คอหวยเฮ ‘ชาติพัฒนากล้า’ ผุดไอเดียลุ้นรางวัลเพิ่ม ทุกจังหวัดๆละ 3 ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548151

03 พ.ค. 2566

คอหวยเฮ 'ชาติพัฒนากล้า' ผุดไอเดียลุ้นรางวัลเพิ่ม ทุกจังหวัดๆละ 3 ล้าน

‘ชาติพัฒนากล้า’ ผุดไอเดียลดเงินขายหวยผ่านพ่อค้าคนกลาง เพิ่มเงินรางวัลผู้ซื้อได้ลุ้นทุกจังหวัด 3 คน คนละ 1 ล้าน

วันนี้ 2 พ.ค. นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า เปิดนโยบายเพื่อคอหวยด้วยแนวคิดการเพิ่มเศรษฐีเงินล้าน 231 คนต่องวด ผู้โชคดีทุกจังหวัดทั่วประเทศ ระบุว่า สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล คือ หน่วยงานที่ประชาชน 22 ล้านคนฝากความหวังไว้ แต่ก็ต้องผิดหวังมากที่สุด 8 ปี ที่ผ่านมา รายได้ของกองสลากเพิ่มขึ้นมหาศาล ก่อนหน้านี้ขายล็อตเตอรี่เพียงปีละ 37 ล้านใบ แต่วันนี้ขาย 100 ล้านใบ ทำให้รายได้ของกองสลากเพิ่มขึ้นจากกว่า 1 หมื่นล้านบาท เป็นเกือบ 5 หมื่นล้านบาทต่อปี ขณะที่การแบ่งสัดส่วนรางวัล ยังอยู่เท่าเดิม ถึงเวลาที่กองสลากจะแบ่งปันรายได้กลับคืนให้กับประชาชนในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบันประชาชนสามารถซื้อล็อตเตอรี่ได้ผ่านแอป “เป๋าตัง” ทำให้รัฐประหยัดจ่ายค่าการตลาดให้กับพ่อค้าคนกลาง 


วิธีการของพรรคชาติพัฒนากล้า คือ ทุกงวดจะจัดรางวัลให้ทุกจังหวัดทั่วประเทศ จังหวดละ 3 รางวัล รางวัลละ 1 ล้านบาทให้กับผู้ซื้อล็อตเตอรี่  ซึ่งผู้ซื้อที่จะได้รางวัล คือ ผู้ที่เบอร์ 6 ตัว ใกล้กับรางวัลที่ 1 มากที่สุดในจังหวัดนั้นๆ ส่วนจะทราบได้อย่างไรว่า ล็อตเตอรี่ของเราเข้าข่ายอยู่ในจังหวัดไหน คือ ต้องซื้อผ่านแอปเป๋าตัง เพราะจะมีข้อมูลอัตโนมัติจากข้อมูลบัตรประชาชนที่เราลงทะเบียนไว้ และเราก็ได้ซื้อในราคา 80 บาท 
 

ดังนั้นเมื่อรู้แล้วว่าคุณเป็นจังหวัดไหน เมื่อจับรางวัลแต่ละงวด สามารถตรวจเช็คอัตโนมัติเลยว่า เบอร์ของคุณเป็นเบอร์ในจังหวัดของคุณที่ใกล้รางวัลที่ 1 มากที่สุดหรือไม่ เพียงเท่านั้นก็จะทำให้คุณเป็นเศรษฐีเงินล้านได้ทันที ซึ่งจะทำอย่างนี้ทุกงวด งวดละ 231 คน เดือนนึง 462 คน ทั้งปี 5,544 คน  เพียงเพราะเรามีการจัดแบ่งรายได้ของกองสลาก คืนเป็นรางวัลเพิ่มเติมให้กับพี่น้องประชาชน ในสัดส่วนที่เป็นธรรมมากยิ่งขึ้น

แนวคิดนี้ประชาชนจะได้ลุ้นรางวัลกันทั่วประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดเล็กโอกาสจะมีมากกว่า ยืนยัน ไม่ใช่การมอมเมาแน่นอน เพราะเราไม่ได้เพิ่มจำนวนล็อตเตอรี่ ปัจจุบันที่ขายอยู่ 100 ล้านใบ ก็ยังเหมือนเดิม เพียงแต่แบ่งปันรางวัลมากขึ้น และไม่ใช่แนวคิดเชิงประชานิยม เพราะสามารถจัดสรรรางวัลให้กับประชาชนได้ ด้วยการดึงล็อตเตอรี่เข้าสู่ระบบแอปเป๋าตัง และลดค่าใช้จ่ายในเรื่องของค่าการตลาดที่กองสลากต้องจ่ายให้กับพ่อค้าคนกลาง

นายกรณ์ กล่าวว่า นอกจากนี้พรรคชาติพัฒนากล้ายังมีอีก 3 เรื่องที่พรรคจะรื้อระบบกองสลาก แก้ไขความเป็นธรรมให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น คือ  1. เมื่อมีการซื้อล็อตเตอรี่ผ่านแอปเป๋าตังมากขึ้น ค่าการตลาด 9 บาทต่อใบ ที่วันนี้ยังต้องจ่ายให้กับยี่ปั๊ว ควรจะเอาคืนมาจัดสรรเป็นเงินรางวัลให้กับผู้ซื้อแทน 2. เราต้องแก้ไขกฎหมาย เพื่อให้รายได้ของกองสลากนั้นสามารถจะจัดสรรยิงตรงช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคนยากคนจน แทนที่จะส่งเงินเข้าคลัง ไม่ว่าจะเป็นทุนการศึกษา ทุนการสร้างอาชีพ และ 3. สำหรับผู้ค้าสลากที่ได้รับผลกระทบจากการที่ประชาชนซื้อล็อตเตอรี่ใน แอปเป๋าตัง มากยิ่งขึ้น เราต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อเยียวยาฝึกอาชีพให้กับเขา มีเงินเดือนให้  ในช่วงที่ผู้ค้าล็อตเตอรี่ต้องปรับตัว 
นายกรณ์ จาติกวณิชนายกรณ์ จาติกวณิช

‘เศรษฐา’ ย้ำรัฐบาลเพื่อไทย ลดค่าไฟ ลดค่าแก๊ส ทันที

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548148

03 พ.ค. 2566

'เศรษฐา' ย้ำรัฐบาลเพื่อไทย ลดค่าไฟ ลดค่าแก๊ส ทันที

‘เศรษฐา ทวีสิน’ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย แนะทางออกระยะสั้น-ยาว แก้ค่าไฟแพง ย้ำรัฐบาลเพื่อไทย พร้อมลดค่าไฟ-ค่าแก๊สทันที เร่งเจรจาหาแหล่งก๊าซเพิ่ม

นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย ในประเด็นค่าไฟฟ้า โดยสรุปว่า ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา พี่น้องประชาชนอาจมีความกังวลบิลค่าไฟที่แพงขึ้น ประกอบกับค่าพลังงาน ที่ส่งผลต่อค่าครองชีพของภาคธุรกิจ ที่ต้นทุนสูงขึ้น จากการบริหารพลังงานที่ผิดพลาดของรัฐบาลปัจจุบัน ทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าพุ่งขึ้นสูง

สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการบริหารพลังงานที่ผิดพลาดของรัฐบาลปัจจุบัน ทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าพุ่งขึ้นสูง และต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่มีราคาสูงเข้ามาใช้ในการผลิตไฟฟ้าเป็นปริมาณมาก จากการรับช่วงต่อสัมปทานการขุดเจาะก๊าซธรรมชาติในพื้นที่อ่าวไทยจาก บริษัท เชฟรอน ทำให้ผลิตก๊าซธรรมชาติ (LNG) ได้น้อยลงกว่าที่เคยทำได้ และต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่มีราคาสูงเข้ามาใช้ในการผลิตไฟฟ้าเป็นปริมาณมาก 

'เศรษฐา' ย้ำรัฐบาลเพื่อไทย ลดค่าไฟ ลดค่าแก๊ส ทันที

รวมถึงก๊าซธรรมชาติ (LNG) ในอ่าวไทยจะไม่เพียงพอสำหรับการผลิตไฟฟ้า รัฐบาลชุดนี้รู้อยู่แล้วแต่กลับไม่ได้เร่งต่อรองกับกัมพูชา เพื่อขุดเจาะก๊าซธรรมชาติในพื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างไทย-กัมพูชา

'เศรษฐา' ย้ำรัฐบาลเพื่อไทย ลดค่าไฟ ลดค่าแก๊ส ทันที

ทั้งนี้ หากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลจะมีการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ทั้งระยะสั้น และระยะยาว เช่น ระยะสั้น จะลดราคาค่าไฟฟ้าทันที และตรึงราคาค่าไฟฟ้า ในระยะยาว จะเร่งเจรจาแหล่งพลังงาน ในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยและกัมพูชา ต้องเจรจาลดค่าความพร้อมของโรงไฟฟ้าที่สร้างเสร็จแล้วแต่ไม่ได้จ่ายไฟฟ้าด้วย

“ถ้าเรามีโอกาสได้ดำเนินนโยบาย ทุกภาคส่วนจะมีค่าไฟฟ้าที่ลดลง ค่าใช้จ่ายลดลง ประชาชนมีเงินเหลือมากขึ้น เอกชนมีกำไรมากขึ้น สินค้ามีราคาที่ถูกลง ทำให้แข่งขันกับประเทศอื่นทั่วโลกได้ เมื่อรวมเข้ากับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะเสริมกัน ทำให้เศรษฐกิจโตขึ้นตามที่พรรคเพื่อไทยได้ตั้งไว้” นายเศรษฐากล่าว

ก้าวไกลหายใจรดต้นคอเพื่อไทย นิด้าโพล อยากได้ พิธาเป็นนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548136

03 พ.ค. 2566

ก้าวไกลหายใจรดต้นคอเพื่อไทย นิด้าโพล อยากได้ พิธาเป็นนายกฯ

นิด้าโพล สำรวจเลือกตั้ง ครั้งที่สาม พบว่า พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แซงแพทองธาร ชินวัตร ขึ้นอันดับหนึ่งที่คนอยากได้เป็นนายกฯ

นิด้าโพลสำรวจเลือกตั้งครั้งที่สาม พบว่า พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้รับความนิยม เหนือ แพทองธาร ชินวัตร ราว 7 %  แม้ผลสำรวจความนิยม สส.แบบบัญชีรายชื่อ และสส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยจะมีคะแนนนำ แต่พรรคก้าวไกลก็ไล่ตามชนิดหายใจรดต้นคอ

ผลสำรวจนิด้าโพลศึกเลือกตั้ง2566 ครั้งที่ 3 พบว่าบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งนี้ 5 ลำดับแรก ประกอบไปด้วย

  • อันดับ 1 ร้อยละ 35.44   ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์
  • อันดับ 2 ร้อยละ 29.20 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร   
  • อันดับ 3 ร้อยละ 14.84 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
  • อันดับ 4 ร้อยละ 6.76 ระบุว่าเป็น นายเศรษฐา ทวีสิน
  • และอันดับ 5 ร้อยละ 3.00 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้

เปรียบเทียบกับผลการสำรวจศึกเลือกตั้ง 2566 ครั้งที่ 2 เดือนเมษายน 2566 พบว่า ผู้ที่ระบุว่า น.ส.แพทองธาร  ชินวัตร , คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส, นายอนุทิน ชาญวีรกูล , นายกรณ์ จาติกวณิช

และยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ มีสัดส่วนลดลง ในขณะผู้ที่ระบุว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ,พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และนายเศรษฐา ทวีสิน  มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น

สำหรับพรรคการเมืองที่ประชาชนจะเลือกให้เป็น ส.ส. แบบแบ่งเลือกตั้ง ใน5 อันดับแรกพบว่า

  • อันดับ 1 ร้อยละ 38.32 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย
  • อันดับ 2 ร้อยละ 33.96 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล
  • อันดับ 3 ร้อยละ 12.08 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ
  • อันดับ 4 ร้อยละ 4.28 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์
  • อันดับ 5 ร้อยละ 2.92 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย

 

เมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจศึกเลือกตั้ง 2566 ครั้งที่ 2 เดือนเมษายน 2566 พบว่า ผู้ที่ระบุว่า พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคไทยสร้างไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคเสรีรวมไทย พรรคชาติพัฒนากล้า และยังไม่ตัดสินใจ มีสัดส่วนลดลง  ในขณะผู้ที่ระบุว่า พรรคก้าวไกล และพรรครวมไทยสร้างชาติ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น  

 

ส่วนพรรคการเมืองที่ประชาชนจะเลือกให้เป็น ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ 5 อันดับแรกพบว่า

  • อันดับ 1 ร้อยละ 37.92 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย   
  • อันดับ 2 ร้อยละ 35.36 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล
  • อันดับ 3 ร้อยละ 12.84 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ
  • อันดับ 4 ร้อยละ 3.32 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์
  • อันดับ 5 ร้อยละ 2.36 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย

 

เมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจศึกเลือกตั้ง 2566 ครั้งที่ 2 เดือนเมษายน 2566 พบว่า ผู้ที่ระบุว่า พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคไทยสร้างไทย พรรคเสรีรวมไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคชาติพัฒนากล้า และยังไม่ตัดสินใจ มีสัดส่วนลดลง    ในขณะผู้ที่ระบุว่า พรรคก้าวไกล และพรรครวมไทยสร้างชาติ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น

ผลสำรวจเลือกตั้งที่  3  นิด้าโพล ผลสำรวจเลือกตั้งที่ 3 นิด้าโพล
 

การสำรวจของนิด้าโพลครั้งนี้ อาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก  ของ นิด้าโพลสุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

ครั้งแรก ‘อุ๊งอิ๊ง’ พาน้อง ‘ธาษิณ’ พบสื่อ เล่านาทีคลอด พร้อมลุยเลือกตั้งแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548127

03 พ.ค. 2566

ครั้งแรก 'อุ๊งอิ๊ง' พาน้อง 'ธาษิณ' พบสื่อ เล่านาทีคลอด พร้อมลุยเลือกตั้งแล้ว

‘อุ๊งอิ๊ง’ พาน้อง ‘ธาษิณ’ พบสื่อ เล่านาทีตัดสินใจผ่าคลอดแทน เผยอีก4-5เดือนบินหาคุณตา ไม่ผิดที่หวังกลับบ้าน ลั่นพร้อมเลือกตั้งแล้ว ยังมั่นใจกระแสเพื่อไทยแลนด์สไลด์

เมื่อวันที่ 3 พ.ค. ที่โรงพยาบาลพระราม 9 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พร้อมด้วยนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี แถลงข่าวหลังคลอดลูกชาย ด.ช.พฤจ์ธาษิณ สุขสวัสดิ์ หรือ น้อง ‘ธาษิณ’ ลูกคนที่ 2 โดยมีคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ คุณแม่ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร พี่สาวร่วมแสดงความยินดี 

อุ๊งอิ๊ง เล่าว่า ตนรู้สึกเจ็บท้องช่วงคืนของวันที่ 29 เม.ย. ซึ่งทีมแพทย์รอแสตนบายรอช่วงปากมดลูกดเปิด เพื่อคลอดธรรมชาติ แต่กราฟหัวใจของน้องธาษิณดรอปลง แพทย์ประเมินอาการไปถึงวันที่ 1 พ.ค. แพทย์แจ้งว่า ผ่าเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด จึงเลือกวิธีนี้ ไม่ได้ดูฤกษ์ยาม เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายกว่านี้ จนคลอดเมื่อช่วง 6 โมงเช้า ของวันที่ 1 พ.ค.

ซึ่งมีสามีและพี่สาวเข้าไปให้กำลังใจ พอได้ยินเสียงร้อง ก็น้ำตาไหล รู้ว่าน้องออกมาอย่างปลอดภัยและแข็งแรง จริงๆแพทย์สามารถให้ตน กลับบ้านได้พรุ่งนี้ (4 พ.ค.) แต่น้องธาษิณ แพทย์ขอประเมินอาการอีกต่อีก 1 วัน ก็ตัดสินใจอยู่กับลูกต่อ

อุ๊งอิ๊งและสามีอุ๊งอิ๊งและสามี

ส่วนที่มาชื่อ ด.ช.พฤจ์ธาษิณ สุขสวัสดิ์ หรือ น้อง ‘ธาษิณ’ ตั้งกันเอง มีทั้งชื่อของคุณแม่พจมานและคุณพ่อทักษิณผสมอยู่ด้วย ชอบชื่อที่ผูกพันกับคนในบ้าน

ส่วนที่นายทักษิณ โพสต์ขอกลับมาเลี้ยงหลานเดือนกรกฎาคมนี้ อุ๊งอิ๊ง กล่าวว่า เชื่อทุกคนในครอบครัวตื่นเต้น แม้จะเป็นหลานคนที่ 7 และคุณพ่อก็ตื่นเต้นมากๆเหมือนกัน คงหวังอยากเห็นหน้าห้องคลอดเลย และเชื่อว่าคุณพ่อไม่ผิดที่จะหวังกลับมา ในมุมครอบครัวก้หวังอยากให้กลับ

อุ๊งอิ๊ง ยืนยัน การกลับมาไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย หรือ การหาเสียงในช่วงนี้ แต่ยอมรับแยกยาก เพราะ คุณพ่อก่อตั้ง พรรคไทยรักไทยและตนก็ลูกของนายทักษิณ ซึ่งที่ผ่านมา ไม่เคยพูดกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี บอกแค่อยากกลับมาเลี้ยงหลานเท่านั้น อีก 4-5 เดือน วางแผนพาน้องธาษิณไปหาคุณตา ซึ่งเป็นช่วงที่คุณยายสบายใจ แต่ขอดูงานก่อน ทันทีที่สามารถไปได้ไปทันที 

อุ๊งอิ๊ง กล่าวถึงความพร้อมลุยหาเสียงโค้งสุดท้ายเลือกตั้งว่า ได้บอกทีมแล้วมีอะไรให้ส่งมา พร้อมมาก และยืนยันวันที่ 12 พ.ค. ปราศรัยใหญ่ที่อิมแพคเมืองทองธานี ตนพร้อมมากเช่นกัน ขณะนี้ทุกคนกระจายไปทำหน้าที่สำคัญก่อนเหลืออีก 11 วัน ยังเดินหน้าย้ำนโยบายของพรรคต่อไป 

ส่วนที่พรรคก้าวไกลมีคะแนนสูงขึ้น ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย มองว่า โพลบางอันเชื่อถือได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ต้องใช้วิจารณาญาณ และดูภาพรวมพรรคไหนเปลี่ยนอนาคตของประชาชนได้จริงๆ เพราะเราลำบากมา 9 ปีแล้ว ต้องเลือกตั้งเพื่อเปลี่ยนจริงๆ ให้มีระบบ มียุทธศาสตร์ เลือกให้เพื่อไทยเข้ามาเปลี่ยนไปเลย ไม่ใช่ลุ้นเหมือนปี62 เราได้เสียงข้างมาก แต่สุดท้ายไม่ได้เป็นรัฐบาล ดังนั้นเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญมากที่ต้องแลนด์สไลด์ เมื่อออกจากโรงพยาบาลจะเดินหน้าออกไปพบประชาชนเท่าที่ทำได้ ซึ่งส่งตัวแทนของพรรคออกไปแล้ว ทั้งแคนดิเดตนายก 3 คน ทุกคนพร้อมหมด 

ส่วนกระแสมติกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยจับมือพรรครวมไทยสร้างและพรรคพลังประชารัฐ อุ๊งอิ๊ง กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่มีการประชุม แต่เป็นเรื่องที่คนทั้งพรรคเห็นตรงกันว่าจะไม่จับมือ และก็พูดมาตลอด ไม่เข้าใจว่า ไม่ชัดเจนอย่างไร ทั้งที่เราชัดเจนมาก ทุกคนพูดหมด ว่าไม่จับ 

เมื่อถามถึงกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ยื่นให้ตรวจสอบกรณีไลน์หลุด โอนเงินให้คนเสื้อแดงช่วยเลือกตั้ง อุ๊งอิ๊ง กล่าวว่า มองเป็นเทคนิคหนึ่งในการหาเสียงช่วงโค้งสุดท้าย ยืนยัน พรรคเพื่อไทยไม่ได้กังวล หากคุณศรีสุวรรณว่างมากก็เชิญ ส่วนจะฟ้องกลับหรือไม่ มองว่า หากว่างมีเวลาเหมือนนายศรีสุวรรณ ก็จะฟ้องกลับ แต่ส่วนตัวมั่นใจ ไม่มีโทษถึงยุบพรรคเพื่อไทย

อุ๊งอิ๊งคลอดลูกชายอุ๊งอิ๊งคลอดลูกชายครั้งแรก 'อุ๊งอิ๊ง' พาน้อง 'ธาษิณ' พบสื่อ เล่านาทีคลอด พร้อมลุยเลือกตั้งแล้ว

เลือกตั้ง2566 ใช้สิทธิ‘เลือกตั้งล่วงหน้า’ ต้องเลือกคนในเขต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548122

03 พ.ค. 2566

เลือกตั้ง2566  ใช้สิทธิ‘เลือกตั้งล่วงหน้า’ ต้องเลือกคนในเขต

กกต.เตือน สำหรับใครที่ไปใช้สิทธิ‘เลือกตั้งล่วงหน้า’นอกเขต อย่าลืม “จำเบอร์ สส.เขต” ตามเขตที่เรามีสิทธิเลือกตั้ง

สำหรับใครที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าในและนอกเขตไว้ จะได้ไปใช้สิทธิกันในวันที่ 7 พ.ค. 66 โดยเริ่มใช้สิทธิ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. แต่ทั้งนี้ผู้ที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตยังเกิดความเข้าใจผิด ว่าต้องเลือก สส.เขต ที่ตนไปลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตไว้ ซึ่งความจริงแล้ว ไม่ใช่อย่างนั้น  
 

คุณรู้หรือไม่ว่า การเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต คุณจะต้องเลือกผู้สมัคร สส.ตามเขตในทะเบียนบ้านที่เรามีสิทธิเลือกตั้งเท่านั้น หากไม่ทราบว่าในเขตที่เรามีสิทธิเลือกตั้ง ใครลงสมัครรับเลือกตั้งบ้าง ให้ตรวจสอบข้อมูลผู้สมัครรับเลือกตั้งได้จาก แอปพลิเคชัน Smart Vote หรือ ในวันเลือกตั้งล่วงหน้า กกต.จะอำนวยความสะดวก ด้วยการทำเอกสารรายชื่อ ของ สส.เขต ในพื้นที่ต่างๆ ติดประกาศไว้ ณ ที่เลือกตั้งให้เราดูก่อนเข้าคูหา เพื่อ “กาคนที่ใช่ เลือกพรรคที่ชอบ”  

7 ขั้นตอนการ ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือก7 ขั้นตอนการ ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือก

หากยังมีข้อสงสัย เรามาดูตัวอย่างกัน
เช่น นาย A มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน เขต 1 จังหวัดสงขลา แต่มาประกอบอาชีพและอาศัยอยู่ในเขต ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร  ซึ่งในวันเลือกตั้ง (14 พ.ค. 66)  นาย A ไม่ได้กลับบ้านที่จังหวัดสงขลา และนาย A ได้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตไว้ที่เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 

ปฏิทินเลือกตั้งปฏิทินเลือกตั้ง


ดังนั้น ในวันที่ 7 พ.ค. 66 นาย A จะต้องเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้ง ณ เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร แต่นาย A ต้องเลือกผู้สมัครที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. เขต 1 จังหวัดสงขลา ซึ่งนาย A มีสิทธิอยู่

วิธีตรวจสอบสิทธิวิธีตรวจสอบสิทธิ

วิธีตรวจสอบสิทธิวิธีตรวจสอบสิทธิ

วิธีตรวจสอบสิทธิวิธีตรวจสอบสิทธิ

ในกรณีที่ต้องการเลือกทั้ง สส.แบบแบ่งเขต และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคเดียวกัน ต้องระวังเรื่อง “เบอร์” ให้ดี เนื่องจาก สส.เขตจากพรรคเดียวกัน อาจได้หมายเลขคนละเบอร์กับ สส. แบบบัญชีรายชื่อ (เบอร์พรรค) ดังนั้น ก่อนเข้าคูหา เตรียมจดจำเบอร์ สส.แบบแบ่งเขตบ้านเราและเบอร์ของพรรคไว้ให้ขึ้นใจ เพื่อป้องกันความสับสน 

เข้าคูหากาบัตรเข้าคูหากาบัตร

เข้าคูหากาบัตรเข้าคูหากาบัตร


#เลือกคนที่รักเลือกพรรคที่ชอบ #ไทยโหวตคนไทยพร้อมใช้สิทธิ #14พฤษภา66 #เลือกตั้ง2566
สามารถ Add Friends (เพิ่มเพื่อน) เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2566 ได้ที่ LINE Official Account : ECT Thailand https://lin.ee/jETxaeu

‘เพจลุงตู่ตูน’ โผล่ช่วยโกยคะแนน ชู ‘รถไฟทางคู่’ ผลงานประยุทธ์เพื่อคนใต้ 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548119

03 พ.ค. 2566

'เพจลุงตู่ตูน' โผล่ช่วยโกยคะแนน ชู 'รถไฟทางคู่' ผลงานประยุทธ์เพื่อคนใต้ 

เลือกตั้ง66 : ‘เพจลุงตู่ตูน’ ตีปิ๊บโครงการรถไฟทางคู่ 7 เส้นทางทั่วประเทศ คนใต้ประสานเสียงโครงการดีมีประโยชน์ ปลื้มผลงาน “นายกฯลุงตู่” ทำเพื่อคนปักษ์ใต้ เชียร์อยู่พัฒนาประเทศต่อ

แฟนเพจเฟซบุ๊กลุงตู่ตูน ซึ่งเป็นเพจสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โพสต์คลิปวิดีโอเกี่ยวกับโครงการรถไฟทางคู่ทั่วประเทศ โดยระบุว่า เป็นผลงานนายกฯลุงตู่สร้างรถไฟทางคู่ 7 เส้นทางทั่วประเทศ 

พร้อมสอบถามความคิดเห็นของประชาชนใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา  ซึ่งต่างก็สะท้อนว่า เป็นโครงการที่มีประโยชน์ ทำให้การคมนาคมขนส่งสะดวกมากยิ่งขึ้น การรถไฟไทยก็พัฒนาขึ้น เป็นประโยชน์กับคนรุ่นต่อๆไปในอนาคต

“ดีใจ และภูมิใจ ที่ลุงตู่ทำรถไฟทางคู่ให้ การเดินทางก็สะดวกรวดดเร็วมากขึ้น ไม่ต้องติดขัดเหมือนรางเดี่ยวที่ผ่านมา อยากให้ลุงตู่อยู่พัฒนาประเทศชาติบ้านเมืองต่อๆไป .. ผมเชื่อมั่นในคำพูด และการกระทำของลุงตู่ โครงการของลุงตู่ทุกอย่าง ประสบความสำเร็จมามากมาน คนใต้ภูมิใจมากๆ” ประชาชน ระบุ

นอกจากนี้ แฟนเพจเฟซบุ๊กลุงตู่ตูน ระบุข้อความด้วยว่า “คนใต้ปลิ้มใจ “นายกฯลุงตู่” สร้างรถไฟทางคู่ เดินทางสะดวก ไม่เสียเวลา ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานไทย ทัดเทียมนานาประเทศ

รถไฟทางคู่สายใต้ “นายกฯลุงตู่” จัดให้ พาคนใต้ไปไกล เดินทางสะดวก หมดยุคนั่งรอรถไฟสวนคนจนทำให้เสียเวลา คนใต้โดนใจ เชียร์ “นายกฯลุงตู่” อยู่ต่อ”.

Exclusive เปิดใจ ‘ประยุทธ์ จันทร์โอชา’ สูตรสู้เลือกตั้ง ฝ่ากระแสไม่เอาลุง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548099

03 พ.ค. 2566

Exclusive เปิดใจ 'ประยุทธ์ จันทร์โอชา' สูตรสู้เลือกตั้ง ฝ่ากระแสไม่เอาลุง

สัมภาษณ์พิเศษ เปิดใจ ‘พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา’ เจาะเกมสู้ศึกเลือกตั้ง66 ท่ามกลางกระแสเพื่อไทย-ก้าวไกล ผนึก ‘ไม่เอา 2 ลุง’ พร้อมเปิดเบื้องหลังในวันที่ตัดสินใจแยกตัว ‘พี่ป้อม’ ออกมาตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ  

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดใจให้สัมภาษณ์พิเศษกับเนชั่นทีวี ผ่านรายการ ‘Nation Insight’ ดำเนินรายการโดย 2 บก. เครือเนชั่น ‘บากบั่น บุญเลิศ’ และ ‘วีรศักดิ์ พงศ์อักษร’ 

Exclusive เปิดใจ 'ประยุทธ์ จันทร์โอชา' สูตรสู้เลือกตั้ง ฝ่ากระแสไม่เอาลุง

การให้สัมภาษณ์พิเศษครั้งนี้ของพลเอกประยุทธ์ ท่ามกลางผลสำรวจหลายแห่งชี้ว่า ‘บิ๊กตู่’ เป็นรองแคนดิเดตนายกจากพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกลอย่างชัดเจน

รวมถึงผลสำรวจ ‘เนชั่นโพล ศึกเลือกตั้ง66’ ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2566 ที่ระบุความนิยมแคนดิเดตนายกฯแบบภาพรวมทั้งประเทศ พลเอกประยุทธ์ ได้ 8.13% อยู่ในอันดับที่ 4 

ยังตกเป็นรอง แพทองธาร ชินวัตร ที่มาแรงอันดับหนึ่ง 33.81% และพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อยู่ในอันดับสอง 16.87%

ทว่าลำดับที่ 3 คือ ไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ 22.58% เป็นโอกาสที่ลำดับที่สี่อย่าง พลเอกประยุทธ์ มีโอกาสจะโกยแต้มได้เช่นเดียวกับพรรคอื่นๆ 

Exclusive เปิดใจ 'ประยุทธ์ จันทร์โอชา' สูตรสู้เลือกตั้ง ฝ่ากระแสไม่เอาลุง

น่าสนใจว่า ยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง เกมกลยุทธ์การหาเสียง และสูตรการจัดตั้งรัฐบาลในอนาคต แบบฉบับของ พลเอกประยุทธ์ ครั้งนี้จะเป็นอย่างไรท่ามกลางกระแสที่ขั้วของเพื่อไทย และก้าวไกล และอีกบางพรรคใช้กระแส ‘ไม่เอาลุง’ โกยแต้มอยู่ในตอนนี้

พลเอกประยุทธ์ เริ่มต้นให้สัมภาษณ์พิเศษกับเนชั่นทีวี โดยบอกว่าจากการลงพื้นที่ไปทั่วทุกภาค กระแสตอบรับดีขึ้นพอสมควร ต้องขอบคุณคนในพื้นที่ และสื่อโซเชียลต่างๆที่ให้ความสนใจ เพราะเราเป็นพรรคใหม่ที่ผสมผสานระหว่างคนรุ่นเก่า รุ่นกลาง รุ่นใหม่ ยอมรับว่าการเป็นพรรคใหม่ก็ค่อนข้างยาก ซึ่งหลายพรรคมีความมั่นคงมายาวนาน แต่ก็จะพยายามต่อไป 

ส่วนการลงพื้นที่ถ้าเทียบกับปี 2562 ต่างกันอย่างไร ตอบไม่ได้เพราะตอนนั้น พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดำเนินการ แต่ตอนท้ายตอนก็ลงไปเยี่ยมพื้นที่ต่างๆ เมื่อประชาชนเห็นหน้าก็พึงพอใจ ประกอบกับกระแสพรรคในตอนนั้นก็ดี ลุงป้อมทำไว้ดี 

สำหรับปัจจุบันมองว่ามีคน 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่อยากร่วมมือ กลุ่มที่อยากทำอย่างที่เราออกแบบไว้ แต่อีกกลุ่มหนึ่งต้องการเปลี่ยนแปลงให้เร็วและเร็วที่สุด ซึ่งตรงนี้ก็น่าเป็นห่วง เพราะบางอย่างทำได้ ทำไม่ได้ แต่สิ่งสำคัญก็อยู่ที่ประชาชนต้องคิดให้ดี การทำอะไรต่างๆเร็วเกินไปก็มีผลเสีย ก็คงต้องฝากคนทั้ง 2 กลุ่ม

Exclusive เปิดใจ 'ประยุทธ์ จันทร์โอชา' สูตรสู้เลือกตั้ง ฝ่ากระแสไม่เอาลุง

ซึ่งคนที่มีอายุก็จะเข้าใจหลักเกณฑ์หลักการหลายอย่าง เพราะมีประสบการณ์ เข้าใจการทำงานแบบนี้ว่าต้องใช้เวลาและระมัดระวัง รอบคอบเพื่อความมั่นคงและยังยืน 

ส่วนเด็กๆ วันนี้หลายคนก็จำไม่ได้ว่าประเทศชาติเคยเป็นยังไงมาก่อน พอโตมา ก็เห็นเทคโนโลยีแล้ว เจอความทันสมัยแล้วอย่างรถไฟฟ้า เขาจึงคิดว่าต้องทำให้เร็วกว่านี้ แต่ลืมนึกไปถึงเรื่องระเบียบ กติกา เหมือนวัยรุ่นใจร้อน แต่ก็ยินดีรับฟังทุกช่องทางการสื่อสาร

แต่ก็อยากให้ใคร่ครวญคิดให้ช้าลงสักนิด แล้วอยากให้ย้อนกลับไปดูว่าสิ่งที่ได้มาวันนี้ ต้องใช้เวลาเท่าไรกว่าจะได้มา บางเรื่องก็ใช้เวลาหลายปีมากกว่าจะได้มา 

ผมรู้ว่าทุกคนหวังดีกับประเทศตอนเป็นนายกฯ ก็ต้องไม่ไปไงทะเลาะกับใคร ส่วนความขัดแย้งจะเกิดอีกหรือไม่ ผมทำนายไม่ได้ ขึ้นอยู่กับประชาชน แต่จริงๆก็เป็นแบบนี้มาซัก 20 ปีแล้ว มาเป็นระยะปัจจุบันก็มีการปลุกเร้าในโซเชียลขึ้นมา ยอมรับว่าความคิดคนควบคุมไม่ได้ แต่เราต้องแสดงความจริงใจให้เห็น สามารถชี้แจงตอบคำถามได้ แต่อย่าขัดแย้งกัน

ถาม : ตอนนี้แบ่งเป็น 2 ขั้วคือ ขั้ว 2 ลุง ลุงตู่-ลุงป้อม อีกขั้วคือเพื่อไทย ก้าวไกล ?

พลเอก ประยุทธ์ : ตอนนี้ก็พูดกันไปพูดกันมา ท้ายสุดให้ดูการเลือกตั้งแล้วกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะเป็นอย่างที่พูดหรือไม่ ไม่รู้ แต่ใครพูดอะไรก็ถูกบันทึกไว้หมดแล้ว ดังนั้นผมไม่สามารถชี้ชัดอะไรได้ 

ยืนยันว่าไม่มีเงื่อนไขในการรวมพรรคการเมืองจัดตั้งรัฐบาล เพราะคาดว่าการเลือกตั้งคะแนนจะแตกต่างมากพอสมควร ก็ต้องไปดูว่าอะไรที่ตรงกัน หรือทำร่วมกันได้ เราก็ร่วมมือกัน 

ฝั่งเขา (ก้าวไกล) ประกาศแล้วว่าไม่มากับผม ก็ไม่ต้องมา ตอนนี้ก็รอดูช่วงโค้งสุดท้ายก่อน เพราะกระแสคนตรงกลาง พลังเงียบเฉียบขาด ก็มีอยู่ และเขายังไม่ตัดสินใจ ก็ขอฝากให้ครั้งนี้ช่วยกันออกมาเลือกตั้งกว่า 90 %

ซึ่งไม่ว่าผลจะออกมาเป็นแบบไหนตนก็รับได้ เพราะถ้าตนไม่อยู่ พรรคก็ยังอยู่ สส. ก็ต้องมี ก็รัฐมนตรีก็ยังอยู่ แต่ถ้าไม่ได้เป็นนายกฯ หรือ สส. ผมก็ยังมีโอกาสช่วยเขาอยู่ได้ วันนี้สำคัญที่สุดคือให้ประเทศชาติไปข้างหน้าได้ก่อน อย่ามัวมาติดกันหยุดตรงนี้เลย

ถาม : บัตรลุงตู่ทำแล้ว โครงสร้างพื้นฐานอะไรก็ทำ แล้วทำให้ความเชื่อมั่นลุงตู่ถึงลดลง

พลเอก ประยุทธ์ : ทุกอย่างมีคนชอบ-ไม่ชอบ เป็นการดำเนินการทางการเมืองที่มีคนกลุ่มใหม่ขึ้นมา ก็อยากถามกลับเหมือนกันว่าทำดีเกินไปหรือเปล่า แล้วคุณทำอะไรบ้างหรือยัง ผมน่ะทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ แต่พวกคุณเคยทำอะไรบ้างหรือยัง วิธีการทำอย่างไร ยังไม่รู้วิธีการเลย

วันนี้คนอ่านหนังสือน้อยลง คนไทยไถแต่โทรศัพท์ แต่ก็ว่าเขาไม่ได้ ก็ต้องสอนว่าทุกอย่างไม่ได้มาง่ายๆ แบบนี้ ถ้าเขารู้ว่ารถไฟสายต่างๆกว่าจะได้มาเป็นอย่างไร ต้องมีการวางแผน ศึกษาความเป็นไปได้ หาทุน ร่วมทุน กฎหมายร่วมทุน หาสถานที่เวนคืนที่ กว่าจะได้มาใช้เวลา 8 ปี

ถาม : เคยประเมินหรือไม่ว่าความนิยมที่เคยมีคะแนนสูง ค่อยๆลดลง เป็นเพราะคนเบื่อที่เราอยู่นาน 8-9 ปี หรือไม่

พลเอก ประยุทธ์  : ก็มีอยู่ 2 ประเด็น ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะอยู่นาน แต่อีกประเด็นคือคนอีกกลุ่มที่มาเดินแบบนี้ คนที่เคยต่อต้าน ไม่เห็นด้วย ก็ไม่มีขนาดนี้ ปัจจุบันเป็นการจัดตั้งหรือไม่ ผมก็ไม่แน่ใจ ขออย่าทำเลย หันกลับมาร่วมกันพัฒนาบ้านเมืองดีกว่า ทำให้บ้านเมืองมีความสุข มีรอยยิ้ม

เพราะถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป วันข้างหน้าคิดหรือว่าจะบริหารได้ ในเมื่อมีทั้งคนเบื่อและไม่เบื่อ ทำไปทำมาเดี๋ยวจะกลายเป็นเบื่อทุกคน ถ้าคนไทยเบื่อหน้ากันทั้งประเทศแล้วจะทำยังไง

คำว่าอยู่นานของผม บางทีก็อย่างที่เขาบอก ก็อาจมีบุคลิกที่เป็นทหารมาก่อน หลายคนอาจจะไม่ชอบทหารบ้างก็เรื่องของเขา แต่ผมก็คือตัวตนของผม ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นนายกฯไม่ควรเป็นอย่างนี้ แต่เวลาทำงานผมก็ซีเรียส แต่บางเวลาผมก็ไม่ได้ตลกอะไรมากมาย ผมเป็นคนอารมณ์ขัน แต่ก่อนก็ชอบหัวเราะกับเพื่อน เป็น ผบ.ทบ.ก็ยังตลก เพื่อให้ลูกน้องฟังเวลาประชุมกัน ไม่งั้นก็หลับหมด

เวลาว่างๆที่ผมอยู่กับเพื่อน เจอเพื่อนสนิท เจอประชาชนเวลาไปหาเสียง ที่ ผมก็ตลกกับเขา ให้เห็นอีกบทบาทหนึ่ง ผมเป็นลุงก็ได้ เป็นพี่ก็ได้ ผมคิดเดี๋ยวนั้น ในเมื่อเบื่อลุง ก็รักพี่แทน

ถาม : ผลโพล ทำไมความนิยมภาคใต้ สูง มาก มองอย่างไรและเพราะอะไร?

พลเอก ประยุทธ์  : ผมอยู่มาหลายปีสังเกตว่าประชาชนแต่ละภาคเป็นอย่างไร ภาคใต้ก็ต้องชื่นชมเพราะเขาชอบการเมือง พูดจาติดตามข่าวสารคุยกันทั้งวัน พอเราไปคุยเขาก็รู้เรื่องเพราะมีฐานข้อมูล แต่ภาคอื่นอาจจะน้อย อาจไม่ค่อยได้คุยกัน อาจจะเสพสื่อจากโซเชียลทั้งหมด

ก็อาจจะเป็นปัญหาว่าความคิดไปกันไม่ได้ แต่ผมไม่ได้เน้นไปที่ภาคใต้ เพราะที่อื่นก็ไปมาแล้ว ผมทำให้แต่ละภาคเยเะ ถึงแม้จะชอบ-ไม่ชอบ ก็ทำให้ทุกจังหวัด

ถาม : พรรคที่จะชนะเลือกตั้งเป็นรัฐบาล นอกจากจะได้เสียงจากภาคอีสาน เหนือ ใต้ แล้ว หัวใจสำคัญคือต้องชนะใน กทม. โค้งสุดท้าย 2 สัปดาห์จะลุยอย่างไรให้ชนะ?

พลเอก ประยุทธ์ : ผมก็ต้องลงพื้นที่เอง ตอนนี้ก็ให้ผู้รับผิดชอบช่วยขับเคลื่อน เพราะผู้สมัครทุกคนก็หน้าใหม่ ต้องหาคนมีประสบการณ์ลงไปเดินในพื้นที่ ช่วงนี้ก็เอาชื่อผมไปหาเสียงก่อนแล้วกัน แล้วจะเพิ่มเติมให้อีกที 

วันนี้ก็มีหลายช่องทางหาเสียง แต่ปัญหาคือแต่ละพื้นที่มีเจ้าของอยู่แล้ว มีคนจองหมดแล้ว แต่บางทีจองแล้วก็อาจมีคนที่เรารักเราออกมาเหมือนกัน ซึ่งก็คิดไว้ แต่ไม่ประเมินหรอกตัวเอง การเป็นนายกฯ หรือเป็นรัฐบาลมีหน้าที่ความรับผิดชอบที่ต้องทำให้ประชาชน ไม่ใช่เอามาต่อรอง ใครไม่ขอก็ต้องทำให้

บางโครงการ สส. ไม่ได้ขอมา แต่ผมเห็นเองก็ทำให้ จะดูที่วัตถุประสงค์และความคุ้มค่า ตรงตามความต้องการของประชาชนหรือไม่ ผมบริหารแบบพุ่งเป้า ว่าพื้นที่ไหนขาดอะไร แต่ถ้าให้ที่เดียวที่อื่นก็ไม่ได้

ผมเร่งทำเรื่องเศรษฐกิจฐานราก ช่วยเหลือประชาชน แต่ที่สำคัญประชาชนก็ต้องช่วยตัวเองด้วย อยากให้แต่ละกลุ่มรวมตัวกัน รัฐบาลจะได้ช่วยตรง เพราะถ้าหว่านไปหมดก็หายหมด

นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาฝีมือแรงงาน ซึ่งตอนนี้ประเทศไทยอัตราว่างานต่ำที่สุด ไม่ถึง 1% แต่ก็ยังขาดแรงงานอีกเยอะ โดยเฉพาะเรื่องของทักษะฝีมือ ซึ่งผมก็สั่งให้กระทรวงแรงงานได้ดำเนินการแล้ว 

ถาม : มองอย่างไรหลายพรรคการเมืองใช้นโยบายประชานิยมาหาเสียง? 

พลเอก ประยุทธ์ : คิดว่าทุกคนอาจจะหวังดีอยากให้มีการเปลี่ยนแปลงประเทศเร็วขึ้น แต่อย่าลืมว่าทุกอย่างมีระยะเวลาและขั้นตอนดำเนินการอยู่ กฎหมายระเบียบก็มี หลายคนออกมาพูดว่าการประชุมครั้งแรกจะลดอย่างนี้อย่างนั้น จะเปลี่ยนอย่างนี้อย่างนั้นทันที สิ่งที่สั่งยุบทุกวันสั่งได้

แต่ที่สั่งวันนี้อีก 10 ปีก็ทำไม่ได้ เพราะที่พูดกันก็ไม่ได้พูดถึงหลักการ เพราะไม่มีประสบการณ์พอสมควร ซึ่งการบริหารภาครัฐไม่ใช่แบบนั้น มีรายละเอียดที่เยอะกว่านั้น

ถาม : เจอกับ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ล่าสุดเมื่อใด ? 

พลเอก ประยุทธ์ : สัปดาห์ที่แล้ว เมื่อสงกรานต์ผมก็ไปกราบ พลเอกประวิตร แต่ไม่คุยการเมือง เพราะต่างคนต่างรู้สึกว่ายังไม่ถึงเวลา หลังเลือกตั้งเดี๋ยวก็มีคนคุยมากกว่า 2 คนอยู่แล้ว

ถาม : เคยได้สัมภาษณ์พลเอกประวิตร บอกว่าหากใครได้เสียงมากกว่าให้คนนั้นจัดตั้งรัฐบาล เรื่องนี้จริงหรือไม่

พลเอก ประยุทธ์ : พลเอก ประวิตร ไม่ได้คุยกับผมโดยตรง แต่พูดในที่ที่มีหลายคนนั่งอยู่ ก็คือพูดให้ได้ยิน ก็เอาตามสบายใจ อะไรมันเกิดขึ้นก็ได้ ไม่รู้

ถาม : แล้วจุดยืนของพลเอก ประยุทธ์ ใครได้คะแนนเสียงมาก คนนั้นก็จัดตั้งรัฐบาล?

พลเอก ประยุทธ์ : “เอ้อ ผมเห็นข่าวช่องไหนไม่รู้ มันมีอีกหลายสูตรนะ มีพรรคร่วมอีกด้วย แล้วถ้าเขารวมกันได้มากกว่าก็พร้อมเสนอใครก็ได้ แต่ผมคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้หรือเปล่า ไม่แน่ใจ” 

ถาม : หลักคิดของพลเอก ประยุทธ์ คือถ้าใครได้เสียงข้างมาก คนนั้นควรเป็นคนจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่? 

พลเอก ประยุทธ์ ” “อันนี้ผมพูดเฉพาะพี่ป้อม 2 คน เพราะพี่ป้อมท่านว่าท่านก็พร้อมเป็นนายกฯ แล้วในพรรคก่อนหน้านี้ที่ผมออกมา สส.ก็มีนายกฯ ในใจ 2 คน ผมก็เลยถึงเวลาของพี่ก็เชิญตามสบายแต่ผมก็ออกมาเอง”

ถาม : พูดกับพลเอก ประวิตร อย่างนี้เลยหรือ ?

พลเอก ประยุทธ์ : “เปล่าสิ (หัวเราะ) แหมพูดกับพี่ก็พูดคนละอย่างสิ ผมพูดเรียบร้อย ว่าถ้าพี่พร้อมจะเป็นจะได้สบายใจ เพราะคนในพรรคสนับสนุน 2 คน ผมด้วยพี่ป้อมด้วยอะไรทำนองนี้ เพื่อความสบายใจผมออกเลยแล้วกัน ก็แค่นั้น ก็จบ”


พลเอก ประวิตร ก็พูดอีกทีว่า ใครคะแนนมาก คนนั้นเป็นนายกฯ ซึ่งตรงนั้นก็นั่งหลายคน แต่ไม่เห็นใครตอบอะไร (หัวเราะ) ผมก็ไม่ว่าอะไร ก็เราพูดกันไปแล้ว 2 คน ถ้าเกิน 2 คนขึ้นไปให้คนอื่นพูดบ้าง แต่ยืนยันว่าไม่ได้ทะเลาะอะไรกับใคร

ถาม : นายกฯ เล่นโซเชียลเยอะเกินไปหรือไม่ ?

พลเอก ประยุทธ์ : ก็มีบางที เห็นบางคนวันไม่ทำอะไรนั่งไถโทรศัพท์ พอมาดูโอ้โหคนด่าผมเพียบเลย (หัวเราะ) ก็เลื่อนผ่านไป แต่บางทีก็ไปเจอคนที่มีความเดือดร้อน ไม่ทีที่อยู่อาผสัยพ่อแม่ตาบอด ผมก็สั่งให้หน่วยงานไปดู มันไม่ใช่เรื่องยากเย็น บางคนแม่ตาบอด พ่อพิการ ผมใจอ่อนรับกับเรื่องพวกนี้ไม่ได้ ผมต้องช่วย

ถาม : ทำไมสิ่งที่นายกฯ ทำ กับถูกเรียกร้องมากขึ้น ?

พลเอก ประยุทธ์ : ความต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ โลกเจริญแล้ว ความคิดก็ไม่มีกรอบ แต่เราต้องสอนให้คนมีกระบวนการคิดที่ถูกต้อง

ถาม : ประเมินแล้ว รวมไทยสร้างชาติได้เสียงเท่าไร ?

พลเอก ประยุทธ์ : แต่ละภาคไม่เหมือนกัน บางภาคก็รักชอบ บางภาคก็ไม่ชอบ แต่ตนคาดหวังกับคนที่ยังไม่แสดงความเห็น คนที่เงียบๆอยู่ตรงกลาง แต่คิดว่าเขาตัดสินใจแล้วเพียงแต่ยังไม่พูด ก็คิดว่าน่าจะดีขึ้น เพราะตอนแรกที่มาก็โดนดูถูกว่าไม่น่าจะได้ถึง 20 เสียง

“แต่ผมว่าน่าจะได้แล้ว แบบค่อยไต่ขึ้นไป แต่ก็ถูกต่อว่ามากขึ้น ก็ต้องยอมรับสภาพว่านี่คือนักการเมือง ถ้าดูจากโพลก็คิดว่า 40-50 คงได้ แต่ถ้าได้ซัก 100 ก็คงดี” 

ถาม : ตอนนี้พรรคร่วมรัฐบาลคิดว่านายกฯเป็นศัตรู เพราะไปแย่งพื้นที่ แย่ง สส. เขา ?

พลเอก ประยุทธ์ : คิดแบบนี้ได้ยังไง เลือกตั้งก็คือเลือกตั้ง ให้ประชาชนเป็นคนเลือก

ถาม : รวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคตั้งใหม่ อาจมีคนเก่ามาผสม คิดไหมว่าเป็นพรรคที่ใช้ต้นทุนลุงตู่มากที่สุด ?

พลเอก ประยุทธ์ : ก็ต้องให้กำลังใจ เพราะจำเป็น ผมบอกเลยว่าใช้ได้ทั้งผลงาน โครงการต่างๆ ไปประชาสัมพันธ์ เพราะเราเป็นหน้าใหม่ บางทีเข้าไปในพื้นที่เสือดุ ก็ต้องอ้างไว้โครงการเป็นตัวเลือกไว้ก่อน แต่ผมไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร อย่าเอาผมไปทะเลาะกับใคร และคนอื่นก็อย่ามาทะเลาะกับผม 

ทุกคนก็เป็นพรรคร่วมนัฐบาลกันหมด ก็ให้เกียรติกัน แต่วันนี้ก็พวกเขาก็ยังโอเคกับตนในเรื่องส่วนตัว แต่ช่วงเลือกตั้งก็อาจจะต้องเป็นแบบนี้ ที่ผ่านมาทำงานก็ให้เกียรติกัน

ถาม : คิดหรือไม่ว่าการมาอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ อาจจะได้ไม่ถึง 30 เสียง

พลเอก ประยุทธ์  : ผมไม่ได้คิดแบบนั้น คิดแค่จะมีพรรคการเมืองที่ดีมีคุณภาพ ใครเชื่อมั่นศรัทธาก็มาอยู่กับผม ผมเชื่อมั่นศรัทธาใครผมไปอยู่กับด้วยกัน จะได้แค่ไหนก็เป็นพรรคการเมือง เริ่มต้นอาจจะไม่ถึงจุดสูงสุดก็ได้ ผมจะมีอะไรไปสู้กับเขาได้ นอกจากสิ่งที่ทำไปแล้ว เราใช้ผลงานเข้าสู้

ถ้าแพ้เลือกตั้ง กับประเทศชาติแพ้ มันคนละเรื่อง ประเทศชาติจะถอยกลับไปอยู่ที่เดิมหรือไม่ ผมไม่อยากให้ประเทศเป็นแบบนี้ ที่อยู่วันนี้ก็เพราะแบบนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าผมเก่งสุด ใครทำได้ก็เข้ามาทำ พร้อมถามกลับว่า ทำไมล่ะ มันแพ้แล้วหน้าตามันหายหล่อหรือ (หัวเราะ) 

ถาม : เราเป็นแชมป์เก่า มา 2 สมัย ถ้ากลับมาไม่ได้

พลเอก ประยุทธ์ : (ย้อนถามว่า) ก็ดูบอลโลกไหมล่ะ บางทีทีมเปลี่ยนคน เปลี่ยนสปอนเซอร์ บางทีก็ร่วงไปท้ายตาราง เป็นได้หมด

“ผมยอมรับกติกาได้หมด ชายชาติทหารรับได้หมด”

คลิก ที่นี่ย้อนชมคลิปสัมภาษณ์พิเศษ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา รายการ ‘Nation Insight’ 

‘บิ๊กตู่’ อ้อนชาวชลบุรี เลือกทั้งคนทั้งพรรค อย่าปล่อยโดดเดี่ยว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548101

02 พ.ค. 2566

'บิ๊กตู่' อ้อนชาวชลบุรี เลือกทั้งคนทั้งพรรค อย่าปล่อยโดดเดี่ยว

‘บิ๊กตู่’ อ้อนชาวชลบุรี ที่แรกของการเป็นนายร้อย ขอให้เลือกทั้งคนทั้งพรรค อย่าปล่อยโดดเดี่ยว พร้อมเปลี่ยนแผ่นดินไทยเป็นแผ่นดินทอง สร้างเงินเข้าประเทศ

เมื่อวันที่ 2 พ.ค. พรรครวมไทยสร้างชาติ นำโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี , นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค , นายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรค และ ผู้บริหารพรรค พร้อมด้วย น.ส.ณภัสนันท์ อรินทคุณวงษ์ น้องเมียนายสุชาติ ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 1 ลงพื้นที่หาเสียงตลาดหนองมน มีประชาชนรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ พ่อค้าแม่ค้าส่งเสียงเชียร์ มอบดอกไม้ให้กำลังใจ ตะโกน “ลุงตู่สู้ๆ” “สู้ไปพร้อมๆกัน” “เชียร์แล้ว เชียร์อยู่ เชียร์ต่อ” 

พรรครวมไทยสร้างชาติหาเสียงตลาดหนองมนพรรครวมไทยสร้างชาติหาเสียงตลาดหนองมน

จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ เดินทางทางมาที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติ ชลบุรี พบปะผู้สมัคร สส.ชลบุรี 10 เขต และสมาชิกพรรค ก่อนขึ้นปราศรัยลานหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี ว่า ตนกทม.เรียนจกทม. จบโรงเรียนนักเรียนนายร้อยและมาบรรจุครั้งแรกเป็นร้อยตรีที่จังหวัดชลบุรี ที่นี่คือแหล่งที่เพราะความแข็งแรงของตน ทำให้มีวันนี้ เมื่อเห็นทุกคนมีความสุข อย่าปล่อยให้ตนต้องต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว อย่าปล่อยให้ใครมาทำร้ายประเทศอย่าให้ใครมาด้อยค่าประเทศ 

ส่วนสาเหตุที่มาอยู่พรรคนี้ เพราะต้องสร้างความสงบสุข สร้างสิ่งที่ดีให้กับประเทศ ถ้าไม่สามัคคีกันไปไม่ได้ จึงขอฝากชาวชลบุรีเลือกทั้งพรรคเลือกทั้งคน เหมาครบ 10 เขต และครบทั่วประเทศ 

พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า คนไทยทุกคนต้องได้รับการดูแลจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ถ้าได้เป็นรัฐบาลจะไม่แบ่งแยก เพราะแผ่นดินนี้เป็นของคนไทยทั้งหมด เราต้องรักแผ่นดินผืนนี้ 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการต่อสู้กับความก้าวหน้าที่ประเทศเรามีความก้าวหน้าอยู่แล้ว ชลบุรียุคนี้ได้ทำอะไรไว้จำนวนมากทั้ง สนามบิน ถนน ท่าเรือ และโครงการ eec 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ใครจะเรียกตนอะไรก็ได้ทั้งลุงตู่ทั้งพี่ตู่ทั้งน้องตู่ เพราะยังแข็งแรงอยู่เสมอเลือดนักสู้ยังอยู่ในกายทุกหยด ผู้สมัคร สส.พรรครวมไทยสร้างชาติในชลบุรีมี 10 เขตต้องได้ทั้งจังหวัด และได้ทั้งประเทศด้วย เพราะเรามาเหนือเมฆ มีนโยบายต่างๆเป็นจำนวนมาก รวมถึงจะดูแลคนทั้งประเทศ ไม่ใช่ดูแลเฉพาะคนที่รักตนอย่างเดียว นั่นคือ ผู้นำประเทศ ไมใช่ดูแลคนชอบอย่างเดียว ไม่ใช่การบริหาร ขายของอย่างเดียว เราต้องทำให้ประเทศไทยเรา มั่นคงมั่งคั่งยั่งยืน ต้องดูแลเยาวชนให้เติบโตขึ้นมา เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ ครอบครัวใหญ่ คือ ประเทศไทย

“เราจะมาปกป้องแผ่นดินไทย เป็นแผ่นดินทองให้ได้ ต้องหาเงิน ห่รายได้เข้าประเทศให้ได้ 4 ล้านล้านบาท และนำนักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามามากๆ เพื่อให้ประเทศมีรายได้ไม่ใช่รับกระเป๋าซ้ายจ่ายกระเป๋าขวา จนเงินหมด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว 

นายสุชาติ ชมกลิ่น นายสุชาติ ชมกลิ่น

กทม.เตรียมทดสอบ AI นับคะแนน ‘เลือกตั้ง 66’ และ CCTV ดูแลหีบบัตรลงคะแนน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548100

02 พ.ค. 2566

กทม.เตรียมทดสอบ AI นับคะแนน 'เลือกตั้ง 66' และ CCTV ดูแลหีบบัตรลงคะแนน

กทม. เตรียมทดสอบระบบ AI นับคะแนน ‘เลือกตั้ง 66’ พร้อมติดกล้อง CCTV ตรวจจับความเคลื่อนไหว เฝ้าระวังการเก็บหีบบัตรลงคะแนนล่วงหน้า

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯกทม.)เป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 5/2566 ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า

นายชัชชาติ ได้กล่าวถึงความพร้อมของกรุงเทพมหานครในการสนับสนุนการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. ว่า สำหรับการ เลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 7 พ.ค. 2566 และการ “เลือกตั้ง66” ในวันที่ 14 พ.ค. 2566 ทางกทม. ได้จัดเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ได้แก่ ด้านสถานที่สำหรับใช้ในการลงคะแนนเสียง ขณะนี้ กกต.เขตได้ทำการประกาศและปิดประกาศไว้ที่หน่วยเลือกตั้ง ให้ตรวจสอบแล้ว 

ด้านบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง นายทะเบียนท้องถิ่นเขตได้ทำการประกาศและติดประกาศให้ประชาชนตรวจสอบความถูกต้อง พร้อมมีหนังสือแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปให้เจ้าบ้านทราบแล้ว ด้านบุคลากรที่จะใช้ในการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง ในแต่ละหน่วยเลือกตั้ง กกต.เขต ได้แต่งตั้งเสร็จสิ้นพร้อมทั้งมีการจัดอบรมซักซ้อมการปฏิบัติงานให้กับผู้ที่ต้องปฏิบัติงานดังกล่าวประมาณ 60,000 คน ไปเมื่อวันที่ 29-30 เม.ย. 2566 ที่ผ่านมา

มาตรการเสริมที่กรุงเทพมหานครพร้อมที่จะดำเนินการในการดูแลการ “เลือกตั้ง66” คือ การดูแลหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า ที่จะใช้ CCTV และเครื่องตรวจจับการเคลื่อนไหว ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าได้ถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี

สำหรับมาตรการการเก็บรักษาหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า เขตจะมีการติดตั้งกล้อง CCTV และติดตัวตรวจจับความเคลื่อน ( motion detect) ตลอด 24 ชั่วโมง หากมีการเคลื่อนไหวระบบก็จะแจ้งเตือนมายังเจ้าหน้าที่ทันที ขณะนี้ได้เชื่อมกล้องแล้ว 22 จุด จากทั้งหมด 33 เขตเลือกตั้ง ภายในวันพรุ่งนี้ (3 พ.ค.2566) จะสามารถดำเนินการเชื่อมกล้องได้ครบทั้ง 33 จุด โดยกกต.อนุญาตให้ กทม.ดำเนินการทั้ง 2 ระบบเรียบร้อยแล้ว โดยในวันพรุ่งนี้ (3 พ.ค.2566) จะมีการทดสอบระบบดังกล่าว ที่ ศาลาว่าการ กทม.เสาชิงช้าด้วย

นายชัชชาติ กล่าวต่อไปว่า ตามที่ กกต. กำหนดให้มีผู้ดูแลรักษาความปลอดภัย เพื่อเฝ้าด้านหน้าห้องเก็บรักษาบัตรและหีบบัตรเลือกตั้ง และต้องมีระบบติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) นั้น กทม. ก็จะปฏิบัติตามเดิมทุกอย่าง เพียงแต่เรามีมาตรการเสริมเข้าไปเพิ่มเติม  

สำหรับวัน เลือกตั้ง66 ทางกกต.ก็มีการถ่ายรูปใบรายงานผลการนับคะแนน (5/18) ที่แปะอยู่หน้าหน่วยอยู่แล้ว กทม.ก็มีคล้ายๆ AI สามารถอ่านคะแนนได้ ขณะนี้ได้ส่งหนังสือขออนุมัติไปยังกกต.แล้วหาก กกต.ตอบกลับมา ก็จะนำมาช่วยให้การนับคะแนนเร็วขึ้น กับพยายามตรวจยอดคนที่มาลงคะแนนแต่ละช่วงเวลา ว่ามีคนมาใช้สิทธิกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว จะได้ไม่มีข้อกังวลเรื่องบัตรเขย่ง ประเด็นที่กกต.กังวลคือต้องไม่เพิ่มภาระให้กับเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย ซึ่งอาจทำให้การปฏิบัติภารกิจเดิมไม่ครบถ้วน ยืนยันว่ากทม.จะไม่ไปเพิ่มภาระแก่เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยแต่จะหาอาสาสมัครเป็นผู้ดำเนินการแทน

ด้านนายต่อศักดิ์ โชติมงคล  ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. ระบุว่า กกต. มีการเพิ่มกระบวนการ 2 อย่างที่เป็นประโยชน์ คือ การให้เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งถ่ายรูปแบบ 5/18 ส่งมาตรวจสอบความถูกต้องก่อน จะทำให้ความโปร่งใสดีขึ้น

ส่วนที่สอง คือ มีการติดประกาศที่หีบบัตรลงคะแนนให้คนที่จะลงคะแนนเห็นชัดว่าหีบไหนสำหรับบัตรเลือกตั้งที่เลือกคน หีบไหนสำหรับบัตรเลือกตั้งแบบพรรค เป็นการป้องกันความสับสนในการหย่อนบัตรเลือกตั้ง

สำหรับการใช้ AI ช่วยนับคะแนน ซึ่งเป็นการจับตัวเลขที่เขียนลงไป ปัญหาคือเมื่อเลือกตั้งเสร็จการนับคะแนนจะเป็นช่วงเย็นช่วงค่ำ ไฟจะมืด เมื่อถ่ายรูปไม่ชัด จะอ่านค่อนข้างลำบาก จากการทดลองล่าสุดเมื่อเช้าได้ประมาณ 30% เพราะเป็นการอ่านจากลายมือที่ขีดคะแนนในแบบ 5/18 ก็พยายามนำเข้าข้อมูลให้มากขึ้น

‘สุชาติ’ ปราศรัยเดือด ถามคนชลบุรีอยากได้ผู้นำแบบไหน เด็ดขาดหรือถามพ่อก่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548097

02 พ.ค. 2566

'สุชาติ' ปราศรัยเดือด ถามคนชลบุรีอยากได้ผู้นำแบบไหน เด็ดขาดหรือถามพ่อก่อน

‘สุชาติ’ ปราศรัยเดือด ถามคนชลบุรีอยากได้ผู้นำแบบไหน เด็ดขาดหรือถามพ่อก่อน เปิดใจสาเหตุเดินตาม ‘ลุงตู่’ ทำงานเก่ง ไม่โกง ฟันธงนโยบาย ‘เงินดิจิทัล’ ได้เห็นกะเพรา 100 บาท

เมื่อวันที่ 2 พ.ค. นายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวปราศรัยใหญ่ หน้าลานศาลากลางจังหวัดชลบุรี อย่างดุเดือด ถามชาวชลบุรีอยากได้ผู้นำแบบไหน แบบตัดสินใจได้เอง หรือเลือกแบบต้องไปถามคุณพ่อก่อน เวลาเกิดวิกฤตต้องใช้ตัดสินใจเด็ดขาด มาเจอคนที่บอกว่า ขอบินไปต่างประเทศก่อน ท่านต้องการผู้นำแบบนี้หรือ

ส่วนที่ทุกคนสงสัยมาอยู่กับพรรคลุงตู่ เพราะลุงตู่ไม่โกงชาติบ้านเมือง นี่คือเหตุผลสั้นๆ ที่ผ่านมาได้รับความอนุเคราะห์ เป็นรมว.แรงงาน ซึ่งตนทำงานกับลุงตู่ ช่วงที่เรายากลำบาก รัฐบาลช่วยพี่น้องแรงงาน 1 หมื่นบาทโอนเข้าบัญชี 7 แสนคนในชลบุรี รวม7พันล้านบาท ก็เพราะลุงตู่ ไม่ใช่เงินดิจิทัล เงินดิจิทัล ใช้อย่างไรยังนึกไม่ออก  

นายสุชาติ ชมกลิ่นนายสุชาติ ชมกลิ่น

นอกจากนี้รัฐบาลลุงตู่ยังช่วยเหลือผู้ใช้แรงงาน ม.40 ช่วยเหลือตรงเป้าหมาย 40 คือคนที่มีรายได้น้อย อาชีพอิสระ ช่วงโวิด เกิดวิกฤต รัฐบาลลุงตู่ไม่เคยทอดทิ้ง วันนี้คนชลบุรีจะทิ้งลุงตู่ได้หรือ

จากนั้นได้พูดถึงนโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติจับต้องได้ ผ่านการกลั่นกรอง ใช้วินัยการเงินการคลัง ไม่ได้แจก ไม่บันยะบันยัง คนรวยก็ได้ แบบนี้ไม่ตรงเป้าหมาย อนาคตอาจเห็นกะเพราจานละ 100 แน่นอน 

นายสุชาติยังพูดถึงนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท ว่า คิดจากฐานอะไร ไม่มีความรู้เรื่องแรงงานเลย คนที่ได้ประโยชน์คือ แรงงานต่างด้าว คนไทยอีก 60ล้านคน รับกรรม เพราะเจ้าของโรงงานอุตสหกรรมจะเอาหุ่นยนต์มาทำงานแทน ถ้าตนเป็นนักลงทุน ก็หนีไปต่างประเทศแน่นอน  

ส่วนนโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติ เช่น เพิ่มค่าเลี้ยงดูบุตร 800 บาท เป็น 1,000 บาท เพิ่มเบี้ย , ชราภาพ จาก 4,000-5,000 บาท เป็น 10,000 บาท , เบิกเงินสะสมในประกันสังคม ไปใช้ได้ 30% , สร้างโรงพยาบาลประกันสังคม , ช่วยเหลือแรงงานนอกระบบ เป็นต้น

นายสุชาติ กล่าวถึงเหตุผลที่ตัดสินใจลงปาร์ตี้ลิสเพราะต้องการเป็นผู้แทนของคนชลบุรีทั้งจังหวัด ถ้าลงเขตจะเป็นสส.ในเขตเลือกตั้งเดียว 

“ขอให้เลือกตนไปเป็นคนรับใช้ของคนชลบุรี ไม่ใช่เลือกไปเป็นเจ้านาย เหมือนใครบางคน เหตุผลที่ตนไปปราศรัยมีแต่คนชลบุรีใส่เสื้อเหลือง เพราะชลบุรีเป็นเมืองหลวงของคนเสื้อเหลือง ทุกคนเคยลำบากเหมือนปี 52- 53 มาแล้ว ท่านต้องจำภาพเหล่านั้นไว้ด้วยว่าอะไรเกิดขึ้นในประเทศไทย” นายสุชาติกล่าว

พรรครวมไทยสร้างชาติปราศรัยใหญ่จ.ชลบุรีพรรครวมไทยสร้างชาติปราศรัยใหญ่จ.ชลบุรีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา