อย.ตรวจหมามุ่ย“รีเซ็ต”พบที่จำหน่าย ไม่พบโรงงานผลิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/230742

หมามุ้ย,ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม,อาหารเสริมรีเซ็ต,เชียงใหม่ ผลิตภัณฑ์,สมุนไพร,สารแอลโดปา,โดปามีน
หมามุ้ย,ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม,อาหารเสริมรีเซ็ต,เชียงใหม่ ผลิตภัณฑ์,สมุนไพร,สารแอลโดปา,โดปามีน
หมามุ้ย,ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม,อาหารเสริมรีเซ็ต,เชียงใหม่ ผลิตภัณฑ์,สมุนไพร,สารแอลโดปา,โดปามีน
หมามุ้ย,ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม,อาหารเสริมรีเซ็ต,เชียงใหม่ ผลิตภัณฑ์,สมุนไพร,สารแอลโดปา,โดปามีน

อย.ตรวจหมามุ่ย“รีเซ็ต”พบที่จำหน่าย ไม่พบโรงงานผลิต

อย.ลุยตรวจอาหารเสริมหมามุ่ย “รีเซ็ต” พบที่จำหน่ายไม่พบโรงงานผลิต จ่อเอาผิดทั้งบริษัทและคนขายตรงหลายข้อหา นำตัวอย่างส่งกรมวิทย์ตรวจวิเคราะห์ ย้ำห้ามใส่ในอาหาร

จากกรณี น.ส.ศตพร พันทอง หรือ น้องมิลค์ อายุ 21 ปี ชาว จ.ตรัง ที่เกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงภายหลังรับประทานอาหารเสริมจากหมามุ่ยอินเดียชนิดแคปซูล และเสียชีวิต เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าน้องมิลค์แพ้สารใดกันแน่ ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้เข้าตรวจโรงงานผู้ผลิตอาหารเสริมดังกล่าวเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ล่าสุด เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แถลงข่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ตรัง ได้สอบถามมารดาของผู้เสียชีวิต พบว่า ทั้งมารดาและผู้เสียชีวิตได้สมัครเป็นสมาชิกขายตรง และได้รับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารดังกล่าวที่มีชื่อว่า รีเซ็ต (Reset) มารับประทาน 1 แผง ซึ่งทั้งสองคนได้รับประทานไปคนละ 4 แคปซูล จากนั้นผู้เป็นลูกซึ่งมีประวัติเป็นโรคลมชักและรับประทานยารักษาด้วยนั้น จึงเกิดอาการแพ้และเสียชีวิตในที่สุด จากการตรวจสอบแผงอาหารเสริมดังกล่าว ระบุข้อความ MUBEAN RESET BODY BALANCE ไม่มีกล่องบรรจุ และไม่มีเลข อย. 13 หลัก

ส่วนเบอร์โทรศัพท์ผู้แทนขายตรงก็ไม่สามารถติดต่อได้ แต่จากการตรวจสอบเพิ่มเติมจากแผ่นพับโฆษณาที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตได้รับมา ระบุชื่อผลิตภัณฑ์ตรงกัน มีเลขสารบบอาหาร 13-1-02954-1-0546 จำหน่ายโดยบริษัท เดอะ เบสท์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และโฆษณาอ้างสรรพคุณกระตุ้นฮอร์โมน ลดไขมันในร่างกาย ขับสารพิษออกจากตับ เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ และระบุว่ามีส่วนประกอบสำคัญของหมามุ่ยอินเดีย ได้แก่ แอลโดปา (L-dopa) ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์สำคัญในหมามุ่ย

นพ.ไพศาล กล่าวว่า วันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ อย. จึงร่วมกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) นำหมายค้นตรวจสอบสถานที่จำหน่ายดังกล่าว เลขที่ 555 ซ.ประเสริฐมนูกิจ แขวงบึงกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม. พบกล่องผลิตภัณฑ์สีน้ำเงินระบุชื่อ MUBEAN RESET BODY BALANCE ตรงกัน แต่ไม่มีเลขสารบบอาหาร บรรจุ 4 แผง รวม 40 แคปซูล ลักษณะเหมือนกับแผงตัวอย่างจาก จ.ตรัง และเป็นรุ่นหมดอายุรุ่นเดียวกันคือ 01/04/2018 จึงส่งตรวจวิเคราะห์สารที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ คาดทราบผลใน 15 วัน

นอกจากนี้ ยังพบสติกเกอร์ติดข้างขวด ระบุชื่อผลิตภัณฑืและเลข อย.เดียวกัน ผลิตโดยบริษัท เดอะ เบสท์ อินเตอร์เนชั่นแนล และระบุมีส่วนประกอบของหมามุ่ยอินเดีย ซึ่งจากการตรวจสอบเลข อย.ในระบบ ไม่พบผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแต่อย่างใด ขณะที่ทางบริษัท เดอะ เบสท์ฯ ให้ข้อมูลว่าแค่รับจ้างผลิต ซึ่งหลังจากได้รับเลขสารบบมา แต่ยังไม่มีการผลิตเพื่อจำหน่ายแต่อย่างใด ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ บก.ปคบ.ได้ล่อซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวด้วย โดยได้มาเป็นขวดบรรจุแคปซูล มีฉลากสติกเกอร์ติดอยู่ระบุชื่อผลิตภัณฑ์ เลขสารบบอาหาร เหมือนกับที่ อย.ตรวจพบ จึงส่งกรมวิทย์ตรวจสอบเช่นกัน

“ขณะนี้การตรวจสอบจึงพบแต่สถานที่จำหน่าย ซึ่งเป็นบริษัทขายตรง แต่ยังไม่พบสถานที่ผลิตแต่อย่างใด ซึ่งจะต้องมีการสอบสวนเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ยังต้องดำเนินคดีกับผู้ขายทั้งบริษัทและผู้ขายตรง แต่ในส่วนของคนขายตรงอาจจับยาก เพราะต้องมีของกลางพร้อม แต่โดยสรุปแล้วมีความผิดดังนี้ 1.โฆษณาสรรพคุณอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท 2.โฆษณาสรรพคุณอาหารโอ้อวดเกินจริง หรือหลอกลวง จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ 3.จำหน่ายอาหารที่มีการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง มีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท นอกจากนี้ หากผลตรวจวิเคราะห์พบใส่ยาในผลิตภัณฑ์อาหาร จะจัดเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากพบสถานที่ผลิตก็จะเอาผิดผู้ผลิตด้วยในข้อหาแสดงเลขสารบบอาหารของผู้อื่น เข้าข่ายเป็นการผลิตอาหารที่มีฉลากเพื่อลวง จัดเป็นอาหารปลอม มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน – 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 – 100,000 บาท” รองเลขาธิการ อย. กล่าว

นพ.ไพศาล กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้นเป็นอาหาร ไม่ใช่ยา จึงไม่สามารถอ้างบรรเทาการรักษาโรคได้ จึงอยากให้ผู้บริโภคระมัดระวัง ตรวจสอบเลข อย.ก่อน ซึ่งตรวจสอบได้ผ่าน อย. สมาร์ท แอปพลิเคชัน และเว็บไซต์ อย. สำหรับสาเหตุที่ไม่อนุญาตให้ใช้หมามุ่ยในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพราะข้อมูลทางวิชาการของหมามุ่ยยังไม่ชัดเจน แต่ทราบว่ามีสารแอลโดปา ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของ “โดปามีน” ที่ใช้ในการรักษาโรคพาร์กินสัน และมีฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ซึ่งหากนำมาใช้เป็นยานั้นสามารถควบคุมได้ เพราะต้องสั่งโดยแพทย์และมีการกำหนดโดสที่ชัดเจน อย.จึงอนุญาตให้ขึ้นทะเบียน ซึ่งมียาแผนโบราณสูตรผสมนำเข้าจากอินเดีย ซึ่งมีส่วนประกอบจากหมามุ่ยอินเดีย เป็นส่วนประกอบหนึ่ง ได้ยื่นขอขึ้นทะเบียนกับ อย. 2 ตำรับ โดยระบุสรรพคุณกว้างๆ เพียงว่า ใช้ในการบำรุงร่างกาย แต่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้นสามารถหาซื้อมารับประทานได้ตลอด จึงไม่อนุญาตให้ใช้ในอาหาร

 

เหตุน้ำท่วม3ร.ร.ประกาศหยุดเรียน1วัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/230694

น้ำท่วม

การศึกษา-สาธารณสุข  :  21 มิ.ย. 2559

เหตุน้ำท่วม3ร.ร.ประกาศหยุดเรียน1วัน

“สตรีวิทยา2-สตรีวรนาถ-ถนอมพิศ” ประกาศหยุดเรียน 1 วัน จากสาเหตุน้ำท่วมขังหลายพื้นที่ของกทม.

       เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 59 นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการกพฐ.) กล่าวว่า ตามที่เกิดฝนตกหนักช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเดินทางมาเรียนของนักเรียนในเช้าวันนี้ เบื้องต้นได้รับรายงานว่ามีโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) คือโรงเรียนนวมินทราชินูทิศสตรีวิทยา 2 ประกาศหยุดเรียนในวันที่ 21 มิ.ย.เป็นเวลา1 วัน โดยทางโรงเรียนจะมีการเฝ้าระวังสถานการณ์และประเมินการประกาศหยุดเรียนวันต่อวัน ขณะที่โรงเรียนอื่น ๆ นั้น ได้รับรายงานว่ายังไม่มีการประกาศหยุดการเรียนการสอนแต่อย่างใด

“การประกาศหยุดการสอนนั้น กรณีที่ไม่เกิน 7 วันถือเป็นอำนาจของผู้อำนวยการโรงเรียนอยู่แล้ว ที่จะต้องพิจารณาและประเมินสถานการณ์ต่าง ๆ ว่าจะส่งผลกระทบต่อนักเรียนหรือไม่ โดยก็ได้กำชับให้ทุกแห่งเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด”นายการุณ กล่าว

ทั้งนี้ โรงเรียนสตรีวรนาถ และโรงเรียนถนอมพิศ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้ประกาศหยุดเรียนในวันที่ 21 มิ.ย.เป็นเวลา 1 วันด้วย


อย.ไม่เคยรับรอง“หมามุ่ย”เป็นผลิตภัณฑ์อาหาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/230642

หมามุ่ยอินเดีย,สรรพคุณ,อาหารเสริม,อย.ขึ้นทะเบียนยา,หมามุ่ย,สมุนไพร
นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข

การศึกษา-สาธารณสุข > ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  :  20 มิ.ย. 2559

อย.ไม่เคยรับรอง“หมามุ่ย”เป็นผลิตภัณฑ์อาหาร

สธ.เร่งตรวจสอบอาหารเสริม ชี้หากพบผสมหมามุ่ย มีความผิดตามกฎหมาย อย.ยืนกรานไม่เคยขึ้นทะเบียนหมามุ่ยเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร มีเพียงขึ้นทะเบียนเป็นสมุนไพรเท่านั้น

             เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงกรณีที่น.ส.ศตพร พันทอง อายุ 21 ปี ชาวจังหวัดตรัง เสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยพบว่ามีการกินผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากเม็ด “หมามุ่ยอินเดีย” ชนิดแคปซูล แล้วมีอาการแพ้รุนแรงจนเสียชีวิต แต่ยังไม่ยืนยันว่าเป็นเพราะสาเหตุใด ว่าขณะนี้ยังไม่มีใครรายงานมาทางตน แต่ส่วนตัวเป็นห่วงเรื่องนี้มาก ถึงแม้ยังไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิตว่ามาจากอะไรกันแน่ แต่ในเรื่องการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารก็ต้องระมัดระวัง ซึ่งเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) โดยตรง และต้องเฝ้าระวังติดตาม พร้อมทั้งให้ความรู้ประชาชนมากกว่านี้

“ขณะนี้กำลังจะรีฟอร์มสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ให้มีการทำงานที่รวดเร็วมากกว่านี้ และทำงานเชิงรุก เนื่องจากปัญหาเรื่องการใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรต่างๆ ไม่เพียงแต่หมามุ่ย จึงถือเป็นเรื่องใหญ่ในการให้ความรู้ประชาชน และปราบปรามพวกทำผิดกฎหมาย จำหน่ายอาหารสุขภาพที่อาจเสี่ยงก่อปัญหาได้” นพ.ปิยะสกล กล่าว

นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า มีผู้ขายอาหารเสริมที่มีสารสกัดจากหมามุ่ย ชักชวนพี่น้องประชาชนมาเป็นเซลล์ขายอาหารเสริม โดยที่ผู้เสียชีวิตได้กินตัวอย่างอาหารเสริมเข้าไป จนทำให้อาการแพ้ยา ซึ่งที่จริงผู้เสียชีวิตมีโรคลมชักอยู่แล้ว และยาเกี่ยวกับโรคลมชักก็ทำให้เกิดอาการแพ้ยาได้เช่นกัน มีอาการแพ้เป็นตุ่มผองใส มีผื่นขึ้นตามตัว เคยมีคนที่ตาบอดจากการแพ้ด้วยซึ่งยาทุกอย่างแพ้ได้หมดโดยทางอย.ไม่เคยอนุญาตให้เอาสารสกัดจากหมามุ่ยใส่ในอาหารเสริมเลย

ถ้าสอบสวนแล้วพบว่าใส่ในอาหารเสริมถือว่าผิดกฎหมายแน่นอน ส่วนตำรับยาที่มีสารสกัดจากหมามุ่ยนั้นมีแค่2ตำรับ โดยขณะนี้ทางอย.กำลังดำเนินการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอยู่ต้องตรวจสอบดูเลขทะเบียนอย. อยากเตือนพี่น้องประชนถ้าจะรับประทานอาหารเสริม ขอให้ตรวจสอบจากทางอย.ได้ว่ายาตัวดังกล่าวมีเลขทะเบียนอะไร มีสรรพคุณอย่างไร

นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า บริษัทที่ขายผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เป็นพวกขายตรง โดยมีการนำตัวอย่างผลิตภัณฑ์ไปให้แม่ของผู้เสียชีวิต ซึ่งให้แม่สมัครสมาชิก พร้อมทั้งได้ตัวอย่างไปทดลองรับประทาน โดยเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 20 มิถุนายน อย.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบโรงงานในจ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นโรงงานขนาดใหญ่ มีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลายชนิด แต่ยังต้องตรวจสอบว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีการใส่สารสกัดจากหมามุ่ยด้วยหรือไม่ ซึ่ง อย.ยืนยันว่าไม่เคยให้ทะเบียนรับรอง “หมามุ่ย” สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารเลย มีเพียงขึ้นทะเบียนเป็นยาสมุนไพรเท่านั้น

นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า สำหรับการส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากหมามุ่ยมาให้กรมฯตรวจสอบตามที่เป็นข่าวนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับมาตรวจสอบ คาดว่าน่าจะได้ภายใน 1-2 วัน ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง และทาง อย.ว่าจะส่งให้เมื่อไหร่ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมากรมฯเคยนำสารสกัดจากหมามุ่ยมาตรวจสอบในเรื่องการบำรุงกำลัง พบว่า หากกินมากเกินไปจะพิษกับตับและไตได้


อย.ชี้ถอด“ยาบ้า”จากยาเสพติดอยู่ที่นโยบายฝ่ายการเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/230633

ยาบ้า,ถอดยาบ้า,อย.,ยาเสพติดประเภท,พ.ร.บ. วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518

การศึกษา-สาธารณสุข > ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  :  20 มิ.ย. 2559

อย.ชี้ถอด“ยาบ้า”จากยาเสพติดอยู่ที่นโยบายฝ่ายการเมือง

อย.ชี้ถอด“ยาบ้า”จากยาเสพติดอยู่ที่นโยบายฝ่ายการเมือง จับตาจัดประเภทวัตถุออกฤทธิ์ ชี้หากเป็นประเภท 2 กลุ่ม “ซูโดฯ” ขายใน รพ. ได้ แต่ต้องมีใบรับรองแพทย์

จากกรณี พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เสนอแนวคิดในการเปลี่ยนสารในกลุ่มแอมเฟตามีน หรือ ยาบ้า ออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเป็นวงกว้าง

เมื่อวันที่  20 มิ.ย. นพ.บุญชัย  สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงกรณีดังกล่าว ว่า การจะถอดสารกลุ่มแอมเฟตามีน หรือ ยาบ้า ออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษประเภท 1 นั้น อยู่ที่นโยบายของฝ่ายการเมืองว่าเป็นอย่างไร เหมือนตอนที่ปรับขึ้นเป็นยาเสพติดให้โทษก็เป็นเพราะนโยบายของฝ่ายการเมือง

อย่างไรก็ตาม การถอดยาบ้าออกจากยาเสพติดไปเป็นวัตถุออกฤทธิ์นั้น เข้าใจว่า เพื่อช่วยลดผู้ต้องขัง และเพิ่มการเข้าถึงการบำบัดให้มากขึ้น ซึ่งทางกรมการแพทย์ กรมสุขภาพจิต และโรงพยาบาล ก็ต้องเตรียมความพร้อมในเรื่องของการบำบัด แต่เป้าหมายใหญ่ที่ประเทศไทยต้องการ คือ ลดการเสพยาเสพติดลง ท้ายที่สุดก็ต้องมาดูว่าสามารถลดการเสพยาลงได้หรือไม่ เพราะหากแค่ช่วยเพิ่มการเข้าถึงบำบัดเพียงอย่างเดียว แต่ลดจำนวนผู้เสพไม่ได้ก็ไม่ตอบโจทย์

นพ.บุญชัย กล่าวว่า การถอดยาบ้าจากยาเสพติดให้โทษเหลือเป็นวัตถุออกฤทธิ์ ก็ต้องมาดูว่าจะกำหนดให้เป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภทไหน ซึ่งมี 4 ประเภท ตาม พ.ร.บ. วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 หากเป็นประเภท 2 ก็จะอยู่ในประเภทเดียวกับกลุ่มซูโดอีเฟดรีน คือ ขายได้เฉพาะโรงพยาบาล หรือคลินิกที่มีใบอนุญาตครอบครอง และต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น หากเป็นประเภท 3 หรือ 4 ขายในร้านขายยาที่มีใบอนุญาตครอบครอง แต่ต้องรายงานจำนวนและปริมาณที่ขายต่อเดือน เช่น กลุ่มยานอนหลับ เป็นต้น

“แม้จะถอดออกจากการเป็นยาเสพติดเหลือเป็นวัตถุออกฤทธิ์ แต่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ก็ยังต้องดูแลเข้มงวด เพราะถือว่าเป็นยาที่ห้ามผู้ใดผลิต ขาย นำเข้า หรือส่งออก ซึ่งแต่ละประเภทก็จะมีข้อยกเว้นและหลักเกณฑ์กำหนดไว้ เช่น ประเภทที่ 2 ขายได้ในโรงพยาบาลหรือที่คลินิกที่มีใบอนุญาต และต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ เป็นต้น ไม่ได้ปล่อยให้ใช้หรือขายอย่างอิสระแต่อย่างใด ทั้งนี้ ยืนยันว่า บทลงโทษของวัตถุออกฤทธิ์นั้นรุนแรงพอ ๆ กับบทลงโทษของยาเสพติดให้โทษ จึงไม่ต้องเป็นกังวล” เลขาธิการ อย. กล่าว


แจงแรงงานกัมพูชาฟ้องศาลอเมริกาเรื่องเก่าปี 54

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/230613

แรงงาน,ฟ้องศาลแรงงาน,แผนยุทธศาสตร์ 20 ปี,ปัญหาแรงงานบังคับ,ค้ามนุษย์

นายธีรพล ขุนเมือง

การศึกษา-สาธารณสุข > ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  :  20 มิ.ย. 2559

แจงแรงงานกัมพูชาฟ้องศาลอเมริกาเรื่องเก่าปี 54

ก.แรงงานแจงกัมพูชาฟ้องศาลสหรัฐอเมริกา เหตุเกิดปี 54 เคลียร์จบแล้ว เผยเร่งสร้างระบบนำเข้าแรงงานถูกกฎหมาย ลั่นปัญหาแรงงานบังคับและการค้ามนุษย์ ต้องหมดไปจากไทย

นายธีรพล ขุนเมือง ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน (รง.) ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า  พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้รับทราบข้อมูลตามที่แรงงานกัมพูชาฟ้อง 2 บริษัทไทยต่อศาลในนครลอสแองเจลีส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา กรณีปัญหาลักลอบค้ามนุษย์และบังคับใช้แรงงานทาสในอุตสาหกรรมอาหารทะเลไทย ซึ่งเหตุเกิดช่วง ปี 2553 – 2554  โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้กำชับหน่วยงานในสังกัดวางระบบการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงานอย่างครบวงจร เน้นสร้างระบบนำเข้าแรงงานต่างด้าวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง พร้อมปฏิรูปสภาพการจ้างงาน โดยยกระดับสภาพการทำงาน สภาพแวดล้อม และมีศูนย์ฯดูแลอย่างใกล้ชิด โดยบรรจุไว้ในแผนปฏิรูประยะที่ 1 (มิ.ย. 59 – ก.ย. 60) และในแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี สู่ Zero Tolerance and Sustainable ปัญหาแรงงานบังคับและการค้ามนุษย์ด้านแรงงานต้องหมดไปจากประเทศไทยอย่างยั่งยืน

ส่วนกรณีการฟ้องร้องของแรงงานกัมพูชานั้น เหตุดังกล่าวเกิดในช่วง ปี 2553 – 2554 ซึ่งเมื่อเกิดเหตุ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ได้มีคำสั่ง เมื่อ 31 ต.ค. 2555 ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างที่ได้หักจากแรงงาน 2,295 คน วงเงิน 8,887,703 บาท ภายใน 7 วัน และนายจ้างได้จ่ายแรงงานครบถ้วนทุกคนเป็นเงินสดเรียบร้อยแล้ว เมื่อ 6 พ.ย.2555

นายธีรพล  กล่าวต่อไปว่า กรณีข้อร้องเรียนนายจ้างเก็บหนังสือเดินทางของลูกจ้างกัมพูชานั้น จากการรายงานของเจ้าหน้าที่ พบว่า นายจ้างได้ตกลงกับลูกจ้างว่า หากประสงค์จะฝากหนังสือเดินทาง (Passport) เพื่อป้องกันการสูญหายในการเก็บรักษาหรือเพื่อการติดต่อรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองก็สามารถฝากไว้ที่นายจ้างได้ เมื่อลูกจ้างมีความจำเป็นต้องใช้หนังสือเดินทางในการเดินทางออกนอกพื้นที่หรือกลับภูมิลำเนา หรือมีเหตุจำเป็นที่ต้องใช้ก็สามารถขอคืนได้ ซึ่งพนักงานตรวจแรงงาน ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่านายจ้างได้คืนหนังสือเดินทางให้กับลูกจ้างชาวกัมพูชาทุกคน และไม่รับฝากหนังสือเดินทางจากลูกจ้างแล้ว และการจ่ายค่าจ้างเป็นไปตามข้อกำหนดตามกฎหมายด้วย ทั้งนี้ ในปัจจุบัน บริษัทพัฒนาซีฟู้ดส์ จำกัด สาขาสงขลา หยุดทำการผลิตทั้งหมดตั้งแต่ประมาณเดือนกรกฎาคม 2556 มีลูกจ้างคนไทยทำงานด้านเอกสาร และช่าง จำนวน 13 คน สำหรับ บริษัท เอส เอส โฟรสเซ่นฟู้ด จำกัด (S.S. Frozen Food co.,Ltd.) ตั้งอยู่อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ประกอบกิจการส่งออกอาหารแช่แข็งไปจำหน่ายต่างประเทศ ปัจจุบันมีลูกจ้าง 306 คน เป็นแรงงานกัมพูชา 9 คน ส่วนที่เหลือเป็นแรงงานไทยทั้งหมด


ชู”คอนเน็กซ์-อีดี”คัด1พันผู้นำรุ่นใหม่พัฒนาร.ร.ประชารัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/230609

คอนเน็กซ์-อีดี,ประชารัฐ,โรงเรียนประชารัฐ,โครงการสานพลังประชารัฐ,ยกระดับการศึกษาสู่สากล

การศึกษา-สาธารณสุข > ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  :  20 มิ.ย. 2559

ชู”คอนเน็กซ์-อีดี”คัด1พันผู้นำรุ่นใหม่พัฒนาร.ร.ประชารัฐ

นายกฯ เปิดตัวโครงการ “คอนเน็กซ์-อีดี” คัดสรรผู้นำรุ่นใหม่จาก 12 องค์กรภาคเอกชน เข้าร่วมทีมกับผู้บริหารโรงเรียนโครงการประชารัฐ 3,342 โรง ยกระดับการศึกษาสู่สากล

เมื่อวันที่  20 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน หรือ CONNEXT ED : คอนเน็กซ์-อีดี  (Leadership Program for Sustainable Education) ภาย ใต้โครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ พร้อมกล่าวปาฐกถา พิเศษ เรื่อง “สานพลังประชารัฐ เสริมพลังการศึกษาของชาติ” ตอนหนึ่งว่า โครงการคอนเน็กซ์-อีดี ถือเป็นมิติใหม่ทางการศึกษา ที่นำภาคเอกชนมาร่วมพัฒนาการศึกษา ซึ่งเรื่องนี้จะถูกบรรจุอยู่ในแผนปฏิรูปประเทศ ระยะที่ 1 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใครจะเข้ามาเปลี่ยนไม่ได้ อะไรที่เป็นความก้าวหน้า ความเจริญของประชาชนต้องทำเป็นโครงการระยะยาว ส่วนเรื่องการเมืองก็ทำกันไป แต่อย่าทำให้ประเทศชาติถอยหลังหรือติดกับดักตนเอง

ด้าน นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ในฐานะหัวทีมภาคเอกชน กล่าวว่า โครงการประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ นับเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศ ซึ่งตลอด 5 เดือน ที่ผ่านมาภาครัฐได้เปิดโอกาสให้ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมเข้าร่วมระดมความคิดในการยกระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศ จนเกิดเป็นแผนยุทธศาสตร์ 10 ด้าน อาทิ ความโปร่งใสของข้อมูลสถานศึกษา กลไกตลาดการมีส่วนร่วมของประชาชน หลักสูตรการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้นักเรียนเป็นศูนย์กลาง เป็นต้น ซึ่งจะยกระดับการศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากล ตั้งแต่ปี 2559 ทำ ให้เกิดความร่วมมือโดยยึดประเทศเป็นที่ตั้ง อีกทั้งทำให้ภาคเอกชนได้เรียนรู้ข้อจำกัดของภาครัฐเพื่อให้ภาคเอกชนสามารถ เข้ามาช่วยเติมเต็มได้

สำหรับความร่วมมือในโครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน หรือ คอนเน็กซ์-อีดี นี้เป็นการรวมตัวของ 12 องค์กรเอกชน ที่จะให้การสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาในทุกมิติ  โดยทั้ง 12 องค์กรจะคัดเลือกผู้นำรุ่นใหม่ อายุระหว่าง 25-35 ปี มีอุดมการณ์ มีจิตสาธารณะ จำนวน 1,000 คน มาเข้ารับการอบรมหลักสูตรผู้นำเพื่อเป็นหัวหน้าทีมในการให้การสนับสนุนหลัก และคำปรึกษาด้านยุทธศาสตร์และแผนการทำงาน ร่วมกับผู้บริหารสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการประชารัฐ ซึ่งจะแบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ระยะ คือ ระยะแรก ในปี 2559 จำนวน 3,342 โรงทั่วประเทศ และขยายให้ครบ 7,424 โรงทุกตำบาลทั่วประเทศภายใน 3 ปีหรือในปี 2561

“ผู้นำรุ่นใหม่ทั้ง 1,000  คนนี้เปรียบเสมือนกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนและพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภายใต้หลักการทำงาน 3 ด้าน คือ 1.สนับสนุนผู้บริหารสถานศึกษาให้ดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ 2.ร่วมเสนอแนวทางพัฒนาโรงเรียนเพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากเอกชน และสร้างมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน ตามยุทธศาสตร์ 10 ด้านของโครงการประชารัฐ”นายศุภชัย กล่าว


10ปีที่รอคอยม.44 เรียนฟรี15ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/230530

เรียนฟรี

เรียนฟรี

การศึกษา-สาธารณสุข > บทความ  :  20 มิ.ย. 2559

10ปีที่รอคอยม.44 เรียนฟรี15ปี

10ปีที่รอคอยม.44 เรียนฟรี15ปี  : กมลทิพย์  ใบเงิน’ รายงาน

            “ผมดีใจมาก ผมนอนตายตาหลับแล้วครับ  หลังจากผมต่อสู้มายาวนานเกือบ 10 ปี เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2547 หัวหน้า คสช.โดยความเห็นชอบของ คสช.ออกคำสั่ง คสช. ที่ 28/2559 เรียนฟรี 15 ปี เริ่มอนุบาล-ม.6/ปวช. ซึ่งไม่ขัดรัฐธรรมนูญ เป็นการผดุงความยุติธรรม เป็นสัตยาบันที่ คสช.และรัฐบาลให้แก่ประชาชนว่าจะดูแลการจัดการศึกษาของชาติ เป็นการให้มากกว่าร่างรัฐธรรมนูญ เป็นสิทธิของนักเรียนเต็มๆ คุ้มครองทันที”

“คมเทพ ประภายนต์” นายกสมาคมเครือข่ายผู้ปกครองแห่งชาติ นักสู้เพื่อการศึกษาเด็กไทย เปิดเผยความรู้สึกต่อ “คม ชัด ลึก” หลังรับทราบข่าวนี้ผ่านสื่อทุกแขนง และมีหลักฐานปรากฏชัดในประกาศของราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2559

คมเทพ  เล่าว่า ส่วนตัวได้อ่านรายละเอียดใจคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 28/2559 เรื่องให้เรียนฟรี 15 ปีแล้ว รู้สึกดีใจมาก และขอบคุณที่รัฐบาล เห็นความสำคัญเรื่องการศึกษา ซึ่งที่ผ่านมาเครือข่ายผู้ปกครองแห่งชาติได้สะท้อนปัญหาเรื่องการศึกษาไปยัง พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวมทั้ง พล.อ.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการด้วย โดยเฉพาะในร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. (ฉบับลงประชามติ) มาตรา 54 ที่ระบุ “รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปีตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย”

“เห็นได้ชัดว่า การกำหนดเช่นนี้ ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน ยังรวมถึงการเปิดช่องให้สถานศึกษาจัดเก็บค่าบำรุงการศึกษาเพิ่มเติมจากผู้ปกครองได้ เหล่านี้เป็นปัญหาใหญ่ ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างมาก เพราะฉะนั้น การที่มีคำสั่งใช้อำนาจใช้ มาตรา 44 ฉบับที่ 28/2559 นี้ออกมา เท่ากับเป็นการผดุงความยุติธรรม ทั้งยังเปรียบเสมือนสัตยาบันที่ทั้ง คสช.และรัฐบาลได้ให้ไว้กับประชาชนว่า จะดูแลการจัดการศึกษาของชาติ ซึ่งจะเกิดประโยชน์อย่างมากมายต่อนักเรียน และเชื่อว่าจะทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจได้” คมเทพ กล่าว

คมเทพ ย้ำอีกว่า  คำสั่ง คสช. ที่ 28/2559  มีศักดิ์และสิทธิ์เท่าพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ถือเป็นกฎหมายมีผลบังคับใช้ทันทีถัดจากวันที่ี่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นการตอกตะปูปิดฝาโลงอย่างแน่นหนา ไม่ว่ารัฐบาลชุดไหน พรรคการเมืองใด จะเข้ามาบริหารประเทศไทย นับจากนี้ต้องจัดการศึกษาแบบให้เปล่าหรือเรียนฟรี 15 ปี คงยากที่จะมีการเปลี่ยนแปลงคำสั่ง เพราะในแง่ของกฎหมายในอดีตเคยมีประกาศคณะปฏิวัติถึงร้อยละ 90 ที่ประเทศไทยใช้มานาน 20 ปี หรือใช้ถึงปัจจุบัน เช่น ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

“เรียนฟรี 15 ปี ตามมาตรา 44 มาจากการจัดสรรงบประมาณแผ่นดิน ครอบคลุมเด็กไทยทุกคน เข้าถึงสิทธิเด็กยากจน เด็กด้อยโอกาส อีกทั้งไม่ได้พูดถึงเงินบำรุงการศึกษา ต่อไปนี้สถานศึกษาจะมาเรียกเก็บเงินค่าบำรุงการศึกษาจากพ่อแม่ผู้ปกครองนักเรียนไม่ได้ เพราะรายการที่เพิ่มเข้ามารวมอยู่ในการบริหารจัดการ จะมาเล่นแร่แปรธาตุ หรือออกประกาศกระทรวงศึกษาธิการจัดเก็บเงินบำรุงการศึกษาอีกไม่ได้  ผมเชื่อว่าจะไม่มีผู้บริหารสถานศึกษาคนไหนกล้าฝ่าฝืน มาตรา 44 เพราะหากฝ่าฝืนจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 ระวางโทษสูงสุดประหารชีวิต” คมเทพ ระบุ

คมเทพ  เสนอว่า พล.อ.ดาว์พงษ์  ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการควรรีบใช้อำนาจในการยกเลิกประกาศกระทรวงศึกษาธิการที่เรียกเก็บเงินบำรุงการศึกษาทุกฉบับ หรือการจัดเก็บค่าเทอมเถื่อน หากประกาศดังกล่าวยังไม่ยกเลิก ผู้บริหารสถานศึกษาอาจจะอาศัยเป็นช่องโหว่ในการเรียกเก็บเงินจากพ่อแม่ผู้ปกครองได้อีก เหมือนที่เคยเก็บเงินบำรุงการศึกษาเถื่อนมาเกือบ 10 ปี

“เรียนฟรี 15 ปี ต้องมีคุณภาพมาตรฐาน ไม่เก็บค่าใช้จ่าย หลังจากนี้ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ต้องไปกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาสำหรับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปี เพื่อเสนอตามกระบวนการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี  เพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่าย 6 อย่าง ดังนี้ ค่าจัดการเรียนการสอน, ค่าหนังสือเรียน, ค่าอุปกรณ์การเรียน, ค่าเครื่องแบบนักเรียน, ค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และค่าใช้จ่ายอื่นตามที่ ครม.เห็นชอบ อีกทั้งให้กระทรวงศึกษาธิการจะต้องจัดทำ หรือปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับคำสั่ง คสช. ที่ 28/2559 ภายใน 6 เดือน” นายกสมาคมเครือข่ายผู้ปกครองแห่งชาติ ฝากทิ้งท้าย

ผู้เขียนวาดความหวังเอาไว้ว่า มาตรา 44 เรียนฟรี 15 ปี จะสามารถลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยได้ และจะสามารถโอบอุ้มเด็กไทยกว่า 12 ล้านคน ให้ได้รับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานจากรัฐ อย่างดีมีคุณภาพมาตรฐาน เสมอภาคและเท่าเทียมกัน เหนืออื่นใด ในอนาคตต้องแก้ปัญหาเด็กออกกลางคันในทุกระดับ เพราะถ้าอนาคตเด็กออกกลางคัน จากหลักแสนคนเพิ่มเป็นหลักล้านคน วันนั้นมาถึงบ้านเมืองของเราคงกลายเป็น “สมรภูมิสงคราม” นะขอบอก!!


ทปอ.ประกาศปฏิทินแอดมิชชั่นส์เข้ามหา’ลัยปี 60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/230481

ปฏิทินแอดมิชชั่นส์ ปี 2560,ทปอ.,เปิดข้อสอบโอเน็ต,เปิดข้อสอบแกตแพต,สทศ.
ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร (กลาง)

การศึกษา-สาธารณสุข > ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  :  19 มิ.ย. 2559

ทปอ.ประกาศปฏิทินแอดมิชชั่นส์เข้ามหา’ลัยปี 60

ทปอ.เห็นชอบปฎิทินแอดมิชชั่นส์ปี 2560 และเห็นชอบเปิดข้อสอบ-เฉลยคำตอบแกต/แพต ในปี 60 ชี้เพื่อประโยชน์ในการเรียนการสอน ส่วนข้อสอบ 7 วิชาสามัญขอหารือก่อน

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.)  ศ.คลินิก นพ.อุดม  คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล(มม.)   ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) และนายกสมาคมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (สอท.)กล่าวภายหลังการประชุมสามัญทปอ.และการประชุมสามัญ สอท.ครั้งที่ 3/2559 ว่าที่ประชุมมีมติอนุมัติปฎิทินการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลาง การรับนิสิต นักศึกษา หรือแอดมิชชั่นส์ ประจำปีการศึกษา2560 ดังนี้ รับสมัครสอบ9 วิชาสามัญ วันที่ 5-24 ต.ค.2559 สอบวันที่24-25 ธ.ค.2559  ประกาศผลสอบ วันที่ 25 ม.ค.2560 รับสมัครสอบวิชาความถนัดทั่วไป หรือแกต และความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ หรือแพต ครั้งที่ 1/2560 วันที่ 10-29 ส.ค.2559 สอบวันที่ 29 ต.ค.-1 พ.ย.2559ประกาศผลสอบ วันที่ 15 ธ.ค.2559

ทั้งนี้ สำหรับการสอบแบบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ประจำปีการศึกษา2559 วันที่ 18-19 ก.พ.2560 ประกาศผลสอบโอเน็ต 20 มี.ค.2560 สมัครสอบแกต และแพต ครั้งที่ 2/2560   วันที่ 7-26 ธ.ค.2559 สอบวันที่ 11-14 มี.ค.2560 ประกาศผลสอบวันที่  20 เม.ย.2560 สถาบันที่เข้าร่วมในระบบเคลียริ่งเฮาส์ ส่งรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกไปยัง สมาคมอธิการแห่งประเทศไทย(สอท.)จัดทำข้อมูลให้นักเรียนยืนยันสิทธิ์และส่งข้อมูลตัดสิทธิ์แอดมิชชั่นส์ วันที่ 21 เม.ย.2560  นักเรียนยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาที่ได้รับการคัดเลือก วันที่ 25-28 เม.ย.2560  สอท.แจ้งประกาศรายชื่อผู้ที่ยืนยันสิทธิ์ ไปยังสถาบันที่เข้าร่วมในระบบเคลียริ่งเฮาส์  วันที่ 6 พ.ค.2560 จำหน่ายระเบียบการแอดมิชชั่นส์ วันที่ 16-27 พ.ค.2560  รับสมัครแอดมิชชั่นส์  วันที่ 20-27 พ.ค.2560 ชำระเงินค่าสมัคร  วันที่  20-29 พ.ค.2560  ผู้สมัครตรวจสอบคะแนนที่ใช้ในการคัดเลือกแอดมิชชั่นส์ วันที่ 7-9 มิ.ย. 2560 ประกาศชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย วันที่ 15 มิ.ย.2560 สอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย วันที่  23-26 มิ.ย.2560 และ ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา วันที่  10 ก.ค.2560

นอกจากนั้น ในส่วนของการสอบคัดเลือกปีนี้ ทางทปอ.ได้ร่วมกับทางกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย(กสพท) ในการเลื่อนการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ และตรวจสุขภาพให้อยู่ในช่วงระยะเวลาใกล้เคียงกับการประกาศผลคะแนนในวิชาต่างๆ ดังนั้น รับสมัครสอบคัดเลือกวิชาเฉพาะแพทย์ กสพท.ปีการศึกษา 2560 วันที่ 1-31 ส.ค.2559 สอบวิชาเฉพาะแพทย์ กสพท.วันที่ 5 พ.ย.2559 ประกาศคะแนนวิชาเฉพาะแพทย์กสพท. วันที่ 19 ธ.ค.2559 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์และตรวจสุขภาพ กสพท. วันที่  14 มี.ค.2560 และสอบสัมภาษณ์/ตรวจสุขภาพ กสพท. 20-24 มี.ค.2560 เพื่อให้นักเรียนได้อยู่ในชั้นเรียนตลอดหลักสูตร เพราะหากมีการประกาศผลก่อนจะทำให้นักเรียนไม่สนใจการเรียนได้

ศ.คลินิก นพ.อุดม กล่าวต่อไปว่าสำหรับการนำข้อสอบและเฉลยมาเปิดเผย นั้น โดยหลักการทปอ.เห็นด้วยที่จะให้เปิดเผยข้อสอบและเฉลยโอเน็ต ,ความถนัดทั่วไป(แกต)  และความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ (แพต) รวมถึงการสอบ9 วิชาสามัญ  แต่การเปิดเผยข้อสอบและเฉลยนั้นเพื่อการเรียนรู้การสอบในครั้งต่อไป ดังนั้น การเปิดเผยข้อสอบและเฉลย ต้องเปิดหลังกระบวนการแอดมิชชั่นส์เสร็จสิ้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) พยายามทำทุกทางเพื่อไม่ให้เกิดข้อสอบผิดพลาด  เพราะมีกระบวนการทำงานอย่างดี แต่ปีนี้เป็นปีแรก อาจมีข้อผิดพลาดบ้างและต้องได้รับการแก้ไขแล้ว อย่างไรก็ตาม คาดว่าปีการศึกษา 2560 จะเปิดเผยข้อสอบและเฉลยของโอเน็ต และแกต/แพต  ส่วนการสอบ 7 วิชาสามัญ ยังไม่ได้ข้อตกลงว่าจะเปิดเผยเฉลยข้อสอบเมื่อใด ส่วนการเปิดปิดภาคเรียน ตามอาเซียนนั้น  ทปอ.ยังไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องดังกล่าว เนื่องจากขณะนี้กำลังรอผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เพื่อให้ได้หลักฐานเชิงประจักษ์  ดังนั้น ขณะนี้  ต่อให้ปฎิทินการคัดเลือกมีการขยับนั้น แต่ไม่มีผลต่อกระทบเปิดปิดภาคเรียนตามอาเซียน จึงยังคงยืนยันเปิดปิดภาคเรียนตามเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

ด้าน ผศ.ดร.พงษ์อินทร์ รักอริยะธรรม ประธานคณะอนุกรรมการดำเนินการแอดมิชชั่นส์ของทปอ. กล่าวว่าตามที่ ทปอ.เห็นชอบให้มีการจัดสอบแพตภาษาเกาหลี เนื่องจากขณะนี้มีสถาบันการศึกษาหลายแห่งเปิดการเรียนการสอนดังกล่าว อีกทั้งเพื่อเป็นทางเลือกให้แก่นักเรียนที่เลือกเรียนในภาษาเกาหลี ดังนั้น ที่ประชุม ทปอ.มีมติจะให้มีการจัดสอบแพทภาษาเกาหลีเพิ่มโดยคาดว่าจะเริ่มปีการศึกษา 2561 ซึ่งขอย้ำว่าการจัดสอบแพทภาษาเกาหลีเพิ่มนั้น ไม่ใช่ทุกคนต้องสอบ


TKparkจัด“แนะให้แนว”ปี3ตอน“ทะยานแตะขอบฟ้า”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/230439

TKpark

การศึกษา-สาธารณสุข  :  19 มิ.ย. 2559

TKPARKจัด“แนะให้แนว”ปี3ตอน“ทะยานแตะขอบฟ้า”

อุทยานการเรียนรู้ TK park จัดกิจกรรม “แนะให้แนว” ปี 3 ตอน “ทะยานแตะขอบฟ้า” วันศุกร์ที่ 24 – วันอาทิตย์ที่ 26 มิ.ย. นี้

TKparkจัด“แนะให้แนว”ปี3ตอน“ทะยานแตะขอบฟ้า”

“อัศรินทร์ นนทิหทัย” หัวหน้าฝ่ายกิจกรรม อุทยานการเรียนรู้ TK park เปิดเผยว่าว่ากิจกรรม “แนะให้แนว” จัดขึ้นปีนี้เป็นปีที่ 3  โดยเป็นโครงการที่เน้นให้เด็กและเยาวชนที่กำลังเรียนอยู่ช่วงมัธยมปลายได้ลองค้นหาตัวเองว่าต้องการที่จะก้าวเดินไปในทิศทางไหนทั้งการเรียนต่อในมหาวิทยาลัยและสายอาชีพ เพราะทุกวันนี้โลกการศึกษามีคณะเปิดใหม่มากมาย อาทิ สาขาวิชาเกษตรกลวิธาน, สื่อนฤมิต, ช่างทองหลวง, ทัศนมาตรศาสตร์, เวชกิจฉุกเฉิน, วาริชศาสตร์ซึ่งเป็นเพราะสาขาอาชีพในปัจจุบันมีความหลากหลายและเฉพาะด้านมากขึ้น

“เด็กๆจะมีคำถามในใจเสมอโดยเฉพาะช่วงชีวิตที่จะต้องเลือกอย่างช่วงมัธยมศึกษาปีที่ 6 และปัจจุบันสาขาวิชาต่างๆก็หลากหลายขึ้นมาก เพราะวิชาที่เฉพาะทางเหล่านั้นจะนำไปสู่อาชีพที่ตลาดแรงงานทั้งในไทยและต่างประเทศกำลังต้องการอย่างมากซึ่งแนะให้แนวเกิดขึ้นเพราะต้องการให้เด็กได้มีโอกาสค้นหาสิ่งที่ตัวเองรัก โดยสองปีที่ผ่านมาได้ทำกิจกรรมเฉพาะในกรุงเทพ คือชวนวิทยากรไปเสวนาแนะนำน้องๆในโรงเรียนต่างๆ และกลับมาจัดกิจกรรมใหญ่ที่อุทยานการเรียนรู้ แต่ปีนี้มีความพิเศษเพิ่มขึ้นมาคือมีกิจกรรมสัญจรในต่างจังหวัดอีกด้วย แต่จะต่างกับที่กรุงเทพฯเพราะจะเน้นการให้ความรู้กับคุณครู ซึ่งคุณครูจะขยายผลต่อไป และทำให้เด็กๆรู้จักตัวเองมากขึ้นจนสามารถวางแผนให้ชีวิตตัวเองได้”

ด้านมนัส อ่อนสังข์ บรรณาธิการจากเว็บไซต์ dek-d.com เปิดเผยว่า พื้นฐานการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่สำคัญที่สุด คือเด็กจะต้องรู้จักตัวเองเพื่อนำไปสู่การเตรียมตัวและการแข่งขัน ซึ่งกิจกรรมแนะให้แนวจะสามารถตอบโจทย์ดังกล่าวได้ “นอกจากคณะทั่วไปแล้ว ในภาคสนามของการทำงานมีอาชีพที่หลากหลายมาก ซึ่งก็มีคณะที่น่าสนใจและจบไปแล้วไปทำอาชีพนั้น อย่างสาขาโลจิสติก เป็นสาขาที่มาแรงและตลาดแรงงานรองรับค่อนข้างสูง หรือสาขาวาริชศาสตร์ เรียนจบไปสามารถทำงานในอควาเรียมทั่วโลก หรือเกษตรกลวิธาน ก็เรียนเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรกลเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร ซึ่งคณะแปลกๆใหม่ๆพวกนี้ ไม่ต้องกลัวว่าจะตกงาน เพราะการเรียนสาขาต่างๆเกิดขึ้นได้เพราะตลาดแรงงานต้องการ ยิ่งรู้เยอะ จะยิ่งเพิ่มตัวเลือกให้เราการเข้าร่วมโครงการแนะให้แนวจะเป็นจุดสตาร์ทให้รู้ตัวเองว่าต้องการอะไร”

“กิจกรรมแนะให้แนว” จัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 24 – วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายนนี้ตั้งแต่เวลา 10.00- 18.00 น. ณ อุทยานการเรียนรู้ TK park ชั้น 8 เซ็นทรัลเวิล์ดนั้น มีกิจกรรมมากมายจากทั้งรุ่นพี่และรุ่นเพื่อน อาทิ “CLOUND EXHIBITION”นิทรรศการเปิดม่านฟ้า ชวนมามองหาคณะสุดแนว วิชาสุดแปลก คำปรึกษาจากรุ่นพี่ และเทคนิคให้ตามความฝันสำเร็จ, INTO THE SKY WORKSHOPเวหาแห่งความฝันสนุกไปกับ 6 เวิร์คช็อปสุดครีเอท ประสบการณ์พิเศษทางการเรียนรู้ ก่อนสัมผัสจริงในมหาวิทยาลัย เช่น “ให้เธอลองเป็นนางฟ้า” โดย สถาบัน CrewabsCabincrew Motivator, “เสพวิทย์ ละเลงศิลป์” โดย ทีมงาน Young Science Artist, THE FORUM: BIRD EYE VIEWเรื่องเล่าจากท้องฟ้าร่วมเปิดมุมมองในทุกประเด็นที่คาใจไปกับบทสนทนาจากเหล่าไอดอล และตัวจริงในแวดวงการเรียนรู้ ทั้งนักคิด นักเขียน และอาจารย์เช่น เบเบ้-ธันย์ชนก ฤทธินาคา, นิ้วกลม-สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์, เจี๊ยบ-ลลนา ก้องธรนินทร์, เคน-นครินทร์ วนกิจไพบูลย์, แชมป์-ทีปกร วุฒิพิทยามงคล,ครูลูกกอล์ฟ-คณาธิป สุนทรรักษ์ รวมถึงนักแสดงวัยรุ่นชื่อดังจากซีรีส์ฮอร์โมน เบลล์-เขมิศรา พลเดช,เจมส์-ธีรดนย์ ศุภพันธ์ภิญโญ สนใจดูรายละเอียดและลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ http://www.tkpark.or.th


นายกสภามรภ.เพชรบูรณ์ยันแก้ข้อบังคับสรรหาผู้บริหารไม่ขัดกม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/230341


มรภ.เพชรบูรณ์,สภามรภ.เพชรบูรณ์แก้ไขข้อบังคับ,การสรรหาอธิการบดี,คณบดี,นายกสภามรภ.เพชรบูรณ์

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 17 มิ.ย. 2559

นายกสภามรภ.เพชรบูรณ์ยันแก้ข้อบังคับสรรหาผู้บริหารไม่ขัดกม.

นายกสภามรภ.เพชรบูรณ์ ยันแก้ข้อบังคับว่าด้วยการสรรหาผู้บริหารมหาวิทยาลัย เป็นไปตาม กม.ผ่านความเห็นกรรมการไม่ได้ทำเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง ลั่นยึดยึดประโยชน์มหา’ลัย

รศ.ดร.สมเจตน์ ภูศรี  นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฎ(มรภ.)เพชรบูรณ์ เปิดเผยว่าตนยังไม่ทราบเรื่องว่ามีอาจารย์ไปส่งหนังสือถึงรมว.ศึกษาธิการ ให้สภาฯ ยุติการพิจารณา แก้ไขข้อบังคับของมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องกับกับการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง 3 ตำแหน่ง ได้แก่  ข้อบังคับมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ ว่าด้วย คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาอธิการบดี (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2555 ข้อบังคับมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ ว่าด้วย คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาคณบดี พ.ศ.2556 และข้อบังคับมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ ว่าด้วย คุณสมบัติ และวิธีการสรรหาผู้อำนวยการสถาบัน สำนัก วิทยาลัย ศูนย์ หรือหัวหน้าส่วนราชการ ที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ พ.ศ.2552  ซึ่งเรื่องการแก้ไขข้อบังคับดังกล่าว ทางสภามีมติให้มีการแก้ไขข้อบังคับดังกล่าวจริง และกำลังอยู่ในกระบวนการปรับปรุงแก้ไขร่างฯ โดยคาดว่าจะมีการนำเสนอสภาฯ ในวันที่ 30 มิ.ย.นี้   ดังนั้น ตอนนี้ยังไม่ได้เห็นฉบับแก้ไข ปรับปรุงข้อบังคับดังกล่าว

ทั้งนี้ สำหรับเหตุผลที่ต้องมีการปรับปรุง แก้ไขข้อบังคับดังกล่าวนั้น เนื่องจากขณะนี้มหาวิทยาลัยต้องมีการพัฒนา ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพื่อให้มีความก้าวหน้า เท่าทันการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้น รวมถึงต้องปรับปรุงให้เกิดคุณภาพมาตรฐานทุกเรื่อง ดังนั้น การพิจารณาคัดสรรบุคลากรระดับผู้บริหารต้องมีการปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้ได้ผู้บริหารที่มีคุณภาพ ทำงานอย่างโปร่งใส ยุติธรรม

“สภามหาวิทยาลัยมีอำนาจหน้าที่สามารถพิจารณาแก้ไขระเบียบข้อบังคับต่างๆ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย และประโยชน์ของมหาวิทยาลัยเป็นหลัก อีกทั้งระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ ล้วนต้องผ่านประชาคมมหาวิทยาลัย ผู้บริหาร ก่อนจะมาเสนอให้สภาฯ มีมติเห็นชอบหรือไม่ ฉะนั้น ในส่วนของ สภามรภ.เพชรบูรณ์ ผมขอยืนยันว่า ทุกเรื่องที่สภาฯ พิจารณา ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของมหาวิทยาลัย ไม่มีกรรมการสภาคนใดที่จะมาใช้อำนาจโดยไม่ได้คิดถึงประโยชน์ของส่วนร่วม ของมหาวิทยาลัย อีกทั้ง การแก้ไขระเบียบข้อบังคับต่างๆ ต้องผ่านคณะกรรมการร่างฯ ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของคนใดคนหนึ่งที่จะเขียนขึ้นเอง” รศ.ดร.สมเจตน์ กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม แม้สภา มรภ.เพชรบูรณ์ ชุดปัจจุบัน เข้ามาดำรงตำแหน่งได้ 1 ปี แต่ขอยืนยันว่า การปรับปรุง แก้ไข หรือออกระเบียบข้อบังคับต่างๆ ล้วนดำเนินการตามกฎหมาย