แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ยัน ไม่มีข่าว “ยุบสภา” ไม่มีใครพูดเรื่องย้ายพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/534964

01 พ.ย. 2565

แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ยัน ไม่มีข่าว "ยุบสภา"  ไม่มีใครพูดเรื่องย้ายพรรค

แกนนำพรรคพลังประชารัฐมั่นใจสมัยหน้าได้เพิ่มขึ้นแน่ แคนดิเดต “นายกรัฐมนตรี” ยังเป็นคนเดิม ยุบสภา-ย้ายพรรค ยังไม่มีสมาชิกพูดถึง

สมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการออกมาเปิดเผยไทมไลน์ รัฐบาลจะยุบสภา 
ก่อนครบกำหนดวาระว่า นายกรัฐมนตรี ยังไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้  ทั้งที่อำนาจยุบสภาเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี เรื่องดังกล่าว เป็นเพียงการคาดเดาทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย   แต่โดยส่วนตัวเห็นว่าสภาจะสามารถทำงานได้อีก 4 เดือน หากต้องการประโยชน์กับกฎหมายที่ค้างอยู่ในสภาควรที่จะเร่งพิจารณาให่เสร็จสิ้น เพื่อผลักดันให้กฎหมายเหล่านี้ไปอยู่ในขั้นตอนของวุฒิสภา จะทำให้กฎหมายไม่เสียหายหรือกฎหมายไม่ตาย แต่หากกฎหมายยังค้างอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรจะทำให้เสียหายได้ และต้องไปเริ่มต้นใหม่ทำให้เสียเวลาเป็นอย่างมาก

ส่วนกระแสข่าวว่าส.ส.จะทยอยลาออกก่อนวันที่ 24 มีนาคมนั้น สมศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนตัวตอนนี้ไม่ทราบว่าจะเกิดการเลือกตั้งขึ้นในวันเวลาใด เพราะยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเป็นในวันที่ 7 พฤษภาคม หรือไม่ แต่รัฐบาลจะครบกำหนดวาระในวันที่ 23 มีนาคม หากอยุ่ครบวาระ ก็ไม่สามารถเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคมได้เลย จะเกิดการเลือกตั้งเลยคงเป็นไปไม่ได้

เช่นเดียวกับอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่ไม่รู้สึกกังวลกับกระแสข่าวยุบสภาในช่วงวันที่ 24 ธันวาคมนี้ เพราะถือเป็นเรื่องธรรมดาทางการเมือง ที่ผ่านมามีทั้งปี่ มีขลุ่ย​ และกลอง​ มาตลอดถือเป็นเรื่องปกติ

ขณะที่แคนดิเดตนายก​รัฐมนตรี​ ของพรรคพลังประชารัฐ​ ยังคงเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา​ และยังคงเชื่อว่าพรรคพลังประชารัฐ​ จะไม่เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง จากกรณีเงินบริจาค ส่วนคำถามที่ว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ยอมเป็นแคนดิเดตของพรรคฯ และไปเป็นแคนดิเดตให้พรรคอื่น จะมีผลกระทบต่อพลังประชารัฐอย่างไร นายอนุชา ระบุว่า ค่อยว่ากัน แต่ขณะนี้ยังไม่เห็นอะไรเป็นสิ่งบ่งชี้ พร้อมมั่นใจว่าพลังประชารัฐจะได้ ส.ส.มากกว่าเดิม เพราะผลงานของรัฐบาลจะทำให้ตัวเลข ส.ส.มากกว่าเดิม รวมทั้งได้รับความนิยมมากขึ้น

2 พ.ย. ลุ้นที่ประชุมสภา ผ่านร่างกฎหมาย สำคัญ 2 ฉบับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/534910

31 ต.ค. 2565

2 พ.ย. ลุ้นที่ประชุมสภา ผ่านร่างกฎหมาย สำคัญ 2 ฉบับ

ร่างกฎหมาย สุรา ก้าวหน้า และร่างกฎหมาย กัญชา กัญชง กำลังจะเข้าสู่การพิจารณา วาระ 2-3 ในการประชุมสภา ฯ 2พฤศจิกายนนี้

ส่องกฎหมายสำคัญ ที่เตรียมเข้าสูการพิจารณาวาระ 2-3 ในสมัยประชุมสุดท้าย ของรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2565 เวลา 09.30 น.  ในบรรดาร่างกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมาธิการ จำนวน 5 ร่าง มีร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต ซึ่งมีการแก้ไข ในมาตรา 153 เรื่องการผลิตสุรา เพื่อการค้า หรือมีเครื่องผลิตสุราไว้ในครอบครอง ต้องขออนุญาตจากอธิบดี ซึ่งต้องออกใบอนุญาต  ตามกฏกระทรวงที่ต้องไม่กำหนดคุณสมบัติ เกี่ยวกับขนาดกำลังแรงม้า ของเครื่องจักร ขนาดกำลังการผลิต ทุนจดทะเบียน จำนวนพนักงาน หรือ หลักเกณฑ์อื่นใดที่ก่อให้เกิดการกีดกันทางการค้า หรือ การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม

และหากผู้ใดประสงค์จะผลิตสุราที่มิใช่เพื่อการค้า ก็สามารถทำได้ แต่ต้องได้รับอนุญาต จากอธิบดี ผลิตได้ภายใต้ประมาณที่กฎหมายกำหนด   และการออกกฎกระทรวงต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายใน 180 วันนับจากวันที่ พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ

ร่างพ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ฉบับที่ พ.ศ.ร่างพ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ฉบับที่ พ.ศ.


จุดประสงค์การแก้กฎหมายนี้เพื่อให้ความคุ้มครองบุคคลให้มีเสรีภาพในการประกอบอาชีพผลิตสุรา และจัดระเบียบการประกอบอาชีพผลิตสุราให้เหมาะสม 
จึงกำหนดกรอบเนื้อหาของหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในกฎกระทรวงที่ต้องไม่กำหนดข้อจำกัด อันเป็นการจำกัดสิทธิ และเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุ

ร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิตหรือที่เรียกว่า ร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า นี้
ริเริ่มโดยเท่าพิภพ ลิ้มจิตกร ส.ส. พรรคก้าวไกล มีเนื้อหาทั้งหมด 7 มาตรา  

ร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง ร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง

นอกจากนี้ ยังมีร่างพระราชบัญญัติกัญชงกัญชา ฉบับที่ พ.ศ. ของพรรคภูมิใจไทย ที่ยังต้องลุ้นกันว่า จะผ่านการพิจารณาจากสภาหรือไม่ หลังถูกต่อต้านจากทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งออกมาแสดงความกังวลว่า การผ่านกฎหมายฉบับนี้ จะทำให้ กัญชาถูกนำมาใช้อย่างเสรี จนมีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนในวงกว้าง หรือจะถูกนำมาใช้ทางการแพทย์ เป็นหลักกันแน่

“ก้าวไกล” ขอแรงโหวต “พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า” เพิ่มโอกาสคนตัวเล็กผลิตสุราได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/534891

31 ต.ค. 2565

"ก้าวไกล" ขอแรงโหวต "พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า" เพิ่มโอกาสคนตัวเล็กผลิตสุราได้

“ก้าวไกล” ขอแรง “ปชป.-ภท.” โหวต “พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า” ช่วยผู้ประกอบการรายย่อยผลิตสุราแข่งกับนายทุนราใหญ่ได้ หากโดนคว่ำ อนาคตนยกเป็นนโยบายพรรคทันที

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 2 พ.ย.ที่จะนี้ จะมีการพิจารณาร่าง “พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า” ในวาระที่ 2 และ 3 ที่พรรคก้าวไกล เป็นผู้เสนอ โดยก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เรียกพรรคร่วมรัฐบาล ปิดห้องหารือลับกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล  เพื่อเตรียมคว่ำร่างดังกล่าว 

เมื่อวันที่ 31 ต.ค. ที่พรรคก้าวไกล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า มีข้อดีมากกว่าข้อเสีย ถือว่าเป็นนโยบายทางเศรษฐกิจ ที่จะทำให้เกิดการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการรายใหญ่ และรายย่อยอย่างมีความยุติธรรม ปัจจุบันมีสุราหลายยี่ห้อ ที่สามารถส่งออกไปยังหลายประเทศทั่วโลก และยังมีศักยภาพชนะการแข่งขันระดับโลก แต่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล

นายพิธา ยังเสนอว่า ช่วงการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชียแปซิฟิก หรือ เอเปค ขอให้รัฐบาลนำสุรา สาโท จิน หรือ วอสก้า พื้นบ้านเหล่านี้มาเสิร์ฟในเวทีเอเปคได้อย่างไม่น้อยหน้า และมองว่า สิ่งที่พลเอกประยุทธ์กังวลเรื่อง “เหล้าเถื่อน” นั้น จริงๆแล้ว สิ่งที่เถื่อนไม่ใช่เหล้า แต่เป็นกฎหมายที่กดทับผู้ประกอบการเอาไว้ 

ทั้งนี้หากร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้าผ่าน จะส่งผลให้ปริมาณการดื่มเพิ่มขึ้นหรือไม่ มองว่า ควรให้ความกังวลเท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นเหล้าของนายทุน เหล้านำเข้า หรือเหล้าพื้นบ้าน และใช้งบประมาณจากภาษีจาก พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า มารณรงค์เรื่องลดอุบัติเหตุจากท้องถนนและลดสูญเสียจากการเมาแล้วขับ และในต่างประเทศมีการปลดล็อคเรื่องเหล่านี้ ไม่เคยมีประเทศไหนที่สูญเสียส่วรแบ่งทางการตลาดเกิน 1- 2%  แต่กลับมองว่า เป็นโอกาสในธุรกิจ ทำ CSR หรือการร่วมทุนขยายกิจการได้อย่างเท่าเทียม

นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือจาก พรรคประชาธิปัตย์ และ พรรคภูมิใจไทย ว่า เรื่องนี้เป็นชัยชนะของประชาชน ไม่ใช่ชัยชนะของพรรคใดพรรคหนึ่ง โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ ที่ดูแลการกระทรวงพาณิชย์ จะเป็นโอกาสกระตุ้นการส่งออกได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรสร้างผลผลิตผลไม้ที่มีคุณภาพมาเป็นส่วนผสมด้วย

พรรคภูมิใจไทย มีรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเชื่อว่า เรื่องนี้จากกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรอง ที่มีผู้ประกอบการระดับโลกอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ของประเทศ

ส่วนพรรคฝ่ายค้าน เคยมี การจัด “มหกรรมสุราไทย” ในรัฐบาลพรรคไทยรักไทยปี 2545 จึงเป็นส่วนหนึ่งส่งเสริมสุราไทยมาถึงปัจจุบีน จึงอยากขอแรงสนับสนุนด้วย 

นายพิธา กล่าวถึงทิศทาง หาก พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ไม่ผ่านสภานั้น ส่วนตัวไม่ได้คิดว่าจะไม่ผ่าน ต้องทำให้สำเร็จให้ได้ และยังเชื่อว่า หากคำนวณจากผลโหวตในวาระแรกว่า กฎหมายนี้จะผ่าน  แต่หากไม่ผ่านจริง ก็จะนำเรื่องไปเป็นนโยบายหลักในการหาเสียงครั้งต่อไป 

 นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกลนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล

ด้าน นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ผู้ริเริ่ม พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ระบุถึงสาระสำคัญในเนื้อหาว่า จะทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถผลิตสุราได้ มีโอกาสเท่ากับผู้ประกอบการรายใหญ่ และจะเกิดการจ้างงานมหาศาล เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของตัวเองคนเดียว แต่เป็นเรื่องของคนทั้งประเทศ 

ส่วนกระแสข่าว พลเอกประยุทธ์ จะให้มีการโหวตคว่ำร่าง นั้น มองว่า ไม่มีเหตุผลอะไรที่พ.ร.บ.ฉบับนี้จะไม่ผ่าน นอกจากจะมีการรับเงินนายทุนมา ในกรรมาธิการมีการปรับแก้กันหลายประเด็น และโหวตเป็นเอกฉันท์แล้ว จึงขอให้พิจารณาว่า จะทำเพื่อประชาชน หรือ ผู้มีอำนาจ และนายทุน ที่มีอยู่ไม่ถึง 1% ของประเทศ แต่เท่าที่ตรวจสอบ ทราบว่ายังไม่มีการพูดถึงประเด็นดังกล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี 

นายเท่าพิภพ ยังตอบคำถามถึงกระแสการยกมือแลกโหวตกับพรรคภูมิใจไทยใน “กัญชาเสรี” ว่า ไม่ใช่การแลกเปลี่ยนอะไร  จุดยืนของพรรคก้าวไกล จะโหวตอะไร มีหลักการและเหตุผลทุกอย่าง ส่วนตัวได้แปรญัติไปหลายเรื่อง หากเป็นไปตามที่แปรญัตติ และได้รับการแก้ไข ก็พร้อมโหวตสนับสนุน

“สร้างอนาคตไทย” ค้าน แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ด้วยนโยบาย ขายแผ่นดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/534881

31 ต.ค. 2565

"สร้างอนาคตไทย" ค้าน แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ด้วยนโยบาย ขายแผ่นดิน

นิพิฏฐ์ เตือนสติรัฐบาล นโยบาย”ขายที่ดิน” ไม่ใช่การแก้ปัญหา เศรษฐกิจที่ถูกต้อง ยกบทเรียน ปี 2545 ชี้ให้เห็นว่า ไม่ประสบความสำเร็จ


นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์เฟสบุ๊ค คัดค้านการขายที่ดินให้ต่างชาติ
แลกกับเงินลงทุนเล็กน้อย  นอกจากไม่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งพิสูจน์มาแล้ว เมื่อปี 2545  
ยิ่งมาลดเงื่อนไข ให้ถือครองง่ายขึ้น ประเทศไทย อาจกลายเป็นแหล่งฟอกเงิน
พรรคสร้างอนาคตไทยไม่เห็นด้วย กับวิธีแก้ปัญหาเศรษฐกิจแบบนี้ เพราะการแก้ปัญหาเศรษฐกิจมีหลายวิธี
ไม่จำเป็นต้องขายแผ่นดินให้ต่างชาติ

นิพิฏฐ์ บอกว่า ใช้เวลาครึ่งวัน ปรึกษาผู้รู้ เรื่องการขายที่ดินให้ต่างชาติ จริงอยู่แม้เคยมีมาตรการนี้เมื่อ 2545 แต่หลังจากนั้น มีต่างชาติมาซื้อที่ดินเพียง 8 ราย แสดงว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายนี้ ไม่ได้ผล ตอนปี 2545 ซึ่งตอนนั้น เขาก็ค้าน มาใน ปี 2565 รัฐบาลกลับไปลดเงื่อนไข ให้ต่างชาติซื้อที่ดินได้ง่ายขึ้น เช่น ลงทุนเพียง 3 ปี โดยรัฐบาลหวังกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่โดยส่วนตัวเห็นว่า

มาตรการนี้ มาผิดเวลา มาในขณะคนไทยลำบาก เศรษฐกิจไม่ดี หวังขายที่ดินเพื่อนำเงินจากต่างชาติเข้ามา ผมว่า กระทบหัวใจคนไทย ที่เห็นที่ดินถูกขายให้ต่างชาติ ในขณะที่เรายากจน

การซื้อที่ดิน 1 ไร่ ส่วนใหญ่ คือการฟอกเงิน คือพวกมาเฟียที่เดินทางออกนอกประเทศของตัวเอง คนเหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่ประเทศตัวเองไม่ได้ทั้งสิ้น จึงมาซื้อที่ดินในประเทศไทย แปลงสัญชาติเป็นคนไทย และบริจาคเงินให้นักการเมืองเพื่อคุ้มครองตัวเอง

การลงทุนซื้อพันธบัตร หรือ ลงในตลาดทุน, ตลาดหุ้น มันไม่มีประโยชน์ เพราะตลาดหุ้นไทยไม่มีปัญหาจนต้องให้ต่างชาติมาลงทุน แลกกับแผ่นดินไทยหวังว่า พรรคร่วมรัฐบาล(บางพรรค)ที่เคยค้านนโยบายนี้ เมื่อหายอดอยากปากแห้งแล้ว จะได้สติ คัดค้านนโยบายนี้ กินอย่างอื่นได้ อย่าลดตัวไปกินที่ดินชาติเลย

นายกฯ ประชุมเตรียมความพร้อมเป็น “เจ้าภาพ” ประชุมเอเปค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/534874

31 ต.ค. 2565

นายกฯ ประชุมเตรียมความพร้อมเป็น "เจ้าภาพ" ประชุมเอเปค

ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพ จัดประชุม “เอเปค” แล้ว นายกรัฐมนตรี ปลื้ม หลายชาติ ตอบรับเข้าร่วมประชุม กำชับต้อนรับ-รักษาความปลอดภัย เข้มข้น

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติ
เพื่อเตรียมการจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจAPEC และการประชุมที่เกี่ยวข้องในช่วงที่ประเทศไทย
เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม 2022 ที่ตึกสันติไม่ตรี ทำเนียบรัฐบาล และได้หารือ กับพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ
รองนายกรัฐมนตรีและพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว. มหาดไทย เป็นเวลาประมาณ 30 นาที
ก่อนการประชุม

นายกรัฐมนตรี ระบุว่าที่เรียกประชุมวันนี้ เพื่อทำความเข้าใจ และทบทวนรายละเอียดการจัดงาน เพื่อให้ติดตามสถานการณ์ให้ทัน แม้จะได้ประชุมทำความเข้าใจกันมาระดับหนึ่งแล้ว แต่ เนื่องจากมีหลายประเทศ และหลายกลุ่มเดินทางมาเข้าร่วมการประชุม  รวมถึงแขกที่มาเยือนอย่างเป็นทางการด้วย

โดยการหารือกับรองนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เรื่องความคืบหน้าเกี่ยวกับการประสานงานและการหารือประเด็นต่างๆ ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่หลายผู้นำตอบรับจะเดินทางมาเข้าร่วมการประชุม ดังนั้นจะต้องหารือเรื่องพิธีการต้อนรับ การรักษาความปลอดภัย และลำดับขั้นตอนการประชุม รวมถึงการเข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

มีรายงานว่า เจ้าชายMBS มุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัลซะอูด มกุฎราชกุมาร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมซาอุฯ จะเสด็จฯ เยือนประเทศไทย เป็นครั้งแรก หลังรื้อฟื้นความสัมพันธ์ไทย-ซาอุฯ หารือเตรียมการลงนามบันทึก

เปิดใจ “เศรษฐา ทวีสิน” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคเพื่อไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/534869

31 ต.ค. 2565

เปิดใจ "เศรษฐา ทวีสิน" แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคเพื่อไทย

17.30 น. วันนี้ (31ต.ค.65) กรุงเทพธุรกิจ และNation Insight เปิดใจ เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดต นายกรัฐมนตรี ทางเนชั่น ชาแนล

หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ และ รายการ Nation Insight สัมภาษณ์พิเศษเศรษฐา ทวีสิน  ซีอีโอแห่งแสนสิริ แคนดิเดต
นายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งใหญ่ครั้งต่อไป “โดย วีระศักดิ์ พงศ์อักษร และ บากบั่น บุญเลิศ  2 บรรณาธิการใหญ่เครือเนชั่น ออกอากาศวันนี้ (31 ต.ค.) เวลา 17.30 น.

“เศรษฐา ทวีสิน” ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผย  เรื่องแคนิเดต
นายกรัฐมนตรี ว่า ปัจจุบันนี้ยังอยู่ที่เดิมเหมือนเดิม ทำงานเหมือนเดิม ส่วนที่ถูกมองเป็น CEO สายคอลเอาต์ เป็นนักธุรกิจที่กล้าวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ขออนุญาตชี้แจงตรงนี้  จริงๆ แล้ว ไม่ได้วิพากษ์วิจาร์ณเหมือนคนทั่วไป

“ผมไม่พยายามใช้คำพูดที่ก้าวร้าว ผมพยายามหลีกเลี่ยงตรงนั้น แล้วผมพยายามเมกชัวร์ว่าคอมเมนต์ของผมเนี่ย constructive สร้างสรรค์นะครับ แล้วก็สำคัญมากกว่านั้นจริงๆ แล้ว 2 เรื่อง เรื่องแรกเนี่ยเราอายุ 60 แล้วนะครับ แล้วเราผ่านมาเยอะ แล้วก็เป็นเรื่องของประสบการณ์ เราสะสมมานานนะครับ แล้วผมคิดว่าในประสบการณ์ที่เราสะสมมาเนี่ย สิ่งที่เราได้พูดหรือว่าเราได้แสดงความคิดเห็นน่าจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน แล้วก็หวังว่าทางคณะรัฐบาลจะนำไปใช้บ้างไม่มากก็น้อยนะครับ”

ในฐานะกรรมการผู้จัดการใหญ่ของแสนสิริ เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ล้อไปอย่างชัดเจนกับเรื่องของ GDP ถ้าเกิด GDP โตเราก็โต เราไม่มีทางสวนกับ GDP ได้ เพราะฉะนั้นความหวังดีของผมเนี่ยมันก็มีเรื่องของอยากให้เศรษฐกิจมันเจริญเติบโต เพราะเราเองเราก็ดีไปด้วย พนักงานที่ผมรับผิดชอบอยู่ 4,000 กว่าคน องคาภยพทั้งหลาย จะเป็น supplier จะเป็นลูกค้า จะเป็นผู้รับเหมา เหล่านี้ก็ได้อานิสงส์ไปด้วยเหมือนกัน ในฐานะนักธุรกิจถูกมองว่าเป็นสายคอลเอาต์ มีความคิดในเรื่องนี้อย่างไร  ต้องบอกตามตรงว่าครอบครัวรับราชการก็ไม่ได้รับ จริงๆ แล้วมาจากพ่อค้าคนจีน  ถึงแม้คุณพ่อผมจะเป็นทหารมาก่อน แต่ท่านก็เสียชีวิตไปตั้งแต่ผม 3 ขวบ

 มุมมองกับการเมือง

เศรษฐา บอกกว่า เพราะฉะนั้นเรื่องของ การเมืองจริงๆ แล้วไม่ได้อยู่ในหัว แต่ว่าหน้าที่ในฐานะพลเมืองคนไทยคนนึง หน้าที่ที่อยากเห็นบ้านเมืองเจริญก้าวหน้าไปได้ด้วยดี ผมถือว่าเป็นหน้าที่ของคนไทยคนนึง หุ้นส่วนประเทศคนนึง อันนี้ผมถือว่าเป็นหน้าที่  แล้วก็ถ้าเกิดในแง่ของการเมือง ในเรื่องของประชาธิปไตยเป็นเรื่องสำคัญ โดยส่วนตัวผมผมมีความเชื่อทางด้านเรื่องการปกครองระบอบประชาธิปไตย

เปิดใจนักการเมืองสนใจเข้าร่วมพรรค

“ผมว่าเรื่องสำคัญที่สุดคือผมเป็นคนมีเพื่อนเยอะ (นี่ขนาดไม่ได้เรียนตามสักหลักสูตรยังมีเพื่อนเยอะขนาดนี้) ไม่ได้เรียนเลย อายุ 60 กว่าแล้ว  ผมก็เล่นฟุตบอลมมาอะไรมาก็มีเพื่อนเยอะ แล้วก็อาจจะเป็นเรื่องของความใหม่มั้ง very refreshing มากกว่าในแง่ของความคิด ในแง่ของวิธีการนำเสนอ ในแง่ของวิธีการพูด แล้วก็ที่บอกว่าอายุมันอาจจะได้พอเหมาะพอเจาะมั้ง แล้วเราเองเราก็ ผมเห็นว่าเรื่องของหน้าที่เป็นเรื่องสำคัญ หน้าที่ต่อในฐานะที่เราเป็นคนไทยคนนึง ในฐานะที่เราเป็นคนที่อยู่ในวงการธุรกิจมานานเนี่ย หน้าที่ในการที่จะช่วยเหลือประเทศชาติมันก็มีหลายๆ บริบทที่เราก็สามารถทำได้ เป็นนักธุรกิจปัจจุบัน เป็นนักสังคมสงเคราะห์ หรือจะเป็นนักการเมืองก็ได้ (เราไม่ได้ปิดกั้นตรงนั้น) เราไม่ได้ปิดกั้นนะครับ แต่ว่ามันต้องอยู่ในสภาวะที่เหมาะสม แล้วก็ที่มาที่ไปต้องถูกต้องนะครับ อันนี้สำคัญมาก”

ผู้นำประเทศในมุมมองบิ๊กแสนสิริ

เศรษฐา บอกอีกว่า การปกครองระบอบประชาธิปไตย ผู้นำประเทศสูงสุดจะมาได้ต้องมาจากประชาชน เพราะฉะนั้นการเอาประชาชนเป็นที่ตั้งสำคัญ  ประชาชนเลือกใคร เลือก ส.ส. ไปเป็นตัวแทนของแต่ละจังหวัด เพราะฉะนั้น  ผู้นำสูงสุด หัวหน้าคณะรัฐบาล ผมว่าต้องฟังเสียงจาก ส.ส. นะครับ (เพราะ ส.ส. คือที่มาจากประชาชน) ไม่มีทางที่จะไปจังหวัดนครราชสีมาแล้วก็ฟัง 15 ล้านเสียงได้ หรือว่าจากกรุงเทพฯ ฟัง มันก็มีตัวแทน ซึ่งเราก็ต้องฟัง ผ่านระบบตัวแทนมานะครับ ในฐานะผู้นำรัฐบาลเองก็มีขีดจำกัดในการที่จะทำได้หลายๆ เรื่อง หลายๆ อย่าง แต่อะไรที่ทำได้ อะไรที่ฟังได้ เข้าถึงได้ ผมว่าเป็นเรื่องสำคัญ เรื่องของ inclusive เรื่องของการที่ต้องฟังจากประชาชน ไม่ใช่จาก ส.ส. อย่างเดียว จากนักธุรกิจ จาก NGO จากผู้สื่อข่าวนะครับ จากทุกๆ สถาบัน

นั่งนายกฯ ลุย4วาระเร่งด่วน

หากเกิดแลนด์สไลด์และได้เข้าไปบริหารประเทศ 4 อย่างที่อยากทำเพื่อให้เกิดเปลี่ยนแปลงในฐานะเบอร์หนึ่งของประเทศมีอะไรบ้างนั้น เศรษฐา กล่าวว่า 4 เรื่องใหญ่ กล่าวคือ 1.เรื่องปากท้อง เป็นวาระเร่งด่วนที่ต้องทำอย่างเต็มที่ 2.เรื่องรัฐธรรมนูญ ต้องมีการแก้ไข 3. เรื่องภูมิศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศ (Geopolitics) ไทยต้องมีจุดยืนที่เด่นชัดภายใต้ความอ่อนน้อมถ่อมตนแต่ต้องมีตัวตนที่มีศักดิ์ศรีบนเวทีการค้าโลก 

“เราไม่สามารถไปอิงกับสหรัฐ รัสเซียได้ เพราะทุกฝ่ายต้องการบางอย่างจากเราแตกต่างกันไป เราสามารถให้ซูเปอร์เพาเวอร์แตกต่างกันไป”

และ 4.เรื่องสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค กฏหมายที่นำมาซึ่งความเสมอภาคไม่ว่าจะเพศสภาพ ถือเป็นซอฟท์พาว์เวอร์ของคนไทย.

ไม่เห็นด้วยเรื่อง ส.ว. เลือกโดยคน 10 คน

ในส่วนเรื่องของ รัฐธรรมนูญ ถึงแม้จะบังคับอยู่ปัจจุบัน ยังไงก็เป็นกฎกติกาที่เราตกลงจะอยู่ร่วมกัน ถึงแม้จะเห็นด้วยไม่เห็นด้วย ทุกคนก็ต้องเคารพ “ในส่วนตัวผมผมก็เคารพ แต่ถ้าถามว่าเห็นด้วยไหม เห็นด้วยบ้าง ไม่เห็นด้วยบ้าง บางเรื่องอย่างเช่นเรื่อง ส.ว. ไม่เห็นด้วย เพราะเลือกโดยคน 10 คน แล้วก็มีเสียงตั้ง 250 เสียง เพราะฉะนั้นตรงนี้เนี่ยไม่ได้บอก ต้องยืนยันว่าไม่ได้บอกว่า ส.ว. ไม่มีความสามารถ เป็นคนไม่ดี แต่ที่มาที่ไปไม่ถูกต้องนะครับ อันนี้ก็เป็นข้อนึงของรัฐธรรมนูญที่ผมคิดว่ายังมีทางแก้ไขได้นะ”

สมชัย ดัน กกต. ยุบพรรคพลังประชารัฐ ปม “เงินบริจาค” 3 ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/534858

31 ต.ค. 2565

สมชัย ดัน กกต. ยุบพรรคพลังประชารัฐ ปม "เงินบริจาค" 3 ล้าน

อดีตกรรมการการเลือกตั้งยังคงเห็นว่า เงินที่นักธุกิจจีนบริจาคให้พรรคพลังประชารัฐ 3 ล้านบาท จะนำไปสู่การ”ยุบพรรค”ได้

สมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสร์และนโยบายพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะอดีตกรรมการการเลือกตั้งโพสต์ เฟสบุ๊ค จี้ กกต.เร่งตรวจสอบ กรณีเงินบริจาคจำนวน 3 ล้านบาท ที่นักธุรกิจจีนสัญชาติไทยบริจาคให้พรรคพลังประชารัฐ เมื่อปี 2564 โดยอ้างกฏหมายพรรคการเมืองที่มีเนื้อหาว่าพรรคการเมืองไม่สามารถรับเงินบริจาคจากธุรกิจสีเทา หรือสงสัยว่าจะมาจากธุรกิจสีเทาได้ มีโทษถึงขั้นยุบพรรค
สมชัย  ยังแสดงรายละเอียดเกี่ยวผลการประกอบธุรกิจที่นักธุรกิจจีนสัญชาติไทยดำเนินการ จากข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เมื่อ 28 ตุลาคม 2565  ที่เผยแพร่โดย กรุงเทพธุรกิจ ระบุว่า

-บุคคลดังกล่าวมีบริษัทในไทย 10 บริษัท ใน กทม. ชลบุรี ภูเก็ต สมุทรปราการ

-ธุรกิจที่ดำเนินการ คือ รังนก เภสัชภัณฑ์ ผ้าไหม อินเตอร์เน็ต สื่ออีเล็คทรอนิกส์ ซื้อขาย ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ที่นอนยางพารา จิวเวลรี

– งบการเงินของบริษัทหลัก ปี 2562 กำไร 23.4 ล้านบาท ปี 2563 ขาดทุน 52.3 ล้านบาท ปี 2564 ขาดทุน 64.2 ล้านบาท

– หากพิจารณางบการเงินปี 2564 อันเป็นปีที่เขาบริจาคเงิน 3 ล้านบาท ให้แก่พรรคพลังประชารัฐ เป็นปีที่ขาดทุน 64.2 ล้านบาท โดยปีก่อนหน้าขาดทุน 52.3 ล้านบาท

 กกต.คงต้องตรวจสอบเส้นทางทางการเงินของผู้มีศรัทธาต่ออุดมการณ์ของพรรค ที่ยอมควักเงิน 3 ล้านบริจาคให้พรรค ในวันที่เขาขาดทุนต่อเนื่องมากกว่า 116 ล้านบาท ว่ามาจากธุรกิจสีเทาหรือไม่

“ประวิตร” สั่งคุมเข้มงาน “ฮาโลวีน” ป้องกันเกิดเหตุซ้ำรอย “เกาหลีใต้”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/534809

30 ต.ค. 2565

"ประวิตร" สั่งคุมเข้มงาน "ฮาโลวีน" ป้องกันเกิดเหตุซ้ำรอย "เกาหลีใต้"

“ประวิตร” สั่งทุกฝ่ายคุมเข้มพื้นที่จัดงาน “ฮาโลวีน” ประเมินสถานการณ์ เช็คระบบไฟ ทางหนีไฟ ป้องกันเกิดเหตุซ้ำรอนเหมือน “เกาหลีใต้”

จากเหตุการณ์บนถนนย่าน“อิแทวอน” กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ที่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต จากการล้ม หมดสติ เหยียบทับ และขาดอากาศหายใจ ในงานเทศกาลฮาโลวีน 

เมื่อวันที่ 30 ต.ค. พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ขอเป็นตัวแทนประชาชนคนไทยทุกคนแสดงความเสียใจกับชาวเกาหลีใต้ทุกคน รวมถึงครอบครัวคนไทยที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ และขอส่งความห่วงใยไปยังทุกคนที่ได้รับผลกระทบ นับเป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง ประเทศไทยขออยู่เคียงข้างให้กำลังใจกับทุกครอบครัว 

ในส่วนของประเทศไทยที่จะมีการจัดงานเทศกาลฉลองวันฮาโลวีนในหลายพื้นที่นั้น ได้กำชับหน่วยงานต่างๆ และขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการ ผู้จัดงานต่างๆ คำนึงถึงความปลอดภัย ประเมินสถานการณ์ผู้เข้าร่วมงานเป็นระยะ และตรวจสอบมาตรการรักษาความความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน หากเป็นสถานประกอบการแบบปิด ต้องตรวจตราระบบไฟ ประตู ทางหนีไฟให้พร้อมใช้งานได้ดีอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นซ้ำอีก

สำหรับ เทศกาล “ฮาโลวีน” เป็นวันที่เหล่าคริสตศาสนิกชนจะมาปฏิบัติศาสนกิจเพื่อระลึกถึงนักบุญต่าง ๆ ขณะเดียวกันเป็นความเชื่อของชาวเซลติก เป็นชนพื้นเมืองตอนเหนือของยุโรป เคยบอกไว้ว่าเป็นเทศกาลบูชาเทพเจ้าแห่งความตาย ก่อนจะเข้าสู่ฤดูหนาว โดยกำหนดไว้ว่า วันที่ 31 ตุลาคมของทุกปี เป็น “วันปล่อยผี” จะมีเหล่าวิญญาณมาเข้าสิงร่างของคนที่มีชีวิตอยู่ ทำให้เกิดความเชื่อว่า ต้องดับเตาไฟในบ้าน เพื่อบ้านจะได้หนาวเย็น วิญญาณจะได้ไม่อยากเข้ามา หรือ ออกไปรวมตัวกันก่อกองไฟเพื่อให้วิญญาณกลัว รวมถึงต้องแต่งตัวให้เหมือนผี ทำให้เป็นพวกเดียวกัน จนกระทั่งปัจจุบันนำมาเป็น เทศกาลฉลองกันทั่วโลก

สัญญาณบ่งชี้ “รัฐบาล” สั่นคลอน จับตาเปิด “ประชุมสภา” พรรคร่วมเรือล่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/534792

30 ต.ค. 2565

สัญญาณบ่งชี้ "รัฐบาล" สั่นคลอน จับตาเปิด "ประชุมสภา" พรรคร่วมเรือล่ม

“เพื่อไทย” จับสัญญาณได้ “รัฐบาล” กำลังสั่นคลอน พรรคร่วมไม่หนุนแล้ว ยกกรณี “ไตรรงค์” โบกมือลา “ประชาธิปัตย์” ย้ายซบ “รวมไทยสร้างชาติ” ชวนจับตาเปิด “ประชุมสภา” ที่จะถึง เรือแป๊ะล่ม

เมื่อวันที่ 30 ต.ค. นายสุธรรม แสงประทุม สมาชิกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์ของรัฐบาลช่วงเปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญที่จะถึงนี้ ว่า  สัญญาณบอกเหตุจากพรรคร่วมรัฐบาลต่างๆ มีปัญหา แสดงถึงเสถียรภาพของรัฐบาลกำลังสั่นคลอน การที่ ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตกรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ได้ทิ้งพรรคและมีภาษากายและภาระทางใจที่จะไปหนุนช่วยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมมนตรี ให้สืบทอดอำนาจต่อไป เป็นเรื่องที่ไม่แปลกประหลาดสำหรับตน เพราะเห็นว่า สังคมทั่วไปได้รับรู้ดีว่า ดร.ไตรรงค์ และแกนนำสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ได้มีส่วนสำคัญสร้างทฤษฎีสมคบคิดกับพล.อ.ประยุทธ์ สร้าง กปปส. ขึ้นมาปิดเมืองหลวง เพื่อสร้างเงื่อนไขให้เข้ามายึดอำนาจ แค่เหตุผลที่อ้างว่าทหารแบบพล.อ ประยุทธ์ มีคุณูปการต่อประเทศมากกว่าจอมพลป. พิบูลย์สงคราม ก็นับว่าเพี้ยนสุดๆ

นายสุธรรม กล่าวต่อว่า การกระทำเช่นนี้ ส่งผลให้พรรคประชาธิปัตย์ที่เก่าและแก่อยู่แล้วอยู่ในภาวะเสื่อมโทรมจนเหลือแต่ซากอยู่ในภาวะเรือโบราณแตก สมาชิกหลายคนได้หอบเอาซากเรือเก่ากำลังไปให้หมอผีปลุกเสกใหม่ ในชื่อ “รวมไทยสร้างชาติ” เป็นการเอาซากไดโนเสาร์มาทาสีและปลุกเสกใหม่ ที่มีหมอผีใช้เวทย์มนต์ในยุคโบราณมารีไซเคิลใหม่ถือเป็นวิถีทางที่ท่านเคยใช้หาอยู่หากินเลี้ยงชีพสร้างตัวมา

“จะสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการเลือกตั้งที่จะมาถึงครับ ท่านฤาษีนกแค็ด อันหมายถึงฤาษีที่ดูมีภาพดี แต่ประพฤติตัวไม่มีศีลไม่ยึดธรรม ดังนั้น การเปิดสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 นี้ เราจะได้เห็นเรือแป๊ะล่ม เพราะคนบนเรือเลิกตามใจแป๊ะ นับถอยหลังสู่การ “ยุบสภา” โดยเกิดปัญหาจาก ส.ส.รัฐบาล ไม่สนับสนุนรัฐบาล” นายสุธรรม กล่าว

“เพื่อไทย” ค้าน “กัญชาเสรี” หวั่นเยาวชน “ขี้ยา” เข้าถึงง่าย ใช้ปาร์ตี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/534769

30 ต.ค. 2565

"เพื่อไทย" ค้าน "กัญชาเสรี" หวั่นเยาวชน "ขี้ยา" เข้าถึงง่าย ใช้ปาร์ตี้

“เพื่อไทย” ค้าน “กัญชาเสรี” หวั่นเยาวชน “ขี้ยา” เข้าถึงง่าย ใช้ปาร์ตี้ ขณะที่ผู้ปลูกส่วนใหญ่ ไม่ได้มาตรฐานใช้ทางการแพทย์ไม่ได้

เมื่อวันที่ 30 ต.ค.ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายมีความกังวลเรื่องการ “ปลดล็อกกัญชา” หลังจากมีการแก้ไขกฎหมายพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2562 (ฉบับที่ 7) ว่า การปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติดให้โทษ เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2565 ทำให้ไทยกลายเป็นเพียงไม่กี่ประเทศในโลกที่แก้ไขกฎหมายให้กัญชาออกจากบัญชีสารเสพติด และใช้ในทางการแพทย์ได้ การปลดล็อกกัญชาโดยไร้กฎหมายควบคุมและขาดความรอบคอบได้ส่งผลเสียหายต่อสังคม ที่ผ่านมาแพทย์ทั่วประเทศ เครือข่ายนักวิชาการและภาคประชาชน ได้เรียกร้องให้ปิดสภาวะ “กัญชาเสรี”  หากยังไม่มีกฎหมายควบคุม

อีกทั้ง กัญชาที่ประชาชนปลูกมากกว่า มากกว่า 90 -95% คุณภาพของผลผลิตที่ได้ไม่สามารถนำไปใช้ทางการแพทย์ได้ เนื่องจากขาดองค์ความรู้ ทำให้เกิดคำถามว่า กัญชาที่ขายไม่ได้ในทางการแพทย์ และอยู่ในภาวะล้นตลาดผลผลิตเหล่านี้หายไปไหน หรือเอาไปขายที่ไหน ถ้าไม่มีการควบคุมผลผลิตจำนวนมากจะไหลเข้าสู่ตลาดของการเสพกัญชาเสรี 
 

“กัญชา” เป็น “ยาเสพติด” ที่ผ่านมามีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และทางการแพทย์มากมาย ระบุว่า กัญชาได้ส่งผลกระทบต่อร่างกายและการเจริญเติบโตของสมองเด็กและวัยรุ่นอย่างมากทั้งในฐานะผู้สูบด้วยตนเองหรือรับสารทางอ้อมจากคนในครอบครัว โดยข้อมูลวงเสวนาของศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด (ศศก.) พบว่า ในระยะเวลาที่รัฐบาลเปิดให้อยู่ในสถานะกัญชาเสรี มี เยาวชนผู้อายุต่ำกว่า 20 ปี สูบกัญชามากขึ้น 2 เท่า เนื่องมาจากการเข้าถึงที่ง่ายขึ้นเพราะกัญชาหาง่ายขึ้น ผู้ป่วยที่เข้ารับการบำบัดทางจิตจากกัญชาสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากปี 2564 อยู่ที่ 14% ส่วนปี 2565 เกือบ 17% 

ปัญหาใหญ่ คือ ถึงแม้ว่ามีพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชา กัญชง (ฉบับที่…)พ.ศ… ในอนาคต แต่ช่องว่างการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ การสูบกัญชาในบ้านอันเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล รัฐบาลจะทำอย่างไร เพราะวันนี้กัญชาไม่ใช่สารเสพติดอีกต่อไปแล้ว การสูบเพื่อความบันเทิงกำลังเป็นจุดเริ่มต้นของการเสพติดหรือไม่  โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชนและอาจนำพาไปสู่ยาเสพติดประเภทอื่นๆในอนาคต จะปราบยาเสพติดได้อย่างไรถ้าจุดเริ่มต้น เริ่มที่ “กัญชา”

ดังนั้นการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกัญชาต้องครอบคลุม เกิดประโยชน์ทางการแพทย์อย่างแท้จริง ฝ่ายที่สนับสนุนกัญชาเสรีต้องชี้ให้เห็นว่ากัญชามีประโยชน์มากกว่ามีโทษ เรียกร้องฝ่ายนิติบัญญัติ ส.ส. และ พรรคการเมืองพิจารณาอย่างรอบคอบ

ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทยดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย