เจาะประเด็นร้อน 4 เมษายน 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop?utm_source=menu_header&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99&p=13

เจาะประเด็นร้อน 3 เมษายน 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop?utm_source=menu_header&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99&p=13

เจาะประเด็นร้อน 2 เมษายน 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop?utm_source=menu_header&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99&p=13

เจาะประเด็นร้อน 1 เมษายน 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop?utm_source=menu_header&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99&p=13

เจาะประเด็นร้อน 31 มีนาคม 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop?utm_source=menu_header&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99&p=14

เจาะประเด็นร้อน 30 มีนาคม 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop?utm_source=menu_header&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99&p=13

อุ่นใจ.. เปิดสต๊อกข้าวไทยมีตุนไว้อีกเพียบ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/425049?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

อุ่นใจ.. เปิดสต๊อกข้าวไทยมีตุนไว้อีกเพียบ

28 มีนาคม 2563 – 21:20 น.
รตทเจริญ เหล่าธรรมทัศน์,นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย,สต๊อกข้าว,ข้าวในสต๊อก,โควิด19,ไวรัส COVID–19,คมชัดลึกออนไลน์
เปิดอ่าน 966 ครั้ง

“ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์” นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ยันข้าวสารไม่ขาดแคลน มีสต๊อกตุนไว้อีกเพียบ วอนรัฐช่วยอำนวยความสะดวกระบบโลจิสติกส์ การขนส่งเพื่อกระจายสินค้าถึงมือประชาชน

จากกรณีที่รัฐบาลเวียดนามสั่งชะลอส่งออกข้าว พร้อมเช็คสต๊อกข้าวในประเทศเพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์โรคโควิด-19ที่อาจยืดเยื้อ จนเกิดปัญหาการขาดแคลนข้าวในประเทศนั้น

ในส่วนประเทศไทยนายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย“ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์”ก็ได้ออกมายืนยันแล้วว่าข้าวสารไม่ขาดแคลนแน่นอน แม้จะมีการกักตุนเพียงแต่ขอให้รัฐจัดการอำนวยความสะดวกในเรื่องระบบโลจิสติกส์การขนส่งเพื่อให้รับสินค้าจากแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภคได้อย่างทันท่วงที

“ผมยืนยันว่าพอแน่นอน ไม่ต้องห่วง ประชาชนไม่ต้องแย่งซื้อเก็บสต๊อกเหมือนไข่ไก่ ซื้อแต่พอกิน มาซื้อได้ตลอด สินค้าไม่ขาด ขอเพียงรัฐช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องระบบโลจิกติกส์ การขนส่งในการกระจายสินค้าเท่านั้นก็พอ” ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยกล่าวยืนยันกับ“คมชัดลึก ออนไลน์”

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

พร้อมระบุถึงสถานการณ์ข้าวไทยในขณะนี้ว่าไม่น่าเป็นห่วงอะไร ยังมีสต๊อกอยู่อีกเป็นจำนวนมาก ขณะที่ข้าวฤดูกาลผลิตใหม่ปี 62/63 ขณะนี้อยู่ระหว่างการเก็บเกี่ยวออกมาสมทบอีกประมาณ 18.5 ล้านตันข้าวสาร แม้จะมีปริมาณน้อยกว่าปีที่แล้วที่ผลิตได้ 20 ตันข้าวสาร ซึ่งเป็นผลกระทบจากภัยแล้ง แต่ก็ไม่เป็นปัญหา

เพราะขณะนี้ยังมีปริมาณส่งออกเฉลี่ยอยู่ที่ 7.5 แสนตันข้าวสารต่อเดือน บริโภคภายในประเทศ 8-8.5 แสนตันข้าวสาร ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 2 แสนตันใช้ในภาคอุตสาหกรรม

เขายอมรับว่าสถานการณ์ค้าข้าวในปี 2563 เป็นปีที่ยากลำบากสำหรับการส่งออกข้าวไทยอีกปีหนึ่ง เนื่องจากมีหลายปัจจัยมารุ่มเร้าที่ส่งผลกับความสามารถในการแข่งขัน ทั้งสถานการณ์ค่าเงินบาทที่ยังคงแข็งค่า ทำให้ราคาข้าวไทยยังคงแพงกว่าคู่แข่งประมาณ 80 เหรียญสหรัฐต่อตัน จึงไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้ ประกอบกับภัยแล้งทำให้ผลผลิตข้าวมีปริมาณลดลง ส่งผลให้ราคาข้าวในประเทศปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่เหตุการณ์ไวรัสโคโรน่าที่เกิดขึ้นทั่วโลก ก็อาจส่งกระทบการส่งออกในระยะยาว ซึ่งจะต้องจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์

ขณะเดียวกันประเทศจีนก็มีสต๊อกข้าวอยู่ที่ประมาณ 120 ล้านตัน หากมีการระบายออกจะส่งผลทำให้ตลาดเกิดความปั่นป่วนอย่างแน่นอนและมีโอกาสแย่งตลาดข้าวไทย

สมาคมฯคาดการณ์ว่าในปี 2563 ภาคเอกชนจะสามารถส่งออกข้าวได้ประมาณ 7.5-8.5 ล้านตันข้าวสาร หรือ คิดเป็นมูลค่า 4,200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะการส่งออกข้าวปี 2562 ที่ผ่านมา ประเทศไทยส่งออกข้าวไปยังตลาดต่างประเทศได้ 7.58 ล้านตัน ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 40.1

โดยปัจจุบันไทยส่งออกข้าวเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากอินเดียที่ส่งออกได้ 9.77 ล้านตัน ลดลงร้อยละ27.6 และเวียดนามส่งออกเป็นอันดับ 3 อยู่ที่ 6.37 ล้านตัน ขยายตัวร้อยละ 51.4 ถือเป็นคู่แข็งที่น่ากลัวของไทยมาก แต่จากเหตุการณ์ไวรัสโคโรน่าที่เกิดขึ้นครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสของไทยในการแชร์ส่วนแบ่งการตลาดข้าวเพิ่มขึ้น

“อย่างข่าวเวียดนามเขาชะลอส่งออกเพื่อเช็คสต๊อคข้าวที่มีอยู่ เพราะอย่าลืมว่าปีนี้เวียดนามเริ่มมีผลผลิตข้าวออกมาน้อยลง ก็เพราะแหล่งปลูกข้าวหลักของเวียดนามทางตอนใต้บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำไขง มีพื้นที่ปลูกข้าวน้อยลงเป็นผลมาจากน้ำทะเลหนุนสูงเข้ามาเกือบ 100 กิโลเมตรแล้ว เขากลัวว่าอาจมีปัญหาบริโภคภายในประเทศในช่วงเกิดวิกฤติโควิด-19 ก็เลยสั่งชะลอการส่งออกไว้ก่อน ส่วนจีนและอินเดียนั้นไม่มีปัญหายังผลิตและส่งออกได้เหมือนเดิม ส่วนข้าวไทยที่ส่งออกไม่ได้มากก็เพราะราคาสูงกว่าคู่แข่งอยู่ประมาณ 80เหรียญหรัฐต่อตัน”

ร.ต.ท.เจริญเผยต่อว่าแม้ในช่วงที่ผ่านมาข้าวไทยจะส่งออกไปยังฮ่องกงและสิงค์โปร์เพิ่มขึ้น แต่ยังมีปริมาณน้อย จึงไม่ส่งผลกระทบต่อการบริโภคข้าวภายในประเทศ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงตอนนี้ต้องรอดูผลผลิตในฤดูกาลหน้าปี63/64 ว่าจะมีปริมาณเท่าไหร่ หลังจากปีนี้มีผลกระทบจากภัยแล้งอย่างรุนแรงและยาวนานกว่าทุกปี แต่ก็คาดการณ์ว่าปริมาณไม่น่าจะน้อยกว่าปีนี้มากนัก เฉลี่ยอยู่ที่ 17-18.5 ล้านตันข้าวสาร ส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากพื้นที่ปลูกข้าวลดลงตามนโยบายรัฐบาลด้วย

“การส่งออกตอนนี้อยู่ที่ 5 แสนตันต่อเดือน แต่ถ้าเมื่อไหร่ส่งออก 1 ล้านตันติดต่อกัน 3 เดือนก็ค่อยมาคุยกันใหม่” นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยกล่าว

นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ยอมรับว่าราคาข้าวสารถุงช่วงนี้อาจขึ้นเล็กน้อยเแลี่ยถุงละ 10-20 บาท ไม่ใช่เพราะว่ามาจากการตักตุนสินค้า แต่เป็นผลมาจากปีนี้มีปริมาณข้าวน้อย โรงสีต่าง ๆ รับซื้อข้าวจากชาวนาในราคาที่แพงขึ้น จากเดิมข้าวขาวทั่วไปรับซื้อตันละ 6,500-7,000 บาท ก็เพิ่มเป็น 8,000-9,000 บาทต่อตัน ซึ่งเป็นการเพิ่มมาจากต้นทางการผลิต ทำให้ชาวนาขายข้าวปีนี้ค่อนข้างได้ราคาดี

“ขอยืนยันว่าราคาข้าวสารถุงที่เพิ่มขึ้นทุกบาททุกสตางค์ตกถึงชาวนา 100 เปอร์เซนต์”นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยกล่าวย้ำ

ในส่วนภาคการผลิตข้าวอย่างชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์ จำกัด หนึ่งในลูกค้าบริษัทผู้ส่งออกข้าว โดย รุ่งอรุณ เชาวกรกุล ผู้จัดการชุมนุมสหกรณ์ฯเผยกับ“คมชัดลึก ออนไลน์” ถึงสต๊อกข้าวของชุมชนฯในขณะนี้มีอยู่ประมาณ 200 ตันข้าวสาร ซึ่งขณะนี้ได้ถูกสั่งจองหมดแล้ว และเตรียมรอส่งให้กับลูกค้า ซึ่งประกอบด้วย บริษัท แอมเวย์ จำกัด บริษัทส่งออกข้าวและชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย ในสัดส่วนที่แตกต่างกัน

ส่วนข้าวใหม่ในฤดูกาลผลิต 62/63 นั้นขณะนี้มีอยู่ที่ประมาณ 2,800 ตันข้าวสาร โดยในจำนวนนี้ได้ส่งให้กับบริษัท แอมเวย์ จำกัดมากที่สุดประมาณ 60% ส่วนที่เหลือส่งให้กับทางบรฺิษัทผู้ส่งออกข้าวและชุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยเพื่อจัดส่งให้กับผู้บริโภคในรูปแบบของเดลิเวอรรี่ ภายใต้ยี่ห้อ“เกลียวเชือก”

“เพิ่งส่งให้กับทางบริษัทผู้ส่งออกไป 35 ตันข้าวสารเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ราคาส่งอยู่ที่ 35.5 บาทต่อกิโลกรัม เขาก็เพิ่งกลับมาซื้อข้าวของชุมชนในปีนี้เอง หลังหยุดไปประมาณ 2 ปี เขาบอกว่าให้ราคาสูงกว่าข้าวทั่วไป แต่เราก็ยืนยันว่าข้าวของเราเป็นข้าวหอมชั้นดี เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค อาจแพงกว่าที่อื่นหน่อยแต่คุณภาพมั่นใจได้ ลูกค้าที่เคยซื้อไปทานแล้วก็กลับมาซื้ออีก”

สต๊อกข้าว

รุ่งอรุณ กล่าวถึงที่มาของผลผลิตข้าวคุณภาพว่า ทางชุมชนสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์จะเป็นผู้รวบรวมพันธุ์ข้าวชั้นดีส่งไปให้เกษตรกรสมาชิกสหกรณ์ปลูก ซึ่งปัจจุบันมีสหกรณ์ที่เป็นสมาชิกของชุมชนสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์มีอยู่กว่า 30 สหกรณ์ทั้งในจ.บุรีรัมย์และใกล้เคียง โดยแต่ละสหกรณ์มีสมาชิกเฉลี่ย 3,000-3,500 คน โดยผลผลิตข้าวที่ได้จะส่งให้กับชุมชนสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์เพื่อแปรรูปเป็นข้าวสารบรรจุถุงก่อนนำไปกระจายต่อในท้องตลาดทั้งในและต่างประเทศ

“ในกระบวนการผลิตนั้น ทางชุมชนฯจะจัดทำเมล็ดพันธุ์ดีให้กับเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์นำไปปลูกแล้วรับประกันราคาซื้อผลผลิตคืน ทำให้เกษตรกรไม่ต้องกังวลในเรื่องของราคาและตลาด ส่งผลทำให้ผลผลิตออกมาดีมีคุณภาพทุกเมล็ด”ผู้จัดการชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์กล่าวย้ำทิ้งท้าย

อยู่บ้านอย่างไร ถึงปลอดภัย ‘โควิด-19’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/424994?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

อยู่บ้านอย่างไร ถึงปลอดภัย ‘โควิด-19’

28 มีนาคม 2563 – 13:59 น.
อยู่บ้านอย่างไร,ถึงปลอดภัย,โควิด-19
เปิดอ่าน 1,722 ครั้ง

‘ อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ’ แต่ก็ต้องรู้วิธี ‘อยู่บ้าน’ ด้วยว่า ‘อยู่บ้าน’ อย่างไร ถึงจะปลอดภัยจากเชื้อโรคมหันตภัย’โควิด-19′ มิเช่นนั้น ก็ไม่รอดเช่นกัน

   “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” แคมเปญที่รัฐบาลใช้ในยามนี้เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อมหันตภัย‘โควิด-19 ‘

แต่”การอยู่บ้าน” ก็ต้องถูกวิธีด้วย มิฉะนั้นก็ไม่รอดจากเชื้อ’โควิด-19′ ไปได้

1. เวลาใช้ชีวิตอยู่รวมกันภายในบ้าน ยอมห่างกับคนที่บ้านสักพัก

สำหรับช่วงโรคระบาดแบบนี้ เราคงต้องยอมห่างกับคนที่บ้านสักพัก เพื่อความปลอดภัยของคนในครอบครัว โดยเริ่มตั้งแต่ใส่ MASK ปิดปากเวลาเจอกัน เพื่อป้องกันการไอ จามแบบไม่ทันตั้งตัว

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ถัดมาเรื่องอาหารการกิน ถ้าต้องกินข้าวด้วยกัน แนะนำให้มีช้อนกลางของตัวเอง เน้นว่าของตัวเอง คือมี 2 ช้อน      1.เอาไว้ตักจานกลาง และ 2.เอาไว้ตักข้าวกิน เป็นวิธีที่ดีที่สุดถ้าเราจะกินข้าวด้วยกัน หรือกินอาหารเป็นจานเดียว แค่นี้ก็สามารถลด และป้องกันการติดเชื้อระหว่างกันภายในบ้านได้

2.ทำความสะอาดของใช้ภายในบ้าน
จริงๆแล้ว..เชื้อโรคจะเจริญเติบโตได้ดีในร่างกาย และอ่อนแอลงเมื่ออยู่ภายนอกร่างกาย แต่สำหรับเชื้อไวรัสตัวนี้มีผลวิจัยว่า แม้จะออกมาภายนอก แต่ถ้าได้เกาะอยู่บนพื้นผิวของวัตถุใดวัตถุหนึ่งแล้ว จะยังมีอายุอยู่ได้หลายชั่วโมง หรืออาจจะเป็นวันๆเลย ดังนั้นเราต้องหมั่นทำความสะอาดอยู่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ห้องครัว เพราะเป็นห้องที่ทุกคนในบ้านใช้ร่วมกัน ดังนั้น เราควรเน้นการทำความสะอาดเป็นพิเศษ

สิ่งของที่ใช้ทุกวันและจับบ่อยๆ เช่น มือถือ คอมพิวเตอร์ หูฟัง ควรทำความสะอาดสม่ำเสมอ ทุกครั้งที่ใช้งาน โดยเช็ดแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้นมากกว่า 70% แล้วเอาผ้าแห้งมาเช็ดซ้ำอีกรอบ
พื้นผิวที่สัมผัสบ่อย เช่น สวิตช์ไฟ โต๊ะ เก้าอี้ ราวจับบันได รีโมท ให้ทำความสะอาดทุกวัน เพราะเป็นสิ่งที่เราต้องใช้มือสัมผัสโดยตรง ดังนั้นให้เช็ดด้วยแอลกฮอล์ที่มากกว่า 70% หรือใช้ Dettol แทนได้
อุปกรณ์ภายในห้องน้ำ เช่น อ่างล้างมือ โถชักโครก อ่างอาบน้ำ เนื่องจากห้องน้ำมีความชื้นอยู่ และเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคมากกว่าที่อื่น ดังนั้น ควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ 1 ฝา/น้ำครึ่งลิตร หรือใช้ไฮเตอร์น้ำยาซักผ้าขาวแทน
พื้นผิวโลหะ เช่น ลูกบิดประตู ก๊อกน้ำเป็นพื้นผิวที่เราสัมผัสบ่อยๆ แต่เราอาจจะละเลยไป แนะนำให้เช็ดด้วยแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้น 70% แล้วทิ้งไว้ให้แห้ง
พวกผ้าต่างๆ เช่น เสื้อผ้า ผ้าปูเตียง ผ้าขนหนู   เวลากลับบ้านให้รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที โดยเราสามารถซักผ้าได้ตามปกติใช้ผงซักฟอก หรือจะแช่น้ำร้อนสูง 60-90 องศาก็ได้

ในช่วงเวลาแบบนี้แอลกฮอล์ทำความสะอาดค่อนข้างหายาก ถ้าในกรณีที่เราหาไม่ได้จริงๆ เราสามารถใช้สิ่งอื่นทดแทนได้ และมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อ ไม่ต่างกัน โดยหาซื้อได้ง่ายในท้องตลาด  เช่น ไฮเตอร์ซักผ้าขาว – สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ 99.9% สำหรับขวดขนาด 250 มิลลิลิตร ใช้น้ำยา 5 ฝา/น้ำ 1 ลิตร และขนาด 1.5 ลิตร ใช้ 2.5 ฝา/น้ำ 1 ลิตร เป็นขนาดที่กำลังดี แต่ห้ามเช็ดทำความสะอาดบนโลหะ ไม้ อลูมิเนียม เพราะมีฤทธิ์กัดกร่อน,
น้ำยาฆ่าเชื้อ Dettol  –  สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ 99.9% นิยมใช้ทำความสะอาดพื้น ถูบ้าน อุปกรณ์เครื่องใช้บางอย่าง แต่ห้ามใช้กับร่างกายโดยตรง
   3. วิธีการใช้ห้องน้ำที่ถูกวิธี
ห้องน้ำเป็นสถานที่ ที่เราต้องใช้งานกันทุกวัน ซึ่งเราต้องขับของเหลวอย่าง ปัสสาวะ และอุจจาระออกมา โดยจากผลวิจัยพบว่า ถ้าเราเป็นผู้ติดเชื้อ ของเหลวที่ออกมาจากร่างกายจะมีเชื้อไวรัสบางส่วนติดออกมาด้วย ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้ละอองต่างๆฟุ้งกระจายในอากาศ เวลาเรากดชักโครกให้ปิดฝาใช้งานทุกครั้ง

  4. Covid-19 ไม่ชอบอากาศถ่ายเท และอุณหภูมิที่สูง
สำหรับงานวิจัยที่ได้จาก WHO บอกว่าเชื้อไวรัสตัวนี้ไม่ชอบพื้นที่อากาศถ่ายเท และแสงแดดที่ร้อนจัดมากๆ เนื่องจากตัวมันห่อหุ้มด้วยไขมัน เวลาเจอแดดร้อนๆมันจะตายเร็วกว่าอุณหภูมิต่ำ ซึ่งสำหรับบ้านเราแอบโชคดีเพราะอากาศค่อนข้างร้อน แต่ก็อย่าดีใจไปเพราะแม้จะตายเร็วแต่ก็ยังอยู่ได้เป็นชั่วโมงนะ ดังนั้น เพื่อลดความเสี่ยงแนะนำให้เปิดประตู หน้าต่าง ให้อากาศถ่ายเท และเปิดรับแสงธรรมชาติวันละ 2-3 ชม. – ไวรัสโควิดจะตายในอุณหภูมิ 60-90 องศา หรือน้ำร้อนเดือดๆนะคะ

5.ทำความสะอาดแผ่นกรองแอร์- มู่ลี่- มุ้งลวด

สำหรับหน้าที่หลักๆของแผ่นกรอง มู่ลี่ และมุ้งลวด คือเอาไว้ดักฝุ่นหรือเชื้อแบคทีเรียต่างๆ จึงเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคชั้นดีเลย ดังนั้น เราควรทำความสะอาดกันบ่อยๆ  โดยให้เราถอดออกไปล้างน้ำเปล่าก่อน 1 รอบ เสร็จแล้วใช้สบู่+แปรงช่วยขัดฝุ่นต่างๆออก แล้วหลังจากนั้นเอาไปผึ่งตากแดดให้แห้ง ส่วนมู่ลี่แนะนำให้ใช้ Dettol เช็ดทีละซี่ แล้วใช้ผ้าแห้งเช็ดอีกรอบ เผื่อไม่ให้เกิดคราบน้ำ

6. วิธีการใส่ MASK และทิ้งขยะให้ถูกต้อง
ทุกวันนี้ MASK กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว เพราะทุกครั้งที่ออกจากบ้านตอนนี้เราต้องใส่แมสตลอดเหมือนเสื้อผ้าชิ้นหนึ่งเลย แต่รู้หรือไหมว่าการดึงแมสเข้า-ออกบ่อยๆ เสี่ยงให้เราติดเชื้อมากขึ้น เพราะเราจะจับเชื้อโรคโดยตรง ดังนั้นถ้าใส่แล้วอย่าจับหน้ากากบ่อยๆ ส่วนเวลาใช้เสร็จก็ต้องทิ้งให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้ไวรัสแพร่กระจายได้ โดยแนะนำให้ใส่ถุงก่อนหนึ่งชั้น แล้วค่อยนำไปทิ้งถังขยะ

7. ล้างมือเป็นประจำสม่ำเสมอ

เรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องที่หลายๆคนอาจจะลืมคิดไป คือการล้างมือของเรานั่นเอง เพราะเป็นวิธีที่ง่าย และดีที่สุดในการป้องกันไวรัส Covid-19 รู้หรือไหมว่าจริงๆแล้วการล้างมือด้วยสบู่นาน 20 วินาที ดีกว่าใช้เจลแอลกฮอล์อีกแต่ส่วนมากคนไม่ได้อยู่ใกล้ห้องน้ำตลอดเวลา ดังนั้นเจลแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้นมากกว่า 70% ก็สามารถใช้ทดแทนกันได้

     อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : รู้เขา รู้เรา ชนะ ‘โควิด-19’

เปิด 359 จุดตรวจ ทั่วปท. สกัด’โควิด-19′ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/424930?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เปิด 359 จุดตรวจ ทั่วปท. สกัด’โควิด-19′

28 มีนาคม 2563 – 11:20 น.
เปิด 359 จุดตรวจ,ทั่วปท,สกัดโควิด-19
เปิดอ่าน 384 ครั้ง

หลังจากมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มีการตั้งจุดตรวจทั่วประเทศขึ้นมา 359 จุดใช้กำลังตำรวจและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานอื่นรวมกว่า 3,000 นาย ผลัดเปลี่ยนปฏิบัติหน้าที่ 24 ชม.เพื่อควบคุมการแพรระบาด’โควิด-19′..จุดตรวจเหล่านี้มีที่ไหนบ้าง

หลังจาก พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ให้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วประเทศ โดยอาศัยอำนาจ ตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19  โดยให้มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2563 นั้น
ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)ได้จัดตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินสำนักงานตำรวจแห่งชาติ” กำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดูแลความสงบเรียบร้อย สนับสนุนการป้องกันและลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ‘โควิด-19’
สำหรับมาตรการดูแลความสงบเรียบร้อย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร กอ.รมน. ฝ่ายปกครอง สาธารณสุข ขนส่ง รวมทั้งอาสาสมัครต่างๆ ในการตั้งจุดตรวจเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (COVID-19) ตามถนน เส้นทางคมนาคม สถานีขนส่งหรือโดยสาร ป้องกันเหตุ การก่ออาชญากรรม และการรวมกลุ่มชุมนุมหรือมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคหรือการกระทำอันเป็นการฉวยโอกาสซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน หรือการกลั่นแกล้งเพื่อแพร่เชื้อโรค โดยได้กำหนดจุดตรวจทั่วประเทศ จำนวน 359 จุด ใช้กำลังตำรวจ และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานอื่น รวมกำลังพลกว่า 3,000 นาย ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันปฏิบัติหน้าที่ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง

จุดตรวจ 359 จุด มีที่ไหนบ้าง…

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ล้วงวงใน 2 ผู้มากบารมี ยุทธภพมวยไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/424937?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ล้วงวงใน 2 ผู้มากบารมี ยุทธภพมวยไทย

28 มีนาคม 2563 – 08:52 น.
สนามมวยเวทีลุมพินี,สมชาติ เจริญวัชรวิทย์,โควิด 19,สมาคมกีฬามวยอาชีพภาคใต้,นายกสมาคมกีฬามวยอาชีพฯ,สมหมาย สกุลเมตตา,เดชอิศม์ ขาวทอง,เจาะประเด็นร้อน,ท่องยุทธภพ,ขุนน้ำหมึก
เปิดอ่าน 1,405 ครั้ง

คอลัมน์ ‘ท่องยุทธภพ’ โดย ‘ขุนน้ำหมึก’ จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก 28 มี.ค.63

*******************************

เริ่มมีเสียงจากคนในแวดวงมวยไทย ออกมาวิงวอนสังคมว่า อย่ามองพวกเขาเป็นผู้ร้าย สืบเนื่องจากกรณีศึกลุมพินีแชมเปี้ยนเกริกไกรซุปเปอร์ไฟต์ วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 2563 สนามมวยเวทีลุมพินี ที่กลายเป็นคลัสเตอร์สำหรับผู้ติดเชื้อโควิด

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

วันดังกล่าว “สมชาติ เจริญวัชรวิทย์” นายกสมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทย ที่ไปร่วมชมศึกลุมพินีเกริกไกรฯ ได้ตรวจหาเชื้อแล้ว ปรากฏว่ามีผลเป็นลบ

สมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทย เป็นองค์กรหลักของคนหมัดมวย (โปรโมเตอร์, นักมวยและค่ายมวย) นับแต่สิ้น “เฮียแคล้ว” ก็มี “ชาติซ้าย” สมชาติ เจริญวัชรวิทย์ เป็นนายกสมาคมกีฬามวยอาชีพฯ มาแต่ปี 2534 จนถึง พ.ศ.นี้

ชาติซ้าย (สวมแว่นดำ) ประมุขมวยไทย ไปชมมวยลุมพินี ไม่ติดเชื้อโควิด

กรรมการสมาคมกีฬามวยอาชีพฯ ชุดปัจจุบัน “ชาติซ้าย” ได้เชิญ สมหมาย สกุลเมตตา โปรโมเตอร์ศึก ส.สมหมาย และสมจิตร แว่นแก้ว โปรโมเตอร์ศึกจิตรเมืองนนท์ มาร่วมเป็นกรรมการสมาคมด้วย

กลุ่มพลังใหม่

40 ปีก่อน หากนึกถึงประมุขยุทธจักรมวยไทย ก็ต้องนึกถึง “เฮียเหลา” แต่ชั่วโมงนี้ คงหนีไม่พ้น “สมหมาย สกุลเมตตา” โปรโมเตอร์ศึก ส.สมหมาย เวทีราชดำเนิน เจ้าของค่ายมวย ส.สมหมาย และประมุขกลุ่มพลังใหม่

สมหมายมีพื้นเพเดิมอยู่ จ.ปทุมธานี เกิดในครอบครัวยากจนรับจ้างทำสวนปลูกผัก ดิ้นรนต่อสู้ชีวิตมาแต่วัยรุ่น และได้เข้าสู่สนามมวยในฐานะนักเล่นมวย(เซียนมวย) จนตั้งตัวได้

สมหมาย สกุลเมตตา

ต่อมา สมหมายและเพื่อน จึงทำค่ายมวย “ส.สมหมาย” แถวย่านบางกะปิ สร้างค่ายมวยมาปีกว่า จึงได้ยกระดับเป็นโปรโมเตอร์วิกแอร์หรือราชดำเนิน

สำหรับ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ผู้ที่ชอบกีฬามวยไทย จึงทำค่ายมวย “อ.ขวัญเมือง” โดยมอบหมายให้ตัวเขาบริหารค่าย อ.ขวัญเมือง แทน

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง

“ท่านอัศวินชอบการต่อสู้มวยไทย ท่านเป็นเหมือนพ่อคนที่สองของผม ดีกับผมมาตลอด ไม่ได้มีอะไรมาแอบแฝงเลย” สมหมายได้ให้สัมภาษณ์สื่อหมัดมวยฉบับหนึ่ง

กลุ่มพลังใหม่ที่มี “ส.สมหมาย” และ “จ.เมืองนนท์” เป็นแกนนำ แผ่บารมีไปทั่วยุทธจักร ทั้งการมวยและการเมือง

คนดีศรีเมืองนนท์

นอกจากนักมวยค่าย ส.สมหมาย ก็ยังมีนักมวยอีกค่ายหนึ่งที่มาแรง นั่นคือ ค่ายจิตรเมืองนนท์ ของ สมจิตร แว่นแก้ว” โปรโมเตอร์ศึกจิตรเมืองนนท์ เวทีราชดำเนิน

สมจิตร แว่นแก้ว เป็นคนพื้นเพนครนายก มาปักหลักทำมาหากิินอยู่แถวนนทบุรี ผาดโผนในยุทธจักรจนได้ฉายา “เสี่ย จ.” และปี 2553 สมจิตรร่วมกับ “อ้วน เมืองนนท์” เปิดค่ายมวย “จิตรเมืองนนท์” แถวซอยวัดลาดปลาดุก นนทบุรี ก่อนจะย้ายมาอยู่แถว อ.เมืองนนทบุรี

สมจิตร แว่นแก้ว หน.ค่ายจิตรเมืองนนท์

ช่วงปี 2554 สมจิตรเป็นนายสนาม “สนามมวย อตก.3” นนทบุรี และอาณาจักร “จิตร เมืองนนท์” บริเวณตลาด อตก.ยังเป็นแหล่งรวมพลคนเสื้อแดงเมืองนนท์

หลังรัฐประหาร 2557 คสช.จึงเชิญเสี่ยสมจิตร ไปรายงานตัวที่ค่ายทหาร แต่ก็ไม่มีอะไร เนื่องจากสมจิตรเป็นคนกว้างขวาง รู้จักทั้งนายตำรวจและนายทหาร

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 วันมวยไทยแห่งชาติ ซึ่งการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้จัดงานเชิดชูเกียรติวันมวยไทย ปรากฏว่า สมจิตร แว่นแก้ว ได้รับรางวัลผู้จัดรายการแข่งขันมวยดีเด่น และหัวหน้าค่ายนักมวยดีเด่น

เสี่ย จ.” เตรียมฉลองความสำเร็จของ “จิตร เมืองนนท์” ในวันที่ 17 มีนาคม 2563 แต่เจอพิษไวรัสโควิด จึงต้องเลื่อนออกไปก่อน

การเมือง-การมวยเมืองใต้

ในแวดวงมวยไทย “สมาคมกีฬามวยอาชีพภาคใต้” ถือได้ว่า เป็นเครือข่ายของ ส.สมหมาย ซึ่งปัจจุบัน สุพิศ พิทักษ์ธรรม เป็นนายกสมาคมกีฬามวยอาชีพภาคใต้

ก่อนหน้านี้ “นายกชาย” เดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา เขต 5 พรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกสมาคมมวยอาชีพภาคใต้

เดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา

“นายกชาย” ผู้ยึดคติที่ว่า “ไม่มีพรรค มีแต่พวก และเพื่อน” ยังเปิดสนามกีฬาชนโคนานาชาติรัตภูมิ บนเนื้อที่ 27 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณใกล้กับสี่แยกคูหา ไปทาง อ.ควนเนียง จ.สงขลา

ถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม และ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง เป็นผู้นำ สมหมาย สกุลเมตตา ไปร่วมมือกับ “นายกชาย” ปลุกวงการมวยภาคใต้ ร่วมกับเดชอิศม์ ขาวทอง

การเมือง-การมวย พึ่งพาอาศัยกันมายาวนาน เพราะมวยไทยเป็นกีฬามหาชน ใครอยากสร้างฐานเสียงก็ต้องวิ่งหาวงการมวย