ประชาธิปัตย์ ยัน โหวตกฎหมาย “กัญชา” ต้องมีเหตุผลมากกว่า เป็นพรรคร่วมรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/535076

02 พ.ย. 2565

ประชาธิปัตย์ ยัน โหวตกฎหมาย "กัญชา" ต้องมีเหตุผลมากกว่า เป็นพรรคร่วมรัฐบาล

“ประชาธิปัต์” ยื่นยัน ว่าการพิจารณาโหวตร่างกฎหมายกัยชา ของพรรคภูมิใจไทย ต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน เป็นหลัก

ราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคถูก อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พาดพิง เรื่องกัญชาว่า การพิจารณาร่างกฎหมายแต่ละฉบับ หลักการพิจารณาต้องศึกษารายละเอียดของกฎหมายเพื่อพิจารณาให้ร่างกฎหมายเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นที่ตั้ง โดยเฉพาะเรื่องร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง นั้น ไม่มีเรื่องการเมือง ไม่มีเรื่องประโยชน์ของพรรคการเมือง ดังนั้นการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ก็ไม่จำเป็นต้องมามัดมือมัดเท้าปิดปากปิดความคิดในหลักการคิดที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม จึงต้องแยกให้ออก

การไม่สนับสนุนกัญชาเสรีก็ไม่ใช่วาทกรรมทางการเมือง แต่มาจากหลักคิดที่ตรงไปตรงมาในทางการเมืองที่มีเจตนารมณ์เพื่อป้องกันผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ซึ่งก็เป็นหลักคิดขั้นพื้นฐานในทางการเมืองด้วย

ส่วนประเด็นที่อ้างว่าทีเป็นเรื่องของท่านเราก็สนับสนุนนั้น ก็ควรเป็นสิ่งที่ไม่สร้างความเสียหายให้กับบ้านเมืองด้วย และในคำพูดก็เป็นคำตอบอยู่ในตัว พรรคประชาธิปัตย์มีหลักในการสนับสนุนเรื่องที่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมืองเช่นกัน

ส.ส.ของพรรคได้ศึกษารายละเอียดเป็นอย่างดี ที่บอกว่าไม่ทำการบ้านจึงออกมาปล่อยไก่นั้น แสดงว่ายังไม่ได้ฟังเหตุและผลที่ได้ออกมาท้วงติงเรื่องนี้ดีพอ เพราะถ้าติดตามรายละเอียดจะทราบว่าเราท้วงติงด้วยเหตุและผลทั้งสิ้น

พรรคประชาธิปัตย์ มีจุดยืนชัดในเรื่องนี้ว่า เราสนับสนุนกัญชาเพื่อการแพทย์ แต่ไม่สนับสนุนกัญชาเสรี เพราะฉะนั้นการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวก็ต้องยึดหลักการนี้ในการพิจารณา และ ส.ส.ของพรรคได้ศึกษาในเรื่องนี้ลงลึกไปในรายละเอียด โดยเห็นชัดว่ากัญชาทางการแพทย์นั้นมีประโยชน์

ส่วนแนวคิดที่จะทำให้กัญชาเสรีนั้น นักการเมือง พรรคการเมืองจำเป็นต้องมองไปไกลถึงอนาคต เพราะเรื่องนี้จะสร้างปัญหาให้กับสังคมโดยภาพรวมได้ ดังนั้นพรรคการเมือง นักการเมืองจะคิดอะไรแบบฉาบฉวยไม่ได้  เชื่อว่าในรายละเอียดจะมีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางเพื่อท้วงติงร่างกฎหมาย ที่สำคัญไม่อยากให้เอาคำว่าเป็นพรรคร่วมรัฐบาลมาระรานหลักความถูกต้อง

“ราชกิจจานุเบกษา” เผยแพร่ กฎกระทรวงผลิตสุรา บังคับใช้แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/535051

02 พ.ย. 2565

"ราชกิจจานุเบกษา" เผยแพร่ กฎกระทรวงผลิตสุรา บังคับใช้แล้ว

“กฎกระทรวง” เรื่องการผลิตสุรา บังคับใช้ปาดหน้า ร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้าพรรคก้าวไกล ที่กำลังเข้าสู่การพิจารณาวาระ2-3 ในวันนี้

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ กฎกระทรวงการผลิตสุรา
พ.ศ. 2565
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง และมาตรา 153 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ
ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2565รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ 25 ข้อ
ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป และให้ยกเลิกกฎกระทรวงการอนุญาตผลิตสุรา พ.ศ. 2560

มีเนื้อหาครอบคลุมผลิตสุราทุกวัตถุประสงค์ กำหนดขนาดของเครื่องจักร กำลังคน และการขอรับใบอนุญาต
ที่ให้อำนาจอธิบดีมีคำสั่งอนุญาตหรือไม่ไม่อนุญาตและ
สามารถจะกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ได้รับใบนุญาตต้องปฏิบัติไว้ในใบอนุญาตด้วยก็ได้ โดยอย่างน้อยต้องกำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตสุราที่มิใช่เพื่อการค้าผลิตสุรา
ที่เป็นไปตามคุณภาพและมาตรฐานตามที่อธิบดีประกาศกำหนด



หากจะผลิตเพื่อขายก็มีตัวอย่างเช่น โรงงานอุตสาหกรรมสุราแช่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
โรงอุตสาหกรรมสุราแช่ชนิดเบียร์
โรงอุตสาหกรรมสุราแช่ชนิดเบียร์ประเภทผลิตเพื่อขาย
ณ สถานที่ผลิต ต้องเป็นโรงงานที่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน หรือใช้เครื่องจักรหรืออุปกรณ์การผลิตสุราแช่
ชนิดเบียร์ตามมาตรฐานตามที่อธิบดีกำหนด และต้องปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและกฎหมายเกี่ยวกับการสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการโรงอุตสาหกรรมสุรา

โดยผู้ที่ได้รับใบอนุญาตผลิตสุราแล้วหากจะดำเนินการผลิตสุรา ต้องแจ้งให้อธิบดีทราบล่วงหน้า 15 วัน เพื่อดำเนินการตรวจสอบก่อนดำเนินการผลิต บุคคลธรรมดาไม่สามารถดำเนินการผลิตสุราเพื่อการค้าได้


คลิ๊กอ่านราชกิจจานุเบกษาฉบับเต็มได้ที่นี่
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2565/A/068/T_0001.PDF

ลุ้นที่ประชุมสภา ผ่านร่างกฎหมาย สำคัญ 2 ฉบับ หรือไม่ วันนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/534910

02 พ.ย. 2565

ลุ้นที่ประชุมสภา ผ่านร่างกฎหมาย สำคัญ 2 ฉบับ หรือไม่ วันนี้

ร่างกฎหมาย สุรา ก้าวหน้า และร่างกฎหมาย กัญชา กัญชง กำลังจะเข้าสู่การพิจารณา วาระ 2-3 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้

ส่องกฎหมายสำคัญ ที่เตรียมเข้าสูการพิจารณาวาระ 2-3 ในสมัยประชุมสุดท้าย ของรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2565 เวลา 09.30 น.  ในบรรดาร่างกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมาธิการ จำนวน 5 ร่าง มีร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต ซึ่งมีการแก้ไข ในมาตรา 153 เรื่องการผลิตสุรา เพื่อการค้า หรือมีเครื่องผลิตสุราไว้ในครอบครอง ต้องขออนุญาตจากอธิบดี ซึ่งต้องออกใบอนุญาต  ตามกฏกระทรวงที่ต้องไม่กำหนดคุณสมบัติ เกี่ยวกับขนาดกำลังแรงม้า ของเครื่องจักร ขนาดกำลังการผลิต ทุนจดทะเบียน จำนวนพนักงาน หรือ หลักเกณฑ์อื่นใดที่ก่อให้เกิดการกีดกันทางการค้า หรือ การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม

และหากผู้ใดประสงค์จะผลิตสุราที่มิใช่เพื่อการค้า ก็สามารถทำได้ แต่ต้องได้รับอนุญาต จากอธิบดี ผลิตได้ภายใต้ประมาณที่กฎหมายกำหนด   และการออกกฎกระทรวงต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายใน 180 วันนับจากวันที่ พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ

ร่างพ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ฉบับที่ พ.ศ.ร่างพ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ฉบับที่ พ.ศ.


จุดประสงค์การแก้กฎหมายนี้เพื่อให้ความคุ้มครองบุคคลให้มีเสรีภาพในการประกอบอาชีพผลิตสุรา และจัดระเบียบการประกอบอาชีพผลิตสุราให้เหมาะสม 
จึงกำหนดกรอบเนื้อหาของหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในกฎกระทรวงที่ต้องไม่กำหนดข้อจำกัด อันเป็นการจำกัดสิทธิ และเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุ

ร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิตหรือที่เรียกว่า ร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า นี้
ริเริ่มโดยเท่าพิภพ ลิ้มจิตกร ส.ส. พรรคก้าวไกล มีเนื้อหาทั้งหมด 7 มาตรา  

ล่าสุด มีประกาศราชกิจจานุเบกษา บังคับใช้กฎกระทรวงว่าด้วยการผลิตสุรา จำนวน 25 ข้อ ซึ่งครม. เห็นชอบเมื่อวานนี้  แม้มีเนื้อครอบคลุม กระบวนการผลิต จัดตั้งโรงงาน แต่พรรคก้าวไกล ก็ตั้งคำถามว่า ทำไมจึงยื้อ การแก้ไขกฎกระทรวงนี้มานาน จนกระทั่งกฎหมายที่พรรคก้าวไกลเสนอ ผ่านวาระรับหลักการจะเข้าสู่การพิจารณาวาระ 2-3 ในวันนี้ ถึงมีการแก้กฏกระทรวง ซึ่งก็ยังเปิดช่องให้นายทุนได้ผลประโยชน์อยู่ดี เพราะมีการกำหนดเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรมเอาไว้ 

ร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง ร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง

นอกจากนี้ ยังมีร่างพระราชบัญญัติกัญชงกัญชา ฉบับที่ พ.ศ. ของพรรคภูมิใจไทย ที่ยังต้องลุ้นกันว่า จะผ่านการพิจารณาจากสภาหรือไม่ หลังถูกต่อต้านจากทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งออกมาแสดงความกังวลว่า การผ่านกฎหมายฉบับนี้ จะทำให้ กัญชาถูกนำมาใช้อย่างเสรี จนมีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนในวงกว้าง หรือจะถูกนำมาใช้ทางการแพทย์ เป็นหลักกันแน่

ก้าวไกล อัดรัฐบาล คลอดกฎกระทรวงผลิตสุรา กลัวเสียหน้าฝ่ายค้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/535015

01 พ.ย. 2565

ก้าวไกล อัดรัฐบาล คลอดกฎกระทรวงผลิตสุรา กลัวเสียหน้าฝ่ายค้าน

ก้าวไกลพร้อมแจงในสภา กฎกระทรวงผลิตสุรา ไม่ได้ปลดล๊อค ผู้ผลิตรายย่อยอย่างแท้จริง สงสัย ยื้อมาตั้งหลายปี ทำไมคราวนี้ แก้ไขได้ง่าย

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล มองว่าการมีมติครม.ก่อนการลงมติกฎหมายสุราก้าวหน้าออกมาเพียง 1 วัน เป็นการจงใจเพื่อให้ ส.ส. รัฐบาลอภิปรายเป็นเหตุผลกับสภาฯว่า พ.ร.บ. สุราก้าวหน้าไม่จำเป็นอีกต่อไปเเล้ว เพราะกฎกระทรวงออก มาเเล้ว ซึ่งจริง ๆ เเล้วพ.ร.บ. สุราก้าวหน้า ยังคงจำเป็นในการประกันหลักเสมอภาคในการเเข่งขันทางธุรกิจของประชาชน เนื่องจากเป็นกฎหมายลำดับชั้นสูงกว่าที่เเก้ยากกว่ากฎกระทรวง ซึ่งตนเองก็ได้เตรียมตอบทุกข้อสงสัยในสภาอยู่เเล้ว

หากจะอ้างเหตุผลเช่นนี้ เท่าพิภพ ส.ส.พรรคก้าวไกล ทำเรื่องนี้มาตั้งแต่ 6 ปีที่แล้ว และทางพรรคได้ยื่นร่างกฎหมายฉบับนี้มาตั้งเเต่ สมัยพรรคอนาคตใหม่ไม่ถูกยุบ เเละก่อนหน้าที่จะยื่นก็มีการเรียกกรมสรรพสามิตในกมธ.การพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งเท่าพิภพป็น กรรมาธิการอยู่หลายครั้ง เเต่ก็มีเเต่คำสัญญาว่าจะเเก้ไขเเละก็เงียบหายไป จึงต้องใช้ช่องทางในเชิงนิติบัญญัติเพื่อเเก้ปัญหา

ยิ่งเมื่อดูรายละเอียดกฎกระทรวงดังกล่าว  ตอนเปิดรับฟังความคิดเห็นเมื่อสัปดาห์ก่อนในเว็บไซต์กรมสรรพสามิต และคิดว่าน่าจะใช้เวลาระยะหนึ่งเเต่ก็ไม่คิดว่าเสร็จสิ้นเร็วขนาดนี้ รู้สึกว่าพี่น้องประชาชนและพรรคก้าวไกลโดนหลอกมาตั้งนาน  ที่แท้กฎกระทรวงก็เเก้ไม่ยากอย่างที่อ้าง เเละเมื่อดูรายละเอียดมีการปลดล็อคกำลังการผลิตก็จริง เเต่ก็มีการใส่ข้อจำกัดอื่น ทำให้ไม่ใช่การปลดล็อกการผลิตสุราให้รายย่อยจริง

แม้จะยกเลิกการกำหนดจำนวนทุนจดทะเบียน และกำลังการผลิตขั้นต่ำออกทั้งหมด แต่ก็มีการมาตรการเรื่องระเบียบต่างๆที่เพิ่มขึ้นมา โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับกรมโรงงาน เช่น กรณีโรงอุตสาหกรรมสุราแช่ชนิดเบียร์ประเภทผลิตเพื่อขาย ณ สถานที่ผลิต หรือที่เราเรียกกันว่าบริวผับ (Brewpub) กฎกระทรวงฉบับใหม่ กำหนดให้ต้องเป็นโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน ซึ่งก็คือ จะต้องมีเครื่องจักรมากกว่า 50 แรงม้า หรือคนงานมากว่า 50 คน ทั้งที่แต่เดิมบริวผับขนาดเล็กที่มีเครื่องจักรน้อยกว่า 50 แรงม้าและจำนวนคนงานน้อยกว่า 50 คน ก็จะไม่เข้าข่ายเป็นโรงงานอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ใบ รง.๔)

แต่กฎหมายใหม่เข้าใจว่าเร่งรีบก็เลยเขียนสั้นๆ ไปเลยว่าต้องเป็นโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน ทำให้เกิดปัญหาในทางปฎิบัติขึ้นได้ว่าบริวผับขนาดเล็กที่มีเครื่องจักรจำนวนไม่มาก จะขอใบโรงงานได้ยังไงเพราะไม่เข้าเกณฑ์เป็นโรงงานอยู่แล้ว อาจจะทำให้รายย่อยหลุดออกจากตลาดไปอีก

พิธาย้ำว่าการออกกฎกระทรวงนี้ไม่ได้ตอบโจทย์การปลดปล่อยอุตสาหกรรมสุราจากทุนผูกขาดที่เเท้จริง เเละยังเป็นเครื่องพิสูจน์อีกครั้งว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้สนใจประชาชน เเค่กลัวเสียหน้า กลัวขัดผลประโยชน์นายทุน ที่ พ.ร.บ. สุราก้าวหน้าจะผ่านในวันพรุ่งนี้เท่านั้น

วุฒิสภา รับหลักการร่างกฎหมาย” กยศ. ลุ้นมีดอกเบี้ยหรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/535011

01 พ.ย. 2565

วุฒิสภา รับหลักการร่างกฎหมาย" กยศ. ลุ้นมีดอกเบี้ยหรือไม่

ร่างกฎหมาย กยศ.ผ่านวาระแรก วุฒิสภา รับหลักการแล้ว แต่ยังต้องหาข้อสรุปว่า จะคิดอัตราดอกเบี้ย และมีผู้ค้ำประกันหรือไม่

ที่ประชุมวุฒิสภามีมติ 179 ต่อ 4 งดออกเสียง 4  รับหลักการร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ ร่าง พ.ร.บ. กยศ. พร้อมตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างฯ 27 คน กรอบการพิจารณา 30 วัน  ส่วนใหญ่อภิปรายไปแนวทางเดียวกันคือ เห็นด้วยกับหลักการร่างพ.ร.บ. กยศ.ที่ช่วยเหลือนักศึกษาได้มีเงินกู้ยืมเรียน  แต่ไม่เห็นด้วยที่จะไม่คิดดอกเบี้ย-ไม่มีเบี้ยปรับ เกรงจะเป็นต้นเหตุไม่มีใครคืนเงินกู้ยืม ทำให้กองทุน กยศ.ดำเนินการต่อไปไม่ได้

คำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. อภิปรายว่า เห็นด้วยหลักการกฎหมายฉบับนี้ แต่ทักท้วงที่ตัดหลักการการปฏิรูปการคิดอัตราดอกเบี้ยชำระหนี้ ซึ่งเป็นการคิดแบบใหม่อันจะส่งผลต่อการคิดดอกเบี้ยในอนาคต เพราะปัจจุบันการชำระหนี้กู้ยืม ลำดับการคิดชำระคือการชำระค่าปรับชำระดอกก่อนที่จะไปชำระเงินต้น แต่ร่างของ ครม. เป็นการปฏิรูปครั้งใหม่ที่นำเงินไปชำระเงินต้นก่อนที่จะนำมาชำระดอกเบี้ย นอกจากนี้ยังห่วงเรื่องกรอบการพิจารณาหากมีการปรับแก้เนื้อหาของร่างโดยไทม์ไลน์ การบังคับใช้กฎหมายจะไม่ทันสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้

วันชัย สอนศิริ ส.ว.อภิปรายว่า การไม่มีผู้ค้ำประกันถ้ากู้มาแล้วเรียนไม่จบ จะหาผู้รับผิดชอบไม่ได้ เงินจะยิ่งสูญไป เรื่องนี้เป็นการกู้ยืม ไม่ใช่เรียนฟรี หมายความว่าต้องคืน จำเป็นต้องมีหลักประกัน แต่ควรมีข้อยกเว้นตามหลักเกณฑ์ แต่ไม่ควรถึงขั้นให้ไม่มีการค้ำประกัน ดูแล้วหลักลอยไป ขณะเดียวกันไม่เห็นด้วยกับการไม่คิดดอกเบี้ย ทำให้คนกู้ไม่คิดที่จะชดใช้ ยิ่งไม่มีทั้งดอกเบี้ย ไม่มีคนค้ำประกัน นักศึกษาจะเอาเงินไปชำระหนี้มือถืออย่างเดียว  แต่หนี้ กยศ.ทุกคนมองไม่ชำระก็ได้ ร่างกฎหมายนี้ทำให้ทุกคนขาดความรับผิดชอบ ขาดจิตสำนึก คิดว่าไม่ใช่เงินพ่อแม่

พล.อ.ต.นพ.เฉลิมชัย เครืองาม ส.ว.อภิปรายว่า ขณะนี้ตัวเลขผู้ไม่ชำระหนี้ กยศ.ขณะนี้เพิ่มเป็นร้อยละ 26 ถ้ากฎหมายกำหนดให้ไม่ต้องชำระดอกเบี้ย เบี้ยปรับ เงินทุนหมุนเวียนในกองทุนกยศ.ปีละ 4หมื่นล้านบาท จะหายไปปีละ 1-2หมื่นล้านบาท ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไป ภายใน2-3ปี เงินสะสมในกองทุนกยศ.ก็จะหมด เด็กรุ่นหลังจะไม่มีโอกาสได้เรียน

ขณะที่ เสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. อภิปรายว่า ส่วนตัวเห็นด้วยกับเนื้อหาที่สภาผู้แทนราษฎรแก้ไข มองว่าการศึกษาเป็นสวัสดิการสังคมที่รัฐต้องดูแลประชาชน ไม่ใช่การให้กู้ยืมเงิน การออกกฎหมายกองทุนกู้ยืมเงินผิดมาตั้งแต่ต้น ไม่ควรให้เป็นการกู้ยืมเงิน แต่ต้องจัดเป็นสวัสดิการให้ประชาชน ในช่วงใกล้เลือกตั้งพรรคการเมืองเกทับรัฐบาล เพราะพรรคการเมืองให้ประชาชนได้มากกว่ารัฐบาล ยิ่งใกล้เลือกตั้งประชาชนจะเลือกใคร ยิ่งภาวะปัจจุบัน อาจถูกกล่าวหาว่าขายชาติ จากนโยบายที่ออกมา ทั้งที่ไม่ได้ขายชาติ ทั้งนี้ขอรับหลักการ และจะแปรญัตติเสนอให้รัฐต้องหางานให้ผู้เรียนจบได้ทำเพื่อมีรายได้ มาใช้หนี้และมีชีวิตอยู่ที่ดี

ครม.แก้”กฎกระทรวง” ปาดหน้า พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ของพรรคก้าวไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/535003

01 พ.ย. 2565

ครม.แก้"กฎกระทรวง" ปาดหน้า พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ของพรรคก้าวไกล

กฎกระทรวงอนุญาตผลิตสุรา ปาดหน้า ร่าง “กฎหมายสุราก้าวหน้า” ของพรรคก้าวไกล ที่จ่อเข้าสภาพิจารณาวาระ 2-3 วันพรุ่งนี้

หลังประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ ณัฐกร อุเทนสุต ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางสรรพสามิต ฐานะโฆษกกรมสรรพสามิต ชี้แจงรายละเอียดมติครม.เห็นชอบแก้กฎกระทรวง การอนุญาตผลิตสุรา พ.ศ. 2560 ว่า จะมีใบอนุญาตเป็น 2 ประเภท คือ ใบอนุญาตการผลิตสุราแช่และสุรากลั่นชุมชน กรณีการค้า ในส่วน สุราแช่ เดิมคุณสมบัติของผู้ขอใบอนุญาตผลิตเบียร์ ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท หรือกำลังการผลิต 100,000-1,000,000 ลิตรต่อปี ซึ่งในกฎกระทรวงใหม่ยกเลิกทั้งหมด

หมายความว่า เบียร์โรงเล็ก ต่อไปนี้ไม่จำเป็นต้องมีทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท  และไม่จำเป็นต้องมีการ กำลังการผลิตขั้นต่ำ ขณะเดียวกัน ทั้งตัวสินค้าและเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ต้องเป็นไปตามระเบียบของกรมโรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม และระเบียบของกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

กรณีที่ไม่ใช่การค้า อนุญาตให้กรณีที่ไม่ใช่การค้าสามารถผลิตได้ ทำเอง ทานเอง บริโภคเองภายในครัวเรือนอันนี้สามารถทำได้ แต่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

– ต้องขออนุญาตกับกรมสรรพสามิต

– กำลังการผลิตในครัวเรือนจะต้องไม่เกิน 200 ลิตรต่อปี

– ต้องเป็นบุคคลที่บรรลุนิติภาวะไม่น้อยกว่าอายุ 20 ปีบริบูรณ์

– สุรา เบียร์ สุราแช่อื่นๆ เมื่อผลิตแล้วจะต้องนำมาให้กรมสรรพสามิตตรวจสอบคุณภาพก่อน เพื่อป้องกันสารปนเปื้อนต่างๆ ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้

ส่วน สุรากลั่นชุมชนโรงเล็ก เดิมต้องมีกำลังการผลิตไม่เกิน 5 แรงม้า กำลังคนไม่เกิน 7 คน วันนี้ขยายให้ โรงขนาดกลาง มีกำลังการผลิตไม่เกิน 50 แรงม้า กำลังคนไม่เกิน 50 คน ซึ่งตรงนี้จะเป็นตัวช่วยให้การผลิตสุราชุมชน สามารถขยายตัวได้ เนื่องจากกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น ต้นทุนในการผลิตก็จะถูกลง ขณะเดียวพอมี Economies of Scale ถูกลงแล้วและในที่สุดจะส่งผลให้คุณภาพสุราดีขึ้น เราก็จะสามารถเปิดเป็น S, M, L จากเดิมที่มีแค่ขนาดเล็กและขนาดใหญ่ไปเลย ตอนนี้ขนาดกลางจะสามารถทำได้ ซึ่งตรงนี้เป็นหัวใจหลักในการปรับแก้กฎกระทรวงนี้

ด้านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.ก้าวไกลผู้ผลักดันร่างกฏหมายสุราก้าวหน้า ซึ่งกำลังเข้าสู่การพิจารณาวาระ 2-3 วันพรุ่งนี้ยืนยันว่า  กฎกระทรวงดังกล่าว มีความแตกต่างจากร่างกฎหมายสุราก้าวหน้าและหากรัฐบาลจะอ้างกฎกระทรวง ตีตกร่างกฎหมายสุราก้าวหน้า ก็พร้อมที่จะอธิบายให้สาธารณชนเข้าใจถึงความแตกต่าง เชื่อว่าสมาชิกที่ให้การสนับสนุนกฎหมายในวาระแรกจะเข้าใจถึงความจำเป็นที่ต้องมีกฎหมายฉบับนี้

เพื่อไทยตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการ “เลือกตั้ง” หวังแลนด์สไลด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/534981

01 พ.ย. 2565

เพื่อไทยตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการ "เลือกตั้ง" หวังแลนด์สไลด์

“เพื่อไทย” จัดทัพรับเลือกตั้งครั้งใหม่ วางคนสำคัญ คุมงานข้อมูลเลือกตั้ง เฉลิม นำทีมปราศรัย อีสาน-กทม. โอ๊ค -อุ๊งอิ๊ง โผล่ ร่วมวงด้วย

พรรคเพื่อไทย จัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย
เตรียมความพร้อมของพรรคสำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น  ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ   
เกิดประสิทธิผลสูงสุดที่จะทำให้พรรคได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งในที่สุด  
พรรคเพื่อไทยจึงจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเลือกตั้งฯ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค พร้อมทีมประชาสัมพันธ์
ทีมกฎหมาย ภูมิธรรม – พรหมินทร์ คุมข้อมูลเลือกตั้ง ร่วมกับพันศักดิ์ วิญญรัตน์และนพดล ปัทมะ

ประชุมพรรคเพื่อไทย เปิดศูนย์ปฏิบัติการเลือกตั้งประชุมพรรคเพื่อไทย เปิดศูนย์ปฏิบัติการเลือกตั้ง

ผู้บริหารศูนย์ปฏิบัติการเลือกตั้งประกอบด้วย

1. ศาสตราจารย์พิเศษชัยเกษม  นิติสิริ ที่ปรึกษา

2. นายชลน่าน ศรีแก้ว ที่ปรึกษา

3. นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ที่ปรึกษา

4. พลตำรวจโทวิโรจน์ เปาอินทร์   ที่ปรึกษา

5. ร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง  ที่ปรึกษา

6. นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ที่ปรึกษา

7. นายพานทองแท้ ชินวัตร ที่ปรึกษา

8. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ที่ปรึกษา

9. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเลือกตั้ง

10. นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ รองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเลือกตั้ง

11. นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเลือกตั้ง

12. นายสุทิน คลังแสง รองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเลือกตั้ง

13. นายจักรพงษ์ แสงมณี  เลขานุการศูนย์ปฏิบัติการเลือกตั้ง

โดยแบ่งกลุ่มงาน ดังนี้
 กลุ่มงานนโยบายและข้อมูลการเลือกตั้ง  ผู้รับผิดชอบประกอบด้วย
1.นายภูมิธรรม เวชยชัย
2.นายพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช
3.นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์
4.นายนพดล ปัทมะ

กลุ่มงานบริหารพื้นที่ผู้รับผิดชอบ แบ่งเป็นรายภาค ดังนี้
ภาคเหนือ
1.นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์
2.นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์
3.นางสาวกฤษณา สีหลักษณ์
4.นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
1.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง
2.นายสุทิน คลังแสง
3.นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร
4.นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช
5.นายเกรียง กัลป์ตินันท์
6.นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์
7.นายพงศกร อรรณนพพร

ภาคกลาง
1.นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล
2.ศาสตราจารย์พิเศษชัยเกษม  นิติสิริ
3.นายจาตุรนต์ ฉายแสง
4.นายสรวงศ์ เทียนทอง

กรุงเทพมหานคร
1.นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด
2.นายวิชาญ มีนชัยนันท์
3.นายวราวุธ ยันต์เจริญ
4.นายดนุพร ปุณณกันต์

ภาคใต้
1.นายชลน่าน ศรีแก้ว
2. นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ
3.นายจักรพงษ์ แสงมณี
4.นางสาวศรีญาดา ปาลิมาพันธ์

3. กลุ่มงานกฎหมายและป้องกันการทุจริตเลือกตั้ง
ผู้รับผิดชอบ
1.รองศาสตราจารย์ชูศักดิ์  ศิรินิล
2.นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์
3.พลตำรวจตรีสุรสิทธิ์  สังขพงศ์
4.นายกฤช เอื้อวงศ์
5.นายวัฒนา เตียงกูล

4.กลุ่มงานรณรงค์และผลิตสื่อ
ผู้รับผิดชอบ

1.นายภูมิธรรม เวชยชัย
2.นายทรงศักดิ์ เปรมสุข
3.นายเฉลิม แผลงศร

5. กลุ่มงานสื่อสารและประชาสัมพันธ์
ผู้รับผิดชอบ
1.นายนพดล ปัทมะ
2.นายพิชัย นริพทะพันธุ์
3.นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์
4.นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด
5.นางสาวลิณธิภรณ์   วริณวัชรโรจน์
6.นางสาวตรีชฎา ศรีธาดา
7.นางสาวชญาภา สินธุไพร

6. กลุ่มงานปราศรัย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 
และกรุงเทพมหานคร  ผู้รับผิดชอบ
1.ร้อยตำรวจเอกเฉลิม  อยู่บำรุงประธานคณะทำงาน
2.นายสุทิน คลังแสง คณะทำงาน
3.นายอดิศร เพียงเกษ คณะทำงาน
4.นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด เลขานุการคณะทำงาน

 ภาคเหนือ ภาคกลางและภาคใต้   ผู้รับผิดชอบ
1. นายจาตุรนต์ ฉายแสงประธานคณะทำงาน
2. นายสุทิน คลังแสง คณะทำงาน
3. นายเอกพร รักความสุข คณะทำงาน
4. นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ เลขานุการคณะทำงาน

“ชาติพัฒนากล้า” เตือน “ราคาน้ำมัน” พุ่งปลายปีแน่ กลุ่มOPEC+ ปรับลดกำลังผลิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/534979

01 พ.ย. 2565

"ชาติพัฒนากล้า" เตือน "ราคาน้ำมัน" พุ่งปลายปีแน่ กลุ่มOPEC+ ปรับลดกำลังผลิต

“พรรคชาติพัฒนากล้า” จี้ รัฐเร่งหามาตรการรับมือวิกฤต “ราคาน้ำมัน” พุ่งสูงในปลายปี ประเทศไทยเป็นกลุ่มได้รับผลกระทบ กลุ่มOPEC+ ปรับลดกำลังผลิต 2 ล้านบาร์เรล/วัน

เมื่อวันที่ 1 พ.ย. นายแสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม ผู้เสนอตัวสมัคร ส.ส.กทม. พรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า เนื่องจากวันนี้เป็นวันแรก ที่กำลังผลิต “น้ำมัน” ในตลาดโลก ถูกปรับลดลง 2 ล้านบาร์เรล/วัน ตามมติกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและชาติพันธมิตร (OPEC+) ปรับลดกำลังการผลิตครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่ปี 2563 ราคาน้ำมันในตลาดโลกตอนนี้อยู่ที่ 93 – 95 ดอลลาร์/บาร์เรล

ดังนั้นคาดว่าจะทะลุเกินกว่า 100 ดอลลาร์/บาร์เรลในปลายปีนี้แน่นอน โดยองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ก็ออกมาเตือนแล้วว่า กลุ่มประเทศแถบเอเชียที่นำเข้าน้ำมัน และกำลังประสบปัญหาค่าเงินอ่อน จะได้รับผลกระทบมากที่สุด ซึ่งประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย
 

นายแสนยากรณ์ กล่าวว่า ถ้ายังบริหารโครงสร้างพลังงานแบบเดิม โรงกลั่นน้ำมันได้กำไร แต่ประชาชนต้องแบกรับภาระ มีกรอบวงเงินให้กองทุนน้ำมัน 1.5 แสนล้านบาท ก็คงไม่พอใช้หนี้ แถมยังมีโอกาสติดลบเพิ่ม จึงขอให้ คณะรัฐมนตรี หรือ ครม. เร่งพิจารณามาตรการเร่งด่วน เพื่อรองรับวิกฤตราคาน้ำมันระลอกใหม่ เพราะราคาน้ำมันปลายปีนี้จะพุ่งขึ้นสูงมากแน่นอน

วิธีบริหารพลังงานแบบปกติ ไม่สามารถนำมาใช้กับสถานการณ์วิกฤตได้ ต้องรื้อโครงสร้างพลังงานใหม่ ค่าการกลั่นควรกำหนดให้เหมาะสมทั้งกำไรและขั้นต่ำ หากมีกำไรส่วนเกิน ก็ถือเป็นภาษีลาภลอยที่ต้องจ่ายกลับเข้ากองทุนน้ำมัน เชื่อว่าถ้าทำแบบนี้ได้ กองทุนน้ำมันก็จะมีสภาพคล่อง มีเงินมาอุดหนุนราคาน้ำมันไม่ให้สูงจนเกินไป ไม่ต้องกู้เงิน และประชาชนมาชดใช้

นายแสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม ผู้เสนอตัวสมัคร ส.ส.กทม. พรรคชาติพัฒนากล้านายแสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม ผู้เสนอตัวสมัคร ส.ส.กทม. พรรคชาติพัฒนากล้า

“ชวน หลีกภัย” เสียดาย ไตรรงค์ ลาออก จากประชาธิปัตย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/534976

01 พ.ย. 2565

"ชวน หลีกภัย" เสียดาย ไตรรงค์ ลาออก จากประชาธิปัตย์

ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ห่วงการเมืองถูกเงินชี้นำ ยอมรับเสียดาย “ไตรรงค์ สุวรรณคีรี” ที่ลาออกจากพรรค

ชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงผลกระทบหลังการลาออกของนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ ว่า ส่วนตัวไม่ได้อยากให้ใครออก แต่ละคนมีศัยภาพทั้งนั้น ก็มีการเตือนว่าอย่าออกเลย เพราะเท่าที่เห็นคนที่ออกไป มักจะมีปัญหาภายหลังทั้งน แต่ก็ต้องยอมรับว่าช่วงวิกฤติพรรคเองก็มีปัญหา พรรคเองก็ไม่ค่อยเป็นที่นิยมโดดเด่นมากนัก ซึ่งก็ถือว่าเป็นช่วงหนึ่งที่ชี้วัดธรรมชาติความหนักแน่นของคน แต่ก็ไม่สามารถที่จะไปห้ามได้ ซึ่งคนที่ออกไปส่วนใหญ่เคยเป็นรัฐมนตรีของพรรค ถ้าไปอยู่พรรคอื่นก็ไม่แน่ใจว่า จะได้เป็นรัฐมนตรีหรือไม่ แต่ยอมรับว่าเสียดายคนที่ออกไปยังต้องรอดูว่าจะมีใครลาออกอีกหรือไม่

ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ย้ำว่าถ้ามีสมาชิกพรรคลาออกจากพรรคเพิ่มก็จะกระทบกับพรรคแน่นอน เพราะการหาคนเข้ามาร่วมพรรคการเมืองไม่ใช่เรื่องง่าย  บางครั้งเมื่อมีการทาบทามคน คนก็จะถามว่าให้เท่าไหร่ การที่จะเลือกคนที่ไม่มีปัญหาเรื่องเงิน ก็เป็นเรื่องที่ยากในสมัยนีั ต้องมีเงินเป็นเงื่อนไข มีค่าตัว   จึงต้องย้ำเรื่อง บ้านเมืองสุจริตบ่อยเพราะไม่อยากให้ปัญหาเรื่องเงิน มาเป็นประเด็นครอบงำการเมือง

ส่วนการขอเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 ที่ฝ่ายค้านจะยื่นเสนอประมาณวันที่ 14 พฤศจิกายน คาดว่าการอภิปรายจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม ซึ่งได้ให้แต่ละฝ่ายไปหารือให้ได้ข้อยุติว่าจะใช้วันหรือเวลาเท่าไหร่ เพราะทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ก็สิทธิ์ความคิดเห็นให้คณะรัฐมนตรีเช่นเดียวกัน

ส่วนการป้องกันไม่ให้สภาล่ม เป็นความรับผิดชอบฝ่ายรัฐบาล ซึ่งมีเสียงข้างมาก ต้องทำให้สมาชิกของตัวเองมาประชุมให้ครบ แต่ก็เป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่ต้องประชุม  ส่วนที่สมาชิกอยู่ในห้องประชุมแล้วไม่กดปุ่มแสดงตน ก็เป็นเรื่องของปัญหาในอนาคตว่าจะแก้ไขอย่างไร

ภูมิใจไทย โยนกฎหมาย”กัญชา” ให้สภาชี้ขาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/534967

01 พ.ย. 2565

ภูมิใจไทย โยนกฎหมาย"กัญชา" ให้สภาชี้ขาด

ร่างกฎหมายกัญชา ผ่านสภาหรือไม่ หัวหน้าพรรค”ภูมิใจไทย” บอกเป็นเรื่องของมารยาทพรรคร่วมรัฐบาล และการประสานงานของวิป

อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มองการโหวตกฎหมาย กัญชา กัญชง ที่จะเข้าพิจารณาวาระ 2-3 ในที่ประชุมสภา วันพรุ่งนี้ว่า เป็นเรื่องของสภา และคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือวิปรัฐบาล เพราะขณะนี้กฎหมายพ้นมือพรรคภูมิใจไทยไปแล้ว ภูมิใจไทย ทำให้ให้กัญชาพ้นจากยาเสพติดไปแล้ว และการออกกฎหมายดังกล่าวเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลชุดนี้
ส่วนข่าวที่ว่า ภูมิใจไทย จะแลกโหวตกฎหมาย กัญชา กับ กฎหมายสุราก้าวหน้าของพรรคก้าวไกลนั้น  ยืนยันว่า ไม่เคยโทรศัพท์คุยกัน ไม่เคยไลน์คุยกัน แต่ที่ผ่านมา สังเกตจากการพิจารณากฎหมายกัญชากัญชง จะเห็นว่าพรรคก้าวไกล
มีเหตุมีผล ไม่ใช่พรรคที่เล่นการเมือง เช่นเดียวกับพรรคภูมิใจไทย  

เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยเห็นด้วยกับกฎหมายสุราก้าวหน้า หรือไม่ อนุทิน โยนให้ เป็นเรื่องของวิปรัฐบาล ว่าวิปรัฐบาลมีความเห็นอย่างไร เพราะอยู่ในรัฐบาลด้วยกันต้องพยายามรักษามารยาทการอยู่ร่วมกัน พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคมืออาชีพ รู้มารยาทรู้สิ่งที่ควรหรือไม่ควร โดยเฉพาะเรื่องอะไรที่ประชาชนได้ประโยชน์ ขออย่าไปเปรียบเทียบให้เกิดความขัดแย้ง กัญชาก็กัญชา สุราก็สุรา ว่ากันไป

ด้าน วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ถึงท่าทีของพรรคต่อการลงมติร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง และสุราก้าวหน้า ในวันที่ 2 พฤศจิกายนนี้ ว่า ในช่วงบ่ายของวันนี้ จะมีการประชุมพรรค เพื่อหารือและพูดคุยภาพรวมของพรรคว่าจะมีท่าทีอย่างไรกับการลงมติในร่างดังกล่าว ดังนั้นจึงต้องรอการประชุมเสร็จสิ้นเสียก่อนจึงจะได้ข้อสรุป

ก่อนหน้านี้ จุรินทร์ ลักษณะวิศิษย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่า ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ทำงานด้วยกันกับพรรคภูมิใจไทยได้  แต่จุดยืนทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่สนับสนุน นโยบายกัญชาเสรีการพิจารณา ร่างกฎหมายดังกล่าว จึงต้องยืนอยู่บนหลักการที่พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันมาโดยตลอด

ประชาธิปัตย์ สนับสนุนกัญชาเพื่อการแพทย์ แต่ไม่สนับสนุนกัญชาเสรี นี่ถือว่าเป็นจุดยืน เพราะฉะนั้นรายละเอียดต่อมาก็จะใช้หลักนี้ในการพิจารณาต่อไปในการดำเนินการกัญชาทางการแพทย์นั้นเป็นประโยชน์ แต่กัญชาเสรี อย่างน้อยที่สุดจะสร้างปัญหาให้กับอนาคตของประเทศระยะยาว