พร้อมให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ปีหน้า

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/404214?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

พร้อมให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ปีหน้า

12 ธันวาคม 2562 – 16:33 น.
คลิกนิกเกษตร,กรมส่งเสริมการเกษตร,เกษตรกร
เปิดอ่าน 11 ครั้ง

กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าคลิกนิกเกษตรเคลื่อนที่พร้อมให้บริการ ปี 2563 ทั้งหมด 4 ครั้งเผยปี 62 มีเกษตรกรเข้ารับบริการเกือบแสนราย

12 ธันวาคม 2562 นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า การทำอาชีพเกษตรในปัจจุบันนอกจากจะต้องรับมือกับปัญหาแมลงศัตรูพืชและโรคพืชแล้ว เกษตรกรต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

ส่งผลกระทบต่อการทำการเกษตรทุกประเภท กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้จัดทำโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ขึ้น เพื่อให้บริการช่วยเหลือเกษตรกรทั่วประเทศ โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการแก้ไขปัญหาที่เกษตรกรพบเจอในการทำการเกษตร

สำหรับปี 2563 โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ มีกำหนดการจัดงานทั้งหมด 4 ครั้ง แบ่งเป็น ครั้งที่ 1 ช่วงเดือนตุลาคม – ธันวาคม 2562 ครั้งที่ 2 ช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม 2563 ครั้งที่ 3 ช่วงเดือน เมษายน – มิถุนายน 2563 และครั้งที่ 4  โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ระหว่างวันที่ 22 – 31 กรกฏาคม 2563

จากการดำเนินงานภายในปี 2562 มีเกษตรกรเข้ามารับบริการ จำนวน 98,639 ราย และเข้ารับบริการในคลินิกต่างๆ รวม 365,536 ราย ซึ่งการให้บริการของคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ จำแนกได้เป็น 11 ด้าน คือ 1. คลินิกดิน 2. คลินิกพืช 3. คลินิกปศุสัตว์ 4. คลินิกประมง 5. คลินิกชลประธาน 6. คลินิกสหกรณ์ 7. คลินิกบัญชี 8. คลินิกกฎหมาย 9. คลินิกข้าว 10. คลินิกหม่อนไหม 11. คลินิกอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ เช่น การฝึกอาชีพด้านการเกษตร หรือ

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวอีกว่า โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่มีวัตถุประสงค์ในการให้บริการช่วยเหลือเกษตรกรใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยอาศัยความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการบูรณาการความรู้และงานวิจัยเพื่อถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยีทางการเกษตร และแก้ไขปัญหาที่เกษตรกรเจอในการทำการเกษตร

ทั้งยังมีการติดตามผลเพื่อให้มั่นใจได้ว่าปัญหาที่เกษตรกรพบจะได้รับการแก้ไขที่ถูกต้องและสัมฤทธิ์ผล โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่มาอย่างต่อเนื่องกว่า 18 ปี ทั้งนี้ เกษตรกรใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ สามารถติดตามข่าวสารการจัดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ได้ภายในเว็บไซต์ https://clinickaset.doae.go.th/ รวมถึงสอบถามข้อมูลต่างๆ ได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดและสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่

ธรรมนัส ลั่นส.ป.ก.ทำตามกฎหมาย ยึดคืนแล้วถือว่าจบ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/404049?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

ธรรมนัส ลั่นส.ป.ก.ทำตามกฎหมาย ยึดคืนแล้วถือว่าจบ

12 ธันวาคม 2562 – 00:00 น.
สปก,ปารีณา,ธรรมนัส,กรมป่าไม้,ฟาร์มไก่,เขาสนฟาร์ม
เปิดอ่าน 155 ครั้ง

ธรรมนัส สั่งเลขาฯ ส.ป.ก.รายงานรองนายกฯ วิษณุ ตามข้อกฎหมายและการปฏิบัติขั้นตอนต่างๆ กรณีที่ดินฟาร์มไก่ ปารีณา 682ไร่ ขณะที่วิษณุ ลั่นส.ป.ก. ทำตามกฎหมาย

12 ธันวาคม 2562 ธรรมนัส สั่งเลขาฯ ส.ป.ก. รายงานรองนายกฯ วิษณุ ตามข้อกฎหมายและการปฏิบัติขั้นตอนต่าง ๆ กรณีที่ดินฟาร์มไก่ ปารีณา 682 ไร่ วิษณุ ลั่นส.ป.ก.ทำตามกฎหมาย ยึดคืนแล้วถือว่าจบ ส่วนกฎหมายป่าไม้ให้กรมป่าไม้ดำเนินการ

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า สั่งการให้นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เข้าพบนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายเพื่อรายงานการปฏิบัติตามขั้นตอนกฎหมายปฏิรูปที่ดิน เกี่ยวกับกรณีที่น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ครอบครองที่ดินเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อทำฟาร์มไก่ “เขาสนฟาร์ม” ซึ่งขณะนี้ยินยอมคืนพื้นที่ทั้ง 29 แปลงให้ส.ป.ก. แล้ว จากนี้จะส.ป.ก. จะนำสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดิน โดยอนุญาตให้ผู้ยากไร้เข้าทำกินได้ตามคุณสมบัติที่กำหนดไว้ในโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.)

“ทั้งนี้ในส่วนพื้นที่ส.ป.ก.ได้ทำตามหลักเกณฑ์จบหมดแล้ว ไม่เข้าเงื่อนไขการดำเนินคดี แต่ในส่วนกรมป่าไม้ จะดำเนินคดีตามอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลพื้นที่ป่า เป็นเรื่องไปว่ากันตามกฎหมายของกรมป่าไม้ ที่ไปบังคับใช้อย่างไร”

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวจากสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดราชบุรี (ส.ป.ก.จังหวัดราชบุรี) เปิดเผยว่าพื้นที่ส.ป.ก.กว่าพันไร่ที่ถือครองโดยนายทวี ไกรคุปต์ อดีตส.ส.ราชบุรี  โดยบริเวณพื้นที่ตรงกลาง เป็นภูเขา อยู่ฝั่งซ้ายมือ อยู่ในเขตส.ป.ก.อ.สวนผึ้ง และขวามืออยู่ในเขตส.ป.ก.อ.จอมบึง ประมาณ 800 กว่าไร่ และเขตสวนผึ้ง 600 กว่าไร่

สำหรับพื้นที่ทั้งแปลงนี้มีเกือบ 2 พันไร่ บางส่วนอยู่นอกเขตปฏิรูปที่ดิน เป็นเขตป่าไม้สงวนแห่งชาติ และฟาร์มไก่ ของส.ส.ปารีณา อ้างว่าครอบครองมาหลายสิบปี ประมาณ 40 กว่าปี ก่อนยกให้พื้นที่ให้ประกาศเขตปฎิรูปที่ดิน

ทั้งนี้ในแผนที่แสดงเขตที่ดิน ส.ป.ก.ฟาร์มไก่ ซี่งเป็นฟาร์มปิด อยู่ด้านฝั่งอำเภอจอมบึง อยู่ในเขต ส.ป.ก.ประมาณ แปดร้อยไร่ ส่วนที่เหลืออยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ และฝั่งอำเภอสวนผึ้งอยู่ในเขตส.ป.ก. ประมาณ หกร้อยกว่าไร่ ทั้งนี้พื้นที่ทั้งหมดรวมพื้นที่ที่กรมป่าไม้รับผิดชอบด้วยก็เกือบสองพันไร่ จะต้องตรวจสอบว่ารายชื่อที่แจ้งการครอบครองว่าเป็นนอมินีหรือไม่

โดยหลังจากนั้นมีการดำเนินการตามกระบวนการต่าง ๆ  จนกระทั่งได้ข้อสรุปดังกล่าวแล้วคือนางสาปารีณา ได้ขอคืนที่ดินส.ป.ก.แล้ว

ไม่จบ ป่าไม้ ส.ป.ก.ยังเกี่ยงโยนกลองดำเนินคดีฟาร์มไก่

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/404051?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

ไม่จบ ป่าไม้ ส.ป.ก.ยังเกี่ยงโยนกลองดำเนินคดีฟาร์มไก่

12 ธันวาคม 2562 – 00:00 น.
วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข,สปก,ปารีณา,กรมป่าไม้,รุกที่
เปิดอ่าน 120 ครั้ง

ไร้ข้อสรุป ป่าไม้ ส.ป.ก.ยังเกี่ยงโยนกลองดำเนินคดี ฟาร์มไก่ ตีกลับหนังสือคืนพื้นที่ 682 ไร่ พบปารีณายื่นเงื่อนไขขอสงวนสิทธิรับจัดสรรที่ดิน

12  ธันวาคม 2562 ไม่จบ ไร้ข้อสรุป ป่าไม้ -ส.ป.ก.ยังเกี่ยงโยนกลองดำเนินคดี ฟาร์มไก่ ปารีณา ตีกลับหนังสือคืนพื้นที่ 682ไร้ พบ ปารีณา ยื่นเงื่อนไขขอสงวนสิทธิเป็นรายแรกเข้ารับจัดสรรที่ดิน ทั้งแนบใบภบท.5มาดัวย ให้ส่งใหม่ไร้เงื่อนไขใดๆภายใน 7 วัน 

ที่สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.)นายธวัชชัย ลัดกรูด ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ ฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบที่ดิน นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการประชุมร่วมกับฝ่ายกฎหมายของสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือ ส.ป.ก. เพื่อหาแนวทางว่าหน่วยงานใดจะเป็นผู้ดำเนินคดีกับที่ดิน ส.ป.ก. 682 ไร่ของนางสาวปารีณา

โดยที่ประชุมมีมติให้ส.ป.ก. เร่งทำหนังสือตีกลับไปให้นางสาวปารีณา ส่งคืนที่ดินโดยไม่ต้องไม่มีการระบุเงื่อนไขใด ภายใน 7 วัน หลังจากนั้นกรมป่าไม้จึงจะมาหารืออำนาจการจัดการตามกฎหมายอีกครั้ง โดยยังไม่มีข้อสรุปในวันนี้ เนื่องจากยังต้องรอดูรายละเอียดในหนังสือที่นางสาวปารีณาส่งกลับมาว่ามีข้อมูลและเนื้อหารายละเอียดอย่างไร ส่วนเรื่องรายละเอียดข้อกฎหมายและระเบียบยังไม่ได้ข้อยุติ แต่ยืนยันว่ากรมป่าไม้จะดำเนินการตามมาตรฐานด้วยความรอบคอบ แต่ทั้งนี้ต้องรอความชัดเจนจากทาง ส.ป.ก. ด้วยเช่นกัน

สำหรับการเทียบเคียงกับคำพิพากษาศาลฎีกาจังหวัดนครพนมที่พิพากษาให้ชาวบ้านจำคุก 6 เดือน จากการเข้าไปครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.ซึ่งคำพิพากษาได้ระบุว่าแม้ที่ดินเป็นเขตปฏิรูปแต่เป็นเพียงแค่การกำหนดขอบเขตที่ดินไม่ได้มีผลเป็นการเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติ กรมป่าไม้ต้องมีอำนาจในการดำเนินคดีอยู่ นายธวัชชัย กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องขอไปดูรายละเอียดของแต่ละกรณี ไม่สามารถนำมาเทียบเคียงกับกรณีนางสาวปารีณาได้

ทั้งนี้ยืนยันว่าท่ามกลางกระแสการตั้งข้อสงสัยว่ามีการดำเนินการสองมาตรฐานหรือไม่นั้น ขอย้ำว่าทั้งหมดดำเนินไปด้วยมาตรฐานเดียวกันขอให้มั่นใจการทำงานของกรมป่าไม้ ที่ก่อนหน้านี้ถ้าที่ดินอยู่ในอำนาจของกรมป่าไม้ก็แจ้งความร้องทุกข์ไปแล้วกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ บก.ปทส. แต่ที่ยังไม่สามารถส่งฟ้องได้ เนื่องจากก่อนหน้านี้นายวีระ สมความคิด ได้แจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจภูธรจอมบึงไว้ก่อน ตำรวจ ปทส. มีความจำเป็นต้องทำความเห็นไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้พิจารณาอำนาจว่าใครจะเป็นคนทำคดีดังกล่าว

ด้านนายจุมพฎ ชอบธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานกฎหมายกรมป่าไม้ กล่าวในแง่ของข้อกฎหมายว่า ลักษณะของที่ฟาร์มไก่ของนางสาวปารีณา ทั้ง682 ไร่ ในเขต ส.ป.ก. คล้ายกับคดีการบุกรุกพื้นที่ ส.ป.ก.ในอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ปี 2558 ที่ตำรวจดำเนินคดีข้อหาบุกรุกพื้นที่ ส.ป.ก. ซึ่งเป็นที่ชัดเจนว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตความรับผิดชอบของใครผู้นั้นต้องเป็นคนแจ้งความร้องทุกข์ ไม่สามารถดำเนินการก้าวล่วงอำนาจของแต่ละหน่วยงานได้ พร้อมเปรียบเทียบกับที่ดินท้องสนามหลวงหากมีการเข้าไปบุกรุกตักดิน หรือดำเนินการใดใด ต้องเป็นอำนาจแจ้งความร้องทุกข์ของกรุงเทพมหานครแม้ว่าก่อนหน้านี้สภาพท้องสนามหลวงจะเป็นป่าก็ตาม

ส่วนกรณีนางสาวปารีณา กับกรณีชาวบ้านหมู่บ้านซับหวาย บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรทอง นายจุมพฎ กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นอุทยานแห่งชาติ และมีที่ดินป่าสงวนแห่งชาติทับซ้อนกับที่ดินอุทยานฯ ซึ่งตามกฎหมายแล้วที่ดินอุทยานไม่สามารถเข้าไปบุกรุกได้เลย แต่ที่ดินของนางสาวปารีณา เป็นที่ ส.ป.ก. จึงทำให้การดำเนินการทางกฎหมายแตกต่างกัน

สำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับการครอบครองที่ดินรัฐของน.ส. ปารีณาถูกตั้งข้อสังเกตจากหลายฝ่ายถึงหนังสือส่งมอบคืนพื้นที่แก่ส.ป.ก. ซึ่งน.ส.ปารีณาให้ผู้รับมอบอำนาจมาส่งต่อร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯซึ่งไม่ระบุวันที่ในหนังสือ โดยรมช. ธรรมนัสรับหนังสือวันที่ 7 ธ.ค. 2562 แต่ปรากฏเลขรับหนังสือภายหลังลงหมายเลข 20 280 วันที่ 6 ธ.ค. 2562 ต่อมาหลังการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมา รมช. ธรรมนัส ได้ระบุให้ น.ส. ปารีณาต้องทำหนังสือส่งมอบคืนที่ดินให้ส.ป.ก. ใหม่เนื่องจากฉบับที่ส่งมากำหนดเงื่อนไขไว้  ดังนี้

“ข้าพเจ้าและ/หรือบุคคลในครอบครอง ขอสงวนการใช้สิทธิเป็นอันดับแรกตามที่กฎหมายกำหนด”

ทั้งนี้ร.อ.ธรรมนัส ได้สั่งการให้นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการส.ป.ก. ทำหนังสือแจ้งน.ส. ปารีณาไปอีกครั้ง ให้ทำหนังสือใหม่เพราะการส่งมอบที่ดินเพื่อเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมนั้นมีเงื่อนไขไม่ได้ ทางฝ่ายกฎหมายพิจารณาแล้วเห็นว่า การระบุเงื่อนไขในหนังสืออาจทำให้การนำที่ดินมาเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินมีปัญหาตามมาภายหลัง นอกจากนี้น.ส. ปารีณายังระบุในหนังสือว่า “ได้แนบสำเนาการเสียภาษีบำรุงท้องที่ประเภท ภ.บ.ท. 5 มาด้วย” ซึ่งอาจเป็นความเข้าใจของน.ส. ปารีณาว่า แสดงถึงสิทธิการครอบครอง ซึ่งตามกฎหมายส.ป.ก. เอกสารการเสียภาษีบำรุงท้องที่ไม่ได้แสดงสิทธิการครอบครอง

เกษตรฯKick off ฐานข้อมูลเกษตรแห่งชาติ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/404048?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

เกษตรฯKick off ฐานข้อมูลเกษตรแห่งชาติ

11 ธันวาคม 2562 – 20:38 น.
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์,อลงกรณ์ พลบุตร,คิกออฟ,เฉลิมชัย ศรีอ่อน,บิ๊กดาต้า
เปิดอ่าน 120 ครั้ง

กษ. Kick off ฐานข้อมูลเกษตรแห่งชาติ จับมือภาคี 10 กระทรวง ลงนาม MOU พร้อมกัน 25 ธ.ค. นี้ เพื่อให้บริการในสินค้าเกษตรสำคัญ 5 ชนิด และฐานข้อมูลเศรษฐกิจสังคมครัวเร

12 ธันวาคม 2562 กษ. Kick off ฐานข้อมูลเกษตรแห่งชาติ จับมือภาคี 10 กระทรวง ลงนาม MOU พร้อมกัน 25 ธ.ค. นี้ เพื่อให้บริการในสินค้าเกษตรสำคัญ 5 ชนิด และฐานข้อมูลเศรษฐกิจสังคมครัวเรือนเกษตร ของขวัญปีใหม่เกษตรกร ประชาชนไทย

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน) ได้มีนโยบายขับเคลื่อนเทคโนโลยีดิจิทัลด้านการเกษตรด้วยการขับเคลื่อนพัฒนาฐานข้อมูลด้านการเกษตรอัจฉริยะ (Intelligence Agricultural Big data) และ Gov Tech ของกระทรวงเกษตรฯ เพื่อนำไปสู่การยกระดับการพัฒนาและปฏิรูปภาคการเกษตรสู่ความยั่งยืน

โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็น เครื่องมือให้บรรลุเป้าหมายตามนโยบายเกษตร 4.0 กระทรวงเกษตรฯ จึงได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน Big Data และ Gov Tech ของกระทรวงเกษตรฯ โดยมีเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เป็นประธาน มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน ตลอดจนนักวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการ Big data เพื่อร่วมผนึกกำลังในการขับเคลื่อน Big Data

ภายใต้ชื่อโครงการฐานข้อมูลด้านการเกษตรแห่งชาติ โดย สศก. ได้จัดประชุมคณะอนุกรรมการฯ เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อหารือถึงแผนการดำเนินงานขับเคลื่อนฐานข้อมูลด้านการเกษตรให้เกิดเป็นรูปธรรมและใช้ได้จริง และกำหนดแผนการ Kick off  โครงการพัฒนาฐานข้อมูลด้านการเกษตรแห่งชาติ ในวันที่ 25 ธันวาคมนี้ เพื่อเป็นของขวัญต้อนรับปีใหม่ให้พี่น้องเกษตรกร ให้สามารถเข้าถึงการบริการข้อมูลสารสนเทศด้านการเกษตรของภาครัฐ

ทั้งนี้ จะมีพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือการพัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านการเกษตรแห่งชาติ ร่วมกันทั้ง 10 กระทรวง คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล(องค์การมหาชน) เพื่อนำข้อมูลเข้าสู่ฐานข้อมูลด้านการเกษตรแห่งชาติ ให้ครอบคลุมตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับโครงการฐานข้อมูลด้านการเกษตรแห่งชาตินับเป็นการจัดทำฐานข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data ของกระทรวงเกษตรฯ ให้เป็นรูปธรรม และมีการขับเคลื่อนนำไปใช้ประโยชน์ในทุกภาคส่วน โดยจะบูรณาการฐานข้อมูลด้านการเกษตรของ สศก. ร่วมกับฐานข้อมูลของหน่วยงานต่าง ๆ ในกระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานภายนอกรวม 10 กระทรวง ตลอดจนข้อมูลต่าง ๆ ในโซเชียลมีเดีย (Social Media) หรือเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network) ที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่ภาคเกษตร

ทั้งด้านเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร ด้านสินค้า และด้านทรัพยากรเกษตร ซึ่งการดำเนินการจะจัดทำชุดข้อมูล (Datasets) ที่กำหนดหน่วยงานเจ้าของข้อมูลที่ชัดเจน ไม่ซ้ำซ้อน และจัดเก็บข้อมูลพฤติกรรมเกษตรกรในการดำเนินการด้านการเกษตรตั้งแต่ผลิตจนถึงขายผลผลิตโดยมีผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการที่จะให้คำแนะนำแก้ไขปัญหา (Coaching) สำหรับข้อมูลดังกล่าวจะนำมาจัดเก็บเข้าสู่ฐานข้อมูลด้านการเกษตรแห่งชาติ เพื่อการวิเคราะห์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และให้บริการข้อมูล Open Data และ Open API อย่างมีรอบด้านและมีประสิทธิภาพ

สำหรับระยะแรก จะเร่งผลักดันฐานข้อมูล เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์แน่นอน ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2563 ด้วยฐานข้อมูลสินค้าเกษตรสำคัญ 5 ชนิด คือ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน และยางพารา รวมทั้งฐานข้อมูลเศรษฐกิจสังคมครัวเรือนเกษตร และมีแผนเปิด Open Data และ Open API ชุดข้อมูลสำคัญให้กับทุกภาคส่วนได้ใช้ประโยชน์ และเร่งสร้างเครือข่ายให้เจ้าหน้าที่และนักวิชาการด้านข้อมูลของแต่ละหน่วยงาน เพื่อจัดทำข้อมูลให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

ซึ่งคาดว่าเมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะสามารถช่วยให้การคาดการณ์และพยากรณ์ การเตือนภัยภาคเกษตร มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น รวมถึงเป็นประโยชน์สำหรับการจัดทำนโยบายเกษตรในการบริหารจัดการและตัดสินใจในด้านการวางแผนการผลิตและการตลาด พร้อมทั้งบริการข้อมูลข่าวสารทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร

ส.ป.ก. ป่าไม้​ ถกเครียดใครเจ้าภาพคดีปารีณารุก​ 682 ไร่

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/404040?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

ส.ป.ก. ป่าไม้​ ถกเครียดใครเจ้าภาพคดีปารีณารุก​ 682 ไร่

11 ธันวาคม 2562 – 19:35 น.
กรมป่าไม้,ปารีณา,สปก,คณะกรรมการกฤษฎีกา
เปิดอ่าน 114 ครั้ง

ส.ป.ก.-ป่าไม้​ ถกเครียดความชัดเจนเจ้าภาพคดีปารีณารุก​ 682​ ไร่ ลุ้นกฤษฎีกาตีความ ด้าน เครือข่ายที่ดินจับตาดำเนินคดีปารีณา ชาวบ้าน เหมือน ต่างอย่างไร

11 ธันวาคม 2562​​ ความคืบหน้าการดำเนินคดี​ น.ส.ปารีณา​ ไกร​คุปต์​ ส.ส.ราชบุรี​รุกที่ป่า 682 ไร่​​ หลังจากที่​ส.ป.ก.และกรมป่าไม้ ยังไม่ได้ข้อสรุปว่า​ ใครจะเป็นเจ้าภาพในการดำเนินคดีในที่ดินดังกล่าว

ล่าสุดนายธวัชชัย ลัดกรูด​ ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ พร้อมด้วยฝ่ายกฎหมาย ได้ร่วมประชุมกับส.ป.ก.​โดยนายนภดล ตันติเมฆิน ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย ส.ป.ก.ฝ่ายกฎหมาย เพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน​ อย่างเคร่งเครียด

นายธวัชชัย ลัดกรูด ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ หัวหน้าคณะทำงานตรวจสอบการครอบครองที่ดิน น.ส.ปารีณา กล่าวว่า​ กำลังเร่งศึกษาข้อกฎหมายให้ชัดเจนว่าสามารถดำเนินคดี น.ส.ปารีณาเพิ่มเติมในพื้นที่ 682 ไร่ ซึ่งกรมป่าไม้ได้ส่งมอบ​ส.ป.ก. แล้ว ได้หรือไม่ เนื่องจากต้องพิจารณารายละเอียดทั้งคำพิพากษาของศาลฎีกาในอดีตที่มีการฟ้องร้องบุคคลซึ่งครอบครองที่ดิน ส.ป.ก. ก่อนประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดินที่ปรากฏว่า เป็นความผิดตามพ.ร.บ.ป้าไม้ พ.ศ. 2484 โดย ส.ป.ก.สามารถเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษได้ เพราะอยู่ในความรับผิดชอบของ ส.ป.ก. ขณะนี้จึงรอการตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกาที่​ กรมป่าไม้หารือไป เพื่อนำมาประกอบการดำเนินการต่อ

นายนภดล ตันติเมฆิน ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย ส.ป.ก. บอกว่า ที่ดินป่าสงวนแห่งชาติเสื่อมโทรมที่​ กรมป่าไม้ส่งมอบให้ ส.ป.ก. มาจัดสรรให้เกษตรกรนั้นจะมีเกษตรกรผู้ถือครองที่ดินติดมาด้วย ซึ่ง ส.ป.ก.ก็จะตรวจสอบคุณสมบัติว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์การจัดสรรที่ดินของส.ป.ก.หรือไม่​ ตรงนี้เราไม่ได้มีการดำเนินคดี แต่ถ้าผู้ถือครองที่ดินไม่ให้ความร่วมมือก็ต้องนำเข้าสู่กระบวนการของการดำเนินคดี ซึ่งใน พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจะมีบทลงโทษตามกฎหมายอาญาในกรณีที่ผู้ถือครองที่ดินป้องปัดขัดขว้างไม่ให้ ส.ป.ก. เข้าไปตรวจสอบการทำประโยชน์ในพื้นที่เกษตรกรรมและการสำรวจขอบเขตพื้นที่

ผู้สื่อข่าว​รายงานจาก​ ส.ป.ก.​ ว่าขณะนี้​ทั้ง​ 2​ หน่วยงานอยู่ระหว่างการประชุมร่วมกัน​ โดยยังไม่ได้ข้อสรุปว่าใครจะเป็นเจ้าภาพ​ ดำเนินที่ดินของ​ น.ส.ปารี​ณา​ อีก​ 682​ ไร่​ ท่ามกลางการจับตาจากเครือข่าย​ภาค​ประชาชน​ด้านที่ดิน​ ว่ารัฐจะดำเนินคดี​ น.ส.​ปารี​ณา​ แบบเดียวกับชาวบ้านทั่วไปหรือไม่​

ครม.ขยายเวลาจ่ายเงิน ช่วยต้นทุนปลูกข้าว

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/403963?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

ครม.ขยายเวลาจ่ายเงิน ช่วยต้นทุนปลูกข้าว

11 ธันวาคม 2562 – 15:47 น.
ครมขยายเวลาจ่ายเงิน,ต้นทุนปลูกข้าว
เปิดอ่าน 129 ครั้ง

ครม.ขยายเวลาจ่ายเงิน ช่วยต้นทุนปลูกข้าว พร้อม ประกันราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

11 ธ.ค.2562- ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า  ที่ประชุมครม.เห็นชอบ ตามที่กระทรวงการคลัง เสนอร่างกฎกระทรวงมาตรการต่างๆ

เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวตามที่ นบข.มีมติไปเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ตามโครงการสนับสนุนต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโดยจะขยายระยะเวลาการจ่ายเงิน จากไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2562 ออกไปถึง วันที่ 30 เมษายน 2563  โครงการ ช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยว และปรับปรุงคุณภาพข้าว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกร ที่มีการลงทพเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2562  โดยจะให้เกษตรกรรายย่อย อัตราไร่ละ 500 บาท ต่อครัวเรือน ที่ไม่เกิน 20 ไร่ ครัวเรือนละไม่เกิน 1 หมื่นบาท มีระยะเวลาถึง 30 กันยายน 2563

และในที่ประชุม ยังได้เห็นชอบ โครงการประกันรายได้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นจำนวน 923 ล้านบาท ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ไร่  ที่ปลูกตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2562 ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถจ่ายเงินส่วนต่างได้ ภายในวันที่ 20 ธันวาคมนี้ โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส.  จะเป็นผู้โอนเงินให้กับเกษตรกรที่ได้ลงทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร หรือ กสก.ไว้แล้ว

เร่งระบายเกลือล้นฉางก่อนรับฤดูใหม่เกือบ 1 ล้านตัน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/403841?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

เร่งระบายเกลือล้นฉางก่อนรับฤดูใหม่เกือบ 1 ล้านตัน

11 ธันวาคม 2562 – 00:03 น.
นาเกลือ,อลงกรณ์ พลบุตร,กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เปิดอ่าน 44 ครั้ง

เกษตรเดินหน้า แก้ปัญหาชาวนาเกลือทั้งระบบ เร่งระบายเกลือล้นฉาง 25,000 ตันพร้อมรับมือเกลือฤดูใหม่เกือบ1ล้านต้น ประสานพาณิชย์-กรมศุลกากรป้องกันปัญหาเกลือต่างประเทศ

11  ธันวาคม 2562 นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย เปิดเผยว่าจากการตรวจสอบล่าสุดพบว่า ขณะนี้มีปัญหาเกิดขึ้นที่กระทบค่อช่วนาเกลือในประเทศอย่างมาก

ทั้งนี้เนื่องมาจากมีการนำเข้าเกลือต่างประเทศจำนวนมากราคาไม่ถึง 1 บาทต่อ กก. ซึ่งต่ำกว่าราคาต้นทุนของเกษตรกรในประเทศ อย่างมาก ทำให้เกลือทะเลในประเทศขายไม่ออกค้างสต๊อกอยู่ในยุ้งฉางกว่า 25,000 ตัน เกษตรกรชาวนาเกลือขาดเงินทุนหมุมเวียนและไม่มียุ้งฉางรองรับเพียงพอยิ่งกว่านั้นจะมีเกลือฤดูใหม่เริ่มทยอยเก็บตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคมนี้ถึงเดือนพฤษภาคมปีหน้าอีกเกือบ 1 ล้านตัน

อย่างไรก็ตามปัญหาที่เกิดขึ้นในการประชุมคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทยล่าสุดกระทรวงเกษตรฯได้กำหนด 5 มาตรการเพื่อช่วยเหลือชาวนาเกลือ1.มาตรการเร่งระบายเกลือค้างสต๊อก2.มาตรการจำนำเกลือในยุ้งฉาง. 3.มาตรการสินเชื่อเพื่อซ่อมเสริมสร้างยุ้งฉางและพัฒนาการผลิต

4.มาตรการแก้ไขกฎระเบียบเพื่อการค้าที่เป็นธรรม  5.มาตรการส่งเสริมการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์เกลือทะเล ขณะเดียวกัน คณะกรรมการฯยังมีมติให้ผู้แทนจากกระทรวงพาณิชย์ฯและกรมศุลการกรซึ่งเป็นกรรมการเร่งหามาตรการและแก้ไขกฏระเบียบต่างๆเกี่ยวกับการนำเข้าและราคาเกลือต่างประเทศเพื่อให้เกิดการค้าที่เป็นธรรม (Fair Trade)แก่เกษตรกรชาวนาเกลือโดยเร็ว

สำหรับปัญหาเฉพาะหน้าเกลือทะเลที่ค้างสต็อคจนเต็มยุ้งฉางกว่า 25,000 ตันนั้น คณะกรรมการได้ขอความร่วมมือภาครัฐภาคธุรกิจและผู้บริโภคให้ช่วยซื้อเกลือทะเลเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรรวมถึงมาตรการส่งเสริมการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมหาวิทยาลัยหลายแห่งมาช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างมูลค่าเพิ่มให้เกลือทะเลซึ่งจะมีการเร่งรัดความคืบหน้าในมาตรการต่าง ๆ ในการประชุมสัปดาห์หน้า

นายคฑาวุธ บุญมา ประธานสหกรณ์การเกษตรเกลือทะเลไทยเพชรบุรี จำกัด กล่าวว่าเรื่องเกลือค้างสต๊อกปี 62 จำนวนกว่า 25,000 ตันในชุมนุมสหกรณ์ฯนั้น ทางออกที่ด่วนที่สุดคือขอให้หน่วยงานราชการและเอกชนช่วยอุดหนุนคนละไม้คนละมือไม่ว่าจะผ่านทางสหกรณ์ทั่วประเทศ,ส่วนราชการทั่วประเทศ ซึ่งน่าจะเป็นกลไกที่ช่วยระบายเกลือทะเลออกสู่ท้องตลาดได้เร็วสุดและสู่ผู้บริโภค โดยตรงเพื่อชาวนาเกลือจะได้มีทุนไว้ขึ้นเกลือในปี 63 ซึ่งเวลานี้กำลังจะขึ้นกันแล้ว

นายเลอพงษ์ จั่นทอง ประธานสหกรณ์กรุงเทพ จำกัด และรองประธานชุมนุมเกลือทะเลไทย จำกัด กล่าวว่าพี่น้องเกษตรกรผู้ทำนาเกลือทะเลทั้ง 7 จังหวัดเห็นด้วยและขอบคุณคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทยมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผู้ทำนาเกลือทะเลในการ “ซ่อมสร้างเสริม” ยุ้งฉางเก็บเกลือทะเลรวมถึงมาตรการต่างๆอย่างเป็นรูปธรรม

ส.ป.ก.-ป่าไม้ซัดกันนัว ฟาร์มไก่บานปลายเร่งหาข้อยุติ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/403840?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

ส.ป.ก.-ป่าไม้ซัดกันนัว ฟาร์มไก่บานปลายเร่งหาข้อยุติ

11 ธันวาคม 2562 – 00:00 น.
กรมป่าไม้,ปารีณา,รุกที่
เปิดอ่าน 369 ครั้ง

ส.ป.ก.ป่าไม้ซัดกันนัว ฟาร์มไก่ปารีณาบานปลาย ต่างเร่งหาข้อยุติทางกฎหมายเกี่ยวกับที่ดินฟาร์มไก่ 682 ไร่ในเขตปฏิรูปที่ดิน แต่ไม่ได้เข้าสู่กระบวนการจัดสรรสิทธิ์

11 ธันวาคม 2562 ส.ป.ก. ป่าไม้ ซัดกันนัว ฟาร์มไก่ ปารีณา บานปลาย ต่างเร่งหาข้อยุติทางกฎหมายเกี่ยวกับที่ดินฟาร์มไก่ 682 ไร่ในเขตปฏิรูปที่ดิน แต่ไม่ได้เข้าสู่กระบวนการจัดสรรสิทธิ์ ชี้ ส.ป.ก. ยังไม่แจ้งความดำเนินคดี กรมป่าไม้พร้อมเอาผิดเพิ่มตามพ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. 2484

อ่านข่าว –  ป่าไม้เข้าติดป้าย ยึดคืนพื้นที่ป่าในฟาร์มไก่ ปารีณา 

นายนภดล ตันติเมฆิน ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย ส.ป.ก. ระบุว่า ที่ดินซึ่งน.ส. ปารีณา ไกรคุปต์ ครอบครองอยู่ 682 ไร่นั้น เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดินแล้วจึงถือว่า ต้องเพิกถอนการเป็นป่าสงวนแห่งชาติ แต่ที่ผ่านมายังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินจึงยังมีพ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ครอบคลุมอยู่

ส.ป.ก. ไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายป่าไม้ ดังนั้นหากได้ข้อสรุปทางกฎหมายว่า กรมป่าไม้สามารถดำเนินคดีในพื้นที่ปฏิรูปที่ดินได้ จะแจ้งความเอาผิดน.ส. ปารีณาเพิ่ม โดยให้ส.ป.ก. นำชี้แนวเขตที่ดิน

นายธวัชชัย ลัดกรูด ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ หัวหน้าคณะทำงานตรวจสอบการครอบครองที่ดินของน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า กำลังเร่งศึกษาข้อกฎหมายให้ชัดเจนว่า สามารถดำเนินคดีน.ส. ปารีณาเพิ่มเติมในพื้นที่ 682 ไร่ซึ่งกรมป่าไม้ได้ส่งมอบแก่สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) แล้วได้หรือไม่

ทั้งนี้เนื่องจากต้องพิจารณารายละเอียดทั้งคำพิพากษาของศาลฎีกาในอดีตที่มีการฟ้องร้องบุคคลซึ่งครอบครองที่ดินส.ป.ก. ก่อนประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดินที่ปรากฎว่า เป็นความผิดตามพ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 โดยส.ป.ก.สามารถเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษได้เพราะเป็นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของส.ป.ก. ขณะนี้จึงรอการตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกาที่กรมป่าไม้หารือไปเพื่อนำมาประกอบการดำเนินการต่อ

“ภายใน 2-3 วันจะประสานไปยังคณะทำงานของส.ป.ก.เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันพิจารณาข้อกฎหมายให้รอบคอบเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับ 2 หน่วยงาน ยืนยันว่า ไม่มีความพยายามอุ้มหรือช่วยเหลือใครทั้งนั้น เมื่อได้ข้อสรุปชัดเจนเกี่ยวกับการตีความกฎหมายว่า หน่วยงานใดรับผิดชอบในการดำเนินคดี อธิบดีกรมป่าไม้จะแถลงข่าวอีกครั้งและเร่งดำเนินการตามกฎหมายแน่นอน” นายธวัชชัยกล่าว

ม็อบประมง-เครือข่ายหนี้สินบุกกรุงปักหลักหน้าก.เกษตร

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/403836?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

ม็อบประมง-เครือข่ายหนี้สินบุกกรุงปักหลักหน้าก.เกษตร

11 ธันวาคม 2562 – 00:00 น.
ประมง,ชุมนุม,กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เปิดอ่าน 113 ครั้ง

ม็อบประมง -เครื่อยข่ายหนี้สิน กว่าหมื่นคน แห่จองพื้นที่ชุมนุมหน้ากระทรวงเกษตรฯปักหลักยาว 17ธ.ค.-15 ม.ค.ปีหน้า ร้องรมว.เกษตรฯลงมารับปัญหาด้วยตนเองอย่าโยน

11 ธันวาคม 2562 นายมงคล สุขเจริญคณา ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่ามติที่ประชุม 9 ผู้แทนชาวประมง 22 จังหวัดชายทะเลถึงแนวทางการขับเคลื่อน หลังจากที่สมาคมประมงจังหวัดและสมาชิกชาวประมงจังหวัดต่าง ๆ ได้ยื่นหนังสือให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้ง 22 จังหวัดชายทะเลแล้ว

ที่ประชุมมีมติให้มีการดำเนินการตามมติที่ประชุมใหญ่สมาชิกสมาคมการประมงแห่งประเทศไทยและสมาคมอวนล้อม(ประเทศไทย)และสมาชิกสมาคมฯคือการขอให้มีการจัดการชุมนุมสาธารณะ ที่หน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในวันที่ 17 ธันวาคม 2562 ตั้งแต่ 07.00 น. เป็นต้นไปถึงวันที่ 15 มกราคม 2563 จึงขอประชาสัมพันธ์ให้สมาชิกสมาคมประมงจังหวัดต่าง ๆ นัดประชุมสมาชิกชาวประมงในจังหวัดของท่านเพื่อเตรียมความพร้อม และขอความร่วมมือให้ร่วมมือมาร่วมชุมนุมสาธารณะที่หน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในวันที่ 17 ธันวาคมนี้ด้วย

นายมงคล กล่าวว่า ได้แจ้งการชุมนุมกับสถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง แล้วตามพ.ร.บ.ชุมนุมในที่สาธารณะ โดยจะมีชาวประมงมาจาก 22 จังหวัดกว่า 10,000 คนเดินทางมาเรียกร้องรัฐบาล เพราะประสบความเดือดร้อนจากกฎ เกณฑ์ ประกาศคำสั่ง ระเบียบต่าง ๆ จากพ.ร.ก.ประมง ตามกฎไอยูยู กระทบอาชีพประมงมากว่า 5-6 ปี แต่มาตรการแก้ไขเยียวยาของรัฐบาลไม่เคยเกิดผลเป็นรูปธรรม

นายมงคล กล่าวว่า ทราบข่าวในวันที่ 11 ธันวาคมนี้นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะแถลงข่าว เรื่อง ปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมง นั้นไม่มีผล เพราะเลยอำนาจของที่ปรึกษาแล้วคนที่จะมาเจรจาจะต้องเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขึ้นไปเพราะจะมีอำนาจในการแก้กฎหมายให้กับชาวประมงได้

นายสิตภิธัมพอน เกษรแก้วชวนันท์  ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรของพระราชา ได้ขออนุญาตชุมชนเช่นกัน ได้แจ้งหนังสือกับสน.นางเลิ้ง ถึงการชุมนุมที่หน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในวันที่ 17-20 ธันวาคม ชุมนุมพักค้างคืน โดยจะเดินทางถึงช่วงเช้ามืดวันที่ 17 ธ.ค.62 สาระสำคัญก็คือ สมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ในนามกลุ่มเกษตรกรของพระราชา ในพื้นที่ จ.กำแพงเพชร และ จ.นครสวรรค์  ประมาณ 1,000 คน

พร้อมกับกลุ่มเกษตรกร ของนายโกวิทย์ เทพไพฑูรย์ ที่ปรึกษากลุ่มเกษตรกรของพระราชา ฯ นายมาโนช อินทะกูล  ประธานกลุ่มเกษตรกรของพระราชาจังหวัดกำแพงเพชร และ น.ส.ราตรี เอี่ยมสะอาด ประธานกลุ่มเกษตรกรของพระราชาจังหวัดนครสวรรค์ น.ส.ศศิรัศมิ์ พันธ์พลกลาง นายสิตภิธัมพอน เกษรแก้วชวนันท์ เเนวร่วมจ.อ่างทอง

สำหรับประเด็นเรียกร้องรมว.เกษตรฯในฐานะประธานคฟก.ต้องดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้สมาชิกที่ตกหล่นเพิ่มเติม ฯ ตามมติ ครม. 7 เมษายน 2553 จำนนวน 36,605 คนโดยหลังมติ ครม. เมื่อ 2 ตุลาคม 2561 คงเหลือสมาชิก ได้รับการดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้สินฯ ประมาณ 18,000 คน ทำให้สมาชิกฯ ตกหล่น ไม่ได้รับการแก้ไขฯ เข้าสู่ที่ประชุม มติ ครม. และขอให้สถาบันการเงินเจ้าหนี้ อาทิ ธกส. , สหกรณ์การเกษตร จำกัด , ธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ ร่วมมือกับ สนง.กฟก. เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินของสมาชิก และจัดทำแผนโครงการฟื้นฟูอาชีพของเกษตรกรด้วยโดยเร็ว

เกษตรฯ จับมือลาซาด้า เปิดมิติใหม่ของธุรกิจสินค้าเกษตร

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/403826?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

   เกษตรฯ จับมือลาซาด้า เปิดมิติใหม่ของธุรกิจสินค้าเกษตร

10 ธันวาคม 2562 – 19:31 น.
ลาซาดา
เปิดอ่าน 72 ครั้ง

   เกษตรฯ จับมือลาซาด้า เปิดมิติใหม่ของธุรกิจสินค้าเกษตร เปลี่ยนเกษตรกรเป็นผู้ค้าออนไลน์มืออาชีพ

เกษตรฯ จับมือลาซาด้า เปิดมิติใหม่ของธุรกิจสินค้าเกษตร เปลี่ยนเกษตรกรเป็นผู้ค้าออนไลน์มืออาชีพ

        นายเฉลิมชัย  ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ


นายเฉลิมชัย  ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน การซื้อขายออนไลน์ เป็นเทรนด์ ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยในปี 2561  ไทยมีมูลค่าการค้าขายในระบบอีคอมเมิร์ช (E-Commerce) กว่า 3 ล้านล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการผลักดันสินค้าเกษตรออนไลน์ เป็นหนึ่งในนโยบายขับเคลื่อนเทคโนโลยีดิจิทัลด้านการเกษตร                ของกระทรวงเกษตรฯ สู่ไทยแลนด์ 4.0 และเกษตร 4.0 ในการเพิ่มช่องทางและโอกาสทางการตลาด

ที่สำคัญตามแนวทางนโยบายตลาดนำการเกษตร ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรฯ ได้เดินหน้ายกระดับตลาดเกษตร 4.0 พัฒนาตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์ในลักษณะเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถซื้อขายสินค้าเกษตรออนไลน์มาอย่างต่อเนื่อง อาทิ DGTFarm หรือ ดิจิตอลฟาร์ม ผ่านทาง http://www.dgtfarm.com และ อตก. เดลิเวอรี่  ผ่านทาง http://www.ortorkor.com ซึ่งวันนี้ กระทรวงเกษตรฯ กำลังขยายความร่วมมือก้าวไปอีกขั้น สู่แพลตฟอร์มลาซาด้า ผู้นำอีคอมเมิร์ช ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้มีการหารือเบื้องต้นกับทีมบริหาร              งานผู้ขายลาซาด้า เพื่อสร้างโอกาสร่วมกันให้กับสินค้าเกษตรและเกษตรกรไทย
การจับมือร่วมกันในครั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ กับ บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย) ต่างเล็งเห็นถึงโอกาสสำคัญที่จะร่วมกันพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ รวมถึงช่องทางการจำหน่ายสินค้าเกษตรให้ไปถึงมือผู้บริโภคโดยตรง เพื่อยกระดับเกษตรกรไทยให้ทัน              ต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี พัฒนาความรู้แบบยั่งยืนโดย สามารถเปิดร้านค้าบนแพลตฟอร์มลาซาด้า เพื่อนำสินค้าเกษตรเข้าสู่ช่องทางออนไลน์โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

นอกจากจะช่วยในเรื่องการเพิ่มช่องทางการตลาด ให้เกษตรกรได้กระจายผลผลิตในช่วงผลผลิตออกตลาดมากแล้ว ยังช่วยให้เกษตรกรขยายฐานกลุ่มลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างไม่จำกัด สามารถทำความรู้จักกับกลุ่มลูกค้าของตัวเอง  ทำการซื้อขายกับผู้ซื้อ ส่งผลให้เกิดการพัฒนาสินค้าเกษตรที่ตรงกับความต้องการของตลาด ลดความเหลื่อมล้ำ และยังสามารถนำเสนอสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่ดี จากเกษตรกรสู่ผู้บริโภคโดยตรง


รัฐมนตรี เกษตรฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงเกษตรฯ จะเริ่มเปิดตัวโครงการต้นปี 2563 เป็นของขวัญปีใหม่ ให้แก่เกษตรกร โดยจัดกิจกรรมอบรมทักษะให้เกษตรกรในแต่ละภูมิภาคของประเทศ เพื่อให้สามารถขายสินค้าผ่านลาซาด้า  โดยจะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่จากกระทรวงเกษตรฯ และทีมงานมหาวิทยาลัยลาซาด้า ที่จะมาให้ความรู้เกี่ยวกับการเริ่มต้น                   เป็นผู้ประกอบการออนไลน์ การสมัครเป็นผู้ขาย การใช้ระบบต่างๆ ไปจนถึงเทคนิคการโปรโมทสินค้าเพื่อทำให้ร้านค้ามีความน่าสนใจ การตกแต่งร้านค้าให้โดดเด่น รวมถึง การใช้เครื่องมือต่างๆเพื่อถ่ายภาพสินค้า การทำคลิปวีดีโอ การบรรจุผลิตภัณฑ์ และขนส่ง                 ไปจนถึงการร่วมแคมเปญ และกิจกรรมการตลาดต่างๆ ของ ลาซาด้า เพื่อกระตุ้นยอดขาย ในขณะที่กระทรวงเกษตรฯ จะพัฒนาให้เกษตรกรมีความรู้ความสามารถในการพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพ การแปรรูป และบรรจุสินค้าให้ได้มาตรฐานไปพร้อมๆ กัน
ในขั้นตอนแรกจะเน้นจัดกิจกรรมอบรมให้แก่กลุ่มเกษตรกรในระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน สหกรณ์การเกษตร และกลุ่มYoung Smart Farmer ซึ่งปัจจุบัน มีแปลงใหญ่กว่า 6,000 แปลง เกษตรกรมากกว่า 350,000 ราย  ในขณะที่สหกรณ์การเกษตรกว่า 3,000 แห่ง กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกว่า 86,000 แห่งทั่วประเทศ และ Young Smart Farmer มากกว่า 11,000 ราย  ซึ่งมีสินค้าเกษตรคุณภาพจำนวนหลากหลาย ทั้งกลุ่มพืช พืชผัก/สมุนไพร ไม้ผล ไม้ดอกไม้ประดับ ปศุสัตว์ ประมง แมลงเศรษฐกิจ รวมไปถึงกลุ่มของใช้ต่างๆ อาทิ เสื้อผ้า ของตกแต่ง เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับที่มาจากผลผลิตภาคเกษตรคุณภาพดี ซึ่งพร้อมจะพัฒนา และแปรรูปจำหน่ายสู่มือผู้บริโภคกับลาซาด้า โดยตรง

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำข้อตกลงกับลาซาด้า และจะประชาสัมพันธ์ให้ทราบในโอกาสต่อไป               ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะเป็นการเปิดโอกาส และเป็นมิติใหม่ให้แก่เกษตรกรที่มีความสนใจและยังไม่เคยมีประสบการณ์ขายของออนไลน์                  ได้เรียนรู้การขายสินค้าเกษตรผ่านระบบออนไลน์ ด้วยการเป็นผู้จำหน่ายสินค้าด้วยตนเอง และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน                       ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และเกษตร 4.0 โดยกระทรวงเกษตรฯ ยังเล็งช่องทางการตลาดออนไลน์                  โดยขยายไปสู่แหล่งช้อปปิ้งออนไลน์รายอื่นๆ เพิ่มเติม ทั้งในประเทศไปจนถึงสู่ลูกค้าต่างประเทศในอนาคตต่อไป