มทร.ศรีวิชัย สร้างนวัตกรรม “เครื่องปอกเปลือกไข่นกกระทา”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/371099

มทร.ศรีวิชัย สร้างนวัตกรรม “เครื่องปอกเปลือกไข่นกกระทา”

วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 – 16:52 น.
มทรศรีวิชัย
เปิดอ่าน 230 ครั้ง

มทร.ศรีวิชัย สร้างนวัตกรรม “เครื่องปอกเปลือกไข่นกกระทา” ต้นทุนต่ำ เพิ่มผลผลิตสูง

ไข่นกกระทาเป็นไข่ของนกประเภทนกคุ่มหรือนกกระทา มีลักษณะคล้ายกับไข่ไก่แต่มีขนาดเล็กกว่ามากและมีจุดแต้มหรือลายประสีต่างๆบนเปลือกไข่ ไข่นกกระทามีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าไข่ไก่ เต็มไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ มากกว่าไข่ชนิดอื่น ๆ สามารถรับประทานได้ทั้งไข่ดิบ ไข่สุก ไข่อบ และไข่ทอด ถือว่าเป็นวัตถุดิบหลักในการทำอาหาร โดยเฉพาะการทำกระเพาะปลา พะโล้ไข่นกกระทา ทั้งนี้ยังปรุงเป็นขนมหรืออาหารรับประทานเล่น สามารถซื้อได้ตามตลาดและร้านค้าทั่วไป
อาจารย์ทวิชาติ เย็นวิเศษ และอาจารย์จรัญ ธรรมใจ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี พร้อมด้วย นายพรนุวัฒน์ แก้วรัตน์ และนายศุภณัฐ สุวรรณขาว นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี ร่วมกันออกแบบและสร้าง “เครื่องปอกเปลือกไข่นกกระทา”

หลังจากการลงพื้นที่สำรวจความต้องการของเจ้าของฟาร์มที่ประกอบอาชีพการเลี้ยงนกกระทา พบว่าการผลิตไข่นกกระทาของบ่อเตี้ยฟาร์ม ตำบลม่วงงาม อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา มีขั้นตอนในการปอกไข่นกกระทาโดยใช้เครื่องสำเร็จรูป การปอกไข่นกกระทาจะนำไข่นกกระทาที่ผ่านการกะเทาะเปลือกแล้วใส่ในเครื่องปอก โดยมีช่องสำหรับเทไข่นกกระทาเข้าสู่เครื่อง ไข่จะไหลเข้าหาเพลาที่หุ้มด้วยยาง เพลาจะมีการทำงานโดยการหมุนตัวเข้าหากันเพื่อหนีบเปลือกไข่นกกระทาให้หลุดออกและขณะเพลาทำการหมุนเข้าหากันจะมีแป้นสำหรับกดไข่นกกระทาให้สัมผัสกับเพลา การทำงานจะเป็นระบบต่อเนื่อง สามารถปอกเปลือกไข่นกกระทาได้ประมาณ 6,000 ฟอง ต่อชั่วโมง
อาจารย์ทวิชาติ เย็นวิเศษ และอาจารย์จรัญ ธรรมใจ กล่าวว่า ในการทำเครื่องปอกไข่นกกระทามีความจำเป็นต้องนำความรู้ทางด้านวิศวกรรมอุตสาหการมาบูรณาการ ตั้งแต่ขั้นตอนการเก็บช้อมูลในการปอกไข่ การออกแบบตัวเครื่องเช่น วิธีการปอหกไข่แบบเดิม กำลังการผลิต/วัน ปัญหาของวิธีการแบบดั้งเดิม จึงนำวิธีการแบบดั้งเดิมมาคิดวิเคราะห์ จากนั้นทำการออกแบบวิธีการปอกให้มีประสิทธิภาพมากกว่ารูปแบบเดิม โดยเน้นหลักของเศรษฐศาสตร์ สิ่งหนึ่งที่มีความจำเป็นในการผลิตเครื่องปอกไข่นกกระทานั้นคือ การเลือกใช้วัสดุ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผู้บริโภค ต้องนำความรู้ทางด้านวิชาวัสดุวิศวกรรมามาใช้ ตลอดจนการออกแบบตัวเครื่องก็เช่นกัน นำความรู้ด้านวิชากลศาสตร์ การประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ ควบคู่กับการใช้ความรู้จากการเรียนงานเชื่อม งานเครื่องมือกล และงานทางด้านไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ และสามารถนำมาบูรณาการสำหรับการผลิตเครื่องปอกไข่นกกระทาให้พร้อมต่อการใช้งาน
สำหรับแนวทางในการพัฒนา หากมีความจำเป็นที่จะต้องปอกไข่ครั้งละจำนวนมาก ๆ นั้น สามารถนำแนวคิดจากการผลิตเครื่องปอกไข่นกกระทา นำมาประยุกต์ใช้ได้กับการปอกไข่ชนิดต่าง ๆ อาทิ เครื่องปอกไข่ไก่ เครื่องปอกไข่เป็ด เป็นต้น อย่างไรก็ตามจะมีการพัฒนาเครื่องปอกไข่นกกระทาให้มีความสามารถในการปอกให้มีการผลิตและมีปริมาณจำนวนมาก เพื่อนำไปใช้งานในระดับอุตสาหกรรมต่อไป

               สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  อาจารย์จรัญ ธรรมใจ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย โทรศัพท์ 089 – 6580474

“โยธกา บุญมาก”เกษตรกรดีเด่นสาขาอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/371072

    “โยธกา บุญมาก”เกษตรกรดีเด่นสาขาอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม

วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 – 15:35 น.
หม่อนไหม
เปิดอ่าน 276 ครั้ง

    “โยธกา บุญมาก”เกษตรกรดีเด่นสาขาอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม

              “โยธกา บุญมาก”เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติสาขาอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหมประจำปี2562 มุ่งมั่นสืบสานอาชีพหม่อนไหม ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ลดต้นทุนการผลิตเพิ่มมูลค่ามูลไหม-โปรตีนไหมสร้างรายได้แก่ชุมชน

นางสาวศิริพร บุญชู อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า  กรมหม่อนไหมได้พิจารณาคัดเลือกเกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ให้หน่วยงานในสังกัดคัดเลือกเกษตรกร สถาบันเกษตรกรและสหกรณ์ ที่มีผลงานดีเด่นในสาขาอาชีพต่างๆ ให้เป็นเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ เพื่อยกย่องประกาศเกียรติคุณ เผยแพร่ผลงานให้สาธารณชนรับทราบโดยผลการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหมประจำปี 2562 ได้แก่ นางโยธกา บุญมาก  เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านพญาราม อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งได้เข้ารับพระราชทานโล่รางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี พ.ศ.2562 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา

นางโยธกา บุญมากปัจจุบันเป็นประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านพญารามจังหวัดสุรินทร์มีพื้นที่ปลูกหม่อนทั้งสิ้น จำนวน 2  ไร่ 2 งาน 66 ตารางวา ปลูกหม่อนพันธุ์บุรีรัมย์ 60 ได้ผลผลิตใบหม่อน 2,000 – 3,000 ก.ก./ไร่/ปีเพื่อเลี้ยงไหมพันธุ์ไทยพื้นบ้าน จำนวน 7 รุ่น/ปีได้ผลผลิตเส้นไหม ประเภทไหมน้อย 5.5 กิโลกรัม/ปี และไหมเปลือกนอก 3ก.ก/ปี สำหรับใช้ผลิตผ้าไหมมีรายได้จากการประกอบอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ไม่ต่ำกว่าปีละ 100,000 บาท   โดยในปี 2561 มีรายได้จากการจำหน่าย ใบหม่อน 37,500 บาท/ปี  เส้นไหม 11,000 บาท/ปี ดักแด้ไหม 2,000 บาท/ปี ปุ๋ยมูลไหม 5,000 บาท/ปี ชามูลไหม 5,000 บาท/ปี และผ้าไหม  84,700 บาท/ปี รวมรายได้ทั้งสิ้น 145,200 บาท/ปี

นางโยธกา เป็นผู้มีความคิดริเริ่มในหลายๆด้าน เช่น  การรวมกลุ่มจัดตั้ง “กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านพญาราม” เพื่อจัดทำหม่อนแปลงรวม โดยได้รับการสนับสนุนท่อนพันธุ์หม่อนจากศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ สุรินทร์ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งสิ้น 151 ราย มีหม่อนแปลงรวม 130 ไร่และเป็นผู้ริเริ่มจัดหาโรงเลี้ยงไหมที่เป็นของส่วนรวม โดยสร้างห้องเลี้ยงไหมวัยอ่อนจำหน่ายให้สมาชิกภายในกลุ่ม ริเริ่มให้มีการประกันราคาดักแด้ เพื่อแก้ปัญหาราคาดักแด้ตกต่ำนอกจากนี้ ยังเป็นคนแรกที่นำมูลไหมมาสร้างมูลค่าเพิ่มในรูปแบบ  “ปุ๋ยมูลไหม”โดยนำมูลไหม มาอบแห้ง ก่อนส่งให้สถานีพัฒนาที่ดิน ตรวจวิเคราะห์ธาตุอาหาร NPK ก่อนนำมาบรรจุถุงขายและผลิต “ชามูลไหม”โดยนำมูลไหม ไปอบแห้งและคั่วด้วยไฟปานกลาง บรรจุซองชา และส่งให้ สวทช. ตรวจวิเคราะห์หาคุณค่าและสารอาหารทางโภชนาการ พบว่า มูลไหมมีสารสำคัญที่ช่วยบำรุงสุขภาพ ปัจจุบันกลายเป็นสินค้าเครื่องดื่มสำหรับที่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคที่รักสุขภาพ และเป็นผู้ริเริ่มพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์จากโปรตีนไหม เช่น สบู่ก้อน สบู่เหลว แชมพู โลชั่นเซรั่ม และครีม ช่วยสร้างอาชีพและรายได้เพิ่มให้แก่เกษตรกรในชุมชนสามารถเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ยังมีการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อลดต้นทุนการผลิต ลดสารพิษตกค้าง และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เช่น  การจัดการแปลงหม่อนโดยวิธีเขตกรรม โดยการตัดแต่งกิ่งหม่อนในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อลดการสะสมของโรคและแมลงศัตรูพืชการบำรุงรักษาดินและต้นหม่อน โดยการใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทนการใช้ปุ๋ยเคมีการจัดการผลพลอยได้จากการเลี้ยงไหมได้อย่างมีประสิทธิภาพ การติดตั้งตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อใช้อบรังไหม และอบมูลไหม การติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ในการผันน้ำมาใช้ในแปลงหม่อนรวม เพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้าและลดต้นทุนค่าใช้ไฟฟ้าการนำพืชท้องถิ่นมาย้อมผ้าไหมแทนการใช้สีเคมีการนำพืชสมุนไพรท้องถิ่นมาอบรักษาผ้าไหมแทนการใช้สารเคมีตามภูมิปัญญาท้องถิ่น การใช้พวงสาวแบบโบราณพื้นบ้านด้วยหม้อดิน โดยใช้เตาฟืนแทนเตาถ่านหรือเตาแก๊สเพื่อลดค่าใช้จ่าย   ทำให้ที่ผ่านมาได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย เช่น   รางวัลชนะเลิศการประกวดเส้นไหมน้อยสาวมือของศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯจังหวัดสุรินทร์และรางวัลชนะเลิศการประกวดเส้นไหมน้อยสาวมือระดับประเทศในงานมหกรรมไหมไทย (ปี 2550) รางวัลชมเชยในการประกวดผ้าไหมโบราณของสภาวัฒนธรรม จังหวัดสุรินทร์(ปี 2547) เป็นต้น

“จากผลงานและกิจกรรมที่ได้ทำจะเห็นได้ว่านางโยธกา บุญมาก เป็นผู้ที่มีมีความรู้ความสามารถในด้านปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และยังเป็นผู้นำที่มีความเสียสละ  มีจิตอาสาทำงานช่วยเหลือชุมชนในด้านต่างๆ  เช่น อาสาสมัครเกษตรกร (หม่อนไหมอาสา) เป็น Smart Farmer หม่อนไหม เป็นประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหมพญารามเป็นคณะกรรมการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อำเภอเมืองสุรินทร์เป็นเกษตรกรความคิดริเริ่มในด้านต่างๆ ที่ช่วยแก้ไขปัญหาให้แก่เกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าหม่อนไหมในหลากหลายมิติ สร้างอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมได้อย่างน่าชื่นชมจนทำให้ได้รับคัดเลือกเป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติสาขาอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ประจำปี 2562 ” อธิบดีกรมหม่อนไหมกล่าว

เปิดรับสมัครผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/370795

 เปิดรับสมัครผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ

วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 – 16:39 น.
กฟก
เปิดอ่าน 436 ครั้ง

 เปิดรับสมัครผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ

กฟก.เปิดรับสมัครผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรตั้งแต่วันนี้ถึง 10 พ.ค. 62พร้อมประกาศเชิญชวนสมาชิกใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรในวันที่ 16 มิ.ย.62

         ตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ได้กำหนดตําแหน่งกรรมการในคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร มาจาก 3 ส่วน ได้แก่ 1. กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวน 10 ท่าน ที่มีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นประธานกรรมการ  2. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 11 คน ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิภาคราชการ จำนวน 5 คน และผู้ทรงคุณวุฒิภาคเอกชน จำนวน 6 คน  และ 3. ผู้แทนเกษตรกรจำนวน 20 คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของสมาชิกองค์กรเกษตรกร เป็นกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร มีวาระการเป็นตัวแทนเกษตรกรคราวละ 2 ปี
นายสไกร พิมพ์บึง รองเลขาธิการ รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.)เปิดเผยว่า  สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร(กฟก.) อาศัยอำนาจตามคำสั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ 641/2562 และมติคณะกรรมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ครั้งที่ 1/2562  เปิดรับสมัครผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน – 10 พฤษภาคม 2562 หลังสรรหาบุคคลที่เหมาะสมได้แล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะพิจารณาเสนอรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิต่อคณะรัฐมนตรีตามลำดับ
กฟก.เปิดโอกาสให้ผู้สนใจ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนสามารถยื่นใบสมัครผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ได้ด้วยตนเองหรือเสนอชื่อโดยส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรเอกชนที่เป็น นิติบุคคล หรือองค์กรเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยได้รับความยินยอมหรือหนังสือรับรองจากหน่วยงานต้นสังกัด ผู้รับสมัครผู้ทรงคุณวุฒิจะต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ มีผลงานและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารการเงินการธนาคาร หรือการฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น หรืออุตสาหกรรมชุมชน หรือเทคโนโลยีการเกษตร หรือการพัฒนาแหล่งน้ำ หรือการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ ผู้รับสมัครผู้ทรงคุณวุฒิจะต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม คือ ไม่เป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือกรรมการ ที่ปรึกษา หรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง ไม่เป็นข้าราชการ พนักงานองค์กรของรัฐ ที่มีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ ไม่เป็นอดีตข้าราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ที่ถูกไล่ออก ปลดออก ให้ออก หรือเลิกจ้างเพราะทุจริตต่อหน้าที่
“ ผู้สนใจสมัครตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิ สามารถยื่นหลักฐานประกอบการสมัคร ได้ที่สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรสาขาจังหวัดทุกจังหวัด หรือ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สำนักงานใหญ่ อาคาร CEC เลขที่ 68/12 ชั้น 5 ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ในวันและเวลาราชการ  ” นายสไกรกล่าว
ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรได้ประกาศเชิญชวนสมาชิกองค์กรเกษตรกร รับสมัครเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกร เป็นกรรมการในคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เพื่อเป็นตัวแทนเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรทั่วประเทศจำนวน 5,530,000 คน ประกอบด้วยสมาชิกในพื้นที่ภาคเหนือ 1,300,000 คน ภาคกลาง 900,000 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2,400,000 คน  ภาคใต้  700,000 คน  โดยหลังปิดการรับสมัครเมื่อวันที่  3 พ.ค.62  คณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้งจะนำเอกสารที่เกี่ยวข้องมาทำการตรวจสอบคุณสมบัติผู้รับสมัครว่าตรงตามข้อกำหนดหรือไม่  ทั้งนี้การตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน นับแต่วันปิดรับสมัครตามกฎกระทรวงฯ ก่อนจะประกาศรับรองสิทธิผู้สมัครรับเลือกตั้งต่อไป
การเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรเป็นกรรมการในคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ตามพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ. 2542 มาตรา 12 และมาตรา 13 ได้บัญญัติให้มีผู้แทนเกษตรกรซึ่งมาจากการเลือกตั้งของสมาชิกองค์กรเกษตรกรทั่วประเทศ โดยจำแนกผู้แทนภาคเหนือ 5 คน ภาคกลาง 4 คน ภาคตะวันออก 7 คน และภาคใต้ 4 คน
นายสไกรกล่าวอีกว่า  กระทรวงเกษตรฯ ได้ขอความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้มอบหมายให้ กรมการปกครองรับผิดชอบในการบริหารจัดการเลือกตั้งผู้แทนเกษตกรในวันอาทิตย์ที่ 16 มิ.ย. 2562 พร้อมขอความร่วมมือจาก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. ประกาศเสียงตามสายเชิญชวนให้เกษตรกรในแต่ละชุมชน หมู่บ้านออกไปใช้สิทธิเลือกผู้แทนเกษตรกรให้ได้มากที่สุด เพราะผู้แทนเกษตรกรที่มาจากการเลือกตั้งมีบทบาทสำคัญในการนำเสนอความเห็นต่อรัฐบาลในการดูแลจัดการปัญหาหนี้สินรวมทั้งการฟื้นฟูพัฒนาอาชีพเกษตรกรทั่วประเทศ  จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ จะออกไปใช้สิทธิของตนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในวันและเวลาที่กำหนด เพื่อสรรหาตัวแทนเกษตรกรที่มีความรู้ความสามารถมาทำหน้าที่ดังกล่าว    ทั้งนี้ก่อนวันเลือกตั้ง ขอให้สมาชิกตรวจสอบรายชื่อจากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ที่ว่าการอำเภอ/เขต  หรือ กฟก. สาขาจังหวัด หากตรวจสอบแล้วไม่พบรายชื่อ ขอให้ติดต่อที่สำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯ สาขาจังหวัดที่ท่านขึ้นทะเบียนรายชื่อไว้
“ กฟก. จึงขอเชิญชวนให้เกษตรกรสมาชิกทุกท่านร่วมกันออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกร ในวันอาทิตย์ที่16 มิถุนายน 2562กันให้มากๆตั้งแต่เวลา 08.00 น. – 15.00 น. เพราะผู้แทนเกษตรกรที่ได้รับการเลือกตั้งก็จะเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายทั้งด้านหนี้สินและการฟื้นฟูอาชีพเกษตรกร  เพื่อพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรต่อไป  นายสไกรกล่าว

เปิดโอกาสให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนต่อยอดสู่ผู้ประกอบกิจการ SMEs

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/370794

เปิดโอกาสให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนต่อยอดสู่ผู้ประกอบกิจการ SMEs

วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 – 16:35 น.
กรมส่งเสริมการเกษตร,ชาตรี บุนนาค
เปิดอ่าน 130 ครั้ง

เปิดโอกาสให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนต่อยอดสู่ผู้ประกอบกิจการ SMEs

กรมส่งเสริมการเกษตรเผย พ.ร.บ.ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ฉบับใหม่ 2562 เปิดโอกาสให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเข้าถึงบริการรัฐมากขึ้นสร้างเศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็งพัฒนาต่อยอดสู่การเป็นผู้ประกอบกิจการ SMEs ในอนาคต

วิสาหกิจชุมชน นับเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน โดยนำความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นและทรัพยากรนำมาผลิตสินค้าหรือบริการ ก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชน แต่วิสาหกิจชุมชนหลายแห่งยังคงมีปัญหาและข้อจำกัดในการบริหารกิจการตามพระราชบัญญัติ(พรบ.)ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 ดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร จึงได้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม พรบ. และประการใช้ พรบ.ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 โดยสนับสนุนให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชน เป็นนิติบุคคลเพื่อความเข้มแข็งยิ่งขึ้น สามารถเข้าถึงบริการต่าง ๆ ของรัฐได้สะดวกมากขึ้น
นายชาตรี บุญนาค รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ภายหลังจากคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติมีมติเห็นชอบ พรบ.ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ตามข้อเสนอของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2562 แล้วนั้น  เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้กฎหมายฉบับใหม่นี้ กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้จัดการสัมมนาบูรณาการงานส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนหน่วยงานภาคี ครั้งที่ 2/2562 ร่วมกับ หน่วยงานภาคี ผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการผู้แทนวิสาหกิจชุมชนในคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ณ โรงแรมมารวย การ์เด้น กทม. เมื่อวันจันทร์ที่ 29 เมษายน 2562
งานสัมมนาดังกล่าว กรมส่งเสริมการเกษตรเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องช่วยกันวางหลักสูตรฝึกอบรมเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อสร้างความเข้าใจแก่เจ้าหน้าที่ ในการนำไปชี้แจงแก่วิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ความรับผิดชอบตนเองต่อไป และนำผลสรุปที่ได้ในงานสัมมนาไปจัดทำเป็นคู่มือการปฏิบัติงานให้กับเจ้าหน้าที่ในส่วนกลางและระดับชุมชนต่อไป
นายชาตรีกล่าวว่าพ.ร.บ.ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 มีสาระสำคัญเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพรบ.ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 โดยกำหนดบทบัญญัติเพิ่มเติมเกี่ยวกับการอำนวยความสะดวกในการจดทะเบียนนิติบุคคล บทบาทหน้าที่ของกรมส่งเสริมการเกษตร การปรับปรุงองค์ประกอบคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนและคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนจังหวัด การยกเลิกคณะกรรมการประสานนโยบายกองทุนเพื่อพัฒนากิจการวิสาหกิจชุมชน การเพิ่มบทบาทหน่วยงานที่ให้การสนับสนุน เพื่อให้การพัฒนากิจการวิสาหกิจชุมชนเกิดความเข้มแข็งและส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวต่อไป

นายชาตรี กล่าวว่า  พ.ร.บ.วิสาหกิจชุมชนที่แก้ไขเพิ่มเติม จะช่วยให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนสามารถขึ้นทะเบียนและประกอบกิจการในฐานะนิติบุคคลได้สะดวกขึ้น สามารถทำนิติกรรม ธุรกรรมหรือถือครองทรัพย์สินได้ภายใต้ชื่อของวิสาหกิจชุมชน และเปลี่ยนรูปแบบการเสียภาษีจากบุคคลธรรมดาเป็นการเสียภาษีในรูปแบบนิติบุคคลที่ได้รับการลดหย่อนภาษีมากกว่า รวมทั้ง แก้ไขเพิ่มเติมเรื่องการจัดทำประกาศเรื่องการโอนอสังหาริมทรัพย์จากสมาชิกให้แก่วิสาหกิจชุมชน
พ.ร.บ.วิสาหกิจชุมชนที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้กรมส่งเสริมการเกษตรอำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนของวิสาหกิจชุมชนในการติดต่อกับส่วนราชการ โดยทำหน้าที่รับเรื่อง ประสานงาน และติดตามผลในการขอจัดตั้งเป็นนิติบุคคลของวิสาหกิจชุมชนในรูปแบบต่างๆ  นอกจากนี้ ยังได้แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของกรมส่งเสริมการเกษตร ในฐานะเลขานุการของคณะกรรมการ เพื่อขยายโครงสร้างการดำเนินการให้ครอบคลุมการพัฒนาและส่งเสริมกิจการวิสาหกิจชุมชนมากยิ่งขึ้น โดยมีเป้าหมายสนับสนุนการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนให้มีความเข้มแข็ง สามารถพัฒนาไปเป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในระยะต่อไป

รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จัดอบรม “อาหารภูมิปัญญาสมุนไพร”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/370685

รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จัดอบรม “อาหารภูมิปัญญาสมุนไพร”

วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 – 15:22 น.
เจ้าพระยาอภัยภูเบศร
เปิดอ่าน 279 ครั้ง

รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จัดอบรม “อาหารภูมิปัญญาสมุนไพร”

โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จัดอบรม “อาหารภูมิปัญญาสมุนไพร” ให้กับประชาชนฟรี รวม 2 รุ่น  ระหว่างวันที่ 29 เมษายน – 10 พฤษภาคม 2562 เพื่อสร้างโอกาสให้กับแรงงานคืนถิ่น รองรับกระแสทองเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยมีให้ความสนใจสมัครเข้ารรับการอบรมถึง 100 คน

          ดร.ผกากรอง ขวัญข้าว

ดร.ผกากรอง ขวัญข้าว  เภสัชกรชำนาญการ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า การจัดการอบรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นการจัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้สมุนไพรไทยและความรู้ด้านการดูแลสุขภาพตามวิถีภูมิปัญญาไทย อีกทั้งเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบการให้บริการของอภัยภูเบศรเดย์สปา ให้กับผู้บริโภคที่สนใจการให้บริการสปาไทย

โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ การค้นหาเจ้าเรือนตนเอง การปฏิบัติตัวด้านอาหาร และใช้ชีวิตเพื่อปรับเข้าสู่สมดุลของตนเอง การฝึกปฏิบัติปรุงอาหารสุขภาพ ตามธาตุเจ้าเรือน  การฝึกอบรมครั้งนี้ เน้นให้ลงมือปฏิบัติจริง เน้นให้เกิดการเรียนรู้ด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 เพื่อให้ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดูแลสุขภาพของตนเองและครอบครัว และเป็นการโอกาสในการสร้างงาน การเปิดธุรกิจขนาดย่อม รองรับแรงงานคืนถิ่น รวมทั้งการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่กำลังมาแรงในปัจจุบันด้วย


จังหวัดปราจีนบุรี มีโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูงด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และเราได้จัดตั้ง ศูนย์ฝึกอบรมอภัยภูเบศร เดย์ สปา ขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์ คือ การพัฒนาผู้ประกอบการและนักบำบัดสปาให้มีองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย และสามารถประยุกต์นำองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย-สมุนไพร ไปใช้ในการบริการสปาได้ เพื่อยกระดับการแพทย์แผนไทยเข้าสู่การบริการในระดับนานาชาติ และสร้างความแตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ให้กับสปาของไทยได้
สำหรับการจัดอบรมนั้น จัดขึ้นปีละครั้งเท่านั้น หากผู้ที่สนใจสาระความรู้เพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่เฟซบุค อภัยภูเบศรเดย์สปา

กรมป่าไม้แจกต้นรวงผึ้งให้ประชาชนในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/370604

กรมป่าไม้แจกต้นรวงผึ้งให้ประชาชนในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 – 14:00 น.
อำนวยพร ชลดำรงกุล
เปิดอ่าน 238 ครั้ง

กรมป่าไม้แจกต้นรวงผึ้งให้ประชาชนในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

กรมป่าไม้แจกต้นรวงผึ้งให้ประชาชนในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในวันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม 2562 เวลา 18.00 น. – 19.00 น. ณ บริเวณสนามหลวง (ฝั่งวัดพระแก้ว)เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศ

                นางอำนวยพร ชลดำรงค์กุล รองอธิบดีกรมป่าไม้ โฆษกกรมป่าไม้ กล่าวว่า เนื่องในโอกาส
มหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก กรมป่าไม้ได้จัดเตรียมต้นรวงผึ้งเพื่อแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนที่มาร่วมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกและถวายพระพร ณ บริเวณสนามหลวง (ฝั่งวัดพระแก้ว) ในวันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม 2562 เวลา 18.00 น. – 19.00 น. เพื่อร่วมทำความดีถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โดยการปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศ

สำหรับกล้าไม้มีค่าชนิดอื่น ๆ เช่น พะยูง สัก ยางนา มะฮอกกานี ตะเคียนทอง และหว้า พี่น้องประชาชนที่อยู่ตามจังหวัดต่าง ๆ สามารถขอรับกล้าไม้ได้ฟรีที่สถานีเพาะชำกล้าไม้ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ทั้งนี้ หลังจากที่ได้รับกล้าและปลูกต้นไม้เรียบร้อยแล้ว ประชาชนสามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ http://www.forest.go.th หรือ  plant.forest.go.th หรือ สแกนผ่าน QR CODE เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการและกิจกรรมปลูกต้นไม้และปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกต่อไป

เปิดประชาพิจารณ์ร่างกฎกระทรวงฯ พ.ร.บ.สหกรณ์ฉบับใหม่ 13 ฉบับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/370603

เปิดประชาพิจารณ์ร่างกฎกระทรวงฯ พ.ร.บ.สหกรณ์ฉบับใหม่ 13 ฉบับ

วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 – 13:50 น.
กรมส่งเสริมสหกรณ์
เปิดอ่าน 197 ครั้ง

เปิดประชาพิจารณ์ร่างกฎกระทรวงฯ พ.ร.บ.สหกรณ์ฉบับใหม่ 13ฉบับ

กรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดประชาพิจารณ์ร่างกฎกระทรวงฯ 13 ฉบับ ผ่าน http://www.cpd.go.th พร้อมเปิดเวทีเชิญผู้แทนสหกรณ์ออมทรัพย์ และเครดิตยูเนียน รับฟังความคิดเห็น 14-15 พ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 4 พ.ค.62 นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้เปิดให้ประชาชน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ร่วมแสดงความคิดเห็นในการประชาพิจารณ์ร่างกฎกระทรวงฯจำนวน 13 ฉบับ ที่ออกตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2562 มาตรา 89/2 หมวดการดำเนินงานและการกำกับสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนียน ผ่านทางเวปไซต์กรมส่งเสริมสหกรณ์ (www.cpd.go.th) ตั้งแต่วันนี้ (4 พ.ค.62) เป็นต้นไป


พร้อมทั้งจะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนียนในวันที่ 14 และ 15 พ.ค.62 ที่สำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ถนนพิชัย เขตดุสิต กรุงเทพ โดยในวันที่ 14 พ.ค.จะจัดรับฟังความคิดเห็นจากสหกรณ์ฯขนาดใหญ่ ที่มีสินทรัพย์รวมตั้งแต่ 5,000 ล้านบาทขึ้นไปและชุมนุมสหกรณ์ จำนวน 154 แห่ง

               ส่วนในวันที่ 15 พฤษภาคม จะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสหกรณ์ฯขนาดเล็กที่มีสินทรัพย์รวมต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท จำนวน 1,771 แห่ง สำหรับในวันที่ 15 พ.ค.62 จะเพิ่มช่องทางโดยการส่งสัญญาณการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็น ผ่านทาง video conferrence ไปยังสำนักงานสหกรณ์จังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศอีกช่องทางหนึ่งด้วย จึงขอเชิญชวนผู้บริหารสหกรณ์ สมาชิกสหกรณ์ หรือผู้สนใจ เข้าร่วมแสดงความเห็น ได้ตามเวลาและสถานที่ดังกล่าว

‘อ.อ.ป.’ ช่วยผู้ประสบภัยแล้งในพื้นที่ อ.งาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/370322

‘อ.อ.ป.’ ช่วยผู้ประสบภัยแล้งในพื้นที่ อ.งาว

วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 – 12:14 น.
งาว
เปิดอ่าน 46 ครั้ง

‘อ.อ.ป.’ ช่วยผู้ประสบภัยแล้งในพื้นที่ อ.งาว

‘อ.อ.ป.’ ช่วยผู้ประสบภัยแล้งในพื้นที่ อ.งาว นำรถบรรจุน้ำได้คันละ 7,000 ลิตร แจกจ่ายและส่งน้ำ สำหรับการอุปโภค บริโภคให้กับชาวบ้านในพื้นที่บ้านปางหละ วันละ 2 รอบ


ว่าที่ พ.ต. อภิชาติ จินดามงคล ผู้อำนวยการ สำนักสถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากจังหวัดลำปาง เป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้ง องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัด ได้ตระหนักถึงปัญหาในเรื่องนี้ จึงได้มอบหมายให้ สถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ (ส.คช.) เป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานให้การช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์จากปัญหาภัยแล้งให้กับชาวบ้านในพื้นที่สูงและไกลจากแหล่งน้ำในบริเวณพื้นที่อำเภองาว

เบื้องต้นนี้ อ.อ.ป. โดย ส.คช. ได้ให้ความช่วยเหลือกับชาวบ้านที่ประสบปัญหาฯ โดยการนำรถบรรทุกน้ำของ ส.คช. ที่สามารถบรรจุน้ำได้คันละ 7,000 ลิตร แจกจ่ายและส่งน้ำ สำหรับการอุปโภค บริโภคให้กับชาวบ้านในพื้นที่บ้านปางหละ วันละ 2 รอบ ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการให้ความช่วยเหลือตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา โดยได้รับความร่วมมือจากองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหวด อำเภองาว จังหวัดลำปาง ในการสูบน้ำจากลำห้วยร่องต้าอีกด้วย

ประชาชนแห่จองต้นดาวเรือง รับงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/370318

ประชาชนแห่จองต้นดาวเรือง รับงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 – 11:54 น.
ดาวเรือง
เปิดอ่าน 63 ครั้ง

ประชาชนแห่จองต้นดาวเรือง รับงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

งดงามตระการตา!!  ภาครัฐ เอกชน ประชาชนแห่จองต้นดาวเรืองพันธุ์ King Yellow เพื่อนำไปประดับบ้านเรือน สำนักงานและตกแต่งในที่สาธารณ รับงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562

นายพงษ์ สุริวัย เกษตรกรเจ้าของแปลงดาวเรืองอ.วิหารแดง จ.สระบุรี กล่าวว่า จ.สระบุรีเป็นแหล่งปลูกดาวเรืองแหล่งใหญ่แห่งหนึ่งที่ใกล้กรุงเทพมหานครที่สุด  ขณะนี้กำลังจัดส่งดาวเรืองไปยังผู้สั่งจองทั่วประเทศ และส่งขายต่อไปยังผู้ขายในกรุงเทพมหานครตามสำนักงานเขตต่างๆเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ เตรียมความพร้อมการจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
ข้อพิเศษของสวนคือ เป็นดาวเรืองพันธุ์ King Yellow  พร้อมส่ง ออกดอกเต็มต้น  สีเหลือง ต้นแข็งแรง ทรงพุ่มสวย วัสดุปลูกใช้ดินอินทรีย์ผสมเป็นหลัก มีไม้ค้ำทุกต้น อยู่ได้นาน 3 เดือนขึ้นไป (พ.ค.-ก.ค.)ต่างจากที่อื่นเพราะใช้ดินอินทรีย์เป็นวัสดุปลูกหลัก อยู่ในถุงใช้เป็นไม้ประดับเกินกว่า 3 เดือน โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 1 เดือน ทนต่อการขนส่ง เหมาะสำหรับประดับงานพระราชพิธี หรือตกแต่งอาคารสถานที่เพื่อความสวยงาม และเมื่อเสร็จจากงานพระราชพิธี สามารถนำไปลงแปลงปลูกเป็นไม้ดอกถาวรหรือไม้เก็บดอกขายได้
ดาวเรืองพันธุ์ King Yellow ของแปลงเกษตรกรที่  อ.วิหารแดง จ.สระบุรี จำหน่ายปลีกและส่ง ราคาตกลงกันได้ สั่งจำนวน 1,000 ต้นขึ้นไปมีบริการส่งฟรีในเขตกทม.และปริมณฑลสนใจ
ติดต่อไลน์ไอดี @suansaisorn  โทร 094-547-9892  Inbox:m.me/suansaisorn

กรมส่งเสริมการเกษตรจัดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/370308

กรมส่งเสริมการเกษตรจัดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่

วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 – 11:26 น.
คลินิกเคลื่อนที่
เปิดอ่าน 72 ครั้ง

กรมส่งเสริมการเกษตรจัดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ เฉลิมพระเกียรติพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

กรมส่งเสริมการเกษตรจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ผสานกำลังหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ออกให้บริการเกษตรกร 77 จังหวัดทั่วประเทศภายในวันที่ 10 – 31 พฤษภาคม ร่วมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่มีวัตถุประสงค์ในการให้บริการช่วยเหลือเกษตรกรใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยอาศัยความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการบูรณาการความรู้และงานวิจัยเพื่อถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยีทางการเกษตร และแก้ไขปัญหาที่เกษตรกรเจอในการทำการเกษตร ทั้งยังมีการติดตามผลเพื่อให้มั่นใจได้ว่าปัญหาที่เกษตรกรพบจะได้รับการแก้ไขที่ถูกต้องและสัมฤทธิ์ผล โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่มาอย่างต่อเนื่องกว่า 17 ปี เริ่มต้นเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2545 เมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร ในวโรกาสทรงมีพระชนมายุ 50 พรรษา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ขอพระราชานุญาตจัดทำโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่กราบบังคมทูลถวาย โดยทรงรับโครงการดังกล่าวไว้ในพระราชานุเคราะห์  และทรงพระราชทานพระราชานุญาตอัญเชิญพระนามาภิไธยย่อไว้ในเครื่องหมายตราสัญลักษณ์โครงการด้วย
โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในรอบเดือนพฤษภาคมนี้พิเศษกว่าที่ผ่านมา เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 4 – 6 พฤษภาคม 2562 นี้ ณ พระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติเพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ที่เกี่ยวกับด้านการเกษตร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้พี่น้องเกษตรกรในการประกอบอาชีพการเกษตรที่เป็นรากฐานสำคัญของประเทศ

      การให้บริการของคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ จำแนกได้เป็น 11 ด้าน คือ 1. คลินิกดิน 2. คลินิกพืช 3. คลินิกปศุสัตว์ 4. คลินิกประมง 5. คลินิกชลประธาน 6. คลินิกสหกรณ์ 7. คลินิกบัญชี 8. คลินิกกฎหมาย 9. คลินิกข้าว 10. คลินิกหม่อนไหน 11. คลินิกอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ เช่น การฝึกอาชีพด้านการเกษตร หรือ การนำเสนอผลงานดีเด่นด้านการเกษตรของจังหวัด เป็นต้น