต์เลี้ยงแกะ (Robot Sheepdog Competition)  โดยด.ช.อาทิตย์  ช่วยมิตร ด.ช.กฤษฎา  บุญพอ นักเรียนชั้นประถมศึกษา (ป.) ปีที่ 6 โรงเรียนบ้านโคกเจริญ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ศรีสะเกษ เขต 4  มี นายสมจิต ชาภักดี เป็นครูที่ปรึกษา 2.หุ่นยนต์มดหลบหลีกสิ่งกีดขวาง (Robot Ant  Obstacle Avoidance Competition)  โดยด.ช.อาทิตย์  ช่วยมิตร และด.ช.กฤษฎา  บุญพอ นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนบ้านโคกเจริญ สพป.ศรีสะเกษ เขต 4

3.หุ่นยนต์วิ่งเร็ว 2 ขา ปั่นพลังงานด้วยมือ (Hand Generator 2 Legs Robot Short Distance Run) โดยนายเรืองศักดิ์ นวลงาม ด.ช.นัทธพงศ์ ชีวะ และนายอนุภัทร ศรีกาญจน์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา (ม.) ปีที่ 3  โรงเรียนวัดวังรีบุญเลิศ สพป.นครศรีธรรมราช เขต 2 มี นายวิรัตน์  ปุ๋ยกระโทก เป็นครูที่ปรึกษา และ4.หุ่นยนต์หนอนวิ่งเร็วปั่นพลังงานด้วยมือ (Hand Generator Worm Robot Short Distance Run) โดย นายพีรพัฒน์  ปัญญา  นายณชพล  โพธิแทน ชั้นม.4 นายไตรรัตน์  ผดุงไสย์ ชั้นม.6 โรงเรียนร่องคำ สพม. เขต 24 จังหวัดกาฬสินธุ์ มี น.ส.ยุพดี  ปรีดี เป็นครูที่ปรึกษา

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1  จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ 1.หุ่นยนต์เตะลูกโทษ  (Robot penalty shoot-out Compettition) โดยด.ช.อาทิตย์  ช่วยมิตร ด.ช.กฤษฎา  บุญพอ ชั้นป.6 โรงเรียนบ้านโคกเจริญ สพป.ศรีสะเกษ เขต 4 มี นายสมจิต  ชาภักดี เป็นครูที่ปรึกษา 2.หุ่นยนต์ชกมวย (Robot Boxing Competition) โดยนายศักดิ์สิทธิ์  อินทนน นายสุวรรณ  คลายโศก นายศตวรรษ  เชิดดอก ชั้นม.3 โรงเรียนโคกยางวิทยา สพม. เขต 33 จ.สุรินทร์ มีนายนิรุช  เสาประโคน เป็นครูที่ปรึกษา และ3.หุ่นยนต์เล่นบาสเกตบอล (Robot Basketball Compettition) โดยนายพีรพัฒน์  ปัญญา  นายณชพล  โพธิแทน  ชั้นม.4 นายไตรรัตน์  ผดุงไสย์ ชั้นม.6 โรงเรียนร่องคำ สพม. เขต 24 จ.กาฬสินธุ์ มี น.ส.ยุพดี  ปรีดี เป็นครูที่ปรึกษา

นายการุณ กล่าวต่อว่า รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ 1.หุ่นยนต์สำรวจดาวนพเคราะห์ (Planet  Exploration Competition) โดยนายศักดิ์สิทธิ์  อินทนน นายสุวรรณ  คลายโศก นายศตวรรษ  เชิดดอก  ชั้นม.3 โรงเรียนโคกยางวิทยา สพม.เขต 33 จ.สุรินทร์ และ2.หุ่นยนต์เตะลูกโทษ (Robot Penalty Shoot-Out  Competition) โดยนายพีรพัฒน์  ปัญญา  นายณชพล  โพธิแทน  ชั้นม.4 นายไตรรัตน์  ผดุงไสย์ ชั้นม.6 โรงเรียนร่องคำ สพม. เขต 24 จ.กาฬสินธุ์

ด้าน นาง พนิดา  วิชัยดิษฐ ผู้เชี่ยวชาญสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า รู้สึกยินดีและชื่นชม เป็นอย่างยิ่งที่เด็กไทยทุกคนมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ ฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคได้ ซึ่งความสำเร็จของนักเรียนระดับนานาชาติ  นอกเหนือจากที่ได้รับรางวัลแล้วยังเป็นการสะท้อนได้ถึงความสำเร็จของกระบวน การจัดการเรียนการสอนของครูผ่านสื่อหุ่นยนต์อีกด้วย อย่างไรก็ตาม เวทีการแข่งขันหุ่นยนต์ครั้งนี้ จะเห็นว่าทุกประเทศมีวัตถุประสงค์คล้ายคลึงกันคือนอกจากการแข่งขันเพื่อชัย ชนะแล้วยังมุ่งเน้นพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ใหม่ ๆ ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยให้เด็กนานาชาติได้สร้างมิตรภาพร่วมกันด้วยกิจกรรมการสร้างหุ่นยนต์ให้ สามารถทำภารกิจร่วมกับมนุษย์ตามโจทย์กำหนด การจัดงานครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

 

ภาพจาก : สพฐ.