3 ข้อ’ขึ้นค่าแรง’สำเร็จ แนะหลักคิด ‘ค่าจ้างเพื่อชีวิต’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538522

11 ธ.ค. 2565

3 ข้อ'ขึ้นค่าแรง'สำเร็จ แนะหลักคิด 'ค่าจ้างเพื่อชีวิต'

‘องอาจ’ แนะ 3 ข้อ ทำได้เร็ว’ขึ้นค่าแรง’สำเร็จ สร้างเศรษฐกิจเติบโต พัฒนาทักษะแรงงาน ปราบทุจริต พร้อมแนะหลักคิด ‘ค่าจ้างเพื่อชีวิต’

เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2565 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส. และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการประกาศนโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทว่า เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย เพราะการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำแต่ละครั้งส่งผลทั้งด้านบวก ด้านลบ หลายมิติ โดยปกติการขึ้นค่าแรงย่อมเป็นสิ่งที่ผู้ใช้แรงงานต้องการเป็นพื้นฐาน แต่ด้านผู้ประกอบการมักจะมีความเห็นไม่สอดคล้อง

โดยทั่วไป ค่าแรงขั้นต่ำ กำหนดโดยคณะกรรมการค่าจ้างที่มี 3 ฝ่ายคือ ฝ่ายรัฐ นายจ้าง ลูกจ้าง การคิดค่าจ้างขั้นต่ำจะดูจากอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อเป็นหลัก โดยอาจพิจารณาเพิ่มเติมด้วยอัตราสมทบของแรงงานต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ และอัตราการเติบโตของผลิตภาพแรงงานเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี

หลักคิดของการขึ้นค่าแรง ควรจะพิจารณาจากรายได้ที่เพียงพอต่อการดูแลครอบครัว คือรวมคู่สมรสและบุตรอีก 1-2 คน จึงจะถือว่า คำนึงถึงการมีชีวิตที่พออยู่ได้ของแรงงานอันเป็นเป้าหมายหลักของ หลักคิด ค่าจ้างเพื่อชีวิต

การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ควรอยู่บนพื้นฐาน 3 ประการคือ 
1. ต้องบริหารราชการให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ มีอัตราการเจริญเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
2. ต้องพัฒนาศักยภาพของผู้ใช้แรงงานทุกระดับอย่างจริงจัง โดยเน้นพัฒนาทักษะที่ผู้ประกอบการต้องการโดยเฉพาะการทำหน้าที่ที่ใช้ฝีมือ มีความเชี่ยวชาญเฉพาะเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยทุกประเภท
3. ต้องขจัดการทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจัง เพื่อทำให้นักธุรกิจ ผู้ประกอบการเอกชน ไม่ต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะ จ่ายค่าหัวคิว หักเปอร์เซ็นต์ จะได้นำเงินจากการจ่ายใต้โต๊ะมาจ่ายเป็นค่าแรงงานเพิ่มขึ้นได้

หากทำให้เกิดผลสำเร็จได้เท่าไหร่ก็จะทำให้เราสามารถขึ้นค่าแรงขั้นต่ำให้ผู้ใช้แรงงานได้เพิ่มมากขึ้น อันเป็นเป้าหมายของทุกพรรคการเมืองที่อยากเห็นแรงงานไทยมีรายได้เพิ่มขึ้น 

‘นิด้าโพล’ เผย 6 พรรคการเมืองประชาชนเลือกเป็นรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538491

11 ธ.ค. 2565

'นิด้าโพล' เผย 6 พรรคการเมืองประชาชนเลือกเป็นรัฐบาล

‘นิด้าโพล’ เผยผลสำรวจประชาชนเลือก ‘พรรคเพื่อไทย’ มีโอกาสรัฐบาลมากที่สุด รองลงมา ‘พรรคก้าวไกล’ ขณะที่ ‘พรรครวมไทยสร้างชาติ’ ไม่มีโอกาสเป็นรัฐบาลสูงสุด

โอกาสที่พรรคการเมืองทั้ง 6 พรรค กำลังมีกระแสข่าวส.ส.หรือนักการเมืองไหลเข้า-ออก เพื่อเตรียมตัวเลือกตั้งในปี 2566  “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “6 พรรคกับโอกาส ได้เป็นรัฐบาล” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 7-9 ธันวาคม 2565 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,310 ราย

ประเด็น โอกาสที่พรรคการเมืองจะได้เป็นรัฐบาล
พรรคเพื่อไทย (นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว/น.ส.แพทองธาร ชินวัตร) 
ร้อยละ 40.38  โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างมาก 
ร้อยละ 32.44 ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน 
ร้อยละ 16.88 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างน้อย 
ร้อยละ 8.24 ไม่ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน 
ร้อยละ 2.06 ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

พรรคก้าวไกล (นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์)
ร้อยละ 31.45 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างน้อย 
ร้อยละ 30.23 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างมาก 
ร้อยละ 23.66 ไม่ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน 
ร้อยละ 11.00 ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน 
ร้อยละ 3.66 ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

พรรคพลังประชารัฐ (พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ) 
ร้อยละ 33.51 ไม่ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน
ร้อยละ 32.60 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างน้อย 
ร้อยละ 20.38 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างมาก 
ร้อยละ 10.76 ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน 
ร้อยละ 2.75  ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

พรรคประชาธิปัตย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์)
ร้อยละ 40.69 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างน้อย
ร้อยละ 38.93 ไม่ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน 
ร้อยละ 13.20 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างมาก 
ร้อยละ 4.58 ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน
ร้อยละ 2.60 ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ        

พรรคภูมิใจไทย (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) 
ร้อยละ 39.16 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างน้อย 
ร้อยละ 30.84 ไม่ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน 
ร้อยละ 21.60 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างมาก 
ร้อยละ 4.96 ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน
ร้อยละ 3.44 ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
พรรครวมไทยสร้างชาติ (นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค/พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) 
ร้อยละ 43.12 ไม่ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน 
ร้อยละ 31.45 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างน้อย 
ร้อยละ 15.73 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างมาก 
ร้อยละ 5.73 เป็นรัฐบาลแน่นอน 
ร้อยละ 3.97 ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ประเด็น กระแสข่าวพรรคพลังประชารัฐกับพรรคเพื่อไทยร่วมจัดต้องรัฐบาล ภายหลังการเลือกตั้งสมัยหน้า 
อันดับ 1 ร้อยละ 45.65 ไม่เชื่อเลย เพราะ เป็นเพียงแค่กระแสข่าวลือ โอกาสเป็นไปได้ยาก เนื่องจากอุดมการณ์ทางการเมืองแตกต่างกัน 
อันดับ 2 ร้อยละ 29.24 ไม่ค่อยเชื่อ เพราะ ทั้งสองพรรคต่างต้องการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของตนเองจึงไม่น่าจะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลได้ 
อันดับ 3 ร้อยละ 16.64 ค่อนข้างเชื่อ เพราะ การเมืองเป็นเรื่องของการหาผลประโยชน์จึงมีความเป็นไปได้ที่ทั้งสองพรรคจะตกลงจัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน 
อันดับ 4 ร้อยละ 5.19 เชื่อมาก เพราะ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐกับพรรคเพื่อไทยเคยมีความสัมพันธ์กันในอดีต จึงอาจมีการหารือเพื่อตกลงเรื่องผลประโยชน์หากได้เป็นรัฐบาลร่วมกัน 
อันดับ 5 ร้อยละ 3.28 ไม่ตอบ/ไม่แน่ใจ

ผลสำรวจประชาชนผลสำรวจประชาชน

‘แพทองธาร’อ้อนให้โอกาส’สามี’ เลือกเพื่อไทยเปลี่ยนชีวิตชาวเมืองคอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538518

11 ธ.ค. 2565

'แพทองธาร'อ้อนให้โอกาส'สามี' เลือกเพื่อไทยเปลี่ยนชีวิตชาวเมืองคอน

ลุยนครศรีธรรมราชครั้งแรก ‘แพทองธาร’อ้อนชาวบ้านให้โอกาส’สามีทำงานจะเปลี่ยนชีวิตชาวเมืองคอน ชูแก้ปัญหายางพารา เรือประมง ยาเสพติด พลังงาน เลือก’เพื่อไทย’ ทำได้แน่

เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2565 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วน ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และผู้บริหารแกนนำพรรคเพื่อไทย เยือนจ.นครศรีธรรมราชครั้งแรก เพื่อร่วมกิจกรรม “ครอบครัวเพื่อไทย แหลงจริง ทำได้ คนใต้หรอยแรง” ซึ่งถือว่า น.ส.แพทองธาร เป็นสะใภ้นครศรีธรรมราช เนื่องจากนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามีเป็นคนที่นี่

เมื่อเดินทางมาถึงที่ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชเมื่อเวลา 7.40 น. มีประชาชนที่มารอต้อนรับให้กำลังใจมอบดอกกุหลาบสีแดงให้กับน.ส.แพทองธาร

จากนั้นเดินทางไปกราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร วัดอารามหลวงชั้นเอก โดยมีพระเทพวินยาภรณ์ (สมปอง ปัญญาทีโป) เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช มอบพระพุทธสิหิงค์ให้ กล่าวมอบพรว่า ทุกท่านที่มามียศมีตำแหน่งจะอยู่ในช่วงการทำงาน แต่ตำนานจะอยู่ในจิตใจประชาชน การจะเป็นตำนานได้จะต้องสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมและประเทศชาติ พร้อมอนุโมทนาและขอให้คณะของ น.ส.แพทองธาร ปราศจากทุกข์ โรคภัย อันตรายทั้งหลายทั้งปวง ปรารถนาสิ่งใดขอให้สมพรทุกประการ

กราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารกราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

น.ส.แพทองธาร ยืนยัน วิสัยทัศน์และนโยบาย รายได้ขั้นต่ำ 600 บาท/วัน และค่าตอบแทนปริญญาตรีขั้นต่ำ 25,000 บาท ในปี 2570 สามารถทำได้จริง เช่นเดียวกับปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร คือ ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ เป็นเรื่องที่เรามีประสบการณ์มาแล้วตั้งแต่สมัยไทยรักไทย เราก็จะต้องพูดคุยกับประเทศผู้ผลิตน้ำยางพารารายใหญ่ เพื่อหามาตรการยกระดับราคาน้ำยางให้เกษตรกรได้ในราคาที่เหมาะสมกับเขา

ปัญหาเรือประมงที่ถูกบังคับด้วยกรอบกฎหมายเข้มงวด จนส่งผลกระทบถึงธุรกิจต่อเนื่องอื่น ต้องแก้ปัญหาอย่างรอบคอบ เป็นระบบและยั่งยืน ตรงนี้ต้องใช้เวลาก็ต้องเริ่มคิดทำ

ปัญหายาเสพติดที่กำลังระบาดหนักในขณะนี้ พรรคเพื่อไทยมั่นใจว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยมา ยาเสพติดต้องหมดไป

ปัญหาราคาค่าไฟฟ้า ค่าแก๊ส ที่สูงขึ้นมาก ต้องแก้อย่างเร่งด่วน หากเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลจะรีบเจรจาหาแหล่งพลังงานราคาถูก พร้อมหามาตรการปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงานรวมถึงมาตรการภาษี เพื่อแก้ปัญหาลดภาระให้พี่น้องประชาชนทันที

“ในฐานะสะใภ้คนคอน เปิดใจรับเพื่อไทยไว้ในอ้อมใจได้ไหมคะ หนุ่ย(สามี)ตั้งใจจริง อย่าถุมหนุ่ยนะ เลือกเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน”น.ส.แพทองธารกล่าว 

พรรคเพื่อไทยลงพื้นที่จ.นครศรีธรรมราชพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่จ.นครศรีธรรมราช น.ส.แพทองธาร ชินวัตรน.ส.แพทองธาร ชินวัตร

‘ปลัดมท.’แจงดราม่าภาพ’ชัชชาติ’ยืนรับพระราชทานสิ่งของ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538511

11 ธ.ค. 2565

'ปลัดมท.'แจงดราม่าภาพ'ชัชชาติ'ยืนรับพระราชทานสิ่งของ

‘ปลัดมท.’ชี้แจงกรณีวิพากษ์วิจารณ์ภาพ’ชัชชาติ’ยืนรับพระราชทานสิ่งของจากกรมสมเด็จพระเทพฯในพิธีเปิดงานกาชาด ยืนยันปฏิบัติตามที่สำนักงานพระราชวังซักซ้อม

จากกรณีปรากฎภาพนาย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยืนรับพระราชทานสิ่งของจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขณะเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิด “งานกาชาด” ประจำปี 2565 ณ สวนลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.

ล่าสุดวันนี้ 11 ธ.ค. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ตนเห็นรูปดังกล่าวที่ส่งมาทางไลน์แล้ว ซึ่งแจ้งทุกคนไปว่า ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปฏิบัติตามที่ทางสำนักพระราชวังได้ซักซ้อม คือ ให้ยืนรับพระราชทานสิ่งของ ยืนยันนายชัชชาติไม่ได้กระทำผิด การไปต่อว่าเป็นบาปกรรมเปล่าๆ 

นายสุทธิพงศ์ จุลเจริญ กล่าวอีกว่า ในปีพิธีเปิดงานกาชาด มีประชาชนเข้าเฝ้าทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงินเพื่อสมทบทุนสภากาชาดไทย และรับของที่ระลึก จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพฯเป็นร้อยคน ซึ่งประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จเกือบทั้งหมดก็ยืนเฝ้าด้วยความจงรักภักดีเช่นเดียวกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทยนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย

ชัดเจน’อุ๊งอิ๊ง’ 1 แคนดิเดตนายกฯ เลือก’เพื่อไทย’ตัดอำนาจ’บิ๊กตู่’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538507

11 ธ.ค. 2565

ชัดเจน'อุ๊งอิ๊ง' 1 แคนดิเดตนายกฯ เลือก'เพื่อไทย'ตัดอำนาจ'บิ๊กตู่'

‘ณัฐวุฒิ’ ประกาศ ‘อุ๊งอิ๊ง’ 1 แคนดิเดตนายกฯของ’เพื่อไทย’ เลือกตั้งเลือกพรรคอื่นก็หนีไม่พ้นอำนาจ’บิ๊กตู่’ อนาคตหากมีปรากฎการณ์ ‘ยุบสภา’ จะเผยหมัดน็อคสู้ศึกอีกครั้ง


เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. พรรคเพื่อไทยลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช โดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย กล่าวว่า การประกาศนโยบายก่อนหน้านี้เป็นเพียงหมัดแยบเท่านั้น แต่หลังจากรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภา พรรคเพื่อไทยมีหมัดน็อคอีกแน่นอน 

เวลานี้คนไทยทั้งประเทศกำลังมองอนาคตของแผ่นดิน และนายกรัฐมนตรีที่เป็นความหวัง คือ “แพทองธาร ชินวัตร” ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เป็น 1 ในว่าที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยแน่นอน 

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย

ส่วนอีก 2 คนรอการประกาศอย่างเป็นทางการจากพรรคอีกครั้ง เพราะต้องแข่งกับคนสองประเภทในตอนนี้คือ นายทำนุ้ยและนายทำพอได้  ขอให้ประชาชนร่วมกันจัดการ ด้วยการเลือกพรรคเพื่อไทยที่ ทำงาน ทำงาน โดยเปรียบเทียบระหว่างรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เด็กและเยาวชนถือแท็ปเล็ตไปโรงเรียน แต่สมัยนี้เด็กถือบ้องกัญชาไปโรงเรียน เด็กชั้นประถมปีที่ 3 ปีที่ 4 นั่งตาปรือในโรงเรียน 

หากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล พี่น้องจะมีรถไฟรางคู่ อยู่กับบิ๊กตู่ขนมครกรางเดียวยังขายไม่ได้ นอกจากนี้ 30 บาทรักษาทุกโรค บัตรประชาชนเพียงใบเดียว รับการรักษาได้ทุกที่ แต่อยู่กับบิ๊ดตู่มา 8 ปี ได้บัตรคนจนมา 1 ใบ ส่วนภาคการเกษตร วิสัยทัศน์เราไม่ใช่แค่ยกหนี้ แต่ล้างหนี้ ไม่ใช่การกู้หนี้มาแจก แต่สร้างรายได้ด้วยการสร้างทักษะ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ เพื่อนำรายได้มาล้างหนี้ 

“หากลุงป้อม ลุงตู่ ลุงกำนัน รวมกัน เมื่อมีการเลือกตั้ง พวกเขาจะรุมพรรคเพื่อไทย เล่นเกมปิดล้อม ที่ผ่านมาเอาเปรียบในกติกาแล้ว ยังเอาเปรียบด้วยกลไกการเมืองสารพัด หากพรรคเพื่อไทยกลัว หากเพื่อไทยยอม เรายอมไปนานแล้ว แต่เราเชื่อมั่นว่ายืนเคียงข้างกับอยู่กับพี่น้องประชาชน”  

นายณัฐวุฒิ ยืนยันจะอยู่ฝั่งประชาธิปไตย สู้กับเผด็จการ อำนาจยุติธรรม แม้จะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ไม่สามารถมีตำแหน่งใดในทางการเมืองได้ หลังจากนี้จะลงพื้นที่ภาคใต้อีก ทั้งฝั่งอ่าวไทย อันดามัน และทั่วทุกภาคในประเทศไทย พร้อมระบุว่าหากไม่เลือกเพื่อไทย แต่เลือกพลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ หรือภูมิใจไทย หรือพรรคไหน ก็จะได้พลเอกประยุทธ์เหมือนเดิม 
นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นางสาวแพทองธาร ชินวัตรนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นางสาวแพทองธาร ชินวัตร

สาวไส้ขบวนการ’นายทุนจีนสีเทา’ตั้งแต่เริ่มเข้าประเทศ-รวยล้นฟ้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538501

11 ธ.ค. 2565

สาวไส้ขบวนการ'นายทุนจีนสีเทา'ตั้งแต่เริ่มเข้าประเทศ-รวยล้นฟ้า

‘ประชาธิปัตย์’ เสวนา ‘เบื้องลึกทุนจีนสีเทา ตู้ห่าว’ แฉมีเจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมืองคอยหนุนหลัง ตั้งแต่แอบเข้าประเทศ สวมเป็นคนไทย เปิดธุรกิจหน้า ลักลอบค้ายาเสพติด ค้าบริการทางเพศ

เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ จัดกิจกรรม ฟัง-คิด-ทำ เสวนาพิเศษ “เบื้องลึกทุนจีนสีเทา ตู้ห่าว

น.ส.วทันยา บุนนาค หรือ มาดามเดียร์ ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมืองกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า กรณีของ ตู้ห่าว นายทุนจีนสีเทา หากดูเพียงผิวเพิน เหมือนเป็นการทำธุรกิจสีเทา ยาเสพติด บ่อนการพนันออนไลน์ แต่เมื่อดูลึกลงไปจะเห็นว่ามีชาวจีนเข้ามาตั้งธุรกิจในประเทศไทย มีเบื้องลึกเบื้องหลังที่น่าสนใจ และสิ่งที่สำคัญคนพวกนี้เข้ามาทำความผิดจนขยายเครือข่ายไปอย่างกว้างขวางนั้น แท้จริงแล้วได้รับการสนับสนุนจากผู้มีสี ผู้มีอำนาจ ผู้ใหญ่บ้านเมืองหรือไม่ ทำให้สังคมตั้งคำถาม ยิ่งการเลือกตั้งใกล้เข้ามา คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทยเม็ดเงินที่อาจจะนำสู่ธนกิจการเมือง

น.ส.วทันยา บุนนาค หรือ มาดามเดียร์น.ส.วทันยา บุนนาค หรือ มาดามเดียร์

ด้านพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ หรือ รองแต้ม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เล่าย้อนสมัยดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ว่า ตนเป็นกลุ่มแรกๆที่จัดการกับพวกมาเฟียหรือทุนสีเทา แก๊งเหล่านี้มีมานาน 30 ปีแล้ว แรกๆที่เข้ามาคือ แก๊งลูกหมู หนีจากคอมมิวนิสต์ประเทศจีนเข้ามาปลอมพาสปอตเป็นคนไทย เพื่อจะหนีประเทศที่ 3 พอปราบแก๊งพวกนี้หมด ก็มีเข้ามาเรื่อยๆ แต่สมัยนี้พัฒนามากขึ้น คนจีนเข้ามาบ้านเรา ทำสถานบริการ ผับบาร์บังหน้า สิ่งที่ตามมาคือ ค้ายาเสพติด ค้าบริการทางเพศ จนประเทศไทยเป็นแหล่ง พอกิจการเติบโตขึ้นก็เปิดบ่อน ค้าอสังหาริมทรัพย์ ตนเห็นตู้ห่าวตั้งแต่เค้ายังเป็นหนุ่มๆ เริ่มจากทำพลอย เป็นหัวหน้าไกด์ทัวร์ เปิดบริษัททัวร์ใหญ่ๆ และการปราบทัวร์ศูนย์เหรียญ ก็มีพวกนี้อยู่เบื้องหลังเพื่อให้ตัวเองกลับมายิ่งใหญ่ 

ซึ่งสาเหตุที่กลุ่มเกิดทุนสีเทาได้คือ ผู้มีอำนาจรัฐดูแล นักการเมืองที่มีชื่อเสียงอยู่เบื้องหลัง ผู้กว้างขวางตามพื้นที่ต่างๆ เข้าง่ายที่สุดคือเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่เพียงตำรวจอย่างเดียว ยังมีทหาร ฝ่ายปกครอง ตนถือว่าที่นายชูวิทย์ออกมาเปิดเผยเป็นการสะกิดแผล แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ เช่น ฝ่ายปกครองหรือกระทรวงมหาดไทย เรื่องการปลอมบัตรประชาชน 

พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า เมื่อมีเรื่องเงินจำนวนมากและอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง เกรงว่ากระบวนการยุติธรรมจะบิดเบือน คดีนี้จะจบไม่สวยสุดท้ายแล้วจะเป็นคดีมวยล้ม ไม่สามารถทำอะไรตู้ห่าวได้ เพราะเห็นว่าการตั้งต้นคดีแจ้งเพียงข้อหา สมคบเกี่ยวกับยาเสพติด ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อหาครอบครอง หรือค้า หรือฟอกเงิน ที่ออกข่าวยึดทรัพย์ เช่น เครื่องบิน อาคาร โรงแรม ต้องถามว่ายึดได้หรือไม่ เชื่อว่าเป็นเพียงแค่ออกข่าวไปอย่างนั้น อายัดไว้ก่อน หลอกทั้งนั้น หากข้าราชการ นักการมืองมีจิตสำนึก ก็ต้องทำให้ถูกต้อง

เช่นเดียวกับนายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่เรียกร้องให้แจ้งข้อหาฟอกเงิน นอกจากนี้ยังพบว่า มีนายพลตำรวจแห่งชาติในสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มีอำนาจอยู่ในขณะนี้ เคยเดินตามหลังตู้ห่าว มีอำนาจลึกลับมีความสัมพันธ์ที่เอื้อประโยชน์กันมานานแล้ว เช่น เครื่องบินที่พานายตู้หาวไปไหนมาไหนบินอย่างอิสระเสรีในน่านฟ้าของประเทศไทย ไม่พบหางเครื่องเขียนภาษาอังกฤษคำว่า hs-sao เดิมเป็นเครื่องบิน hs-pal เป็นของใคร และเมื่อตรวจสอบพบว่า hs-sao ไม่มีในสารบบของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เมื่อไม่มีการจดทะเบียนและหอบังคับการบินอนุญาตให้ขึ้นบินได้อย่างไร และยังพบว่าตู้ห่าวไปยึดวัดในจังหวัดภูเก็ตและชลบุรี โดยบริษัททัวร์ของตู้ห่าวเข้าไปสัมปทานพื้นที่ นำสินค้าไปขายในราคาแพง

ด้านนาย​แทนคุณ​ จิตต์​อิสระ​ หรือ อี้ อดีต​ ส.ส.​พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กลุ่มคนจีนนายทุนสีเทา จะใช้วิธีเปลี่ยนเงินสีดำเป็นสีเทา ทุนที่ผิดกฎหมายจะเริ่มเข้าไปทำบ่อน เพราะหลายประเทศไม่ผิดกฎหมาย รวมถึงค้ามนุษย์ ค้าของเถื่อน ค้ายาเสพติด นำไปสู่การเปิดธุรกิจบังหน้า เปิดร้านอาหาร ผับบาร์ รวมถึงไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ เพื่อฟอกเงิน  

สำหรับหน่วยงานรัฐของไทยเอื้อประโยชน์ มีทั้งด้านหน้าอย่างสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมศุลกากร ฝ่ายปกครอง ทราบมาว่า ปลอมแปลงบัตรประชาชนราคา 500,000-1,000,000 บาท คนเหล่านี้ใช้เงินจ่าย และเข้ามาเติบโต มีพวกนักการเมืองคอยอุปถัมภ์เพราะต้องการนายทุนสนับสนุน และเมื่อการจับกุม ตำรวจไทยยังมีกลไกติดตามล่าช้า กลายเป็นความไม่ยุติธรรม ดังนั้นต้องบูรณาการหลายหน่วยงานทั้ง กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง ยังไม่รวมหน่วยงานของตำรวจอีกกว่า 10 หน่วยงาน

นาย​แทนคุณ​ จิตต์​อิสระ และ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพแต้ม นาย​แทนคุณ​ จิตต์​อิสระ และ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพแต้มนายวัชระ เพชรทอง นายวัชระ เพชรทอง

‘นิด้าโพล’ เผย 6 พรรคการเมืองประชาชนเลือกเป็นรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538491

11 ธ.ค. 2565

'นิด้าโพล' เผย 6 พรรคการเมืองประชาชนเลือกเป็นรัฐบาล

‘นิด้าโพล’ เผยผลสำรวจประชาชนเลือก ‘พรรคเพื่อไทย’ มีโอกาสรัฐบาลมากที่สุด รองลงมา ‘พรรคก้าวไกล’ ขณะที่ ‘พรรครวมไทยสร้างชาติ’ ไม่มีโอกาสเป็นรัฐบาลสูงสุด

โอกาสที่พรรคการเมืองทั้ง 6 พรรค กำลังมีกระแสข่าวส.ส.หรือนักการเมืองไหลเข้า-ออก เพื่อเตรียมตัวเลือกตั้งในปี 2566  “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “6 พรรคกับโอกาส ได้เป็นรัฐบาล” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 7-9 ธันวาคม 2565 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,310 ราย

ประเด็น โอกาสที่พรรคการเมืองจะได้เป็นรัฐบาล
พรรคเพื่อไทย (นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว/น.ส.แพทองธาร ชินวัตร) 
ร้อยละ 40.38  โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างมาก 
ร้อยละ 32.44 ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน 
ร้อยละ 16.88 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างน้อย 
ร้อยละ 8.24 ไม่ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน 
ร้อยละ 2.06 ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

พรรคก้าวไกล (นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์)
ร้อยละ 31.45 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างน้อย 
ร้อยละ 30.23 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างมาก 
ร้อยละ 23.66 ไม่ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน 
ร้อยละ 11.00 ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน 
ร้อยละ 3.66 ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

พรรคพลังประชารัฐ (พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ) 
ร้อยละ 33.51 ไม่ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน
ร้อยละ 32.60 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างน้อย 
ร้อยละ 20.38 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างมาก 
ร้อยละ 10.76 ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน 
ร้อยละ 2.75  ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

พรรคประชาธิปัตย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์)
ร้อยละ 40.69 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างน้อย
ร้อยละ 38.93 ไม่ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน 
ร้อยละ 13.20 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างมาก 
ร้อยละ 4.58 ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน
ร้อยละ 2.60 ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ        

พรรคภูมิใจไทย (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) 
ร้อยละ 39.16 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างน้อย 
ร้อยละ 30.84 ไม่ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน 
ร้อยละ 21.60 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างมาก 
ร้อยละ 4.96 ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน
ร้อยละ 3.44 ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
พรรครวมไทยสร้างชาติ (นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค/พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) 
ร้อยละ 43.12 ไม่ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน 
ร้อยละ 31.45 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างน้อย 
ร้อยละ 15.73 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างมาก 
ร้อยละ 5.73 เป็นรัฐบาลแน่นอน 
ร้อยละ 3.97 ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ประเด็น กระแสข่าวพรรคพลังประชารัฐกับพรรคเพื่อไทยร่วมจัดต้องรัฐบาล ภายหลังการเลือกตั้งสมัยหน้า 
อันดับ 1 ร้อยละ 45.65 ไม่เชื่อเลย เพราะ เป็นเพียงแค่กระแสข่าวลือ โอกาสเป็นไปได้ยาก เนื่องจากอุดมการณ์ทางการเมืองแตกต่างกัน 
อันดับ 2 ร้อยละ 29.24 ไม่ค่อยเชื่อ เพราะ ทั้งสองพรรคต่างต้องการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของตนเองจึงไม่น่าจะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลได้ 
อันดับ 3 ร้อยละ 16.64 ค่อนข้างเชื่อ เพราะ การเมืองเป็นเรื่องของการหาผลประโยชน์จึงมีความเป็นไปได้ที่ทั้งสองพรรคจะตกลงจัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน 
อันดับ 4 ร้อยละ 5.19 เชื่อมาก เพราะ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐกับพรรคเพื่อไทยเคยมีความสัมพันธ์กันในอดีต จึงอาจมีการหารือเพื่อตกลงเรื่องผลประโยชน์หากได้เป็นรัฐบาลร่วมกัน 
อันดับ 5 ร้อยละ 3.28 ไม่ตอบ/ไม่แน่ใจ

ผลสำรวจประชาชนผลสำรวจประชาชน

‘นายกฯ’ ต้อนรับ นักท่องเที่ยวคนที่ 10 ล้าน ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538468

10 ธ.ค. 2565

'นายกฯ' ต้อนรับ นักท่องเที่ยวคนที่ 10 ล้าน ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ

‘นายกฯ’ ต้อนรับ นักท่องเที่ยวครบ 10 ล้านคนถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ยืนยันประเทศไทยพร้อมรับต่างชาติเข้ามาแล้ว กำชับเป็นเจ้าบ้านที่ดี ดูแลความปลอดภัย เรือต้องมีชูชีพ จำกัดจำนวนคนในพื้นที่จัดงาน

เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีต้อนรับนักท่องเที่ยวครบ 10 ล้านคน “Amazing Thailand 10 Million Celebrations” ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมรอต้อนรับ เพื่อขอบคุณนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่ให้ความเชื่อมั่นและไว้วางใจเลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางในการเดินทางท่องเที่ยว จนทำให้ภาคการท่องเที่ยวบรรลุเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติ 10 ล้านคนในปี 2565

นายกรัฐมนตรีต้อนรับนักท่องเที่ยวเข้าไทยครบ 10 ล้านคน นายกรัฐมนตรีต้อนรับนักท่องเที่ยวเข้าไทยครบ 10 ล้านคน

โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับนักท่องเที่ยว หลังการแพร่ระบาดของโควิด19 ผ่านพ้นได้พบกับบรรยากาศฟ้าหลังฝนที่สดใส โดยรัฐบาลมีมาตรการและแผนการปฏิบัติที่รัดกุม นับเป็นหนึ่งความสำเร็จ ยืนยันประเทศไทยมีความพร้อมในด้าน เพื่อรองรับการมาเยือนของชาวต่างชาติ นอกจากความสวยงามของธรรมชาติที่ผ่านการพักฟื้นสู่ความอุดมสมบูรณ์ อาหาร และศิลปวัฒนธรรมไทยอันเป็นเอกลักษณ์ที่น่าประทับใจแล้ว ประเทศไทยยังมีการอำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัยในการเดินทาง 

ขณะเดียวกันกำชับให้ให้ทุกหน่วยงานดำเนินการอย่างเคร่งครัด เช่น บนเรือต้องมีเสื้อชูชีพครบและสมบูรณ์ ความคับคั่งของคนในสถานที่ท่องเที่ยวต้องไม่เกินขีดจำกัดและอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด เป็นต้น เพราะสิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความเอาใจใส่และความจริงใจในการดูแลผู้มาเยือนเหมือนคนในครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งรอยยิ้มสยามที่แสดงถึงความรักความโอบอ้อมอารีทำทุกอย่างให้แก่ผู้มาเยือนมีความสุข

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดี ให้การดูแลนักท่องเที่ยวทุกคนที่ถือเป็นแขกของคนไทยทั้งประเทศ และร่วมแสดงความยินดีกับนักท่องเที่ยวผู้โชคดี พร้อมอวยพรให้ทุกคนมีความสุขได้รับประสบการณ์ที่น่าประทับใจ มีสวัสดิภาพตลอดระยะเวลาที่อยู่ในประเทศไทยอันเป็นดินแดนแห่งรอยยิ้ม และหวังว่าจะได้ต้อนรับการกลับมาเยือนอีกครั้งในอนาคต 

จากนั้น นายกรัฐมนตรีมอบตุ๊กตา Mascot “น้องสุขใจ” มัคคุเทศก์ตัวน้อยที่แสดงถึงความสุขในการที่ได้ไปเที่ยวยังสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ในประเทศไทย พร้อมผ้าพันคอ ผ้าขาวม้า และหมวกเป็นของที่ระลึกแก่ Mrs. Njood Alkhuwaiter Mr.Hetham Almdlj นักท่องเที่ยวผู้โชคดี ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มนักท่องเที่ยวจากสายการบินซาอุดีอาระเบียน แอร์ไลน์ (Saudi Arabian Airlines : Saudia) เที่ยวบินที่ SV 846

ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจ นายกรัฐมนตรีตรวจเยี่ยมขั้นตอนการรับนักท่องเที่ยว การเตรียมความพร้อมขั้นตอนอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง และบริเวณสายพานรับกระเป๋าสัมภาระด้วย พร้อมต้อนรับกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ทักทายนักท่องเที่ยวจากไฟลท์บินอื่น ๆ ด้วย 

นายกรัฐมนตรีมอบของขวัญนักท่องเที่ยวคนที่ 10 ล้านนายกรัฐมนตรีมอบของขวัญนักท่องเที่ยวคนที่ 10 ล้านนายกรัฐมนตรีต้อนรับนักท่องเที่ยวเข้าไทยครบ 10 ล้านคน นายกรัฐมนตรีต้อนรับนักท่องเที่ยวเข้าไทยครบ 10 ล้านคน

‘เทวัญ’ประกาศทวงถิ่น’โคราช’คืนในศึกเลือกตั้งหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538456

10 ธ.ค. 2565

'เทวัญ'ประกาศทวงถิ่น'โคราช'คืนในศึกเลือกตั้งหน้า

‘เทวัญ’ประกาศทวงถิ่น’โคราช’คืน หลังเคยพ่ายแพ้เลือกตั้ง พร้อมลุยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. คาดส่งไม่ครบ 400 แต่ตั้งเป้าครึ่งหนึ่ง

เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรคชาติพัฒนากล้า เปิดเผยว่า ขณะนี้พรรคชาติพัฒนากล้า ทยอยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. คาดว่าหลังปีใหม่จำนวนผู้สมัครจะใกล้เคียงกับที่ตั้งเป้าไว้ คงไม่ส่งถึง 400 เขต แต่จะส่งครึ่งหนึ่งของทั้งหมด ทั้งนี้สัปดาห์นี้จะลงไปเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. หาดใหญ่ จ.สงขลา 
 

ส่วนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีนายกรณ์ จาติกวนิช หัวหน้าพรรคดูแลอยู่ และมั่นใจว่า เป็นไปได้สูง มีผู้สมัครรุ่นใหม่เป็นที่นิยมในพื้นที่เข้าร่วมงานด้วย มีความขยันและความผสมผสานของพรรคการเมืองเก่าและพรรคการเมืองใหม่

สำหรับพื้นที่นครราชสีมา ยอมรับว่า การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาพรรคชาติพัฒนากล้าเสียแชมป์ไปหลายเขต แต่ครั้งนี้มั่นใจว่า จะต้องได้มากกว่าเดิมแน่นอน

นายเทวัญ กล่าวถึงเหตุ “สภาล่ม” สุ่มเสี่ยงให้เกิด “ยุบสภา” หรือไม่ มองว่า ช่วงนี้ ส.ส.ลงพื้นที่เยอะ โดยเฉพาะวันศุกร์ที่สุ่มเสี่ยงต่อเหตุการณ์สภาล่มได้ รวมถึงขณะนี้มี ส.ส. ย้ายพรรคกันจำนวนมาก ดังนั้นขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีจะดำเนินการอย่างไรต่อ แต่ในส่วนของ ส.ส.พรรคชาติพัฒนากล้า จะอยู่เป็นองค์ประชุมกันตลอด

รำลึก ‘วันรัฐธรรมนูญ’ เรียกร้องคืนสิทธิให้ประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538443

10 ธ.ค. 2565

รำลึก 'วันรัฐธรรมนูญ' เรียกร้องคืนสิทธิให้ประชาชน

‘ประชาธิปัตย์’ ชี้ปัจจุบัน ‘รัฐธรรมนุญ’ ยังไม่เป็นประชาธิปไตย ประกาศจุดยืน แก้ ‘รัฐธรรมนูญ’ ลดอำนาจสว. ขณะที่ ‘หัวหน้าสร้างอนาคตไทย’ เผยอยากเห็นฉบับที่คำนึงถึงประโยชน์ประชาชน

เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เนื่องใน “วันรัฐธรรมนูญ” ขอร่วมระลึกถึงการมีรัฐธรรมนูญฉบับถาวรฉบับแรกของประเทศไทย เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานรัฐธรรมนูญให้แก่ประชาชนชาวไทย เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2475 ดังนั้นในวันที่ 10 ธันวาคมของทุกปีถือว่ามีความสำคัญในทางประวัติศาสตร์ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ยอมรับว่า ยังไม่มีความเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อย่างแท้จริง การแก้รัฐธรรมนูญมีอุปสรรคไม่สำเร็จสู่เป้าหมายได้ 

พรรคประชาธิปัตย์มีเจตนารมณ์ชัดเจน เรียกร้องแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ คือ การแก้มาตรา 256 ตัดสัดส่วนของ สว.ให้เหมาะสม แล้วใช้เสียงส่วนใหญ่จากสภา เพราะหากกำหนดให้ สว. เห็นชอบด้วย ในวาระที่ 1 และที่ 3 เป็นจำนวน 1ใน 3 ทำให้ต้องได้รับความเห็นชอบเป็นจำนวนมากถึง 84 คน จึงเป็นเรื่องยากที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญในสาระสำคัญได้ ดังนั้นการแก้มาตรา 256 จึงมีความสำคัญมากและในส่วนของพรรคก็จะยังคงตั้งมั่นที่จะแก้ไขเพิ่มเติมในส่วนนี้ต่อไปในวันข้างหน้า

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์

นายราเมศ มองว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้กำจัดสิทธิของประชาชน ไม่ได้เป็นการป้องกันการโกง ตามที่ผู้ร่างอวดอ้างสรรพคุณ พรรคประชาธิปัตย์มองเห็นปัญหาเหล่านี้มานานตั้งแต่รัฐธรรมนูญยังไม่มีผลบังคับใช้ จึงเป็นที่มาที่พรรคไม่ได้รับรัฐธรรมนูญปี 60 แต่เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวผ่านการลงประชามติ บังคับใช้เป็นรัฐธรรมนูญ พรรคก็ยอมรับกติกา แต่ก็ได้ตั้งความหวังว่าจะมีการแก้ไขในวันข้างหน้า จนมาถึงในปี 2564 พรรคจึงเสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ จำนวน 6 ร่าง ทุกร่างถูกตีตก เหลือเพียงร่างฉบับที่ 6 แก้ไขระบบเลือกตั้ง คือ ปรับเปลี่ยน ส.ส.เขตเป็น 400 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน ให้มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ


สิทธิของประชาชน สิทธิชุมชน สิทธิผู้บริโภค สิทธิในกระบวนการยุติธรรม สิทธิในที่ดินทำกิน การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นการป้องกันและปราบปรามทุจริตจะต้องมีกระบวนการที่ป้องกันการทุจริตจริงๆ ไม่ใช่เปิดช่องให้สมยอมกัน รวมถึงประเด็นอำนาจ สว. ด้วย ซึ่งทุกเรื่องจะเป็นนโยบายหลักของพรรคประชาธิปัตย์ในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่สมบูรณ์อย่างแท้จริง

นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทยนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย

ขณะที่นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กอยากเห็นรัฐธรรมนูญเพื่อประชาชนว่า สวัสดีครับ วันนี้เป็นวันที่ปวงชนชาวไทยได้ระลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยามฉบับถาวรฉบับแรกของประเทศไทย เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475  เป็นรากฐานการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มาถึงวันนี้นับรวมเวลาแล้ว90 ปี
ความสำคัญของรัฐธรรมนูญ คือเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครอง อยู่เหนือกฎหมายอื่นๆ ซึ่งเป็นหลักประกันไม่ให้ผู้ปกครองใช้อำนาจตามอำเภอใจ และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนไม่ให้ถูกละเมิด


ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญประกาศใช้มาแล้ว 20 ฉบับ โดยแต่ละฉบับปรับเปลี่ยนไปตามบริบทและสถานการณ์การเมืองในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งอาจเป็นเรื่องปกติหากมองในมุมประเทศที่มีอายุการปกครองระบอบประชาธิปไตยได้ไม่นานนัก แต่พรรคสร้างอนาคตไทยเชื่อว่า ชาวไทยทุกคนมีความฝันอยากจะเห็นประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญที่คำนึงถึงประโยชน์สุขสูงสุดของประชาชนอย่างแท้จริง 

พรรคสร้างอนาคตไทย ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และพร้อมเดินไปกับพี่น้องทุกคนในการสร้างสรรค์การเมืองการปกครองที่ถือเอาประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นที่ตั้งตามที่หวังไว้ร่วมกัน

นายอุตตม โพสต์เฟซบุ๊กนายอุตตม โพสต์เฟซบุ๊ก