ข่าวดี’ชาวนา’เตรียมรับเงิน ‘ประกันรายได้ข้าว’งวด 9 ภายใน 15 ธ.ค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538433

10 ธ.ค. 2565

ข่าวดี'ชาวนา'เตรียมรับเงิน 'ประกันรายได้ข้าว'งวด 9 ภายใน 15 ธ.ค.

‘จุรินทร์’ แจ้ง ‘ชาวนา’ เตรียมรับเงิน ‘ประกันรายได้ข้าว’งวด 9 ภายใน 15 ธ.ค. ข้าวเปลือกเจ้า รับส่วนต่างสูงสุด 15,335.10 บาท/ครัวเรือน

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2565 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจ่ายเงินโครงการประกันรายได้ข้าว สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 4 ว่า ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2565/66 งวดที่ 9 สำหรับเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวระหว่าง วันที่ 3-9 ธ.ค. 65 ดังนี้ 

1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ เกณฑ์กลางอ้างอิงตันละ 14,253.21 บาท 
2) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ เกณฑ์กลางอ้างอิงตันละ 13,470.78 บาท 
3) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี เกณฑ์กลางอ้างอิงตันละ 10,658.19 บาท
4) ข้าวเปลือกเจ้า เกณฑ์กลางอ้างอิงตันละ 9,488.83 บาท
5) ข้าวเปลือกเหนียว เกณฑ์กลางอ้างอิงตันละ 12,131.05 บาท 

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

สำหรับการชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกันรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง งวดที่ 9 ได้แก่ 

1)ข้าวเปลือกหอมมะลิ ชดเชยตันละ 746.79 บาท ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ 10,455.06 บาท 
2)ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ชดเชยตันละ 529.22 บาท ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ 8,467.52 บาท 
3)ข้าวเปลือกปทุมธานี ชดเชยตันละ  341.81 บาท ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ 8,545.25 บาท 
4)ข้าวเปลือกเจ้า ชดเชยตันละ 511.17 บาท ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ 15,335.10 บาท 
5.ข้าวเปลือกเหนียว สูงกว่าราคาเป้าหมายที่ตันละ 12,000 บาท จึงไม่มีการชดเชยส่วนต่างในงวดนี้      

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะโอนเงินให้เกษตรกรภายใน 3 วันทำการ หรือภายในวันที่ 15 ธ.ค.2565 มีเกษตรกรได้รับชดเชยตามข้อมูลของกรมส่งเสริมการเกษตรงวดนี้ จำนวน 58,082 ครัวเรือน   

ที่ผ่านมา ธ.ก.ส. ได้จ่ายเงินส่วนต่างให้เกษตรกรในงวดที่ 1-8 แล้ว สำหรับเกษตรกรที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวภายในวันที่ 2 ธ.ค.2565 จำนวนถึง 2.416 ล้านครัวเรือน โดยโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีที่ 4 ได้ประกันราคาข้าวเปลือก 5 ชนิด ที่ระดับความชื้นไม่เกิน 15% ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 15,000 บาท ไม่เกิน 14 ตัน ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 14,000 บาท ไม่เกิน 16 ตัน ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 10,000 บาท ไม่เกิน 30 ตัน ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 11,000 บาท ไม่เกิน 25 ตัน ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 12,000 บาท ไม่เกิน 16 ตัน
โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวประกาศการกำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงประกาศการกำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง

กังวลความไม่แน่นอนเรื่อง’ยุบสภา’ ล้มกฎหมายหลายฉบับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538434

10 ธ.ค. 2565

กังวลความไม่แน่นอนเรื่อง'ยุบสภา' ล้มกฎหมายหลายฉบับ

‘ประธานสภา’ กังวลอาจมีการยุบสภา ทำให้กฎหมายหลายฉบับต้องตกไป ขอสมาชิกช่วยกันทำให้จบ หวังสัปดาห์หน้า ปัญหาจะน้อยลง

ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ 2560 เนื่องในวันรัฐธรรมนูญ 10 ธันวาคม 2565 ว่า นับตั้งแต่เลือกตั้งมา ในส่วนของรัฐสภาก็ไปได้ลุ่มๆดอนๆ แต่ก็ไปได้ และยังรักษากระบวนการนิติบัญญัติไปได้ แม้จะมีปัญหาเรื่ององค์ประชุมก็ตาม ซึ่งยอมรับว่า ผลงานของสภาฯในปัจจุบันมีมาก เพราะ ส.ส.ขยันทำหน้าที่

ประธานสภาฯยอมรับว่า ช่วงต้นการประชุมสภาฯราบรื่นดี แต่ช่วงปลาย นักการเมืองมีการเปลี่ยนพรรคการเมืองอยู่บ้างและมีปัญหาเรื่ององค์ประชุม  ขณะนี้แม้มีเวลา 2 เดือนเศษ แต่หากมีการยุบสภาขึ้นมา ทุกอย่างที่ทำกันมาก็จะจบ ไม่สามารถพิจารณาได้ จึงขอสมาชิกช่วยกันทำให้จบ เพราะดูแล้วบรรยากาศไม่ค่อยแน่นอน ไม่รู้จะยุบสภาหรือไม่

ชวน ระบุว่า มีการกำชับไปยังนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี โดยให้คำแนะนำนายกฯเรียกหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคให้ส่งองค์ประชุมมาร่วมประชุม เพื่อให้กฎหมายที่ส่งแล้วได้ผ่านการพิจารณา เชื่อว่า แนวโน้มในสัปดาห์หน้า ปัญหาจะน้อยลง

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถาม เรื่องการลาออกของ สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล อดีตเลขานุการประธานสภาฯ ซึ่งเจ้าตัว ปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว

ประชาธิปัตย์ เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราชครบแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538427

10 ธ.ค. 2565

ประชาธิปัตย์ เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราชครบแล้ว

ลุยเลือกตั้งนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์เปิดตัวผู้สมัครฯ คนสุดท้าย ตั้งเป้าทวงคืนเก้าอี้ส.ส.ครบทุกเขต

เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย ชัยชนะ เดชเดโช รองเลขาธิการพรรคฯ สวมเสื้อแจ็คเก็ตพรรคฯ และมอบบัตรสมาชิกพรรคตลอดชีพให้กับ ศิลป์ชัย สุนทรมัฏฐ์ หรือ ลูกหมี เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครศรีธรรมราช เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช แทนที่ของ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ที่ตัดสินใจย้ายไปร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ เมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

ปชป.ส่งผู้สมัครฯส.ส.นครศรีธรรมราชครบ9เขตแล้วปชป.ส่งผู้สมัครฯส.ส.นครศรีธรรมราชครบ9เขตแล้ว

ชัยชนะ ระบุว่า จากการที่พรรคประชาธิปัตย์ได้มีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. นครศรีธรรมราชจำนวน 8 คนเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีประชาชนชาวนครศรีธรรมราช ได้มาสอบถามอยู่เรื่อยๆ ว่า เมื่อไหร่จะเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครฯ คนที่ 9 ซึ่งทางพรรคก็ได้ใช้ระยะเวลาพิจารณาอยู่พอสมควร จึงได้มีข้อสรุปส่ง ศิลป์ชัย สุนทรมัฏฐ์  หรือ ลูกหมี ที่ปัจจุบันเป็นเลขาฯ นายก อบจ. นครศรีธรรมราช เป็นตัวแทนพรรค

ศิลป์ชัย ไม่ใช่คนอื่นไกลในเขตเลือกตั้งดังกล่าว เพราะมีภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช มีประวัติการศึกษาจบถึงปริญญาโทบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต ม.รามคำแหง และกลับมาทำงานการเมืองให้กับบ้านเกิดมาโดยตลอด เช่น เคยเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) อ.สิชล เป็นรองนายก อบจ. สมัยที่ วิฑูรย์ เดชเดโช เป็นนายกฯ อบจ. และในปัจจุบันก็ยังเป็นเลขาฯ กนกพร เดชเดโช นายก อบจ. คนปัจจุบัน

ดังนั้น เรื่องคุณสมบัติและประสบการณ์ทางการเมืองถือว่า มีความพร้อมที่จะทำงานในสภาผู้แทนราษฎรได้เป็นอย่างดี ดังนั้น จึงอยากให้ประชาชนในเขตเลือกตั้งดังกล่าว ได้พิจารณานายศิลป์ชัย ให้มาเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้ด้วย

‘เพื่อไทย’ แฉหนี้ ‘บีทีเอส’ 4 หมื่นล้าน ใครเป็นคนก่อ?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538426

10 ธ.ค. 2565

'เพื่อไทย' แฉหนี้ 'บีทีเอส' 4 หมื่นล้าน ใครเป็นคนก่อ?

‘เพื่อไทย’ แฉที่มาหนี้ ‘บีทีเอส’ 4 หมื่นล้าน ‘ประยุทธ์’ ออก ม.44 เพื่อให้กทม.ไม่ต้องจ่ายส่วนต่อขยาย แนะ ‘ชัชชาติ’ ยื่นอุทธรณ์ เพราะพบมีฝ่ายส่วนผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ทวงหนี้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ค้างชำระรถไฟฟ้าสายสีเขียวกว่า 3 ปี จำนวน 40,000 ล้านบาทว่า ตนเป็นผู้เปิดประเด็นนี้เพื่อเข้าสู่การพิจารณาของสภา ซึ่งการกระทำของกทม.ในอดีตจงใจทำผิดสัญญาสร้างหนี้ 40,000 ล้านบาทแบ่งเป็น
– กทม.ให้บริษัทกรุงเทพธนาคม (KT)ไปจ้างบีทีเอส ติตตั้งระบบรถไฟฟ้า โดยไม่มีการเปิดประมูล ทำให้เกิดหนี้ก้อนแรก 22,000 ล้านบาท
– กทม.ปล่อยให้ประชาชนนั่งฟรีไม่เก็บค่าโดยสารส่วนต่อขยายที่ 2 มาตั้งแต่ปี 2561 แต่มีค่าวิ่งรถเกิดเป็นหนี้ส่วนที่ 2 จำนวน 14,000 ล้านบาท
– กทม.หยุดจ่ายค่าจ้างเดินรถส่วนต่อขยายที่ 1 มาตั้งแต่ ปี 2562 ทำให้เกิดหนี้ส่วนที่ 3 จำนวน 4,000 ล้านบาท 

ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บริหารล้มเหลว ปล่อยให้เป็นหนี้ 40,000 ล้านบาท เปิดทางให้บีทีเอสเสนอขอแลกหนี้กับการขยายสัญญาสัมปทานล่วงหน้า 40 ปี ซึ่งเรื่องเกิดตั้งแต่ปี 2562 สมัยของพลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง เป็นผู้ว่าราชการกทม. โดยที่เรื่องนี้ไม่เคยเข้าสภากทม.มาก่อน เพราะส่วนต่อขยายบางแห่งอยู่นอกเขตกทม. จากนั้นพลเอกประยุทธ์ออก ม.44 เพื่อให้กทม.ไม่ต้องจ่ายส่วนต่อขยาย จึงเป็นที่มาของหนี้ รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ก่อหนี้ บริหารล้มเหลว  

โดยหนี้จำนวนนี้มีที่มาไม่โปร่งใส กทม. หนี พ.ร.บ.ร่วมลงทุน ไม่เปิดประมูล ทำสัญญาขัดต่อกฎหมาย รวมถึงกทม. ให้ KT ไปเดินรถส่วนต่อขยายที่ 2 ที่อยู่นอกอำนาจ กทม. จากนั้นบีทีเอสได้รับจ้างติดตั้งระบบ โดยที่ทรัพย์สินยังเป็นของ รฟม.

ศาลปกครองกลาง พิพากษาให้ กทม. และ KT ใช้หนี้ ค่าจ้างเดินรถในส่วนต่อขยายที่ 1 มูลค่า 2.350 ล้านบาท และส่วนต่อขยายที่ 2 มูลค่า 9,406 ล้านบาท รวมเป็น 11,756 ล้านบาท โดยที่ผู้บริหาร กทม. ในอดีต ไม่ได้ต่อสู้คดีในเรื่องที่ผิดกฎหมายหลายประเด็น จงใจให้เกิด “ค่าโง่” ดังนั้นนายชัชชาติต้องยื่นอุทธรณ์ในประเด็นที่ยังไม่ได้ต่อสู้ ไม่เช่นนั้นประชาชนต้องเสียค่าแกล้งโง่ เนื่องจากหนีการประมูล ทำให้มีการเปรียบเทียบราคา จ้างบีทีเอสวิ่งรถในราคาแพง ไม่มีการตรวจสอบ  

เพื่อไทยตั้งเป้าร่างรธน.ใหม่ ใน’วันรัฐธรรมนูญ’ปีนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538416

10 ธ.ค. 2565

เพื่อไทยตั้งเป้าร่างรธน.ใหม่ ใน'วันรัฐธรรมนูญ'ปีนี้

รัฐธรรมนูญ ไม่เป็นประชาธิปไตย พรรค’เพื่อไทย’ แถลงการณ์ เตรียมร่างใหม่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม ขจัดผลพวงรัฐประหาร

พรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์ วันรัฐธรรมนูญ มีเนื้อหาเรียกร้องให้ประชาชนคนไทยทุกภาคส่วน  ตระหนักถึงความสำคัญของรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย และผลักดันให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประสบความสำเร็จเพื่อสะท้อนถึงการมีส่วนร่วม   และความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

เบื้องต้นขอเชิญชวนพรรคการเมืองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ได้ร่วมกันแก้อุปสรรคสำคัญเร่งด่วนของบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ในบทเฉพาะกาล เพื่อให้การเลือกนายกรัฐมนตรีกระทำในสภาผู้แทนราษฎรตามที่บทบัญญัติหลักกำหนดไว้

พรรคเพื่อไทย มีนโยบายชัดเจนในเรื่องการจัดทำหรือการให้ได้มา ซึ่งรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนเพื่อให้เป็น รัฐธรรมนูญของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชนอย่างแท้จริงโดยพรรคได้เสนอให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งยังคงรูปแบบของรัฐและการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยผ่านกระบวนการออกเสียงประชามติและให้มีสภา ร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนมายกร่าง

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการตัดวงจรอุบาทก์ คือการรัฐประหาร พรรคมีข้อเสนอให้เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญและกฎหมายว่าการรัฐประหารถือเป็นกบฏ คดีไม่มีอายุความ และจะนิรโทษกรรมไม่ได้ไม่ว่ากรณีใดๆ ห้ามมิให้องค์กรและหน่วยงานของรัฐยอมรับคณะรัฐประหารเป็นรัฏฐาธิปัตย์ โดยให้ถือว่าหลักการดังกล่าว    เป็นประเพณีการปกครองของประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

ที่ผ่านมารัฐธรรมนูญของประเทศไทยส่วนใหญ่จะมีผลพวงมาจากการรัฐประหารเช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่มีผลพวงมาจากการรัฐประหารของ คสช. เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557  เนื้อหาขาดความเป็นประชาธิปไตย ที่มาขาดความชอบธรรม แม้สมาชิกรัฐสภาและประชาชนจะพยายามร่วมกันในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหลายครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จเพิ่งสำเร็จครั้งแรกเรื่องการแก้ไขระบบเลือกตั้งเท่านั้น แต่กลไกอื่นๆ  ซึ่งเป็นอุปสรรคและปัญหาสำคัญยังคงไม่สามารถแก้ไขได้

รัฐธรรมนูญที่ดีจึงต้องมีความเป็นประชาธิปไตยสูง หลักนิติรัฐนิติธรรมต้องได้รับการเคารพและปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด บทบัญญัติการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพประชาชนต้องได้รับการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม การจัดสรรอำนาจให้แก่องค์กรต่างๆ ต้องเป็นไปอย่างเหมาะสม ไม่มีองค์กรใดอยู่เหนือองค์กรอื่นจนขาดการตรวจสอบการใช้อำนาจ สถานการณ์ของประเทศในปัจจุบันต้องการและมีความจำเป็นที่ต้องมีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย

เปิดแผนพรรค “เพื่อไทย” ค่าแรง 600 ขายฝันหรือไม่ ?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538392

09 ธ.ค. 2565

เปิดแผนพรรค "เพื่อไทย" ค่าแรง 600 ขายฝันหรือไม่ ?

จากกรณีที่พรรค “เพื่อไทย” ชูนโยบาย พลิกฟื้นประเทศ ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำต้อง 600 บาทภายในปี  2570 “หมอมิ้ง”  มาให้คำตอบในรายการคมชัดลึก

จากกรณีที่พรรค “เพื่อไทย” (พท.) เปิดตัว 10 นโยบายพลิกฟื้นประเทศ ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำต้อง 600 บาทภายในปี  2570 และจบปริญญาตรีได้เงินเดือนเริ่มต้น 25,000 บาท ด้านฝ่ายพลพรรครัฐมนตรีรัฐบาล และกลุ่มนายจ้าง ต่างประสานเสียงคัดค้าน

ภายหลังการเปิดตัวนโยบายนี้เพียงหนึ่งวัน น.ส. แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ต้องออกมาขยายความอีกครั้งว่า การขึ้นค่าแรง 600 บาท จะเป็นการขึ้นไปพร้อม ๆ กับเศรษฐกิจภาพรวมทั้งประเทศที่จะเติบโตพร้อมกันทั้งระบบ ทั้งนายจ้าง และลูกจ้างจะได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย

วันนี้ “หมอมิ้ง” หรือ นายแพทย์ พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะกรรมการนโยบายพรรค “เพื่อไทย” ได้มาให้สัมภาษณ์ในรายการ คมชัดลึก ช่องเนชั่นทีวี ที่ดำเนินรายการโดย นาย วราวิทย์ ฉิมมณี ในหัวข้อ การตั้งเป้าค่าแรง 600 แบบนี้จะเกิดภาวะช็อคทางเศรษฐกิจไหม นักลุงทนจะหนีรึเปล่า ของจะแพงแซงค่าแรงหรือไม่ โดยรายละเอียดมีดังนี้

การตั้งเป้าค่าแรง 600 แบบนี้จะเกิดภาวะช็อคทางเศรษฐกิจไหม ? นักลุงทนจะหนีรึเปล่า ? ของจะแพงแซงค่าแรงหรือไม่ ?

ค่าแรง 600 มันเป็นการตั้งเป้าให้เป็นรูปธรรมว่าเราจะทำให้สำเร็จ ตอนนั้นนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคคนก็ช็อคแบบนี้ ตอนนั้นเข้ามาถึงรัฐบาลไม่มีเงินเลยนะครับ เราต้องไปกู้ธนาคารออมสิน ประมาณเจ็ดหมื่นสี่พันล้าน แล้วคืน 8 ปีก็ครบ หลักคิดคือเราทำเป็น เอาเงินอนาคตมาแล้วเราทำได้

ผู้นำประเทศเค้าตั้งคำถามเอาเงินมาจากไหน ?

ถามว่าค่าแรงใครเป็นคนจ่ายก็คือ ผู้ประกอบการจ่าย ค่าแรงก็ต้องยกระดับ  ผู้ประกอบการกับเราถือเป็นผู้ถือหุ้นร่วมกัน จึงตระหนักดีว่า องค์ประกอบของภาคธุรกิจ เป็นส่วนผลักดันและสร้างรายได้ให้กับประเทศ พร้อมย้ำว่า จะปรับค่าแรงได้ ต้องทำให้เศรษฐกิจให้โตก่อน ซึ่งวันนี้เริ่มวางแล้วว่าจะทำอะไรบ้าง หากเศรษฐกิจโตแล้วจะสามารถปรับค่าแรงได้ พร้อมย้ำ พรรคเพื่อไทยมีเหตุผล ไม่ทำร้ายกลไกเศรษฐกิจที่โตพังทลายไป ด้วยคำหวานๆ ที่ไปหาเสียงตามที่คนอื่นเขาทำกัน

การเอาเงิน 600 มาตั้งเป็นยโบายแบบ ประชานิยม หรือไม่ ?

ประชานิยมเป็นเรื่องดี การแข่งขันกันให้ประชาชนนิยม ในโลกของประชาธิปไตย ต้องมีการแข่งขันกันทางนโยบายให้ประชาชานิยม 

‘คีรี’ ไม่ยอมแน่ รัฐปล่อยผ่าน ‘ฮั้วประมูล’ ลั่นยุคนี้ ‘คอร์รัปชัน’ รุนแรงมาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538388

09 ธ.ค. 2565

'คีรี' ไม่ยอมแน่ รัฐปล่อยผ่าน 'ฮั้วประมูล' ลั่นยุคนี้ 'คอร์รัปชัน' รุนแรงมาก

‘คีรี’ วอนรัฐบาลให้ความเป็นธรรม ประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม นิ่งเฉยเป็นบาปต่อประเทศ ลั้นไม่เคยเจอ ‘คอร์รัปชัน’ รุนแรงเท่ายุคนี้

เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด พร้อมด้วยนายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี เข้าร่วมงาน ฟัง-คิด-ทำ ‘ประชาธิปัตย์ห้ามเลือด! หยุดคนโกง หยุดงบประมาณรั่วไหล’ โดยได้พูดถึงการคอร์รัปชั่นที่ประสบเจอมาหลังพบว่าการ ฮั้วประมูล’ รถไฟฟ้าสายสีส้ม

นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัดนายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด

นายคีรี กล่าวว่า หากคณะรัฐมนตรี หรือ ครม.ชุดนี้ให้การประมูลผ่าน จะเป็นบาปต่อประเทศชาติแน่นอน เพราะ ตอนประมูล มี 2 บริษัท แต่ด้วยเหตุผลอะไรต้องตอบให้ได้ มีการอ้างหรือใช้วิธีใด จึงมีการประกาศคนชนะ รัฐบาลต้องจ่ายอีก เป็นเงิน 7 หมื่นกว่าพันล้าน 

ทั้งนี้ 2-3 ปีที่ผ่านมา มองว่า การคอร์รัปชันรุนแรงมาก ซึ่งตนประมูลงานด้านโครงสร้างพื้นฐานมากว่า 30 ปี หลายโครงการ ทั้งรถไฟฟ้า สายสีเขียว สายสีชมพูและ ทางด่วน สามารถชนะได้แบบโปร่งใส แต่วันนี้เนื่องในวันต่อต้านคอรัปชั่น ขอฝากคนที่คอรัปชั่นให้นึกถึงประเทศบ้าง ว่า กำลังทำลายประเทศชาติเพื่อประโยชน์ส่วนตัว เพราะประชาชนอยู่ไม่ได้ คนที่คอรัปชั่นเองก็จะอยู่ไม่ได้ เมื่อประเทศชาติขาดความมั่นคง

“สิ่งที่อยากเห็น คือ ความถูกต้อง เคยแพ้และชนะการประมูลและตรวจสอบได้ทุกโครงการ และคงเสียดายถ้าวันนี้โครงการมูลค่าเกินแสนล้านจะผ่านไปแบบนี้ เพราะถือว่ารุนแรงที่สุดในประเทศไทย และก็เป็น คนหนึ่งที่ไม่ยอมง่ายๆหากเรื่องนั้นไม่ถูกต้อง ” นายคีรีกล่าว

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บีทีเอสซีนายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บีทีเอสซี

ด้านนายสุรพงษ์ เล่าย้อนถึงการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มที่มีข้อสงสัยว่าเพราะเหตุใด ถึงมีการเปลี่ยนข้อกำหนด หลักเกณทีโออาร์ ระหว่างที่ยังไม่ได้ยื่นซอง ทำให้บีทีเอสไม่สามารถเข้าร่วมประมูลได้ และอีกบริษัทชนะไป 

“ประหยัด” รุกกลับจ่อฟ้อง ป.ป.ช. ปมละเมิดสิทธิต่างชาติ เข้าข่ายผิดกฎหมาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538383

09 ธ.ค. 2565

“ประหยัด” รุกกลับจ่อฟ้อง ป.ป.ช. ปมละเมิดสิทธิต่างชาติ เข้าข่ายผิดกฎหมาย

ทนายความ “ประหยัด พวงจำปา อดีตรองเลขาธิการ ป.ป.ช.”  เดินหน้ารุกกลับ จ่อฟ้องกรรมการป.ป.ช. ปม ละเมิดสิทธิต่างชาติ เข้าข่ายผิดกฎหมาย 

นายอาทร ดำคง ทนายความผู้รับมอบอำนาจ นายประหยัด พวงจำปา อดีตรองเลขาธิการ ป.ป.ช.เปิดเผยว่า จากกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้าไปตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของเอกชนสัญชาติอังกฤษ โดยนำมาเปิดเผยข้ามประเทศ อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ และ กฎหมาย ป.ป.ช.มาตรา 38 ระบุว่า การจะตรวจสอบธุรกรรมชาวต่างชาติ ต้องขออนุญาต แต่เมื่อไม่ขออนุญาตตามมาตรา 38 จึงถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ใช้อำนาจมิชอบ โดยเฉพาะการเข้าไปตรวจสอบบุคคลสัญชาติอังกฤษที่ยังไม่ถูกร้องเรียนด้วยคดีใดใด  ซึ่งบุคคลดังกล่าวเป็นนักธุรกิจที่ทำธุรกิจให้คำปรึกษาการลงทุนระหว่างประเทศ 

ทั้งนี้เมื่อข่าวการถูกตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินถูกตีแผ่ออกไป ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ซึ่ง พรบ.ข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศอังกฤษเขียนไว้ชัดเจนว่า ห้ามนำข้อมูลส่วนบุคคลไปเปิดเผยข้ามประเทศ เพื่อคุ้มครองและปกป้องผลประโยชน์คนอังกฤษที่เข้าไปทำธุรกิจในต่างประเทศ ไม่ให้ถูกกลั่นแกล้งโดยมิชอบ ขณะที่กฎหมาย ป.ป.ช.ระบุว่า ในการไต่สวนหรือไต่สวนเบื้องต้น จะต้องไม่เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย

อย่างไรก็ตามนายอาทร ระบุว่า ดังนั้น ป.ป.ช. กำลังจ่อการสะดุดขาตัวเองในกรณีดังกล่าว โดยเป็นการกล่าวหานายประหยัด  พวงจำปา อดีรองเลขาฯป.ป.ช.ร่ำรวยผิดปกติ อาจเจอฟ้องกลับคำสั่งลงโทษไล่ออกไม่ชอบด้วยกฎหมายหลายประการ ขณะที่การตรวจสอบธุรกรรมการเงินของผู้ถูกกล่าวหา ไม่พบความผิดปกติ แต่ ป.ป.ช.กลับไม่นำเอกสารดังกล่าวเข้าสำนวนฯ และการเข้าไปตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของเอกชนสัญชาติอังกฤษ นำมาเปิดเผยข้ามประเทศ เข้าข่ายผิดกฎหมาย ป.ป.ช.

“ประหยัด” รุกกลับจ่อฟ้อง ป.ป.ช. ปมละเมิดสิทธิต่างชาติ เข้าข่ายผิดกฎหมาย

ทั้งนี้จากคำสั่งของประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  เมื่อวันที่  26 ส.ค.2565 ลงโทษไล่ นายประหยัด  พวงจำปา รองเลขาธิการ ป.ป.ช.ออกจากราชการ ในข้อหาร่ำรวยผิดปกติ โดยตรวจสอบธุรกรรมการเงินของ นายประหยัด  พวงจำปา  , คู่สมรส , บุคคลเอกชนสัญชาติอังกฤษ และบริษัทต่างชาติ แม้มติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ลงมติชี้มูลนั้นมีคะแนนเสียงเท่ากัน (4  ต่อ 4 เสียง) แต่ปรากฏว่ามีการชี้มูลไปในทางที่เป็นผลร้ายแก่ นายประหยัด พวงจำปา

นายอาทร กล่าวต่อว่า ดังนั้นในเวลาต่อมาวันที่ 15 พ.ย. 2565 ที่ศาลปกครอง ถ.แจ้งวัฒนะ นาตนในฐานะทนายความผู้รับมอบอำนาจ นายประหยัด พวงจำปา อดีตรองเลขาธิการ ป.ป.ช. ได้ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. และ กรรมการ ป.ป.ช. ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1-2 ขอให้ศาลปกครองกลางมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของประธาน ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 26 ส.ค.65 ที่มีคำสั่งลงโทษไล่นายประหยัด พวงจำปา รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ออกจากราชการ
โดย นายอาทร กล่าวว่า ตามมติการชี้มูลของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่มีมติว่า นายประหยัด ร่ำรวยผิดปกติ และมีคำสั่งลงโทษไล่ออก เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหลายประการ เช่น

1.ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนของคณะกรรมการไต่สวนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.แต่งตั้งขึ้น ไม่ปรากฏว่า นายประหยัด มีการกระทำความผิดต่อหน้าที่ราชการ อันจะเป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงแต่อย่างใด โดยทรัพย์สินที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลว่าร่ำรวยผิดปกติเป็นทรัพย์สินของคู่สมรส ซึ่งสามารถแสดงหรือพิสูจน์ถึงการได้มาซึ่งทรัพย์สินได้อย่างครบถ้วน โดยรายการทรัพย์สินต่างๆ มีทั้งในส่วนที่ถือครองแทนบุคคลอื่น เพื่อช่วยเหลือในทางธุรกิจ หรือเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการประกอบธุรกิจในครอบครัวหรือกงสี และเป็นทรัพย์สินที่ได้มาก่อนที่ นายประหยัด จะเข้ารับ ตำแหน่งรองเลขาธิการ ป.ป.ช.

2. นายประหยัดไม่ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง และตำแหน่งรองเลขาธิการฯ ที่ได้รับการแต่งตั้ง ก็ไม่สามารถเอื้อประโยชน์ที่จะใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยทุจริต หรือ กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือ ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม เพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินที่มีการชี้มูลแต่อย่างใด

3. กรรมการ ป.ป.ช.บางราย มีส่วนได้เสียในเรื่องที่กล่าวหา มีอคติ มีความไม่เป็นกลาง และแสวงหาพยานหลักฐานเพื่อกลั่นแกล้ง

4. มติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ลงมติชี้มูล มีคะแนนเสียงเท่ากัน 4 ต่อ 4 เสียง แต่ปรากฏว่ามีการชี้มูลไปในทางที่เป็นผลร้ายแก่ นายประหยัด โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย

นายอาทร ระบุด้วยว่า ดังนั้นการยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองกลางในครั้งนี้ เพื่อคุ้มครองศักดิ์ศรีของข้าราชการมิให้ถูกกลั่นแกล้ง และต้องการสร้างบรรทัดฐานในการทำหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งหากติดตามข่าวสารจะพบว่า มีหลายคดีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติไม่ชี้มูลความผิด โดยยังเป็นที่เคลือบแคลงสงสัยของประชาชน หลายคดีที่เมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูล แต่เมื่อมีการฟ้องร้องต่อศาล ปรากฏว่า ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง

นายอาทร ยังกล่าวถึงกรณีการตรวจสอบธุรกรรมการเงินของ นายประหยัด  พวงจำปา , คู่สมรส , บุคคลเอกชนสัญชาติอังกฤษ และบริษัทต่างชาติ  ซึ่งไม่พบธุรกรรมการเงินที่ผิดปกติ แต่กลับไม่นำเอกสารดังกล่าวซึ่งเป็นประโยชน์ในทางไต่สวนกับ นายประหยัด พวงจำปา ในคดีปกปิดทรัพย์สินเข้าสำนวนฯ ซึ่งได้ยื่นคำร้องขอให้ตรวจสอบเรื่องนี้ไปปีกว่า แต่ ป.ป.ช. กลับไม่ดำเนินการอะไร โดยเมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2565 ที่ผ่านมาตนได้เดินทางไปยื่นเรื่องนี้อีกครั้งที่สำนักงาน ป.ป.ช. สนามบินน้ำ นนทบุรี โดยยื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. , กรรมการ ป.ป.ช. และเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อติดตาม เร่งรัดการดำเนินการตรวจสอบเรื่องร้องเรียน น.ส.สุภา  ปิยะจิตติ และ น.ส.อพาลินทุ์ ลิ้มธเนศกุล

กรณีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ  ตามหนังสือที่ นายประหยัด  พวงจำปา ผู้กล่าวหาร้องเรียนขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของบุคคดังกล่าว ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน  2564 ซึ่งนับรวมระยะเวลาจนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลากว่า 1 ปีเศษแล้ว แต่เรื่องดังกล่าวยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลทั้งสอง ทั้งที่มีเอกสารหลักฐานการกระทำความผิดที่ชัดแจ้ง โดยเอกสารดังกล่าวเป็นกรณีการตรวจสอบธุรกรรมการเงินของ นายประหยัด  พวงจำปา , คู่สมรส , บุคคลเอกชนสัญชาติอังกฤษ และบริษัทต่างชาติ  ซึ่งไม่พบธุรกรรมการเงินที่ผิดปกติ แต่กลับไม่นำเอกสารดังกล่าวซึ่งเป็นประโยชน์ในทางไต่สวนกับ นายประหยัด พวงจำปา ในคดีปกปิดทรัพย์สินเข้าสำนวนฯ

ทนายความของอดีตรองเลขาฯป.ป.ช. ยังกล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบข้อมูลของ “สืบจากข่าว” ต่อกรณีที่ ป.ป.ช. เข้าไปตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของเอกชนสัญชาติอังกฤษ นำมาเปิดเผยข้ามประเทศ อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ และ กฎหมาย ป.ป.ช. โดยในกฎหมายรัฐธรรมนูญเขียนอยู่ในสิทธิของประชาชนอยู่แล้วว่า การกระทำอื่นใดจะละเมิดสิทธิมิได้ ซึ่งในมุมมองของเอกชนชาวสัญชาติอังกฤษ เมื่อมาอยู่ในประเทศไทยก็ต้องได้รับการปฏิบัติตามกฎหมายไทย ขณะที่กฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 38 ระบุว่า การจะตรวจสอบธุรกรรมชาวต่างชาติ ต้องขออนุญาต แต่เมื่อไม่ขออนุญาตตามมาตรา 38 จึงถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ใช้อำนาจมิชอบ 

ขณะที่กฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 67 ระบุว่า “ในการไต่สวนหรือไต่สวนเบื้องต้น จะต้องไม่เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย เพื่อประโยชน์ในการไต่สวน คณะกรรมการ ป.ป.ช. อาจนำพยานหลักฐานที่ได้จากการไต่สวน หรือพยานหลักฐานที่ได้มาจากต่างประเทศอันได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมายในคดีใดคดีหนึ่ง มาใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบสำนวนการไต่สวนที่เกี่ยวข้องได้”

‘ประชาธิปัตย์’ ชำแหละ วงการคอร์รัปชันถ่วงความเจริญประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538373

09 ธ.ค. 2565

'ประชาธิปัตย์' ชำแหละ วงการคอร์รัปชันถ่วงความเจริญประเทศ

‘ประชาธิปัตย์’ จัดเวที ‘ถึงเวลาหยุดคนโกง หยุดงบประมาณรั่วไหล’ ด้าน’ดร.มานะ’ จวก การเมืองคือต้นเหตุ ‘คอร์รัปชัน’ ขณะที่ ‘จุรินทร์’ ยืนยันเป็นพรรคกล้าทำงานด้วยความซื่อสัตย์ตลอด 77 ปี และตลอดไป

9 ธ.ค. “วันต่อต้านคอร์รัปชันสากล” พรรคประชาธิปัตย์จัดกิจกรรม ฟัง-คิด-ทำ “ถึงเวลาหยุดคนโกง หยุดงบประมาณรั่วไหล” ที่สถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรี 

น.ส.วทันยา บุนนาค หรือ มาดามเดียร์ ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมืองกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า พรรคการเมืองจะต้องมีบทบาทเข้ามามีส่วนร่วมแก้ไข วันนี้เห็นได้ว่า ประเทศกำลังตกหลุมดำ การทุจริตคอร์รัปชัน เราตั้งใจเอาจริงเอาจังและให้ความสำคัฐกับการแก้ปัญหาดังกล่าว เพื่อ ยกระดับคุณภาพของประเทศ และที่สำคัญความโปร่งใสในการเลือกตั้ง

จัดกิจกรรม ฟัง-คิด-ทำ จัดกิจกรรม ฟัง-คิด-ทำ

ด้านนายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ครั้งแรกที่พรรคการเมืองกล้าจัดเวทีสารธาณะในเรื่องนี้ เพราะทุกวันนี้การคอรัปชั่นเลวร้ายเช่นนี้เพราะภาคการเมือง เนื่องจากมีอำนาจกำหนดนโยบาย กำหนดงบประมาณ ตั้งรัฐบาล กำหนดทิศทางกระทรวงต่างๆ 

ปัญหา คือ เรามีแผนปฏิรูปและกฎหมายออกมา แต่ไม่ถูกนำมาปฏิบัติ เริ่มจากนักการเมือง ที่ปากบอกธรรมภิบาล แต่เปิดเผยไม่ครบ ไม่โปร่งใส อีกปัจจัยข้าราชการยังชินชากับการใช้อำนาจ เรียกรับส่วย เช่น การยื่นขอสร้างบ้าน จะต้องจ่ายสินบน ไม่งั้นไม่ได้ใบอนุญาตสร้างบ้าน และวันนี้การจะลงโทษ ต้องหาตามพยานหลักฐาน ถึงเวลาพอมีปัญหาก็เกิดการช่วยเหลือกัน 

ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง และอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยัน ประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน โดยได้หยิบยก การทุจริตจำนำข้าว ขึ้นมา ที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศ หากถามว่า กระบวนการในรัฐสภาการทุจริตลดลงไหม ส่วนตัวรู้สึกว่าไม่ลดลง แต่สิ่งที่ตนเป็นนักการเมืองมา7สมัย 10รัฐบาล รัฐประหาร2ครั้ง เห็นว่าการคอร์รัปชัน มีวิวัฒนาการเพิ่มขึ้นตรวจสอบยากขึ้น แม้จะมีการเปิดโปงในรัฐสภา สื่อมวลชน และ องค์กรอิสระเป็นฝ่ายตรวจสอบ

ซึ่งการจะลดหรือหยุดคอร์รัปชันเป็นหน้าที่ของพรรคการเมือง ที่จะต้องสร้างความเข้มแข็งให้เกิดการตรวจสอบกันเองภายในพรรค ไม่ใช่มีหัวหน้าพรรคสั่งได้ทุกอย่าง รวมถึงมองว่าเลือกตั้งครั้งหน้า จะต้องยืนหยัดฝ่าฟัน ประชาธิปไตยเงินสด ไปให้ได้ และสิ่งที่น่ากลัวคือ เมื่อรู้ว่าเกิดการทุจริต แต่คุณได้ เราต้องได้ด้วย เรื่องก็เงียบ 

นอกจากนี้ยังมีนายอรรถกฤต ปัจฉิมนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันสัญญาธรรมศักดิ์เพื่อประชาธิปไตย นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (บีทีเอสซี) , นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย และ ตัวแทนจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เข้าร่วมเสวนาด้วย

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ในช่วงท้าย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้าร่วมงาน ยืนยัน พรรคประชาธิปัตย์ยืนหยัดทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาตลอด 77 ปี และยืนยันว่าจะยึดมั่นอุดมการณ์ดังกล่าวต่อไป รวมถึงเป็นอีก1ในเงื่อนไขที่เราร่วมรัฐบาลด้วย ต้องดำเนินการบริหารราชการแผ่นดินด้วยความซื่อสัตย์สุจริต 

ถ้ามีการคอรัปชั่นจากไม่เกิดขึ้นหากไม่มีผู้สมทบคิดและสมคบทำ ดังนั้น ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาถึงจะสามารถบรรลุสำเร็จได้ และเมื่อมองลึกลงไปการ ทุจริตคอรัปชั่น ไม่ได้เป็นภัยต่อการงบประมาณแผ่นดินอย่างเดียว แต่เป็นภัยต่อประเทศและภัยต่อระบอบประชาธิปไตย เพราะ เวลาเกิดการปฏิวัติยืดอำนาจ ในหลายครั้งมีการอ้างเหตุทุจริตคอรัปชั่น จึงเรียกร้องให้ช่วยกันขจัดภัยนี้หมดไป อย่าให้เป็นเครื่องมือเรียกวงจรอุบาทอยู่ในประเทศไทย ยืนยันประชาธปัตย์พร้อมร่วมมือเดินหน้า ต่อต้านทุกรูปแบบความคิดเห็นประชาชนต่อการคอร์รัปชันความคิดเห็นประชาชนต่อการคอร์รัปชัน

น.ส.วทันยา บุนนาค หรือ มาดามเดียร์น.ส.วทันยา บุนนาค หรือ มาดามเดียร์ฟัง-คิด-ทำ ฟัง-คิด-ทำ

เดินหน้าเลือกตั้ง พรรค ‘ไทยสร้างไทย’ ไม่ควบรวมกับพรรคอื่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538376

09 ธ.ค. 2565

เดินหน้าเลือกตั้ง พรรค 'ไทยสร้างไทย' ไม่ควบรวมกับพรรคอื่น

คุณหญิง ‘สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์’ ยอมรับเคยคุยกับ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย แต่ไม่คืบหน้า ยันไม่ควบรวมพรรค เดินหน้าบำนาญประชาชน

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยยืนยันจะเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้งครบทั้ง 400 เขตในนามพรรคไทยสร้างไทยอย่างแน่นอน และไม่ได้ปิดกั้นหากจะมีนักการเมืองจะย้ายเข้ามาร่วมงานด้วย

แต่ต้องมีเงื่อนไข คือ ต้องมีแนวคิด และอุดมการณ์เดียวกันกับพรรคไทยสร้างไทย ที่จะเป็นสถาบันการเมือง โดยมีประชาชนเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง มีจุดยืนประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ไม่สนับสนุนอำนาจเผด็จการ

คุณหญิงสุดารัตน์ ยอมรับว่า เคยมีการพูดคุยกับ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย แต่ยังไม่มีความคืบหน้าใดใด  

พรรคไทยสร้างไทย มุ่งสร้างพลังอำนาจให้ประชาชน มุ่งสร้างรายได้และความสุขให้ประชาชน  ดูแลคุณภาพชีวิตคนไทยตั้งแต่เกิดจนแก่ให้อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี โดยเฉพาะเรียนฟรีอย่างมีคุณภาพ จนจบปริญญาตรี และระบบบำนาญประชาชนเดือนละ 3,000 บาท  ซึ่งหากใครมีความคิดตรงกันกับพรรคไทยสร้างไทย ก็มีความยินดีที่จะต้อนรับ เพื่อมาร่วมกันสร้างประเทศไทยที่ดีที่สุด