ทุนใหม่ ขยับ เกมรุก ปูทางลงถนน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/390643?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ทุนใหม่ ขยับ เกมรุก ปูทางลงถนน

27 กันยายน 2562 – 08:14 น.
ชูธงทวนกระแส,พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา,โบว์ ณัฏฐา,ณัฏฐา มหัทธนา,แกนนำกลุ่มพลังมด
เปิดอ่าน 192 ครั้ง

คอลัมน์…  ชูธงทวนกระแส  โดย…  พรานข่าว

ปฏิบัติการเขย่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กลางเวทีประชุมในนครนิวยอร์กของ “นัชชชา กองอุดม” อดีตนักศึกษาไทยที่ร่วมเคลื่อนไหวต่อต้านการรัฐประหาร และรัฐบาล คสช. ทำเอากองเชียร์เสื้อแดง และสายส้มหวาน ในเมืองไทยคึกคักขึ้น หลังออกอาการเซ็งที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน ไม่สามารถหักโค่น “ลุงตู่” ในสภาได้

ถ้ายังจำกันได้ นับแต่เกิดรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 “นัชชชา” สมัยเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชน ได้ชู 3 นิ้ว ก่อนการฉายหนังเดอะฮังเกอร์เกมส์ ภาคสุดท้าย กลางโรงหนังในห้างหรูใจกลางเมือง นับเป็นการต้านรัฐประหารเชิงสัญลักษณ์ครั้งแรกๆ

วันนี้ “นัชชชา” กำลังศึกษาต่ออยู่ที่สหรัฐ ได้ขึ้นชูป้ายประท้วงพร้อมกับชูหน้ากาก “ยุทธนอคคิโอ” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ฝ่ายต่อต้านเผด็จการทหาร ขณะที่นายกฯ ประยุทธ์ กำลังกล่าวปาฐกถาในการประชุม Asia Society หลังจากนั้น นัชชชาได้โพสต์ภาพและคลิปปฏิบัติการเย้ยลุงตู่ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว

ณัชชา กองอุดม ทำทีมประท้วง พล.อ.ประยุทธ์

ถัดจากนั้น “โบว์” ณัฏฐา มหัทธนา แกนนำกลุ่มพลังมด และกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ได้แชร์ต่อผ่านแฟนเพจ Bow Nuttaa Mahattana ก่อนจะกระจายไปตามเฟซบุ๊กคนเสื้อแดงและกองเชียร์พรรคส้มหวาน

อยากย้อนวีรกรรมของ “นัชชชา” กับผองเพื่อน “รังสิมันต์ โรม” และ “ไผ่ ดาวดิน” เมื่อปี 2558 ซึ่งมีตัวละครสำคัญโผล่เข้าฉากด้วย

22 พฤษภาคม 2558 กลุ่มประชาธิปไตยใหม่ นำโดย รังสิมันต์ โรม และเพื่อนอีก 8 คน ได้นัดชุมนุมแสดงสัญลักษณ์ต้าน คสช. วันครบรอบ 1 ปี รัฐประหาร ที่บริเวณหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ ตำรวจจึงออกหมายจับ

24 มิถุนายน 2558 นักศึกษาที่ถูกดำเนินคดีมีทั้งหมด 9 คน และหนึ่งในนั้นคือ นัชชชา กองอุดม มีนัดจะเข้าพบตำรวจตามหมายจับ โดยวันดังกล่าว มีการชุมนุมที่หน้า สน.ปทุมวัน ตั้งแต่เช้ายันค่ำ

กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศสลายตัว หลังจากตัวแทนนักศึกษาแจ้งความกลับต่อเจ้าหน้าที่ และตำรวจรับปากจะไม่จับกุมนักศึกษาที่มีหมายจับ จากนั้นมีรถคันหนึ่งนำนักศึกษากลุ่มนั้นขึ้นรถไปพักที่สวนเงินมีมา

กระทั่ง 3 เมษายน 2562 พ.ต.ท.เจริญสิทธิ จงอิทธิ พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ได้ออกหมายเรียก “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ มารับทราบข้อกล่าวหา ตามความผิด ม.116 ว่า เป็นเหตุที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 24 มิถุนายน 2558

โปสเตอร์ที่ผลิตโดยบริษัทรับจ้างพีอาร์ในสหรัฐ

อันเนื่องจากหน่วยข่าวได้ติดตาม และจดหมายเลขทะเบียนรถตู้คันที่พานักศึกษากลุ่มนั้นหลบหนี พบว่าเป็นของธนาธร ซึ่งในวันเกิดเหตุธนาธรได้สังเกตการณ์อยู่ภายนอก

จากนั้น นัชชชาก็หายไปจากแวดวงกิจกรรมการเมือง แม้แต่ช่วงที่โรม และเพื่อนก่อตั้งกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ก็ไม่เห็นนัชชชามาร่วมทำกิจกรรมด้วย กระทั่งเกิดเหตุนัชชชาพาเพื่อนมาประท้วงลุงตู่ จึงทราบว่า นัชชชามาเรียนหนังสือที่สหรัฐอเมริกาได้หลายปีแล้ว

มีข้อสังเกตการเคลื่อนไหวประท้วงเผด็จการทหาร ในวาระที่มีการประชุมใหญ่ขององค์การสหประชาชาติ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาทุกปี และแม่งานในการประท้วงลุงตู่ ก็หนีไม่พ้น “เรดยูเอสเอ” หรือกลุ่มคนเสื้อแดงในอเมริกา

ปีนี้ มีความแปลกแตกต่าง เริ่มตั้งแต่มีป้ายโฆษณาบนอาคารร้านอาหารแห่งหนึ่ง ที่ถนน 45th Street ตัดกับถนน 2nd Ave ในเกาะแมนฮัตตัน นครนิวยอร์ก ใกล้กับที่ทำการสหประชาชาติ โดยป้ายนั้น มีข้อความว่า “Don’t let Democracy Die in Thailand” หรือ“อย่าปล่อยให้ประชาธิปไตยตายในไทย”

ตามมาด้วย กลุ่มชาวต่างชาติที่ใช้ชื่อ Thai Democracy Now ใส่เสื้อหลากสีลายธงชาติไทย ถือป้ายเรียกหาประชาธิปไตยที่ด้านข้างของโรงแรมพลาซ่าแอทธินี ซึ่งเป็นสถานที่พักของ พล.อ.ประยุทธ์ และคณะ

ลักษณะของตัวอักษรชื่อกลุ่ม Thai Democracy Now เป็นแบบเดียวกับป้ายบนร้านอาหาร ซึ่งกลุ่มเรดยูเอสเอ ไม่ได้แสดงตัวว่า พวกเขาเป็นผู้ดำเนินกิจกรรมเหล่านี้

มีเพียง “สุนัย จุลพงศธร” อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ลี้ภัยอยู่ในสหรัฐ ได้พยายามประโคมข่าวการเคลื่อนไหวประท้วง พล.อ.ประยุทธ์ โดยก่อนหน้าที่นัชชชาไปยกป้ายประท้วงนายกฯ ประยุทธ์ สุนัยโพสต์ว่า “ประยุทธ์ยังอยู่นิวยอร์ก ผมขอบอกล่วงหน้าให้ว่า จะเจออีกดอก คราวนี้จะจุก พูดไม่ออก ขอบอกเลยว่า การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเป็นสากล มีคนไทยและต่างประเทศร่วมกันทั่วโลก”

ประเมินจากลักษณะการทำกิจกรรมของกลุ่มต้านทหารในนิวยอร์ก สรุปได้ว่า ไม่ใช่ฝีมือ “คนหน้าเดิม” แต่เป็นยุทธการของ “ทุนใหม่” ที่ต้องการหักโค่น “กลุ่มประยุทธ์” ด้วยพลังประชาชน

หายนะที่ผู้นำควรห่างไกล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/390640?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

หายนะที่ผู้นำควรห่างไกล

27 กันยายน 2562 – 07:24 น.
หายนะที่ผู้นำควรห่างไกล
เปิดอ่าน 27 ครั้ง

บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับวันศุกร์ที่ 27 กันยายน 2562

“อำนาจแลเงินตรา” เป็นสิ่งหอมหวานและเย้ายวนเสมอ หากใครเข้าไปลิ้มลองยุ่งเกี่ยวพัวพันก็ยากที่จะหลุดพ้นจากวังวนดังกล่าวไปได้ เฉกเช่นสังคมไทยทุกวันนี้ผู้คนส่วนใหญ่ต่างนับถือเงินและอำนาจเป็นใหญ่มากกว่าสิ่งใดๆ ดังสุภาษิตจีนกล่าวไว้ว่า “มีเงินใช้ผีโม่แป้งก็ยังได้” ซึ่งเป็นคำเปรียบเปรยที่ยังใช้ได้ทุกยุคสมัยไม่ว่าโลกจะหมุนเวียนผ่านไปกี่ร้อยปีก็ตาม

สองสิ่งนี้คือสูตรสำเร็จของความเลวร้ายที่ฉุดรั้งประเทศชาติไม่ให้ก้าวไปไหน…หากไล่ดูตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันจะมี “ผู้นำ” ของประเทศไทยสักกี่คนที่สามารถพาตัวเองก้าวผ่านวังวนของการแสวงหาอำนาจและผลประโยชน์ไปได้ และเมื่อกางประวัติศาสตร์การเมืองไทยออกมาวิเคราะห์เป็นฉากๆ เราจะได้เห็นถึง “ความหายนะ” ที่เป็นตัวกัดกร่อนประเทศไทยหากผู้นำคนนั้นลุ่มหลงและมัวเมาใน “อำนาจวาสนา และเงินทอง”

ในอดีตประเทศไทยเคยชอกช้ำกับการแสวงหาอำนาจและผลประโยชน์อย่างเบ็ดเสร็จของบรรดาผู้นำเผด็จการทหารจนนำไปสู่เหตุการณ์นองเลือดของนักศึกษาหลายครั้งหลายคราทั้งในเดือนตุลาคม 2519 และพฤษภาทมิฬ 2535 จากนั้นยี่สิบปีต่อมาประเทศไทยดูเหมือนจะมีความหวังกับผู้นำคลื่นลูกใหม่ที่ใครก็เชื่อว่า “คนรวยไม่มีวันไม่โกง” แต่สุดท้ายก็เป็นอะไรที่ร้ายกาจสุดๆ เมื่อผู้นำผู้เป็นความหวังของคนไทยกลับเสพติด “อำนาจและเงินตรา” ยิ่งกว่าใคร ซึ่งผลจากความหลงผิดมัวเมาในอำนาจส่งผลให้ประเทศแทบย่อยยับถึงขนาดผู้คนออกมาห้ำหั่นฆ่าฟัน แบ่งพวก แบ่งสีชัดเจน สุดท้ายก็เปิดทางให้กองทัพเข้ามาทำรัฐประหารขับไล่จนต้องระเห็จออกจากแผ่นดินแม่ตลอดกาล

มาถึงวันนี้ประเทศมี “ผู้นำสายเลือดทหาร” ที่คนไทยตั้งความหวังไว้สูงลิบลิ่ว เพราะเชื่อว่าจะเข้ามาคลายทุกข์ แก้ไข และพัฒนาประเทศให้ก้าวไกลอย่างยั่งยืน..แม้การเข้ามาสู่อำนาจในครั้งแรกจะถูกค่อนขอดว่าเป็นเผด็จการทหารที่มาจากรัฐประหาร แต่สุดท้ายผู้นำคนนี้ก็ฝ่าฟันด้วยการทำงานเพื่อประเทศชาติอย่างจริงจัง บวกกับการใช้กับดักกฎหมายจากเล่ห์กลของร่างรัฐธรรมนูญปราบโกงจนสามารถกลับเข้ามาสู่เส้นทางแห่ง “ประชาธิปไตย” ได้อย่างเต็มภาคภูมิ จนเป็นที่ยอมรับของนานาชาติทั่วโลกในวันนี้

แม้ภาพความซื่อสัตย์ สุจริต จงรักภักดีจะเป็นเป็นเหมือนลายเซ็นชั้นดีี ที่สามารถค้ำเก้าอี้ผู้นำเลือดทหารได้เป็นอย่างดี แต่ในเรื่องการถือครอง “อำนาจ” ที่ส่งผ่านไปให้บรรดารุ่นพี่ รุ่นน้อง และพวกพ้องยังเป็นคำถามที่หลายฝ่ายยังกังขา จากนี้ไปในอนาคตไม่มีใครรู้ว่าคนไทยจะจดจำภาพของนายกรัฐมนตรีเลือดทหารในลักษณะใด เพราะการกระทำจากปัจจุบันย่อมส่งผลถึงอนาคตได้ ดังนั้นหลังจากนี้เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี จะทำงานสนองคุณประเทศชาติประชาชนอย่างที่เคยถวายสัตย์ปฏิญาณตนได้หรือไม่ อย่าให้คนไทยผิดหวังซ้ำๆ ซากๆ กับภาพการเมืองเก่าๆ ที่มีผู้นำมุ่งแสวงหาอำนาจอย่างไม่รู้จบ…

แดงไทยถอย ‘แดงละติน’ มาแล้ว โลกล้อมไทยฉบับพิสดาร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/390463?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

แดงไทยถอย ‘แดงละติน’ มาแล้ว โลกล้อมไทยฉบับพิสดาร

26 กันยายน 2562 – 10:25 น.
เจาะประเด็นร้อน,ขุนน้ำหมึก,เซเลบแดง,แดงยูเอสเอ,แดง USA,ดารุณี กฤตบุญญาลัย,คนเสื้อแดง,ลุงตู่,จรัล ดิษฐาอภิชัย,สุนัย จุลพงศธร,ทักษิณ,นายใหญ่,นายใหญ่ดูไบ,Red USA-Thai Voice International,Red USA,นายจารุพงศ์ เรืองสุว,เอนก ซานฟราน
เปิดอ่าน 302 ครั้ง

คมลัมน์ ‘ท่องยุทธภพ’ โดย ‘ขุนน้ำหมึก’ จาก หนังสือพิมพ์คมชัดลึก 26 ก.ย.62

**************************

บอกแล้ว Red USA หมดเรี่ยวแรง จึงไม่ได้เดินทางไปต้อนรับ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา เลยปรากฏภาพกลุ่มที่ใช้ชื่อ Thai Democracy Now ใส่เสื้อหลากสีลายธงชาติไทย ถือป้ายเพรียกหาประชาธิปไตย ที่ด้านข้างของโรงแรมพลาซ่าแอทธินี ซึ่งเป็นสถานที่พักของลุงตู่ และคณะ

นักข่าวไทยรายงานว่าไม่มีคนไทยอยู่ในกลุ่มนั้น และผู้ประท้วงกลายเป็นชาวเม็กซิโกและเปรู นี่แหละจึงเป็นที่มาของ “แดงละติน” ซึ่งแดงไทยแท้ที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินลุงแซม ไม่มีใครแชร์ภาพการประท้วงครั้งนี้เลย

มีข้อน่าสังเกตเสื้อที่แดงละตินสวมใส่มาประท้วง ตัวหนังสือและลายสีธงชาติเหมือนกับตัวหนังสือในป้ายประจานรัฐบาลไทยบนตึกแถวแมนฮัตตัน

เซเลบแดง” เมินลุงตู่

ในสหรัฐมีเซเลบแดงหลายคนส่วนใหญ่เป็นคนไทยที่ได้เป็นพลเมืองอเมริกัน และให้การสนับสนุน “แดงฮาร์ดคอร์” อยู่ในเมืองไทย 

ส่วนเซเลบแดงที่ชื่นชอบทักษิณเป็นชีวิตจิตใจคนหนึ่ง ได้แก่ “ดารุณี กฤตบุญญาลัย” ที่เดินทางมาอยู่ในกรุงวอชิงตัน ดีซี เมื่อส่องเฟซบุ๊ก “ดารุณี กฤตบุญญาลัย–Darunee Kritboonyalai” กลับไม่พบการเคลื่อนไหวที่จะมาถือป้ายต้านลุงตู่ และเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2562 “ดารุณี” เพิ่งไลฟ์เฟซบุ๊กเรื่อง “13 ปี กำจัดทักษิณ ออกจากประเทศไทย”

ดารุณี กฤตบุญญาลัย

มนูญ ชัยชนะ” หรือ เอนก ซานฟราน ก็เงียบเชียบ เมื่อส่องเฟซบุ๊ก Anek Sanfran The Right Man Public รวมทั้ง จุติเทพ วิไชยคำมาตย์ หรือ “โจ กอร์ดอน” อดีตผู้ต้องหาตามมาตรา 112 ที่พ้นโทษออกมาช่วงปี 2556 ก็โพสต์ภาพรถคันใหม่ที่ได้รับมาจากรัฐบาลอเมริกัน

เอนก ซานฟราน

เช่นเดียวกัน “เพียงดิน รักไทย” ไม่ได้ใส่ใจการเดินทางมายูเอ็นของลุงตู่ แถมล่าสุดเพียงดินยังไลฟ์ผ่านเพจ Dr.Piangdin Rakthai’s Education for Peace Foundation เรื่อง “ลันลาเบล มิติลึกสังคมทราม อันตรายของวัฒนธรรมเพศพาณิชย์”

ไม่มีเซเลบแดงคนไหนแชร์ภาพ “แดงละติน” ประท้วงประยุทธ์ เหมือนเป็นภาพที่ไม่เข้าพวก

จรัล” ออนทัวร์

การเดินทางมาถึงนิวยอร์กของ “จรัล ดิษฐาอภิชัย” แกนนำสมาคมชาวไทยเพื่อประชาธิปไตยไร้พรมแดน ทำให้หน่วยข่าวในทำเนียบรัฐบาล ผลิตข่าวแจกสื่อมวลชนว่าคนเสื้อแดงในสหรัฐได้เตรียมระดมมวลชนมาประท้วงลุงตู่เหมือนทุกปี

วันที่ 21 กันยายน 2562 “จรัล” ไปถ่ายภาพกับป้าย “อย่าปล่อยประชาธิปไตยตายในประเทศ​ไทย” แล้วก็เข้าแถวรอชม ​Fhantom of the Opera ถัดมาอีกวันจรัลไปเที่ยวชมเทพีเสรีภาพ​และแวะมาหน้าตึกยูเอ็น เพื่อนำซองจดหมายไปหย่อนในตู้ไปรษณีย์ ซึ่งจดหมายฉบับนั้น จรัลเขียนถึงเลขาธิการยูเอ็น

ปี 2562 ‘แดงละติน’ มาประท้วงลุงตู่แทนกลุ่มเรดยูเอสเอ

ขณะที่มี “แดงละติน” ไปเดินถือป้ายอยู่หน้าโรงแรมที่ลุงตู่พัก จรัลเดินทางไปรัฐเวอร์จิเนียเพื่อชมบ้านเกิดของจอร์จ​ วอชิงตัน​ ผู้สถาปนาสาธารณรัฐอเมริกา ​

ที่แท้ทรู..จรัลมาทำกิจกรรมหย่อนจดหมายใส่ตู้ไปรษณีย์และเวลาที่เหลือก็ท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ

ท่อตันน้ำมันหมด

แม้เพจ “สุนัย จุลพงศธร” จะโชว์ภาพตัวเขากับจรัล กับป้ายโฆษณาที่นิวยอร์ก เพื่อโปรโมทคลิป “คนไทยในนิวยอร์กขึ้นป้ายต้านเผด็จการประยุทธ์ อ.จรัล ยื่นหนังสือถึงเลขายูเอ็น” แต่จริงๆ แล้ว สุนัยอยู่แอลเอ และเตรียมเดินทางออกจากสหรัฐประมาณ สัปดาห์

สุนัยทำได้แค่โฆษณา ไม่ได้ไปนิวยอร์ค

ชีวิตวันนี้ของสุนัย ทำมาหากินด้วยการไลฟ์อัดคลิปลงยูทูบ เพื่อมีรายได้จากยอดวิวและค่าโฆษณาเลี้ยงชีพไปวันๆ เหมือนกับจอม เพชรประดับ ที่ต้องขับอูเบอร์หารายได้

ดังที่เขียนไปวันก่อน ปีนี้เพจ Red USA-Thai Voice International กระบอกเสียงของ Red USA และองค์กรเสรีไทย ไม่มีการปลุกระดมให้ไปชุมนุมต้าน พล..ประยุทธ์ เหมือนปี 2558 

ปี 2558 แดงยูเอสเอ และ เสรีไทย มาประท้วงประยุทธ์

ปีนั้นองค์กรเสรีไทยเพิ่งเปิดตัว จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ จึงเชิญเซเลบแดงในสหรัฐมาร่วมกันประท้วงทั้ง ดารุณี กฤตบุญญาลัย จอม เพชรประดับ และเพียงดิน รักไทย พร้อมมวลชนเรด ยูเอสเอ

หลัง “จารุพงศ์” ปิดฉากองค์กรเสรีไทย คนเสื้อแดงในลอสแองเจลิส ก็แทบสิ้นแรง ขนาดจัดงานวันเกิดทักษิณเมื่อสองสามเดือนก็ยังไปแอบจัดกันเล็กๆ มีคนแค่ 10 คน 

สิ้นองค์กรเสรีไทยก็เหมือนไฟตันน้ำมันช็อต เป็นช่วงขาลงของคนเสื้อแดงในอเมริกาโดยแท้

p29

สนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อในตน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/390438?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

สนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อในตน

26 กันยายน 2562 – 09:15 น.
วงในวงนอก,รัฐธรรมนูญ
เปิดอ่าน 91 ครั้ง

คอลัมน์…  วงในวงนอก   โดย….อสนีบาต   aussaneebard@hotmail.com

ถ้ารัฐธรรมนูญมีชีวิต ก็คงอยากเรียกร้องขอความเป็นธรรมบ้าง

เพราะนับตั้งแต่นักการเมืองผู้ได้สิทธิสวมสูทผูกเนกไทกลายเป็นผู้แทนอันทรงเกียรติเข้าไปนั่งหน้าสลอนอยู่ในสภา ก็เริ่มมีรังสีแห่งอำนาจครอบงำ ออกไปพูดที่ไหนต่อที่ไหนก็ทำให้ผู้คนกริ่งเกรงไปหมด ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหนก็ตาม ตั้งแต่ทำตัวกร่างกับเจ้าหน้าที่ตำรวจบ้าง ออกมาตะลุมบอนกันบ้างทั้งที่อยู่พรรคเดียวกันแท้ๆ

บ้างออกไปยุยงส่งเสริมปลุกระดมเดินถนนเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวหารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเฮงซวยทุกมาตราบ้าง กล่าวหาองค์กรอิสระเป็นเครื่องมือทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามบ้าง

น่าเห็นใจรัฐธรรมนูญนะครับ กำลังถูกผู้แทนอันทรงเกียรติบางคนบางกลุ่มซึ่งเกิดจากผลผลิตจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้แท้ๆ ปู้ยี่ปู้ยำกระทำชำเรา ทั้งที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันผ่านการลงมติจากประชาชนเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ

พินิจพิเคราะห์สิ่งที่กำลังรณรงค์เรียกร้องอยู่บนฐานอะไรบ้าง เพราะการอ้างว่าเป็นตัวแทนประชาชนจึงประกาศจะทำอะไรก็ได้ หรืออยากแก้มาตราโน้นมาตรานี้ เพราะเป็นอุปสรรคต่อวงศาคณาญาติ เข้ามาสู่อำนาจไม่สะดวกหรือไม่ จึงต้องระเบิดปากอุโมงค์เสียก่อนเพื่อเข้าไปหยิบขุมทรัพย์ที่อยู่ข้างใน

ตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 2540 ออกแบบให้มีองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญส่งผ่านมาถึงรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น กกต. ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ ฯลฯ ต่างทำหน้าที่ตรวจสอบตามปกติแต่พ่อคุณทูนหัวออกมาประกาศกร้าว จะยุบศาลรัฐธรรมนูญซะนี่

ทันทีที่ผลการวินิจฉัยไม่ถูกใจก็ออกมาแสดงความเห็นระดับมหาศาสดานิติศาสตร์ วิพากษ์วิจารณ์ศาล เลาะเลี้ยวจนดูน่าหวาดเสียวจะเข้าข่ายหมิ่นประมาท ก้าวล่วงละเมิด ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ไม่งามเลย

วันดีคืนดี 7 พรรคฝ่ายค้านแถลงเตรียมใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญยื่นเรื่องป.ป.ช.ให้ตรวจสอบจริยธรรม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ต่อปมถวายสัตย์ ที่อุตส่าห์ชี้แจงผ่านเวทีการอภิปรายทั่วไปแล้ว

แต่ขณะเดียวกันท่านผู้ทรงเกียรติโดนโทษประหารและถูกคุมขังพ้นสภาพส.ส. กลับออกมาปกป้องว่ายังไม่หลุดเก้าอี้ หลงลืมจริยธรรมตามรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกันเสียนี่

รัฐธรรมนูญออกแบบองค์กรอิสระมาดีอยู่แล้ว เช่น ป.ป.ช. กำหนดให้นักการเมืองเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อสาธารณชน ล้วนเป็นเรื่องที่ดีของการเริ่มต้นแสดงความโปร่งใส สามารถตรวจสอบพวกท่านได้เมื่อเข้าสู่ตำแหน่งที่ต้องรับผิดชอบบริหารกิจการบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็นนายกฯ ข้าราชการระดับสูง ส.ส. สว. ฯลฯ

ในเมื่อพวกท่านไปอวดสรรพคุณตัวเอง “ไว้เยอะ” ก่อนเข้ามาเป็นส.ส.ว่าตัวเองบริสุทธิ์ผุดผ่องจนประชาชนหลงเชื่อ จึงต้องมีระบบการตรวจสอบอีกชั้นผ่านการแสดงบัญชีทรัพย์สิน เพื่อยืนยันว่าท่านไม่ได้โกหก ท่านทำจริง ไม่ว่าจะเป็นการโยกย้ายถ่ายเททรัพย์สิน ต้องแจ้งอย่างตรงไปตรงมา ซุกเก็บไว้ที่ไหนอย่างไร สาธารณชนจะได้สบายใจว่าเข้ามาไม่หาประโยชน์ทับซ้อน พิสูจน์ให้สิ้นสงสัย คนดีตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้

ฉันใดก็ฉันนั้น การเที่ยวโพนทะนา “ผมปล่อยกู้ให้พรรคจำนวนเท่านั้นเท่านี้” ต่อมาไปแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ว่าปล่อยกู้ให้พรรคจริง แต่เป็นจำนวนเงินคนละตัวเลข แล้วจะทำอย่างไร อีกทั้งขัดกฎหมายพรรคการเมืองหรือไม่

“ล้วนมาจากการกระทำของตนเองทั้งสิ้น ไม่มีใครไปปรับเปลี่ยนตัวเลข นอกจากตัวท่านเอง ไม่มีใครไปสร้างข่าวเท็จ ต่างรายงานตามพฤติการณ์ที่ท่านแสดงออกต่อหน้าธารกำนัลครบถ้วนกระบวนความ”

ทีนี้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญบังคับใช้กับทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ยกเว้นคนใดคนหนึ่ง เมื่อท่านกระทำและส่อขัดต่อกฎหมายต้องเป็นไปตามขั้นตอนตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ

กล่าวมาทั้งหมด ถามว่าใครกลั่นแกล้ง ใครต้องการเล่นงานท่าน ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นไปตามกฎแห่งกรรม และขอย้ำผู้เข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองทั้งหลายต้องผ่านกระบวนการตามรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน

การที่ท่านใดท่านหนึ่งกำลังเดินเข้าสู่บทพิจารณาลงโทษล้วนเกิดขึ้นจากตัวท่านเลือกเอง เลือกที่จะตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ ไม่แสดงความบริสุทธิ์ใจตั้งแต่ต้น
“หาใช่รัฐธรรมนูญเฮงซวย แต่ตัวท่านนั่นล่ะเฮงซวยตั้งแต่มันสมองจรดปลายเท้า”

ฝ่ากระแส เลิกเกณฑ์ทหาร กองทัพ ขอเจอครึ่งทาง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/390460?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ฝ่ากระแส เลิกเกณฑ์ทหาร กองทัพ ขอเจอครึ่งทาง

26 กันยายน 2562 – 09:07 น.
เลิกเกณฑ์ทหาร,กองทัพ,ทหารเกณฑ์,พรรคอนาคตใหม่,พรบยกเลิกการเกณฑ์ทหาร
เปิดอ่าน 612 ครั้ง

คอลัมน์… ถอดรหัสลายพราง โดย… พลซุ่มยิง

ตกเป็นปัญหาที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของกองทัพ หลังฝ่ายค้านนำโดย ‘พรรคอนาคตใหม่’ เตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ให้เปลี่ยนมาใช้รูปแบบสมัครใจ เข้าสภาในสมัยประชุมหน้า เพราะรู้ว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้ ในทางปฏิบัติจริงไม่สามารถทำได้เนื่องจากกระทบโครงสร้างกำลังพลและความมั่นคงของประเทศ แต่หากจะปฏิเสธก็สวนกระแสสังคมที่คล้อยตามไปแล้ว

ต้องยอมรับว่าการยกเลิกการเกณฑ์ทหารเปลี่ยนมาสมัครใจได้รับเสียงตอบรับจากสังคม โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง หลัง ‘อนาคตใหม่’ ชูแคมเปญนี้ หาเสียงสู้ศึกเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา ท่ามกลางข้อถกเถียงอย่างกว้างขวางของฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ร่วมถึงในกลุ่มนักวิชาการ หรือแม้แต่กองทัพบกก็เคยศึกษาถึงความเป็นไปได้และผลกระทบที่จะตามมา

          เบื้องต้นกองทัพบกพบว่า พ.ร.บ.ยกเลิกการเกณฑ์ทหารกระทบต่อกฎหมายหลายฉบับของกระทรวงกลาโหม รวมถึงกระทรวงอื่นที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังเป็นภาระงบประมาณและความพร้อมสถานภาพกำลังรบ ตลอดจนถึงระบบฐานข้อมูลกำลังพลซึ่งล้วนส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศทั้งสิ้น

ในแต่ละปีกองทัพต้องการทหารกองประจำการปีละประมาณ 90,000-100,000 คน ขึ้นอยู่กับจำนวนประชากร เพื่อใช้ปฏิบัติหน้าที่ความมั่นคง รักษาอธิปไตย รวมถึงการบรรเทาสาธารณภัย โดยจัดสรรให้กองบัญชาการกองทัพไทยประมาณ 1,900 นาย กองทัพบกประมาณ 70,000 นาย กองทัพอากาศประมาณ 13,000 นาย กองทัพเรือประมาณ 6,000 นาย ส่วนที่เหลือให้แก่กระทรวงกลาโหม

จากข้อมูลย้อนหลัง พบชายไทยสมัครใจเข้ารับใช้ชาติ ปี 2557 จำนวน 35% ปี 2558 จำนวน 44% ปี 2559 จำนวน 47% และสูงสุดในปี 2560 จำนวน 49% ปี 2561 จำนวน 45% และล่าสุดปี 2562 ตัวเลขอยู่ที่ 46% โดยกองทัพบกประเมินว่าปัจจัยทำให้ผู้มาสมัครไม่ครบ 100% เกิดจากขาดแรงจูงใจในเรื่องเงินเดือนและสวัสดิการที่ในปัจจุบันได้รับค่าตอบแทนตามค่าแรงขั้นต่ำและเบี้ยเลี้ยง 10,000 กว่าบาทต่อเดือน

หาก พ.ร.บ.ยกเลิกเกณฑ์ทหารถูกบังคับใช้ หมายความว่าทหารกองประจำการจะหายไปครึ่งหนึ่งของกองทัพ แม้ในเนื้อหา พ.ร.บ.ฉบับนี้จะเพิ่มเงินเดือน สวัสดิการ เป็นสองเท่าพร้อมทั้งให้ทุนเรียนปริญญาตรีจนจบ เพื่อเป็นแรงจูงใจ แต่ต้องยอมรับว่าจะกลายเป็นภาระงบประมาณในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แม้ ‘กองทัพบก’ จะมีข้อมูลเก่าอยู่ในมือแล้วแต่ก็ได้จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาข้อดีข้อเสีย พ.ร.บ.ยกเลิกการเกณฑ์ทหารอีกครั้ง ตามคำสั่งการของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม โดยให้แล้วเสร็จก่อนพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวเข้าสภาในสมัยประชุมหน้าเพื่อเป็นข้อมูลประกอบในการชี้แจง

โจทย์สำคัญ ‘กองทัพบก’  ต้องหาวิธีอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ พ.ร.บ.ยกเลิกการเกณฑ์ทหารไม่สามารถทำได้ ในขณะเดียวกันต้องเตรียมข้อมูลรับมือฝ่ายค้าน เพราะทันทีที่อ้างเรื่องงบประมาณก็จะถูกตีรวนให้ตัดงบการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ เช่น เรือดำน้ำ ของกองทัพเรือ, ยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์ ของกองทัพบก

เจตนาแท้จริงของ ‘กองทัพบก’ ไม่ต้องการหักด้ามพร้าด้วยเข่า เพราะต้องยอมรับความจริงว่ากระแสสังคมต้องการให้กองทัพเลิกเกณฑ์ทหาร เพียงแต่จะนำ พ.ร.บ.ดังกล่าวมาพัฒนาเพื่อผ่อนหนักให้เป็นเบา และหาจุดกึ่งกลางให้ได้ทางออกในเรื่องนี้โดยไม่ให้กระทบงานมั่นคงในภาพรวม ขณะเดียวกันประชาชนก็รับได้

โดย ‘กองทัพบก’ มีแนวคิดเพิ่มค่าตอบแทน สวัสดิการ เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ชายไทยสมัครใจเป็นทหารกองประจำการโดยยึดรูปแบบพลอาสากองพันจู่โจมค่ายเอราวัณ  จ.ลพบุรี ที่ได้รับเงินเดือนสูงสุดอยู่ระหว่าง 12,000-13,000 บาท

โดยจะพิจารณาแบ่งเป็นระยะและปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ ไม่เป็นภาระงบประมาณ

เมื่อดำเนินการไปถึงจุดที่มีชายไทยมาสมัครเกิน 80% นั้นหมายความว่าประชาชนเริ่มพอใจ และกองทัพก็รับได้กับตัวเลขดังกล่าว สุดท้ายแล้ว ‘การเกณฑ์ทหาร’ ก็จะถูกยกเลิกไปโดยปริยาย

แต่กว่าเวลานั้นจะมาถึงพรรคฝ่ายค้านในฐานะผู้เสนอร่างพ.ร.บ.ยกเลิกเกณฑ์ทหาร และกองทัพในฐานะผู้ปฏิบัติ ต้องรู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาว เปิดใจพูดคุย โดยปราศจากอคติ หรือการตั้งแง่เพื่อหาจุดสมดุลนำไปสู่ผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน

วิธีขับรถลุยน้ำท่วมต้องรู้ไว้ได้ประโยชน์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/390439?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

วิธีขับรถลุยน้ำท่วมต้องรู้ไว้ได้ประโยชน์

26 กันยายน 2562 – 09:05 น.
อ๊อด เทอร์โบดับเครื่องชน,น้ำท่วม,ขับรถลุยน้ำ
เปิดอ่าน 40 ครั้ง

คอลัมน์… อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน oddturbo1900@gmail.com

‘ดับเครื่องชน’ มีความห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วมในหลายท้องที่จะพยายามให้ติดตามข่าวอากาศไว้เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของท่านเอง

ล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศว่าจะมีฝนพายุในหลายจังหวัดจึงต้องเตรียมรับมือไว้เป็นการด่วนเพื่อเป็นการป้องกันและไม่ประมาท

วันก่อนมีผู้ปรารถนาดีส่งไลน์ถึงวิธีการขับรถลุยน้ำท่วมซึ่งเป็นสารประโยชน์มากเพราะรู้ไว้รถจะได้ไม่พังมีอายุการใช้งานและขอเตือนอีกนิดว่าจะต้องยกรถหรือนำรถมาไว้ในที่สูงเผื่อน้ำท่วมไหลบ่าฉับพลัน

วิธีการแรกคือปิดแอร์เพราะหากเปิดไว้พัดลมระบายความร้อนอาจตีน้ำกระจายเข้าห้องเครื่องเสี่ยงไฟช็อตและใบพัดลมหักได้ซึ่งต้องทำเป็นประการแรก

ใช้เกียร์ต่ำ ต้องวิ่งไปช้าๆ หรือภาษาทางการว่าใช้ความเร็วต่ำประมาณเกียร์ 1-2 หรือ L (LOW) และเคลื่อนรถไปเรื่อยๆ ขับรถช้าๆ ไม่ควรขับเร็ว เพราะน้ำเคลื่อนกระแทกฟุตบาทจะย้อนกลับเข้ารถ และอย่าจอดรถแช่น้ำไว้

ให้ตามรถคันหน้าและชิดคันหน้าให้มากที่สุด โดยต้องอยู่ในระยะปลอดภัยและเมื่อพ้นระยะลุยน้ำแล้วให้เหยียบเบรกย้ำๆ เพื่อไล่น้ำออกจากระบบเบรก และที่สำคัญห้ามดับเครื่องทันที ให้ติดเครื่องไว้สักพักเพื่อไล่น้ำที่ย้อนมาทางท่อไอเสีย

สิ่งเหล่านี้บางท่านอาจจะทราบมาบ้างแล้ว แต่อยากนำเสนออีกครั้งเพราะอีกนานกว่าจะพ้นสภาพน้ำท่วมหรือฝนตกหนักและขอบคุณที่ปรารถนาดีต่อผู้ร่วมชาติเดียวกัน

คนเราจะเห็นใจกัน-เข้าใจกันก็ตอนนี้แหละ
อ๊อด เทอร์โบ

ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร
รัฐบาลต้องมองให้ทะลุ

ผมขอสนับสนุนพรรคการเมืองที่ยกเลิกการเกณฑ์ทหารหรือปฏิรูประบบไอ้เณรเสียใหม่และเท่าที่ทราบมาพรรคฝ่ายค้าน เช่น พรรคเพื่อไทย-พรรคอนาคตใหม่-พรรคเสรีรวมไทย ต่างหนุนกันเต็มที่ ซึ่งจะทำให้กองทัพมีขนาดเล็กลงและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

คนรุ่นใหม่ต่างมองเห็นว่านายพลบ้านเรามีมากเหลือเกินรวมทุกเหล่าทัพแล้วเกือบ 2 พันคน ให้เหลือสัก 400-500 คนก็ยังดี หรือกำลังพลรวมทัพเหลือสัก 50% ราวๆ 2 แสนคน ก็สวยเพราะเดี๋ยวนี้ที่เหมือนในหนังติดตามปลายปืนเข้าแทงกันหมดสมัยแล้ว

เดี๋ยวนี้ใช้โดรนหรือจรวดนำวิถียิงเข้าใส่กันตูมๆ เสียหายย่อยยับไม่เปลืองชีวิตนักบินด้วยและได้ผลดีอย่างโรงกลั่นน้ำมันซาอุฯ โดนโดรนลึกลับโจมตีป่นปี้ มีอีกหลายวิธีที่จะทำให้กองทัพมีขนาดเล็กลงและเดี๋ยวนี้มีรายจ่ายมากมายอย่างเรือดำน้ำ, เครื่องบินขับไล่, รถถัง ฯลฯ ก็แพงมากๆ

ผมจึงขอรัฐบาลรับฟังพรรคการเมืองและความจริงที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ครับ
วินัย (บางเขน)

เรียนคุณ ‘วินัย’ บางเขน
เท่าที่ทราบว่า ‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา’ นายกรัฐมนตรีและในตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม ก็สนใจเรื่องนี้มากและกลับจากต่างประเทศก็เตรียมให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพสรุปว่าจะเอาไงดี

ผมเองก็ขอยกมือสนับสนุนด้วยคนเพราะะระบบทหารเกณฑ์จับใบดำ-ใบแดง หรือเอาทหารเกณฑ์ไปเป็นทหารรับใช้ควรยกเลิกได้แล้ว

รั้วของชาติของมีเกียรติมีศักดิ์ศรีมากกว่านี้และปัจจุบันมีคนต้องการสมัครเป็นทหารมากๆ ลองหาวิธีการหรือเงื่อนไขดูเถิด

ผมว่าต่อไปทหารอาสาสมัครจะมีคนต้องการสมัครมากจนต้องคัดเลือกแข่งขันกันแน่ๆ
อ๊อด เทอร์โบ

นักการเมืองรวยจริงๆ
ส.ส.แจ้งกรุสมบัติจริงหรือ?

ผมขอร้องเรียนผ่านไปยังบรรดาผู้บริหารป.ป.ช. หรือผู้เกี่ยวข้องโดยไม่ต้องการคำตอบว่าเป็นอย่างไรแต่อยากระบายความรู้สึกให้ทราบ

เกี่ยวกับบัญชีทรัพย์สินของรัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. หรือนักการเมืองทั้งหลายว่าแต่ละท่านร่ำรวยจริงๆ และมีน้อยที่มีหนี้สิน

โดยเฉพาะส.ส.ผู้หญิงมีกระเป๋าราคาเป็นแสนเป็นล้านนับร้อยๆ ใบ หรือส.ส.รัฐมนตรีผู้ชาย มีพระเครื่อง มีเหล็กไหลราคาเป็นร้อยเป็นพันล้าน

จึงอยากถามว่าเข้ามาทำงานเพื่อประชาชนหรืออะไรกันแน่-เอามาบริจาคช่วยน้ำท่วม-ภัยแล้งหรือเปล่า?
สุรพล (อุบลฯ)

สร้างพลังบวกสังคมเข้มแข็ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/390435?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

สร้างพลังบวกสังคมเข้มแข็ง

26 กันยายน 2562 – 07:40 น.
สร้างพลังบวกสังคมเข้มแข็ง,องค์การอนามัยโลก,ปัญหาฆ่าตัวตาย,พลังบวก
เปิดอ่าน 33 ครั้ง

บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน 2562

ในช่วงที่ผ่านมาปัญหาประการหนึ่งของสังคมไทยที่ยังเป็นเรื่องที่แก้ไขได้ยากลำบากคือปัญหาการฆ่าตัวตาย ซึ่งเกิดขึ้นกับคนทุกกลุ่มทุกอาชีพและหลากหลายวัย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยเรียน ที่ล่าสุดก็มีนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังฆ่าตัวตาย และหน่วยงานภาครัฐแห่งหนึ่งคือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ต้องปรับแผนอย่างจริงจังเพื่อป้องกันบุคลากรในหน่วยงานฆ่าตัวตายเช่นกัน จึงเกิดคำถามว่าด้วยเหตุใดทำไมคนจึงตัดสินใจฆ่าตัวตายมากขึ้น และจะมีวิธีการใดป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสีย ปัญหานี้มีหลายหน่วยงานทั้งที่เกี่ยวข้องโดยตรงและองค์กรด้านสุขภาวะได้พยายามตีโจทย์พร้อมเสนอแนวทางสร้างเกราะป้องกันตลอดจนแนวทางพัฒนาสุขภาวะทางจิตและการประคับประคองดูแลพร้อมแนะนำให้ครอบครัวรวมทั้งบุคคลที่อยู่ในสภาพแวดล้อมของผู้ที่อ่อนแอมีปัญหาเข้ามาร่วมช่วยเหลือ

วันที่ 10 กันยายน ของทุกปี องค์การอนามัยโลกได้กำหนดให้เป็นวันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก (World Suicide Prevention Day) กรมสุขภาพจิต ได้เปิดเผยถึงสถิติการฆ่าตัวตายในประเทศไทย ในปี 2561-2562 หากเปรียบเทียบตัวเลขรอบ 6 เดือน พบปี 2561 รอบ 6 เดือนแรก มีสัดส่วน 3.14% ต่อประชากร 1 แสนคน ส่วนรอบ 6 เดือนหลัง 3.18% ต่อประชากร 1 แสนคน และในปี 2562 รอบ 6 เดือนแรก อยู่ที่ 3.08% ต่อประชากร 1 แสนคน เฉลี่ยประมาณ 11-12 รายต่อวัน โดยพบว่าสาเหตุมาจากเรื่องความสัมพันธ์ 53.04%, ปัญหาจากสุรา 29%, โรคทางกาย 25.7, ปัญหาด้านเศรษฐกิจ 19%, โรคทางจิต 12% และโรคซึมเศร้า 7.8% นอกจากนี้ในปี 2561 จากข้อมูล 183 ประเทศ พบว่าไทยมีอัตราการฆ่าตัวตายติดอันดับ 32 ของโลก เฉลี่ย 14.4 คนต่อประชากร 1 แสนคน

กรณี “น้องต๊อด” อายุ 22 ปี นักศึกษา ปวช.ชั้นปี 2 แผนกช่างยนต์ วิทยาลัยสารพัดช่างเชียงใหม่ ซึ่งเป็นผู้พิการครึ่งท่อน ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กขอความช่วยเหลือหาสถานที่ฝึกงานจนสร้างกระแส “พลังบวก” ให้แก่สังคมอย่างมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเข้มแข็งและการไม่ยอมล้มเลิกหรือสิ้นหวังต่อการพัฒนาตัวเอง ไม่ยอมจมอยู่กับความท้อแท้แต่สามารถสร้างพลังใจในการก้าวเดินในชีวิต ขณะเดียวกัน สสส.ได้มีแนวทางเรื่อง “สร้างพลังบวกขจัดพลังลบ” เพราะการที่ไปจดจ่อกับเรื่องด้านลบก็เปรียบเสมือนว่ากำลังวางยาพิษให้แก่จิตใจของตัวเองและทำให้ทุกอย่างอ่อนแอตามไปด้วย จึงมีหลักต้องให้กำลังใจตัวเองและมองข้อผิดพลาดให้เป็นเรื่องบวก มองเป็นการเรียนรู้ ที่สำคัญคือต้องหมั่นฝึกสร้างพลังบวกให้สม่ำเสมอเพื่อมีวัคซีนต้านความทุกข์เศร้า เมื่อถึงจุดนั้นปัญหาต่างๆ จะสามารถแก้ไขลุล่วงได้

สังคมไทยยังไม่ให้ความสำคัญในการป้องกันและเสริมสร้างพลังในด้านสุขภาวะทางจิตมากเท่ากับการรักษาสุขภาพกาย และยิ่งในปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวหน้าและความสัมพันธ์ในสังคมมีความซับซ้อนหลายมิติมากขึ้น ยิ่งสามารถสร้างผลกระทบต่อจิตใจได้มากขึ้น อย่างเช่นในโลกออนไลน์ที่มีข้อความด้านเกลียดชังหรือเฮทสปีชตลอดจนการกลั่นแกล้งคุกคามในโซเชียลมีเดียก็มีไม่เว้นแต่ละวัน อีกทั้งความใกล้ชิดในสังคมระดับครอบครัวอาจน้อยลง จะด้วยสภาพแวดล้อมหรือความจำเป็นด้านเศรษฐกิจยิ่งทำให้โจทย์ในการแก้ปัญหาก็ซับซ้อนตามไปด้วย ดังนั้นหลักองค์รวมสำคัญจึงควรเริ่มจากตนเองก่อนในการสร้างพลังบวกและสติให้เข้มแข็ง รวมทั้งขยายออกไปโดยสังคมทุกภาคส่วนร่วมสนับสนุนสร้างกำลังใจ สร้างเกราะป้องกันที่จะเป็นประโยชน์ทั้งในส่วนบุคคล รวมทั้งส่วนรวมเพราะปัญหานับวันจะรุนแรงขึ้น

เหล้า ดื่มหนักซดเร็ว..เสี่ยงตาย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/390229?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เหล้า ดื่มหนักซดเร็ว..เสี่ยงตาย

25 กันยายน 2562 – 12:55 น.
สิงห์นักดื่ม,สายตรวจระวังภัย,เหล้า ดื่มหนักซดเร็วเสี่ยงตาย,นพสรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา
เปิดอ่าน 61 ครั้ง

คอลัมน์… สายตรวจระวังภัย โดย… ทีมข่าวอาชญากรรม

นาทีนี้นอกจากข่าวในแวดวงการเมืองและสถานการณ์น้ำท่วมภาคอีสาน โดยเฉพาะที่ จ.อุบลราชธานี ซึ่งถือว่าปีนี้เจอวิกฤติหนัก แต่ยังมีคดีอาชญากรรมที่ตอนนี้ผู้คนส่วนใหญ่ยิ่งแล้วในสังคมออนไลน์ต่างให้ความสนใจและเกาะติดความคืบหน้าของคดี นั่นคือการเสียชีวิตอย่างปริสนาของ “ลัลลาเบล” น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ พริตตี้สาวชื่อดัง และตอนนี้ผลชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตเป็นที่แน่ชัดว่า “ช็อกเหล้า” เพราะพบปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 418 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ในส่วนของคดีตำรวจใกล้ได้ข้อสรุปเต็มทน โดยอาจมีการแจ้งข้อกล่าวหามากกว่า 1 คนก็เป็นไปได้

ทว่าสาเหตุการเสียชีวิตของพริตตี้สาวทำให้หลายฝ่ายหลายหน่วยงานเป็นกังวลและต้องออกมาเตือนให้ “สิงห์นักดื่ม” ระแวดระวังพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะร่างกายคนเราไม่เหมือนกัน บางคนไม่เป็นไร ในขณะที่บางคนเสียชีวิตได้ โดยแอลกอฮอล์จะออกฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง ถ้ากระดกเร็วๆ จะทำให้แอลกอฮอล์ในกระแสเลือดเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เสี่ยงต่อการสำลัก อาเจียน หายใจไม่ออก หยุดหายใจ และหมดสติ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ กรมการแพทย์ โดย สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายหน่วยงานได้ออกมาเตือนว่าการดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากในระยะเวลาสั้นๆ อาจทำให้เกิดภาวะแอลกอฮอล์เป็นพิษเฉียบพลัน ส่งผลให้หมดสติ ไม่รู้สึกตัวถึงขั้นเสียชีวิตได้!

นพ.ภาสกร ชัยวานิชศิริ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า เมื่อดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกายจะถูกดูดซึมและกระจายไปทุกส่วนของร่างกายภายในเวลา 5 นาที จะออกฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง มีผลต่อการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย การดื่มแอลกอฮอล์ช่วงแรก จะทำให้ร่างกายมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดอยู่ที่ประมาณ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เมื่อมากกว่า 200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะทำให้ผู้ดื่มเกิดอาการสับสน หากมากกว่า 300 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ทำให้เกิดอาการง่วง สับสน ซึม มึนงง และถ้ามากกว่า 400 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป อาจทำให้สลบ ซึ่งปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดที่สูงในระดับนี้สามารถกดสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ การรู้สึกตัวของผู้ที่ดื่มและทำให้เสียชีวิตได้

ด้าน นพ.สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการ สบยช. บอกว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากในระยะเวลาสั้นๆ อาจทำให้เกิดภาวะแอลกอฮอล์เป็นพิษเฉียบพลัน อันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ ซึ่งอาจมีสัญญาณบ่งบอกและอาการเตือนภาวะสุราเป็นพิษ เช่น เกิดอาการสับสน พูดไม่ชัดหรือพูดไม่รู้เรื่องอย่างหนัก อาเจียน จังหวะการหายใจผิดปกติหรือหายใจช้าลง ตัวเย็นผิดปกติ ผิวหนังซีดหรือกลายเป็นสีม่วง หมดสติ ไม่รู้สึกตัว หรือรู้สึกตัวแต่ไม่สามารถตอบสนองการรับรู้ได้ ในกรณีที่ภาวะสุราเป็นพิษรุนแรงอาจส่งผลทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการโคม่า สมองถูกทำลาย และอาจเสียชีวิตได้ในที่สุด

“ขอย้ำเตือนกลุ่มนักเที่ยวกลางคืน หากพบเพื่อนหรือบุคคลอื่นๆ มีอาการดังกล่าวให้รีบโทรแจ้ง 191 หรือ 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือ หรือนำส่งโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์อย่างเร่งด่วน และสามารถให้การดูแลเบื้องต้นโดยการพยายามปลุกให้ตื่นและพยุงให้อยู่ในท่านั่ง ให้ดื่มน้ำเปล่าในกรณีที่สามารถดื่มได้ พยายามทำให้ร่างกายอบอุ่น หากผู้ป่วยเป็นลมหมดสติ ให้จัดนอนในท่านอนตะแคง คอยสังเกตอาการจนกว่ารถพยาบาลจะมารับ” นพ.สรายุทธ์ กล่าวย้ำ

เมื่อเป็นเช่นนี้สายดื่มคงต้องระวัง อย่าชะล่าใจว่าคอแข็ง ดื่มหนัก ยกซด กระดกเร็ว ถ้าแอลกอฮอล์ในเลือดทะลุ 400 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์เมื่อไหร่อาจต้องหยุดหายใจไปตลอดกาล..!!

ศึกขอนแก่น ‘คุณเงิน’ รอล้างตา คนตระกูล ‘เตาะ’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/390203?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ศึกขอนแก่น ‘คุณเงิน’ รอล้างตา คนตระกูล ‘เตาะ’

25 กันยายน 2562 – 09:32 น.
เสี่ยเต๊าะ,นวัธ เตาะเจริญสุข สสขอนแก่น พรรคเพื่อไทย,นวัธ เตาะเจริญสุข,เสี่ยเตาะ นวัธ,พรรคเพื่อไทย,สสขอนแก่น พรรคเพื่อไทย,ตระกูลคุณเงิน,ตัดสินประหาร,รายงานพิเศษ,เจาะประเด็นร้อน,ท่องยุทภพ,ขุนน้ำหมึก,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 1,002 ครั้ง

คอลัมน์ ‘ท่องยุทธภพ’ โดย ‘ขุนน้ำหมึก’ หนังสือพิมพ์คมชัดลึก 25 ก.ย.62

*******************************

สืบเนื่องจากกรณีศาลจังหวัดขอนแก่นพิพากษาให้ประหารชีวิต นวัธ เตาะเจริญสุข” ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ข้อหาจ้างวานฆ่า สุชาติ โคตรทุม อดีตปลัด อบจ.ขอนแก่น หากไม่สามารถดำเนินเรื่องขอประกันตัวได้และถูกคุมขังโดยหมายของศาลจะถือว่าสิ้นสมาชิกภาพความเป็น ส.ส.โดยทันที

หาก “นวัธ” สามารถประกันตัวได้ สมาชิกภาพความเป็นส.ส.จะยังคงอยู่ไปจนกว่าการต่อสู้คดีถึงที่สุดชั้นศาลฎีกาเพราะคดีนี้เพิ่งจบในศาลชั้นต้น

สงคราม ตระกูล

สมรภูมิเลือกตั้งส.ส.ขอนแก่น เมื่อ 24 มีนาคม 2562 ที่เขตเลือกตั้งที่ 7 (อ.หนองเรือ และ อ.มัญจาคีรี) ไม่ต่างอะไรกับศึกสองตระกูล ระหว่าง นวัธ เตาะเจริญสุข” พรรคเพื่อไทย กับ สมศักดิ์ คุณเงิน” พรรคพลังประชารัฐ

ผลการนับคะแนน ปรากฏว่า “นวัธ” ได้ 29,710 คะแนน เฉือนชนะ “สมศักดิ์” ที่ได้ 26,553 คะแนน โดยมีผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ สอดแทรกเข้ามาได้ 12,414 คะแนน

การต่อสู้ของ ตระกูล “เตาะเจริญสุข” กับ “คุณเงิน” บนสมรภูมิการเมือง อ.หนองเรือนั้น ยาวนานมาตั้งแต่ปี 2544 จนถึงปี 2562

นวัธ เตาะเจริญสุข

เลือกตั้งปี 2544 นวัธ หรือชื่อเดิม ประสิทธิ์ เตาะเจริญสุข” ลงสมัคร ส.ส.ครั้งแรกในนามพรรคราษฎร พ่าย สมศักดิ์ คุณเงิน อดีต ส.ส.ขอนแก่น พรรคเสรีธรรม

เลือกตั้งปี 2548 นวัธ (ชื่อเดิม-ประสิทธิ์) ย้ายมาอยู่พรรคมหาชน ก็ยังแพ้สมศักดิ์ สังกัดพรรคไทยรักไทย (เสรีธรรมยุบพรรครวมกับไทยรักไทย)

ปี 2550 ประสิทธิ์เปลี่ยนชื่อเป็น “นวัธ” ย้ายเข้าพรรคพลังประชาชน และได้เป็นส.ส.ขอนแก่น สมัยแรก ส่วน “สมศักดิ์” ต้องเว้นวรรค เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่ถูกยุบ

ปี 2554 นวัธต้องต่อสู้กับสมศักดิ์อีกหน เมื่ออดีตส.ส.ชาวหนองเรือ ส่งพี่ชาย-จงรักษ์ คุณเงิน พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินลงสนามแทน แต่ก็พ่ายกระแสเพื่อไทยไปขาดลอย

คนหนองเรือพูดเป็นเสียงเดียวกันหากคนแซ่ “เตาะ” ไม่ได้สวมเสื้อพรรคทักษิณ ก็ไม่ได้เป็นผู้แทนหรอก

สมศักดิ์”รอล้างตา

กล่าวสำหรับ สมศักดิ์ คุณเงิน” เป็นชาว อ.หนองเรือ โดยกำเนิด สมัยวัยหนุ่มเคยร่วมการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยช่วง 14 ตุลาคม 2516 เมื่อเรียนจบนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ กลับมาบ้านตั้งสำนักงานทนายความ “ไชโยทนายความ” และได้เป็น ส.จ.ขอนแก่น เขต อ.หนองเรือ

ปี 2529 สมศักดิ์ลงเลือกตั้งส.ส.ในสีเสื้อพรรคกิจประชาคม แต่พ่ายทีมพรรคกิจสังคม ปี 2531 สมศักดิ์เบียดเข้าเป็น 1 ใน 3 ส.ส.ขอนแก่น เขต 4 (สุวิทย์ คุณกิตติ, พงส์ สารสิน และสมศักดิ์ คุณเงิน) ได้เป็น ส.ส.สมัยแรก

หลังจากนั้นสมศักดิ์ย้ายไปสังกัดพรรคสามัคคีธรรมและพรรคเสรีธรรม ไม่เคยสอบตก กระทั่งพรรคไทยรักไทยถูกยุบและต้องย้ายไปเป็นกองเชียร์พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ตามคำร้องขอของเสี่ยพินิจ จารุสมบัติ

สมศักดิ์ คุณเงิน

ช่วงว่างเว้นการเป็น ส.ส. สมศักดิ์รับตำแหน่งประธานสภาเกษตรกร จ.ขอนแก่น และหลังแพ้เลือกตั้งครั้งล่าสุด สมศักดิ์ได้รับการแต่งตั้งเป็นข้าราชการการเมือง

สมศักดิ์ยังมีสายสัมพันธ์อันดีกับเสี่ยพินิจ และผองเพื่อนคนเดือนตุลา

ส.จ.ตี๋” ทายาท “เสี่ยเตาะ”

ดังที่ทราบ “นวัธ” หรือ “เสี่ยเตาะ” ไม่ใช่คนขอนแก่นโดยกำเนิด เมื่อ 30 ปีที่แล้วตระกูล “เตาะเจริญสุข” อพยพจาก อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ไปปักหลักทำมาค้าขายที่ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น เริ่มจากตั้งโรงน้ำแข็งและค้าขายวัสดุก่อสร้าง ตอนหลังเปิดบริษัท นวัธการโยธา รับเหมาก่อสร้างทั่วขอนแก่น

น้ำดื่มแมกซ์มวยไทย บริการฟรีในพื้นที่ อ.หนองเรือ

ในวันที่ “สมศักดิ์ คุณเงิน” ยังเบ่งบารมีเป็น “ผู้แทนลูกชาวนา” เสี่ยเตาะสวมบทคนใจถึงพึ่งได้ส่งน้ำแข็งและน้ำดื่มไปบริการให้ฟรียามที่มีงานบุญ จนเป็นที่รักใคร่ของคนหนองเรือ

เสี่ยเตาะในวัย 25 ปี ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.อบจ.ขอนแก่น เขต อ.หนองเรือ และขยับเป็นรองนายก อบจ.ขอนแก่น เมื่อปี 2550 ได้เป็น ส.ส. ก็เหมือนพยัคฆ์ติดปีก

เสี่ยนวัธ กับหลานชาย-สุรพจน์ เตาะเจริญสุข

อ.หนองเรือ มี ส.อบจ. 2 เขต ก็อยู่ในเครือข่ายเสี่ยเตาะหมด ได้แก่ สุรพจน์ เตาะเจริญสุข” เขต 1 และ สิรินิษฐ์ เตาะเจริญสุข” เขต 2 ดูแลมวลชนในพื้นที่เขตเลือกตั้ง

ก่อนหน้าเลือกตั้ง 2562 มีข่าวว่า เสี่ยเตาะจะส่งหลานชาย “ส.จ.ตี๋” สุรพจน์ เตาะเจริญสุข ทายาททางการเมืองลงสนาม ส.ส.เขต 7 แทน แต่ตอนหลังเปลี่ยนใจลงสนามเอง

สิรินิษฐ์ เตาะเจริญสุข

หากเที่ยวนี้ “นวัธ” ต้องหลุดส.ส.จริง ก็ขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย จะเลือกหลานชายเสี่ยเตาะ หรือเลือก ธนิก มาสีพิทักษ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลงสนามรักษาพื้นที่

จริงหรือเท็จ….งูเห่าภาคสาม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/390211?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

จริงหรือเท็จ….งูเห่าภาคสาม

25 กันยายน 2562 – 08:45 น.
จี้จุดตายคลายจุดเป็น,ลุงตู่,งบประมาณรายจ่าย,งูเห่าภาคสาม,เพื่อไทย,พลังประชารัฐ
เปิดอ่าน 60 ครั้ง

จริงหรือเท็จ….งูเห่าภาคสาม คอลัมน์…  จี้จุดตายคลายจุดเป็น  โดย…   เร้นกาย ไร้เงา

ไม่กี่วันข้างหน้า ร่างกฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 สภาผู้แทนฯ จะมีการลงมติในวาระแรก หากร่างกฎหมายการเงินฉบับนี้ไม่ผ่าน “ลุงตู่” ต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกหรือยุบสภา

เสียงของขั้วรัฐบาลยามนี้คือ 251 ส.ส. ขั้วฝ่ายค้านมี 246 ส.ส. และฝ่ายค้านอิสระ 2 เสียง…

เสียงข้างมากคือสิ่งที่รัฐบาลต้องการในการลงมติ ดังนั้นคนวงในของ พปชร.จึงหมายมั่น “งูเห่าภาคสาม” มาสมทบ เพราะเสียงเข้มแข็งของแกนนำ พปชร.นั้น เชื่อว่า ”4 เสียงของเศรษฐกิจใหม่” จะมาเทแต้มให้ขั้วรัฐบาล และรอดูแบบวันต่อวันว่า 2 เสียงของฝ่ายค้านอิสระในวันนั้นจะแสดงผลในทางใดในร่างกฎหมายการเงินฉบับนี้ รวมทั้งเสียงของบางชีวิตใน 7 พรรคฝ่ายค้าน ที่ ผจก.เรือเหล็กส่งสินสอดและค่าบำรุงรายเดือนไว้ล่วงหน้าแล้วให้หันมาเทใจให้ลุงตู่

          และเร็วๆ นี้หวังว่า…งูเห่าจาก พท.จะมาแตะขั้วรัฐบาล กว่า 10-20 เสียง แบบรวมกันเฉพาะกิจตามดีลที่ยิงเงื่อนไขไป

แต่การหวังงูเห่าภาคสามนั้นมีเงื่อนไขให้ลุ้นว่าในไม่กี่วันข้างหน้าก่อนครบหนึ่งปีการประกาศผลเลือกตั้งนั้น ชะตากรรมของพรรคอนาคตใหม่น่าจะรู้แจ้งเห็นชัด หลังเซียนการเมืองทั้งหลายแทงหวยว่า “หัวหน้าพรรค” ไม่รอด ! ส่วนพรรคสีส้มนั้นยังลุ้นว่าโดนยุบไหม ?

และเมื่อพิเคราะห์สำเนียงของแกนนำขั้วฝ่ายค้านคือคุณหญิงหน่อยที่ยอมรับแบบกั๊กๆ ว่า มี ส.ส.พท.โดนจีบจากคีย์แมนพปชร. พร้อมหลักฐานคือคลิปและซองปัจจัยสีน้ำตาล รวมทั้งยืดอกรับว่า 20 ชีวิตของพท.โดนทาบจริงแต่ไม่พร้อมสวิงขั้วไปหนุนเรือเหล็กแน่นอน

แบบนี้แสดงว่า พท.กับพปชร.ยอมรับการกำเนิดของงูเห่าการเมืองภาคสาม เพียงแต่ “รอเวลาปฐมฤกษ์เปิดตัว” และเมื่อย้อนไปตรวจสิ่งที่แกนนำพท.เคยระบุไว้หลังรู้เลือกตั้งว่า พท.ราว 20 คน น่าจะปันใจและมีการล้อมฟาร์มไม่ให้การเพาะพันธุ์งูเห่าบังเกิดบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ จาก พท.และอนค. เพราะก่อนหน้านี้คนสวมเสื้อสีส้มเคยออกมาแถลงว่าโดนทาบทามในราคาแปดหลักให้มาร่วมหนุนลุงตู่ แต่ไม่มีใครย้ายสำมะโนครัว

กลเกมการเมืองยามนี้ต้องเล่นทุกวิถีทั้งใต้ดิน บนดิน เหนือน่านฟ้า และดิ่งทะเลลึก แต่ยามนี้ขั้วหนุนลุงตู่หมายมั่นปั้นมือและยิ้มมุมปากว่าจะสำเร็จดังประสงค์ในการขอเสียงฝ่ายค้านมาหนุนเรือเหล็ก

ดังนั้นต้องดูว่าการดึงผู้แทนฯ ให้สวิตช์ขั้วย้ายค่ายนั้นจะเกิดได้ไหม ด้วยเงื่อนไขใด ใครบ้างจะเปิดตัว และเวลาใด? รวมทั้งดูกระแสสังคมว่าจะแฮปปี้กับชาวนาและงูเห่าเวอร์ชั่นนี้หรือไม่…

หากมองเบื้องต้นกับเสียงหนุนเรือเหล็กที่ประเมินคร่าวๆ “250 เสียงเศษๆ” น่าจะทำให้ร่างกฎหมายการเงินฉบับนี้ผ่านสภาแบบหวุดหวิดและต่ออายุเรือเหล็กไปได้ และบนความจริง ผจก.เรือเหล็กควรคุมวินัยคนบนเรือเหล็กให้อยู่ในกรอบและไม่ไปปฏิบัติหน้าที่พลร่มสัมพันธ์จากย่านเกียกกายจะดีกว่า วิปรัฐบาลมีตั้ง 61 คน สัดส่วนดูแลผู้แทนฯ ปีกรัฐบาลเฉลี่ยวิป 1 คน ต่อ ส.ส. 4 คน ก็ไม่น่ายาก แต่ที่มันยากก็เพราะผู้แทนฯ บางคนหายตัวบ่อยๆ นั่นเอง

ไม่อย่างนั้นเมื่อหลายวันก่อนผู้แทนฯ พปชร.จะแถลงข่าวยุคไทยแลนด์ 4.0 จะมีการตั้งวิทยุทรานซิสเตอร์ในรัฐสภา เกียกกาย 10 เครื่อง เพื่อกระจายเสียงให้ ส.ส.ได้ยินบรรยากาศและรีบโกยหน้าตั้งมาลงมติหรือ…

และไม่ต้องไปคาดหวังในการดึงงูเห่าออกจากฟาร์ม เพราะบางคราวหมองูอาจตายเพราะงู…เนื่องจากรู้ๆ กันอยู่ว่าอสรพิษนั้นไว้ใจยากนัก พร้อมแว้งกัดได้ตั้งแต่นายใหม่ยันนายเก่า !