ได้เวลา “สาธิต” ภารตะใจไทย ปกป้องสถาบัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ได้เวลา “สาธิต” ภารตะใจไทย ปกป้องสถาบัน

ได้เวลา "สาธิต" ภารตะใจไทย ปกป้องสถาบัน23 กรกฎาคม 2563 – 11:50 น.

อดีตแนวร่วม กปปส. ทนไม่ไหวที่เห็นข้อความหมิ่นเหม่ ในแผ่นป้ายกลางม็อบเยาวชนปลดแอก จึงขอพบ ผบ.ทบ. 

++
แฟลชม็อบ ภาค 2 ผุดขึ้นรายวัน ที่โน่นที่นี่ เหมือนประกายไฟไหม้ลามทุ่ง ไม่ต่างจากแฟลชม็อบภาคแรก

ไม่ปฏิเสธว่า สังคมไทยได้ก้าวสู่ความขัดแย้งครั้งใหม่ ระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่  

สิ่งหนึ่งที่แตกต่างจากแฟลชม็อบภาคแรกคือ ในม็อบเยาวชนปลดแอก มีแผ่นป้ายข้อความหมิ่นเหม่ ทำให้กลุ่มบุคคลที่รักชาติไม่พอใจ รวมถึงอดีตประธานหอการค้าไทย-อินเดีย

อ่านข่าว…  บิ๊กตู่ ยันแฟลชม็อบได้ ฮึ่ม อย่าหมิ่นสถาบัน อยู่ในกรอบกม.

ได้เวลา "สาธิต" ภารตะใจไทย ปกป้องสถาบัน

“สาธิต” ในวันเดินเชียร์ลุง

ไม่แปลกที่ “สาธิต เซกัล” จะโพสต์เฟซบุ๊ค Satish Sehgalว่า “ถึงเวลาแล้วที่จะปรับทุกข์กับท่าน  ผู้บัญชาการทหารบก  เรื่องการ ดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ วันศุกร์ที่ 24 เวลาบ่ายโมงที่กองบัญชาการทหารบก” 

ก่อนหน้านั้น “สาธิต” โพสต์ว่า “จะรักหรือไม่ก็สุดแต่ แต่อย่ามา จาบจ้วงสถาบัน ที่พวกผมรักและเคารพ”   

จุดยืนและอุดมการณ์ของสาธิต ไม่เปลี่ยน “เทิดทูนชาติ ศาสน์ กษัตริย์” ยังชื่นชม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. 
++
แนวร่วม กปปส.
++
นักธุรกิจไทยเชื้อสายอินเดีย สาธิต เซกัล เป็นที่รู้จักของคนไทยทั้งประเทศ ในช่วงการเคลื่อนไหวของ กปปส.เมื่อปลายปี 2556 

สาธิตนำริบบิ้นธงชาติและผ้าโพกศีรษะ “เรารักในหลวง” ไปแจกที่เวที กปปส. 

ด้วยความรักแผ่นดินไทย และรักสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยเท่าชีวิต สาธิตจึงขึ้นเวที กปปส. ตอบคำถามเปิดใจในรายการของ อ.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ที่เวทีแยกปทุมวัน 

“แขกรักในหลวง คนจีนรักในหลวง ฝรั่งรักในหลวง คนไทยส่วนใหญ่ก็รักในหลวง แต่มีกลุ่มหนึ่งไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ ท่านจะรักหรือไม่รักก็สุดแต่ แต่อย่ามาจาบจ้วงสถาบันที่พวกท่านและพวกผมรักและเคารพ” 

ได้เวลา "สาธิต" ภารตะใจไทย ปกป้องสถาบัน

ภาพสมัยม็อบ กปปส.

นับแต่นั้นประวัติความเป็นมาของเขาจึงเริ่มเป็นที่รับรู้ทั่วกัน ในฐานะที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการปลุกจิตสำนึกความเป็นไทย และชักชวนให้คนไทยผู้รักในหลวงและแผ่นดินไทย ให้ออกมาแสดงออกถึงความรู้สึกทั้งหลายเหล่านั้น
++
ภารตะหัวใจไทย
++
เมื่อปี 2558 สำนักพิมพ์เนชั่นบุ๊ค ได้จัดพิมพ์หนังสือ “ภารตะหัวใจไทย สาธิต เซกัล” ย้อนเส้นทางชีวิตของสาธิต เซกัล ชาวภารตหัวใจไทย ผู้ใช้ชีวิตอยู่บนผืนแผ่นดินไทยมาเกือบ 70 ปี และรักในหลวงสุดหัวใจ 

คนเรานั้นเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะทำได้ และสร้างเส้นทางชีวิตใหม่ของตนเองได้ 

ปี 2471 ชายหนุ่มสี่คนจากรัฐปัญจาบ ตอนเหนือของประเทศอินเดีย ตัดสินใจพากันเดินทางออกจากบ้านเกิดมุ่งสู่ประเทศสยาม เพราะได้ยินคำเล่าลือสมัยนั้นว่า ประเทศสยามมีกษัตริย์ผู้รักความเป็นธรรม และมีความเมตตาต่อทั้งประชาชนชาวไทยและชาวต่างประเทศด้วย อีกทั้งยังเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยโอกาสของชีวิต เปิดกว้างให้ทำมาหากินได้อย่างอิสระ ทุกชาติ ทุกภาษา 

หนุ่มปัญจาบคนหนึ่งแต่งงานกับ ไกรลาศ วันตี โชปรา และมีลูกชายชื่อ สาธิต เซกัล หลังจากนั้น พ่อแม่ของสาธิตได้ไปดูแลร้านผ้าที่สาขา จ.อุบลราชธานี และที่หัวเมืองใหญ่แห่งนี้ ไม่ใช่แค่ร้านผ้าทำมาหาเลี้ยงชีพเท่านั้น แต่เป็นจุดเริ่มต้นของครอบครัว “เซกัล” อย่างแท้จริง      

สาธิต เซกัล คนอินเดียที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย มีความรักและผูกพันกับประเทศไทย และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีความจงรักภักดีอย่างจริงใจ จึงได้ร่วมกิจกรรมขึ้นเวทีกับ กปปส.เพื่อบอกให้ปวงชนชาวไทยได้รู้ว่าเป็นบุญของประเทศไทยและปวงชนชาวไทยมากมายเพียงไร ที่มีพระเจ้าแผ่นดินผู้ที่เสียสละ ทรงทุ่มเททำงานหนัก เพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทย

ชะตา “2 ส.” น้ำยมมีขึ้นมีลง “สมศักดิ์”นอนไม่หลับ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ชะตา “2 ส.” น้ำยมมีขึ้นมีลง “สมศักดิ์”นอนไม่หลับ

ชะตา "2 ส." น้ำยมมีขึ้นมีลง "สมศักดิ์"นอนไม่หลับ23 กรกฎาคม 2563 – 10:19 น.

หลังโค่น 4 กุมาร “กลุ่มสองมิตร” ก็ยังไปไม่ถึงฝั่งฝัน สะเทือนถึงอนาคต “สมศักดิ์” ในพลังประชารัฐ  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
มีความชัดเจนล้านเปอร์เซ็นต์แล้วว่า ‘สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ’ จะอยู่ในตำแหน่งเดิมคือ รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม  

ที่เป็นเรื่องประหลาด น่าจะเป็นข่าวจากแหล่งข่าวในสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อ้างว่า คณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีกล่าวหาอนงค์วรรณ เทพสุทิน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับพวก กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการเกี่ยวกับโครงการฝายแม้ว ได้มีมติแจ้งข้อกล่าวหาอนงค์วรรณ เพื่อให้มีหนังสือรับทราบ และให้เข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อคณะอนุกรรมการไต่สวนภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด 

อ่านข่าว…   สุริยะทิ้งสมคิด ‘สองมิตร’คิดการใหญ่

จริงๆ แล้ว โฆษก ป.ป.ช.ยังไม่รับทราบเรื่องดังกล่าวข้างต้น มิทราบว่าสื่อมวลชนได้ข่าวนี้มาอย่างไร? 

ข่าวทำนองนี้หรือเปล่า ที่ทำให้ สมศักดิ์ เทพสุทิน บอกกับนักข่าว “นอนไม่ค่อยหลับ” 
++
นักเลือกตั้งอาชีพ
++
“สมศักดิ์ เทพสุทิน” เป็น ส.ส.สมัยแรก อายุ 26 ปี อยู่บนถนนการเมืองมานานกว่า 30 ปี ย้ายมาหลายพรรค  

สมัยรัฐบาลไทยรักไทย มีซุ้มการเมืองอยู่มากมาย แต่ที่ใหญ่พอๆ กับ “ซุ้มวังบัวบาน” ของ เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ก็คือ “ซุ้มวังน้ำยม” ที่มีสมศักดิ์ เทพสุทิน และสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นหัวเรือใหญ่ และมี “อนุชา นาคาศัย” เป็นแม่บ้าน คอยดูแลบรรดา ส.ส.ในซุ้มประมาณ 80 คน  

ปัจจุบันซุ้มวังน้ำยม ได้แปรสภาพเป็น “กลุ่มสามมิตร” โดยตัวละครคนหน้าเดิม เพียงแต่ไพร่พลลดลงจากอดีต  

จะว่าไปแล้ว เนื้อแท้ของกลุ่มสมศักดิ์จริงๆ ก็มีอยู่ 3 ตระกูลคือ “เทพสุทิน”, “นาคาศัย” และ “นิติกาญจนา”  

ช่วงว่างเว้นทางการเมือง กลุ่มสมศักดิ์ ยังยึดพื้นที่สุโขทัย ,ชัยนาท และราชบุรี ด้วยการสร้างสโมสรฟุตบอล และใช้เกมลูกหนังเป็นเครื่องมือสร้างแบรนด์การเมืองในท้องถิ่น  

พันธมิตรลูกหนังสายวังน้ำยมคือ สุโขทัย เอฟซี ที่มีอนงค์วรรณ เทพสุทิน เป็นประธาน , ราชบุรี มิตรผล ของ “กำนันตุ้ย” วิวัฒน์-บุญยิ่ง นิติกาญจนา เจ้าของอาณาจักรธุรกิจกาญจนากรุ๊ป และชัยนาท ฮอร์นบิล ของ “เสี่ยแฮงค์” อนุชา นาคาศัย 
 

เมื่ออ่านเกมการเมืองหลังยุค คสช. “2 ส.” สมศักดิ์และสุริยะ จึงปั้นแบรนด์สามมิตร เพื่อระดมผู้คนในยุทธจักรมาอยู่ในซุ้ม ก่อนเคลื่อนทัพเข้าพรรคพลังประชารัฐ  

ประยุทธ์ 2/1 สมศักดิ์หวังนั่งเกษตรฯ ก็วืด…ประยุทธ์ 2/2 สุริยะ ฝันนั่งพลังงาน ก็แห้ว

++
ไม่มีพรรคมีแต่พวก
++
ถ้ายังจำได้ หลังศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคมัชฌิมาประชาธิปไตย “สมศักดิ์” พา ส.ส. และอดีต ส.ส.ในกลุ่มมัชฌิมาไปอยู่พรรคภูมิใจไทย 
 

ว่ากันตามจริง พรรคภูมิใจไทยนั้น ผู้ก่อตั้งพรรคเป็นคนใกล้ชิดสมศักดิ์ แต่เนวิน ชิดชอบ เข้ามาเทคโอเวอร์ไปปั้นใหม่ 

หลังเลือกตั้ง 2554 กลุ่มมัชฌิมาประสบความปราชัยหลายสนาม สมศักดิ์จึงนัดเจรจากับเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ขอนำ ส.ส.และอดีต ส.ส.สายมัชฌิมา ประมาณ 15 คน ย้ายกลับไปพรรคเพื่อไทย         

ปลายปี 2556 อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตัดสินใจยุบสภา สมศักดิ์ ได้ทีมวังน้ำยมลงสนามในนามพรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้ง 2 ก.พ.2557 แต่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งเลือกตั้งครั้งนั้นเป็นโมฆะ 

ทุกวันนี้ สมศักดิ์ยังมีเพื่อนเก่าอยู่ครึ่งสภา ตามวิถีนักเลือกตั้งเก่า “เพื่อนใหญ่กว่าพรรค” หรือไม่มีมิตรแท้ และศัตรูถาวรในทางการเมือง

จตุพรเดือด อัด ‘ใบตองแห้ง’ วิวาทะคนกันเอง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

จตุพรเดือด อัด ‘ใบตองแห้ง’ วิวาทะคนกันเอง

 จตุพรเดือด อัด 'ใบตองแห้ง' วิวาทะคนกันเอง 22 กรกฎาคม 2563 – 17:44 น.

ม็อบปลดแอกเอฟเฟกต์ “จตุพร” ออกโรงจวกรุ่นพี่ “ใบตองแห้ง” อย่าใส่ร้ายป้ายสี และอย่าฉวยโอกาสเอียงซ้าย

++
    ผลพวงจากแฟลชม็อบ ภาค 2 ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันมากมาย ทั้งในปีกตรงข้ามนักศึกษา หรือปีกฝ่ายประชาธิปไตย
    เนื่องจากแกนนำเยาวชนปลดแอกบางคน กำลังจะทำการต่อสู้ไปสู่สิ่งที่เรียกว่า “เลยธง” หรือ “เลยอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย”
    

    ดังกรณี “เดอะตู่” จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊คไลฟ์ PEACETALK  ว่าด้วยเรื่องการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก ซึ่งเขาเห็นด้วยและให้กำลังใจ แต่เตือนสติน้องๆ ว่า “อย่าก้าวล่วงสถาบัน” ด้วยความห่วงใย
    ประเด็นคำเตือนจากจตุพร “ใบตองแห้ง” คอลัมนิสต์และสื่อมวลชนอาวุโส ประจำค่ายวอยซ์ทีวี ได้วิจารณ์คำเตือนจากจตุพร และตีความว่า “ใครๆก็ขู่ ก็ปรามนักเรียน นักศึกษา ไม่ว่า ตู่-ประยุทธ์ หรือ ตู่-จตุพร”

 จตุพรเดือด อัด 'ใบตองแห้ง' วิวาทะคนกันเอง

++
ใบตองแห้งย้ายขั้ว
++
    จริงๆแล้ว “ตู่ จตุพร” ก็สนิทสนมกับ “ใบตองแห้ง” เป็นอย่างดี ในฐานะที่ใบตองแห้งเป็นคนเดือนตุลา เป็นเพื่อนรักจาตุรนต์ ฉายแสง 
    เมื่อวันที่ 22 ก.ค.2563 จตุพรจึงจำใจไลฟ์ทอล์คตอบโต้ “ใบตองแห้ง” ด้วยกลัวเกิดความเข้าใจผิด และสร้างความเสียหาย จึงไม่มีทางเลือกเป็นอย่างอื่น  
    

   ใบตองแห้ง เป็นนามปากกาสื่อมวลชนอาวุโสคนหนึ่งได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊คส่วนตัวพาดพิงถึงตนอย่างเกินเลยไป โดยระบุพาดหัวว่า ใครๆก็ขู่ก็ปรามนักเรียน นักศึกษา ไม่ว่า ตู่-ประยุทธ์ หรือ ตู่-จตุพร เหมือนทำนองว่า วันนี้ ตู่ จตุพร ได้ย้ายข้างไปแล้ว ไม่ได้อยู่ฝั่งประชาธิปไตย  

 “เป็นการดูแคลนผมที่สุด ทั้งที่มีวิถีชีวิตแตกต่างกัน อีกทั้งใบตองแห้งเป็นคนย้ายขั้วสลับข้างมาจำไม่ได้หรือ และคุณเป็นคนหนึ่งที่วิพากษ์วิจารณ์อดีตนายกทักษิณ ชินวัตร หนักที่สุดในช่วงที่คุณเป็นหัวหน้าข่าวการเมืองยุคสยามโพสต์แล้วมาเป็นไทยโพสต์ แล้ววันหนึ่งคุณมานั่งจัดรายการในช่องวอยซ์ทีวี ซึ่งเป็นหมู่มิตรกัน ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง ผมไม่มีวันจะพูด”

++
ประวัติศาสตร์บาดแผล
++     
    ใบตองแห้งเป็นคนรุ่น 14 ตุลา และเคยเข้าป่าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) จตุพรจึงพยายามอธิบายเหตุการณ์ 14 ตุลา และกรณีการล้อมปราบ 6 ตุลา 
    พร้อมกับโยงมาถึงคำสั่ง 66/2523 ที่ประหนึ่งนิรโทษกรรมให้กับนักศึกษา และประชาชน ผู้เข้าร่วมจับอาวุธต่อสู้กับรัฐบาล
    จตุพรยังบอกว่า ใบตองแห้งก็รู้ว่า การชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ที่ 2 ปรากฏการณ์คือ ปรากฎการณ์แรกคือประกาศ 3 ข้อเรียกร้องให้ยุบสภา เลิกคุกคามประชาชน และร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ถือว่า ชอบธรรม และมีเหตุมีผล
    แต่ปรากฏการณ์แผ่นป้าย หรือโปสเตอร์ “…ข้อความเชิงสัญลักษณ์ต่างๆ คนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงไม่ต้องนัดหมายด้านหลังต่างหากที่ร้อนแรง ทำให้เครือข่ายอำนาจตื่นตระหนก”
    แล้วก็ปฏิกิริยาโต้กลับทันที คนเดือนตุลาแบบใบตองแห้งกลับประเมินว่า นั่นเป็นปฏิบัติการไอโอของพวกขวาจัด
    เมื่อจตุพร ออกมาเตือนสติน้องๆ ใบตองแย้ง ก็ยัดเยียดข้อหา “ตู่” ย้ายข้าง จนทำให้ประธาน นปช.ควันออกหู     

  “ผมได้อธิบายความชัดเจนว่า ถ้าขบวนการนักเรียน นักศึกษา ยืนตามข้อเรียกร้อง 3 ข้อคือ ยุบสภา เลิกคุกคามประชาชน ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ จะมีความชอบธรรม แต่ถ้าก้าวล่วงสถาบันความชอบธรรมจะสิ้นสุด แต่นี่ใบตองแห้งกลับไปเขียนแดกดันผม คุณไม่รู้ปลายทางหรือ แน่จริงคุณมาร่วม มานำเลย”

 จตุพรเดือด อัด 'ใบตองแห้ง' วิวาทะคนกันเอง

     อีกตอนหนึ่ง จตุพร คนเดือนพฤษภา 35 วิจารณ์รุ่นพี่ 14   ตุลาว่า “คุณก็รู้ประวัติศาสตร์ วิจารณ์คนย้ายขั้ว ย้ายข้าง คุณก็ย้ายข้าง มีอะไรดีกว่าคนอื่นเขาละ ผมยังยืนของผมอยู่ที่เดิม เพียงแต่ผมเข้าใจสถานการณ์ เข้าใจวัยคนหนุ่มคนสาว เพราะเราผ่านอันนี้มาก่อน และไม่เคยยืนลับหลังใคร หรือคอยยุยงส่งเสริมให้คนไปตาย แต่ตัวเองมีสิทธิ์ตายเท่ากับคนอื่นทุกครั้งในเหตุการณ์ที่รับผิดชอบ”
  

    จตุพรชี้ว่า ใบตองแห้งก็ผ่านการล้อมปราบ 6 ตุลา 2519 ก็ควรซื่อสัตย์ต่อความเป็นจริง ทำไมคนหนุ่มสาวจึงถูกเข่นฆ่า 

กระแสสูง แดงลี้ภัย 112 ดีใจใกล้กลับบ้าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กระแสสูง แดงลี้ภัย 112 ดีใจใกล้กลับบ้าน 

กระแสสูง แดงลี้ภัย 112 ดีใจใกล้กลับบ้าน 22 กรกฎาคม 2563 – 11:20 น.

“จรัล-ปวิน” ผองเพื่อนผู้ลี้ภัย ดีใจใกล้กลับบ้าน ผลงานม็อบตาสว่างภาคพิเศษ กระจายทั่วแผ่นดิน 
++
จากม็อบไม่ทน กระจายเป็นแฟลชม็อบทั่วประเทศ การลุกขึ้นสู้ของคนรุ่นใหม่อีกรอบ ทำให้มือจัดตั้งมวลชนยุค พคท.อย่าง “จรัล ดิษฐาอภิชัย” ถึงกับฟันธง “กระแสสูง” การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาถึงแล้ว  

มิเพียงเท่านั้น “ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์” นักวิชาการที่ลี้ภัยคดี 112 อยู่โตเกียว ก็ดีอกดีใจ ถึงกับประเมินว่า “นับว่าการชุมนุมประสบความสำเร็จทีเดียว ต้องยกนิ้วให้กับกลุ่มเยาวชนปลดแอก ขอบคุณมา ณ ที่นี้”

อ่านข่าว…   แดงลี้ภัย รับ ‘ตู่’ แกร่ง ม็อบต้านไม่โต 

เหนืออื่น แฟนเพจเฟซบุ๊ก “รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส” ที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 16 เม.ย.2563 โดยมี ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ที่มักจะพบเนื้อหาที่ตั้งคำถามและวิพากษ์วิจารณ์สถาบันเบื้องสูง มีการนำชื่อเพจมาเขียนป้ายโชว์ในม็อบไม่ทน และแฟลชม็อบที่ต่างจังหวัด 

ป้ายคำขวัญรอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส กำลังทำให้ม็อบของกลุ่มเยาวชนปลดแอก ถูกตั้งคำถามจากคนอีกฟากฝั่งหนึ่ง และอาจกลายเป็นสายล่อฟ้า
++
กระแสสูง
++
หลังการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย “จรัล ดิษฐาอภิชัย” ได้ประเมินม็อบดังนี้ 

1.เป็นการชุมนุมขับไล่รัฐบาลประยุทธ์ ที่มีผู้เข้าร่วมกันจำนวนมากที่สุด รวมทั้งคนดูไลฟ์มากที่สุดในรอบ6 ปี 
2.นักศึกษาเป็นกองหน้า เป็นกำลังหลัก
3.เป้าหมายการชุมนุม 3 ข้อ  คือ หยุดคุกคามประชาชน ยุบสภา  และจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่  มีเหตุผล ไม่สูงและไม่ต่ำเกินไป
4.ผู้ชุมนุมกล้าหาญ สามารถฝ่าวงล้อม การสกัดกั้น และช่มขู่ของตำรวจ  ผู้ปราศรัยส่วนใหญ่ดี แกนนำควบคุมสถานการณ์ได้  ยืดหยุ่น  และรู้ประมาณ 

“สรุป  เป็นการต่อสู้ที่ประสบความสำเร็จ เป็นชัยชนะของนักศึกษาประชาชนผู้ชุมนุม” 

เมื่อเกิดแฟลชม็อบภาค 2 กระจายไปทั่วประเทศ “จรัล” จึงประเมินว่า “กระแสสูงของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาถึงแล้ว”

++
ดีใจใกล้กลับบ้าน
++ 
คลื่นการต่อสู้ระลอกใหม่ ทำให้ “ผู้ลี้ภัย 112” ปลาบปลื้มดีใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ “สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” ที่เพิ่งฟื้นจากการป่วย ก็ใช้เฟซบุ๊คเข้าร่วมปลุกระดมเยาวชนเต็มที่ 

ในที่ชุมนุมแฟลชม็อบหลายแห่ง มีการชูภาพสมศักดิ์ เสมือนเป็นศาสดาตาสว่าง มิต่างจากปวิน ที่มีล้อเลียนกลางม็อบ 

ด้านจรรยา ยิ้มประเสริฐ ที่ลี้ภัยอยู่ฟินแลนด์ ได้ใช้เพจ Act4Dem – Action for People’s Democracy เปิดคอร์สเรียนออนไลน์ ครั้งที่ 1 “ประชาชนปลดแอก” 

เนื้อหาที่จรรยาสอน ก็คือการแนะนำให้มีการจัดม็อบ และการต่อสู้ในทุกรูปแบบ  

ส่องดูความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ลี้ภัย 112 ในต่างประเทศ ประมวลได้ว่า พวกเขามีความสุขมาก และสนับสนุนการต่อสู้ในประเทศอย่างเต็มที่  

ความฝันที่จะให้เกิดการพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน ใกล้เป็นความจริงแล้ว กวีฟ้าสีทอง “วิสา คัญทัพ” อยู่เยอรมัน ยังเขียนกวีบทหนึ่ง “เมฆดำเร้ารุมคลุมพื้นที่ บดบังแสงสุรีย์ที่สาดส่อง จะกลบกลืนรัศมีฟ้าสีทอง แย่งพื้นที่ครอบครองฟ้าของตน”

ม็อบมุ้งมิ้ง จับตา “โตโต้” สหายสายสีส้ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ม็อบมุ้งมิ้ง จับตา “โตโต้” สหายสายสีส้ม

ม็อบมุ้งมิ้ง จับตา "โตโต้" สหายสายสีส้ม22 กรกฎาคม 2563 – 09:10 น.

ครั้งต่อไปไม่มีม็อบมุ้งมิ้ง “โตโต้” ม็อบปลดแอก เตรียมแผนปักหลักพักค้าง สมดังคำขวัญให้จบที่รุ่นเรา 

++
เมื่อวันที่ 21 ก.ค.2563 ศาลฎีกา อ่านคำพิพากษาคดีฉีกบัตรเลือกตั้ง จำคุก 4 เดือน ปรับ 4 พัน “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ และพวกอีก 2 คน แต่ให้รอลงอาญา 1 ปี 

“ปิยบุตร แสงกนกกุล” แกนนำคณะก้าวหน้า ได้ไปให้กำลัง “โตโต้” ในวันดังกล่าวด้วย เนื่องจาก “โตโต้” และรังสิมันต์ โรม มีที่ปรึกษาอย่างอาจารย์ป๊อก มาแต่ครั้ง “ม็อบคนอยากเลือกตั้ง” 

อ่านข่าว…  ศาลฏีกาสั่งจำคุก 4 เดือน ‘ โตโต้ -ปิยรัฐ’คดีฉีกบัตรประชามติ รธน.
 

ม็อบมุ้งมิ้ง จับตา "โตโต้" สหายสายสีส้ม

ช่วงเลือกตั้งปี 2562 รังสิมันต์ลงสมัครในแบบปาร์ตี้ลิสต์ ขณะที่ปิยรัฐลงสมัครในแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่เขต 1 กาฬสินธุ์ แต่สอบตก
++
สมาคมเพื่อเพื่อน
++
“โตโต้” ทำกิจกรรมคัดค้านระบบโซตัสในมหาวิทยาลัย ตั้งแต่สมัยเรียนคณะ ครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ 


ปี 2559 โตโต้ เปิดตัว “สมาคมเพื่อเพื่อน” (FFA) เป็นสมาคมที่อำนวยการช่วยเหลือนักโทษทางความคิด โดยเฉพาะคดี 112 โดยมีตัวเขาเป็นนายกสมาคม และมีอานนท์ นำภา เป็นกรรมการสมาคม 

เมื่อโตโต้ มาเคลื่อนไหวม็อบคนอยากเลือกตั้ง ก็ลาออกจากสมาคมเพื่อเพื่อน ก่อนจะหันหน้าสู่ถนนการเมืองที่บ้านเกิด  

ม็อบมุ้งมิ้ง จับตา "โตโต้" สหายสายสีส้ม

“โตโต้” ประสานงานกับตำรวจ ในวันชุมนุมม็อบปลดแอก

โตโต้รู้ว่าเป็นรอง ส.ส.เก่า จากพรรคเพื่อไทย แตก็ได้สู้อย่างเต็มที่ในเขต 1 กาฬสินธุ์ สุดท้ายผลคะแนนสะท้อนว่า คนเมืองน้ำดำยังผูกพันกับพรรคเพื่อไทยสูง 

หลังพ่ายเลือกตั้ง โตโต้ยังทำงานในพื้นที่ และยังเกาะเกี่ยวอยู่กับพรรคอนาคตใหม่ จนกระทั่งมีการยุบพรรค โตโต้ก็ผันตัวมาทำงานการเมืองนอกสภาอีกหน 

วันนี้ “โรม” อยู่สภาฯ ส่วน “โตโต้-ทนายอานนท์” อยู่บนท้องถนน ก็ไม่ต่างจาก “กลุ่ม 40 ส.ว.” กับพันธมิตรฯ หรือ ส.ส.เพื่อไทยกับ นปช. หรือ ส.ส.ประชาธิปัตย์ กับ กปปส. 

คนบริหารจัดการม็อบปลดแอก ก็ล้วนคนหน้าเดิม เพิ่มเติมคือมีตำแหน่งในสภาฯ 

ม็อบมุ้งมิ้ง จับตา "โตโต้" สหายสายสีส้ม

“อาจารย์ป๊อก” ไม่ทิ้ง “โตโต้” คดีฉีกบัตรลงประชามติ

++
วันเฉลิมถูกอุ้ม
++
เมื่อเกิดกรณี “วันเฉลิม” ถูกอุ้มหายในกัมพูชา มีการพบปะพูดคุย กันของทนายความ นักกฎหมาย และ นักสิทธิมนุษยชน ในพื้นที่อีสานหลายจังหวัด จัดตั้งกลุ่ม “ทนายความอีสานเพื่อประชาชน”  เพื่อเป็นหลักประกันสวัสดิภาพด้านกฎหมาย และคดีให้กับระชาชนในพื้นที่ 
โตโต้ได้นำประสบการณ์จากการจัดตั้งสมาคมเพื่อเพื่อน มาผลักดันกลุ่มทนายความอีสานเพื่อประชาชน 

ช่วงการเคลื่อนไหวประเด็น “ตามหาวันเฉลิม” ทำให้โตโต้ และอานนท์ นำภา ได้ร่วมกันคิดและออกแบบการขับเคลื่อนการเมืองท้องถนน  

จริงๆ แล้ว โตโต้ และโรม ไม่เคยหยุดการเคลื่อนไหว นับแต่มีรัฐประหาร 2557 ได้แสดงจุดยืนไม่เอาเผด็จการ และต้องการหยุดระบอบเก่าไว้ที่รุ่นพวกเขา 

กิจกรรมรำลึก 24 มิ.ย.2475 ที่มีความคึกคักในปีนี้ ก็เหมือนการอุ่นเครื่องให้กับแฟลชม็อบ ภาค 2  

วันที่มีการชุมนุมใหญ่ครั้งแรก ในนามกลุ่มเยาวชนปลดแอก  “โตโต้ ปิยรัฐ” และทนายน้อย อานนท์ นำภา จึงเป็นพี่เลี้ยงคอยประคองน้องๆ อย่างเพนกวิน ,ฟอร์ด ทัตเทพ และนักกิจกรรมจากรั้วมหาวิทยาลัย 

จากม็อบคนอยากเลือกตั้ง ถึงแฟลชม็อบภาค 2 โตโต้กำลังเตรียมการใหญ่ สำหรับม็อบไล่ประยุทธ์แบบปักหลักพักค้าง

“เอก ณกรณ์” แฉเบื้องลึก”วุฒิศักดิ์คลินิก”รวยอู้ฟู่ 8,000 ล้าน ก่อนล่มสลาย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“เอก ณกรณ์” แฉเบื้องลึก”วุฒิศักดิ์คลินิก”รวยอู้ฟู่ 8,000 ล้าน ก่อนล่มสลาย

"เอก ณกรณ์" แฉเบื้องลึก"วุฒิศักดิ์คลินิก"รวยอู้ฟู่ 8,000 ล้าน ก่อนล่มสลาย21 กรกฎาคม 2563 – 20:30 น.

“เอก ณกรณ์” แฉเบื้องลึก “วุฒิศักดิ์คลินิก” ขาดทุน 900 ล้านบาท ก่อนล่มสลาย แต่ยุคเฟื่องฟูขายหุ้นรายอู้ฟู้ได้เงิน 8,000 ล้านบาท ชี้ต้นเหตุอ่อนบริหาร-แบกต้นทุนสูง แต่ความสวยรอไม่ได้

รายการ “ถามสุดซอย” ออกอากาศวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 22.20 น. ทางช่องเนชั่นทีวี ช่อง 22 ดำเนินรายการโดย “เอิ๊ก-พรหมพร ยูวะเวส” เปิดใจสัมภาษณ์ “เอก-ณกรณ์ กรณ์หิรัญ” ผู้ร่วมก่อตั้งวุฒิศักดิ์ คลินิก กรณีข่าวช็อกวงการความสวยความงาม เมื่อ “วุฒิศักดิ์ คลินิก” ยื่นต่อศาลล้มละลายกลาง ขอฟื้นฟูกิจการ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :  “วุฒิศักดิ์คลินิก” ยื่นล้มละลาย ขอฟื้นฟูกิจการ

วุฒิศักดิ์มีหุ้นทั้งหมดกี่หุ้น?

“ตอนแรกที่ก่อตั้งกันมา ก็เป็นช่วงวัยรุ่นของเรา 3 คน มีหมอวุฒิศักดิ์ คุณพลพัฒน์ และผม”

รู้ตอนไหนว่าล้มละลาย?

“รู้ตอนข่าว ก็ตกใจเหมือนกัน ทุกคนโทรหาผม ไลน์เข้ามาว่าเอกล้มละลายหรือเปล่า หมดตัวแล้วเหรอ เยอะไปหมดเลย จริงๆ ตอนเข้าวุฒิศักดิ์มีคนรู้ แต่ตอนออกไม่มีคนรู้ว่าผมไม่ได้บริหารแล้ว จริงๆ กลุ่มเราก็ขายหุ้นออกไปนานแล้วในตอนแรก”

ตอนนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับวุฒิศักดิ์แล้ว?

“ผมเหลือหุ้นอยู่คนเดียวในบรรดา 3 คน แต่เหลือเล็กน้อยไม่ได้มาก เหลือแค่ 10% แต่มูลค่าเงินที่จ่ายไป ก็ 700-800 ล้าน ก็เยอะพอสมควร”

ตอนก่อตั้งวุฒิศักดิ์ช่วงแรกๆ เฟื่องฟูมาก เป็นเพราะอะไร?

มาเป็น เพราะ “ความสวยรอไม่ได้”

ตอนนั้นมีคู่แข่งมั้ย?

“อย่าเรียกว่าคู่แข่งดีกว่า ผมเข้ามาในวงการ ทำให้กระแสความงามดีกว่าเกาหลี ดีกว่ารอบบ้าน อย่างลาว พม่า ก็มาใช้บริการที่เราเยอะ ก็ดึงเงินมาในประเทศเราเยอะ”

นิติพลคลินิกใช่คู่แข่งมั้ย?

“ไม่ใช่ครับ จะเรียกว่าเราอยู่ในวงการเดียวกันดีกว่า”

วุฒิศักดิ์กำไรต่อเนื่องมากี่ปี?

“ตั้งแต่จำความได้ไม่เคยรู้จักคำว่าขาดทุน จริงๆ วุฒิศักดิ์ไม่ได้กำไรเยอะเลยถ้าดูงบ แต่จำนวนคนไข้ต่อวันเป็นร้อย เราก็ได้อำนาจต่อรองเรื่องคุณภาพยา เรื่องปริมาณ เรื่องหมอ มีแพทย์เป็นร้อย เรามีการอบรมกึ่งๆ โรงเรียนในสมัยนั้นที่เราทำ”

ช่วงเฟื่องฟู เห็นว่าขยายสาขาไปร้อยกว่าสาขา?

“130 ครับ ไปต่างประเทศด้วย ผมไปเปิดเองหมด มีลาว พม่า กัมพูชา เวียดนาม”

แบ่งกันบริหารยังไงบ้างใน 3 หุ้นส่วน?

“คุณหมอวุฒิศักดิ์ก็ดูเรื่องแพทย์ไป ผมก็ดูเรื่องการเงิน การตลาด และอะไรที่แปลกใหม่ คุณพลพัฒน์ก็ดูสถานที่ โลเกชั่น เรื่องการเปิด”

พอทราบว่ามีการขายหุ้นให้ซิตี้แบงก์บางส่วน?

“ตอนนั้นเราอยากขายลดความเสี่ยงบ้าง ตอนนั้นกลุ่มเราก็เลือกระหว่างการเข้าตลาดและลุยงานต่อไปเรื่อยๆ กับการขายลดความเสี่ยง เมื่อก่อนรายจ่ายเราต่อเดือน 200 กว่าล้าน ช่วงนั้นมีเรื่อง อย. สาธารณสุขที่ไม่เข้าใจเรา ต้องเป็นการตลาด ฮาร์ดเซลล์โน่นนี่ เข้ามาตรวจ ภาครัฐไม่ได้สนับสนุนเรื่องการแพทย์ความงามมีอยู่ เข้ามาตรวจ กฎหมายเปลี่ยนรายวัน เราขายหุ้นออกไปได้ 8,000 กว่าล้าน แต่เราลดสัดส่วนแค่ 30-35% ได้มา 3,000 กว่าล้าน ทั้งกลุ่มผม 3 คน”

สบายแล้ว?

“ก็ระดับหนึ่งครับ (หัวเราะ)”

น่าจะลอยลำ แล้วเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น?

“จะบอกว่ากลุ่มพวกผมไม่ success ในเรื่องธุรกิจก็คงไม่ใช่ เราทำให้มันโตขึ้นมา หลังขายให้ซิตี้แบงก์ผมบริหาร 1 ปี ทำสปอตทิ้งเอาไว้ ตอนนั้นมีพี่กบ ปภัสรา พี่หนูแหม่ม มีเจมส์จิ พี่ไก่ วรายุฑ ทีนี้อีกคนมาบริหารก็มองอีกแบบว่าแก่ไปหรือเปล่า ต้องเป็นวัยรุ่น การปรับเปลี่ยนค่อนข้างเร็ว ประกอบกับตอนนั้นเหมือนมีคู่แข่งเริ่มเข้ามา เราจะเรียกว่าเป็นคลินิกที่ได้มาตรฐานทุกอย่าง”

“เป็นที่เพ่งเล็งของทุกคน ถ้าจะไปจับ เยี่ยม ตรวจ ก็จะไปเบอร์หนึ่งก่อน แบรนด์ใหญ่ๆ ก็จะโดนเยอะในการตรวจ ของเราได้มาตรฐานยันเข็มฉีดยา แต่จะมาพร้อมต้นทุนที่มหาศาล เหมือนไปโรงพยาบาลชั้นนำ ทำไมรักษาแล้วแพง มันมีขั้นตอนที่ทุกอย่างต้องถูกต้อง เป๊ะจริงๆ นั่นแหละคือต้นทุน แล้วราคาเราขายถูกด้วย เพราะจำนวนเยอะ คนไข้เราหลักร้อยต่อวันทุกวัน ถ้าต่ำกว่า 50 ผมขาดทุนแล้ว เราจะเช็กมอนิเตอร์ เรามีร้อยสาขาต้องตรวจทุกวันว่าเป็นยังไงบ้าง”

ตอนขายให้ซิตี้แบงก์ 3,000 กว่าล้าน บอกว่าเป็นราคาปั้นแต่งให้ได้ราคามากเกินความเป็นจริง?

“มีการขายอย่างถูกต้อง หลังจากนั้นซิตี้แบงก์ก็ส่งคนมาบริหาร มันก็เกิดปัญหาคือมันเริ่มดาวน์ลง ตอนนั้นไม่ได้บริหารเองยอดก็ตก ตอน 1 ปีที่บริหารอยู่ยอดก็ยังดีแต่หลังจากนั้นก็ถอนตัว ก็เปลี่ยนมือมาเป็นอีฟอร์แอล มาถือหุ้นใหญ่ 51% จาก 8,000 กว่าล้าน ซื้อแค่ 4,500 ล้าน ก็มีคนชวนว่าเอามั้ย ผมก็ซื้อมาในส่วนผมเอง 25% แล้วก็กลับไปบริหาร ตอนนั้นถ้าดูในบัญชี จาก 70 กว่าล้าน ก็โตขึ้นมาเป็น 140 กว่าล้านในปีเดียว ขึ้นมาเท่าตัว เริ่มจะเข้าตลาดแล้ว ตอนนั้นเป็นที่ฮือฮาว่าเป็นไปไม่ได้หรอก อีฟอร์แอลจะซื้อบริษัทนี้ได้ เพราะบริษัทนี้ใหญ่กว่า เราเข้าไปบริหาร ปรับเปลี่ยนองค์กร สักพักเอาเราออกอีกแล้ว ข้อเสียของเราคือเวลาทำงานจะดุดันมาก คือถ้าไม่ใช่ก็ไม่ยอม การเข้ากับคนไม่ได้ง่ายเท่าไหร่ เราออกมาปุ๊บ ทางโน้นก็เข้ามาบริหาร”

“ไม่อยากโทษใครว่าใครผิดใครถูก แต่เปรียบเทียบว่าเขาขับรถสิบล้อเก่งมาก แต่ของเราเป็นรสบัส คนบริหารอาจชำนาญรถประเภทหนึ่งแล้วมาขับรถอีกประเภทหนึ่ง วุฒิศักดิ์เปรียบเหมือนรถบัสที่มี 100 กว่าสาขา การเลี้ยววันนี้ไม่ง่าย เข้าไปผมบอกว่าต้องคุยกับหมอดีๆ นะ ถ้าเรียกมาตำหนินิดเดียว ออก ปัญหาการเทรนนิ่งยากมาก อ๋อ งั้นเอาหมอออกให้หมดเลย เราเป็นความงาม ไม่จำเป็นต้องใช้หมอ โอ้โห หมอลาออก 30 คน สักพักยอดกระทบ ยอดฮวบ ก็กลับมารับสมัครหมออีก ให้เพิ่ม 20% มันก็กลายเป็นหมอเข้ามาใหม่ กว่าจะรู้จักลูกค้า กว่าจะตรวจเป็น มันมีดีเทล ธุรกิจบริหาร ต้องดูบริการตั้งแต่เริ่มต้น เคาน์เตอร์ หมอ เลเซอร์ ผลการรักษา ไม่ใช่ดูตัวเลขแล้วจบ ก็เป็นจุดล่มสลายส่วนหนึ่งเหมือนกันในการเป็นผู้นำ ตอนที่ผมออกไปแล้ว”

หมอออกไปเปิดคลินิกเองด้วย เป็นส่วนหนึ่งด้วยมั้ย?

“ผมว่าเป็นเรื่องการบริหาร กับสองภาครัฐไม่ให้การสนับสนุน ธุรกิจนี้มียาจริง ยาปลอม ยาหิ้ว อย่างคลินิกใหญ่ๆ เขาใช้ยาจริงหมด เพราะถ้ามีปัญหาจะไม่คุ้ม แต่ถ้าเป็นคลินิกเล็ก ต้นทุนต่ำกว่า 50% เช่น ยาหิ้ว อาจเอามาจากประเทศนั้นที่ผลิต เอามาจากเกาหลี แต่ไม่ได้ใช้ในอุณหภูมิที่พอเหมาะ ใช้ไปก็ดื้อยา ฉีดแล้วตึงจริงแต่แป๊บเดียว อีกประเภทคือการใช้ยาจากจีน เวียดนาม ยาปลอมเลย ซึ่งลูกค้าไม่รู้ เรายังดูยากเลย”

การล่มสลายของวุฒิศักดิ์ มาจากหนึ่งการบริหาร?

“สองคือต้นทุนการใช้ค่อนข้างสูง ถ้าเป็นเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน ราคาไม่ถูก สังเกตมั้ยไป รพ.กรุงเทพ แพงมั้ย การใช้ยาแต่ละตัวค่อนข้างสูง และความเชี่ยวชาญ”

การขายเฟรนไชส์?

“จริงๆ วุฒิศักดิ์ไม่ควรขายเฟรนไชส์ การบริหารของคนใหม่ เข้ามาปุ๊บ ฉีกวุฒิศักดิ์เป็น 3 ส่วน ส่วนที่หนึ่งขายดี 30 แห่ง ผมนั่งเป็นบอร์ดอยู่ ผมก็เฮ้ย ขายก็เจ๊งสิ 30 สาขาโดนทั้งน้ำท่วม โดนทั้งการเมือง มันยังไม่เจ๊ง แต่คุณเอาไปเข้ากระเป๋าใครก็ไม่รู้ ไม่อยากจะบอก เดี๋ยวต้องเจอกันในศาลต่อไป สองขายให้กับบริษัทหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์ แล้วเหลืออะไรไม่รู้ ส่งให้เรามา”

สาขาดีๆ ให้คนอื่นขายเฟรนไชส์ไป เก็บแต่สาขาไม่ดีเอาไว้?

“ใช่ เขาบอกว่าไม่มีเงิน ขาดสภาพคล่อง จำเป็น ผมก็อ้าว ถ้าของดีหมดเราก็เจ๊งสิ เสียงเราแค่ 10% ทำอะไรได้ ผมก็เลยลาออกหมด เพราะเราไม่เห็นด้วยในการบริหาร แล้วก็ไม่ได้สนใจอีกเลยในการทำงาน ไม่ได้ติดตามข่าว”

การลดจำนวนหมอทำให้วุฒิศักดิ์ขาดทุนหนัก?

“หนัก แต่ผมไม่รู้เรื่องเลยนะ ระหว่างขับรถอยู่ ประชุมบอร์ดครบวาระ ให้เราไปดูงบการเงิน เปิดมา ปีที่แล้วเราทำกำไร 140 ล้าน ปีนี้ขาดทุน 500 ล้าน โอ้โห ผมจำเหตุการณ์ได้เลย ตอนนั้นไม่เอาคนขับรถไป ขับเอง มันเบลอ มึน ขาดทุนยังไงวะ 500 ล้าน มึงใช้เงินกันยังไงวะ แล้วเราถือหุ้นเยอะ มันหลายปีแล้วไง เชื่อมั้ยมีคนมาถามผมวันก่อนว่าผมเสียหายเท่าไหร่ ผมคิดว่าเสียหาย 200-300 ล้าน

เพราะผมไม่ได้จำว่ามีหุ้นเท่าไหร่ เมื่อกี้นั่งคิด เราขาดทุน 800-900 ล้าน แต่สิ่งหนึ่งที่เรางงคือภาพจำคือภาพเรา วุฒิศักดิ์คือเรา สะท้อนมาเต็มเลย เพราะคิดว่าเรายังทำอยู่ จริงๆ ผมไม่ได้เปิดตัวว่าผมทำอะไรอยู่ ผมอยากให้ทุกคนเห็นว่าเราก็เริ่มจากไม่มีกิน เรียนไม่จบ เริ่มจากไม่มีอะไรเลย เราทำได้ถ้าใส่ใจ ผมก็เปิดออกไปและย้ำเสมอว่าเราเป็น 1 ใน 3 ไม่ใช่เป็นเจ้าของ ตอนนั้นได้กระแสมาส่วนหนึ่ง คนรักเรา ยอดก็ดี พอเราออกปุ๊บเราไม่ได้บอกว่าเราทำธุรกิจอะไรบ้าง มันก็เยอะพอสมควร”

เห็นบอกว่าย้ายตึก ฮวงจุ้ยเปลี่ยน คิดว่ามีผลทำให้วุฒิศักดิ์มาถึงวันล้มละลายมั้ย?

“จริงๆ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล แต่ผมมีความรู้สึกอย่างนั้น เราอยู่กับหุ้นส่วนก็ไม่มีอะไร แฮปปี้ สักพักขายให้ซิตี้แบงก์ ย้ายตึกใหม่ ห้องใหญ่ เมื่อก่อนอยู่ตึกแถว 17 ห้อง ตอนนี้ไม่ได้แล้ว ต้องย้ายไปอยู่ตึกใหญ่อยู่งามวงศ์วาน อยู่ดีๆ หุ้นส่วนทะเลาะเบาะแว้งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ สักพักขายให้ซิตี้แบงก์ ซิตี้แบงก์ก็มาตีกับเราเรื่องอะไรไม่รู้ สักพักมาเจออีฟอร์แอล เหตุผลอะไรไม่รู้ หมอตีฝ่ายโน้น ฝ่ายโน้นตีฝ่ายนี้ เราก็คิดว่ามันมีสะพานลอยหน้าตึก ตอนแรกที่เข้ามา เราก็ไม่ได้เอะใจ เพราะเราเชื่อว่าการทำงานก็คือการทำงาน ไม่น่าเกี่ยวกับฮวงจุ้ย พยายามวิเคราะห์หลายๆ แง่มุม พยายามดูฮวงจุ้ยว่าตึกนี้ทำไมใครอยู่ก็มีปัญหากัน”

"เอก ณกรณ์" แฉเบื้องลึก"วุฒิศักดิ์คลินิก"รวยอู้ฟู่ 8,000 ล้าน ก่อนล่มสลาย

เคยเอาเรื่องนี้เข้าที่ประชุมมั้ย?

“เคย (หัวเราะ) ก็มีการปรับศาลบ้าง กลายเป็นคนที่เข้ามาใหญ่กว่าผู้ถือหุ้นอีกจนตอนนั้นป่วน จนผมทำใจ ไม่เอาแล้ว เราทำธุรกิจอื่นดีกว่า เราชอบอะไรที่ได้ดูแลเอง ถ้าไม่ใช่คงไม่ได้ทำ”

วันที่เราสร้างมากับมือ กับวันนี้ที่ไม่น่าเกิดขึ้นได้?

“ผมยังจำสาขาพระประแดง นอนไม่หลับเที่ยงคืน คือความสุขของผมคือไปดูงานช่าง เพราะวุฒิศักดิ์จะไม่มีปิด 360 วัน ลูกค้าออกไปปุ๊บต้องรีโนเวท เช้าเปิดรีโนเวท นอนไม่หลับอยู่แถวงามวงศ์วานก็จะไปพระประแดง บางวันไปอนุสาวรีย์ ไปรีโนเวท ไปดูช่าง แค่หลอดไฟเดือนหนึ่งก็เสียเป็นแสนแล้ว หลอดไฟหน้าป้าย ไปดูเองว่าคนเฝ้ายา เฝ้าจริงหรือเปล่า เอกสารเป็นยังไง เรามองเป็นลูกเรามากกว่า เราก็เสียใจนิดนึง”

ตอนนี้ทำอะไร?

“ผมทำพร็อพเพอร์ตี้ ทำคอมมูนิตี้มอลล์ ขายที่คอมมูนิตี้มอลล์ไป ปัจจุบันมีโรงแรมอยู่เชียงใหม่ 2 แห่ง มีลงทุนอาหารเสริม น่าจะติด 1 ใน 50 สินค้าขายดีในเซเว่น จริงๆ ผมตั้งโรงงานมาก่อนหน้านี้ เป็นหน้ากากกรองฝน”

ข่าวเจ๊งวุฒิศักดิ์ไม่เกี่ยวอะไรกับเรา เราลอยลำไปแล้ว?

“ก็เป็นภาพลักษณ์จดจำว่าเอก วุฒิศักดิ์ ถามว่าเสียหายมั้ย ส่วนตัวเสียหายอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เราทำงานมาหนัก วุฒิศักดิ์ก็ให้เรามาพอสมควร เราก็นอนไม่หลับเรื่องนี้เหมือนกัน ลอยแพพนักงาน กลับไปรอบที่ 2 ผมก็ช่วยเหลือพนักงาน จ่ายเงินเดือนพนักงาน รอบล่าสุด กลายเป็นคนไข้ซื้อคอร์สเยอะแยะไปหมด วันก่อนมีคนมาสัมภาษณ์ ผมก็เลิกคิดไม่เป็น เอาไงดีวะ มียาอยู่ มีโบท็อกซ์อยู่ เอางี้ดีกว่า เราจะให้ลูกค้าเราเยียวยาสักพันคน เราอยากให้เป็นความทรงจำดีๆ ที่เราคืนให้ลูกค้าของเราไป”

คุณสมบัติที่จะช่วยเป็นยังไง?

“ทุกคนที่ค้างยอดเกิน 6 พันบาท เราก็ให้ 6 พันบาทไปรับบริการที่คลินิก มีหลายคลินิกติดต่อเข้ามานะ ถ้ามีคลินิกที่ไหนอยากรับลูกค้าวุฒิศักดิ์ไป ไม่เป็นไร ผมมียาออฟเฟอร์ให้ได้ แต่ต้องไม่เก็บค่าใช้จ่ายนะ ดีลเข้ามาที่บริษัทผมเอง”

หลังจากนี้วุฒิศักดิ์จะเป็นยังไง?

“การเข้าแผนฟื้นฟู ต้องดูว่าทรัพย์สินวุฒิศักดิ์ก็มีหลายร้อยล้าน แต่ทำไมโอนออกไป ทำอะไรที่ผู้ถือหุ้นรายย่อยไม่รู้ ต้องมีการตรวจสอบอีกทีหนึ่ง และเข้าแผนฟื้นฟู ใครจะเป็นผู้ถือหุ้นต่อไปที่จะสามารถบริหารได้”

จะเหลือแค่ชื่อมั้ย?

“ผมไม่แน่ใจเลย ข่าวที่รู้ผมก็รู้พร้อมสื่อเหมือนกัน ทำใจ เราเสียหายไปเยอะนะ เสียหายหลายร้อยล้าน แต่ธุรกิจก็คือธุรกิจ ถ้าคิดแต่เรื่องเดิมๆ ผมว่าก้าวข้ามผ่านออกไปแล้วลุยใหม่ได้ดีกว่า”

มีโอกาสที่ 3 หุ้นส่วนกลับมาทำธุรกิจด้วยกันอีกมั้ย?

“ไม่แน่ใจ แต่อยู่กัน 16 ปี เหมือนแต่งงานกันมานาน ก็แยกย้ายกันไปบ้าง”

เปิด 3 สูตร ปรับ ครม. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิด 3 สูตร ปรับ ครม.

เปิด 3 สูตร ปรับ ครม.21 กรกฎาคม 2563 – 16:51 น.

เปิด3 สูตร ปรับ ครม. “ไพรินทร์ ” รองนายกฯ- “สุริยะ” พลังงาน- อนุชา นาคาศัย รมว.อุตฯ ปรีดี ดาวฉาย รมว.คลัง- ฐากร ตัณฑสิทธิ์ รมว.ดิจิทัลฯแทน บี-พุทธิพงษ์ ส่วนอาจารย์แหม่ม-นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ติดโผ นั่ง รมต.สำนักนายกฯ ทุกสูตร

ใกล้เข้ามาทุกขณะกับการปรับคณะรัฐมนตรีประยุทธ์ 2/2 โดยโผคณะรัฐมนตรีแบ่งเป็น 3 สูตร 

สูตรเเรก นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร เป็นรองนายกฯ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ย้ายจาก รมว.อุตสาหกรรมไปเป็น รมว.พลังงาน เเล้วให้นายอนุชา นาคาศัย ไปเป็น รมว.อุตสาหกรรม, นายปรีดี ดาวฉาย เป็น รมว.คลัง นายสุชาติ ชมกลิ่น ไปเป็น รมว.อุดมศึกษาฯ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นรมต.สำนักนายกฯ ,นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็น รมว.เเรงงาน

สูตรสอง สลับบางตำเเหน่งจากสูตรเเรก คือ นายไพรินทร์ เป็นรองนายกฯควบ รมว.พลังงาน นายสุชาติ ไปเป็น รมช.มหาดไทยหรือ รมช.เกษตรฯ โดยต้องจับตาว่าร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่าจะต่อรองในเก้าอี้นี้ด้วยหรือไม่, นายอนุชา เป็นรมว.อุดมศึกษาฯหรือไปเป็น รมช.คลังเเล้วให้นายสันติ พร้อมพัฒน์ มารับหน้าที่ รมว.อุดมศึกษาฯเเทน 

ส่วนตำเเหน่งอื่นๆยังคงเดิมคือ นายเอนก เป็นรมว.เเรงงาน นางนฤมล เป็น รมต.สำนักนายกฯ นายปรีดี เป็นรมว.คลัง

สูตรสาม คือ นายสุชาติ เป็น รมว.แรงงาน และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ หลุดจากตำเเหน่ง รมว.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. มานั่งเป็น รมว.กระทรวงนี้แทน 

 ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ นักข่าวเคยถามถึงกระแสข่าวที่ว่านายฐากร จะมานั่งเป็น รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ  นายฐากร อมยิ้ม และบอกว่าขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ทำประวัติของตน เกี่ยวกับสิ่งที่ได้ทำมาและที่จะทำในอนาคต คนก็เลยตีความว่าเป็นการส่งสัญญาณว่าได้เป็นรัฐมนตรีแน่นอน 

ตำเเหน่งอื่นๆคือ นายไพรินทร์เป็นรองนายกฯเเละรมว.พลังงาน, นายปรีดี เป็นรมว.คลัง, นายเอนกเป็น รมว.อุดมศึกษาฯ , นางนฤมลเป็น รมต.สำนักนายกฯ 

ผ่าพลังประชารัฐ สามก๊กชิงเสนาบดี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ผ่าพลังประชารัฐ สามก๊กชิงเสนาบดี

ผ่าพลังประชารัฐ สามก๊กชิงเสนาบดี21 กรกฎาคม 2563 – 09:00 น.

ปรับ ครม.ประยุทธ์ 2/2 จับตา “3 ก๊ก” พลังประชารัฐ โชว์เก๋าเขย่าเก้าอี้ “บิ๊กป้อม” จะเอาอยู่มั้ย

++
บ่ายสองวันที่ 21 ก.ค.2563 จับตาความเคลื่อนไหวการปรับคณะรัฐมนตรี “ประยุทธ์2/2” จากที่ประชุมพรรคพลังประชารัฐว่า พรรคจะมีมติส่งชื่อผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในโควตาของพรรคว่าเป็นใครบ้าง  

แม้วันที่รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะบอกว่า นับแต่นี้ไป พรรคพลังประชารัฐ จะมีแต่ความสามัคคี แต่การปรับ ครม.รอบนี้ พรรคกลับอึมครึม และตรึงเครียด

อ่านข่าว… สามมิตรผยอง “เฮียกวง” ดวงตก

++
กลุ่มสามมิตร
++
ตรวจสอบขุมกำลังหลักของกลุ่มสามมิตร มี ส.ส.ในมือไม่ต่ำกว่า 20 คน หลังจาก “เสี่ยแฮงก์” อนุชา นาคาศัย ได้ตำแหน่งเลขาธิการพรรค  

เป้าหมายหลักของกลุ่มสามมิตรคือ ต้องการผลักดันให้ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรัฐมนตรีพลังงาน และเสี่ยแฮงก์ต้องมีตำแหน่งรัฐมนตรี
 

“สุริยะ-สมศักดิ์” พยายามจะอ้างสัญญาใจกับ “บิ๊กป้อม” หลังจากกลุ่มสามมิตร อาสาเป็นหัวหอกกดกัน “กลุ่ม 4 กุมาร” จนทิ้งเก้าอี้หัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค
++
กลุ่มวิรัช-สันติ-เฮ้ง
++
เมื่อวิรัช รัตนเศรษฐ ขาใหญ่โคราช แตะมือ “ซุ้มมะขามหวาน” สันติ พร้อมพัฒน์ พ่วงด้วย “มังกรน้ำเค็ม” สุชาติ ชมกลิ่น รวบรวมไพร่พลได้มากกว่า 30 คน จึงเป็นกลุ่มใหญ่มีอำนาจต่อรองสูง 

กลุ่มมะขามหวานอีสานบูรพา ยังหวังที่จะดัน สันติ พร้อมพัฒน์ เป็นรัฐมนตรีพลังงาน และ “ส.ส.เฮ้ง” ต้องได้ตำแหน่งรัฐมนตรี 

บทบาทขาใหญ่ของวิรัช เป็นจุดอ่อนของกลุ่มนี้ ทำให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่มีกำลังอยู่ในมือจำนวนไม่น้อย ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ จน “บิ๊กป้อม” ต้องจับมาเคลียร์ใจกัน

++
ก๊กเมืองหลวง
++
เดิมทีกลุ่ม กทม. “ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” และ “พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์” เป็นแม่ทัพใหญ่ หลังเลือกตั้งผ่านไป  “ณัฏฐพล” เป็นรัฐมนตรีศึกษาธิการ และ “พุทธิพงษ์” เป็นรัฐมนตรีดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กลับไม่ค่อยดูแล ส.ส.เขต 12 คน 

เวลานี้ ส.ส.เมืองหลวง แยกย้ายไปรวมตัวกันดูแลกันเอง เหลืออยู่ในมือ “รัฐมนตรีตั๊น-รัฐมนตรีบี” แค่ 4 คน จึงมีความพยายามปรับเปลี่ยนโควต้าใหม่ ริบเก้าอี้ของคนใดคนหนึ่ง 

อย่างไรก็ตาม “เสี่ยตั๊น” ณัฏฐพล พยายามดึงกลุ่มวิรัช-สันติ เป็นแนวร่วม เพื่อรักษาเก้าอี้ และยังแอบหวังที่จะได้เก้าอี้ตัวใหม่
 

การปรับ ครม.ประยุทธ์ 2/2 จะพิสูจน์บารมีของ “บิ๊กป้อม” ว่าจะเอาบรรดาซุ้ม “มังกรซ่อนพยัคฆ์” อยู่หรือไม่?

ไผเป็นไผ “นวชีวิน” อดข้าว ที่แท้กลุ่มเพนกวิน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ไผเป็นไผ “นวชีวิน” อดข้าว ที่แท้กลุ่มเพนกวิน

ไผเป็นไผ "นวชีวิน" อดข้าว ที่แท้กลุ่มเพนกวิน21 กรกฎาคม 2563 – 08:15 น.

ม็อบคนรุ่นใหม่รุกหนัก กลุ่มนวชีวินจากปากน้ำโพ โผล่อดข้าวประท้วง เดินตามรอย “ฉลาด วรฉัตร”  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย.. ขุนน้ำหมึก

++
สร้างความประหลาดใจให้กับสื่อมวลชน เมื่อ “แนวร่วมนวชีวิน” (New life network) เครือข่ายภาคประชาชน และนักเรียน นักศึกษา ประกาศอดข้าวประท้วงรัฐบาลประยุทธ์ ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 20 ก.ค.2563 

หลายคนสงสัยว่า “จอน” หรือ “ภูมิวัฒน์ แรงกสิวิทย์” แกนนำกลุ่มแนวร่วมนวชีวิน ที่ทำการอดข้าวประท้วงนั้นคือใคร?

อ่านข่าว…  “เพนกวิน” โชว์ป๋า  พลังบริสุทธิ์สุ่มเสี่ยง

ภูมิวัฒน์ กล่าวว่า เขาอยากแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ให้พวกชนชั้นปกครองรู้ว่า คนที่หิวกำลังจะอดตายมาอยู่ตรงหน้าแล้ว คนที่หิวไม่มีข้าวกิน คนที่ตกงาน ไม่มีทางไปมาอยู่ที่นี่แล้ว จะแก้ปัญหาอย่างไร 

การต่อสู้แนวอหิงสา ภูมิวัฒน์จะเป็นไม้แรกของกลุ่มนำอดข้าว และจะมีเพื่อนสลับเวรในช่วงกลางคืน และในช่วง 4 วันแรกจะกินข้าวและน้ำแค่ 1 มื้อ จากนั้นจะดื่มน้ำอย่างเดียว ภายใน 7 วัน หากร่างกายปรับตัวได้จะอดทั้งข้าวและน้ำต่อไป
++
ขบถรุ่นเยาว์
++
ภูมิวัฒน์ แรงกสิวิทย์ และศิรัญญา ทองเชื้อ แกนนำกลุ่มแนวร่วมนวชีวิน ล้วนเป็นผลผลิตของ “กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท” 

ปลายปี 2556 มีกลุ่มนักเรียนมัธยม 50 คน ที่ต้องการปฏิวัติการศึกษาไทย รวมตัวจัดตั้ง “กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท” โดยสมาชิกกลุ่มก่อการที่มีชื่อเสียง ประกอบด้วย เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ,”เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ และ ณัฐนันท์ วรินทรเวช  

ภูมิวัฒน์ แรงกสิวิทย์ ก็ได้เข้าร่วมกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท เวลานั้น เขาเรียนอยู่ชั้น ม.3 ร.ร.เก้าเลี้ยววิทยา อ.เก้าเลี้ยว จ.นครสวรรค์ เช่นเดียวกับศิรัญญา ทองเชื้อ ที่เป็นบรรณาธิการกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท  

22 พ.ค.2558 ภูมิวัฒน์ เรียนอยู่ชั้น ม.5 ได้เข้าร่วมกับรุ่นพี่นักศึกษาแสดงออกเชิงสัญญลักษณ์ทางการเมือง ในวาระครบ 1 ปี การทำรัฐประหาร ที่หน้าหอศิลปวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร แยกปทุมวัน  

ภูมิวัฒน์ เป็น 1 ใน 38 คน ที่ถูกตำรวจสลายการชุมนุม และจับกุมตัวไปโรงพัก พร้อมเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล เพื่อนนักเรียนร่วมอุดมการณ์
++
แฟลชม็อบปากน้ำโพ
++
ช่วงปลายเดือน ก.พ.2563 แฟลชม็อบเบ่งบานในรั้วมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ “ภูมิวัฒน์” ร่วมกับนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ในนาม “แนวร่วมนิสิต มรภ.นว. เพื่อประชาธิปไตย” จัดกิจกรรม “มาร่วมกันทวงคืนอนาคตของเราเอง” 

หลังแฟลชม็อบ ภูมิวัฒน์ จึงก่อตั้ง “แนวร่วมนวชีวิน” (New life network) ประกอบด้วยภาคประชาชน , กลุ่มนักเรียนโรงเรียนนครสวรรค์ , มออยู่ข้างราบ11แต่ไม่เอาเผด็จการ(SPU.Rise) , มหาลัยแถวๆ ตีนดอย คนน้อยแต่100% (มทร.ล้านนา), แนวร่วมนิสิต มรภ. นว. เพื่อประชาธิปไตย และ BSRUFreedom (มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา) 

ก่อนหน้าจะมาทำเนียบรัฐบาล “ภูมิวัฒน์” เคลื่อนไหวในนาม “ประชาชนผู้ไม่ยอมนิ่งเฉย” กรณีการหายตัวไปของ “ตาร์” วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ระหว่างอยู่ที่กัมพูชา  

พลันที่ “เพนกวิน” ร่วมกับกลุ่มเยาวชนปลดแอก จัดการชุมนุมในกรุงเทพฯ “ภูมิวัฒน์” ในนามแนวร่วมนวชีวิน จับมือแนวร่วมนิสิต มรภ. นว. เพื่อประชาธิปไตย วางแผนจัดการชุมนุม “ไม่ทนต่ออำนาจเผด็จการ” ในวันที่ 29 ก.ค.2563 บริเวณหน้าประตู 13 อุทยานสวรรค์ ปากน้ำโพ 

การต่อสู้ของภูมิวัฒน์ ไม่โดดเดี่ยว เพราะมี สมยศ พฤกษาเกษมสุข เป็นพี่เลี้ยง ประสานกับกลุ่มของเพนกวิน และฟอร์ด ทัตเทพ มันเป็นการต่อสู้ของคนรุ่นใหม่ที่น่าติดตามยิ่ง

“อานนท์” ลุยฮ่องกงโมเดล แฟลชม็อบภาค 2 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“อานนท์” ลุยฮ่องกงโมเดล แฟลชม็อบภาค 2

"อานนท์" ลุยฮ่องกงโมเดล แฟลชม็อบภาค 220 กรกฎาคม 2563 – 12:39 น.

แฟลชม็อบภาค 2 จากกรุงเทพฯ สู่ภูมิภาค ทำไมเกจิการเมืองชี้ว่า ม็อบเยาวชนปลดแอก คือฮ่องกงโมเดล

++
หลัง “ม็อบไม่ทน” ต้องยกเลิกการชุมนุมแบบข้ามวันข้ามคืน คบเพลิงแห่งการต่อสู้ ก็ส่งต่อไปที่เชียงใหม่ และอุบลราชธานี 

วันที่ 22 ก.ค.2563 แนวร่วมนิสิต มมส.เพื่อประชาธิปไตย ก็แสดงพลัง “คนอีสานสิบ่ทน” ที่ลานแปดเหลี่ยม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม       

นอกจากนี้ ยังมีการทำกิจกรรมชุมนุมแฟลชม็อบอีกหลายจังหวัด ไม่จำกัดอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยอีกต่อไป

นี่คือแฟลชม็อบฉบับดาวกระจาย ที่เริ่มจาก “อานนท์ นำภา” ตามหาวันเฉลิม และขยายผลมาจาก “ม็อบไล่ประยุทธ์
++
ฮ่องกงโมเดล
++
ไพศาล พืชมงคล นักกฎหมายมือพระกาฬ และนักวิเคราะห์สถานการณ์ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊คส่วนตัว ได้ให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับ “ม็อบเยาวชนปลดแอก” ว่า  “องค์กรของต่างชาติ ยืนกำกับการอยู่”  

ประเด็นฮ่องกงโมเดล ถูกนำมาวิพากษ์วิจารณ์การเคลื่อนไหวของแฟลชม็อบภาคแรกแล้ว เพียงแต่ตอนนั้น ม็อบนักศึกษายังไม่ลงถนน        

จะว่าไปแล้ว ตัวละครที่เป็นแกนนำม็อบ ก็ล้วนเป็นคนหน้าเดิม ตั้งแต่สมัยม็อบคนอยากเลือกตั้ง เพียงแต่เงื่อนไข และสถานการณ์เปลี่ยนไปจากปี 2560         

พิษเศรษฐกิจซบจากโควิดระบาด เป็นตัวเชื้อที่สำคัญในการกระตุ้นให้เกิดแฟลชม็อบที่กระจายไปทุกภูมิภาค และมีคนหลากหลายอาชีพเข้าร่วม        

กล่าวถึงที่สุด คงไม่ใช่การเคลื่อนไหวของนักศึกษาล้วนๆ หากแต่ม็อบคนชั้นกลางในรูปแบบฮ่องกงโมเดล