สทนช. เร่งระดมความคิดเห็น ร่วมหาทางออกการคิดค่าน้ำสาธารณะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/386160

สทนช. เร่งระดมความคิดเห็น ร่วมหาทางออกการคิดค่าน้ำสาธารณะ

วันที่ 1 กันยายน 2562 – 13:10 น.
สทนช

สทนช. เร่งระดมความคิดเห็นทุกภาคส่วน ร่วมหาทางออกการคิดค่าน้ำสาธารณะ

สทนช. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วน เดินหน้าจัดทำหลักเกณฑ์การคิดค่าน้ำและจัดทำกฎหมายลำดับรอง      ตาม พ.ร.บ.น้ำ’61 หวังให้ทุกภาคส่วนมีน้ำใช้อย่างเพียงพอและเป็นธรรม ลดปัญหาการแย่งชิงน้ำผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม

นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวถึงแนวทางการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โครงการจัดทำหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการคิดค่าน้ำและจัดทำกฎหมายลำดับรอง ตามกฎหมายว่าด้วยทรัพยากรน้ำ (หมวดที่ 4 การจัดสรรน้ำและการใช้น้ำ) ว่า จากสภาพปัญหาเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในหลายด้าน ทั้งปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และคุณภาพน้ำ ที่ในแต่ละปีปัญหาเหล่านี้จะทวีความรุนแรงขึ้น

อีกทั้งความต้องการใช้น้ำสำหรับกิจกรรมของภาคส่วนต่างๆ ก็เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งสภาพภูมิอากาศที่มีความแปรปรวน ทำให้มีความเสี่ยงในการบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอกับความต้องการใช้น้ำของทุกภาคส่วน ก่อให้เกิดความไม่เข้าใจกัน จนกลายเป็นความขัดแย้งและปัญหาการแย่งชิงน้ำ รวมทั้งการดำเนินการแก้ไขปัญหาทรัพยากรน้ำในอดีต เกิดขึ้นโดยหลายหน่วยงานตามอำนาจหน้าที่ซึ่งกำหนดไว้ในกฎหมายหลายฉบับ ทำให้การดำเนินงานแก้ไขปัญหาขาดความเป็นเอกภาพ

แต่ปัจจุบันพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 ได้มีผลใช้บังคับแล้ว เว้นแต่บทบัญญัติในหมวดที่ 4 เรื่องการจัดสรรน้ำและการใช้น้ำ ให้ใช้บังคับเมื่อประกาศใช้กฏหมายไปแล้ว 2 ปี ประกอบด้วยมาตรา 40-55 มีรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดลำดับความสำคัญการจัดสรรน้ำ การแบ่งประเภทการใช้ทรัพยากรน้ำสาธารณะ และการออกใบอนุญาตการใช้น้ำ ซึ่ง สทนช. ได้เร่งศึกษาเพื่อจัดทำหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การจัดสรรน้ำ การใช้น้ำ การคิดค่าใช้น้ำ และกฎหมายลำดับรอง เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บังคับใช้ในหลายมาตรา

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องการจัดเก็บค่าน้ำ ที่จะมีการจัดเก็บค่าใช้น้ำสาธารณะเฉพาะประเภทที่ 2 การใช้ทรัพยากรน้ำสาธารณะเพื่อการอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การผลิตพลังงานไฟฟ้า การประปาและกิจการอื่น และประเภทที่ 3 การใช้ทรัพยากรน้ำสาธารณะเพื่อกิจการขนาดใหญ่ที่ใช้น้ำปริมาณมาก หรืออาจก่อให้เกิดผลกระทบข้ามลุ่มน้ำ หรือครอบคลุมพื้นที่อย่างกว้างขวาง

ดังนั้น เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดการยอมรับและสอดคล้องกับความต้องการของทุกภาคส่วน ตลอดจนมีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติมากที่สุด สทนช. ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินโครงการจัดทำหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข การคิดค่าน้ำ และจัดทำกฎหมายลำดับรอง ตามกฎหมายว่าด้วยทรัพยากรน้ำ (หมวด 4 การจัดสรรน้ำและการใช้น้ำ) และจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็น เพื่อชี้แจงรายละเอียดของการดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 หมวด 4 การจัดสรรน้ำและการใช้น้ำ ให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ที่สนใจได้รับทราบ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ คณะกรรมการลุ่มน้ำ ภาคเอกชน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กลุ่มผู้ใช้น้ำ และภาคประชาชนทั่วไป

โดยการประชุมจะมีการนำเสนอภาพรวมการดำเนินงานของโครงการฯ อาทิ พื้นที่ศึกษา ขอบเขตการศึกษา ตลอดจนแผนการดำเนินงานในขั้นตอนต่อไป และที่สำคัญจะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ที่เกี่ยวข้อง และร่วมมือหาทางออก เพื่อกำหนดแนวทางการศึกษาบนพื้นฐานการมีส่วนร่วม ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพพื้นที่และภูมิสังคม โดย สทนช. จะดำเนินจัดประชุมกลุ่มใหญ่และกลุ่มย่อย จำนวน 5 ครั้ง รวม 47 เวที ให้ครอบคลุมทุกลุ่มน้ำ เพื่อเป็นช่องทางในการชี้แจง สร้างการรับรู้และเข้าใจให้กับประชาชนในวงกว้างให้แล้วเสร็จภายในกุมภาพันธ์ 2563

“สทนช. ตระหนักถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งในภาคส่วนของผู้ที่มีหน้าที่ในการอนุญาต ควบคุม ดูแล ทั้งในระดับการกำหนดนโยบาย และระดับปฏิบัติงาน รวมทั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำ ที่อาจได้รับผลกระทบจากโครงการ ดังนั้น การประชุมในครั้งนี้ จึงนับเป็นโอกาสที่ดีที่ทุกภาคส่วนจะได้รับทราบข้อมูลและรายละเอียดโครงการ รวมทั้งจะได้แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินการโครงการ เพื่อรวบรวมปัญหา ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะต่างๆ มาประเมินและพิจารณาประกอบการปรับปรุงโครงการให้มีความเหมาะสมและเป็นไปได้ในทางปฏิบัติให้มากที่สุด”

อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ สทนช. จะดำเนินการจัดประชุมกลุ่มย่อยครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 22 ลุ่มน้ำ เพื่อให้ได้มาซึ่งเกณฑ์การจัดสรรน้ำ ประเภทการใช้น้ำ เกณฑ์กำหนดโครงสร้างราคาน้ำ และการยกร่างกฎหมายลำดับรอง ในหมวด 4 การจัดสรรน้ำและการใช้น้ำ ที่เหมาะสมและเป็นที่ยอมรับ ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ซึ่งจะทำให้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศเป็นไปอย่างเป็นระบบ เกิดประโยชน์กับประชาชนในทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียม ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในเดือนมกราคมปี 2564 และบรรลุตามวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561

“มนัญญา” ลั่นกลอง มหกรรมของดีเมืองอุทัยธานีปี2562

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/385923

  “มนัญญา” ลั่นกลอง มหกรรมของดีเมืองอุทัยธานีปี2562

วันที่ 30 สิงหาคม 2562 – 16:12 น.
อุทัยธานี

  “มนัญญา” ลั่นกลอง มหกรรมของดีเมืองอุทัยธานีปี2562

“มนัญญา” ลั่นกลอง มหกรรมของดีเมืองอุทัยธานี ประจำปี 2562 รุกสร้างโอกาสทางการค้าต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น รองรับความต้องการของผู้บริโภค

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “มหกรรมของดีเมืองอุทัยธานี ประจำปี 2562” ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า รัตนาธิเบศร์ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ว่า การจัดงานมหกรรมของดีเมืองอุทัยธานี ประจำปี 2562 ที่กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม ถึงวันที่ 1 กันยายน2562 นี้ เป็นการบูรณาการของทุกภาคส่วนในจังหวัดอุทัยธานี เพื่อสร้างโอกาสทางการค้า การพัฒนาศักยภาพ และเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการ

ไม่ว่าจะเป็นการรวมกลุ่มผู้ผลิตการแปรรูปสินค้าเพื่อเพิ่มมูลค่า รวมไปถึงการนำผลิตภัณฑ์และสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นของจังหวัดอุทัยธานี มาเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ประกอบไปด้วย ผู้ประกอบการ OTOP, SMEs กลุ่มประมง กลุ่มสัมมาชีพและกลุ่มอาชีพ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกรYoung smart farmer กลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารและการแปรรูปอาหาร

         ” อุทัยธานี เป็นจังหวัดเล็กๆ มี 8 อำเภอ แต่ละอำเภอมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน เช่น ที่อำเภอบ้านไร่ มีวัฒนธรรมชาติพันธ์ุของชาวกะเหรี่ยง ชาวมอญ ที่อำเภอแก่นมะกรูด มีดอกไม้และผลไม้เมืองหนาวรสชาติอร่อยให้รับประทาน หรือถ้าอยากดูสัตว์ป่า ก็ให้ไปดูได้ที่อำเภอลานสักนอกจากนี้ ยังมีปลาแรดที่ขึ้นชื่อในเรื่องความอร่อยอีกด้วย จึงขอเชิญชวนประชาชนทุกท่านเข้าไปเที่ยวชม อุดหนุนซื้อสินค้าของจังหวัดอุทัยธานีได้ และมาเที่ยวชม ชิม ช็อป งานมหกรรมของดีเมืองอุทัยธานี ซึ่งเป็นการรวมของดีเมืองอุทัยธานีมาให้ผู้บริโภคได้อุดหนุน

โดยนอกจากในงานจะนำศิลปวัฒนธรรมของชาวอุทัยธานี มาเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นแล้ว ยังเป็นช่องทางในการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น การต่อยอดความคิดอย่างสร้างสรรค์และสอดรับกับความต้องการของผู้บริโภค อันจะเป็นการขยายตลาดและกระจายสินค้าได้มากขึ้น ซึ่งในการจัดงานครั้งนี้จะมีการเจรจาจับคู่ธุรกิจด้วย จึงเป็นการยกระดับรายได้และชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอุทัยธานีให้ดียิ่งขึ้น” นางสาวมนัญญา กล่าว

การจัดงานมหกรรมของดีเมืองอุทัยธานีในครั้งนี้ มีการออกร้าน จำนวน 50 ร้านค้า จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของจังหวัดอุทัยธานี อาทิ ผ้าปัก ผ้าทอลายโบราณ กะลาบำบัดโรคกระเป๋าผ้า ผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง เครื่องประดับเงิน ข้าวหอมนิลจากมือชาวนา ผัดปลอดสารGAP ข้าวโพดหวานแดงราชินีทับทิมสยาม ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกล้วย ข้าวไรซ์เบอรี่ ขนมรังผึ้งจากแป้งข้าวอินทรีย์ เมล่อน กาแฟสดแก่นมะกรูด และสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ อีกมากมายที่พร้อมให้ผู้บริโภคเข้ามาชม ชิม ช็อป

นอกจากนี้ ยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมของนักเรียนและนักแสดงพื้นบ้าน ที่มาร่วมเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของชาวจังหวัดอุทัยธานี การแสดงมินิคอนเสิร์ตจากนักดนตรีที่มีชื่อเสียงอีกทั้งจัดกิจกรรมช่วงสินค้านาทีทองเพื่อกระตุ้นการขาย รวมไปถึงการจับสลากชิงรางวัล เพื่อเป็นการคืนกำไรให้กับผู้ซื้อสินค้าในงานนี้อีกด้วย

“ธรรมนัส” มอบ 6 นโยบายให้อ.ต.ก. ชู ใช้ตลาดนำการผลิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/385918

 “ธรรมนัส” มอบ 6 นโยบายให้อ.ต.ก. ชู ใช้ตลาดนำการผลิต

วันที่ 30 สิงหาคม 2562 – 15:48 น.
อตก

 “ธรรมนัส” มอบ 6 นโยบายให้อ.ต.ก. ชู ใช้ตลาดนำการผลิต

“ธรรมนัส” มอบ 6 นโยบายให้อ.ต.ก. ชู ใช้ตลาดนำการผลิต ยกระดับชีวิตเกษตรกร สั่งเข้ม ผู้บริหาร ยึดคลองเตยโมเดล จัดระเบียบ 1 คน 1 แผง ห้ามเกิดนอมินี ป้องมาเฟียคุมตลาด

เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 62 ที่องค์การตลาดเพื่อการเกษตร (อ.ต.ก.) ร.อ.ธรรมนัส  พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางไปมอบนโยบายให้แก่คณะผู้บริหารอ.ต.ก. โดยระบุว่า การดำเนินงานของอ.ต.ก. ที่ได้ตั้งเป้าหมายว่าในปี 2564 ต้องมีมูลค่าการค้า 20,000 ล้านบาทนั้น จำเป็นจะต้องทำให้ได้ตามที่วางวิสัยทัศน์เอาไว้ ขณะเดียวกันต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และช่วยให้เกษตรกรไทยต้องอยู่ดี กินดี มีความสุขและสามารถเดินหน้าได้อย่างยั่งยืน

            ร.อ.ธรรมนัส  ได้มอบนโยบายสำคัญ 6 ข้อ แก่อ.ต.ก. นำไปปฏิบัติ ประกอบด้วย 1. ต้องป้องกันและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นสถาบันหลักของสังคมไทย โดยการสืบสาน รักษาและต่อยอดศาสตร์พระราชา 2. ต้องมีการบริหารจัดการตลาดให้เกษตรกรได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง โดยจะช่วยวางนโยบายและการบริหาร เพราะมีประสบการณ์ด้าน การบริหารตลาดมายาวนาน และมุ่งเน้นให้ใช้หลักการตลาดนำการผลิต ซึ่งอ.ต.ก. จะต้องเป็นกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อนและสามารถทำงานร่วมกับส่วนราชการอื่นๆของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ได้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากกระทรวงพาณิชย์

3. ขยายตลาดอ.ต.ก.ให้มีครบทั้ง 77 จังหวัด ซึ่งหากทำได้สำเร็จจะสามารถกำหนดทิศทางการตลาดนำการผลิตได้อย่างชัดเจน 4. เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะในด้านของปัจจัยการผลิต เช่น กรณีปุ๋ยสั่งตัดตามนโยบายของรัฐบาล อ.ต.ก. ต้องทำหน้าที่ในการจำหน่ายจ่ายแจกให้แก่เกษตรกร 5. การส่งเสริมให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ โดยการคัดเลือกสินค้าที่มีคุณภาพและแตกต่างจากทั่วไปนำมาขายในตลาด รวมไปถึงการส่งเสริมสินค้าเกษตรอินทรีย์ สินค้าเกษตรปลอดภัย ซึ่งจะป้องกันสารเคมีตกค้างไปสู่ผู้บริโภค และ 6. ยกระดับการค้าออนไลน์ให้เหมาะสมกับพฤติกรรมผู้ซื้อในปัจจุบัน

ทั้งนี้ปัจจุบันตลาดอ.ต.ก. มีแผงค้ารวม 608 แผง โดยมีค่าเช่าเฉลี่ยที่ 200 บาทต่อแผงต่อวัน รวมถึงผู้ค้าจะต้องเสียภาษีโรงเรือนเฉลี่ยตามพื้นที่แผงค้าของตนเองเป็นรายปี และประสบปัญหายอดค้าลดลงอย่างต่อเนื่อง จากสาเหตุที่จอดรถไม่เพียงพอ

อย่างไรก็ตาม ทางผู้บริหารอ.ต.ก. ได้เปิดเผยว่า การพัฒนาพื้นที่ในตลาดอ.ต.ก. ได้คำนึงถึงประโยชน์ของเกษตรกรเป็นสำคัญ และได้จัดเตรียมพื้นที่จอดรถในอาคารไว้ให้เพียงพอ และพบว่าบางกิจการมีแผนค้ากว่า 22  แผง โดยกระจายรายชื่อบุคคลเข้าทำสัญญาเช่าแผงขายสินค้า

ต่อกรณีดังกล่าว รอ.ธรรมนัส ได้สั่งการให้คณะผู้บริหารเข้มงวด ป้องกันการเกิดมาเฟียคุมตลาด โดยให้ยึดโมเดลของตลาดคลองเตย ซึ่งจะต้องวางระเบียบให้ชัดเจนและจัดการกับผู้เช่าแผงค้าให้ผู้ค้าหนึ่งรายมีสิทธิทำสัญญาโดยตรงกับอ.ต.ก. เพียงหนึ่งแผงเท่านั้นห้ามมีการปล่อยเช่าต่อ รวมถึงต้องตรวจสอบไม่ให้เกิดกรณีการใช้รายชื่อของบุคคลอื่นมาเป็นนอมินีโดยเด็ดขาด

อ.อ.ป. เตรียมพัฒนา “สวนป่าเศรษฐกิจทางภาคใต้”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/385803

     อ.อ.ป. เตรียมพัฒนา “สวนป่าเศรษฐกิจทางภาคใต้”

วันที่ 29 สิงหาคม 2562 – 21:37 น.
ออป

     อ.อ.ป. เตรียมพัฒนา “สวนป่าเศรษฐกิจทางภาคใต้” เป็นศูนย์เรียนรู้ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เล็ง “สวนป่ากะเปอร์” จ.ระนอง นำร่อง

       องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) เร่งต่อยอดพัฒนางานสวนป่าเศรษฐกิจ “สวนป่ากะเปอร์”ให้เป็นศูนย์เรียนรู้ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ แหล่งท่องเที่ยวใหม่ใน จ.ระนอง เพื่อสานต่อนโยบายรัฐบาลในการเสริมสร้างและปลูกจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชน ในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

          นางพรเพ็ญ วรวิลาวัณย์ ผู้อำนวยการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ เปิดเผยว่า “สวนป่ากะเปอร์” อยู่ในความดูแลของ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ภาคใต้ ตั้งอยู่ใน ต.กะเปอร์ อ.กะเปอร์ จ.ระนอง มีพื้นที่ 2,646.45 ไร่ แบ่งพื้นที่ออกเป็นโซนปลูกไม้เศรษฐกิจ จำนวน 298.54 ไร่ โซนไม้อนุรักษ์และป่าพรุ จำนวน 2,347.91 ไร่ เป็นสวนป่าที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง อุดมไปด้วยพืชพรรณและสัตว์ประจำถิ่นมากมาย จึงเป็นสวนป่าที่มีศักยภาพสามารถพัฒนาและต่อยอดให้เป็นแหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศป่าดงดิบชื้น ป่าพรุ ให้กับประชาชนทั่วไปที่สนใจศึกษาระบบได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ในพื้นที่ของสวนป่ากะเปอร์ ยังเป็นที่ตั้งของน้ำตกเขาพระนารายณ์ น้ำตกที่มีทัศนียภาพงดงาม มีน้ำไหลผ่านตลอดทั้งปี จากความสูง 11 ชั้น ไล่ระดับลดหลั่นลงมาตามไหล่เขา ทั้งยังเป็นแหล่งน้ำสำคัญสำหรับใช้อุปโภค บริโภค ของชุมชนใน อ.กะเปอร์ รวมถึงประเพณีและวัฒนธรรมชุมชนท้องถิ่นที่น่าสนใจอีกมากมาย

อ.อ.ป. จึงได้เล็งเห็นศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและเรียนรู้เชิงระบบนิเวศของ อ.กะเปอร์ โดยอาศัยความเข้มแข็งจากภายในชุมชนผ่านการท่องเที่ยว เพื่อให้คนไทยรักและภาคภูมิในประเพณี วัฒนธรรม
ถิ่นกำเนิด สร้างความต้องการมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและร่วมกันรักษาเอกลักษณ์ของท้องถิ่น และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้กับชุมชน สร้างงาน สร้างรายได้ ผ่านศูนย์การเรียนรู้ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

ผอ.อ.อ.ป. กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้การดำเนินงานพัฒนาสวนป่ากะเปอร์แล้ว ในชั้นต้นนี้ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างอาคารศูนย์การเรียนรู้ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เรือนพักนักท่องเที่ยว และเส้นทางสัญจรแล้วกว่า 50% ซึ่งคาดว่าในปี 2563 จะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมเปิดใช้งานได้จริง นอกจากนี้ “สวนป่ากะเปอร์” แห่งนี้ยังจะสามารถใช้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้เชิงนิเวศและประเพณี วัฒนธรรมของชุมชนในเขตภาตใต้อีกแห่งหนึ่ง

“ธรรมนัส”จัดหนักนำสุดยอดสินค้าเกษตรคุณภาพสู่ผู้บริโภคโดยตรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/385800

“ธรรมนัส”จัดหนักนำสุดยอดสินค้าเกษตรคุณภาพสู่ผู้บริโภคโดยตรง

วันที่ 29 สิงหาคม 2562 – 21:26 น.
ธรรมนัส

ธรรมนัส จัดหนักนำสุดยอดสินค้าเกษตรคุณภาพจากเกษตรกรสู่ผู้บริโภคโดยตรง

กระทรวงเกษตรฯ โดยองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร จัดยิ่งใหญ่ “ORTORKOR SMART EXPO 2019” หวังพัฒนา อตก. เป็นแหล่งขายสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพจากมือเกษตรกรสู่ผู้บริโภคโดยตรง โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง

ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดงาน ORTORKOR SMART EXPO 2019 ณ อิมแพคฮอลล์ 7 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายในการการบริหารจัดการสินค้าเกษตรครบวงจร การบริหารจัดการมาตรฐานสินค้าเกษตรสู่เกษตร 4.0 การบริหารตลาดสินค้าเกษตร การขยายตลาดสินค้าเกษตรและเชื่อมโยงตลาดไปยังตลาดในต่างประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรสู่ความยั่งยืน และส่งเสริมการตลาดนำการผลิตภาคการเกษตร

โดยองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีภารกิจหลักในการพัฒนาระบบตลาดสินค้าเกษตรคุณภาพ สร้างโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้าเกษตรคุณภาพ เพิ่มช่องทางการตลาดในการจำหน่ายสินค้าเกษตรให้กับเกษตรกร สถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกรฯลฯ ส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ โดยการสร้างช่องทางการจำหน่ายสำหรับสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพของสินค้า สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร และเป็นเวทีให้เกษตรกรเรียนรู้วิถีการตลาด การสร้างเครือข่าย และนวัตกรรมใหม่ สนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเป็นองค์ความรู้ที่ก่อให้เกิดตลาดสินค้าเกษตรคุณภาพแบบถาวรและยั่งยืน
“วัตถุประสงค์สำคัญของการจัดงานในวันนี้คือ เป็นการเพิ่มช่องทางการตลาด หรือการขายสินค้าเกษตรผ่านตลาดออนไลน์ สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาจับจ่ายใช้สอยผ่านตลาดออนไลน์มากขึ้น นอกจากจะมีความสะดวกแล้ว ยังได้สินค้าที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานผ่านการคัดสรรจากตลาด อ.ต.ก. แล้วทั้งสิ้น ทั้งนี้ ถือเป็นช่องทางสำคัญสำหรับเกษตรกร ในการเพิ่มโอกาสการขายสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพจากมือเกษตรกรสู่ผู้บริโภคโดยตรง โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางอีกด้วย” รมช.ธรรมนัส กล่าว


งาน “ORTORKOR SMART EXPO 2019” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม – 1 กันยายน นี้ ณ อิมแพคฮอลล์ 7 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานภายในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อาทิ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย กรมประมง กรมหม่อนไหม องค์การสะพานปลา ฯลฯ และภาคเอกชน เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพมาจำหน่าย เป็นการสร้างช่องทางการตลาดให้กับสินค้าเกษตรคุณภาพและตรงตามความต้องการของผู้บริโภค ประชาสัมพันธ์สินค้าที่ผลิตภายใต้แบรนด์ อ.ต.ก. ( Best of อ.ต.ก. ) เผยแพร่การตลาดสินค้าเกษตรคุณภาพในรูปแบบของการใช้นวัตกรรม ส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าเกษตรคุณภาพให้เป็นที่รู้จักทั้งในประเทศและต่างประเทศและสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการยกระดับมาตรฐานสินค้าภาคการเกษตรสู่ความยั่งยืน
สำหรับกิจกรรมที่น่าสนใจภายในงาน นอกจากการจำหน่ายสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ จากสมาชิกเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และสถาบันเกษตรกรจังหวัดต่าง ๆ แล้ว ยังมีการจัดแสดงสินค้าเกษตรคุณภาพ นิทรรศการแสดงนวัตกรรมทางการเกษตรและตลาดสินค้าเกษตรสมัยใหม่ การจัดประกวดสินค้า ผลิตภัณฑ์การเกษตร และนวัตกรรม การจัดแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และกิจกรรมสาธิตต่าง ๆ เป็นต้น รวมทั้งการเจรจาการค้าระหว่างเกษตรกรผู้ผลิต ผู้ประกอบธุรกิจค้าส่งและธุรกิจส่งออกอีกด้วย

ส.ป.ก. จัดโครงการจิตอาสาสืบสานการสร้างป่า-เกษตรกรรมยั่งยืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/385798

ส.ป.ก. จัดโครงการจิตอาสาสืบสานการสร้างป่า-เกษตรกรรมยั่งยืน

วันที่ 29 สิงหาคม 2562 – 21:19 น.
สปก

ส.ป.ก. จัดโครงการจิตอาสาสืบสานการสร้างป่า-เกษตรกรรมยั่งยืน

ทีมงานรัฐมนตรีช่วย กระทรวงเกษตรฯ ร่วมมือ ส.ป.ก. จัดโครงการจิตอาสาสืบสานการสร้างป่าและเกษตรกรรมยั่งยืนในเขตปฏิรูปที่ดิน  เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

วันที่ 30 สิงหาคม 2562 ดร.ธนสาร ธรรมสอน ที่ปรึกษาร้อยเอก ดร.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมหารือกับนายรัตนะ สวามีชัย รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ผู้ตรวจราชการ ส.ป.ก. (นางสาววรรณพร ดอกจำปา) และผู้เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับการนำระบบเกษตรกรรมยั่งยืนมาเป็นแนวทางในการพัฒนาภาคการเกษตรในเขต ส.ป.ก.

อาทิ การบริหารจัดการน้ำแบบมีส่วนร่วมของชุมชน และการทำเกษตรกรรมยั่งยืนในเขตปฏิรูปที่ดิน ตำบลบ้านต๊ำ อำเภอเมืิอง จังหวัดพะเยา เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำ ปัญหาหมอกควัน และฟื้นฟูสภาพแวดล้อม โดยการปลูกสร้างป่าระบบวนเกษตร ตามรูปแบบโครงการธนาคารอาหารชุมชน เน้นไม้ยืนต้นที่เป็นพืขท้องถิ่นที่ชาวบ้านสามารถนำมาบริโภคได้

ทั้งนี้ ได้กำหนดจัดโครงการจิตอาสาสืบสานการสร้างป่าและเกษตรกรรมยั่งยืนในเขตปฏิรูปที่ดิน เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในวันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน 2562 เพื่อเริ่มต้นดำเนินงานดังกล่าว รวมทั้งรับการตรวจเยี่ยมพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดพะเยาของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ร้อยเอก ดร.ธรรมนัส พรหมเผ่า) พร้อมทีมงาน (ดร.ธนสาร ธรรมสอน ที่ปรึกษา รอ.ดร. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอัครา พรหมเผ่า ประธานกรรมการฮักบ้านเกิด และคณะ) ณ บ้านต๊ำพระแล ตำบลบ้านต๊ำ อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา

โดย ส.ป.ก. จดกิจกรรมปลูกป่าระบบวนเกษตร กลุ่มเป้าหมาย 1,000 ราย จากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชนจิตอาสาในพื้นที่ เกษตรกร ชุมชน โรงเรียนและวัด พร้อมทั้งมอบ ส.ป.ก.4-01 ให้เกษตรกร 200 ราย มอบปัจจัยการผลิต เช่น พันธุ์ปลา ปัจจัยฯ พด. การจัดนิทรรศการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเสริมสร้างระบบกสิกรรมยั่งยืนโดยส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ดินผสมผสานกับการสร้างพื้นที่ป่าร่วมกับการทำการเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินต่อไป

“อ.อ.ป. – ธ.กรุงไทย”ร่วมมือ “โครงการพี่เลี้ยง ปี 62”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/385637

“อ.อ.ป. – ธ.กรุงไทย”ร่วมมือ “โครงการพี่เลี้ยง ปี 62”

วันที่ 29 สิงหาคม 2562 – 04:48 น.
ออป

“อ.อ.ป. – ธ.กรุงไทย” ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการพี่เลี้ยง ปี 62” 

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2562 นายพีรพันธ์ คอทอง ประธานคณะกรรมการตรวจสอบองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ พร้อมด้วย นางพรเพ็ญ วรวิลาวัณย์ ผู้อำนวยการองค์การอุตสากรรมป่าไม้ และนายวิชัย อัศรัสกร กรรมการอิสระ ประธานกรรมการตรวจสอบ และกรรมการบรรษัทภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม ธนาคารกรุงไทย พร้อมด้วย นายพูลพัฒน์ ศรีเปล่ง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่      สายงานบริหารความเสี่ยง ธนาคารกรุงไทย ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการสนับสนุนรัฐวิสาหกิจด้านการบริหารจัดการองค์กร ปี 2562 (โครงการพี่เลี้ยง) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และยกระดับการบริหารจัดการองค์กรในด้าน 1) การบริหารจัดการสารสนเทศ 2) การตรวจสอบภายใน และ 3) การบริหารความเสี่ยง เข้าสู่ระดับมาตรฐานของ ส.คร. ณ Innovation Lab (ชั้น 3) อาคารนานาเหนือ ธนาคารกรุงไทย

              การร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงฯ ในครั้งนี้ อ.อ.ป. และ ธนาคารกรุงไทย จะร่วมมือกัน สร้างความรู้ ความเข้าใจ และการประยุกต์ใช้ทรัพยากร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการของ อ.อ.ป. ทั้ง 3 ด้าน

   1) ด้านการตรวจสอบภายใน: ร่วมมือจัดทำแนวทางการจัดทำดัชนีวัดผลงานของผู้ตรวจสอบภายใน, การจัดทำแผนการตรวจสอบ (Audit Program) และกระดาษทำการ ทั้งกิจกรรมหลักและกิจกรรมสนับสนุน รวมถึงการสอบทานทางเดินของงาน (Flow Chart), การระบุความเสี่ยง และจุดควบคุมในทางเดินของงาน (Flow Chart) อย่างครบถ้วน เพื่อนำมาประเมินความเสี่ยง และประเมินความเป็นไปได้ของการเกิดทุจริตสำหรับการจัดทำแนวทางการตรวจสอบตามความเสี่ยง และการนำแนวความคิดเห็นของหน่วยรับตรวจมาปรับปรุงการจัดทำแผน
การตรวจสอบประจำปี

    2) ด้านการบริหารจัดการสารสนเทศ: ร่วมกันทบทวนแผนแม่บทสารสนเทศ และแนวทางการจัดทำศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง (DR Site) ของ อ.อ.ป., แนวทางการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ช่วยสนับสนุน การควบคุมภายใน และการตรวจสอบภายใน รวมถึงแนวทางการจัดหาซอฟแวร์หรือพัฒนาระบบที่ใช้ตรวจสอบงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ, แนวทางการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ช่วยสนับสนุนการบริหารความเสี่ยง และแนวทางการจัดทำแผนบริหารความต่อเนื่องด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (ITCP) ตลอดจนการทดสอบสถานการณ์ ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับศูนย์คอมพิวเตอร์หลักตาม ITCP

 3) ด้านการบริหารความเสี่ยง: ร่วมกันประเมินความเสี่ยง และจัดทำแผนที่ความเสี่ยง (Risk map) เพื่อให้ อ.อ.ป. สามารถประเมินความเสี่ยง โดยมีการกำหนดประเภท สาเหตุของความเสี่ยง และจัดทำแผนที่ ความเสี่ยง, การจัดทำแผนบริหารความเสี่ยง เพื่อให้ อ.อ.ป. สามารถกำหนดแนวทางตอบสนองความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม, การประเมินความเสี่ยงและควบคุมภายในด้วยตนเอง (RCSA) เพื่อให้พนักงานดำเนินการตามกระบวนการ RCSA ได้อย่างถูกต้อง สามารถนำผลประเมินมาใช้บริหารจัดการเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้,

การส่งเสริมความรู้ความเข้าใจของพนักงาน เพื่อตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารความเสี่ยงที่ต้องนำมาบริหารจัดการองค์กรในปัจจุบัน และการพัฒนาการบริหารความเสี่ยงในภาพรวม เพื่อพัฒนาการบริหารความเสี่ยงในภาพรวมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความเข้าใจอย่างถ่องแท้

ทั้งนี้ อ.อ.ป. และ ธนาคารกรุงไทย คาดว่า จากความร่วมมือในครั้งนี้จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการองค์กรทั้ง 3 ด้าน เพื่อยกระดับการบริหารจัดการองค์กรเข้าสู่มาตรฐานของ ส.คร. และนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป

“ตั๊น จิตภัสร์”เสริมทัพรมว.เกษตรฯตรวจสถานการณ์น้ำอีสาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/385571

“ตั๊น จิตภัสร์”เสริมทัพรมว.เกษตรฯตรวจสถานการณ์น้ำอีสาน

วันที่ 28 สิงหาคม 2562 – 15:56 น.
จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร

“ตั๊น จิตภัสร์” ลุยลงพื้นที่เสริมทัพ “เฉลิมชัย” รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำอีสาน

“ตั๊น จิตภัสร์” ลุยลงพื้นที่เสริมทัพ “เฉลิมชัย” รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำอีสาน

วันที่ 28 สิงหาคม 62  จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ส.ส แบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมคณะนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานการณ์น้ำพื้นที่ขอนแก่นและอุดรธานี

โดยในช่วงเช้าได้ลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานฝนหลวง ณ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น หลังจากนั้นเดินทางเยี่ยมโครงการพัฒนาบึงแก่งน้ำต้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริบ้านกุดกว้าง อ.เมือง จ.ขอนแก่น เพื่อรับฟังสรุปแนวทางพัฒนาแก่งน้ำต้อนและพบปะเกษตรกรในพื้นที่

               และในช่วงบ่าย เดินทางไปฟังรายงานสรุปการบริหารจัดการน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ ฤดูแล้งปี 2562/63 กรณีน้ำต้นทุนน้อย ก่อนเดินทางไปยังโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยหลวง ต.โคกสะอาด อ.เมือง จ.อุดรธานี และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยหลวง ต.โคกสะอาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ต่อไป

รมว.เกษตรฯสั่งกรมฝนหลวงฯ เร่งปฏิบัติการเติมน้ำในเขื่อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/385536

รมว.เกษตรฯสั่งกรมฝนหลวงฯ เร่งปฏิบัติการเติมน้ำในเขื่อน

วันที่ 28 สิงหาคม 2562 – 13:43 น.
ฝนหลวง

รมว.เกษตรฯสั่งกรมฝนหลวงฯ เร่งปฏิบัติการเติมน้ำในเขื่อน

รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ขอนแก่น สั่งกรมฝนหลวงฯ เร่งปฏิบัติการฝนหลวง เติมน้ำในเขื่อน พร้อมกำชับกรมชลฯ เพิ่มศักยภาพอ่างเก็บกักน้ำ บรรเทาภัยน้ำท่วม-น้ำแล้ง

  นายเฉลิมชัย  ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่หน่วยฝนหลวงจังหวัดขอนแก่น โดยได้ย้ำกับนายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ให้ขึ้นบินปฏิบัติการทำฝนหลวงอย่างทั่วถึงทั้งประเทศ ในห้วงเวลาที่เหลือกว่า  1 เดือน ก่อนสิ้นสุดฤดูฝน โดยเขื่อนขนาดใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางยังมีน้ำน้อย จึงต้องเพิ่มปริมาตรน้ำ

หลังจากนั้นยังได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการแก้มลิงแก่งน้ำต้อน พร้อมรับฟังบรรยายสรุปแนวทางการพัฒนาโครงการฯ ณ วัดสายราษฎร์บำรุง บ้านป่าเหลื่อม ต.ดอนช้าง อ.เมือง จ.ขอนแก่น จากนั้นเยี่ยมชมนิทรรศการ อาทิ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำสองฝั่งลำน้ำชี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ การทำเกษตรด้วยระบบน้ำหยด การสาธิตชุดสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ สาธิตชุดกังหันตีน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ก่อนเข้าสักการะพระพุทธชินราช พร้อมทั้งพบปะกับประชาชน ตำบลดอนช้าง เพื่อรับทราบปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่ และรับหนังสือร้องเรียนจากตัวแทนชางบ้านในตำบล และจังหวัดใกล้เคียง ตลอดจนเยี่ยมผลิตภัณฑ์ OTOP นวัตวิถี จากกลุ่มแม่บ้าน ต.ดอนช้าง จ.ขอนแก่น

ทีมงาน”ธรรมนัส”ร่วมมือ ส.ป.ก. แก้ปัญหาที่ดิน ม. พะเยา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/385465

ทีมงาน”ธรรมนัส”ร่วมมือ ส.ป.ก. แก้ปัญหาที่ดิน ม. พะเยา

วันที่ 27 สิงหาคม 2562 – 20:01 น.
ธรรมนัส พรหมเผ่า

ทีมงาน”ธรรมนัส”ร่วมมือ ส.ป.ก. แก้ปัญหาที่ดิน ม. พะเยา  

ทีมงานรัฐมนตรีช่วย ก. เกษตรฯ “ธรรมนัส พรหมเผ่า” ร่วมมือ ส.ป.ก. แก้ปัญหาที่ดิน ม. พะเยา


วันที่ 27 สิงหาคม 2562  ดร.ธนสาร ธรรมสอน ที่ปรึกษา ร้อยเอก ดร. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมหารือกับ นายอัครา พรหมเผ่า ประธานกรรมการฮักบ้านเกิดพะเยา และนายรัตนะ สวามีชัย รองเลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร

การหารือครั้งนี้เกี่ยวกับการหาแนวทางแก้ไขปัญหาการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินบริเวณมหาวิทยาลัยพะเยา ในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดขอบเขตชุมชนเพื่อการอนุญาตให้ใช้ที่ดินสำหรับกิจการอื่นที่เป็นการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามมาตรา 30 วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งได้เร่งรัดให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม  2562