โฆษกศาลฯ เผย ศาลเยาวชนฯ 4 แห่งภาคเหนือตอนล่างร่วมมือจัดค่าย ครอบครัวอุ่นใจได้ลูกหลานคืน
วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 20.10 น.
โฆษกศาลฯ เผย ศาลเยาวชนฯ 4″แห่งภาคเหนือตอนล่างร่วมมือจัดค่าย “ครอบครัวอุ่นใจได้ลูกหลานคืน” เปิดโอกาสเยาวชนที่กระทำผิดกลับคืนสังคม ใช้มาตรการพิเศษแทนพิพากษา ไร้มลทิน-ลบประวัติอาชญากรรม สนองนโยบาย ปธ.ศาลฎีกา
วันที่ 2 มีนาคม2569 นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 19 – 25 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครสวรรค์ ร่วมกับ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเพชรบูรณ์ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพิจิตร และ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งเป็นศาลเยาวชนฯ 4 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ร่วมกันจัดโครงการ ค่าย “ครอบครัวอุ่นใจได้ลูกหลานคืน” โดยค่ายดังกล่าวเป็นการนำเยาวชนที่เคยกระทำผิดเเละมีคดีในศาลเยาวชนฯ ทั้ง 4 จังหวัดกว่า 40 คน ที่เห็นควรได้เข้าโครงการฟื้นฟูฯปรับปรุง ก่อนที่จะมีคำพิพากษามาอบรม 7 วันหากศาลเห็นว่า มีพฤติกรรมดี ศาลก็จะสั่งยุติคดี–ลบประวัติ เป็นการเปิดโอกาสเริ่มต้นใหม่อย่างแท้จริง
โดยโครงการนี้มีศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครสวรรค์เป็นหน่วยงานหลัก เยาวชนทั้งหมดจะถูกส่งไปศึกษาดูงานและฝึกปฏิบัติที่ ศูนย์การเรียนรู้ภูทอง โครงการทหารพันธุ์ดี โดยได้รับความอนุเคราะห์สถานที่และชุดครูฝึกจาก มณฑลทหารบกที่ 31 ค่ายจิรประวัติ สนับสนุนการฝึกระเบียบวินัยและกิจกรรมภาคสนามอย่างเข้มข้น
“ตลอดระยะเวลา 7 วัน ที่เยาวชนอยู่ในค่ายมีการจัดหลักสูตรอย่างหลากหลาย ทั้งภาคบรรยายและการฝึกปฏิบัติ แบ่งกลุ่มทำกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และการทำงานร่วมกัน อาทิ การให้ความรู้ด้านกฎหมาย โทษภัยของยาเสพติด ,การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยชีวิต (CPR) ,การป้องกันอัคคีภัยและการรับมือภัยพิบัติ ,กิจกรรมพัฒนาความสัมพันธ์และการใช้ชีวิต ,การฝึกระเบียบวินัยโดยชุดครูฝึกทหาร”
สำหรับวัตถุประสงค์สำคัญของโครงการ เพื่อให้เด็กและเยาวชน
1.ฝึกระเบียบวินัยและความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม
2.ปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมเชิงบวก
3.ไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำ
4.มองเห็นศักยภาพของตนเอง และนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง
โดยมีเป้าหมายหลัก ให้เด็กและเยาวชนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ไม่กลับไปกระทำผิดซ้ำภายหลังผ่านกระบวนการฟื้นฟู สำหรับเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ ศาลมีคำสั่งใช้ “มาตรการพิเศษแทนการพิพากษาคดี” โดยกำหนดเงื่อนไขให้รายงานตัวเพื่อติดตามผล จำนวน 4 ครั้ง ภายในระยะเวลา 1 ปี หากเด็กและเยาวชนมีพฤติกรรมดีขึ้น ปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วน และไม่กระทำผิดซ้ำ ศาลจะมีคำสั่งยุติคดี และลบข้อมูลการกระทำความผิดออกจากกองทะเบียนประวัติของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้เริ่มต้นชีวิตใหม่โดยไม่ติดประวัติอาชญากรรม กลไกดังกล่าวถือเป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการยุติธรรม เชิงฟื้นฟู ที่มุ่งแก้ไขพฤติกรรมควบคู่กับการให้โอกาส มากกว่าการลงโทษเพียงอย่างเดียว
ด้านนางเกสสุดา มุสิกะปาน วัสสานนท์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนฯจังหวัดนครสวรรค์กล่าวว่า หนึ่งในภารกิจของศาลเยาวชนก็คือการแก้ไขบําบัดฟื้นฟูเยียวยาสงเคราะห์เด็กที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ไม่ได้มุ่งเน้นการนําคนผิดมาลงโทษ แต่เน้นการ สร้างคนดีให้เยาวชนกลับตัวเป็นคนดี คืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพไม่เป็นภาระสังคม สอดคล้องกับนโนยายประธานศาลฎีกา ข้อ 1 คุณธรรมนำทาง เพื่อสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชน