“ประชาธิปัตย์” ยืนยัน กฎหมายกัญชาไม่เกี่ยวกับสัตยาบัน ร่วมรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536515

18 พ.ย. 2565

่"ประชาธิปัตย์" ยืนยัน กฎหมายกัญชาไม่เกี่ยวกับสัตยาบัน ร่วมรัฐบาล

“กัญชาเสรี” ไม่มีในสัตยาบัน ร่วมรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ ชน อนุทิน ขอยึดประชาชน มากกว่าผลประโยชน์ พรรคร่วมรัฐบาล

ราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยออกมาให้สัมภาษณ์เรื่องพรรคร่วมรัฐบาลกับมารยาททางการเมืองในเรื่องร่างกฎหมายกัญชาว่า สาระสำคัญของคำว่ามารยาทในทางการเมืองควรต้องแยกออกจากกันกับคำว่าถูกต้อง การร่างกฎหมายที่ออกจากสภาจำเป็นที่ ส.ส.ต้องยึดถือประโยชน์ของส่วนรวมไม่ใช่ประโยชน์ของพรรคร่วม

มารยาทที่สำคัญที่มีต่อประชาชนคือการเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ถ้าเห็นแก่ประโยชน์ของคำว่าพรรคร่วมรัฐบาล คงไม่ใช่สถาบันทางการเมืองที่จะเป็นหลักให้กับประเทศได้ ไม่อยากให้มาทวงบุญคุณกับพรรคร่วมรัฐบาลโดยปราศจากเหตุและผล

ราเมศ ยืนยันว่า นโยบายที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภา ไม่มีคำว่ากัญชาเสรี ชัดเจนในนโยบาย หน้าที่ 31 ข้อ 4 ตอนท้าย ได้ระบุไว้ชัดว่า ศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการใช้ กัญชา กัญชง และพืชสมุนไพรในทางการแพทย์อุตสาหกรรมทางการแพทย์ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ของประชาชน โดยกําหนดกลไกการดําเนินงาน ที่รัดกุม เพื่อมิให้เกิดผลกระทบทางสังคมตามที่กฎหมายบัญญัติไว้อย่างเคร่งครัด ในนโยบายรัฐบาล ไม่มีคำว่ากัญชาเสรี มีหลักที่ตรงกันคือ ใช้กัญชาในทางการแพทย์ อุตสาหกรรมทางการแพทย์

ราเมศ รัตนะเชวง โฆษก พรรคประชาธิปัตย์ราเมศ รัตนะเชวง โฆษก พรรคประชาธิปัตย์

โดยนโยบายรัฐบาลได้บอกไว้ชัดว่าให้กําหนดกลไกการดําเนินงาน ที่รัดกุม เพื่อมิให้เกิดผลกระทบทางสังคม ตรงนี้จะชัดมากว่า นโยบายรัฐบาลยังให้ความสำคัญกับสังคมโดยรวม เมื่อร่างกฎหมายกัญชาเข้าสู่การพิจารณาของสภา เมื่อไม่รัดกุม และมีผลกระทบต่อสังคมโดยรวมอย่างแน่แท้อยู่แล้ว คนที่เป็น ผู้แทนปวงชนชาวไทย ส.ส.จะปล่อยให้ผ่านไปได้อย่างไร ก็ต้องปรับต้องแก้ให้ดีที่สุด หากไม่ดีที่สุด ก็มีสิทธิ์ไม่เห็นด้วยตามกลไกของสภา

เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของ ส.ส.ในสภาที่ต้องว่ากันไปตามกลไกของฝ่ายนิติบัญญัติ ผลจะออกมาอย่างไรทุกพรรคควรเคารพการตัดสินใจซึ่งกันและกัน ถ้าชนะแล้วสังคมแพ้ก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าแพ้แล้วสังคมได้ประโยชน์นั่นคือชัยชนะของสังคม

“APEC 2022” นายกรัฐมนตรี นำ เลี้ยงอาหารค่ำ ผู้นำเอเปค โชว์การแสดงสุดพิเศษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536496

18 พ.ย. 2565

"APEC 2022" นายกรัฐมนตรี นำ เลี้ยงอาหารค่ำ ผู้นำเอเปค โชว์การแสดงสุดพิเศษ

“APEC 2022” นายกรัฐมนตรี นำ เลี้ยงอาหารค่ำ เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค พร้อม จัดโชว์การแสดงสุดพิเศษ ที่ หอประชุมกองทัพเรือ

การ ประชุมเอเปค 2022 “APEC 2022” ในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารค่ำ เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (AELM Gala Dinner) ณ หอประชุมกองทัพเรือ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร โดยมีเหล่าผู้นำเข้าร่วมงานเลี้ยงกันอย่างพร้อมเพรียง

นายกรัฐมนตรีนายกรัฐมนตรี

ซึ่งการเตรียมการด้านสถานที่และอาหารสำหรับ ผู้นำเขตเศรษฐกิจ ในงานเลี้ยงอาหารค่ำวันนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการจัดการประชุม “APEC 2022” เพื่อสร้างความประทับใจให้กับแขกผู้มาเยือนสู่สายตาชาวโลก ผ่านเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและอาหารที่ปรุงจากวัตถุดิบชั้นเลิศจากทุกภูมิภาคของไทย

ซึ่งนอกจากอาหารที่ถูกคัดสรรจากวัตถุดิบมาอย่างดีแล้ว ยังมีการแสดงที่สุดพิเศษที่ รัฐบาลไทยจัดขึ้น เพื่ออวดสายตาผู้นำระดับโลกด้วย

นายกรัฐมนตรีนายกรัฐมนตรี

ผู้นำ เอเปคผู้นำ เอเปค

ในงานเลี้ยงอาหารค่ำ ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ได้มีการจัดแสดงศิลปะวัฒนธรรมไทยมากมาย รวมถึงมีโชว์ร้องเพลงของศิลปินอันดับต้นๆของเมืองไทย อาทิ เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์, ต๊งเหน่ง รัดเกล้า อามระดิษ

ทั้งนี้ การแสดงร้องเพลง มี บทเพลงพระราชนิพนธ์ และบทเพลงสากลที่เป็นที่นิยม หลายคนรู้จัก และมีความหมายที่ดี เพื่อแสดงให้ต่างชาติ ได้เห็นถึงความสามารถของพระมหากษัตริย์ไทย และศิลปินไทยที่มีพรสวรรค์

เบิร์ด ธงไชยเบิร์ด ธงไชย

รัดเกล้า - เบิร์ด ธงไชยรัดเกล้า – เบิร์ด ธงไชย

นอกจากนี้ ภายในงานยังได้มีการแสดงทางวัฒนธรรมทั้งดั้งเดิมและประยุกต์ร่วมสมัย อาทิ โขน หนังใหญ่ การแสดงพื้นบ้าน การสาธิตการทำขนม การลอยกระทงสาย ซึ่งเป็นการจำลองกระทงสายขนาดใหญ่บนผืนน้ำเจ้าพระยาหน้าหอประชุมกองทัพเรือ และการแสดงเรือไฟ ซึ่งมาจากประเพณีไหลเรือไฟในภาคตะวันออกเฉียงเหนือด้วย

ผู้นำ เอปเคผู้นำ เอปเค

ผู้นำเอเปคผู้นำเอเปค

ผู้นำเอเปคผู้นำเอเปคผู้นำเอเปคผู้นำเอเปค

งานแสดงงานแสดง

การแสดงการแสดง

การแสดงการแสดง

การแสดงการแสดง

การแสดงการแสดง

การแสดงการแสดง

การแสดงการแสดง

ภาพ : ROYAL THAI GOVERMENT

อนุทิน ฮึ่ม ขวางกฎหมาย “กัญชา” ขัดสัตยาบรรณ พรรคร่วมรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536455

17 พ.ย. 2565

อนุทิน ฮึ่ม ขวางกฎหมาย "กัญชา" ขัดสัตยาบรรณ พรรคร่วมรัฐบาล

หัวหน้าพรรค “ภูมิใจไทย” เตรียมฟ้องประชาชน หากกฎหมายกัญชา ไม่ผ่านสภา ติง พรรคร่วม ต้องมีมารยาท อย่าผิดสัตยาบรรณ

อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ที่จะประชุมในวันที่ 22 พ.ย. นี้ ไม่สามารถพูดคุยเรื่องกัญชาได้ เพราะกัญชาไม่ได้เป็นยาเสพติดแล้ว คณะกรรมการ ป.ป.ส. เป็นผู้พิจารณาให้กัญชาออกจากยาเสพติดประเภท 5 พอมีมติ รมว.สธ. ก็ลงนามตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด เช่นเดียวกับประกาศ สธ. เรื่องควบคุมการใช้ช่อดอก



ในเมื่อกัญชาไม่ได้เป็นยาเสพติด ก็ไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกับกรรมการ ป.ป.ส. แต่หากบอกว่าจะเอากลับไปเป็นยาเสพติดใหม่
ก็ต้องเริ่มกระบวนการใหม่หมด เริ่มจากกรรมการควบคุมการใช้ยาเสพติดของสาธารณสุข ซึ่งมันก็วนไปวนมา ดังนั้นต่างคนต่างทำหน้าที่ตนเองให้ดีที่สุด เพื่อสนับสนุนนโยบาย และความมีเสถียรภาพของรัฐบาล รู้จักการอยู่ด้วยกันเพื่อสร้างสรรค์ และความเป็นปึกแผ่น ประเทศของเราก็เดินหน้าไปได้

หากรัฐบาลมีความสามัคคี ก็มีความเข้มแข็ง ความเชื่อมั่นของนักลงทุนและทุกภาคส่วนก็จะเกิดขึ้น  นี่เป็นสิ่งที่ภูมิใจไทยยึดถึงปฏิบัติมาตลอด เป็นกติกาการอยู่ร่วมกัน   ส่วนกฎหมายที่บรรจุไว้ในการประชุมสภาแล้ว มีปัญหา หากจะบอกว่าภูมิใจไทยไม่รอบคอบ ก็ไม่รอบคอบอย่างเดียว คือนึกไม่ถึงว่าพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง จะมาขวางกันเอง

อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
 

อนุทิน บอกว่า หากร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ เสร็จไม่ทันเลือกตั้ง  ก็จะเอาไปหาเสียง กับประชาชนบอกให้รู้ว่าถูกขวางอย่างไร ขอประชาชนสนับสนุน เพราะมาเกือบจะถึงเส้นชัยอยู่แล้ว ถึงอย่างไรก็หยุดไม่ได้ นโยบายใคร นโยบายมัน ถ้าจะอยู่ร่วมกันก็ต้องสนับสนุน เพราะไม่ใช่นโยบายที่ผิดกฎหมาย และยังไม่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างที่พูดเลย   “ไม่เอากัญชา แต่เอาเหล้าก้าวหน้า” นายอนุทิน กล่าว



เมื่อถามย้ำว่า จะส่งผลถึงการพิจารณาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลในครั้งต่อๆ ไปหรือไม่ อนุทิน  ย้ำว่า เอาไว้เลือกตั้งเสร็จก่อน  ยังไม่พูดถึงรัฐบาลหน้า 

“ทุกคนบอกว่าเป็นห่วง ทุกคนบอกว่ากังวล โดยเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาล แต่พอบอกว่าออกกฎหมาย กลับบอกว่าไม่เอา จะเอากัญชากลับไปเป็นยาเสพติด มันคนละเรื่อง และย้อนแย้งกับนโยบายรัฐบาล ตอนเข้ามาจะบอกว่าไม่รู้เรื่องไม่ได้  เพราะพรรคภูมิใจไทยหาเสียงตั้งแต่การเลือกตั้งแล้ว  และตอนที่ฟอร์มรัฐบาล ทุกพรรคก็ยอมรับนโยบายของแต่ละพรรคการเมือง 

ภูมิใจไทยก็ยอมรับนโยบายเกษตร นโยบายคนละครึ่งของพรรคร่วม  ถ้าถามถึงมารยาทพรรคภูมิใจไทยก็ยกมือสนับสนุนนโยบายของพรรคร่วม  โดยเฉพาะการอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ยกมือให้พรรคร่วม และรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายทุกคน ทั้งที่ลูกพรรคบางคนไม่สนับสนุนหัวหน้าพรรคตัวเอง ยืนยันเรามีทั้งมารยาทและกาลเทศะ

เลี้ยง “อาหาร” ค่ำ ผู้นำเอเปค ที่หอประชุมกองทัพเรือคืนนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536447

17 พ.ย. 2565

เลี้ยง "อาหาร" ค่ำ ผู้นำเอเปค ที่หอประชุมกองทัพเรือคืนนี้

เลี้ยงอาหาร ค่ำ “ผู้นำเอเปค” ที่หอประชุม กองทัพเรือ ค่ำวันนี้ กอ.รมน. ขอเป็นเจ้าภาพที่ดี ทุกเมนู มีที่มา ทุกพื้นที่มีส่วนร่วม

รัฐบาลไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดภาพงานเลี้ยงอาหารค่ำแก่ ผู้นำ 21 เขตเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นกำหนดการแรกในกรอบการประชุมเอเปคระดับ ในช่วงค่ำวันนี้   ที่หอประชุมกองทัพเรือ ระหว่างเวลา 20.00-21.30 น

อาหารค่ำผู้นำเอเปคอาหารค่ำผู้นำเอเปค


เมนูอาหารในค่ำคืนนี้ ถูกคัดสรรมาจากวัตถุดิบชั้นยอดจากทุกภูมิภาคของไทย อาทิ อาหารว่างกระทงทองไส้ครีมซอสและไข่ปลาสเตอร์เจียนจากโครงการหลวงดอยอินทนนท์ ตามด้วยอาหารเรียกน้ำย่อยที่ถูกคัดสรรมาจากของดี 4 ภาคที่สะท้อนเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมในแต่ละภูมิภาค สลัดที่ทำขึ้นในรูปแบบยำใหญ่ผักออร์แกนิก 9 อย่างจากวิสาหกิจชุมชน โดยมีกุ้งมังกรจากภูเก็ตพร้อมไข่เป็ดไล่ทุ่งสุพรรณบุรี

อาหารค่ำผู้นำเอเปคอาหารค่ำผู้นำเอเปค

ขณะที่อาหารจานหลัก คือ แกงมัสมั่น ซึ่งเป็นที่นิยมในต่างประเทศ ทำจากเนื้อน่องโคขุนจากสหกรณ์โพนยางคำสกลนคร เคียงด้วยสตูว์ผักไทยรวมสไตล์ฝรั่งเศส ปลาเก๋ามุกออร์แกนิก พร้อมซอสต้มข่าเห็ดรวมโฟมใบมะกรูด ข้าวหอมมะลิไทยจากทุ่งกุลาร้องไห้และข้าวกล้อง 9 ชนิดอบตะไคร้หอม

อาหารค่ำผู้นำเอเปคอาหารค่ำผู้นำเอเปค

อาหารหวานเป็นขนมหม้อแกงเผือกภูเขาและเม็ดบัวซอสผลไม้ไทย เสิร์ฟพร้อมกับซอร์เบท์เสาวรสน้ำผึ้งดอกลำไย พร้อมขนม 5 ชนิด อาทิ ช็อคโกแลตไทยเชียงใหม่ไส้บรั่นดีไทยกระชายดำ และมาการองลิ้นจี่ จบด้วยผลไม้ไทยที่เสิรฟ์คู่กับ ชาเฟลอ ดู นอร์ท จากเมืองเหนือ หรือ ยอดกาแฟเมืองน่าน



การเตรียมการด้านสถานที่และอาหารสำหรับผู้นำเขตเศรษฐกิจในงานเลี้ยงอาหารค่ำวันนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการจัดการประชุม APEC 2022 เพื่อสร้างความประทับใจให้กับแขกผู้มาเยือนสู่สายตาชาวโลก ผ่านเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและอาหารที่ปรุงจากวัตถุดิบชั้นเลิศจากทุกภูมิภาคของไทย

ซึ่งไม่เพียงเพื่อให้การประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสในนำเสนอของดีและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมจากจังหวัดต่าง ๆ แต่ยังเป็นการต่อยอดทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับประชาชน เกษตรกร ผู้ประกอบการที่อยู่ในทุกภูมิภาคของไทย

เพื่อให้การประชุมครั้งนี้ส่งผลดีต่อประชาชนทุกคนทั่วประเทศ และเพื่อให้ประชาชนไทยทุกคนในทุกพื้นที่ได้มีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งนี้

กอ.รมน. ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมผลิตภัณฑ์และอาหารไทยสู่สายตานานาประเทศ ตลอดจนเชิญชวนให้ประชาชนชาวไทยรู้สึกภาคภูมิใจและมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการประชุม APEC 2022 ที่จัดขึ้นครั้งนี้ และช่วยสนับสนุนให้ประเทศไทยได้รับผลประโยชน์สูงสุดจากการประชุม

ปลัด มท. ยืดอกรับ “โยกย้าย ผู้ว่าฯเชียงราย” ทำเอง ไม่เกี่ยว ครม. ตามเหมาะสม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536443

17 พ.ย. 2565

ปลัด มท. ยืดอกรับ "โยกย้าย ผู้ว่าฯเชียงราย" ทำเอง ไม่เกี่ยว ครม. ตามเหมาะสม

ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยืดอกรับ เป็นคนย้าย “ผู้ว่าฯเชียงราย” เอง ไม่เกี่ยว ครม. ยืนยัน เป็นไปตามความเหมาะสม ตัดงบจัดงานศิลป์ เป็นคนละเรื่อง

จากกรณีที่ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ ผู้ก่อตั้งวัดร่องขุ่น จ.เชียงราย อัดคลิปวิดีโอ ระบายความอัดอั้นตันใจ หลังจากมติ ครม.แต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง และโยกย้ายผู้ว่าฯ โดยหนึ่งในนั้น มีชื่อของ นายภาสกร บุญญลักษม์ ผู้ว่าฯเชียงราย ถูกย้ายไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ และรัฐบาลตัดงบงานแสดงศิลปเบียนนาเล่ 2023 นั้น

(17 พ.ย.2565) นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า เรื่องคำสั่งย้าย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย รัฐบาลไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอะไรกับการย้ายในครั้งนี้ แต่ตนเองพิจารณาแล้ว เห็นว่ามีความเหมาะสม ที่ควรจะให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นคนเชียงใหม่โดยกำเนิด ได้กลับไปทำงานใกล้บ้าน 

ส่วนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นไปด้วยความเหมาะสม เพราะเห็นว่าจังหวัดกระบี่ เป็นเมืองท่องเที่ยวที่จะต้องมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน และมีความพยายามนำศิลปะ วัฒนธรรม มาใช้ และจากการพูดคุย ผู้ว่าฯเชียงราย ก็เต็มใจน้อมรับคำสั่งผู้บังคับบัญชา 

“ขอเรียนยืนยันว่า เป็นความคิดเห็นของผมโดยแท้ อย่าไปโทษ ครม.เลย และต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะรัฐมนตรี ที่ให้เกียรติเป็นไปตามที่ข้าราชการประจำเสนอ ส่วนงานดี ๆ ที่เชียงราย เช่น งานเบียนนาเล่ หรืองานอื่น ๆ รวมทั้งงานดี ๆ ที่จังหวัดกระบี่ ผู้ว่าราชการจังหวัด รวมทั้งคนมหาดไทย และทุกส่วนราชการ ต้องร่วมกันสนับสนุนส่งเสริมทำอย่างต่อเนื่อง ในลักษณะสืบสานงานเก่า ริเริ่มสร้างงานใหม่ ร่วมกับทุกภาคส่วนอยู่แล้ว ซึ่งตนในฐานะปลัดกระทรวงมหาดไทย จะขออนุญาตติดตามด้วยคนหนึ่ง” ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าว

คำสั่งโยกย้ายข้าราชการคำสั่งโยกย้ายข้าราชการ

นายสุทธิพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนเรื่องงบประมาณ การจัดงาน เบียนนาเล่ หรืองานอื่น ๆ มั่นใจว่า รัฐบาลให้การสนับสนุนแน่นอน แต่ลำดับการนำเสนอ มีขั้นตอน มีคนเกี่ยวข้องหลายส่วน การนำเสนอของบประมาณข้าราชการ ก็มีส่วนสำคัญ ต้องทำให้สภาพัฒน์ฯ สำนักงบประมาณ และกรรมาธิการงบประมาณสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา เห็นชอบด้วย ถึงจะได้รับการจัดสรรงบประมาณ และถ้าหากมีงบประมาณไม่พอ ก็สามารถนำเสนอขอรัฐบาลเพิ่มเติมได้ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกคน ทราบแนวทางดีอยู่แล้ว


อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์   

นายสุทธิพงษ์ กล่าวต่ออีกว่า ขอชื่นชมกับจังหวัดเชียงราย ที่มี อ.เฉลิมชัยช่วยสร้างสรรค์ ให้เชียงรายเป็นเมืองศิลปวัฒนธรรม สำหรับตนเองก็ชื่นชอบงานศิลปะ แม้จะไม่มีความรู้เรื่องศิลปะมากนัก ล่าสุด ก็ชวนกลุ่มศิลปินไปช่วยวาดรูปที่จังหวัดตราด เพื่อนำไปสู่การสร้างหอศิลป์เล็ก ๆ ให้เด็กและเยาวชนในท้องถิ่น มีแรงบันดาลใจ 

“จึงกราบเรียนยืนยันว่า ผมพร้อมจะโดดลงไปช่วยให้งานศิลป์ ได้รับใช้สังคม ได้ให้งานศิลป์สร้างสรรค์คนให้เป็นคนดี มีความคิดสร้างสรรค์ นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนต่อไป” ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวทิ้งท้าย

“บิ๊กเนม” คือใคร? “สร้างอนาคตไทย” ประกาศเตรียมเปิดตัว กลายเป็นพรรคแม่เหล็ก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536435

17 พ.ย. 2565

"บิ๊กเนม" คือใคร? "สร้างอนาคตไทย" ประกาศเตรียมเปิดตัว กลายเป็นพรรคแม่เหล็ก

“วัชระ” ประกาศเตรียมเปิดตัว “บิ๊กเนม” ร่วมงาน “สร้างอนาคตไทย” ลั่นจะกลายเป็นพรรคแม่เหล็ก ดูดคนมีคุณภาพ ปลื้มใจ ว่าที่ ส.ส. ภาคกลาง ล้วนสัญญาทำงานด้วยความซื่อสัตย์

วันที่ 17 พ.ย. 2565 ที่ทำการ พรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) มีการประชุมผู้แสดงเจตจำนงเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคกลาง โดยมีนายวัชระ กรรณิการ์ รองเลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทยและประธานภาคกลาง นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค และนายวิเชียร ชวลิต รองหัวหน้าพรรคและผู้อำนวยการพรรค เข้าร่วมประชุมด้วย 

นายวัชระ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ ติดตามสถานการณ์การเมืองและการทำงานในพื้นที่ผู้แสดงเจตจำนงเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคกลาง ตามนโยบายที่พรรคได้มอบหมายให้ เพื่อรวบรวมปัญหาและข้อเรียกร้อง มากลั่นกรองนโยบายรายพื้นที่ ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญในการจัดทำนโยบายของพรรค เตรียมพร้อมหาเสียงเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้ 

นายวัชระ กรรณิการ์ รองเลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทยนายวัชระ กรรณิการ์ รองเลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย

นายวัชระ ยืนยัน แม้เป็นพรรคใหม่ เป็นตัวไม่ถึงปี แต่กระแสพรรค โดยเฉพาะ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคและแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ที่แม้จะเพิ่งเปิดตัวและลงพื้นที่ปราศรัยใหญ่เพียงแค่ 3-4 ครั้ง ผลตอบรับล้นหลาม เพราะประชาชนส่วนใหญ่เชื่อมั่นในฝีมือ มือหนึ่งด้านการบริหารเศรษฐกิจของประเทศในยุคนี้ 

สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนของพรรค ในส่วนของภาคกลางตั้งแต่เดือนธันวาคมเป็นต้นไป จะเริ่มมีการ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคอย่างเป็นทางการ ตั้งเป้าจะเปิดให้ครบทุกเขตและทุกจังหวัดในภาคกลางภายในเดือนธันวาคมนี้ และตนรู้สึกเป็นสุขมากที่ได้เห็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ของภาคกลางหลายคน ยืนยันจะเดินและทำงานทางการเมืองด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ใช้งบตามกฎหมายที่กำหนด ไม่ซื้อเสียง ทั้งๆหลายคนมีความพร้อมทางการเงิน ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีของพรรคและการเมืองไทย ต้องการเป็นนักการเมืองที่ดี ไม่ใช่แค่มุ่งเน้นผลแพ้ชนะทางการเมืองแต่เพียงอย่างเดียว ถึงขนาดบางคนขอร้องให้พรรคนำตนเองไปสาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในแต่ละพื้นที่ของตัวเอง
 

หลังการประชุมเอเปคเชื่อว่า การเมืองจะมีการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงและรวดเร็วแน่นอน ทั้งการขับเคลื่อนของนายกรัฐมนตรี การขับเคลื่อนของแต่ละพรรคการเมือง หรือแม้แต่พรรคสร้างอนาคตไทยก็จะมีการขับเคลื่อนอย่างมีนัยยะสำคัญ 

“ผมกล้าประกาศด้วยความมั่นใจได้เลยว่าขนาดของพรรคจะมีความใหญ่ขึ้น จะมีความพร้อมทั้งในแง่ของผู้นำ แง่ของนโยบายที่สำคัญ และผู้แสดงเจตจำนงเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรค ซึ่งพรรคจะทยอยเปิดตัวละครลับๆ ที่เป็นบิ๊กเนม มั่นใจว่าหากเปิดไปแล้ว พรรคนี้จะกลายเป็นแม่เหล็กทางการเมืองที่จะดึงดูด ส.ส.และคนมีคุณภาพเข้ามาร่วมงานด้วยอีกหลายคน”  นายวัชระกล่าว

อย่างไรก็ตาม หลังเมื่อช่วงเช้า นายพงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ ประกาศลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ก็มีกระแสข่าวจับตา จะย้ายซบมาที่พรรคสร้างอนาคตไทย หรือไม่ รวมถึงพื้นที่นราธิวาส ที่มีข่าวลือ ปิดดีลแล้วกับ นายวัชระ ยาวอหะซัน ส.ส.นราธิวาส เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ เช่น แต่ “บิ๊กเนม” ที่นายวัชระพูดถึงจะเป็นใคร ต้องลุ้นกันอีกที

นายสนธิรัตน์ พร้อม นายวัชระ นั่งหัวโต๊ะประชุมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคกลางนายสนธิรัตน์ พร้อม นายวัชระ นั่งหัวโต๊ะประชุมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคกลางประชุมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคกลาง พรรคสร้างอนาคตไทยประชุมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคกลาง พรรคสร้างอนาคตไทย

ประชุมรัฐมนตรี “เอเปค” เปิดฉากอย่างเป็นทางการแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536436

17 พ.ย. 2565

ประชุมรัฐมนตรี "เอเปค" เปิดฉากอย่างเป็นทางการแล้ว

จุรินทร์ – ดอน นำประชุม”รัฐมนตรี” เอเปค หวัง สามแนวทาง ของไทย ขับเคลื่อน การดำเนินการร่วมกันอย่างยั่งยืน ในอนาคต

เวทีประชุมรัฐมนตรี เอเปค นำโดย จุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวต้อนรับรัฐมนตรีเอเปคและผู้เข้าร่วมการประชุมในการประชุมรัฐมนตรีเอเปค ประจําปี 2022 (APEC Ministerial Meeting 2022: AMM) ร่วมกับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายดอน ปรมัตถ์วินัย ที่ห้อง  Ballroom Hall 1-2 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร

บรรยากาศประชุมรัฐมนตรี เอเปคบรรยากาศประชุมรัฐมนตรี เอเปค

จุรินทร์ กล่าวว่าไทยกําหนดหัวข้อหลักของการประชุมเอเปคปี ค.ศ. 2022 คือ เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์  เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล (Open. Connect. Balance.) และไทยมีการขับเคลื่อนผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมมาโดยตลอดทั้งสามประเด็น

การขับเคลื่อนที่สําคัญในส่วนของหัวข้อหลัก Open. คือ การเปิดกว้างไปสู่ทุกโอกาสด้านการค้าการลงทุน การส่งเสริมการรวมตัวทางเศรษฐกิจ และการขับเคลื่อนการจัดทํา FTA เอเชีย-แปซิฟิก (FTA-AP) โดยที่ประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค เมื่อเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2022 ที่ผ่านมา ได้แสดงบทบาทในการสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคีและบทบาทขององค์กรการค้าโลก (WTO) และการประชุมรัฐมนตรี WTO ครั้งที่ 12 เมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2022 ที่สมาพันธรัฐสวิส ที่ประสบความสําเร็จตามที่คาดหวัง



การประชุมในครั้งนี้ โดยเฉพาะในหัวข้อการค้าการลงทุน จะเป็นการเปิดโอกาส ให้รัฐมนตรีเอเปคร่วมกันติดตามผลการดําเนินงานที่ผ่านมาของเอเปคตลอดทั้งปี และกําหนดทิศทางการขับเคลื่อนงานของเอเปคที่รองรับสถานการณ์การค้าโลกในปัจจุบัน โดยให้ความสําคัญกับทุกภาคส่วน ส่งเสริม การค้าการลงทุนที่เปิดกว้าง ยั่งยืน มีพลวัต และมีการเชื่อมโยงกัน

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผลลัพธ์ของการประชุมรัฐมนตรีเอเปคในปีนี้ จะนําไปสู่ข้อเสนอแนะสําหรับการพัฒนาการทํางานในเอเปคที่สอดรับกับหัวข้อหลักการเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทยในปีนี้ ซึ่งก็คือ  Open. Connect. Balance.  ร่วมกันขับเคลื่อนการดําเนินการของเอเปคให้มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องและส่งต่อให้กับที่ประชุมผู้นําฯ ในปีนี้ต่อไป

ฉุนจัด เลิกพูด “บอลไทยจะไปบอลโลก” หากปิดดีลซื้อลิขสิทธิ์ยังไม่สำเร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536424

17 พ.ย. 2565

ฉุนจัด เลิกพูด "บอลไทยจะไปบอลโลก" หากปิดดีลซื้อลิขสิทธิ์ยังไม่สำเร็จ

“ไทยสร้างไทย” ฉะ รัฐบาล สอบตก แค่ซื้อลิขสิทธิ์ยังวุ่นวาย เกี่ยงกันจ่าย ชี้ปล่อยเอกชนทำเอง ไม่ไปจุ้น ป่านนี้สำเร็จไปนานแล้ว

เรียกได้ว่าเป็นความคืบหน้าได้หรือไม่ เหลือเพียงอีก 3 วัน ก่อนการแข่งขัน “ฟุตบอลโลก 2022” ที่ประเทศกาตาร์ แต่จนถึงขณะนี้ยังไร้วี่แวว การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เข้าไปปิดดีล ซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ตรงกับข้ามกับหลายคนในรัฐบาลที่ออกมายืนยัน “คนไทยได้ดูฟุตบอลโลกแน่นอน”


ล่าสดวันนี้ 17 พ.ย. นาย เจตุบัญชา อำรุงจิตชัย รองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า ความวุ่นวายของ การบริหารลิขสิทธิ์ “ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2022” ที่จะถูดจัดขึ้นในวันที่ 20 พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้ กีฬา ฟุตบอล เป็นหนึ่งในกีฬาที่ได้รับความนิยมทั่วโลก และเชื่อว่าคนไทยทุกคนอยากเห็น ฟุตบอลไทยวันนึงจะได้ไปถึงเวทีระดับนานาชาติ อย่างฟุตบอลโลก 

แต่จนถึงวันนี้ แม้กระทั่งเด็กไทยที่ตั้งความหวังว่าจะได้ดูกีฬาระดับโลกที่ 4 ปีจะเวียนมาจัด 1 ครั้ง กลับต้องลุ้นจนถึงนาทีสุดท้าย แสดงให้เห็นถึงความด้อยฝีมือ ในการบริหารจัดการอย่างสิ้นเชิง ในขณะที่เอกชน ช่วยกันผลักดันให้ฟุตบอลไทยเริ่มพัฒนาเข้ามามีบทบาทในการแข่งขันลีกอาชีพในบ้านเราคนละไม้คนมือ 

แต่การบริหารงานของรัฐบาลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประสานงานเรื่องลิขสิทธิ์นั้น สอบตกแบบน่าอับอาย แทนที่จะเร่งหารือกับเอกชนล่วงหน้าเพื่อประสานงาน ให้ลงตัวตั้งแต่เนิ่นๆเหมือนประเทศอื่นๆทั่วโลก กลับรอถึงช่วงใกล้ๆถึงรู้ว่าราคามันไปขนาดไหนแล้วมานั่งเกี่ยงกัน ทีหลัง สุดท้ายคนที่รับผลกรรมไปเต็มๆถ้าครั้งนี้ไม่ได้ดู คือ ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ

การถ่ายทอดสดฟุตบอลในครั้งนี้ ที่ผ่านมาเชื่อว่ารัฐบาลมีงบมากมายที่ถูกเอาไปใช้แบบไม่จำเป็นมากกว่า 1,600 ล้าน แต่พอถึงเวลาที่จะมอบความสุขให้คนไทยทั้งประเทศกระตุ้นให้เด็กไทยหันมาสนใจกีฬา กลับมาเกี่ยงกันว่าใครจะเป็นคนจ่าย อย่างที่บอกถ้าบริหารดีๆปล่อยเอกชนทำเองได้โดยตรง ไม่ต้องแทรกแซงใดๆ เรื่องนี้อาจจะจบไปนานแล้ว ไม่ต้องเสียค่าโง่แพงขนาดนี้ 

“เพื่อไทย” ยกเคส “หุ้น MORE” เสียหายทั้งระบบตลาดหุ้น ลดความเชื่อมั่น กลต.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536420

17 พ.ย. 2565

"เพื่อไทย" ยกเคส "หุ้น MORE" เสียหายทั้งระบบตลาดหุ้น ลดความเชื่อมั่น กลต.

“ดร.เผ่าภูมิ” ติง “ตลาดหุ้นไทย” ไม่เคยแก้ไขปัญหาช่องโหวปั่นหุ้น ยกเคส “หุ้น MORE” ไม่เสียหายเฉพาะโบรกเกอร์ แต่ทั้งระบบ รวมถึงลดความเชื่อมั่น กลต.

จากกรณีตัวแทนบริษัทโบรกเกอร์รวม 11 บริษัท เข้าแจ้งความต่อ พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) ให้ดำเนินคดีกับ “ผู้ซื้อหุ้น MORE” 1 คน และผู้ขายหุ้นอีกกว่า 20 คน หลังพบราคาปรับตัวสูงหลายเท่าตัว มีความผิดปกติในการซื้อขายหุ้นจนทำให้พบความเสียหายกว่า 4,500 ล้านบาท 

ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และผู้อำนวยการศูนย์นโยบายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องนี้แบ่งได้ 3 ระดับ 

-ต้นน้ำ คือ ความจริงของตลาดหุ้นไทยที่เต็มไปด้วยช่องโหว่และโอกาสการปั่นหุ้น กฎเกณฑ์ที่ล้าหลังไม่ทันเกม หน่วยงานกำกับที่ไม่ทันการณ์
-กลางน้ำ คือ ความหละหลวมของโบรกเกอร์เรื่องหลักประกันและการปล่อยวงเงิน จนเกิดความเสียหาย 
-ปลายน้ำ คือ นักลงทุนรายย่อยกลายเป็นเหยื่อ
 

จริงอยู่ที่หัวใจของเรื่องนี้มักถูกชี้เป้าที่ความหละหลวมของโบรกเกอร์ในเรื่องหลักประกันและการปล่อยวงเงิน แต่เรื่องทั้งหมดจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากตลาดหุ้นไทยมีความสมบูรณ์เชิงโครงสร้าง ซึ่งความรับผิดชอบตรงนี้ก็ต้องชี้เป้าไปที่ หน่วยงานที่กำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์

ไม่อยากให้มองแค่กรณี “หุ้น MORE” แต่อยากให้มอง ความซ้ำซากของปัญหาเดิมๆ เพียงแต่ถูกเปลี่ยนรูปแบบการฉ้อฉลไปเรื่อยๆ นั่น เพราะตลาดหุ้นไทยเต็มไปด้วยช่องโหว่เชิงโครงสร้างที่ไม่เคยถูกปิด ไม่เคยถูกแก้ไข ทุกครั้งที่เจอการปั่นหุ้น หน่วยงานที่กำกับก็แก้ไขปัญหาแบบเดิมๆ คือ ระงับการซื้อขาย แล้วค่อยตามไปตรวจสอบ และชี้แจงว่าได้ดำเนินการทุกขั้นตอนไปตามหลักเกณฑ์แล้ว แต่หลักเกณฑ์ที่ล้าหลัง การทำตามเกณฑ์ที่ล้าหลัง และแจงว่าได้ทำตามเกณฑ์เหล่านี้แล้วและจะถอดบทเรียนเพื่อป้องกันในคราวหน้า นี่อาจไม่ใช่คำตอบที่เพียงพอที่ประชาชนต้องการ

ความเสียหายที่เกิดขึ้น อย่างกรณี “หุ้น MORE” นั้น มันไม่ใช่แค่ความเสียหายของโบรกเกอร์อย่างที่พูดๆกัน แต่อยากชวนมองภาพใหญ่กว่า นั่นคือ ความเสียหายเชิงระบบต่อตลาดหุ้นไทย เพราะสิ่งที่ถูกทำลายไปคือสิ่งที่เรียกว่า ความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือต่อตลาดหลักทรัพย์ไทย ซึ่งมีราคาสูงจนประเมินค่าไม่ได้ เสียแล้วเสียเลย กอบกู้ไม่ได้ 

ยังไม่นับ บทบาทในการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลซึ่งมีความซับซ้อนสูงกว่า มีความไร้ตัวกลาง ซึ่งความสามารถและความรู้ความเข้าใจของหน่วยงานกำกับดูแลนั้นจะถูกตั้งคำถามมากขึ้นไปอีก

ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย

ทวงบุญคุณคน”ย้ายพรรค” นึกถึงโอกาสที่ประชาธิปัตย์เคยให้บ้าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536418

17 พ.ย. 2565

ทวงบุญคุณคน"ย้ายพรรค"  นึกถึงโอกาสที่ประชาธิปัตย์เคยให้บ้าง

แกนนำพรรค “ประชาธิปัตย์ “ถามคนย้ายพรรค เล่นใหญ่ เพื่อเรียกคะแนนสงสารหรือไม่ เตือนยอมรับความจริงว่าพรรคเคยให้โอกาส แต่ทำไม่ได้เอง

พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.ในนามพรรค ตั้งคำถามถึงนายพงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช ในนามพรรค ที่จะเตรียมยื่นหนังสือลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์และเตรียมแถลงข่าวในวันนี้ว่า มีวัตถุประสงค์อย่างไรกันแน่



ในฐานะผู้อาวุโสอยากเตือนนายพงศ์สินธุ์ให้ตระหนักเรื่องมารยาททางการเมือง การลาออกเป็นเรื่องธรรมดา ทุกพรรคมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนสมาชิกเป็นปกติของคนทำงานการเมือง เพราะขณะที่พงศ์สินธุ์สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้รับการสนับสนุนจากพรรคอย่างเต็มที่  พรรคให้โอกาสในการเติบโตทางการเมืองกับทุกคน การยื่นจดหมายลาออกแล้วต่อว่าพรรค เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง

ภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ผอ.คณะกรรมการประสานงานองค์กรเครือข่ายภายนอกพรรค และคณะกรรมการกิจการสาขา ตัวแทนจังหวัดและสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง การที่มีผู้ผิดหวังจากกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เลือกผู้สมัครลงเลือกตั้ง ส.ส.จังหวัดนครศรีธรรมราชล่าสุด ไม่มีคนจากนามสกุลเสนพงศ์ ทำให้อดีตผู้สมัครที่สอบตกในการเลือกตั้งซ่อมซึ่งพรรคเคยส่งสมัครไปและไม่ได้ถูกคัดเลือก มีการแสดงออกโดยการต่อต้านและแจ้งนักข่าวว่าจะมายื่นคืนเสื้อที่พรรคประชาธิปัตย์ ว่า



พฤติกรรมเช่นนี้ในการจากบ้านเดิมไปสู่ที่แห่งใหม่ น่าจะมีการประสานมาเป็นระยะๆ อยู่แล้ว ดังนั้นหากมาใช้วิธีจากลาบ้านเดิมที่มีบุญคุณ เพื่อสร้างเสริมให้เครือข่ายของผู้ที่ต้องผิดหวังจากระบบการคัดเลือกบุคคลที่ดีที่สุดตามกฎเกณฑ์ ขั้นตอนการคัดสรรและขบวนการประชาธิปไตยของพรรค โดยหวังได้รับความเห็นใจจากประชาชนในเขต ในพื้นที่ที่ประชาชนเชื่อมั่นและศรัทธาพรรคประชาธิปัตย์มายาวนานนั้น

โดยเฉพาะขั้นตอนหรือมารยาทที่จะจากลา ก็น่าจะมีหลายวิธีการบนพื้นฐานมารยาท โดยไม่จำเป็นต้องทำร้ายบ้านเดิมและสมาชิกของบ้านเก่าที่ยังคงอยู่และยังยึดมั่นในอุดมการณ์ของบ้านหลังนี้ ซึ่งเป็นสถาบันทางการเมืองหลักของชาติมา 77 ปี

ขณะที่พี่ชายทั้งสองคน ซึ่งเป็นอดีต ส.ส. กับอดีตนายก อบจ.
ยังรับโทษด้วยข้อหาทุจริตการเลือกตั้ง ไม่สามารถจะมาดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ พรรคจึงจำเป็นต้องหาบุคคลที่ดีที่สุดเพื่อลงสมัคร โดยพรรคก็ได้ให้โอกาสในการลงเลือกตั้งซ่อมไปแล้วด้วย และพี่น้องประชาชนก็ได้ตัดสินไปแล้วเช่นกันดังผลการเลือกตั้งซ่อมออกมาเป็นที่ประจักษ์



ในฐานะที่เป็นสมาชิกพรรคคนหนึ่งมา 25 ปี และดูแลรับผิดชอบในส่วนกิจการสาขา สมาชิก และตัวแทนจังหวัดของพรรค ขอวิงวอนให้จากกันบนพื้นฐานมารยาทแห่งวิญญูชน และตนยังเชื่อมั่นว่าหลายท่านส่วนใหญ่ในตระกูลเสนพงศ์ ยังคงรักพรรคและต้องการรักษามารยาทที่ดีงามนี้ไว้ต่อไป