เพื่อนบ้าน-ร.ร.-ญาติ! จิตแพทย์เตือนระวังหลอกเด็กเล็ก”เดินยา”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/231412

จิตเวชนครพนม,เด็กเดินยา,ยาเสพติด,ล่อลวงเด็ก

การศึกษา-สาธารณสุข  :  27 มิ.ย. 2559

เพื่อนบ้าน-ร.ร.-ญาติ! จิตแพทย์เตือนระวังหลอกเด็กเล็ก”เดินยา”

จิตแพทย์ระบุเด็กเล็กยังขาดวุฒิภาวะ ถูกหลอกให้ “เดินยา”ได้ง่าย เตือนระวัง เพื่อนบ้าน-โรงเรียน-ญาติ มีโอกาสล่อลวงเด็ก แนะพ่อแม่สังเกตพฤติกรรมลูก –รับฟัง

        เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน นพ.กิตต์กวี โพธิ์โน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชนครพนมราชนครินทร์ กล่าวถึงกรณีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)เปิดเผยสถานการณ์ค้ายาเสพติดมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยมีการดึงเด็กเล็กอายุ 7 ขวบเข้ามาจัดส่งยา หรือเป็นเด็กเดินยาว่า กรณีเด็กเล็กยังขาดความยับยั้งชั่งใจ และยังขาดวุฒิภาวะในการพิจารณา จึงถูกล่อลวงได้ง่าย สิ่งสำคัญ คือ พ่อแม่ ต้องสังเกตพฤติกรรมลูก โดยเฉพาะเด็กเล็กอายุไม่ถึง 10 ปี อาจสังเกตได้จากพฤติกรรมการรับประทานอาหาร กินข้าวน้อยลง กระวนกระวายมากขึ้น  ที่สำคัญมีเงินซื้อของเล่นใหม่ๆ ทั้งๆที่พ่อแม่ หรือญาติไม่ได้ซื้อให้  ประกอบกับร่างกายซูบผอม นอนหลับน้อยลง หงุดหงิดง่าย ก้าวร้าวกับพ่อแม่ เป็นต้น

“หากพบพฤติกรรมเหล่านี้ต้องพูดคุยกับลูก ต้องเข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้ ไม่ใช่ความผิดของพ่อแม่  เพราะพ่อแม่เมื่อเจอปัญหาเช่นนี้ มักโทษตัวเอง บางคนกลายเป็นโรคซึมเศร้า  ต้องมีจิตใจมั่นคง คิดว่าลูกยังเด็กย่อมถูกล่อลวงได้ แต่สามารถแก้ไขได้ เพียงพ่อแม่รับฟัง  เพราะลูกอยากคุย อยากมีคนช่วยเหลืออยู่แล้ว ซึ่งพ่อแม่สามารถโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 หรือปรึกษาได้ที่ศูนย์ให้คำปรึกษาปัญหาสารเสพติดตามโรงพยาบาลทุกแห่ง  ส่วนกรณีเด็กเล็กที่ถูกหลอกให้เดินยา สิ่งที่ต้องระวัง คือ ผู้ใกล้ชิด ทั้งเพื่อนบ้าน หรือโรงเรียน หรือแม้แต่ญาติก็มีโอกาสทั้งนั้น จึงต้องระมัดระวังและสังเกตพฤติกรรมเด็กด้วย” นพ.กิตต์กวี กล่าว

นพ.กิตต์กวี กล่าวอีกว่า ปัญหายาเสพติดพบได้ทุกช่วงวัย อย่างที่โรงพยาบาลจิตเวชนครพนมฯ เคยพบอายุน้อยสุดระหว่าง 12-13 ปี แต่ส่วนใหญ่จะพบในอายุ 18-30 ปี ขณะเดียวกันเคยพบผู้เสพที่อายุมากสุดคือ 60 ปีก็มี เนื่องจากเพื่อนท้าทายให้ลองเสพ แต่ขณะนี้ได้เข้ามาบำบัด  ซึ่งอยากบอกว่า ทุกช่วงอายุมีความเสี่ยงติดยาเสพติดได้ทั้งนั้น อยู่ที่ว่าจะมีสติรับมือได้หรือไม่


เปิดใจ’บอร์ดนก’อดีตกรรมการ สกสค.หลังปฏิรูปการศึกษาม.44

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/231382

ม.44

การศึกษา-สาธารณสุข > บทความ  :  27 มิ.ย. 2559

เปิดใจ’บอร์ดนก’อดีตกรรมการ สกสค.หลังปฏิรูปการศึกษาม.44

เปิดใจ’บอร์ดนก’อดีตกรรมการ สกสค.หลังปฏิรูปการศึกษาม.44 :  กมลทิพย์   ใบเงินรายงาน

         เย็นวันนั้นผู้เขียนฝ่าจราจรเมืองหลวงที่คับคั่ง เพื่อมีนัดสัมภาษณ์กับ “บอร์ดนก” นางปิยธิดา พลน้ำเที่ยง อดีตกรรมการสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ที่เดอะพรอเมอนาด ย่านถนนรามอินทรา กรุงเทพฯ เธอปรากฏตัวในชุดสีแดงเพลิงขับผิวขาวเนียน แววตาแฝงด้วยความมุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว ฉาบด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าอยู่เสมอ ด้วยบุคลิกและเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเธอ ทำให้เรานึกย้อนถึงอดีตที่ได้สัมภาษณ์เธอเมื่อครั้งได้รับเลือกตั้งจากเพื่อนครูเอกชนกว่า 1.4 แสนคนทั่วประเทศ ที่พร้อมใจ “เลือกเธอ” เข้ามาเป็นตัวแทนของครูเอกชน ด้วยหวังว่าเธอจะเป็นปากเป็นเสียง ผดุงสิทธิประโยชน์ของเพื่อนครูเอกชนโดยแท้จริง

“สวัสดีค่ะพี่ สบายดีนะคะ นกสบายดีค่ะ” เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยอำนาจของสาวอีสานคนนี้ ทำให้เราอดอมยิ้มไม่ได้ “ตามจริงชีวิตนกก็ไม่มีอะไรน่าสนใจมากมายนะพี่ คนอื่นๆ เขามีอะไรที่มีความสามารถและทำประโยชน์เพื่อสังคมมากกว่านกเยอะแยะเลย” เธอเคยบ่ายเบี่ยงเมื่อเราขอให้เธอออกมาพูดอะไรๆ บ้าง หลังจากบอร์ด สกสค.และฝ่ายบริหารถูกมาตรา 44 ให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่

“จำได้ค่ะพี่ว่าวันนั้นเป็นวันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2558 นกและพี่ๆ ที่เป็นบอร์ดผู้แทนครูด้วยกันเข้ามาประชุมและปรึกษาหารือถึงโครงการต่างๆ ที่จะทำเพื่อสมาชิกและเพื่อนครู ยังได้ถ่ายรูปร่วมกันทั้งฝ่ายบริหารและ

ฝ่ายคณะกรรมการ สกสค. ก็ไม่เคยคาดคิดค่ะว่าจะเป็นภาพสุดท้าย เสร็จภารกิจต่างก็แยกย้ายกลับบ้าน บังเอิญนกและบอร์ดพี่ๆ ทางอีสาน อาทิ พี่ประวิทย์ บึงไสย์ พี่วาสนา ไชยศึก พี่วัฒนา ไตรยราช (คนหลังเป็นบอร์ดผู้แทนครูคุรุสภา) นั่งเครื่องบินกลับบ้านไฟลท์เดียวกัน

ยังได้พูดคุยกันว่า ทำไมข่าว สกสค. และข่าวของคุรุสภา ดังมาก มีกระแสข่าวออกมาเยอะแยะมากมาย บางเรื่องได้มีข้อยุติไปแล้ว ยังคิดกันว่า น่าจะให้ฝ่ายบริหารของ สกสค.และคุรุสภา ออกมาชี้แจงแถลงข่าวในส่วนไหนบ้าง ที่ข้อมูลอาจจะเกิดการเข้าใจผิดหรือคลางแคลงใจจากเพื่อนครูและสังคม แต่ก็ได้แต่คิดค่ะพี่ พอลงเครื่องมาเท่านั้นแหละ โทรศัพท์ของบอร์ดสกสค.และบอร์ดคุรุสภาไม่มีว่างเว้น (เธอหัวเราะลั่น) ทุกคนต่างได้รับการส่งข่าว/ส่งไลน์ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 7/2558 เรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการบริหารงานองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา มาให้นก

ถามว่าตกใจมั้ย ก็คงต้องตอบว่า ตกใจค่ะ เพราะถือว่าเป็นคำสั่งฉบับแรกๆ ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) แต่เมื่ออ่านถึงสาเหตุที่มีคำสั่งว่าเป็นการปฏิรูปการศึกษาและบริหารราชการกระทรวงศึกษาฯ ให้มีประสิทธิภาพและมีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่เป็นการทุจริต

“นก” และบอร์ด สกสค.ทุกท่านเคารพในการเปลี่ยนแปลงของ ศธ. ยังแซวกันเองในหมู่พวกว่า “การโดนปลดกลางอากาศเป็นแบบนี้นี่เอง” (เธอยิ้มน้อยๆ) และสิ่งที่นกจะต้องทำต่อไปหลังจากทราบเรื่องก็คือ จะทำอย่างไรให้ครอบครัวและสังคมเล็กๆ ของนก เข้าใจ ไม่ตกใจ ไม่กังวลใจ ในสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะนกเองช่วงลงเลือกตั้งเป็นผู้แทนครู เมื่อปี 2555

“ไม่คิดว่าเพื่อนครูเอกชนจะให้โอกาสผู้หญิงคนหนึ่ง ที่มีอายุและมีประสบการณ์ไม่ได้มากมายเลย การที่ผู้หญิงคนหนึ่ง อายุขณะนั้น 37 ปี มีเวลาลงพื้นที่แค่ 10 เดือน ก็อาจหาญลงแข่งขันเลือกตั้ง โดยบอกทุกคนว่า นกขอโอกาสจากพี่น้องเอกชนทำงานโดยให้คำมั่นสัญญาว่า พี่น้องเอกชนจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น บอกตรงๆ ว่า ไม่คาดคิดว่าจะได้รับการเลือกตั้งมาเป็นตัวแทนพี่น้องเพื่อนครูเอกชนค่ะ”

จากวันที่ 17 สิงหาคม 2555-17 เมษายน 2558 ระยะเวลา 2 ปี 8 เดือน นกพยายามพิสูจน์ให้เพื่อนครูได้เห็นว่า “ไม่มีคำว่าเด็กเกินไปที่จะประสบผลสำเร็จ และไม่มีคำว่าแก่เกินไปที่จะเริ่มต้นใหม่” นกขอบพระคุณในโอกาสที่นกได้รับและตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่ นกถือว่า “นกทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว ในการผดุงสิทธิประโยชน์และดูแลคุณภาพชีวิตครู”

ผลงานที่ “นก” ภาคภูมิใจ ช่วงก่อนการหยุดการปฏิบัติหน้าที่เพียง 2 เดือนก็คือ การลงนามสัญญาระหว่างธนาคารอาคารสงเคราะห์กับสถานศึกษาเอกชน เพื่อให้ครูเอกชนมีที่อยู่อาศัยในอัตราดอกเบี้ยต่ำ นำร่องโดยสถานศึกษาเอกชนภาคอีสาน จำนวน 20 จังหวัด 242 โรงเรียน ครูเข้าร่วมโครงการ 675 คน จำนวนเงิน 1,900 กว่าล้านบาท ซึ่งต้องขอขอบพระคุณผู้ใหญ่ใจดี “คุณดนัย แสงศรีจันทร์” ผู้อำนวยการฝ่ายสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ “คุณรัศมี ชาคริตานนท์” ผู้จัดการเขตธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานเขต 3 นครราชสีมา และคณะผู้บริหารของธนาคารอาคารสงเคราะห์ ที่ได้เห็นความสาคัญและความเดือดร้อนของเพื่อนครูเอกชนในสิทธิสวัสดิการต่างๆ ที่เพื่อนครูไม่เคยได้รับทราบ

ขอกราบขอบพระคุณท่านอดีตเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ดร.บัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร, ดร.พีรศักดิ์ รัตนะ รองเลขาธิการ กช. คุณบำรุง แก้วจันดี คุณมาโนช จุลสุคนธ์ และ ดร.ศุภเสฏฐ์ คณากูล ซึ่งต่างร่วมแรงร่วมใจเป็นพลังในการขับเคลื่อนให้ครูเอกชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ถ้าไม่มีท่านเหล่านี้ ลำพังบอร์ด สกสค. ผู้หญิงตัวเล็กๆคงไม่สามารถทำให้โครงการต่างๆ ประสบผลสำเร็จได้อย่างที่ใจหวัง (เธอหัวเราะร่วน)

กราบขอบพระคุณครอบครัวและสังคมเล็กๆ ของนก โดยเฉพาะเพื่อนครูชาวการศึกษาจังหวัดสกลนครบ้านเกิด ที่ให้กำลังใจเสมอว่า “ยังเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของบอร์ดนกเสมอ” ขอขอบพระคุณในทุกๆ กำลังใจที่มอบให้ค่ะ

ก่อนจะจบการสนทนา ผู้เขียนขอให้เธอพูดถึงผลที่ตามมาหลังจาก มาตรา 44 (เธอนิ่งไปสักพัก) “อืม ว่าอย่างไรดีล่ะพี่ อย่างที่บอกแต่ต้นว่า นกและคณะบอร์ดผู้แทนครู รวมไปถึงฝ่ายบริหาร ไม่ว่าจะเป็นคุรุสภาหรือสกสค. พวกเราต่างเคารพในการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ แต่หลังจากนั้นอีก 1 วัน ตั้งแต่ 18 เมษายน 2558 ก็เริ่มมีข่าวเผยแพร่ รวมไปถึงกระแสโจมตีผ่านทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางไลน์หรือว่านกและคณะบอร์ดกองทุนส่งเสริมความมั่นคงฯ และฝ่ายบริหารของสกสค. โดนกองปราบฯ ออกหมายจับ ซึ่งข่าวดังกล่าวไม่ทราบว่าเกิดจากใคร หรือกลุ่มไหนเป็นคนที่ทำ ทำเพื่ออะไร มีวัตถุประสงค์ใด นำข่าวไม่ใช่ความจริง ออกมาส่งต่อกันไปทั่ว ซึ่งบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเหล่านั้น เขาคงไม่ทราบว่าเขาได้ทำร้าย ทำลาย ไม่เพียงแต่เฉพาะนกและองค์กร สกสค.เท่านั้น ยังได้ทำร้าย ทำลาย ครอบครัวและสังคมของทุกๆ คนที่มีชื่อปรากฏในไลน์ด้วย

“เวลาผ่านมา 1 ปี 2 เดือน นกและคณะที่มีชื่อก็ยังไม่มีใครถูกกองปราบฯ ออกหมายจับแต่อย่างใด แต่สิ่งที่ได้จับไปแล้วก็คือ ความน่าเชื่อถือ ความเชื่อมั่น ความศรัทธา จากสังคมและบุคคลต่างๆ คงไม่เฉพาะในแวดวงการศึกษาเท่านั้น หมายถึงแวดวงอื่นๆ ที่เขาเคยศรัทธาเรา”

ถ้าพูดถึงตัวนกเอง นกแคร์ที่สุดก็คือครอบครัว เพราะไม่ว่าจะเป็นครอบครัวของพ่อบ้าน ที่ดำเนินธุรกิจเป็นดีลเลอร์บริษัทสยามคูโบต้า ที่ จ.อุดรธานี และธุรกิจอีกหลายพี้นที่ในแถบภาคอีสานตอนบน รวมไปถึงธุรกิจทางการศึกษาเอกชนของทางบ้านนกเองคือ กลุ่มวิทยาลัยในเครือ N-TECH INTER GROUP ซึ่งเป็นวิทยาลัยระดับอาชีวศึกษาอีกหลายแห่งในแถบลุ่มน้ำโขง

“จนถึงทุกวันนี้ ถือว่าเป็นความเจ็บปวดที่สุดในชีวิตก็ว่าได้ และโทษตัวเองเสมอว่า เราทำให้ครอบครัวเดือดร้อน (พูดถึงตรงนี้เราแอบเห็นน้ำตาของผู้หญิงแกร่งและเก่งคนนี้) นกเคารพในการตัดสินของกฎหมายคือศาลสถิตยุติธรรม คงต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ความจริงต่างๆ”

นกอยากจะขอให้พี่น้องเพื่อนครูทั่วประเทศให้โอกาส ให้เวลา แก่องค์กรวิชาชีพครู ไม่ว่าจะเป็นคุรุสภา หรือ สกสค. ที่สร้างมาจากเลือดเนื้อและวิญญาณของบรรพบุรุษของครู สิ่งไหนที่ดีและเป็นประโยชน์ผดุงในเกียรติและศักดิ์ศรีของวิชาชีพครูก็อยากจะให้ทุกคนช่วยกันรักษาเอาไว้ เพราะในการทำงานของคณะกรรมการคุรุสภา และคณะกรรมการ สกสค. ถือเป็นองค์คณะ มีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และจะลงมติทุกครั้งในการอนุมัติโครงการ หรืองบประมาณต่างๆ ไม่มีบอร์ดชุดไหนที่จะกระทำการฝ่าฝืนระเบียบ กฎหมาย ข้อบังคับ เพื่อประโยชน์ตนเองได้ ยิ่งนกมาจากการเลือกตั้ง จากความไว้วางใจของเพื่อนครู นกยิ่งต้องระมัดระวังตัวในการทำงาน เพราะเราเป็นบุคคลสาธารณะ เราต้องคำนึงและรักษาวิชาชีพของเราคือ วิชาชีพที่มีเกียรติและวิชาชีพที่ทุกคนยกย่องคือ “ครู” ค่ะ


‘ประชุมพร’จี้ยกเลิกเลือกเลขาฯสปสช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/231060

การศึกษา,สปสช.,พญ.ประชุมพร บูรณ์เจริญ

การศึกษา-สาธารณสุข > ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  :  23 มิ.ย. 2559

‘ประชุมพร’จี้ยกเลิกเลือกเลขาฯสปสช.

“ประชุมพร” ร่อนหนังสือจี้ยกเลิกเลือกเลขาฯ สปสช. ชี้ ไม่เหมาะสม – ลัดขั้นตอนกระบวนการ ระบุ ดันทุรังผิดมาตรา 157

หลังจากคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาตีความคุณสมบัติ นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะผู้สมัครเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา 32 (12) เนื่องจากเป็นผู้บริหารกระทรวงที่เป็นคู่สัญญา ส่งผลให้เหลือผู้สมัครที่เป็นตัวเต็งเพียงคนเดียว คือ นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ รองเลขาธิการ สปสช. ซึ่งจะต้องรอการพิจารณารับรองจากคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ในวันที่ 4 กรกฎาคม

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พญ.ประชุมพร บูรณ์เจริญ ที่ปรึกษาสมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไป (สพศท.) กล่าวว่า ตนได้ทำหนังสือถึงประธานและกรรมการ สปสช.ทุกคน รวมทั้งยังทำสำเนาถึงนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อพิจารณาขอให้ยกเลิกกระบวนการสรรหาเลขาธิการ สปสช.เสีย เนื่องจากพบว่า คณะกรรมการสรรหาเลขาฯ สปสช. ที่มี นพ.เสรี ตู้จินดา เป็นประธาน มีการพิจารณาด้วยวิธีที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากมีพิจารณาคัดเลือกก่อนจะรอการตีความจากคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งไม่ถูกต้อง

“การสรรหาครั้งนี้ดูแปลกๆ กระบวนการดังกล่าวถือเป็นการลัดขั้นตอนที่ไม่เหมาะสม แทนที่จะส่งผู้สมัครทั้ง 8 คน ให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ เมื่อแล้วเสร็จจึงค่อยมาพิจารณาคัดเลือก แต่กลับคัดเลือกก่อน ซึ่งถือว่าไม่เหมาะสม และผิดกระบวนการ ดังนั้น หากยังดันทุรังที่จะเลือกเลขาธิการ สปสช. ทั้งๆ ที่ทำผิดขั้นตอน จะถือว่าผิดมาตรา 157 ประมวลกฎหมายอาญา” พญ.ประชุมพร กล่าว


วธ.เผยยอดแจ้งร่วมพิธีฮัจย์ปี 59 จำนวน 9,602 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/231045


ฮัจย์,ปี 2559,กรมการศาสนา

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 23 มิ.ย. 2559

วธ.เผยยอดแจ้งร่วมพิธีฮัจย์ปี 59 จำนวน 9,602 คน

วธ.เผยความคืบหน้า“ฮัจย์ ” ปี59 จำนวน9,602 คนระหว่าง 4 ส.ค.- 5 ก.ย.นี้ เริ่มยื่นวีซ่าเดือน ก.ค. เตรียมเครื่องบินไทยเช่าเหมาลำไว้รองรับ

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์ แห่งประเทศไทย เปิดเผย ว่า ได้รับรายงานความคืบหน้าจากกรมการศาสนา (ศน.) ว่าในปี2559นี้ รัฐบาลได้ให้การสนับสนุนการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์เพื่อให้พี่น้องมุสลิม ได้รับความสะดวก ปลอดภัย มีหลักประกันในการเดินทาง และได้ปฏิบัติศาสนกิจอย่างสมบูรณ์ตามหลักศาสนา โดยคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย ได้นำแผนการดำเนินงานในปี2558มาปรับปรุงให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน และได้มีการประกาศแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบล่วงหน้าแล้ว

รมว.วธ. กล่าวต่อว่า สำหรับปี 2559 นี้มีจำนวนผู้แสวงบุญที่มีความพร้อมแจ้งความประสงค์เดินทางไปประกอบพิธี ฮัจย์ 9,602คน มีการจัดเที่ยวบินขนส่งผู้ประกอบพิธีฮัจย์ ซึ่งจะมีการเดินทางระหว่าง4ส.ค.– 5ก.ย.59โดยจัดเที่ยวบินเหมาลำของสายการบินไทยจำนวน13เที่ยว แบ่งเป็นเส้นทาง นราธิวาส–มะดีนะห์ จำนวน4เที่ยวบิน และหาดใหญ่–มะดีนะห์ จำนวน9เที่ยวบิน นอกจากนั้นยังมีผู้แสวงบุญอีกส่วนหนึ่งที่เดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำนวน7สายการบิน และท่าอากาศยานภูเก็ต จำนวน2สายการบิน ทั้งนี้ ผู้ประกอบกิจการฮัจย์ได้สำรองบัตรโดยสารเครื่องบินในเที่ยวบินปกติเรียบร้อย แล้ว

“ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณให้แก่กองทุนสำหรับผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์300ล้านบาท เพื่อให้ผู้ประกอบกิจการฮัจย์ยืมไปดำเนินการเรื่องที่พักก่อนได้ ซึ่งมีผู้ประกอบกิจการฮัจย์ยืมเงินจากกองทุนไป24ราย เป็นเงินกว่า97ล้านบาท ส่วนเรื่องการขอวีซ่า ผู้ประกอบการได้ส่งเอกสารของผู้เดินทางมาบันทึกข้อมูลที่กรมการศาสนาเรียบ ร้อยแล้ว หลังจากนี้จะยื่นขอตรวจวีซ่าที่สถานทูตซาอุดิอาระเบียประจำประเทศไทย ประมาณวันที่12ก.ค.59นี้ อย่างไรก็ตาม คาดว่าทุกภาคส่วนจะสามารถดำเนินงานได้ตามแผนที่คณะกรรมการฯ กำหนด ” นายวีระ กล่าว

 

ตั้งกก.สอบข้อเท็จจริงเหตุผอ.ตบบ้องหูเด็ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/231043


โรงเรียนเขมราฐ,ตบบ้องหูเด็ก,ครูชายตุ๋ยเด็ก,โรงเรียนสวนกุหลาบ,กรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง,สพม.1,สาโรจน์ มีไผ่

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 23 มิ.ย. 2559

ตั้งกก.สอบข้อเท็จจริงเหตุผอ.ตบบ้องหูเด็ก

สพฐ.ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง กรณีผอ.ตบบ้องหูเด็ก “การุณ” เผยเห็นคลิปแล้วสะเทือนใจ ส่วนกรณีครูชายสวนกุหลาบฯ กก.สพฐ.ชี้มีมูล เตรียมส่งต่อให้โรงเรียน ผ่านสพม.1

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. นายการุณ  สกุลประดิษฐ์  เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณี นายสาโรจน์  มีไผ่ ครูโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย  เผยแพร่คลิปมีเพศสัมพันธ์ผ่านทางทวิตเตอร์ส่วนตัว ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และสั่งพักใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ขณะที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยได้ ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง ว่า ขณะนี้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงของ สพฐ. ได้สรุปผลการสอบสวน โดยระบุ ว่า มีมูลอันสมควรกล่าวหาว่ากระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรงจริง โดยสพฐ. จะส่งผลการสอบสวนดังกล่าว ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) 1กรุงเทพมหานคร เพื่อส่งต่อให้โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาโทษทางวินัยอย่างร้ายแรงต่อไป ซึ่งโดยหลักการแล้ว กรณีนี้มีโทษสูงสุดถึงขั้นปลดออก หรือไล่ออกจากราชการ อีกทั้ง ยังไม่สามารถกลับมาเป็นครูได้ หากคุรุสภามีมติเพิกถอนใบอนุญาตฯ

ส่วนกรณีที่มีการมีเผยแพร่คลิป ผู้อำนวยการโรงเรียนเขมราฐ  จ.อุบลราชธานี  ตบบ้องหูเด็ก นายการุณ กล่าวว่า ได้เห็นภาพในคลิปแล้วรู้สึกสะเทือนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยได้สอบถามเหตุการณ์ดังกล่าวไปยัง สพม. เขต 22 (นครพนม – มุกดาหาร) เบื้องต้นได้รับรายงานว่า ทางโรงเรียนมีข้อตกลงว่า เพื่อความมีระเบียบวินัย เด็กจะต้องใส่ชุดนักเรียนมาเรียนทุกวัน แต่ในวันดังกล่าว มีเด็กกลุ่มหนึ่ง ใส่ชุดพละมาเรียน ซึ่งครูได้พยายามตามหาตัวเด็กกลุ่มนี้มาสอบถาม แต่เด็กกลับวิ่งหนี จนเกิดความชุลมุน แต่เด็กคนหนึ่งวิ่งช้าครูจึงไล่จับได้ทัน จนเกิดภาพเหตุการณ์ครูตบบ้องหูเด็กขึ้น ซึ่งถือว่าไม่เหมาะสม เป็นการใช้อารมณ์บันดาลโทสะ และถือว่าเป็นการลงโทษเกินกว่าเหตุ  ดังนั้น จึงสั่งการให้การตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว

“การลงโทษเด็กนั้นจะต้องมีการปฏิบัติตามขั้นตอน  ซึ่งมีตั้งแต่ ตักเตือน ทำความเข้าใจกับเด็ก หากเด็กยังปฏิบัติอีก ก็จะมีการภาคทัณฑ์  และท้ายสุดคือเรียกผู้ปกครองมาพบ ขณะเดียวกัน ก็จะต้องมีการปรับพฤติกรรมให้เด็กด้วย แต่กรณีที่เกิดขึ้นถือว่าใช้อารมณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งไม่ถูกต้อง ซึ่งตนคิดว่า มีครูส่วนน้อยที่เป็นแบบนี้ ไม่ใช่ครูส่วนใหญ่”นายการุณ กล่าว

 

สะเต็มเฟสติวัล 2016 ชูคอนเซ็ปต์ “เทคโนโลยีหุ่นยนต์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/231041

สะเต็มศึกษา,ไทยแลนด์สะเต็มเฟสติวัล 2016,สะเต็มสุดฮอต,โรบอตสุดฮิต,ศูนย์สะเต็มศึกษาภาค

การศึกษา-สาธารณสุข > ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  :  23 มิ.ย. 2559

สะเต็มเฟสติวัล 2016 ชูคอนเซ็ปต์ “เทคโนโลยีหุ่นยนต์”

สสวท.จัดไทยแลนด์สะเต็มเฟสติวัล 2016 ชูสโลแกน“สะเต็มสุดฮอต โรบอตสุดฮิต”ที่ศูนยสะเต็มศึกษาภาค 6 แห่ง ระหว่างเดือนก.ค.-ก.ย. 2559 ศธ.หวังเด็กนักเรียนเกิดแรงบันดาลใจ

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) จัดแถลงข่าวจัดงาน “Thailand STEM Festival 2016” หรือ ไทยแลนด์สะเต็มเฟสติวัล 2016 โดยใช้สโลแกน “สะเต็มสุดฮอต โรบอตสุดฮิต” ณ ศูนย์สะเต็มศึกษาภาค 6 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย จ.นครปฐม ระหว่างเดือนก.ค.-ก.ย.2559 โดย พล.อ.สุทัศน์ กาญจนานนท์กุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2559 ศธ.มีนโยบายขับเคลื่อนสะเต็มศึกษาสู่สถานศึกษาให้ครอบคลุมทุกเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ โดยมุ่งสร้างความตระหนักให้ครู นักเรียน และประชาชนทั่วไปเห็นความสำคัญของการปรับการเรียนการสอน ในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี

เวลานี้รัฐบาลสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลมากขึ้น รวมถึงขยายเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน เวลานี้เราอยู่ไทยแลนด์ยุค 3.0 ที่ใช้หุ่นยนต์ในการผลิตสินค้าแทนแรงงานคน และในอนาคตจะก้าวสู่ไทยแลนด์ ยุค 4.0 เป็นการนำเทคโนโลยีดิจิตัลและอินเทอร์เน็ต มาร่วมในการผลิตสินค้าที่หลากหลาย ตามความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นจำนวนมาก โดยใช้กระบวนการผลิตที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิตัลแบบครบวงจร ดังนั้น ศธ.มุ่งหวังว่าไทยแลนด์สะเต็มเฟสติวัล 2016 จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจแก่เยาวชน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายและกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ได้เรียนรู้ และรู้จักเทคโนโลยี วิทยาการหุ่นยนต์ มากขึ้นและมองเห็นภาพความเชื่อมโยงในการนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์และดิจิทัลเข้ามาพัฒนาประเทศ

ด้าน ดร.พะโยม ชิณวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ปัจจุบันมีโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รับคัดเลือกเป็นศูนย์สะเต็มศึกษาภาค 13 ศูนย์และมีโรงเรียนเครือข่ายสะเต็มถึง 91 โรงเรียน ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนจาก สสวท.ในการจัดกิจกรรม อบรมครูมาต่อเนื่อง และจากนโยบายของ ศธ.ที่ให้ขับเคลื่อนสะเต็มศึกษาให้ครอบคลุมทุกเขตพื้นที่ฯ จึงได้คัดเลือกโรงเรียนนำร่องจำนวน 2,250 เขตจาก 225 เขตพื้นที่การศึกษาที่มีความพร้อมในการดำเนินการส่งเสริมการจัดการเรียนสอนตามแนวทางสะเต็มศึกษา โดยได้คัดเลือกโรงเรียนมัธยมประจำจังหวัด จำนวน 154 โรงทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงด้วย นอกจากนี้ โรงเรียนประชารัฐทั้งหมด 7,424 โรงจะร่วมเดินหน้าจัดการเรียนการสอนรูปแบบสะเต็มศึกษาเช่นกัน

ขณะที่ ดร.พรพรรณ ไวทยางกูร ผอ.สสวท. กล่าวว่า สสวท.จัดกิจกรรมไทยแลนด์สะเต็มเฟสติวัลมาต่อเนื่อง ปีที่ผ่านมามีนักเรียน และผู้สนใจเข้าร่วมงานวันละประมาณ 10,000-30,000 คน และได้รับเสียงสะท้อนว่าอยากให้ขยายการจัดงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ในปีนี้ สสวท.จึงจัดร่วมกับศูนย์สะเต็มศึกษาภาค 6 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย จังหวัดนครปฐม ระหว่างวันที่ 23-25 ก.ค.2559 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 27-29 ก.ค.2559 โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช จังหวัดอุบลราชธานี วันที่ 8-10 ส.ค.2559 โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดนครศรีธรรมราช วันที่ 22-24 ส.ค.2559 โรงเรียนศรีบุณยานนท์ จังหวัดนนทบุรี วันที่ 24-26 ส.ค.2559 และโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม จังหวัดพิษณุโลก วันที่ 31 ส.ค.-2 ก.ย.2559 สำหรับกิจกรรมหลักภายในงาน อาทิ การแข่งขันเขียนโปรแกรม Scratch การแข่งขันเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์ การแข่งขันหุ่นยนต์แปรงซักผ้า นิทรรศการผลงานการจัดการศึกษาที่เกี่ยวกับสะเต็มศึกษา ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ สสวท.http://www.stemedthailand.org


เด็กใต้เฮ!สกอ.เปิดรับสมัครทุนปี 59 กว่า 1.6 พันที่นั่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/231039


ทุนนักเรียนใต้,ปีการศึกษา 2559,สกอ.,โครงการทุนอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 23 มิ.ย. 2559

เด็กใต้เฮ!สกอ.เปิดรับสมัครทุนปี 59 กว่า 1.6 พันที่นั่ง

สกอ.เปิดรับสมัครทุนใต้ ปี 59 จำนวน 1,615 ที่นั่ง ฝากดูรายละเอียดให้ชัด สมัครด้วยตนเองวันที่ 24 – 26 มิ.ย 2559 ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

รศ.นพ. สรนิต ศิลธรรม รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยถึงโครงการทุนอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระยะที่ 3 ปีการศึกษา 2559 กลุ่มที่ 1 สำหรับนักเรียนที่ไม่สามารถสอบเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาได้ จะเป็นการสนับสนุนทุนการศึกษาแก่เยาวชนในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อตอบสนองต่อนโยบายในการพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยปีนี้ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดทั่วประเทศ เข้ารับทุนอุดมศึกษาจำนวน 1,615 ที่นั่ง สถาบันอุดมศึกษา 71 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งหลังกระบวนการคัดเลือกฯ ผู้ได้รับทุนในลำดับที่ 1 – 250 จะได้รับสิทธิ์ที่นั่งในการเข้าศึกษาเป็นกรณีพิเศษ พร้อมทั้งได้รับเงินทุนค่าครองชีพจากงบประมาณ สกอ. เป็นจำนวนเงิน 40,000.-บาท/ปีการศึกษา ตลอดระยะเวลาการศึกษาของหลักสูตรในระดับปริญญาตรี  และสำหรับผู้ได้รับทุนในลำดับที่ 251 เป็นต้นไป จะได้รับสิทธิ์ที่นั่งในการเข้าศึกษาเป็นกรณีพิเศษ และ/หรือ ได้รับทุนค่าเล่าเรียน โดยการยกเว้นค่าเล่าเรียนตลอดระยะเวลาการศึกษา ของหลักสูตร ตามเงื่อนไขที่สถาบันอุดมศึกษานั้นๆ กำหนด

รองเลขาธิการ กกอ. กล่าวต่อไปว่า ปีนี้ก่อนสมัครรับทุนฯ ผู้สมัครต้องเข้ารับฟังการแนะแนวรายละเอียดการสมัครด้วย ในรอบใดรอบหนึ่ง ระหว่างเวลา 08.30 – 09.00 น.หรือเวลา 13.00 – 13.30 น. ณ สถานที่รับสมัคร จากนั้น สกอ.และสถาบันอุดมศึกษาจะพิจารณาคัดเลือกผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ โดยผู้สนใจจะต้องไปสมัครด้วยตนเอง ในระหว่างวันที่ 24 – 26 มิ.ย. 2559 ณ อาคารเรียนรวม (อาคาร 19) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ระหว่างเวลา 08.30 – 16.00 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ และประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ ในวันที่ 13 ก.ค.2559 ทางเว็บไซต์ http://www.mua.go.th และในวันที่ 17 ก.ค. 2559 จะจัดปฐมนิเทศผู้รับทุนฯ และสอบสัมภาษณ์ ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี สำหรับรายชื่อผู้ได้รับทุนและมีสิทธิ์เข้าศึกษา สกอ.จะแจ้งให้ทราบภายในเดือนส.ค. 2559  อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครควรศึกษารายละเอียด เงื่อนไข และข้อมูลในประกาศรับสมัคร ให้ชัดเจนก่อนทำการสมัครเพื่อประโยชน์แก่ตัวผู้สมัครเอง และสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามความคืบหน้าของทุนอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ทางเว็บไซต์ http://www.mua.go.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-6105419

‘เปิดใจ’เอกรัฐนายกสมาคมนักศึกษาไทยม.อัลอัซฮัร อียิปต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/230946

อียิปต์

การศึกษา-สาธารณสุข > ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  :  23 มิ.ย. 2559

‘เปิดใจ’เอกรัฐนายกสมาคมนักศึกษาไทยม.อัลอัซฮัร อียิปต์

เปิดการศึกษาโลกมุสลิมตอน : ‘เปิดใจ’เอกรัฐ พิทักษ์เมธานนท์ นายกสมาคมนักศึกษาไทย ม.อัลอัซฮัร อียิปต์

           กระแสข่าวสะเทือนทั่วโลกที่มีนักศึกษามุสลิมไทยศึกษาอยู่ในต่างประเทศ เมื่อมีการ “ส่องนักศึกษามุสลิมในต่างแดน” ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด คอลัมน์เปิดโลกการศึกษามุสลิมได้สอบถาม “เอกรัฐ พิทักษ์เมธานนท์” นายกสมาคมนักเรียนไทยในกรุงไคโร ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประเทศอียิปต์ มาเล่าเรื่องราวชีวิตนักศึกษาศาสนาในต่างแดน

เอกรัฐเล่าว่า มหาวิทยาลัยอัลอัซฮัรนั้น มีแนวทางในการเรียนการสอนที่เป็นหลักสูตรอิสลามสายกลาง สามารถอยู่ร่วมกับคนต่างศาสนิกอย่างสันติ ไม่สนับสนุนให้นักศึกษามีแนวคิดเกี่ยวกับความรุนแรง และต่อต้านการก่อการร้ายทุกรูปแบบ และมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัรยังได้ปลูกฝังนักศึกษาถึงโทษของการก่อการร้าย ขณะเดียวกันสมาคมนักเรียนไทยในกรุงไคโร ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประเทศอียิปต์ ทำหน้าที่ประชุมร่วมกับองค์กรต่างๆ ที่มีอยู่ในประเทศอียิปต์

เช่น มหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร ศูนย์เตรียมภาษามหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสมบัติ กระทรวงศึกษาธิการ และองค์กรต่างๆ เป็นตัวกลางประสานงานด้านต่างๆ กับทางสถานเอกอัครราชทูต เพื่อจัดโครงการที่มีคุณประโยชน์แก่นักศึกษาไทยในอียิปต์ ประสานงานกับชมรมต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาที่เกี่ยวกับนักศึกษาไทยในอียิปต์ ซึ่งเป็นการทำงานที่ต้องใช้ความอดทนและเป้าหมายที่ชัดเจนในรูปแบบของทางการมากขึ้น เนื่องจากนักศึกษาที่เดินทางมาศึกษายังมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัรมาก การดูแลของสมาคมต้องชัดเจนและมีข้อมูลพร้อมเกี่ยวกับสมาชิกนักศึกษาไทยทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันชมรมที่เป็นสมาคมชิกสมาคมมีทั้งหมด 39 ชมรม โดยแบ่งเป็นภาคใต้ 24 ชมรม ภาคกลาง 14 ชมรม และภาคเหนือ 1 ชมรม

นายกสมาคมเล่าให้ฟังว่า สังคมโดยรวมของนักศึกษาไทยในอียิปต์ นักศึกษาที่อยู่ต่างชมรมกันส่วนใหญ่จะรู้จักกันโดยผ่านทางกิจกรรมที่สมาคมจัดขึ้น และการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย สมาคมคือจุดศูนย์รวมที่ทำให้นักศึกษาไทยได้รู้จักกัน ไม่ว่าจะมาจากภาคกลางหรือภาคใต้ก็ตาม ทุกคนอยู่ร่วมกันได้เป็นอย่างดี ไม่มีคำว่าแบ่งแยกใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นสมาคมจึงเป็นเหมือนจุดศูนย์รวมของนักศึกษาไทยในอียิปต์

ในส่วนของชมรมที่ไม่เข้าร่วมกับทางสมาคมนั้น สมาคมไม่ได้มีการแบ่งแยกใดๆ ในการให้ความช่วยเหลือแก่สมาชิกของชมรมเหล่านั้น เนื่องจากการทำงานของสมาคมคือการช่วยเหลือนักศึกษาไทยทุกคนที่อยู่ในประเทศอียิปต์ ดังนั้นหากมีการขอความช่วยเหลือมา สมาคมจึงมีความยินดีที่จะให้ความร่วมมือในการช่วยเหลือ โดยไม่มีการแบ่งแยกว่ามาจากชมรมที่เป็นสมาชิกของสมาคมหรือไม่

ทั้งนี้สมาคมพยายามจะพัฒนาการจัดโครงการต่างๆ เพื่อเป็นการดึงดูดให้นักศึกษาไทยมาเข้าร่วมให้ได้มากที่สุด นายกได้อธิบายถึงตำแหน่งต่างๆของกรรมการสมาคม มีการแบ่งหน้าที่หลักๆ ออกเป็น 12 ตำแหน่งด้วยกัน และทุกๆ 1 ปี จะมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนผู้รับผิดชอบตำแหน่งต่างๆระหว่างภาคใต้และภาคกลาง โดยแบ่งเป็นภาคกลาง 6 ตำแหน่ง และภาคใต้ 6 ตำแหน่ง เพื่อช่วยกันในการบริหารสมาคมในปีนั้นๆ

ดังนั้นถ้าจะถามว่านักศึกษา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการเข้าสังคมและเข้าร่วมการทำงานของสมาคมอย่างไรบ้างก็สามารถตอบได้เลยว่า ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาที่มาจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือนักศึกษาที่มาจากส่วนใดของประเทศไทยก็ตาม มีส่วนร่วมในการบริหารสมาคมและมีบทบาทในการพัฒนาสมาคมฯ

ส่วนใหญ่แล้ว การจัดกิจกรรมของสมาคมก็ได้รับความร่วมมือจากนักศึกษา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นอย่างดี สำหรับภาษามลายูนั้น ไม่เป็นอุปสรรคใดๆ ในการทำงานของสมาคมเลย กลับมองว่าเป็นการเรียนรู้ซึ่งกันและกันมากกว่า เนื่องจากนักศึกษาภาคกลางก็จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับภาษามลายู จนกระทั่งทำให้บางคนฟังและพูดภาษามลายูได้เลยทีเดียว ส่วนนักศึกษาที่พูดภาษามลายูนั้น ก็จะได้ฝึกฝนทักษะในการพูดคุยภาษาไทยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ถ้าพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ เป็นการพัฒนาทางด้านภาษาของทั้งสองฝ่าย

“อิสลามตามรากศัพท์เดิมแปลว่าสันติ ดังนั้นอิสลามในมุมมองของผมคือวิถีการดำเนินชีวิตของคนที่นับถือศาสนาอิสลาม การดำเนินชีวิตของบรรดามุสลิมนั้น อาจจะดูแตกต่างกับบุคคลศาสนาอื่นอย่างเห็นได้ชัดเจน ซึ่งก็เหมือนกับศาสนาอื่นที่มีหลักคำสอนที่แตกต่างกัน แต่ทุกๆ ศาสนาก็มุ่งเน้นการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ถึงแม้จะมีความแตกต่างทางด้านหลักคำสอน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีการแตกแยกกันในการอยู่ร่วมกันในฐานะเพื่อนมนุษย์ อิสลามคือศาสนาแห่งสันติ อยากให้ทุกคนเรียนรู้และปรับทัศนคติต่างๆ ที่เกี่ยวกับอิสลาม และศึกษาอิสลามอย่างจริงจัง เพื่อให้เข้าใจอิสลามมากยิ่งขึ้น และในทางกลับกัน มุสลิมก็ต้องเปิดกว้างเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าอิสลามคือศาสนาแห่งการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ มิใช่ศาสนาที่นิยมความรุนแรง” นายกสมาคม
นักศึกษาไทยฯ ไคโร กล่าวทิ้งท้าย


‘ม.มหิดล’อันดับ1ของไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/230912

มหาวิทยาลัยมหิดล,ม.มหิดล

การศึกษา-สาธารณสุข  :  22 มิ.ย. 2559

‘ม.มหิดล’อันดับ1ของไทย

‘มหาวิทยาลัยมหิดล’ อันดับ 1 ของไทย อันดับที่ 90 จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ 200 อันดับแรกในเอเชีย จัดอันดับโดย Times Higher Education

 

ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า Times Higher Education (THE) สถาบันจัดอันดับชั้นนำของโลกได้ประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในภูมิภาคเอเชีย หรือ THE Asia University Rankings 2016 ซึ่ง มหาวิทยาลัยมหิดล ติดอันดับที่ 90 จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ 200 อันดับแรกในเอเชีย และเป็นอันดับ 1 ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย

ทั้งนี้การจัดอันดับ THE Asia University Rankings 2016 ใช้ 13 ตัวชี้วัดที่มีประสิทธิภาพและครอบคลุมมากที่สุด โดยมีการสำรวจความคิดเห็นในกลุ่มนักศึกษา นักวิชาการ ผู้นำในแวดวงการศึกษาระดับอุดมศึกษา ภาคอุตสาหกรรมและรัฐบาล ซึ่งจะให้ค่าน้ำหนักสำคัญกับผลการตอบรับที่ส่งผลกระทบกับสถาบันอุดมศึกษาในภูมิภาคเอเชียมากที่สุด

“ซึ่งตัวชี้วัดในการประเมินแบ่งเป็น 5 ด้าน ดังนี้ 1. การเรียนการสอน (สภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ของผู้เรียน) 25% 2. คุณภาพงานวิจัย (จำนวน รายได้ และชื่อเสียงของงานวิจัย) 30% 3.การอ้างอิงผลงานวิจัยของสถาบัน 30% 4. ความเป็นนานาชาติ 7.5% และ 5. รายได้ทางอุตสาหกรรม ความสามารถของมหาวิทยาลัยในการนำนวัตกรรมและความรู้ต่างๆ ที่คิดค้นไปสร้างรายได้ 7.5%” ศ.คลินิค นพ.อุดม กล่าว

ศ.คลินิค นพ.อุดม กล่าวอีกว่า สำหรับการจัดอันดับในครั้งนี้ ยังมีมหาวิทยาลัยไทยอีก 6 แห่งที่ได้รับการจัดอันดับในครั้งนี้ด้วย ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระเจ้าเกล้าธนบุรี(มจธ.) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี(มสท.) มหาวิทยาลัยขอนแก่น(มข.) และ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.)


ชี้อาหาร 9 ชนิดลดไขมัน-ล้างหลอดเลือดต้องทานให้ถูกหลัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/230911

อาหาร 9 ชนิด,ล้างหลอดเลือด,ไขมันหลอดเลือด,โภชนาการ

การศึกษา-สาธารณสุข > ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  :  22 มิ.ย. 2559

ชี้อาหาร 9 ชนิดลดไขมัน-ล้างหลอดเลือดต้องทานให้ถูกหลัก

สธ.ชี้อาหาร 9 ชนิดที่สะพัดในโลกออนไลน์ช่วยลดไขมัน ล้างหลอดเลือด ย้ำหากให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย ต้องรับประทานให้เหมาะสมตามหลักโภชนาการ

ตามที่ในสังคมออนไลน์มีการพูดถึงอาหาร 9 ชนิดช่วยทำความสะอาดหลอดเลือด และทะลวงไขมันได้ ประกอบด้วย  1.ลูกเดือย  2.กระเทียม ขิง  3.บร็อคโคลี่   4.แครอท    5.ข้าวโอ๊ต  6. ถั่วเหลือง  7. ถั่วเขียว  8.ถั่วชนิดต่าง ๆ  และ 9. มะเขือเทศ  หลังจากมีการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว ส่งผลให้เกิดคำถามในโลกโซเชียลมีเดีย ว่า เป็นเรื่องจริงหรือไม่ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พญ.นภาพรรณ  วิริยะอุตสาหกุล  ผู้อํานวยการสํานักโภชนาการ  กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)  กล่าวว่า อาหารทั้ง 9 ชนิด ถือเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพในแง่ต่าง ๆ จริง แต่ต้องเข้าใจก่อนว่า ไม่ได้ช่วยลดไขมัน หรือ ทะลวงไขมันได้ตามที่มีการกระจายในสังคมออนไลน์ หรือจากข้อมูลใดก็ตาม เพราะอย่าลืมว่า หากมีปัญหาไขมันสูง หรือคอลเลสเตอรอลสูงแล้ว สิ่งสำคัญต้องดูว่ามีปัญหาไขมันสูงมากน้อยแค่ไหน หากมาจนต้องพบแพทย์ก็จำเป็นต้องทานยาควบคู่กับการปรับพฤติกรรม

พญ.นภาพรรณ กล่าวต่อว่า ในการบริโภคนั้น อาหารทั้ง 9 ชนิดข้างต้นสามารถทานได้ แต่ไม่ใช่ว่ายังคงกินพวกอาหารบุฟเฟ่ต์ อาหารไขมันสูงอื่นๆ แบบนี้กินธัญพืช หรืออาหารสุขภาพดีอย่างไรก็ไม่ช่วยอยู่ดี แต่หากไม่มีปัญหาเรื่องไขมัน การกินอาหารเหล่านี้ก็ช่วยในแง่ป้องกันปัญหาจากไขมัน เพียงแต่ต้องมีปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย ไม่ใช่ว่าจะกินแต่อาหาร 9 ชนิดตลอดทั้งสัปดาห์ ทั้งเดือน ก็คงไม่ได้ แต่ต้องกินอาหารให้หลากหลายและเป็นไปตามธงโภชนาการ อาทิ เนื้อสัตว์ ควรกินไม่เกินวันละ 6-12 ช้อนกินข้าว ซึ่งเทียบได้กับปริมาณแคลอรีที่ 1,600-2,400 กิโลแคลอรี ขึ้นอยู่กับร่างกายแต่ละคน อย่างผู้หญิงที่ต้องการลดหุ่น อาจกินไม่เกิน 1,600 กิโลแคลอรี แต่ก็ต้องดูน้ำหนัก และปัจจัยอื่นๆประกอบ