ซินแสเข่ง ผ่าดวง “สุรชาติ-เจ้หลี” ชิงดำ ส.ส.หลักสี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/501610

17 ม.ค. 2565 |21:39 น.

ซินแสเข่ง ผ่าดวง “สุรชาติ-เจ้หลี” ชิงดำ ส.ส.หลักสี่

“สุรชาติ-เจ้หลี” ชิงดำ ส.ส.หลักสี่ ซินแสเข่ง เชื่อว่าดวง นายกฯได้ดาวเกตุเสริมกำลังดวงให้ พลังประชารัฐ “เจ้หลี” มีโอกาสเข้าวิน อีกทั้งได้ดวงเสริมปี ส่วน “สุรชาติ” รอบอายุเข้าเคราะห์ต้องระวังปัญหาความขัดแย้ง ไม่ได้ดั่งใจที่คาดหวัง จังหวะเดือนไม่เสริม

ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย ผ่าดวงชี้ชะตาวิกฤติ สองพรรคใหญ่ ชิงดำ เลือกตั้งซ่อมหลักสี่-จตุจักร เจ้หลี สรัลรัศม์ เจนจาคะ พรรคพลังประชารัฐ( พปชร.)  เกิดวันพฤหัสที่ 1 เดือนกรกฏาคม 2514 อายุ 51 ปี ตกดวงชะตาอยู่ในช่วงขาขึ้น

ซินแสเข่ง ผ่าดวง “สุรชาติ-เจ้หลี” ชิงดำ ส.ส.หลักสี่

ดวงชะตา เจ้หลี สรัลรัศม์ อยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลงชีวิต มั่นคงในตำแหน่งหน้าที่การงาน ที่มีดวงชะตา ทำอะไรเพื่อคนอื่น และมักจะถูกเอาเปรียบ เป็นคนที่ไม่นิ่งอยู่กับที่ หลังชนฝาสู้ตาย ทะเยอทะยาน กล้าได้กล้าเสีย ติดต่องาน ประสานงานได้ดี แต่ต้องไม่คิดเบียดเบียนตนเองให้เดือดเนื้อร้อนใจ หรือคิดวิตกกังวลในสิ่งไร้สาระไม่เป็นเรื่องเป็นราว

สุรชาติ เทียนทอง เกิดวันพฤหัสที่ 29 มีนาคม 2522 อายุ 43 ปี ตกดวงชะตาเจ้าทุกข์ ไม่ทุกข์เรื่องตนเองก็ทุกข์เรื่องผู้อื่น ชอบหาความทุกข์อื่นมาใส่ตน อารมณ์อ่อนไหว มีเสน่ห์ในการใช้เสียงเป็นสื่อ ติดต่องานประสานงาน ชอบช่วยเหลือคนอื่น ใจอ่อนใจดี มีครูบาอาจารย์อยู่ในตนเอง สามารถถ่ายทอดความรู้ให้ผู้อื่นได้

ซินแสเข่ง ผ่าดวง “สุรชาติ-เจ้หลี” ชิงดำ ส.ส.หลักสี่

เดือนมกราคมนี้ ตกเดือนดาวบาปพระเคราะห์ให้เป็นอุปสรรคก่อให้เกิดการปะทะ แตกแยก สับสนไม่ปรองดอง ก่อให้การสาดซัด โรมรัน บวกกับช่วงท้ายของรอบอายุเข้าเคราะห์ที่จะต้องระวังปัญหาความขัดแย้ง ไม่ได้ดั่งใจที่คาดหวัง จังหวะเดือนไม่เสริม

ซินแสเข่ง สรุปเพิ่มเติมว่า 30 มกราคม 2565 นี้ ชี้ขาดชะตาวัดดวง ส.ส.พรรคพปชร. คะแนนที่จะเข้าวินรับตำแหน่ง เชื่อว่าดวง นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ดาวเกตุหนุนดวงส่งผลให้ได้รับคะแนนนิยม

“เสริมกำลังดวงให้ เจ้หลี สรัลรัศม์ เจนจาคะ ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้มีโอกาสเข้าวิน ถึงแม้นรอบอายุจะเข้าเคราะห์แต่ก็จะผ่านพ้น เพราะได้ดวงเสริมปีที่จะมีโอกาศได้รับตำแหน่ง”ซินแสเข่ง วิเคราะห์ดวง

“พล.อ.ประยุทธ์” มีเคราะห์ ซินแสเข่งแนะอัญเชิญ เทพนรสิงห์ เพื่อสยบมาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/501599

17 ม.ค. 2565 |19:59 น.

"พล.อ.ประยุทธ์" มีเคราะห์ ซินแสเข่งแนะอัญเชิญ เทพนรสิงห์ เพื่อสยบมาร

ครบรอบ 240 ปี เสือสองตัวมาบรรจบ ประกอบกับ “พล.อ.ประยุทธ์” อายุเข้าเคราะห์ 68 ปี ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติฮวงจุ้ย ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พบตำแหน่งทิศทางอาคาร ไร้พลังอำนาจบารมี ทำให้เหนื่อยในการบริหาร แนะอัญเชิญ เทพนรสิงห์ เพื่อสยบมาร

ซินแสเข่ง อ. ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับดวงดาว ธรรมชาติ และจักรวาล ผ่าดวงวิกฤติอาคารตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล สู่ยุคสุดท้ายของดาวยุค 8 ลดพลังจากคลื่นสนามแม่เหล็กโลก ระบบจักรวาล ฮวงจุ้ย อ่อนกำลังไร้พลังอำนาจบารมี ที่จะเสริมดวงชะตาตำแหน่ง ผู้บริหารประเทศ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา”  นายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ของประเทศไทย

ปีนี้ “พล.อ.ประยุทธ์” อาจจะต้องใช้ดวงตัวเองล้วนๆ และการตั้งเทวรูปเทพนรสิงห์ มนุษย์ครึ่งสัตว์ พระนารายห์อวตารร่างที่ 4 สู้ศึกปราบอสูรมาร ปราบขบฏ ป้องกันศัตรู ป้องกันคุณไสย์ อะวิชา เสนียดจัญไร ภูติผีปีศาจ ป้องกันขจัดโรคร้าย โรคภัยไข้เจ็บ

ถึงแม้นปีนี้ เป็นปีขาล ธาตุน้ำ ปีนี้เป็นปีแห่งโชคลาภได้ดาวเกตุเสริมดวงชะตา เป็นปีแห่งการเสริมดวงชะตา ท่านนายกฯ ที่จะเกื้อกูล ส่งเสริม สนับสนุน ส่งผลให้บังเกิดความมั่นคง ในการบริหารงาน ให้อำนาจวาสนา ให้อำนาจบารมีในการปฏิบัติงาน ให้ประสพความสำเร็จ ในตำแหน่งหน้าที่การงาน

แต่ก็เป็นปีที่ “พล.อ.ประยุทธ์” ตกรอบอายุเข้าเคราะห์ 68 ปี ที่อาจจะก่อให้เกิดอุปสรรค ปัญหาความขัดแย้ง ทะเลาะเบาะแว้ง ไม่ได้ดั่งใจที่ปรารถนา 

ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาลตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

และด้วยเหตุนี้จึงอาจจะมีที่ผู้หวังดี แนะนำให้อัญเชิญเทพนรสิงห์ มาตั้งประทับบนระเบียงชั้นสอง และหันหน้าไปทางหน้าอาคาร ทำเนียบฯ เพื่อสยบมาร

"พล.อ.ประยุทธ์" มีเคราะห์ ซินแสเข่งแนะอัญเชิญ เทพนรสิงห์ เพื่อสยบมาร

แต่เมื่อจะวาง ควรจะต้องจัดวางในตำแหน่งที่เหมาะสม เพราะถือว่าเป็นร่างพระนารายห์ อวตารที่ 4 ที่ไม่ควรวางกับพื้น ควรจัดวางบนศาลให้ประทับให้มีความสง่างาม เพื่อการสักการะบูชา

ซินแสเข่ง ให้ข้อมูลเพิ่มขึ้น ถึงการจัดวางพระบูชา วางเทพ บูรพกษัตริย์ พญาครุฑ เท่าที่เห็นในภาพบ้างก็ถูกต้อง บ้างก็ยังไม่เป็นระเบียบที่อาจจะส่งผลให้การบริหารงานทำให้วุ่นวายยุ่งเหยิงเกิดขึ้น เพราะสิ่งศักดิ์ในห้องทำงานถือว่าเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุด

"พล.อ.ประยุทธ์" มีเคราะห์ ซินแสเข่งแนะอัญเชิญ เทพนรสิงห์ เพื่อสยบมาร

“และถ้าจะวางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพบูชาก็จะต้องจัดวางตามลำดับ เพื่อการสักระบูชา ให้เกิดมีพลังในการกราบไหว้บูชา และจะนำมาซึ่งความสงบสุขในการบริหารงานและให้ความร่มเย็นให้แก่ประชาชน”ซินแสเข่ง ให้ข้อมูลเพิ่ม

พปชร.อีสานป่วน “สุพล ฟองงาม” ทิ้งลุงป้อมซบ 2 กุมาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/501588

17 ม.ค. 2565 |18:18 น.

พปชร.อีสานป่วน "สุพล ฟองงาม" ทิ้งลุงป้อมซบ 2 กุมาร

แผลใต้ยังรักษาไม่ทันหาย “สุพล ฟองงาม” ทิ้งค่ายพลังป้อม พาอดีต ส.ส.ซุ้มวังน้ำเย็น ไปสานฝัน 2 กุมาร ปั้นพรรคสร้างอนาคตไทย คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

แพ้ศึกใต้ยังรักษาแผลไม่ทันหาย “สุพล ฟองงาม” แม่ทัพอุบลฯ ทิ้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไปร่วมหัวจมท้ายกับ 2 กุมาร ปั้นพรรคใหม่

พลังประชารัฐอีสานส่อเค้าป่วน “สุพล ฟองงาม” แค่นำร่อง หลังบิ๊กป้อมปรับทัพอีสานให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เข้ามาดูแล คาดว่าจะไหลออกอีกพอควร

เดิมพันอนาคต “สุพล ฟองงาม” สู้ศึกครั้งหน้าในอุบลฯ เนื่องจากคู่ปรับเก่า เกรียง กัลป์ตินันท์ สายตรงดูไบ ฐานแน่นเหลือเกิน

วันที่ 19 ม.ค.2565 อุตตม สาวนายน และสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ จะเปิดตัวพรรคสร้างอนาคตไทย ในวันที่ 19 ม.ค.2565 ที่โรงแรมเซนทารา แกรนด์ เซ็นทรัลเวิล์ด ก็มีความเคลื่อนไหวของ ส.ส. และอดีต ส.ส.จำนวนหนึ่ง

หนึ่งในนั้นคือ สุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ได้ยื่นหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอลาออกจาก ส.ส.เรียบร้อยแล้ว เพื่อเข้าร่วมงานกับ 2 กุมาร ปั้นพรรคสร้างอนาคตไทย

ชั่วโมงนี้ ภาคอีสานยังเป็นจุดอ่อนของพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มอบให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคเข้าไปจัดทัพ แต่ก็ราบรื่นนัก เพราะพลังประชารัฐอีสาน มีหลายซุ้ม

เดิมที สุพล ฟองงาม ก็อยู่สายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ สายตรงผู้กองธรรมนัส แต่พักหลัง เอกราชก็มีอาการแกว่งๆ เพราะมีลูกชายและคนสนิท ไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย บรรดาอดีตผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐในอีสาน จึงเตรียมขยับหาทางไป

ส.ส.พลังประชารัฐ ภาคอีสาน มี 15 คน แยกเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ 3 คน และ ส.ส.เขต 12 คน ซึ่งมีแนวโน้มจะลดลงไปเรื่อยๆ อาจจะเหลือแค่ 6-7 คนที่เป็นสายตรงของวิรัช รัตนเศรษฐ และผู้กองธรรมนัส

‘ผ่าซุ้มอุบล’

ว่ากันจริง “สุพล ฟองงาม” อดีตแกนนำกลุ่มวังน้ำเย็น ก็บารมีไม่ได้ฟู่ฟ่าเหมือนสมัยอยู่พรรคเพื่อไทย เฉพาะ ส.ส.อุบลราชธานี พลังประชารัฐ มี ส.ส. 2 คนคือ สุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.เขต 6 (อ.เขมราฐ และ อ.โพธิ์ไทร)

ช่วงเลือกตั้งปี 2562 ทีมพลังประชารัฐ อุบลฯ แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ สุพล ฟองงาม อดีต ส.ส.เพื่อไทย กลุ่มวังน้ำเย็น ของเสนาะ เทียนทอง ได้รวบรวม ส.ส.อุบลฯ ไว้ 4-5 คน แต่ไม่มีใครชนะเลือกตั้งเลย

อีกกลุ่มหนึ่งคือ พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ,สิทธิชัย โควสุรัตน์ อดีต ส.ส.อุบลฯ และ อมร นิลเปรม ส.ว. สนับสนุน อดุลย์ นิลเปรม และธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ลงสนามในสีเสื้อพลังประชารัฐ อดุลย์สอบตก แต่ธนะสิทธิ์สอบได้

สุพล และลูกสาว โยธากาญจน์ ฟองงาม ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.อุบลฯสุพล และลูกสาว โยธากาญจน์ ฟองงาม ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.อุบลฯ

วันนี้ ธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ อยู่ในกลุ่มสามมิตร ส่วนสุพล ฟองงาม ก็ลาออกไปร่วมงานพรรคสร้างอนาคตไทย

‘คู่รักคู่แค้น”

“สุพล ฟองงาม” ทิ้งพลังประชารัฐ ไปอยู่พรรคใหม่ ก็มีคำถามว่า อดีตผู้สมัคร ส.ส.อุบลฯ ทั้ง 10 เขต สมัยที่แล้ว จะตามสุพลไปด้วยหรือไม่ อย่าง สุทธิชัย จรูญเนตร, ธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ,เชิดศักดิ์ โภคกุลกานนท์ ,ตวงทิพย์ จินตะเวช เป็นต้น

ที่แน่ๆคือ โยธากาญจน์ ฟองงาม ลูกสาวคนสวยของสุพล ฟองงาม จะถูกวางตัวให้ลงสมัคร ส.ส.อุบลฯ เขต 3 ในนามพรรคสร้างอนาคตไทย

สมัยที่แล้ว โยธากาญจน์ ฟองงาม พ่าย กิตติ์ธัญญา วาจาดี พรรคเพื่อไทย แต่เธอก็ไม่ทิ้งพื้นที่ ทั้งพ่อและลูกสาว ยังออกงานพบปะชาวบ้านเหมือนเดิม

ในภาพรวมการเมืองที่อุบลฯ กลุ่มที่เป็นปฏิปักษ์กับนายใหญ่ดูไบ อย่าง พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี สมัยไทยรักไทย และกลุ่มสุพล ฟองงาม ต่างก็เพลี่ยงพล้ำให้แก่เกรียง กัลป์ตินันท์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

เลือกตั้งนายก อบจ.อุบลฯ ปลายปี 2563 กานต์ กัลป์ตินันท์ น้องชายเสี่ยเกรียงชนะผู้สมัครนายก อบจ.กลุ่มสุพล ฟองงาม และกลุ่ม พล.ต.อ.ชิดชัย

เลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครอุบลฯ ต้นปี 2564 พิศทยา ไชยสงคราม ลูกสะใภ้เสี่ยเกรียง เอาชนะประชา กิจตรงศิริ คณะผู้บริหารเทศบาลชุดเดิม ที่มี พล.ต.อ.ชิดชัย สนับสนุน

ดังนั้น เลือกตั้งสมัยหน้า สนามอุบลฯ มี ส.ส.เพิ่มเป็น 11 ที่นั่ง เสี่ยเกรียงคงพยายามกวาดให้ได้หมด ส่วนสุพล ฟองงาม ที่ได้แบรนด์ใหม่ ก็ต้องทุ่มสุดฤทธิ์ เพื่ออุ้มลูกสาวเข้าสภาฯ เพราะนี่เป็นเดิมพันสุดท้าย

พ่ายยับ “พิธา” คนใต้สอนบทเรียนส้มสุดขั้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/501554

17 ม.ค. 2565 |14:47 น.

พ่ายยับ "พิธา" คนใต้สอนบทเรียนส้มสุดขั้ว

เลือกตั้งซ่อมปักษ์ใต้ “พิธา” ปราชัยผิดคาด ทั้งสนามชุมพร-สงขลา คะแนนอนาคตใหม่หายไป 60% คนใต้สอนบทเรียนส้มสุดขั้ว ไม่ปรับตัว เสียหายหนักกว่านี้ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

แพ้สองสนามรวด “พิธา” ปลุกขวัญสมาชิกพรรคก้าวไกล เดินหน้าหาเสียงต่อ วัดใจคนกรุงเทพฯ ที่สนามหลักสี่ ปลายเดือน ม.ค.นี้

คนใต้ได้ให้บทเรียนแก่ “พิธา” เนื่องจากผลคะแนนที่ชุมพรและสงขลา ไม่เข้าเป้า แถมเปรียบเทียบกับคะแนนสมัยพรรคอนาคตใหม่ ปี 2562 คะแนนหายไปเกินครึ่ง

พรรคก้าวไกลยุค “พิธา” ถูกคนใต้บางกลุ่มจัดไปอยู่ในปีกซ้ายสุดโต่ง และเป็นแนวร่วมของขบวนการปฏิรูปสถาบันฯ ความนิยมจึงลดฮวบฮาบ

กลางดึกคืนวันที่ 16 ม.ค.2565 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงในอินสตาแกรมส่วนตัว pita.ig หลังจากทราบผลการเลือกตั้งที่ภาคใต้ “ลุยต่อที่จตุจักรหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ไม่ได้หวั่นไหวกับความพ่ายแพ้ แต่กลับเข้มแข็งกว่าเดิม”

ช่วงหาเสียงเลือกตั้งซ่อมที่ชุมพร และสงขลา พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พร้อมด้วยชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล และอำนาจ สถาวรฤทธิ์ ที่ปรึกษาพรรคก้าวไกล รวมถึง ส.ส.ดาวสภาอย่าง อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ,รังสิมันต์ โรม, เบญจา แสงจันทร์ ต่างลงไปช่วยหาเสียงในพื้นที่กันอย่างคึกคัก

พรรคก้าวไกลคงไม่คาดหวังถึงขั้นชนะเลือกตั้ง แต่ต้องการปักธงความคิด อย่างน้อยควรได้คะแนนประมาณ 2 หมื่นคะแนนต่อเขต เพราะฐานเดิม ปี 2562 พรรคอนาคตใหม่ ทำไว้เฉลี่ยหมื่นคะแนน

‘ชุมพรพ่ายยับ’

บทเรียนงูเห่าสีส้ม “พิธา” จึงต้องมีการกลั่นกรองผู้สมัคร ส.ส. โดยยึดเรื่องจุดยืนและอุดมการณ์การเมืองเป็นหลัก ไม่ใช่คว้าใครก็ได้มาสมัครเหมือนสมัยพรรคอนาคตใหม่

สนามชุมพร เขต 1 พรรคก้าวไกล เลือก วรพล อนันตศักดิ์ วัย 25 ปี เป็นตัวแทนของเยาวชนคนรุ่นใหม่ มีพื้นเพเป็นชาว ต.นาสัก อ.สวี จ.ชุมพร ลงเลือกตั้งซ่อมชุมพร เขต 1

วรพลร่วมงานมาตั้งแต่สมัยเป็นพรรคอนาคตใหม่ เป็นหนึ่งในผู้ร่วมสร้างเครือข่ายของพรรคในพื้นที่ภาคใต้ และอดีตผู้ประสานงานประจำจังหวัดชุมพร นอกจากนี้ วรพลยังเป็นนักกิจกรรมรณรงค์ในพื้นที่ภาคใต้มาอย่างต่อเนื่อง

เมื่อเลือกตั้งทั่วไป 24 มี.ค.2562 ชาญวิทย์ ใจสว่าง ลงสนามเขต 1 ชุมพร พรรคอนาคตใหม่ ได้ 10,347 คะแนน แต่เลือกตั้งซ่อม วรพล อนันตศักดิ์ ได้ 3,582 คะแนน หายไปจากเดิม 6 พันกว่าคะแนน

ตอนหาเสียง วรพลชูธงเฉดสีเดียวกับขบวนการสามนิ้ว แถมเจอคู่แข่งไปขุดโพสต์เก่าๆในเฟซบุ๊คมาขยายผล ทำให้มีกระแสต้านในเชิงลึก และไม่น่าแปลกใจที่วรพลได้แค่ 3 พันคะแนน

‘สงขลามือขวาพิธา’

สนามเลือกตั้งซ่อมสงขลา พรรคก้าวไกลคาดหวังไว้สูงพอควร เนื่องจากตัวผู้สมัคร ส.ส.เป็นมือขวา “พิธา” และมีประสบการณ์การเมืองภาคประชาชนมายาวนาน

พิธา ล่องใต้หาเสียงหนักแต่ก็พลาดเป้าไปเยอะพิธา ล่องใต้หาเสียงหนักแต่ก็พลาดเป้าไปเยอะ

ธิวัชร์ ดำแก้ว อดีตผู้ช่วยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ถูกวางโพสิชันนิ่งในเวทีเลือกตั้งซ่อม เขต 6 สงขลา เป็นมือขวาพิธา เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากคนรุ่นใหม่ในพื้นที่

หนุ่มชาว อ.สะเดาคนนี้ เป็นนักกิจกรรมมาตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เคยเป็นกรรมการบริหาร สนนท.ในปี 2552 และเป็นเลขาธิการศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อสังคมนิยมประชาธิปไตย (YPD) กระทั่งมีพรรคก้าวไกล ธิวัชร์ได้เข้ามาร่วมทำงานในฐานะผู้ช่วยของพิธา

ฉะนั้น ขบวนการภาคประชาชนและเอ็นจีโอในภาคใต้ จึงช่วยหาเสียงและคาดหวังว่า ธิวัชร์น่าจะได้ 2 หมื่นคะแนนขึ้นไป

ตอนเลือกตั้งปี 2562 พรรคอนาคตใหม่ส่ง สัมพันธ์ ละอองจิตต์ ลงสนามเขต 6 สงขลา ได้ 11,966 คะแนน ส่วนธิวัชร์ ดำแก้ว ได้ 5,427 คะแนน สร้างความผิดหวังให้กับกองเชียร์สีส้มเป็นอย่างมาก

ความปราชัยทั้งชุมพรและสงขลา สะท้อนการทำงานของพรรคก้าวไกลในวันนี้ ทำให้หลายฝ่ายเปรียบเทียบกับพรรคอนาคตใหม่ เมื่อ 2 ปีก่อน ที่มีความสดใหม่และมีความหลากหลาย ผู้คนจึงตอบรับค่อนข้างดีในภาคใต้

หาก “พิธา” ไม่สรุปบทเรียนจากชุมพรและสงขลา ยังเดินหน้าชูธงส้มจ๋า คู่ขนานขบวนการสุดโต่ง ต้นทุนเดิม 8 ล้านเสียง อาจจะหายไปเกินครึ่งในการเลือกตั้งครั้งหน้า

เจาะลึก ปชป.ชนะ “เลือกตั้งซ่อม” ชุมพร-สงขลา ขณะที่พลังประชารัฐสะดุดล้มพ่าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/501416

17 ม.ค. 2565 |01:06 น.

เจาะลึก ปชป.ชนะ "เลือกตั้งซ่อม" ชุมพร-สงขลา ขณะที่พลังประชารัฐสะดุดล้มพ่าย

วิเคราะห์เจาะลึก ประชาธิปัตย์คว้าชัยได้ ส.ส.ทั้งสองเขต ทั้งในพื้นที่สงขลาและชุมพร เหตุใดพลังประชารัฐเกิดเครื่องสะดุด ทั้งที่ส่งธรรมนัสลงกรำศึก “ฐานเสียง -นโยบายของพรรค – อุดมการณ์ทางการเมือง” อะไรที่สามารถเอาชนะใจคนภาคใต้ได้ในที่สุด ติดตามได้ที่เจาะประเด็นร้อน

เมื่อวันที่ 16 ม.ค.65 เวลาประมาณ 22.00 น. ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการในการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 6 สงขลาและส.ส.ชุมพร เขต 1 จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง พบว่าในพื้นที่เขต 1 ชุมพร นั้นพรรคประชาธิปัตย์มีคะแนนรวมอยู่ที่ 49,014  คะแนน พรรคพลังประชารัฐ ได้คะแนนรวมอยู่ที่ 32,281 พรรคกล้าได้คะแนนรวมอยู่ที่ 7,591 คะแนน พรรคก้าวไกล ผลคะแนนรวมอยู่ที่ 3,582 คะแนน พรรคไทยศรีวิไลย์ คะแนนรวมอยู่ที่ 507 คะแนน

ส่วนพื้นที่เขต 6 สงขลานั้น ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ  พรรคประชาธิปัตย์มีคะแนนรวมอยู่ที่ 45,576 คะแนน พรรคพลังประชารัฐ ได้คะแนนรวมอยู่ที่ 40,531 พรรคก้าวไกล ผลคะแนนรวมอยู่ที่ 5,427 คะแนน พรรคกล้า ผลคะแนนรวมอยู่ที่ 1,350 คะแนน และ พรรคพลังสังคม คะแนนรวมอยู่ที่ 123 คะแนน

เจาะลึก ปชป.ชนะ "เลือกตั้งซ่อม" ชุมพร-สงขลา ขณะที่พลังประชารัฐสะดุดล้มพ่าย

รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช วิเคราะห์ภาพรวม การเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 6 สงขลา และ เขต 1 ชุมพร กับ “คมชัดลึก”  โดยเฉพาะการลงพื้นที่หาเสียงของ 2 พรรคการเมืองใหญ่อย่าง พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และ พรรคประชาธิปัตย์ ที่กลายเป็นคู่แข่งขันกันในสนามเลือกตั้งครั้งนี้ ทั้งที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ว่า เป็นการหาเสียงที่ดุเดือดเข้มข้นมาก เนื่องจากเป็นพรรคร่วมและ พรรคพลังประชารัฐต้องการเปิดพื้นที่การเมืองในภาคใต้ ขณะที่ พรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องการรักษาฐานภาคใต้เอาไว้  ต้องตรึงคะแนนเสียงเอาไว้เพราะเป็นพื้นที่สำคัญ ทำให้เห็นภาพการแข่งขันกันทางการเมืองของทั้งสองพรรคสูงมาก 

รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชรศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

ดังนั้น ในเวทีการปราศรัยหาเสียงในพื้นที่สงขลาและชุมพร ทั้งสองพรรคจึงมีประเด็นโต้ตอบกันอย่างรุนแรงและดุเดือดมาก เห็นได้จากการหยิบยกประเด็นเรื่องของคนรวย และเรื่องเงิน มากล่าวถึง โดยพรรคพลังประชารัฐเน้นว่าจะสามารถช่วยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี การอยู่ดี กินดี นโยบายโครงการคนละครึ่ง หรือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์มุ่งเน้นให้เลือกคนที่มีอุดมการณ์ คนที่อยู่ในพื้นที่ รับรู้และข้าใจปัญหาของประชาชน อยู่เคียงข้างประชาชนอย่างแท้จริง จึงจะสามารถช่วยแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้ 
 

แต่ในที่สุดผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการก็ปรากฏออกมาแล้วว่าพรรคประชาธิปัตย์ชนะการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ทั้งสองเขต 

ปัจจัยสำคัญชนะเลือกซ่อม เขต 6 สงขลา

โดยในพื้นที่สงขลา ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ คุณสุภาพร กำเนิดผล หรือ คุณน้ำหอม ผู้สมัครหมายเลข 1 พรรคประชาธิปัตย์ ได้รับชัยชนะ ก็เนื่องมาจากเพราะมีฐานเสียงสำคัญจากการเมืองระดับพื้นที่เพราะคุณสุภาพร ไม่ใช่คนหน้าใหม่ แต่เคยเป็นรองนายกฯ อบจ.สงขลามาก่อน และเป็นคนที่สัมผัสพื้นที่มายาวนาน ในการเมืองท้องถิ่น การได้รู้จักชาวบ้านในพื้นที่ก็เป็นจุดแข็ง และการชูประเด็น ส.ส.หญิงคนแรกของสงขลา ก็อาจมีส่วนช่วยด้วย 

เจาะลึก ปชป.ชนะ "เลือกตั้งซ่อม" ชุมพร-สงขลา ขณะที่พลังประชารัฐสะดุดล้มพ่าย

นอกจากนี้ คุณสุภาพรยังเป็นภรรยาของอดีตนายกฯ อบจ.สงขลา หรือ “นายกชาย” นายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา และเพิ่งรับตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คุมการเลือกตั้งพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งนายกชาย เป็นคนที่คุมฐานเสียงที่ จ.สงขลาได้อยู่ไม่น้อย จึงเป็นจุดแข็งที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ รวมถึงกระแสของพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นที่ยอมรับของคนภาคใต้อยู่แล้ว

พปชร.แพ้เพราะอะไร 

ส่วนปัจจัยที่ทำให้พรรคพลังประชารัฐ พ่ายแพ้ให้กับพรรคประชาธิปัตย์ในทั้ง 2 เขตเลือกตั้งนั้น ส่วนหนึ่งอาจเพราะ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค พลังประชารัฐ ได้ปราศรัยหาเสียงเน้นให้คนภาคใต้เลือกคนรวย ซึ่งประเด็นนี้คนภาคใต้ไม่เอาด้วย เขาไม่เอาคนรวย แต่เขาต้องการคนที่ช่วยแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง ประเด็นนี้อาจจะเป็นส่วนสำคัญให้พรรคประชาธิปัตย์ได้รับชัยชนะ 

“ผมว่าคนภาคใต้โดยลักษณะทางสังคมวิทยา จะชอบคนซื่อสัตย์ ตรงไป ตรงมา และ    ร.อ.ธรรมนัส ปราศรัยแบบนี้จึงเป็นผลลบกับผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐ และเป็นการไปเพิ่มคะแนนให้กับผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์” 

ฉะนั้น การที่พรรคประชาธิปัตย์ได้รับชัยชนะในพื้นที่สงขลา สะท้อนว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังคงตรึงพื้นที่ได้ เพราะที่ผ่านมาพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ก็พ่ายแพ้ให้กับพรรคพลังประชารัฐในการเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา และในการเลือกตั้งใหญ่ปี 2562 พรรคประชาธิปัตย์ก็พ่ายแพ้ให้กับพรรคพลังประชารัฐไปหลายพื้นที่ด้วยกัน ชัยชนะครั้งนี้ก็จะช่วยให้พรรคประชาธิปัตย์ได้ครองพื้นที่ภาคใต้ และกลับมาฟื้นฟูพรรคในพื้นที่ภาคใต้ได้อีกครั้ง

เจาะลึก ปชป.ชนะ "เลือกตั้งซ่อม" ชุมพร-สงขลา ขณะที่พลังประชารัฐสะดุดล้มพ่าย

ปัจจัยสำคัญปชป.ชนะเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต1 ชุมพร 

สำหรับพื้นที่เลือกตั้งจังหวัดชุมพร ที่ นายอิสรพงษ์ มากอำไพ ผู้สมัครหมายเลข 1 พรรคประชาธิปัตย์ และสามารถเอาชนะคู่แข่งอย่างพรรคพลังประชารัฐได้นี้ รศ.ดร.ยุทธพร วิเคราะห์ว่า พื้นที่ชุมพรนี้พรรคประชาธิปัตย์ได้เปรียบอยู่แล้วเพราะมีฐานสำคัญกล่ม “พลังชุมพร” ซึ่งก็คือกลุ่มตระกูล “จุลใส”  ที่คุมการเมืองระดับชาติและระดับท้องถิ่น และยังมีส.ส.ในเครือข่ายของตระกูลนี้ด้วยอีกทั้ง ที่นั่งเดิมนี้ก็เป็นของคุณ ลูกหมี-ชุมพล จุลใส และ นายอิสรพงษ์ มากอำไพ ผู้สมัครส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ก็เป็นญาติกันด้วย ดังนั้น เครือข่ายตระกูล “จุลใส” จึงมีกระบวนการขับเคลื่อนที่มีอิทธิพลเยอะมาก มีความเหนียวแน่นในพื้นที่มาก ผนวกกับความเป็นพรรคประชาธิปัตย์และตัวของนายอิสรพงษ์ด้วย จึงมีความได้เปรียบมากกว่าและนำมาสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ในที่สุด 

“พรรคประชาธิปัตย์ยังครองเสียงชุมพรได้ สะท้อนว่าความนิยมในชุมพรยังมีอยู่ เพราะชุมพรเป็นพื้นที่เกรด A และบ่งบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังคงสามารถรักษาที่มั่นได้ ซึ่งมีผลต่อการเมืองภาคใต้ อนาคตของภาคใต้ การฟื้นฟูความนิยมในภาคใต้ ที่เขาครองกันมานานถึง 30 ปี ในยุคสมัยคุณชวน หลีกภัย เป็นต้นมา ซึ่งก่อนหน้านั้นก็มีพรรคกิจสังคม พรรคพลังใหม่ พรรคชาติไทยก็เคยมีส.ส.ในพื้นที่ภาคใต้” 

เจาะลึก ปชป.ชนะ "เลือกตั้งซ่อม" ชุมพร-สงขลา ขณะที่พลังประชารัฐสะดุดล้มพ่าย

รศ.ดร.ยุทธพร ยังชี้ประเด็นเพิ่มเติมด้วยว่า อีกปัจจัยที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ได้ระดมแกนนำของพรรคมาช่วยในการปราศรัยหาเสียง ซึ่งก็มีส่วนช่วยได้มาก แม้จะไม่โดดเด่นและได้รับความนิยม ความเชื่อมั่น ความเชื่อถือ เหมือนแกนนำในอดีตของพรรคประชาธิปัตย์ อย่าง คุณชวน หลีกภัย คุณบัญญัติ บรรทัดฐาน คุณสุรินทร์ มาศดิตถ์ และคุณไตรรงค์ สุวรรณคีรี คุณวิทยา แก้วภราดัย คุณสุธรรม แสงปทุม ที่มีความคลาสสิกมากกว่าขุนพลรุ่นใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์ แต่ล่าสุดพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้ให้ คุณไตรรงค์ มาช่วยปราศรัยหาเสียงให้กับผู้สมัครของพรรคด้วย นี่ก็อาจเป็นอีกจุดสำคัญที่ช่วยทำให้พรรคประชาธิปัตย์ชนะการเลือกตั้งครั้งนี้

ส่วนที่พรรคพลังประชารัฐแพ้การเลือกตั้งในพื้นที่เขต 1 ชุมพร ก็เพราะพรรคพลังประชารัฐมีฐานเสียงที่ยังมีไม่มากพอเท่ากับพรรคประชาธิปัตย์ และนี่เป็นการบ่งบอกถึงฐานเสียงเดิมของพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะกลุ่มตระกูล “จุลใส” นั้น ยังเป็นกลุ่มการเมืองที่ประชาชนชาวชุมพรมอบความไว้วางใจให้จนส่งผลทำให้ นายอิสรพงษ์ มากอำไพ ผู้สมัครหมายเลข 1 พรรคประชาธิปัตย์ ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ 

พลิกชนะ “เดชอิศม์ ขาวทอง” พปชร.พลาด ปชป.ขยี้แหลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/501474

16 ม.ค. 2565 |21:36 น.

พลิกชนะ "เดชอิศม์ ขาวทอง" พปชร.พลาด ปชป.ขยี้แหลก

เกมพลิกสนามสงขลา “เดชอิศม์ ขาวทอง” ฝ่าด่านบ้านใหญ่สะเดา ปลุกกระแสพรรคของคนใต้ ขยี้แผลธรรมนัส เรื่องวลี ส.ส.ต้องมีตังค์ ปชป.จึงโกยแต้มคืนสุดท้าย คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ผลเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 6 สงขลา มีรายการพลิกล็อกเล็กๆ เมื่อน้ำหอม หรือสุภาพร กำเนิดผล พรรคประชาธิปัตย์ เบียดเอา อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ พลังประชารัฐ ไปได้ชนิดต้องลุ้นจนกระดานสุดท้าย

ผู้ที่ดีใจสุดๆ ก็เห็นจะเป็น “เดชอิศม์ ขาวทอง” สามีของน้ำหอม รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแม่ทัพภาคใต้ป้ายแดง

ก่อนวันหย่อนบัตร แวดวงคนการเมืองแถวหาดใหญ่ ให้โบ๊ตหรือ อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ เป็นต่ออยู่นิดๆ ยิ่งเห็นภาพ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยกทัพหลวงมาปราศรัยใหญ่ที่สะเดา ก็ยิ่งมั่นใจว่าบ้านใหญ่สะเดาชนะแน่

“เดชอิศม์ ขาวทอง” ไม่ยอมแพ้ จัดปราศรัยใหญ่ประกบ และขยายแผลธรรมนัสหยามคนใต้ บวกกับ นิพนธ์ บุญญามณี ที่ตอกย้ำ ปชป.คือสถาบันการเมือง ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจเหมือนพรรคของนายพล

นี่คือศึกศักดิ์ศรีของ ปชป. เพราะหากพ่ายแพ้ ก็จะหาที่ยืนใน จ.สงขลาได้ยาก รวมถึงการถูกพรรคพลังประชารัฐ รุกกลับทันที เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค จึงไปปักหลักอยู่ที่หาดใหญ่ เกาะติดสถานการณ์ตั้งแต่คืนวันที่ 15 ม.ค.2565

‘ชัยชนะแม่ทัพใต้’

ภารกิจแรกของ “เดชอิศม์ ขาวทอง” ในฐานะแม่ทัพใต้ ค่าย ปชป. ต้องเรียกความเชื่อมั่น และความศรัทธาต่อพรรคกลับคืนมา โดยใช้สนามเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สงขลา เขต 6 เป็นบททดสอบ

ปลายปี 2563 ถาวร เสนเนียม ,นิพนธ์ บุญญามณี และเดชอิศม์ ขาวทอง ร่วมกันสนับสนุนไพเจน มากสุวรรณ์ ลงชิงนายก อบจ.สงขลา ชน พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล ปรากฏว่า ไพเจนชนะขาดลอย

หลังศึก อบจ.สงขลา ทำให้เดชอิศม์ เปล่งบารมีอย่างสูงในสนามการเมืองสงขลา บวกกับการได้รับความไว้วางใจจากเฉลิมชัย ศรีอ่อน เขาจึงวางตัวภรรยา สุภาพร กำเนิดผล ลงสมัคร ส.ส.เขต 6 สงขลา หลังถาวร เสนเนียม ถูกตัดสิทธิ์อันเนื่องจากคดี กปปส.

ชัยชนะครั้งนี้ของ ปชป. สะท้อนให้เห็นกลยุทธ์การหาเสียงของพรรคเก่าแก่ ประสานการจัดตั้งเครือข่ายในแบบของเดชอิศม์ คนใจถึงพึ่งได้ ซึ่งประมวลได้ดังนี้

1.ธรรมนัสพลาด กระแสพรรค ปชป.ยังไม่ฟื้นเต็มร้อย แต่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ทำพลาดโดยการปราศรัยแนะนำตัวผู้สมัคร ส.ส. เน้นว่า คนจะเป็น ส.ส.ต้องมีตังค์ ต้องรวย ก็เข้าทาง ทีมปชป. จัดการขยี้แผลนี้ด้วยถ้อยวลี “หยามคนใต้”

2.เดชอิศม์ ขาวทอง มีจุดแข็งที่บุคลิกใจถึงพึ่งได้ จึงได้ใจหัวคะแนน โดยเฉพาะ 2 ตำบลใน อ.หาดใหญ่ และ อ.คลองหอยโข่ง

3.นิพนธ์ บุญญามณี แม่ทัพใหญ่คนหนึ่งที่อาจไม่ได้แนบแน่นกับเดชอิศม์ แต่ศึกนี้ นิพนธ์ช่วยหาเสียงเต็มที่ โดยเฉพาะการดูแลพื้นที่ชี้ขาดคือ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา

4.สุภาพร กำเนิดผล ภรรยาเดชอิศม์ ไม่ใช่คนพื้นที่เขต 6 แต่ก็ลบจุดด้อยด้วยการขอเป็น ส.ส.หญิงคนแรกของสงขลา

‘ธรรมนัสคือจุดอ่อน’

โดยส่วนตัว “เดชอิศม์ ขาวทอง” สนิทสนมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แต่ด้วยการเป็นนักการเมืองมืออาชีพ พอลงสนามก็สู้กันเลือดเดือด

นักการเมืองหน้าใหม่อย่าง อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ เป็นบุตรชาย อนันต์ พฤกษานุศักดิ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองสะเดา และมีเครือข่ายธุรกิจกว้างขวางในสะเดา-หาดใหญ่ แต่ก็ดูจะทำงานไม่เป็นทีมกับพลังประชารัฐในพื้นที่สงขลา

ทีมพลังประชารัฐสงขลา นำโดย อนุมัติ อาหมัด อดีต ส.ว.คนดัง ที่อาสา พล.อ.ประวิตร มาดูแลพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง พร้อมกับ 4 ส.ส.สงขลา อย่าง วันชัย ปริญญาศิริ,ศาสตรา ศรีปาน ,พยม พรหมเพชร และ ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี ที่เป็นกองหนุน กลับมีบทบาทน้อยในการบริหารจัดการ

ดูเหมือนตระกูลพฤกษานุศักดิ์ ยังไว้ใจ ถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา ที่เป็นเจ้าของพื้นที่เขต 6 มายาวนาน แม้ถาวร ประกาศชัดเจนว่า ขอวางตัวเป็นกลาง เพราะรู้จักทั้งอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ และสุภาพร กำเนิดผล พรรค ปชป. แต่ลึกๆแล้ว ถาวรช่วยอนุกูล

กลยุทธ์อย่างหนึ่งของ ปชป.คือ ใช้ทีมงานไปเล่าเรื่องความทะเยอทะยานของ ร.อ.ธรรมนัส ที่คิดการใหญ่จะดัน พล.อ.ประวิตร แข่งบารมี พล.อ.ประยุทธ์ ดังนั้น ร.อ.ธรรมนัสจึงไม่น่าไว้ใจ แต่คน ปชป.ก็พร้อมจะหนุนรัฐบาลประยุทธ์ไปครบเทอม

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นจุดแข็งของพลังประชารัฐ แต่ในบางเวทีบางสมรภูมิก็กลายเป็นจุดอ่อน เหมือนที่สนามสงขลา

แพ้แล้ว “ธรรมนัส” จุลใสแฟมิลี่แกร่ง บวกกระแส กปปส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/501472

16 ม.ค. 2565 |20:33 น.

แพ้แล้ว "ธรรมนัส" จุลใสแฟมิลี่แกร่ง บวกกระแส กปปส.

สนามชุมพรลุกเป็นไฟ “ธรรมนัส” แม่ทัพหลังม่านพ่ายยับ บ้านใหญ่จุลใสยังแกร่ง โค้งสุดท้ายปลุกกระแสลูกหมี ฮีโร่ กปปส. ได้ใจฐานเสียงเดิม คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

แพ้แล้ว “ธรรมนัส” ผู้ไม่เคยปราชัยในสนามเลือกตั้งซ่อม เจออิทธิฤทธิ์บ้านใหญ่จุลใส เมืองชุมพร ที่มีฐานเสียงและเครือข่ายเต็มพื้นที่

แม้จะไม่ได้ออกหน้า “ธรรมนัส” ก็มาลุยพื้นที่ช่วยทนายแดงหาเสียงเต็มที่ ถึงกับลั่นคำบนเวทีว่า ศึกครั้งนี้แพ้ไม่ได้ รวมทั้งอุ้มบิ๊กป้อมขึ้นเวทีถึง 2 ครั้ง

โค้งสุดท้าย ปชป.พลิกเกมพุ่งเป้าโจมตี “ธรรมนัส” เชิดชูลูกหมี นักสู้ กปปส. ที่ถูกทิ้งจากผู้มีอำนาจ เรียกคะแนนสงสารมวลชนนกหวีด

ผลเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ชุมพร เขต 1 เป็นไปตามความคาดหมาย อิสรพงษ์ มากอำไพ หรือเลขาตาร์ท พรรคประชาธิปัตย์ ได้รับเลือกตั้ง และได้รับเสียงสนับสนุนมากกว่า 4 หมื่นแต้ม ทิ้งห่างทนายแดงเท่าตัว อาจกล่าวได้ว่า นี่เป็นชัยชนะของชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร ในนามจุลใสแฟมิลี่หรือบ้านใหญ่ชุมพร

ส่วน ชวลิต อาจหาญ แพ้ศึกเขต 1 รอบที่สองไม่เสียหายอะไร แต่ผู้ที่จะได้รับผลกระทบจากสนามชุมพรเที่ยวนี้คือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ

แม้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคจะเซ็นแต่งตั้งสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เป็น ผอ.เลือกตั้งซ่อมชุมพร เขต 1 แต่แม่ทัพตัวจริงก็คือ ธรรมนัส โดยตั้งวอร์รูมอยู่ที่โรงแรมวังใต้ จ.สุราษฏร์ธานี ส่วน ศิริศักดิ์ อ่อนละมัย อดีต ส.ส.ชุมพร 8 สมัย เป็นแม่ทัพภาคสนามที่ชุมพร

สมรภูมิเลือกตั้งชุมพรจึงร้อนแรงขึ้นมาโดยพลัน เพราะลึกๆแล้วคือ การต่อสู้ระหว่างชุมพล จุลใส เจ้าถิ่นเจ้าที่เมืองชุมพร กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้ต้องการปักธงสร้างฐานที่ประตูสู่ภาคใต้

‘ชนะเพราะจุลใส’

“ธรรมนัส” มั่นใจในกลยุทธ์ของตัวเอง จึงกล้าหักลูกหมี ชุมพล จุลใส ดันทนายแดง ชวลิต อาจหาญ ลงสนาม ทั้งที่ก่อนหน้านั้น บิ๊กป้อมบอกว่า จะไม่ส่งผู้สมัคร พปชร.ลงแข่งกับตระกูลจุลใส

ผู้อยู่เบื้องหลังชัยชนะของ อิสรพงษ์ มากอำไพ อดีตเลขานุการนายก อบจ.ชุมพร ญาติข้างภรรยาของลูกหมี ชุมพล จุลใส คือตระกูลจุลใส บ้านใหญ่ชุมพร และตระกูลมากอำไพ บ้านใหญ่ ต.ท่ายาง อ.เมืองชุมพร

กลยุทธ์ที่นำมาสู่ชัยชนะ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง ผู้อำนวยการเลือกตั้งซ่อมเขต 1 ชุมพร พรรค ปชป. ใช้สู้กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า คือตรึงฐานเสียงเดิม และปลุกกระแสใหม่

1.ฐานเสียงของตระกูลจุลใส โดยเฉพาะชุมพล จุลใส เป็น ส.ส.เขตนี้มา 3 สมัย และฐานเสียงท้องถิ่นคือ นพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร พี่เขยลูกหมี

2.ปลุกกระแส กปปส. แกนนำ ปชป.ที่ไปปราศรัยหาเสียงที่ชุมพร ทุกคนจะชูภาพลูกหมี ในฐานะอดีตทหารเสือ กปปส. ที่ต่อสู้กับระบอบทักษิณ จนติดคุกติดตะราง และศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นสภาพความเป็น ส.ส.

การเชิญไตรรงค์ สุวรรณคีรี มาปราศรัยในคืนวันที่ 14 ม.ค.2565 ได้ทำให้การต่อสู้ครั้งนี้กลายเป็นเรื่องส่วนตัวของลูกหมีกับธรรมนัส หรืออดีตแกนนำ กปปส. กับอดีตนายทหารคนดัง ที่มีปัญหาขัดแย้งกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

‘บทเรียนธรรมนัส’

ศิริศักดิ์ อ่อนละมัย เป็นตัวละครสำคัญที่ทำให้ “ธรรมนัส” พลิกเกมใหม่ไม่เอาตระกูลจุลใส และเดินหน้าอุ้มทนายแดง ชวลิต อาจหาญ เข้าสภาฯ

ย้อนไปเมื่อ 23 ธ.ค.2564 ศิริศักดิ์ อ่อนละมัย พา ชวลิต อาจหาญ เข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่บ้านป่ารอยต่อฯ คุยกัน 4 คน อันทำให้กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ พลิกมติส่งทนายแดงลงสนาม

หลังประกาศบนเวทีปราศรัยที่ อ.สวี ว่า “แพ้ไม่ได้” ร.อ.ธรรมนัส ก็ลงมาบัญชาการเลือกตั้งด้วยตัวเอง เพราะรู้ดีว่า ลำพังทนายแดงและศิริศักดิ์ สู้ตระกูลจุลใสไม่ได้แน่

เมื่อธรรมนัส ลงมาลุยสนามชุมพรเอง ก็ทำให้ทนายแดง และผู้สนับสนุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้น เพราะผลงานเลือกตั้งซ่อมหลายครั้งที่ผ่านมา ทำให้แวดวงนักเลือกตั้งพูดถึงกลยุทธ์แบบธรรมนัสมากขึ้น

สุดท้าย ร.อ.ธรรมนัส ก็พบความปราชัยในสนามเลือกตั้งซ่อมครั้งแรก และมีข่าววงในว่า ผู้กองเมืองพะเยา ประเมินสถานการณ์หลัง ปชป.ปราศรัยใหญ่ รู้ว่าแพ้แน่ จึงไม่ทุ่มยกสุดท้าย ทำเอาทีมงานทนายแดงหงายเงิบ

ความปราชัยของพลังประชารัฐ ทั้งในสนามชุมพร และสงขลา คงเป็นการบ้านข้อใหญ่ของธรรมนัส หากคิดจะล้ม ปชป.ในการเลือกตั้งสมัยหน้า

หนีของแพง ในที่สุดมาเจอแล้ว “ของถูก”คราวนี้ทำไงดีหล่ะ โดย “ขุนเกษตรพิเรน”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/501349

ขุนเกษตรพิเรน

15 ม.ค. 2565 |23:00 น.

หนีของแพง ในที่สุดมาเจอแล้ว "ของถูก"คราวนี้ทำไงดีหล่ะ โดย "ขุนเกษตรพิเรน"

ใครบอกของ “แพงทั้งแผ่นดิน”  ไปทางไหนมีแต่พูดกันลั่นตลาด หมูแพง ไข่แพง อะไรต่อมิอะไรแพงไปหมด พูดแบบนี้ใส่ร้ายป้ายสีรัฐบาลหรือเปล่า  สำรวจตลาด สักหน่อย อะไรหนอกิโลละ 5 บาท เป็นผลรถไฟจีนพ่นพิหรือไม่ ติดตามเจาะประเด็นร้อน โดย…ขุนเกษตรพิเรน

“กะหล่ำปลี”ที่ตลาดขายส่งราคาแบบชัดๆกิโลกรัมละ 5 บาท ราคานี้ ขุนเกษตรพิเรน ที่คลุกคลีกับพี่น้องเกษตรกรถึงกับจุกในอก คำถามที่เกิดขึ้นทันทีแล้วชาวสวน ชาวไร่กะหล่ำได้กิโลเท่าไหร่

หนีของแพง ในที่สุดมาเจอแล้ว "ของถูก"คราวนี้ทำไงดีหล่ะ โดย "ขุนเกษตรพิเรน"

ภารกิจส่องสารทุกข์สุกดิบของพี่น้องเกษตรกรเริ่มขึ้นที่ กลุ่มขายกะหล่ำ ไม่ต้องสืบให้เสียเวลา ราคาหน้ากลุ่มโชว์หรา 2-3 บาท พอๆกับภาพใช้รถแทรกเตอร์ไถทิ้ง และที่กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์คือใช้เครื่องตัดหญ้าตัดกะหล่ำปลีทิ้ง เพราะไม่เป็นราคา เก็บผลผลิตขายไม่คุ้มทุน ไม่ได้แม้กระทั่งค่าแรงคนตัด

วิกฤติวงการกะหล่ำไม่ใช่พึ่งเกิด แต่ขุนเกษตรพิเรน ตามเจาะข้อมูลเมื่อกลางปีที่แล้วราคากะหล่ำปลีก็ดิ่งเหว เหลือราคาหน้าสวน 1-2 บาท หลังจากนั้นราคาขึ้นๆลงๆแต่ยืนพื้นที่ระดับ 20-25 บาท

จนกระทั่งเดือนธันวาคม 64 กะหล่ำเริ่มราคาตกกราวรูด ยิ่งเจอข่าวรถไฟขนผักจากจีนกระหน่ำซ้ำ ราคาดิ่งจาก 20 บาท เหลือ 12 บาทภายในสัปดาห์เดียว 

หนีของแพง ในที่สุดมาเจอแล้ว "ของถูก"คราวนี้ทำไงดีหล่ะ โดย "ขุนเกษตรพิเรน"

นี่คือความจริงที่เกิดขึ้นกับวงการกะหล่ำ อ่อนไหวและเปราะบาง เปิดตัวเลขนำเข้าผักจากรถไฟจีนลาวเที่ยวแรกที่ส่งผ่านมาไทยจำนวน 33 ตู้ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2564 พบว่ามีการนำเข้าสินค้าตระกูลกะหล่ำ 32 รายการจำนวน 462 ตัน

หลังจากนั้น…เกิดอะไรขึ้น ขุนเกษตรพิเรน บอกได้เลยว่าวงการกะหล่ำเริ่มอยู่ยาก ราคาขยับลงมาเรื่อยๆและยืนระยะที่ 5-6 บาท

อลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

หากนำเรื่องนี้ไปถาม”พี่จ้อน” อลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พี่จ้อนคงจะตอบว่า เพราะกะหล่ำออกพร้อมกัน กะหล่ำมีเยอะทำให้ราคาตกต่ำ ไม่ได้เกี่ยวกับรถไฟลาวจีน ไม่เกี่ยวกับรถไฟขนผักแน่นอน

“ขุนเกษตรพิเรน” ขอให้กระทรวงเกษตรเปิดตัวเลขชัดๆ ผักอะไรที่ถูกนำเข้าอย่างเสรีตีตลาดเกษตรกรไทยเวลานี้ หากขุนเกษตรพิเรนจำไม่ผิด พี่จ้อนนอนนาของกระผมเคยให้สัมภาษณ์ว่า…ปี 2563 จีนส่งผักมาขายบ้านเรามูลค่า 8,000 ล้าน ไทยเสียเปรียบดุลการค้าผักของจีนประมาณ 7,000 ล้าน นั่นหมายถึง เราส่งออกผักไปจีน มูลค่าประมาณ 1,000 ล้าน 

หนีของแพง ในที่สุดมาเจอแล้ว "ของถูก"คราวนี้ทำไงดีหล่ะ โดย "ขุนเกษตรพิเรน"

ขุนเกษตรพิเรน ฟันธงล่วงหน้าได้เลย ผักตัวไหนที่จีนปลูกได้ โดยเฉพาะผักเมืองหนาว เกษตรกรปลูกไปก็ไม่รอด เจอรถไฟขนผักลาวจีนเข้าไปอีก โอกาสรอดยาก

ทางออกของวงการกะหล่ำหรือพืชผักมีหรือไม่ คำตอบอยู่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

รุ่งหรือร่วง อินไซด์ “สรวิศ ธานีโต” อธิบดีปศุสัตว์ พบนายกฯชี้ชะตาโรค ASF

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/501217

14 ม.ค. 2565 |21:07 น.

รุ่งหรือร่วง อินไซด์ "สรวิศ ธานีโต" อธิบดีปศุสัตว์ พบนายกฯชี้ชะตาโรค ASF

สรวิศ ธานีโต “อธิบดีปศุสตว์” กล่าวผ่านรายการคมชัดลึก ยืนยันขอใช้เวลาที่เหลืออยู่ 8 เดือนช่วยพี่น้องเกษตรกรให้ฝ่าวิกฤตโรคหมูASFแต่หลังจากนั้นเขาต้องเข้าพบนายกฯที่ทำเนียบฯเป็นการด่วน ก่อนที่นายกฯเข้ามาตบบ่าและพูดว่า….! ติดตามในเจาะประเด็นร้อน โดย อสนีบาต

“ผมคิดว่าผมทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ประเทศชาติเป็นส่วนรวมแล้วก็คนเห็นนะครับ เพราะฉะนั้นเนี่ยนะครับตรงนี้เนี่ยไม่ลาออกนะครับ เดินหน้าต่อไปเพื่อจะได้ให้เกษตรกรได้อยู่ได้ดีกว่าครับ ผมทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาโดยตลอด และมีผลงานชัดเจน ที่ผ่านผมเจอโรคทุกปีทั้งโรคระบาดม้า โรคลัมปีสกินจนทุกวันนี้คุมโรคได้ อีก 8 เดือนก่อนเกษียณ ผมมีความตั้งใจที่จะแก้ปัญหาให้พี่น้องผู้เลี้ยงสุกร ผมไม่ได้ทุจริตอะไร ยืนยันไม่ลาออกครับ”   

ข้างต้น เป็นวรรคทองของ “น.สพ.สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสตว์” ที่ได้ชี้แจงกับวราวิทย์  ฉิมมณี ในรายการคมชัดลึก เมื่อวันที่ 13 ม.ค.65 ที่ผ่านมา ต่อคำถามที่ว่า “สังคมกำลังตั้งคำถามแบบตรงไปตรงมาเสียหายขนาดนี้ อธิบดีต้องลาออกหรือแสดงความรับผิดชอบไหม ท่านอธิบดีคิดอย่างไร” 

ห้วงระยะเวลาที่ผ่านมา เกิดสถานการณ์ราคาหมูแพง พร้อมตามมาด้วยการขุดคุ้ยหาต้นตอสาเหตุมาจากปัญหาใดกันแน่ ซึ่งก็มีการเปิดข้อมูลกันออกมาเรื่อยๆ จนกระทั่งอธิบดีท่านนี้ เปิดแถลงว่า จากการเก็บตัวอย่างสุกร  พบหนึ่งแห่งที่นครปฐม หมูติดเชื้ออหิวาต์แอฟริกาในสุกร หรือ โรคASF 

จากกลุ่มตัวอย่าง 300 กว่าแห่ง พบ เชื้อโรคASF 1 แห่งเท่านั้น

แม้มีการยอมรับออกมาเพียงเล็กน้อย แต่ก็ไม่อาจคลายข้อห่วงกังวลจากสังคมไปได้  โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูในหลายฟาร์มทั่วประเทศ ที่ยังคงออกมายืนยัน การแพร่ระบาด โรคASF 


สำทับด้วย จดหมายของภาคีคณบดีคณะสัตว์แพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมปศุสัตว์  รายงาน การตรวจพบ หมูติดเชื้ออหิวาต์แอฟริกาในสุกร หรือโรค ASF ตั้งแต่เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ปีที่แล้ว ขอให้ดำเนินการควบคุมอย่างเร่งด่วน  ก็ยิ่งทำให้ น.สพ.สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสตว์ ตกเป็นเป้าในสายตาของทุกฝ่าย แม้กระทั่งฝ่ายการเมือง ว่างานนี้ต้องมีคนถูกจับขึ้นเขียงเพื่อคาดคั้นหา“ผู้รับผิดชอบ” 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯเชิญอธิบดีปศุสัตว์และคณะหารือด่วนต่อกรณีการแพร่ระบาดโรคASFพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯเชิญอธิบดีปศุสัตว์และคณะหารือด่วนต่อกรณีการแพร่ระบาดโรคASF

ไม่เหนือความคาดหมาย เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 65  เวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรรี ได้เรียก น.สพ.สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมคณะผู้เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการแก้ปัญหาหมูที่ไม่หมู เข้าพบที่ทำเนียบรัฐบาลเป็นการด่วน 

ท่ามกลางทุกสายตาที่เฝ้าจับตามอง

มองไกลไปถึงชะตากรรมของอธิบดีกรมปศุสัตว์  ที่ยังเหลืออายุราชการอีก 8 เดือน ต้องทำหน้าที่แก้ปัญหาโรค ASF ให้กับพี่น้องเกษตรกร ตามที่เขาประกาศลั่นผ่านรายการคมชัดลึก   “ผมไม่ได้ทุจริตอะไร ยืนยันไม่ลาออก”

เมื่อพลิกดูปูมประวัติ น.สพ. สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์  หรือ “อธิบดีไก่” ท่านมีสถานะโสด อายุ 59 ปี สำเร็จการศึกษา ปริญญาสัตวแพทยศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ถือเป็นลูกหม้อกรมปศุสัตว์ ผ่านงานอย่างโลดโผน เคยดำรงตำแหน่งปศุสัตว์จังหวัดราชบุรี นครปฐม หลายวาระ รู้ทุกซอกทุกมุมของเมืองหลวงหมู จนก้าวสู่ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ 

ปี 2557 เป็นรองอธิบดีกรมปศุสัตว์  ปี 2560 เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  และ 7 พฤษภาคม 2561 เป็นอธิบดีกรมปศุสัตว์ เหลืออายุราชการอีก 8 เดือน   

ส่องผลผลงานดีเด่น  บริหารงานเยี่ยมนำกรมปศุสัตว์รับรางวัลเลิศรัฐระดับดีเยี่ยม ปี 2561 และ ปี 2564 , รางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2560 ระดับดีเด่น   ส่วนงานสังคมสัตวแพทย์ก็ไม่น้อยหน้า ปี 2559 ได้รับการคัดเลือกเป็นสัตวแพทย์ตัวอย่าง สายงานเผยแพร่วิชาชีพและบริการสังคม จากสัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

และที่ถือเป็นที่สุดคือ ได้รับการเลือกตั้งเป็น นายกสัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ วาระประจำปี 2557-2558 และวาระประจำปี 2559-2560 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งจากสมาชิกสัตวแพทย์ทั่วประเทศ

อดีตสัตวแพทย์ตัวอย่าง อดีตนายกสัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย กำลังถูกตั้งคำถามกับการระบาดของอหิวาต์แอฟริกาในสุกร

จับยามสามตา เก้าอี้ร้อนๆของอธิบดีกรมปศุสัตว์ 20 ปีย้อนหลัง มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่อยู่ครบวาระ 4 ปี  ส่วน”อธิบดีไก่” จะไปกับหมูASF หรือไม่ 

ก่อนหน้านี้ ซินแสเข่ง ผ่าดวง “สรวิศ ธานีโต” ผ่านคมชัดลึกออนไลน์มาแล้วว่า  “สรวิศ ธานีโต” เป็นบุคคลที่มีความเป็นผู้นำ สามารถปรับตนเองได้ทุกสถานการณ์ แต่มากด้วยความเป็นเจ้าทุกข์ ชอบที่จะวุ่นวายช่วยเหลือผู้อื่น แต่เป็นคนที่ดื้อเงียบ และใช้ความคิดของตนเองเป็นที่ตั้ง มีโอกาศสำเร็จในตำแหน่งหน้าที่การงานสูง ด้วยกำลังธาตุของตนเอง ระวังเรื่องบริวารที่จะทำให้เกิดปัญหาแตกแยกไม่หวังดี ให้ได้รับความเดือดร้อน

“ซินแสเข่ง” สรุปเหตุในดวงชะตา “สรวิศ ธานีโต” ว่าเดือนมกราคม เป็นเดือนสุดท้ายของปี 2564 ที่ยังมีผลกระทบจากเดือนธันวาคม ถึงเดือนมกราคม ซึ่งอาจมีผลกระทบถึงเศรษฐกิจ รายได้และผลประโยชน์ ที่จะต้องระวังในสิ่งที่จะเกิดขึ้นให้ได้รับความเดือดร้อนทั้งในหน้าที่ตำแหน่ง และการงาน ในรอบสุดท้ายของปีเกษียณอายุราชการ

นั่นคือการกางโชคชะตากรรมตามหลักโหราศาสตร์ แต่ในหลักทางศาสตร์การเมืองหลังเข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล ก็ยังได้พบอีกภาพหนึ่ง  เมื่อ อธิบดีปศุสัตว์ ได้รายงานลำดับเหตุการณ์ การแพร่ระบาดอหิวาต์ในสุกรหรือโรค ASF ตั้งแต่ต้นจนจบ ว่า เกิดขึ้นเพราะอะไร และการแพร่ระบาดเริ่มมาตั้งแต่ปี 2562  โดยจีนพบหมูติดเชื้อASF และต้องทำลายหมูไปถึง 300 ล้านตัว และได้ประกาศเป็นวาระแห่งชาติ ในการรับมือการแพร่ระบาดครั้งนั้น ซึ่งไม่ต่างกับไทย ที่มีการประกาศเป็นวาระแห่งชาติเช่นเดียวกัน ซึ่งนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็รับทราบและติดตามสถานการณ์มาตลอด 

รุ่งหรือร่วง อินไซด์ "สรวิศ ธานีโต" อธิบดีปศุสัตว์ พบนายกฯชี้ชะตาโรค ASF

“การที่เพิ่งตรวจพบเชื้อโรคASF เพราะต้องใช้ผลแล็ปตรวจอย่างละเอียดรอบคอบ อีกทั้งเราได้ติดตามสถานการณ์มาตามที่เคยประกาศเป็นวาระแห่งชาติ ทำให้การแพร่ระบาดในไทยช้าลง  แต่ที่มีการพบเชื้อ หรือการที่เกษตรกรนำซากหมูไว้ในโอ่ง   วันนี้พลาดหลายอย่าง เกษตรกรไม่แจ้ง ถ้าแจ้ง จะมีหน่วยงานลงไปตรวจสอบ และเข้ากำจัดอย่างถูกวิธี  สิ่งที่กระทรวงเกษตรฯต้องดำเนินการต่อไป การวางแผนอย่างเป็นระบบ ขีดวงการแพร่ระบาดให้อยู่ในวงจำกัด  ขณะเดียวกัน ร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษา ในการเร่งพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคASF ” 

ภายหลังการชี้แจงของอธิบดีปศุสัตว์  นายกฯยังได้สอบถาม อธิบดีปศุสัตว์ว่า  แล้วตามที่มีข่าวว่า มีหมูหายจากระบบ 50-60 เปอร์เซนต์จริงหรือ ซึ่งอธิบดีปศุสตว์ ได้ยืนยันว่า ไม่ได้หายไปอย่างที่มีกระแสข่าวปล่อยออกมา  เพราะเรามีระบบการเคลื่อนย้ายสัตว์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Movement) ดูแลอยู่  การเคลื่อนย้าย จะมีใบเคลื่อนย้าย ตรวจสอบการเข้าออกจากฟาร์ต้องแจ้ง  ซึ่งนายกฯได้กำชับขอให้ตรวจเช็คสต็อกให้รัดกุม พร้อมกับสั่งการให้กระทรวงมหาดไทยสนับนุนการทำงาน แก้ปัญหาหมู ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย  โดยที่อธิบดีปศุสัตว์ยังได้บอกกับนายกฯว่า สถานการณ์นี้จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติใน 8-12 เดือน 

รุ่งหรือร่วง อินไซด์ "สรวิศ ธานีโต" อธิบดีปศุสัตว์ พบนายกฯชี้ชะตาโรค ASF

ภายหลังการหารือด่วนจบลง อธิบดีปศุสัตว์ ได้เดินออกมาจากห้องประชุมพร้อมกับ พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยสีหน้าไม่ตรึงเครียดนัก ก่อนที่จะมีฝ่ามือของคนเป็นผู้นำประเทศเข้ามาตบบ่าเบาๆ พร้อมกับเอ่ยปากขึ้นมาว่า 

” เราต้องช่วยกัน ขอให้อยู่จนเกษียณนะครับ” 

  นี่คือข้อความสำคัญ ในการแก้ปัญหาโรค ASF ให้ลุล่วง 

วิเคราะห์ศึกปักษ์ใต้ “ประวิตร-จุรินทร์” จบแล้วได้คนละเขต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/501229

14 ม.ค. 2565 |20:44 น.

วิเคราะห์ศึกปักษ์ใต้ "ประวิตร-จุรินทร์" จบแล้วได้คนละเขต

เลือกตั้งซ่อมปักษ์ใต้ “ประวิตร-จุรินทร์” โค้งสุดท้ายสู้เดือด พปชร.มีโอกาสคว้าชัยที่สงขลา และ ปชป.เบียดเข้าป้ายที่ชุมพร คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ศึกเลือกตั้งซ่อมภาคใต้ “ประวิตร-จุรินทร์” สู้เดือด เหมือนไม่ใช่พรรคร่วมรัฐบาล เพราะเป็นสงครามการเมืองแห่งอนาคต

วิเคราะห์โค้งสุดท้าย “ประวิตร-จุรินทร์” สนามสงขลา พลังประชารัฐเหนือกว่า ทายาทบ้านใหญ่สะเดามาแรง แถมถาวรแอบช่วยอีกต่างหาก

สนามชุมพรเดือด “ประวิตร-จุรินทร์” ต้องลุ้นถึงคืนก่อนวันหย่อนบัตร เครือข่ายลูกหมีกว้างขวางก็จริง แต่ ปชป.ก็หวั่นไหวพลังธรรมนัส

สมรภูมิเลือกตั้งซ่อม 2 เขต 2 จังหวัดในภาคใต้ กลายเป็นเวทีแข่งเดือดของพรรคร่วมรัฐบาล ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ ที่ต้องการทวงคืน ส.ส. 2 ที่นั่ง และพรรคพลังประชารัฐ ก็หวังเพิ่มจำนวนที่นั่ง ส.ส. เพื่อต่อยอดเลือกตั้งสมัยหน้า

เย็นวันที่ 14 ม.ค.2565 พปชร. และ ปชป.จึงเปิดปราศรัยใหญ่ส่งท้ายทั้งที่ชุมพร และสงขลา ต่างฝ่ายต่างขนขุนพลขุนศึกไปขึ้นเวทีพร้อมหน้า

ที่ชุมพร จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป. นำทีมไปช่วยหาเสียงให้กับ อิสรพงษ์ มากอำไพ ที่ลานหน้า อบจ.ชุมพร อ.เมือง จ.ชุมพร โดยมีนักการเมืองอาวุโสไปร่วมปราศรัยด้วย อาทิ บัญญัติ บรรทัดฐาน และไตรรงค์ สุวรรณคีรี

เฉพาะไตรรงค์ สุวรรณคีรี ตั้งใจมาปราศรัยช่วยลูกหมี ชุมพล จุลใส และพุ่งเป้าวิพากษ์ พล.อ.ประวิตร และธรรมนัส ที่เล่นการเมืองไม่แฟร์

ไตรรงค์ยังเล่าเบื้องหลังการชุมนุม กปปส. ที่ปูทางให้คนบางกลุ่มมีอำนาจ แต่วันนี้ อดีตนายทหารบางคนกลับย่ำยีลูกหมี ชุมพล จุลใส ทหารเสือ กปปส.

ส่วนพรรค พปชร.ไม่มีปราศรัยใหญ่ที่ชุมพร เพียงแต่มีการปราศรัยย่อยใน อ.สวี โดยกลุ่มผู้สมัคร ส.ส. โดยเมื่อวันที่ 12 ม.ค.2564 พล.อ.ประวิตร ได้ยกคณะมาปราศรัยใหญ่ที่ อ.เมืองชุมพรไปแล้ว

ส่วนที่สงขลา เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำทีมไปเปิดปราศรัยช่วย สุภาพร กำเนิดผล ที่สนามโรงเรียนบ้านคลองแงะ ต.พังลา อ.สะเดา จ.สงขลา

สำหรับพรรคพลังประชารัฐ จัดเวทีปราศรัยใหญ่ส่งท้ายที่สงขลา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นำทีมไปช่วย อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ที่สนามโรงเรียนสะเดาขรรค์ชัยกัมพลานนท์อนุสรณ์ ต.สะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา

การปราศรัยใหญ่ของพลังประชารัฐ ถือว่าเป็นการจัดทัพใหญ่ มีทั้งขุนพลขุนศึกอย่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า, สุชาติ ชมกลิ่น ,ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ และสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง พร้อม ส.ส.อีก 20 กว่าคน

ประเมินจากการจัดทัพปราศรัยใหญ่ที่ อ.สะเดา สะท้อนว่า พลังประชารัฐ มั่นใจในสนามเขต 6 สงขลา และเชื่อว่า อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ จะชนะเลือกตั้ง

‘พปชร.เข้าวิน’

เมื่อวันที่ 14 ม.ค.2564 สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สงขลา เขต 6 พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนมั่นใจ พปชร.ชนะแน่ และคะแนนจะทิ้งคู่แข่ง 5 พันคะแนน

ประเมินจากพื้นที่เขต 6 สงขลา พบว่า มีหลายปัจจัย ที่จะทำให้ อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ผู้สมัคร ส.ส. ค่ายพลังลุงป้อม

1.อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ เป็นบุตรชาย อนันต์ พฤกษานุศักดิ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองสะเดา และมีเครือข่ายธุรกิจกว้างขวางในสะเดา-หาดใหญ่ อนุกูลจึงชูคำขวัญ ให้โอกาสคนรุ่นใหม่ มาทำงานเพื่อบ้านเรา และคนบ้านเรา คนพื้นที่

2.เลือกตั้ง 24 มี.ค.2565 เขต 6 สงขลา สมปอง บริสุทธิ์ ผู้สมัคร พปชร.ได้ 19,317 คะแนน ขณะที่ถาวร เสนเนียม ปชป.ได้ 28,465 คะแนน ซึ่งข้อมูลวงในระบุว่า ถาวรได้แอบช่วยหลานรัก เนื่องจากอนันต์ พฤกษานุศักดิ์ เป็นหัวคะแนนใหญ่ของถาวร อดีต ส.ส.สงขลา 7 สมัย

หากรวมคะแนนเดิมของ พปชร. บวกฐานคะแนนส่วนตัวของถาวร ย่อมทำให้อนุกูล มีโอกาสชนะสูงมาก

ด้านฝั่งพรรค ปชป.พยายามจะขยายประเด็นคำพูดของผู้กองธรรมนัส ทำนองว่า หยามคนใต้ และปลุกศรัทธากู้ศักดิ์ศรีพรรค ก็ไม่รู้ว่าจะทำแต้มตีตื้นขึ้นมาได้มากน้อยเพียงใด

‘ปชป.เหนือกว่า’

สนามเลือกตั้งเขต 1 ชุมพร อิสรพงษ์ มากอำไพ ผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร เขต 1 ปชป. มีแต้มต่อ ชวลิต อาจหาญ ค่าย พปชร. เพราะเครือข่ายบ้านใหญ่จุลใส หรือจุลใสแฟมิลี่ ที่มีลูกช้าง สุพล จุลใส ส.ส.ชุมพร และลูกหมี ชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.

ประเมินจากพื้นที่เขต 1 ชุมพร อิสรพงษ์ หลานชายภรรยา มีความพร้อมจากเครือข่ายบ้านใหญ่ ที่ยึดกุม อบจ.ชุมพร และ อบต.กว่าครึ่งในเขตเลือกตั้ง

เดิมที พล.อ.ประวิตร หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส.ที่ชุมพร แต่ตอนหลังกลับเปลี่ยนใจส่งผู้สมัคร ส.ส. และส่งให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ลงมาฝังตัวช่วยทนายแดง

พลันที่ผู้กองธรรมนัส จับมือศิริศักดิ์ อ่อนละมัย อดีต ส.ส.ชุมพร ที่ลาออกจาก ปชป.มาช่วยทนายแดง สถานการณ์การต่อสู้ระหว่าง ปชป.กับ พปชร. จึงสูสีขึ้นมาทันที

ดังนั้น ในวันปราศรัยใหญ่ที่ชุมพร จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ปชป. จึงประกาศว่า การต่อสู้ครั้งนี้ พรรคต้องสู้กับอำนาจเงิน อำนาจรัฐ และอำนาจไม่เป็นธรรม พร้อมกับฝากชาวชุมพรว่า ต้องเลือกอิสรพงษ์ เพื่อคืนความเป็นธรรมแก่ลูกหมี ชุมพล จุลใส

ลักษณะพิเศษของการหาเสียง ปชป.ที่ชุมพรจะต่างจากสงขลา สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ผอ.เลือกตั้งซ่อมชุมพร ได้ชูคำขวัญรักลูกหมี เลือกอิสรพงษ์ และตอกย้ำความเป็นนักสู้ กปปส.ของลูกหมี

“ลูกหมี คือคนที่ต่อสู้เพื่อชาติบ้านเมือง และยังเป็นคนที่สนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี” สาทิตย์ กล่าวทุกเวทีปราศรัย

สนามชุมพร จึงถูกแปรสภาพเป็นการต่อสู้ของอดีตแกนนำ กปปส. กับ พล.อ.ประวิตร และธรรมนัส ไม่ใช่ ปชป.กับ พปชร.