กทม.เตรียมทดสอบ AI นับคะแนน ‘เลือกตั้ง 66’ และ CCTV ดูแลหีบบัตรลงคะแนน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548100

02 พ.ค. 2566

กทม.เตรียมทดสอบ AI นับคะแนน 'เลือกตั้ง 66' และ CCTV ดูแลหีบบัตรลงคะแนน

กทม. เตรียมทดสอบระบบ AI นับคะแนน ‘เลือกตั้ง 66’ พร้อมติดกล้อง CCTV ตรวจจับความเคลื่อนไหว เฝ้าระวังการเก็บหีบบัตรลงคะแนนล่วงหน้า

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯกทม.)เป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 5/2566 ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า

นายชัชชาติ ได้กล่าวถึงความพร้อมของกรุงเทพมหานครในการสนับสนุนการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. ว่า สำหรับการ เลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 7 พ.ค. 2566 และการ “เลือกตั้ง66” ในวันที่ 14 พ.ค. 2566 ทางกทม. ได้จัดเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ได้แก่ ด้านสถานที่สำหรับใช้ในการลงคะแนนเสียง ขณะนี้ กกต.เขตได้ทำการประกาศและปิดประกาศไว้ที่หน่วยเลือกตั้ง ให้ตรวจสอบแล้ว 

ด้านบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง นายทะเบียนท้องถิ่นเขตได้ทำการประกาศและติดประกาศให้ประชาชนตรวจสอบความถูกต้อง พร้อมมีหนังสือแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปให้เจ้าบ้านทราบแล้ว ด้านบุคลากรที่จะใช้ในการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง ในแต่ละหน่วยเลือกตั้ง กกต.เขต ได้แต่งตั้งเสร็จสิ้นพร้อมทั้งมีการจัดอบรมซักซ้อมการปฏิบัติงานให้กับผู้ที่ต้องปฏิบัติงานดังกล่าวประมาณ 60,000 คน ไปเมื่อวันที่ 29-30 เม.ย. 2566 ที่ผ่านมา

มาตรการเสริมที่กรุงเทพมหานครพร้อมที่จะดำเนินการในการดูแลการ “เลือกตั้ง66” คือ การดูแลหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า ที่จะใช้ CCTV และเครื่องตรวจจับการเคลื่อนไหว ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าได้ถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี

สำหรับมาตรการการเก็บรักษาหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า เขตจะมีการติดตั้งกล้อง CCTV และติดตัวตรวจจับความเคลื่อน ( motion detect) ตลอด 24 ชั่วโมง หากมีการเคลื่อนไหวระบบก็จะแจ้งเตือนมายังเจ้าหน้าที่ทันที ขณะนี้ได้เชื่อมกล้องแล้ว 22 จุด จากทั้งหมด 33 เขตเลือกตั้ง ภายในวันพรุ่งนี้ (3 พ.ค.2566) จะสามารถดำเนินการเชื่อมกล้องได้ครบทั้ง 33 จุด โดยกกต.อนุญาตให้ กทม.ดำเนินการทั้ง 2 ระบบเรียบร้อยแล้ว โดยในวันพรุ่งนี้ (3 พ.ค.2566) จะมีการทดสอบระบบดังกล่าว ที่ ศาลาว่าการ กทม.เสาชิงช้าด้วย

นายชัชชาติ กล่าวต่อไปว่า ตามที่ กกต. กำหนดให้มีผู้ดูแลรักษาความปลอดภัย เพื่อเฝ้าด้านหน้าห้องเก็บรักษาบัตรและหีบบัตรเลือกตั้ง และต้องมีระบบติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) นั้น กทม. ก็จะปฏิบัติตามเดิมทุกอย่าง เพียงแต่เรามีมาตรการเสริมเข้าไปเพิ่มเติม  

สำหรับวัน เลือกตั้ง66 ทางกกต.ก็มีการถ่ายรูปใบรายงานผลการนับคะแนน (5/18) ที่แปะอยู่หน้าหน่วยอยู่แล้ว กทม.ก็มีคล้ายๆ AI สามารถอ่านคะแนนได้ ขณะนี้ได้ส่งหนังสือขออนุมัติไปยังกกต.แล้วหาก กกต.ตอบกลับมา ก็จะนำมาช่วยให้การนับคะแนนเร็วขึ้น กับพยายามตรวจยอดคนที่มาลงคะแนนแต่ละช่วงเวลา ว่ามีคนมาใช้สิทธิกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว จะได้ไม่มีข้อกังวลเรื่องบัตรเขย่ง ประเด็นที่กกต.กังวลคือต้องไม่เพิ่มภาระให้กับเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย ซึ่งอาจทำให้การปฏิบัติภารกิจเดิมไม่ครบถ้วน ยืนยันว่ากทม.จะไม่ไปเพิ่มภาระแก่เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยแต่จะหาอาสาสมัครเป็นผู้ดำเนินการแทน

ด้านนายต่อศักดิ์ โชติมงคล  ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. ระบุว่า กกต. มีการเพิ่มกระบวนการ 2 อย่างที่เป็นประโยชน์ คือ การให้เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งถ่ายรูปแบบ 5/18 ส่งมาตรวจสอบความถูกต้องก่อน จะทำให้ความโปร่งใสดีขึ้น

ส่วนที่สอง คือ มีการติดประกาศที่หีบบัตรลงคะแนนให้คนที่จะลงคะแนนเห็นชัดว่าหีบไหนสำหรับบัตรเลือกตั้งที่เลือกคน หีบไหนสำหรับบัตรเลือกตั้งแบบพรรค เป็นการป้องกันความสับสนในการหย่อนบัตรเลือกตั้ง

สำหรับการใช้ AI ช่วยนับคะแนน ซึ่งเป็นการจับตัวเลขที่เขียนลงไป ปัญหาคือเมื่อเลือกตั้งเสร็จการนับคะแนนจะเป็นช่วงเย็นช่วงค่ำ ไฟจะมืด เมื่อถ่ายรูปไม่ชัด จะอ่านค่อนข้างลำบาก จากการทดลองล่าสุดเมื่อเช้าได้ประมาณ 30% เพราะเป็นการอ่านจากลายมือที่ขีดคะแนนในแบบ 5/18 ก็พยายามนำเข้าข้อมูลให้มากขึ้น

‘สุชาติ’ ปราศรัยเดือด ถามคนชลบุรีอยากได้ผู้นำแบบไหน เด็ดขาดหรือถามพ่อก่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548097

02 พ.ค. 2566

'สุชาติ' ปราศรัยเดือด ถามคนชลบุรีอยากได้ผู้นำแบบไหน เด็ดขาดหรือถามพ่อก่อน

‘สุชาติ’ ปราศรัยเดือด ถามคนชลบุรีอยากได้ผู้นำแบบไหน เด็ดขาดหรือถามพ่อก่อน เปิดใจสาเหตุเดินตาม ‘ลุงตู่’ ทำงานเก่ง ไม่โกง ฟันธงนโยบาย ‘เงินดิจิทัล’ ได้เห็นกะเพรา 100 บาท

เมื่อวันที่ 2 พ.ค. นายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวปราศรัยใหญ่ หน้าลานศาลากลางจังหวัดชลบุรี อย่างดุเดือด ถามชาวชลบุรีอยากได้ผู้นำแบบไหน แบบตัดสินใจได้เอง หรือเลือกแบบต้องไปถามคุณพ่อก่อน เวลาเกิดวิกฤตต้องใช้ตัดสินใจเด็ดขาด มาเจอคนที่บอกว่า ขอบินไปต่างประเทศก่อน ท่านต้องการผู้นำแบบนี้หรือ

ส่วนที่ทุกคนสงสัยมาอยู่กับพรรคลุงตู่ เพราะลุงตู่ไม่โกงชาติบ้านเมือง นี่คือเหตุผลสั้นๆ ที่ผ่านมาได้รับความอนุเคราะห์ เป็นรมว.แรงงาน ซึ่งตนทำงานกับลุงตู่ ช่วงที่เรายากลำบาก รัฐบาลช่วยพี่น้องแรงงาน 1 หมื่นบาทโอนเข้าบัญชี 7 แสนคนในชลบุรี รวม7พันล้านบาท ก็เพราะลุงตู่ ไม่ใช่เงินดิจิทัล เงินดิจิทัล ใช้อย่างไรยังนึกไม่ออก  

นายสุชาติ ชมกลิ่นนายสุชาติ ชมกลิ่น

นอกจากนี้รัฐบาลลุงตู่ยังช่วยเหลือผู้ใช้แรงงาน ม.40 ช่วยเหลือตรงเป้าหมาย 40 คือคนที่มีรายได้น้อย อาชีพอิสระ ช่วงโวิด เกิดวิกฤต รัฐบาลลุงตู่ไม่เคยทอดทิ้ง วันนี้คนชลบุรีจะทิ้งลุงตู่ได้หรือ

จากนั้นได้พูดถึงนโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติจับต้องได้ ผ่านการกลั่นกรอง ใช้วินัยการเงินการคลัง ไม่ได้แจก ไม่บันยะบันยัง คนรวยก็ได้ แบบนี้ไม่ตรงเป้าหมาย อนาคตอาจเห็นกะเพราจานละ 100 แน่นอน 

นายสุชาติยังพูดถึงนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท ว่า คิดจากฐานอะไร ไม่มีความรู้เรื่องแรงงานเลย คนที่ได้ประโยชน์คือ แรงงานต่างด้าว คนไทยอีก 60ล้านคน รับกรรม เพราะเจ้าของโรงงานอุตสหกรรมจะเอาหุ่นยนต์มาทำงานแทน ถ้าตนเป็นนักลงทุน ก็หนีไปต่างประเทศแน่นอน  

ส่วนนโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติ เช่น เพิ่มค่าเลี้ยงดูบุตร 800 บาท เป็น 1,000 บาท เพิ่มเบี้ย , ชราภาพ จาก 4,000-5,000 บาท เป็น 10,000 บาท , เบิกเงินสะสมในประกันสังคม ไปใช้ได้ 30% , สร้างโรงพยาบาลประกันสังคม , ช่วยเหลือแรงงานนอกระบบ เป็นต้น

นายสุชาติ กล่าวถึงเหตุผลที่ตัดสินใจลงปาร์ตี้ลิสเพราะต้องการเป็นผู้แทนของคนชลบุรีทั้งจังหวัด ถ้าลงเขตจะเป็นสส.ในเขตเลือกตั้งเดียว 

“ขอให้เลือกตนไปเป็นคนรับใช้ของคนชลบุรี ไม่ใช่เลือกไปเป็นเจ้านาย เหมือนใครบางคน เหตุผลที่ตนไปปราศรัยมีแต่คนชลบุรีใส่เสื้อเหลือง เพราะชลบุรีเป็นเมืองหลวงของคนเสื้อเหลือง ทุกคนเคยลำบากเหมือนปี 52- 53 มาแล้ว ท่านต้องจำภาพเหล่านั้นไว้ด้วยว่าอะไรเกิดขึ้นในประเทศไทย” นายสุชาติกล่าว

พรรครวมไทยสร้างชาติปราศรัยใหญ่จ.ชลบุรีพรรครวมไทยสร้างชาติปราศรัยใหญ่จ.ชลบุรีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ตั้งโรงงานปุ๋ยในไทย ช่วยเกษตรกรลดต้นทุน 20-30 %

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548098

02 พ.ค. 2566

ตั้งโรงงานปุ๋ยในไทย ช่วยเกษตรกรลดต้นทุน 20-30 %

กรมวิชาการเกษตร เชื่อหากไทยตั้งโรงงานผลิตปุ๋ยเอง จะช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการผลิต 20-30 % แต่ต้องใช้ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมด้วย

กรมวิชาการเกษตร เชื่อหากไทยตั้งโรงงานผลิตแม่ปุ๋ยได้เองผ่าน 3 โครงการใหญ่ และเพิ่มใช้ปุ๋ยอินทรีย์ จะช่วยเกษตรกรลดต้นทุนลงได้อีก 20-30% ชี้ไตรมาสแรกไทยนำเข้า1.2 ล้านตัน ขออนุญาตอีกเดือนละกว่า 3 แสนตัน  ยันมีสต๊อกเพียงพอ ไม่ขาดแคลน

นายระพีภัทร์  จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร และนายกสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษ วาระเร่งด่วนเกษตรกรไทย กับปัญหาราคาปุ๋ยแพง ในงานสัมมนา THE BIG ISSUE ปุ๋ยแพง : วาระเร่งด่วนประเทศไทย ทางรอดเกษตรกร จัดโดย ฐานเศรษฐกิจ (2 พ.ค. 2566) ใจความสำคัญระบุว่า

สัมมนา THE BIG ISSUE ปุ๋ยแพง : วาระเร่งด่วนประเทศไทย ทางรอดเกษตรกร จัดโดย “ฐานเศรษฐกิจ”สัมมนา THE BIG ISSUE ปุ๋ยแพง : วาระเร่งด่วนประเทศไทย ทางรอดเกษตรกร จัดโดย “ฐานเศรษฐกิจ”

การใช้ปุ๋ยเคมีของเกษตรกรกับพืชเศรษฐกิจของไทยในช่วงที่ผ่านมา ข้าว เป็นพืชที่ใช้ปุ๋ยมากที่สุดสัดส่วนกว่า 51%  อ้อย ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ข้าวโพดใช้ปุ๋ยสัดส่วนเฉลี่ยแต่ละพืช 5-9% ของการใช้ปุ๋ยโดยรวม และที่น่าในใจคือไม้ผล และพืชไร่อื่น ๆ เช่น ทุ เรียนที่มีมูลค่าการส่งออกปีละกว่า 1 แสนล้านบาทติดต่อกัน 2 ปีซ้อน ซึ่งไม้ผลมีการปุ๋ยเคมีเพิ่มผลผลิต และรสชาติ

การนำเข้าปุ๋ยเคมีของไทยที่ผ่านมาเฉลี่ยปีละ 4.5-5 ล้านตัน หรือสัดส่วนกว่า 95% ของความต้องการใช้ และไทยยังผลิตแม่ปุ๋ยเองไม่ได้ต้องพึ่งพาการนำเข้า โดยกรมวิชาการเกษตรเปิดกว้างให้มีการนำเข้าแม่ปุ๋ยจากทุกแหล่งของโลก

ไม่ว่าจะเป็นจากซาอุดิอาระเบีย กาตาร์ บาห์เรน ตะวันออกกลาง หรือจากจีน ออสเตรเลีย รัสเซีย แคนาดา อิตาลี ลาว เป็นต้น โดยไม่กำหนดปริมาณ หรือโควตาการนำเข้า ถือเป็นอำนวยความสะดวกในการแข่งขัน

อย่างไรก็ดี ในช่วงที่เริ่มเกิดวิกฤติอาหารหรือความไม่มั่นคงด้านอาหารของโลก ในปี 2564 จีน และอินเดีย มีการสั่งปุ๋ยนำเข้าประเทศเพิ่มขึ้น และไม่มีการส่งออกปุ๋ย ทั้งนี้เพื่อต้องการรักษาความมั่นคงด้านอาหาร 

ซึ่งเห็นได้ว่าปุ๋ยคือปัจจัยหลักสำคัญในการก่อให้เกิดความมั่นคงด้านอาหาร ประกอบกับในปี 2565 (ที่เกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน มีความไม่มั่นคงด้านอาหาร มีโควิด) การนำเข้าปุ๋ยเคมีของไทยกระโดดขึ้นไปถึงระดับ 1 แสนล้านบาท จากราคาปุ๋ยเพิ่มสูงขึ้นเท่าตัว ขณะที่ปริมาณนำเข้าลดลง เหลือ 4.1 ล้านตัน

ไทยถือว่าโชคดีที่เป็นประเทศผู้ผลิตอาหารของโลกหรือครัวโลก แม้จะได้รับผลกระทบจากราคาปุ๋ยเคมี แต่ยังสามารถส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารได้อย่างต่อเนื่อง และมีจีดีพีเป็นบวกในเรื่องของอาหารและการเกษตร แต่ปัจจุบันหลังจากสถานการณ์ที่คลี่คลายลงในทุกเรื่อง จะเห็นได้ว่าเวลานี้ราคาปุ๋ยได้ลดลงอย่างมาก โดยลดลง 40-50% หรือใกล้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ร้อยตรีจักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน  เปิดเผยในงานสัมนา“ปุ๋ยแพง : ปัญหาใหญ่ภาคเกษตร”ว่า บทบาทขอกรมการค้าภายในมีหน้าที่กำกับดูแลสินค้าทั้งราคาและปริมาณ  โดยปุ๋ยถือว่าสำคัญเพราะต้นทุนหนึ่งที่เกษตรกีต้องใช้ในการทำเกษตร

ซึ่งกรมฯต้องดูแลปริมาณให้เพียงต่อความต้องการและราคาต้องไม่สูงเกินไป เพราะราคาที่เหมาะสมของกรม กับราคาที่เหมาะสมของเกษตรกร ของผู้ผลิต ไม่เท่ากัน ดังนั้นกรมจะใช้คำว่าราคาต้องเป็นธรรม

ปัจจัยที่มีผลต่อราคาปุ๋ย  มาจากหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็น ราคาพลังงานในตลาดโลก  ดีมาน-ซัพพลายในตลาดโลกในแต่ละสถานการณ์ไม่ว่าจะเป็นสงครามยูเครน-รัสเซีย  อัตราแลกเปลี่ยนที่ยังผันผวน รวมถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจอื่นๆ เช่น ค่าขนส่ง ทั้งทางเรือ ทางบก ทางอากาศ  เป็นต้น ซึ่งมีส่วนทำให้ราคาปุ๋ยและไทยเองก็นำเข้าปุ๋ยเกือบ100%



สำหรับสต็อกปุ๋ย  ณ สิ้นมีนาคม พบว่ามีปริมาณ1.3ล้านตันถ้าเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนถือว่าเพิ่มขึ้นมากว่า50%  ทั้งนี้คาดการณ์ว่าความต้องการใช้ปุ๋ยจะเพิ่มมากขึ้น จากผลผลิตผลทางการเกษตรที่ดีโดยเฉพาะผลไม้ ซึ่งขอให้เกษตรกรมั่นใจได้ว่าปริมาณปุ๋ยมีเพียงพอแน่นอน

ซึ่งหลังจากนี้ต้องติดตาม และกรมฯ ยินดีรับนโยบายของรัฐบาลใหม่ไม่ว่าจะมาจากพรรคการเมืองไหนเข้ามาบริหารประเทศในการขับเคลื่อนดูแลเรื่องปุ๋ยเคมี รวมถึงหารือกับภาคเอกชนและผู้ส่งออก

โปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และพวงมาลาวางหน้าหีบศพ ‘บิดาจุรินทร์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548091

02 พ.ค. 2566

โปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และพวงมาลาวางหน้าหีบศพ 'บิดาจุรินทร์'

โปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และพวงมาลาวางหน้าหีบศพ ‘บิดาจุรินทร์’ มีอดีตประธานรัฐสภา เป็นประธานในพิธี ‘พระเทพปัญญาโมลี ประธานฝ่ายสงฆ์ ตั้งบำเพ็ญกุศล ที่ อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา

ที่จังหวัดพังงา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และพวงมาลาหลวง และ พวงมาลาของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีวางหน้าหีบศพ นายวีระ ลักษณวิศิษฏ์ (บิดา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์) ซึ่งเสียชีวิต ด้วยโรคชรา

โดยมี นายชวน หลีกภัย อดีตประธานรัฐสภา เป็นประธานในพิธี และพระเทพปัญญาโมลี เจ้าอาวาสวัดประชุมโยธี พระอารามหลวงเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ซึ่งตั้งบำเพ็ญกุศล ที่บ้านเลขที่ 3/1 ม.5 บ้านท่าซอ ต.ท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา

โปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และพวงมาลาวางหน้าหีบศพ 'บิดาจุรินทร์'
โปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และพวงมาลาวางหน้าหีบศพ 'บิดาจุรินทร์'

ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร พระราชทานพวงมาลา วางที่หน้าหีบศพด้วย

โปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และพวงมาลาวางหน้าหีบศพ 'บิดาจุรินทร์'

เลือกตั้ง66 ‘ธรรมนัส’ มั่นใจ ‘พลังประชารัฐ’ ปักธง 8 จ. ภาคเหนือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548087

02 พ.ค. 2566

เลือกตั้ง66 'ธรรมนัส' มั่นใจ 'พลังประชารัฐ' ปักธง 8 จ. ภาคเหนือ

‘ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า’ เผย ชาวอีสานตอบรับ ‘พลังประชารัฐ’ ดีมาก เพราะเชื่อมั่น ‘พล.อ.ประวิตร’ มือแก้-ปัญหาที่ดิน-น้ำ มั่นใจพปชร.ปักธง 8 จังหวัดภาคเหนือสำเร็จ

โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง2566 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้สมัคร สส.เขต 1 จ.พะเยา และประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคเหนือ ของพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่หาเสียงในภาคอีสาน ที่ผ่านมาว่า พปชร.ภายใต้การนำของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ตลอดระยะเวลาการเป็นรัฐบาล ท่านได้เดินหน้าแก้ปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทำกินมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงปัญหาเรื่องน้ำ 

คนอีสานตอบรับ พปชร.ดีมาก

และยังมี พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งดูแลประชาชนในพื้นที่ภาคอีสานมาตลอด เพราะฉะนั้นเสียงตอบรับที่พรรคพลังประชารัฐได้รับจากชาวอีสานต้องบอกว่าดีมาก

ส่วนกระแสของพรรคพลังประชารัฐในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เมื่อปี2562 เรามี สส.อยู่ที่นี่ 2 คน ส่วนเลือกตั้ง2566 นี้ ตนมั่นใจว่าพลังประชารัฐเราจะได้มากกว่านั้น แม้ว่าบางเขตจะย้ายไปอยู่สังกัดพรรคการเมืองอื่น แต่ผู้สมัครของพปชร.ก็มีศักยภาพและความตั้งใจที่จะเข้ามารับใช้ประชาชน

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้สมัคร สส.เขต 1 จ.พะเยา และประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคเหนือ ของพปชร.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้สมัคร สส.เขต 1 จ.พะเยา และประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคเหนือ ของพปชร.

ในส่วนกระแสของพรรคในพื้นที่ภาคเหนือ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า วันนี้จะเป็นเวทีสุดท้ายที่ตนจะเดินทางมาปราศรัยในภาคอื่น เพราะพรุ่งนี้ตนจะเดินทางไปลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน และในช่วงโค้งสุดท้าย ตนมีความมั่นใจว่า พรรคพลังประชารัฐจะสามารถปักธงได้ทั้ง 8 จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ

เลือกตั้ง66 'ธรรมนัส' มั่นใจ 'พลังประชารัฐ' ปักธง 8 จ. ภาคเหนือ

ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงกรณีการเลือกตั้งในขณะนี้ที่หลายฝ่ายมองว่า เป็นการเลือกแบบแบ่งขั้วทางการเมือง ระหว่างอนุรักษ์นิยม-เสรีนิยม ว่า พลเอกประวิตรได้เน้นย้ำมาตลอดว่า พรรคพลังประชารัฐจะก้าวข้ามความขัดแย้ง เราเลือกที่จะไม่ทะเลาะกับใครไม่ว่าจะเป็นอนุรักษ์นิยมหรือเสรีนิยม เพราะเป้าหมายของเราคือประเทศชาติบ้านเมือง และประชาชนเป็นหลัก

ด้าน ดร.เกณิกา อุ่นจิตร์ กล่าวว่า ตนมั่นใจว่าจะได้รับโอกาสจากพี่น้องชาวสระบุรี ถึงจะเป็นหน้าใหม่ทางการเมือง แต่ตนมีความมุ่งมั่น กล้าลุย กล้าชนทุกสถานการณ์ และพร้อมที่จะทำงานหนัก รับใช้พี่น้องประชาชน ตนขอพิสูจน์ให้พ่อแม่พี่น้องชาวสระบุรีได้เห็นถึงความตั้งใจจริง

ศึกวิวาทะกัญชาแบ่งขั้ว ‘2 แคนดิเดตนายกฯ’ พี่นิด ปะทะ น้องหนู

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548083

จีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง

02 พ.ค. 2566

ศึกวิวาทะกัญชาแบ่งขั้ว '2 แคนดิเดตนายกฯ' พี่นิด ปะทะ น้องหนู

เลือกตั้ง 66 : สรุปศึกวิวาทะ 2 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ‘เศรษฐกิจ ทวีสิน’ กับ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ ปมการจับขั้วที่มี ‘กัญชา’ เป็นเงื่อนไข 

‘นโยบายกัญชา’ กลายเป็นเส้นของการแบ่งขั้ว และปมวิวาทะเดือดของ 2 ดิเดตนายกรัฐมนตรี จาก 2 พรรค คือ นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคเพื่อไทย และนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคภูมิใจไทย

วันที่ 27 เมษายน 2566

นายอนุทิน ปราศัยหาเสียง โดยมั่นใจว่า การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคภูมิใจไทยจะมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เพียงพอที่จะเสนอร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. …. ที่มีเนื้อหาครอบคลุมการนำกัญชา กัญชง มาใช้อย่างถูกวิธี เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน 

“คราวที่แล้วเป็นเงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาล คราวนี้แน่นอนว่าจะต้องอยู่ในเงื่อนไขนี้ จะต้องเป็นสิ่งแรกที่จะต้องดำเนินการ เพราะร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง สมบูรณ์แล้ว คราวที่แล้วเงื่อนไขคือปลดกัญชาออกจากยาเสพติด และเรามีวิธีการดำเนินการได้อยู่แล้ว เราออกกฎหมายกัญชาเพื่อให้มีความกระชับ ให้มีการควบคุม ลดความวิตกกังวลของสังคมให้มากที่สุด แต่จริงๆ ทุกวันนี้การใช้กัญชาไม่เคยทำร้ายสังคม ไม่เคยทำให้เป็นปัญหา แต่มีคนด้อยค่า พยายามกล่าวหาให้ร้าย

ก่อนทิ้งท้ายว่า “ถ้าใครจะมาร่วมกับพรรคภูมิใจไทย หลังการเลือกตั้งครั้งหน้า ต้องสนับสนุนกฎหมายกัญชาครับ”

ศึกวิวาทะกัญชาแบ่งขั้ว '2 แคนดิเดตนายกฯ' พี่นิด ปะทะ น้องหนู

วันที่ 30 เมษายน 2566

“เศรษฐา” นำทีมพรรคเพื่อไทย เปิดเวทีปราศัยที่โดมอเนกประสงค์ โรงเรียนสตึก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ประกาศว่า ถ้าเพื่อไทย เป็นรัฐบาล นายกฯ จะนั่งหัวโต๊ะเป็นเจ้าภาพบัญชาการทุกเรื่อง เราจะบำบัดผู้เสพ ส่วนผู้ผลิตผู้ค้า เราจะยึดทรัพย์ให้ตกเป็นของแผ่นดินโดยเร็ว 

“ส่วนพรรคภูมิใจไทยที่เสนอเรื่องกัญชาเสรี ผมเป็นนักธุรกิจมา 30 ปี เชื่อเถอะว่าปลูกไปก็ราคาตก ไม่เจริญรุ่งเรือง เพื่อไทยเชื่อเรื่องกัญชาเพื่อการแพทย์เท่านั้น ถ้า เพื่อไทยเป็นรัฐบาลจะไม่มีกัญชากลางถนน ทั้งหมดจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าพี่น้องไม่เลือก เพื่อไทยเข้าสู่สภาฯ ยืนยันว่า เราไม่มีพรรคพี่พรรคน้อง ไม่จับมือกับใคร ขอให้พี่น้องกาพรรคเพื่อไทยทั้งสองใบให้แดงทั้งแผ่นดิน ขอให้ช่วยผลักดันผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ทุกเขต เพื่อผลักดันนโยบายดีๆ เข้าสู่สภาด้วย”

วันที่ 1 พ.ค. 2566

นายอนุทิน โพสต์ Facebook ยาวเหยียด 7 ข้อ ตอบโต้นายเศรษฐาโดยใช้ชื่อเรื่องว่า “จาก หนู ถึง พี่นิด”

เนื้อหาใน 7 ข้อสรุปได้ว่า นายอนุทิน บอกว่า “พี่นิด” (ชื่อเล่นของนายเศรษฐา) เปลี่ยนไปมาก ตั้งแต่เข้ามาสู่การเมือง พร้อมกับยืนยันว่าภูมิใจไทย ไม่สนับสนุนกัญชาเสรี เราจึงออกกฎหมายมาควบคุมการใช้กัญชาทางที่ผิด ส่งเสริมการใช้กัญชาทางการแพทย์ สุขภาพ และ เศรษฐกิจ  และชี้ว่า พรรคเพื่อไทย ลงมติถอดกัญชา ออกจากประมวลกฎหมายยาเสพติด และ ลงมติรับหลักการร่างกฎหมายกัญชา กัญชง
  
และระบุว่า นายเศรษฐาทำให้พรรคเพื่อไทย มีทางเดินแคบลงทุกวัน สร้างเงื่อนไข ไม่จับมือพรรคนั้น พรรคนี้ ดูถูก ดูแคลนนักการเมือง ทั่วไป ไม่มีความรู้ ไม่มีประสบการณ์ 

วันที่ 2 พ.ค. 2566

นายเศรษฐา ตอบโต้นายอนุทิน ผ่านโซเชียล โดยเริ่มต้นประโยคว่า “ขอบคุณคุณอนุทินที่ให้เกียรติเรียกผมว่าพี่และให้ข้อคิดกับรุ่นน้องทางการเมืองอย่างผม” และยืนยันว่ายังเป็นนายเศรษฐา ทวีสินคนเดิม 

พร้อมกับชี้ปัญหาเกี่ยวกับกัญชาว่า “ในช่วงที่ผ่านมาที่ผมลงพื้นที่ ผมสัมผัสถึงความทุกข์ใจของพี่น้องประชาชนด้วยตนเอง พวกเขาแสดงความไม่พอใจกับภาพ “การ” ปล่อยให้เกิดภาพนักเรียนอายุ 10 ขวบสูบกัญชาหรือ “การ” เกิดปัญหายาเสพติดอื่น ๆ มากขึ้นในชุมชนต่าง ๆ ซึ่งเป็นภาพที่ผมและพี่น้องประชาชนจำนวนมากรับไม่ได้ และไม่อยากเห็นอนาคตของลูกหลานใช้ชีวิตในบ้านเมืองแบบนี้ ผมได้แต่หวังว่าคุณหนูจะเห็นปัญหาที่ประชาชนเห็นเหมือนกับผม

“ผมก็พร้อมที่จะขัดแย้ง ที่อาจทำให้ทางเดินทางการเมือง “แคบลง” เพื่อ “เปิดกว้าง” อนาคตให้กับลูกหลาน มากกว่าที่จะเกรงใจคนนั้นคนนี้เพื่อ “เปิดกว้าง” ทางการเมืองแต่ทำให้ทางออกอนาคตของลูกหลานพวกเรา “แคบลง” ช่วงนี้โค้งสุดท้าย ผมขอให้คุณหนูดูแลสุขภาพ เพื่อจะได้ใช้เวลาลงไปพูดคุยกับประชาชน รับฟังเสียงความต้องการของพวกเขา และรอรับฟังฉันทามติจากพี่น้องประชาชนในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้พร้อมกันครับ”

ในวันเดียวกัน นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นฝ่ายกฎหมายของพรรคภูมิใจไทย กำลังพิจารณาว่า ส่วนไหนที่ทำให้เกิดความเสียหายกับพรรคภูมิใจไทย หรือผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ซึ่งใครก็ตามที่ทำผิดกฎหมาย ผู้เสียหายสามารถร้องเรียนได้ เพราะคุณเสียหายจากการให้สัมภาษณ์ของใครคนใดคนนึงไม่ใช่หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะการบิดเบือนพูดเท็จด้วยค่านโยบาย คนที่เสียหายคือผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทย

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะให้ผู้สมัครทั้ง 400 เขตไปฟ้องร้องนายเศรษฐาหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า แล้วแต่ ตนเองไม่มีธงใดๆ เพียงแต่ถ้าผู้สมัครคนไหนรู้สึกว่าเสียหายก็เป็นสิทธิ์ของเขา ตนไม่สามารถไปชี้นำหรือสั่งการได้

ส่วนการร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย หลังจากนี้ นายอนุทินกล่าวว่าถึงเวลาก็จะรู้อยู่แล้ว ใครเป็นคนเคาะหรือตัดสินใจหรือใครได้แต่พูด คนวงการการเมืองเขารู้ดี ตนไม่รู้สึกกังวล

เช็คที่นี่ ‘ที่เลือกตั้งพิเศษ’ 23 จ. รองรับคนพิการ-ผู้สูงวัย มีที่ไหนบ้าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548073

02 พ.ค. 2566

เช็คที่นี่ 'ที่เลือกตั้งพิเศษ' 23 จ. รองรับคนพิการ-ผู้สูงวัย มีที่ไหนบ้าง

กกต.เตรียมพร้อม จัด ‘ที่เลือกตั้งพิเศษ’ สำหรับคนพิการ-ทุพพลภาพ-ผู้สูงอายุ กระจายอยู่ทั่วประเทศ รองรับ ‘เลือกตั้ง66’ มีที่ไหน จังหวัดอะไรบ้าง เช็ครายละเอียดที่นี่

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต. )ได้เตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566 โดยเตรียมการจัดให้มี ‘ที่เลือกตั้งพิเศษ’ สำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ ภายใต้รัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 92 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ได้ให้อำนาจคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในการอำนวยความสะดวกจัดสถานที่ลงคะแนนของบุคคลดังกล่าวไว้เป็นกรณีพิเศษ

ในการนี้ กกต.ได้ประสานไปยังหน่วยงานที่มีสถานสงเคราะห์ของรัฐ ตามประกาศกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งจาการสำรวจข้อมูลพบว่ามีสถานที่ที่พร้อมจัดเป็น ‘ที่เลือกตั้งพิเศษ’ สำหรับผู้พิการ หรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ เพื่ออำนวยความสะดวกในการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง มีจำนวน 28 แห่ง ในพื้นที่ 23 จังหวัด

ที่เลือกตั้งพิเศษ สำหรับผู้พิการ-ผู้สูงอายุ 23 จังหวัดได้แก่

1. กรุงเทพมหานคร ได้แก่ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค และสถานสงเคราะห์คนชราบ้านบางแค 2

2. กาญจนบุรี ได้แก่ สถานสงเคราห์คนชราเฉลิมราชกุมารี

3. จันทบุรี ได้แก่ สถานสงเคราะห์คนชราบ้านจันทบุรี

4. ฉะเชิงเทรา ได้แก่ สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบางปะกง

5. ชลบุรี ได้แก่ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางละมุง มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ อำเภอบางละมุง และสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการการุณยเวศม์

6. เชียงใหม่ ได้แก่ สถานสงเคราะห์คนชราวัยทองนิเวศน์ อำเภอแม่แตง

7. ตรัง สถานสงเคราะห์คนชราบ้านศรีตรัง

8. นครปฐม ได้แก่ สถานสงเคราะห์คนชรานครปฐม และสถานสงเคราะห์คนชราเฉลิมราชกุมารี

9. นครพนม ได้แก่ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ อำเภอท่าอุเทน

10.นครสวรรค์ ได้แก่ สถานสงเคราะห์คนชราบ้านเขาบ่อแก้ว

11.นนทบุรี ได้แก่ สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านนนทภูมิ

12. ปทุมธานี ได้แก่ สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งชายธัญบุรี และศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุปทุมธานี

13. พระนครศรีอยุธยา ได้แก่ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุวาสนะเวศม์

14. เพชรบุรี ได้แก่ สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งกุ่มสะแกจังหวัดเพชรบุรี

15. ภูเก็ต ได้แก่ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุภูเก็ต

16. มหาสารคาม ได้แก่ สถานสงเคราะห์คนชรามหาสารคาม

17. ยะลา ได้แก่ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านทักษิณ

18. ลพบุรี ได้แก่ สถานสงเคราะห์คนชราบ้านลพบุรี

19. ลำปาง ได้แก่ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุลำปาง

20. ศรีสะเกษ ได้แก่ สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งปรือใหญ่

21. สงขลา ได้แก่ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดสงขลา

22. สมุทรปราการ ได้แก่ สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการพระประแดง

23. อุบลราชธานี ได้แก่ สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านอุบลฮักแพง

สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งเป็นผู้พิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ ที่มีความประสงค์จะใช้สิทธิเลือกตั้งสามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ ณ หน่วยเลือกตั้งที่ตนมีรายชื่ออยู่ ทั้งนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งได้จัดให้มีการอำนวยความสะดวกในการออกเสียงลงคะแนนแก่คนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุโดยจัดให้มีการช่วยเหลือในการออกเสียงลงคะแนน ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งซึ่งในการช่วยเหลือดังกล่าวให้บุคคลนั้น ได้ออกเสียงลงคะแนนด้วยตนเองตามเจตนาของบุคคลนั้น

เว้นแต่ลักษณะทางกายภาพ ทำให้คนพิการ หรือทุพพลภาพหรือผู้สูงอายุไม่สามารถทำเครื่องหมายลงในบัตรเลือกตั้งได้  ในการนี้ให้บุคคลอื่น หรือกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง เป็นผู้กระทำการแทน ด้วยความยินยอมและเป็นไปตามเจตนาของคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุนั้น โดยให้ถือว่าเป็นการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ

สามารถติดตามหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง http://www.ect.go.th แอปพลิเคชัน Smart Vote สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด และสายด่วน 1444

ที่มา : กกต.

ราชกิจจาฯ โปรดเกล้าฯ เรียกคืน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ‘เปรมชัย กรรณสูต’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548065

02 พ.ค. 2566

ราชกิจจาฯ โปรดเกล้าฯ เรียกคืน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ 'เปรมชัย กรรณสูต'

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ‘เปรมชัย กรรณสูต’ ต้องคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อม คดีถึงที่สุดให้จำคุก

เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2566 ราชกิจจานุเบกษา หน้า 2 เล่ม 140 ตอนที่ 17ข ลงวันที่ 2 พฤษภาคม เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 9 ชั้นที่ 4 ซึ่ง นายเปรมชัย กรรณสูต ได้รับพระราชทาน

ราชกิจจาฯ โปรดเกล้าฯ เรียกคืน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ 'เปรมชัย กรรณสูต'

เนื่องจากต้องคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อม คดีถึงที่สุดให้จำคุก ฐานร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ และร่วมกันมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 

โดยคดีอันถึงที่สุดแล้ว อันเป็นเหตุแห่งการเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตามข้อ 6และข้อ 7(2) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. 2548 และนายเปรมชัย กรรณสูต เป็นผู้ถูกถอนชื่อออกจากรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแล้ว

ประกาศ ณ วันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2566

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี

‘มาดามเดียร์’ ชู ‘รัฐบาลเปิด’ ประชาชนเข้าถึง ตรวจสอบภาครัฐได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548062

02 พ.ค. 2566

'มาดามเดียร์' ชู 'รัฐบาลเปิด' ประชาชนเข้าถึง ตรวจสอบภาครัฐได้

‘มาดามเดียร์’ ชู ‘รัฐบาลเปิด’ ประชาชนเข้าถึง ตรวจสอบภาครัฐได้ การประมูลโครงข่ายสัญญาณต้องเน้นประโยชน์ประชาชน สร้าง Digital Democratization ค้าน พ.ร.บ.จริยธรรมสื่อ ย้ำรัฐต้องปล่อยให้สื่อดูแลกันเอง

น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมเวที “สิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในมุมมองพรรคการเมืองไทย” เนื่องในวันเสรีภาพสื่อ กล่าวว่า รัฐต้องเคารพเสรีภาพของประชาชนในการแสดงออกภายใต้กฎหมายและรัฐธรรมนูญ รัฐต้องสร้างบรรยากาศที่เอื้อให้ต้องให้สื่อตรวจสอบ กำกับ และดูแลกันเองอย่างเข้มแข็ง 

“แต่ก็ต้องไม่ไปละเมิดสิทธิเสรีภาพผู้อื่น ภาคประชาชนเองก็ต้องสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างอิสระเสรี และรัฐเองต้องเป็น Open Government ทำให้เกิดความเข้มแข็งของภาคประชาชนในการเข้าถึงและตรวจสอบภาครัฐด้วย”

แกนนำองค์กรสื่อ ร่วมเวที สิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในมุมมองพรรคการเมืองไทย เนื่องในวันเสรีภาพสื่อแกนนำองค์กรสื่อ ร่วมเวที สิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในมุมมองพรรคการเมืองไทย เนื่องในวันเสรีภาพสื่อ

เวที สิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในมุมมองพรรคการเมืองไทย เนื่องในวันเสรีภาพสื่อเวที สิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในมุมมองพรรคการเมืองไทย เนื่องในวันเสรีภาพสื่อ

ทั้งนี้ น.ส.วทันยา แสดงจุดยืนว่า ไม่เป็นด้วยที่เอา พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ มาใช้เป็นข้ออ้างในการฟ้องหมิ่นประมาท ปิดปากสื่อ และสื่อพลเมือง และไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน แต่ต้องปล่อยให้สื่อกำกับดูแลกันเอง

น.ส.วทันยา กล่าวว่า วันนี้เรื่องของทุนเข้ามากำหนดทิศทางสื่อด้วย เราต้องหาทางว่าจะทำยังไงให้สื่อทำงานได้ตามอุดมการณ์ที่ตัวเองยึดถือได้

แกนนำสื่อและตัวแทนพรรคการเมือง ร่วมเวที สิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในมุมมองพรรคการเมืองไทย  เนื่องในวันเสรีภาพสื่อ แกนนำสื่อและตัวแทนพรรคการเมือง ร่วมเวที สิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในมุมมองพรรคการเมืองไทย เนื่องในวันเสรีภาพสื่อ

ส่วนประเด็นเรื่องการประมูลทีวีดิจิทัล น.ส.วทันยา กล่าวว่า หลังจากนี้เมื่อภูมิทัศน์สื่อเปลี่ยน เราอาจจะต้องปรับมุมมองเรื่องการสัมปทานใหม่ ยกเลิกการประมูลสัมปทานโดยแข่งกันที่เงิน แต่ต้องแข่งกันว่าใครจะสามารถส่งเสริมสิทธิขั้นพื้นฐานว่าเจ้าไหนจะทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด เช่นเดียวกับ Digital Democratization ของประเทศอินเดีย

น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. พรรคประชาธิปัตย์น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. พรรคประชาธิปัตย์

น.ส.วทันยา กล่าวว่า กสชท. ต้องเปลี่ยนวิธีคิด แต่ก่อนที่จะเปลี่ยนวิธีคิดต้องเปลี่ยนคนและเปลี่ยนการสรรหา จากการสรรหาคนที่มียศมีตำแหน่งมาทำงาน แต่เอาคนที่มีความรู้ความสามารถด้านสื่อจริงๆ เข้ามาทำงาน

'มาดามเดียร์' ชู 'รัฐบาลเปิด' ประชาชนเข้าถึง ตรวจสอบภาครัฐได้
'มาดามเดียร์' ชู 'รัฐบาลเปิด' ประชาชนเข้าถึง ตรวจสอบภาครัฐได้
'มาดามเดียร์' ชู 'รัฐบาลเปิด' ประชาชนเข้าถึง ตรวจสอบภาครัฐได้

ครม. เห็นชอบ ‘ตื๊อ กกต.รอบ 2’ ขอใช้งบฯหมื่นล้านลดค่าไฟฟ้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548060

จีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง

02 พ.ค. 2566

ครม. เห็นชอบ 'ตื๊อ กกต.รอบ 2' ขอใช้งบฯหมื่นล้านลดค่าไฟฟ้า

มติที่ประชุมครม.ล่าสุด เห็นชอบ ยื่นเอกสารถึงกกต.อีกรอบ เพื่อขอใช้งบกลางกว่า 1.1 หมื่นล้าน ช่วยลดค่าไฟฟ้าประชาชน มั่นใจทันรอบบิล พ.ค.นี้

รัฐบาลเดินหน้าตื๊อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอใช้งบฯกลาง กว่า 1.1 หมื่นล้าน หลังจากมติครม.อนุมัติงบก้อนนี้แล้วในการประชุมสัปดาห์ที่แล้ว และส่งให้กกต.พิจารณาให้ใช้งบฯ แต่ปรากฏว่า กกต.ตีตก แต่ครม.ก็หยิบวาระนี้ขึ้นมาพิจารณาเป็นครั้งที่สอง และมีมติเหมือนเดิมคือส่งให้กกต.พิจารณาอนุญาตให้ใช้งงบฯได้


โดยเรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในที่ประชุม ครม.ได้พิจารณาเรื่องการขอใช้งบกลางช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางเรื่องค่าไฟฟ้า จำนวน 1.1 หมื่นล้านบาทแล้ว 

โดย ครม.ได้ให้ความเห็นชอบ และจะส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการพิจารณาต่อไปในเรื่องการใช้งบกลางหมื่นกว่าล้านบาท ส่วน กกต.จะส่งกลับมาทันหรือไม่นั้น เชื่อว่าจะเร็ว เพราะในเบื้องต้นก็ขอให้ทำถูกต้องตามขั้นตอน ให้ตรงกับมาตรา 169 ของรัฐธรรมนูญ เท่าที่รับทราบสิ่งใดที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชนก็ไม่น่าจะมีปัญหา 

ครม. เห็นชอบ 'ตื๊อ กกต.รอบ 2' ขอใช้งบฯหมื่นล้านลดค่าไฟฟ้า

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะทันในรอบบิลเดือน พ.ค.นี้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คงต้องรอหน่อย แต่เชื่อว่าจะเร็วที่สุด ถ้าเร็วก็คงทัน และคาดการณ์ว่า ในเดือนหน้าสถานการณ์คงดีขึ้น การใช้ไฟคงลดลง ราคาค่าแก๊ส ค่าน้ำมัน คงจะลดลงบ้าง ซึ่งจะมีผลในช่วงต่อไป ถือเป็นการชดเชยกันไปมา