‘เฉลิมชัย’ลั่นจบแล้วกระแสโค่นล้ม’จุรินทร์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538629

13 ธ.ค. 2565

'เฉลิมชัย'ลั่นจบแล้วกระแสโค่นล้ม'จุรินทร์'

‘เฉลิมชัย’เผยถึงกระแสส.ส.และบริหาร’พรรคประชาธิปัตย์’ เตรียมลาออกกดดัน’จุรินทร์’หัวหน้าพรรค หลังไม่เชื่อมั่นและไม่ได้รับความนิยม

หลังมีกระแสข่าว ส.ส.และแกนนำพรรคประชาธิปัตย์จำนวนหนึ่งไม่เชื่อมั่นในตัว นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จนทำให้หลายคนย้ายพรรค รวมถึงผลโพลที่ผ่านมาก็ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร จึงต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารพรรคก่อนเลือกตั้งที่จะถึงนี้ โดยมีรายงานว่า มีการล่าชื่อกรรมการบริหารพรรคเพื่อให้ลาออกจากตำแหน่งให้เกินกึ่งหนึ่ง เพื่อคัดเลือกชุดใหม่ขึ้นแทน และกดดันให้เปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ไม่มีอะไร ส่วนจะเป็น แผนโค่นล้มนายจุรินทร์ หรือไม่นั้น ไม่รู้นะ แต่ไม่มีอะไร 

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าแสดงว่า มีการล่าชื่อจริงแต่ไม่ครบใช่หรือไม่นายเฉลิมชัย ระบุว่า เมื่อไม่มีอะไร ก็ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบ และไม่จำเป็นต้องไปคุยกับคนที่เคลื่อนไหวเรื่องนี้ ในเมื่อไม่มีอะไร จบแล้ว พร้อมย้ำว่าไม่มีปัญหาเรื่องการดูแล ส.ส. และความมั่นใจในตัวนายจุรินทร์จะนำพรรคได้หรือไม่นั้น เป็นไปตามระบบ หัวหน้าก็ต้องนำทัพอยู่แล้ว

เพื่อไทย มั่นใจ ส.ส.’ย้ายพรรค’ ไม่กระทบแลนด์สไลด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538628

13 ธ.ค. 2565

เพื่อไทย มั่นใจ ส.ส.'ย้ายพรรค' ไม่กระทบแลนด์สไลด์

เชื่อมั่นในกระแสพรรค เพื่อไทยมั่นใจชนะเลือกตั้งแบบ ‘แลนด์สไลด์’ แม้มีส.ส.ราว 10 ราย ย้ายพรรค โดยเฉพาะในพื้นที่อีสาน

ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยยืนยันว่าส.สที่จะย้ายไปพรรคภูมิใจไทย มีประมาณ10 คนตามข่าว แต่จะกระทบแลนด์สไลด์ในเชิงบวก ทำให้ประชาชนใช้ปัจจัยนี้ มาเป็นตัวกำหนดในการเลือกตั้งครั้งหน้า  พรรคไม่ได้หนักใจที่จะต้องเสียบ้านใหญ่ไปบ้าง เพราะโอกาสของคนที่ย้ายออกไป จะได้กลับมาเป็นผู้แทนราษฎรอีกครั้ง มีเพียงร้อยละ30  

ก่อนหน้านี้ปัจจัยหลัก ของการย้ายพรรคคือการที่ส.ส.คนนั้น มั่นใจว่าจะมีโอกาสกลับมาเป็นส.ส.อีกครั้ง โดยไม่ต้องอาศัยปัจจัยอื่น แต่การย้ายพรรคครั้งนี้มีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง

ส่วนการที่ส.ส.บางคนให้เหตุผลในการย้ายพรรคว่า เพราะไม่มั่นใจว่าพรรคจะส่งสมัครรับเลือกตั้ง หรือไม่ ยืนยัน ว่าในแต่ละพรรคการเมืองมีขั้นตอนและวิธีการคัดเลือกผู้สมัครอยู่  สำหรับพรรคเพื่อไทย คนที่ผู้สมัครส.ส.ในสมัยหน้ายังคงเป็นส.ส.เจ้าของพื้นที่เป็นหลัก ยกเว้นมีเสียงเรียกร้องจากประชาชนในพื้นที่ซึ่งต้องมีการทำโพลสำรวจ ก่อนตัดสินใจ

หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า ไม่ได้คิดว่าพรรคภูมิใจไทย คือคู่แข่งสำคัญในภาคอีสาน ซึ่งมีส.ส.ๆด้130 คน แต่คิดว่าทุกพรรคการเมืองเป็นคู่แข่ง ที่จะเสนอนโยบายให้ประชาชนได้ตัดสินใจเลือก  เช่นเดียวกับการลงพื้นที่ภาคใต้ แม้พรรคเพื่อไทย จะไม่ประสบความสำเร็จมาโดยตลอด

แต่ก็เป็นโอกาสได้นำเสนอนโยบาย และเชื่อว่าคนในพื้นที่จะเข้าใจมากขึ้น สังเกตได้ จากผลสำรวจความนิยมในภาคใต้ พรรคเพื่อไทยมีคะแนนนิยมมาเป็นอันดับสอง ทั้งที่ ไม่มีผู้แทนฯในภาคใต้

รัฐบาลยืนยันเตรียมนำร่าง’กฎหมายเลือกตั้ง’ ทูลเกล้าฯสัปดาห์นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538627

13 ธ.ค. 2565

รัฐบาลยืนยันเตรียมนำร่าง'กฎหมายเลือกตั้ง' ทูลเกล้าฯสัปดาห์นี้

ร่างกฎหมายเลือกตั้ง 2 ฉบับ ถึงมือรัฐบาลแล้ว เตรียมนำขึ้นทูลเกล้าฯภายในสัปดาห์นี้ ยังมีคนมั่นใจว่าพล.อ.’ประยุทธ์’ จะได้ไปต่อ

วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าร่างกฎหมายเลือกตั้ง 2 ฉบับ ซึ่งประกอบด้วย ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง  ขณะนี้ส่งมาถึงรัฐบาลแล้ว คาดว่าจะนำขึ้นทูลเกล้าฯภายในสัปดาห์นี้

ส่วนเรื่องที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประสานมายังรัฐบาล ให้ช่วยแก้ปัญหาสภาล่ม ได้แจ้งให้นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลรับทราบแล้ว และเคยมีการหารือเรื่องการเข้าร่วมเป็นองค์ประชุมมาก่อน  แต่การพูดคุยในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรียังติดราชการต่างประเทศ 

ธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีผลโพลที่ชี้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี จะไปพรรครวมไทยสร้างชาติ จะไม่ได้กลับมาเป็นรัฐบาล จากการลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช สัมผัสได้ว่ากระแสของนายกฯ ยังดีมาก เพราะที่ผ่านมามีผลงานชัดเจนเป็นรูปธรรม

ที่สำคัญคนใต้ชอบคนที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีผลงาน 8ปี การัรนตีให้นายกฯจะได้ไปต่อได้ ส่วนการสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ หรือไม่ ไม่มีผลต่อส.ส.พลังประชารัฐ บางส่วนที่แสดงตนชัดเจนว่าจะสนับสนุนพลงอ.ประยุทธ์ ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนก็ตาม

‘ประชาธิปัตย์’ กรีด ภูมิใจไทย อย่าทำเหมือนโดนน้ำร้อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538578

12 ธ.ค. 2565

'ประชาธิปัตย์' กรีด ภูมิใจไทย อย่าทำเหมือนโดนน้ำร้อน

ปมกัญชา ก่อวิวาทะ อย่าทำตัวเหมือนโดนน้ำร้อน ประชาธิปัตย์ กรีด ‘ภูมิใจไทย’ ก่อนเปิดที่ทำการพรรคปรับปรุงใหม่ 16 ธ.ค.นี้

ราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงกรณีที่สมาชิกพรรคภูมิใจไทยได้ออกมาชี้แจงแทนศุภชัย ใจสมุทร ว่า
เพราะมีกล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์โดยการโพสต์เฟสบุ๊คก่อน ในฐานะโฆษกพรรคจึงต้องออกมาชี้แจง ไม่เช่นนั้นพรรคจะเสียหาย ตอนนี้ทุกคนห่วงอนาคตของลูกหลานที่จะต้องสูญสิ้นอนาคตไปกับนโยบายกัญชาเสรีมากกว่า 

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าคนที่ไม่เห็นสิ่งเหล่านี้ คือคนที่ใจบอด ไม่มีเหตผลต้องจ้องทำลายในทางการเมือง แต่ท้วงติงเพื่อส่วนรวม การมีนโยบายที่มีผลกระทบต่อสังคม เด็กและเยาวชน ระเบิดที่แขวนไว้รอบตัวนักการเมือง พรรคการเมือง รอเวลาระเบิดทำลายตัวเองอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นใดต้องทำเช่นนั้น  ที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยเริ่มพาดพิงมาก่อนตลอด พอถูกออกมาตอบโต้ชี้แจง ก็จะดิ้นเหมือนโดนน้ำร้อนลวกทุกที

ภราดร ปริศนานันทกุล โฆษกพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 16 ธันวาคม 2565 จะมีการเปิดตัวที่ทำการพรรคที่ได้มีการปรับปรุงใหม่แล้วเสร็จ ซึ่งจะมี ส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เข้าร่วมงานกว่า 300 คน

โดยมี ส.ส. ที่จะเข้ามาสมัครสมาชิกพรรค เพื่อทำกิจกรรมร่วมกับพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งการจัดประชุม ส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร พร้อมกันเป็นครั้งแรก โดยจะมีการถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน ทั้งหมดบริเวณลานด้านหน้าพรรค  การจัดกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความพร้อมขั้นสูงสุด ในการเตรียมตัวเข้าสู่สนามเลือกตั้ง

ที่ทำการพรรคภูมิใจไทยที่ทำการพรรคภูมิใจไทย

ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา จะเห็นว่า ผลงานของพรรคภูมิใจไทย เป็นที่ประจักษ์หลายเรื่อง ทั้งเรื่องกัญชาเสรี เพื่อการแพทย์ สุขภาพ และเศรษฐกิจ, การแบน 3 สารเคมีพิษภาคเกษตร, ค่าโง่โฮปเวล์, ฟอกไตฟรี, 30 บาทรักษาทุกที่, ผ้าอ้อมฟรี วันละ 3 ผืน คนป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ, แก้ปัญหาโควิด จนได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

พฤติกรรมชัด ฮั้วประมูล ‘รถไฟฟ้าสายสีส้ม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538574

12 ธ.ค. 2565

พฤติกรรมชัด ฮั้วประมูล 'รถไฟฟ้าสายสีส้ม'

‘ประมูล’ รถไฟฟ้าสายสีส้ม พฤติกรรมฮั้วประมูลชัด อดีตอธิบดีดีเอสไอ ชี้ช่องเอาผิดกฎหมายการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ

พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ อดีตอธิบดีดีเอสไอโพสเฟสบุ๊คระบุว่าแถลงการรฟม.ยิ่งเพิ่มข้อสงสัยว่าการทุจริตมากกว่า 6.8 หมื่นล้านบาทอาจมีจริง มีเนื้อหาว่า สำนักสื่อสารองค์กร การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจง โต้ BTS ปมทุจริต สัมปทาน รถไฟฟ้าสายสีส้ม ตามที่ปรากฎเป็นข่าวในสื่อนั้น

รฟม. ไม่ได้ตอบชี้แจงให้หายสงสัยในประเด็นของการทุจริต ที่รัฐต้องรับภาระแพงขึ้นประมาณ 68,612 ล้านบาท  ซึ่งต้องใช้ภาษีของพี่น้องประชาชนมาชดเชยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของรัฐในส่วนนี้  แต่การชี้แจงของ รฟม ได้เพิ่มความสงสัยและน่าเชื่อว่าการทุจริตมากกว่า 6.8 หมื่นล้านบาท มีจริง เพราะ

กราฟฟิคประกอบจากเฟสบุ๊ค พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง กราฟฟิคประกอบจากเฟสบุ๊ค พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง

ข้อกล่าวหา รฟม. เปลี่ยนเกณฑ์ประมูล โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงเนื้องาน เป็นการออกข้อกำหนด กีดกันไม่ให้มีผู้เข้าแข่งขันมากราย และไม่เป็น international competition Bidding ตาม มติ ครม.  เพียงเพราะต้องการกีดกันไม่ให้ BTS เข้าประมูล ครั้งที่ 2  

การกีดกัน BTS ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนที่ประเทศไทยยาวนานประมาณ 23 ปี (ประเทศไทยมีผู้ให้บริการเดินรถมีเพียง 3 รายเท่านั้น) ไม่ให้มีสิทธิ์เข้าประมูลรอบใหม่เพราะขาดคุณสมบัติต้องห้ามด้านการรับเหมา

ทำให้มีผู้เสนอราคาได้แค่รายเดียวคือ BEM ซึ่งเสนองานแพงกว่ากลุ่ม BTS ที่เสนอราคาครั้งที่ 1 มากกว่า 6.8 หมื่นล้านบาท จึงมีคำถามว่า ทำไมรัฐต้องไปจ่ายเงินเพิ่มถึง 6.8 หมื่นล้านบาท ?


 
การอนุญาตให้กลุ่ม ITD เข้าประมูล ทั้งที่ประธานบริหารและกรรมการ ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ขัดพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 มาตรา 33 ไม่อาจผ่านคุณสมบัติได้   บทบัญญัติของกฎหมายที่มีสภาพบังคับให้เอกชนที่มีลักษณะดังกล่าว ไม่มีสิทธิได้รับคัดเลือกเป็นคู่สัญญาร่วมลงทุนในโครงการร่วมลงทุน

แต่ รฟม. และคณะกรรมการคัดเลือกฯ ก็ดันทุรังให้บริษัท ITD ผ่านทั้งเกณฑ์คุณสมบัติ และเทคนิค แม้จะมีเสียงทักท้วงถึงความไม่ถูกต้อง จึงมองได้อย่างเดียวว่า มีเจตนาเคลือบแฝง คือต้องการให้มีผู้ผ่านเกณฑ์มากกว่า 1 ราย เพื่อเปิดซองราคา เป็นคู่เทียบที่กล้าทำก็เพราะน่ารู้อยู่แล้วว่าใครจะเป็นผู้ชนะ และถึงแม้เกิดการพลิกล็อก ITD ยื่นขอเงินสนับสนุนต่ำกว่า ก็ยังสามารถจัดการตี ITD ให้ตกในขั้นตอนสุดท้ายได้ ไม่ว่าจะออกหน้าใหน ผู้ได้ผลประโยชน์ก็ยังเป็นผู้รับเหมาเจ้าเดิมอยู่ดี

ตามมาตรา 10 พ.ร.บ ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 ระบุว่า เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐผู้ใดซึ่งมีอํานาจหรือหน้าที่ในการอนุมัติการพิจารณาหรือการดําเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเสนอราคาครั้งใด รู้หรือมีพฤติการณ์ปรากฏแจ้งชัดว่าควรรู้ว่าการเสนอราคาในครั้งนั้น

มีการกระทําความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ละเว้นไม่ดําเนินการเพื่อให้มีการยกเลิกการดําเนินการเกี่ยวกับการเสนอราคาในครั้งนั้น มีความผิดฐานกระทําความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปีและปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท

พฤติการณ์และการกระทำเป็นไปตามขั้นตอนและกระบวนการ ตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 ที่มีมูลเชื่อได้ว่า รู้หรือมีพฤติการณ์ปรากฏแจ้งชัดว่าควรรู้ว่าการเสนอราคา “รถไฟฟ้าสายสีส้ม” ถึงการล็อคเสปค กีดกันและเอื้อประโยชน์

แต่เจ้าหน้าที่รัฐที่มีอำนาจหรือหน้าที่ในการอนุมัติการพิจารณาหรือการดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฯ ยังละเว้นไม่ดําเนินการเพื่อให้มีการยกเลิกการดําเนินการเกี่ยวกับการเสนอราคา  อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 10 มาตรา 11 และมาตรา 12 ที่เป็นความผิดทางอาญาร้ายแรง

และทำให้รัฐต้องรับภาระแพงมากกว่า 6.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งต้องใช้ภาษีของพี่น้องประชาชนมาชดเชยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของรัฐในส่วนนี้ หรือชดเชยโดยการเรียกค่าโดยสารจากพี่น้องประชาชนจะต้องจ่ายเพิ่มขึ้นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

จึงขอชี้เบาะแสให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. และหน่วยงานบังคับใช้กฏหมายในกระบวนการยุติธรรมที่มีหน้าที่และอำนาจในการสืบสวนสอบสวน ตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่เป็นหน้าที่ของรัฐและประชาชนต้องช่วยกันขจัดอันตรายที่เกิดจากการทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน

ซึ่งรัฐธรรมนูญได้ให้ความคุ้มครองผู้ที่ชี้การชี้เบาะแส (ตามมาตรา 63) และหน้าที่ของปวงชนชาวไทยต้องไม่ร่วมมือหรือสนับสนุนการทุจริตและประพฤติมิชอบทุกรูปแบบต่อไป

‘เพื่อไทย’ มั่นใจ 10 นโยบาย ประสบความสำเร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538569

12 ธ.ค. 2565

'เพื่อไทย' มั่นใจ 10 นโยบาย ประสบความสำเร็จ

‘เลือกตั้ง’ ครั้งหน้า เพื่อไทยไม่ชะล่าใจ แม้โพลเกิน 70 เปอร์เซ็นต์ ให้เป็นรัฐบาล ยัน ไม่หยุดแค่ 10 นโยบายที่บอกไปก่อนหน้านี้

นพดล ปัทมะ รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพล  ระหว่างวันที่ 7-9 ธันวาคม 2565 พบว่า พรรคเพื่อไทย มีโอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างมาก 40.38%  และมีโอกาสได้เป็นรัฐบาลแน่นอน 32.44% รวมประชาชนกว่า 72.82% ที่เห็นโอกาสพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลว่า

เป็นผลมาจากการประกาศวิสัยทัศน์ของ แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย  และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย การประชุมใหญ่วิสามัญ ประจำปี 2565 เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2565

ซึ่งการสำรวจดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลัง จึงมีความเป็นไปได้ว่าประชาชนมีความเชื่อมั่นในนโยบายของพรรคเพื่อไทย 10 ด้านที่จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการและแก้ไขปัญหาความทุกข์ยากให้กับพี่น้องประชาชนได้

ซึ่งก่อนที่พรรคเพื่อไทยจะประกาศนโยบายใดออกมา ได้ศึกษาว่าสามารถทำได้จริง ไม่ขายฝัน และเป็นความมุ่งมั่นตั้งใจที่อยากให้พี่น้องประชาชนหลุดพ้นจากความทุกข์ยาก โดยเฉพาะปัญหาปากท้อง หนี้สินในขณะนี้

สำหรับ 10 นโยบายที่พรรคเพื่อไทยได้ประกาศไว้ เป็นนโยบายเบื้องต้นที่สามารถตอบโจทย์ประเทศ สร้างรายได้ ลดรายจ่าย และขยายโอกาส  ซึ่งมั่นใจว่าจะแก้ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ ความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้ และยังมีอีกหลายนโยบายที่จะทยอยเปิดเพิ่มเติม  

เพราะหลังจากนี้ไปการต่อสู้ทางการเมืองในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง  จะเป็นการสู้กันทั้งในเชิงนโยบาย และการได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนว่าพรรคนั้นจะทำตามสัญญาหาเสียงได้หรือไม่ 

พรรคการเมืองใดก็ตามที่เคยหาเสียงและสัญญากับประชาชนไว้ แต่หากไม่สามารถทำได้ ก็เป็นโอกาสที่พี่น้องประชาชนจะได้ใคร่ครวญพิจารณาในการลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งที่กำลังมาถึง

พรรคเพื่อไทยขอขอบคุณการสนับสนุนของพี่น้องประชาชนจากการสำรวจความคิดเห็นอย่างต่อเนื่องโดยพรรคมุ่งมั่นที่จะนำเสนอนโยบายที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประเทศต่อไป    

เปิดผลโพลรัฐบาล พบคะแนนเชื่อมั่น “การบริหาร-แก้ปากท้อง” ได้ไม่ถึง50%

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538564

12 ธ.ค. 2565

เปิดผลโพลรัฐบาล พบคะแนนเชื่อมั่น "การบริหาร-แก้ปากท้อง" ได้ไม่ถึง50%

โฆษกรัฐบาล เผยผลสำรวจความต้องการของประชาชน พ.ศ. 2566 พบ คะแนนความพึงพอใจการบริหารงานได้ 42.1% และเชื่อมั่นแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ 35% ส่วน “คนละครึ่ง” เป็นโครงการยอดฮิตคะแนนพุ่ง

วันที่ 19 ธ.ค.65 นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ผลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดศ.) ที่ได้ดำเนินการสำรวจความต้องการของประชาชน พ.ศ. 2566 (ของขวัญปีใหม่ที่ต้องการจากรัฐบาล)

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ซึ่งเป็นการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2545 ที่ให้สำนักงานสถิติแห่งชาติจัดเก็ฐข้อมูลและสถิติตัวเลข

รวมทั้งสำรวจและสอบถามประชาชนเกี่ยวกับนโยบายหลัก ๆ ของรัฐบาล โดยเป็นการสัมภาษณ์สมาชิกในครัวเรือนที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 6,970 ราย ระหว่างวันที่ 17-31 ตุลาคม 2565 นั้น

พบว่า ในประเด็นมาตรการ/โครงการที่เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในชุมชน/หมู่บ้านมากที่สุด ผลสำรวจระบุ ได้แก่

  1. โครงการคนละครึ่ง  (ร้อยละ 75.8)
  2. โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ร้อยละ 69.9)
  3. มาตรการลดค่าไฟฟ้า (ร้อยละ 59.2)
  4. โครงการเราชนะ (ร้อยละ 25.1)
  5. โครงการ ม.33 เรารักกัน (ร้อยละ 14.8) 

นายอนุชาฯ กล่าวว่า ส่วนความพึงพอใจต่อการบริหารงานของรัฐบาลที่ผ่านมา พบว่า ประชาชนมีความพึงพอใจในระดับมาก-มากที่สุด ร้อยละ 42.1 แบ่งเป็น พึงพอใจมากที่สุด ร้อยละ 7.7 และพึงพอใจมาก ร้อยละ 34.4 และพึงพอใจระดับปานกลางอยู่ที่ ร้อยละ 41

ขณะที่พึงพอใจในระดับน้อย-น้อยที่สุด อยู่ที่ร้อยละ 14.7 และไม่พึงพอใจ ร้อยละ 2.2

ทั้งนี้ พบว่าประชาชนที่มีอายุมากกว่า 40 ปี มีความพึงพอใจในระดับมาก-มากที่สุดในสัดส่วนที่สูงกว่าผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปี เช่นเดียวกับกลุ่มอาชีพเกษตรกรและกลุ่มอาชีพอื่น ๆ ได้แก่ พ่อบ้าน แม่บ้าน ผู้เกษียณอายุ นักเรียน นักศึกษา และผู้ว่างงาน มีความเชื่อมั่นในระดับมาก-มากที่สุดในสัดส่วนที่สูงกว่ากลุ่มอาชีพอื่น 

สำหรับความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานของรัฐบาลในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศนั้น นายอนุชาฯ กล่าวว่า ผลสำรวจระบุประชาชนมีความเชื่อมั่นในระดับมาก-มากที่สุด อยู่ที่ร้อยละ 35.4

แบ่งเป็นเชื่อมั่นมากที่สุด ร้อยละ 5.8 และเชื่อมั่นมาก ร้อยละ 29.6 ระดับปานกลาง อยู่ที่ร้อยละ 40.8  

ซึ่งผลสำรวจดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนยังมีความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานของรัฐบาลในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศอยู่มาก แม้จะมีตัวเลขจากผลสำรวจบางส่วนที่ระบุเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานของรัฐบาลในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศระดับน้อย-น้อยที่สุด อยู่ที่ร้อยละ 20.6 และไม่เชื่อมั่น ร้อยละ 3.2

ส่วนผลสำรวจเกี่ยวกับเรื่องที่ประชาชนต้องการให้รัฐบาลดำเนินการช่วยเหลือเร่งด่วนเพื่อเป็นขวัญปีใหม่ในปี 2566 มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. ควบคุมราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค (ร้อยละ 91.1)
  2. ลดค่าไฟฟ้า/ค่าน้ำประปา (ร้อยละ 67)
  3. แก้ปัญหาด้านการเกษตร เช่น ราคาพืชตกต่ำ จัดหาตลาดรองรับผลผลิต และราคาปุ๋ยแพง (ร้อยละ 30)
  4. แก้ปัญหาการว่างงาน (ร้อยละ 23.4)
  5. เพิ่มมาตรการ/สวัสดิการ/เงินช่วยเหลือเยียวยา เช่น โครงการคนละครึ่ง เพิ่มเงินผู้มีรายได้น้อย และเพิ่มเบี้ยยังชีพคนชรา/ผู้พิการ 

“จากผลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ดังกล่าว เป็นที่ยืนยันได้ว่านโยบายของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดนใจประชาชน ทั้งโครงการคนละครึ่ง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มาตรการลดค่าไฟฟ้า โครงการเราชนะ โครงการ ม.33 เรารักกัน เกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด ซึ่งสถิติตัวเลขและข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้จากการสำรวจครั้งนี้ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะได้นำไปใช้ในการวางแผน กำหนดนโยบายและมาตรการที่เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์และบริบทปัจจัยภายในประเทศและนอกประเทศที่เกิดขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนมีความชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นต่อไป” นายอนุชาฯ กล่าว
 

ที่มา : ทำเนียบรัฐบาล

“ไพศาล พืชมงคล” ประเมินทางเดิน ‘พล.อ.’ประยุทธ์’ หลังเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538553

12 ธ.ค. 2565

"ไพศาล พืชมงคล" ประเมินทางเดิน 'พล.อ.'ประยุทธ์' หลังเลือกตั้ง

“ไพศาล พืชมงคล ” อดีตที่ปรึกษารองนายกฯ ประเมิน ‘เลือกตั้ง’ ครั้งหน้า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีโอกาสกลับมา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีก

ไพศาล พืชมงคล อดีตที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี โพสเฟสบุ๊คหัวข้ออัพเดทนับถอยหลังการเลือกตั้ง ประมวลความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่น่าสนใจ มีเนื้อหาว่า แผนการวิ่งผลัดนายกฯ คนละ 2 ปี ไม่มีใครเอาด้วย เพราะรัฐธรรมนูญบัญญัติชัดว่า สว. ปัจจุบันมีวาระแค่ 5 ปี จึงไม่มีสิทธิ์โหวตเลือกนายกฯ เมื่อครบ 2 ปีหลังจากการเลือกตั้ง แผนวิ่งผลัดนายกฯ 2 ปีจึงพังพาบแล้ว

ภาพประกอบจากเฟสบุ๊คไพศาล พืชมงคลภาพประกอบจากเฟสบุ๊คไพศาล พืชมงคล

การเปิดตัวมิ่งขวัญ คือการรุกฆาตทางการเมือง โดยการเปิดไต๋ว่าไผ่แยกกอ น้ำแยกสาย จริง และไม่มีวันหวนกลับแล้ว

ภูมิหลังของมิ่งขวัญก้าวสู่ตำแหน่งสูงสุดในรัฐวิสาหกิจก็เพราะแรงหนุนจาก สายจันทร์ส่องหล้า และมาเข้าพรรคพลังประชารัฐก็โดยการประสานงานของ “ป๊อด-ตุ๊” มือประสานงานล่องหนของลุงป้อม ซึ่งมีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับจันทร์ส่องหล้า เช่นเดียวกัน  ที่กล่าวว่าเป็นแต้มรุกฆาตก็เพราะ

ประการแรกพลเอกประยุทธ์ถูกขีดเส้นว่าได้ไปจาก พปชร. แล้ว ทางเดินจึงเหลืออยู่ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ต้องฝ่าด่านหินแรกสุด คือได้ สส. 25 คน ซึ่งถึงวันนี้ยังจุกอกอยู่

ประการที่2 นายอนุทิน ประกาศตนพร้อมเป็นนายกฯ แว่วว่ามีการปรับแผนจำนวน สส.จากเดิมที่เคยกะไว้ 120 และบ้านใหญ่ประเมินให้เหลือเพียง 80 มาวันนี้เตรียมขยายเป็น 120 ถึง 150 เมื่อวานนี้มีข่าวว่าจะมี สส. 43 คนลาออกจาก 9 พรรคการเมืองไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย ต้องดูต่อไปว่าล็อต 2 ที่จะยกขบวนไปเข้าร่วมนั้นจะมีจำนวนเท่าใด  

จำนวนสส.ขนาดนี้แม้เป็นแกนรัฐบาลไม่ได้ก็ได้ร่วมรัฐบาลแน่ ต้องไม่ลืมว่า บิดานายอนุทินนั้น เคยเป็นนายกฯ รักษาการณ์ให้กับพรรคเพื่อไทยมาแล้ว ซึ่งสายสัมพันธ์นี้มองข้ามไปไม่ได้

มีการรุกต่อภูมิใจไทยให้แยกตัวออกจากขั้วอำนาจเดิม ซึ่งเพิ่งแตกหักกันในเรื่องกัญชา มีการเตะตัดขา เตะประกาศเรื่องกัญชาเข้า ครม. จน สส.ภูมิใจไทยต้องเรียงหน้าออกมาขู่ว่าจะลาออก และต้องลนลานลงประกาศราชกิจจานุเบิกษา ทั้งที่มีมติคณะรัฐมนตรีให้ทบทวนก่อน 

กระบวนการรุกฆาตอาจทำให้เกิดความลังเล ยังไม่ประกาศเข้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ความลังเลถ้าเกิดขึ้น ทำให้บรรดาลูกหาบที่ตามไปอาจลังเลตาม และบางส่วนก็ไปภูมิใจไทยเสียแล้ว หรือเรื่องที่ได้ยินมาว่า ผมพอแล้ว จะเป็นจริง

นักการเมืองแบบไหน ที่คนไทยต้องการ ตอบได้ใน ‘สวนดุสิตโพล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538545

12 ธ.ค. 2565

นักการเมืองแบบไหน ที่คนไทยต้องการ ตอบได้ใน 'สวนดุสิตโพล'

สวนดุสิตโพล ออกแบบสอบถามออนไลน์ ‘นักการเมือง’ แบบไหน ที่คนไทยต้องการ มีเวลาส่งคำตอบได้ ถึงวันที่ 14 ธันวาคมนี้

สวนดุสิตโพลมหาวิทยาลัยราชภัฎ สวนดุสิต ส่งแบบสอบถามออนไลน์ สำรวจความเห็นของประชาชน ในหัวข้อนักการเมืองไทย ไปทางไหนดี ในหลายหัวข้ออาทิ
คิดว่านักการเมืองไทย ณ วันนี้ กับ 5 ปีที่ผ่านมาเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง มีคำตอบให้เลือกคือ ดีขึ้น  เหมือนเดิมและแย่ลง

อยากได้ “นักการเมือง” แบบใด (ตอบได้มากกว่า 1 คำตอบ)เช่น
-เข้าใจประชาชน เป็นปากเสียงแทนได้
-เคารพกฎหมาย ดำรงตนอยู่ในระบอบประชาธิปไตย
-ดูแลเอาใจใส่ ทำงานใกล้ชิดประชาชน ช่วยเหลือประชาชนได้
-ทำงานเร็ว แก้ปัญหาเร็ว
-นักการเมืองหน้าใหม่ คนรุ่นใหม่
-เป็นคนดี ซื่อสัตย์ ไม่เห็นแก่อำนาจและผลประโยชน์
-เป็นคนในพื้นที่ รู้และเข้าใจปัญหาอย่างแท้จริง
ฯลฯ

พฤติกรรมนักการเมืองแบบใดที่เบื่อหน่ายหรืออยากให้หมดไป (ตอบได้มากกว่า 1 คำตอบ)เช่น
-ใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ไม่ถูกต้อง
-พูดแต่ทำไม่ได้ ไม่รักษาสัญญา
-พูดให้ร้าย ใส่ร้ายป้ายสี
-มีกลุ่มนายทุนอยู่เบื้องหลัง
-มุ่งหวังอำนาจและผลประโยชน์
ฯลฯ

คิดว่านักการเมืองทุกคนควรสังกัดพรรคการเมืองหรือไม่ มีคำตอบให้เลือกประกอบด้วย  ควร   ไม่ควร และจะสังกัดพรรคการเมืองหรือไม่ก็ได้

อยากได้ ‘พรรคการเมือง‘ แบบใด (ตอบได้มากกว่า 1 คำตอบ)
-การดำเนินกิจการของพรรคเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฏหมาย
-เป็นพรรคการเมืองที่โปร่งใส ตรวจสอบได้
-เปิดโอกาสให้คนที่สนใจด้านการเมืองได้เข้ามาร่วมงาน
-พรรคที่เข้มแข็ง มีความพร้อม มีเงินทุน
-ภายในพรรคมีความสามัคคี ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน
ฯลฯ

ปัญหาเร่งด่วนที่อยากให้นักการเมืองช่วยแก้ไข (ตอบได้มากกว่า 1 คำตอบ)
-การเกษตร ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ
-การเดินทาง/ระบบขนส่งสาธารณะ
-ขึ้นค่าแรง เงินเดือน
-คนจน
-คนตกงาน ไม่มีงานทำ
-ความขัดแย้งทางการเมือง
ฯลฯ

ทำอย่างไร ประเทศไทยจึงจะเป็นประชาธิปไตยมากกว่าที่ผ่านมา (ตอบได้มากกว่า 1 คำตอบ)
-กฎหมายเข้มแข็ง เหมาะสมกับโลกที่เปลี่ยนไป
-การเลือกตั้งที่โปร่งใส ยุติธรรม มาจากเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง
-ประชาชนต้องตระหนักรู้ ให้ความสำคัญ เป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง
-ประชาชนต้องมีสิทธิเสรีภาพ ไม่ปิดกั้น
ฯลฯ

ท้ายแบบสอบถามยังให้ระบุข้อมูลที่จำเป็นได้แก่ เพศ อายุ การศึกษา อาชีพ หมดเขตตอบแบบสอบถาม วันที่ 14 ธันวาคมนี้

อยากได้นักการเมืองแบบไหน ตอบแบบสอบถามได้ที่นี่

https://forms.gle/YrzCFQz7UMbQ1bbL6

‘พ.ต.ท.กุลธน’เล่าย้อนฆ่าตัดตอน’ยาเสพติด’ฝีมือตำรวจ?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538529

11 ธ.ค. 2565

'พ.ต.ท.กุลธน'เล่าย้อนฆ่าตัดตอน'ยาเสพติด'ฝีมือตำรวจ?

‘พ.ต.ท.กุลธน’เล่าย้อนฆ่าตัดตอน’ยาเสพติด’ในอดีต แท้จริงแล้วไม่ใช่ฝีมือตำรวจอย่างเดียว มีนักค้าฆ่ากันเอง จี้เพิ่มรางวัลนำจับ

เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ในฐานะประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการด้านความมั่นคงแห่งชาติและป้องกันปัญหายาเสพติด เปิดเผยว่า ปัจจุบัน “ยาเสพติด” ในประเทศไทยมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น หรืออาจเป็น “สงครามยาเสพติด” คนขายไม่กลัว คนเสพเยอะขึ้น และหากติดตามข่าวสารจะพบว่าเกือบทุกคดีอาชญากรรมต้องเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เมายาอาละวาด บางกรณีรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต 

ส่วนนโยบายฆ่าตัดตอนในอดีต พ.ต.ท.กุลธน อธิบายว่า เข้าใจประชาชนรู้สึกอย่างไรที่อาจมีการปราบปรามอย่างจริงจังจนอาจทำให้มีผู้เสียชีวิต แต่เพียงอยากให้เข้าใจว่าทั้งหมดไม่ใช่เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงอย่างเดียว มีการฆ่ากันเองของพ่อค้ายาเสพติดด้วย “พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ส่งให้รายเล็ก แต่ส่งบ้างไม่ส่งบ้าง และถูกจับบ้าง สุดท้ายเก็บกันเอง”

ทั้งนี้หากพรรคไทยสร้างไทยได้เป็นรัฐบาลคงประสานงานกับหน่วยงานต่างๆได้ง่ายมากขึ้น เช่น ด้านการปราบปราม คือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้านการบำบัด คือกระทรวงสาธารณสุข กองทัพ พร้อมวิงวอนผบ.เหล่าทัพ มองเห็นปัญหาเหล่านี้ การบำบัดทุกวันนี้ใช้ไม่ได้ผล ไปเช้าเย็นกลับ ค่าใช้จ่ายก็สูง อยากขอพื้นที่ตามค่ายต่างๆได้ไหม ซึ่งมีครูฝึกอยู่แล้ว รวมถึงรู้มาว่ากระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพอยู่ แต่พอมีการระบาดของโรคโควิด-19 ก็หายไป ไม่ได้เปิดให้มีการเข้าบำบัดอีกและอยากให้นายกรัฐมนตรีหยิบเอามาเป็นเจ้าภาพเองเลย

กฎหมายควบคุม ยังมีช่องโหว่ ให้ผู้กระทำผิดซ้ำ คือ ถูกจับขึ้นศาลแล้วปล่อยตัว ต้องมีกฎหมายที่เข้มมากขึ้นทำให้เกรงกลัว แก้ไม่ได้ก็ไม่มีวันจบ และต้องเพิ่มเงินรางวัลนำจับ ที่ดึงดูดให้ตำรวจตั้งใจทำหน้าที่