พาน้องกลับมาเรียน! ‘สพฐ.’เดินหน้าพาเด็กกลับสู่ระบบการศึกษา

พาน้องกลับมาเรียน! ‘สพฐ.’เดินหน้าพาเด็กกลับสู่ระบบการศึกษา

พาน้องกลับมาเรียน! ‘สพฐ.’เดินหน้าพาเด็กกลับสู่ระบบการศึกษา

วันอังคาร ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568, 17.13 น.

“สพฐ.”เดินหน้าพาเด็กกลับสู่ระบบการศึกษา พร้อมกำชับสถานศึกษามีมาตรการปลอดภัยรับเปิดเทอม

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2568 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) มอบหมายให้ นายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการ กพฐ.เป็นประธานการประชุมผู้บริหาร สพฐ.ครั้งที่ 15/2568 โดยนำข้อสั่งการของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) แจ้งต่อที่ประชุม เพื่อให้ผู้บริหารและบุคลากรดำเนินการขับเคลื่อนอย่างเร่งด่วน และติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานที่ได้สั่งการไปแล้ว โดยมีผู้บริหารระดับสูงของ สพฐ.ได้แก่ นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการ กพฐ. , นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการ กพฐ. , นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. , นางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ.รวมถึงผู้อำนวยการเขตตรวจราชการ ผู้อำนวยการสำนักต่างๆ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านระบบ Zoom meeting

นายพัฒนะ กล่าวภายหลังการประชุม ว่า วันนี้ที่ประชุมได้หารือประเด็นต่างๆ ที่สำคัญ อาทิ การขับเคลื่อนโครงการ “พาน้องกลับมาเรียน นำการเรียนไปให้น้อง” (OBEC Zero Dropout) ตามนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ของกระทรวงศึกษาธิการ นำโดย พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ., นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศธ.,และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ ศธ. ที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนหลุดออกจากระบบการศึกษาให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา เพื่อให้เด็กไทยทุกคนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง โดยมีการขับเคลื่อนใน 4 มิติ ได้แก่ การป้องกัน การส่งต่อ การติดตามดูแล และการแก้ไข ซึ่งในส่วนของมิติการแก้ไข ได้มีการนำการเรียนไปให้น้องแล้ว 1,345 คน (ชั้นประถมฯ 233 คน ม.ต้น 765 คน ม.ปลาย 347 คน) และมีการส่งต่อแล้ว 793 คน (ชั้นประถมฯ 165 คน ม.ต้น 395 คน ม.ปลาย 233 คน) พร้อมกันนี้ ได้มีการอบรมสร้างความรู้ “ระบบสารสนเทศการนำการเรียนไปให้น้อง OBEC Zero Dropout” ให้แก่บุคลากรของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 245 เขตทั่วประเทศ รวมถึงโรงเรียนในสังกัด จำนวน 5,000 กว่าโรง

ส่วนการดำเนินการต่อไป ได้เริ่มกิจกรรม “สงกรานต์นี้กลับบ้าน พาลูกหลานกลับมาเรียน” ใน 5 จุดทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 10 เมษายน – 9 พฤษภาคม 2568 ในลักษณะโรงเรียนเคลื่อนที่ Mobile School จัดกิจกรรมแนะแนวการศึกษา ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้และเข้าใจการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นด้วย 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ และเปิดรับสมัครเด็กเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษาให้กลับมาเรียน จากนั้นจะมีการอบรม “1 โรงเรียน 3 รูปแบบ online” 2 รุ่น ให้แก่โรงเรียนนำร่อง 939 โรงเรียน ในช่วงเดือนพฤษภาคม เพื่อกำกับ ติดตาม ให้ความรู้เรื่องรูปแบบการเรียน การสร้างสื่อสร้างสรรค์ และเมื่อเปิดภาคเรียนจะมีการติดตาม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถอดบทเรียน และหารูปแบบวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) เพื่อให้การนำการเรียนไปให้น้องมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้เรียนต่อไป

“อีกเรื่องที่เราให้ความสำคัญ คือมาตรการเตรียมความพร้อมการเปิดภาคเรียนที่ 1/2568 โดย สพฐ.ได้กำชับไปยังสำนักงานเขตพื้นที่ฯ และสถานศึกษาในสังกัด ให้มีมาตรการเตรียมความพร้อมใน 5 ด้าน ประกอบด้วย 1.ด้านความปลอดภัยของสถานศึกษา โดยคำนึงถึงสวัสดิภาพของนักเรียน ตั้งแต่เดินทางออกจากบ้านเข้าสู่ประตูรั้วโรงเรียนจนออกจากโรงเรียนเดินทางถึงบ้านพักนักเรียน 2.ด้านการเสริมสร้างโอกาสในการเรียนรู้และสร้างภูมิคุ้มกัน อาทิ กิจกรรมเยี่ยมบ้านนักเรียน 100% การสอนซ่อมเสริม/ชดเชย เสริมทักษะเพิ่มเติมให้กับนักเรียน กิจกรรมแนะแนว (Coaching) เป็นต้น 3.ด้านเครือข่ายและการสร้างความร่วมมือ โดยประสานเครือข่ายและสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานในระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ระดับตำบล ชุมชน หมู่บ้าน ที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของสถานศึกษา ทั้งในเวลาราชการและนอกเวลาราชการ ตามความจำเป็นและเหมาะสม 4.ด้านการจัดสนับสนุนค่าใช้จ่าย โดย สพฐ. ได้อนุมัติจัดสรรงบประมาณฯ ในการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้ว ทั้ง 5 รายการ ได้แก่ ค่าจัดการเรียนการสอน ค่าหนังสือเรียน ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเครื่องแบบนักเรียน และค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ให้นักเรียนได้ครบทุกคนก่อนเปิดภาคเรียน เพื่อช่วยลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง และ 5.ด้านแผนเผชิญเหตุ ต้องมีขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุในสถานศึกษา รวม 3 ขั้นตอน คือ ก่อนเกิดภัย ขณะเกิดภัย และหลังเกิดภัย รวมถึงการตรวจตราเฝ้าระวังสิ่งเสพติดต่างๆ เช่น บุหรี่ไฟฟ้า ไม่ให้เข้าถึงนักเรียนได้ เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษา ให้นักเรียนและครู “เรียนดี มีความสุข” ในทุกพื้นที่ของประเทศ พร้อมรับการเปิดภาคเรียนใหม่ที่จะถึงนี้” รองเลขาธิการ กพฐ.กล่าว

– 006

สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระอนุเคราะห์ กรณีสามเณร ถูกประทุษร้าย จ.สงขลา

สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระอนุเคราะห์ กรณีสามเณร ถูกประทุษร้าย จ.สงขลา

สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระอนุเคราะห์ กรณีสามเณร ถูกประทุษร้าย จ.สงขลา

วันอังคาร ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.50 น.

วันที่ 22 เมษายน 2568 สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระอนุเคราะห์ กรณี สามเณร ถูกเหตุประทุษร้าย ในพื้นที่ อ.สะบ้าย้อยจ.สงขลา จนทำให้มีสามเณรถึงมรณภาพ 1 รูป และอาพาธ 1 รูป
ตามที่ เกิดเหตุคนร้ายประทุษร้ายสามเณร ณ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เมื่อวันอังคาร ที่ 22 เมษายน 2568 ทำให้มีสามเณรถึงมรณภาพ 1 รูป และอาพาธ 1 รูป ความทราบตามข่าวสารที่ปรากฏแล้ว นั้น

เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงปลงธรรมสังเวชและโปรดประทานผ้าไตร 1 ไตร พร้อมไม้จันทน์ 1 ช่อ สำหรับการฌาปนกิจ พร้อมทั้งมีพระบัญชาโปรดให้ไวยาวัจกรจัดกัปปิยภัณฑ์เท่าจำนวน20,000 บาท (สองหมื่นบาทถ้วน) ประทานแก่เจ้าภาพศพสามเณรพงษ์กร ชูมาปาน เพื่อช่วยการบำเพ็ญกุศล

อนึ่ง โปรดประทานเหรียญพระรูปแก่สามเณรโภคนิษฐ์ โมราศิลป์ เพื่อเป็นกำลังใจ พร้อมทั้งมีพระบัญชาโปรดให้ไวยาวัจกรจัดกัปปิยภัณฑ์เท่าจำนวน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) ประทานแก่เป็นคิลานปัจจัย

ทั้งนี้ มีพระบัญชาโปรดให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นผู้เชิญสิ่งของและกัปปิยภัณฑ์ประทานไปถวายแด่เจ้าคณะจังหวัดสงขลา เพื่อมอบแก่เจ้าภาพศพและสามเณรผู้อาพาธตามพระประสงค์

อนึ่ง มีรับสั่งประทานกำลังใจแก่ครอบครัว ญาติมิตรของผู้ถึงมรณภาพ ให้ทุเลาความโศก และความหม่นหมอง อีกทั้งโปรดประทานพรให้เจ้าหน้าที่ ผู้ประสบเหตุ และผู้ตระหนกเสียขวัญจงถึงพร้อมด้วยขันติ สติ และปัญญาอันเข้มแข็ง เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ความสงบร่มเย็นของชาติ และความสถาพรของพระพุทธศาสนาในราชอาณาจักรไทยให้ดำรงมั่นคงอยู่สืบไป

สอศ. ผนึกกำลังเอกชน 7 แห่ง ผลิตกำลังคนคุณภาพในอุตสาหกรรมพลังงาน

สอศ. ผนึกกำลังเอกชน 7 แห่ง ผลิตกำลังคนคุณภาพในอุตสาหกรรมพลังงาน

สอศ. ผนึกกำลังเอกชน 7 แห่ง ผลิตกำลังคนคุณภาพในอุตสาหกรรมพลังงาน

วันอังคาร ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.09 น.

สอศ. ผนึกกำลังเอกชน 7 แห่ง ผลิตกำลังคนคุณภาพในอุตสาหกรรมพลังงาน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ

วันที่ 22 เมษายน 2568 นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) เปิดเผยว่า ตามนโยบาย พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ “เรียนดี มีความสุข” ที่ให้ความสำคัญกับการเรียนสายอาชีพ สร้างโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา มีทักษะตรงความต้องการของภาคธุรกิจ มีรายได้ระหว่างเรียน (Learn to Earn) จบแล้วมีงานทำ และขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาอาชีวศึกษายุคใหม่ที่มุ่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ตามแนวทาง “จับมือไว้ แล้วไปด้วยกัน”  ดังนั้น เมื่อวันที่ 21 เม.ย. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จึงได้ลงนามความร่วมมือกับสถานประกอบการ 7 แห่ง กลุ่มอาชีพพลังงานและพลังงานทดแทน ได้แก่ บริษัท 89 พลัส เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด บริษัท ทีวายเค ฟิลเตอร์ส จำกัด (สำนักงานใหญ่) บริษัท โกลบอลกรีนโฮลดิ้ง จำกัด บริษัท เอชเคเค อินสตรูเมนเทชั่น เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เอเอ็มอาร์ เอเชีย จำกัด มหาชน บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทรีโซน เอ็นเนอร์ยี่ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด ณ ห้องประชุม 1 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

เลขาธิการ กอศ. กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการยกระดับคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษา โดยมีเป้าหมายสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และเอกชน ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการทั้งในห้องเรียนและสถานประกอบการจริง ด้วยการจัดการศึกษาในระบบทวิภาคี ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะวิชาชีพที่ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมด้านพลังงานและพลังงานทดแทนทั้งในปัจจุบันและอนาคต พัฒนาทักษะครูและครูฝึกให้เกิดความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีพลังงาน และสร้างโอกาสในการมีงานทำที่มั่นคงหลังจบการศึกษา  ซึ่งระยะแรกจะมีการพัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเข้าใจในระบบเทคโนโลยีด้านพลังงานมากยิ่งขึ้น และวางแผนนักศึกษาสาขาเทคนิคพลังงานและพลังงานทดแทนในการเข้าฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพร่วมกับสถานประกอบการในลำดับต่อไป

เลขาธิการ กอศ. กล่าวต่อว่า สอศ. พร้อมเดินหน้าผลิตกำลังคนคุณภาพสูง สนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดของประเทศ ซึ่งจะส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน  สำหรับความร่วมมือภายใต้ คณะอนุกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา (อ.กรอ.อศ.) กลุ่มอาชีพพลังงานและพลังงานทดแทน ที่ผ่านมา สอศ. ได้ดำเนินการร่วมกับ บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด ในการจัดการเรียนการสอนนวัตกรรมระบบ AI และ IoT ในสถานศึกษาแล้วกว่า 20 แห่ง  

นักมาตร มว. อบรม Calibration of Hydrometers ให้แก่เจ้าหน้าที่จาก ITDI, DOST ฟิลิปปินส์

นักมาตร มว. อบรม Calibration of Hydrometers ให้แก่เจ้าหน้าที่จาก ITDI, DOST ฟิลิปปินส์

นักมาตร มว. อบรม Calibration of Hydrometers ให้แก่เจ้าหน้าที่จาก ITDI, DOST ฟิลิปปินส์

วันอังคาร ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

อบรม – ดร.ชมพูนุท  หิรัญพฤกษ์ หัวหน้ากลุ่มงานมาตรฐานปฐมภูมิมวลและปริมาณที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายมาตรวิทยาเชิงกล ให้การต้อนรับ Engr. Ma Nazarene M. Baculanta และ Engr. Racquel O. Remorque, Science Research Specialist II & I เจ้าหน้าที่จาก industrial Technology Development Institute (ITDI), Department of Science and Technology (DOST) ประเทศฟิลิปปินส์ ในฐานะวิทยากร อบรมหลักสูตร Calibration of Hydrometers ณ อาคารผดุงมาตร (มว.) คลองห้า จ.ปทุมธานี

มรภ.สงขลา ดึง 4 ชุมชนพื้นที่ ‘สงขลา-พัทลุง-สตูล’ ฝึกทำผลิตภัณฑ์เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม ปูทางสู่ธุรกิจครัวเรือน

มรภ.สงขลา ดึง 4 ชุมชนพื้นที่ ‘สงขลา-พัทลุง-สตูล’ ฝึกทำผลิตภัณฑ์เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม ปูทางสู่ธุรกิจครัวเรือน

มรภ.สงขลา ดึง 4 ชุมชนพื้นที่ ‘สงขลา-พัทลุง-สตูล’ ฝึกทำผลิตภัณฑ์เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม ปูทางสู่ธุรกิจครัวเรือน

วันอังคาร ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

วิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการและฝึกปฏิบัติการการทำผลิตภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน (Eco-Friendly) นำสู่การสร้างธุรกิจของครัวเรือน/ชุมชน (ปีที่3) และผลิตสื่อการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ภายใต้โครงการศูนย์การเรียนรู้เพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรชุมชนอย่างยั่งยืน กิจกรรมขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) สู่ชุมชนต้นแบบ 1 จังหวัด 1 ชุมชน เพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรชุมชนอย่างยั่งยืน (ปีที่ 3) ณ ห้องประชุมชั้น 3 อาคารกองพัฒนานักศึกษา และห้องปฏิบัติการแปรรูปพอลิเมอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ ห้องประชุม มรภ.สงขลา วิทยาเขตสตูล และ ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีไร้ดิน ฉิมเมล่อน อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล โดยมี อาจารย์วันฉัตร จารุวรรณโน รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและงบประมาณ เป็นประธานในพิธีเปิด

การจัดกิจกรรมดังกล่าวเพื่อให้ความรู้แก่สมาชิกในชุมชน พื้นที่ ต.เกาะแต้ว อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา พื้นที่ ต.ตะโหมด อ.ตะโหมด จ.พัทลุง พื้นที่ ต.เกาะสาหร่าย อ.เมืองสตูล และ พื้นที่ ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล ในการจัดทำผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การพัฒนาสินค้าของครัวเรือน พร้อมทั้งฝึกปฏิบัติการการทำผลิตภัณฑ์บนฐานการรีไซเคิลและการรียูส และฝึกทักษะการออกแบบผลิตภัณฑ์ Eco-Friendly รวมถึงการวางแผนเพื่อติดตามประเมินผลการเป็นชุมชนต้นแบบด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ด้านการคัดแยกขยะ การยกระดับเป็นผลิตภัณฑ์ การนำขยะหมุนเวียนใช้ใหม่ การประหยัดพลังงาน และอื่น ๆ เพื่อคัดเลือกครัวเรือนต้นแบบด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับชุมชนที่ร่วมโครงการทั้ง 4 ชุมชน ผ่านการทำงานร่วมกับภาคีภาคส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้อง โดยคาดหวังให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำนวัตกรรมที่ได้ไปขยายผลยังพื้นที่อื่นๆ ต่อไปได้ในอนาคต

สำหรับที่มาของกิจกรรมดังกล่าว เกิดจากการสอบถามความต้องการของชุมชน พบว่าชุมชนต้องการการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างชุมชนในจังหวัดต่างๆ เพื่อนำบทเรียนที่ดีมาปรับใช้ รวมถึงต้องการเห็นตัวอย่างการใช้ 3R อย่างเป็นรูปธรรม และจะนำวิธีการทั้งด้านการลดขยะ การใช้ซ้ำและการรีไซเคิลไปปรับใช้ในชุมชน นอกจากนั้น ยังเป็นการยกระดับการวางแผนชุมชนเพื่อลดคาร์บอน การให้ความรู้เรื่องการประเมินคาร์บอนฟรุตปริ้นผลิตภัณฑ์ผ่านตัวอย่างวิสหากิจชุมชนหรือผู้ประกอบการที่สำเร็จแล้ว เป็นสิ่งที่ควรเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับชุมชนเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเป้าหมายที่ 13 อีกด้วย

นักศึกษา มทร.กรุงเทพ ร่วมเป็นผู้ช่วยโครงการวิจัยฯ หลักสูตรการทำแพตเทิร์นเสื้อและกางเกงบุรุษเบื้องต้น

นักศึกษา มทร.กรุงเทพ ร่วมเป็นผู้ช่วยโครงการวิจัยฯ หลักสูตรการทำแพตเทิร์นเสื้อและกางเกงบุรุษเบื้องต้น

นักศึกษา มทร.กรุงเทพ ร่วมเป็นผู้ช่วยโครงการวิจัยฯ หลักสูตรการทำแพตเทิร์นเสื้อและกางเกงบุรุษเบื้องต้น

วันอังคาร ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พัฒนาทักษะ – ผศ.ดร.ธนกฤต แก้วพิลารมย์ พร้อมด้วยอาจารย์อรปรียา ฤทธิโชติ อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีเสื้อผ้าและแพตเทิร์น นำนักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาเทคโนโลยีเสื้อผ้าและแพตเทิร์นร่วมเป็นผู้ช่วยโครงการวิจัย “การศึกษาหลักสูตรนำร่องเพื่อพัฒนาทักษะงานหัตถศิลป์สำหรับงานแฟชั่น“ หลักสูตรการทำแพตเทิร์นเสื้อและกางเกงบุรุษเบื้องต้น ณ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมือง และนฤมิตศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

สจล.-IIT Bombay จับมือ MOU ด้านการศึกษา สู่การเป็น ‘The World Master of Innovation’

สจล.-IIT Bombay จับมือ MOU ด้านการศึกษา สู่การเป็น 'The World Master of Innovation'

สจล.-IIT Bombay จับมือ MOU ด้านการศึกษา สู่การเป็น ‘The World Master of Innovation’

วันอังคาร ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ขับเคลื่อน AI – รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล. ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงทางวิชาการร่วมกับ Prof. Sudarshan Kumar คณบดีฝ่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ (Dean of International Relations) จาก Indian Institute of Technology Bombay มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศอินเดีย ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 118 ของโลก ตามการจัดอันดับของ QS World University Rankings ครอบคลุมโครงการแลกเปลี่ยนคณาจารย์ นักศึกษา และกิจกรรมวิจัยร่วมกันระหว่าง 2 สถาบัน และความร่วมมือทางด้านการศึกษา ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ , หุ่นยนต์, และเทคโนโลยีอวกาศ ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดัน สจล. สู่การเป็น “The World Master of Innovation” ต่อไป

ม.กาฬสินธุ์ต้อนรับนักศึกษาจากประเทศโกตดิวัวร์ เพื่อการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและบุคลากร

ม.กาฬสินธุ์ต้อนรับนักศึกษาจากประเทศโกตดิวัวร์ เพื่อการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและบุคลากร

ม.กาฬสินธุ์ต้อนรับนักศึกษาจากประเทศโกตดิวัวร์ เพื่อการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและบุคลากร

วันอังคาร ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ต้อนรับอบอุ่น – ผศ.ดร.กีรวิชญ์ เพชรจุล รักษาราชการแทน อธิการบดี มกส. เป็นประธานต้อนรับนักศึกษาจากประเทศโกตดิวัวร์ ในโอกาสเยือนมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ โดยมี ดร.รณชิต พุทธลา ประธานมูลนิธิสหพันธ์ครอบครัวฯ จ.กาฬสินธุ์ นางนวลจันทร์ พุทธลา กรรมการมูนิธิฯ นางสังคม เนตรโสภา เลขาธิการมูลนิธิฯ คณะผู้บริหารและบุคลากร มกส. ให้การต้อนรับ เพื่อการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและบุคลากรระหว่างมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์กับสาธารณรัฐโกตดิวัวร์

JAXA คัดเลือก 2 การทดลองเยาวชนไทย ไปทดลองบนสถานีอวกาศนานาชาติ

JAXA คัดเลือก 2 การทดลองเยาวชนไทย ไปทดลองบนสถานีอวกาศนานาชาติ

JAXA คัดเลือก 2 การทดลองเยาวชนไทย ไปทดลองบนสถานีอวกาศนานาชาติ

วันอังคาร ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น หรือ แจ็กซา (JAXA) ประเทศญี่ปุ่น ประกาศผลการจัดแข่งขันโครงการ “Asian Try Zero-G 2025” โดย JAXA ได้คัดเลือกแนวคิดการทดลองจำนวน 11 ผลงาน เพื่อนำไปทดลองจริงบนสถานีอวกาศนานาชาติ ในช่วงต้นปี 2569

ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า “คณะกรรมการซึ่งประกอบไปด้วยนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญของ สวทช. ได้คัดเลือกแนวคิดการทดลองของเยาวชนไทยจำนวน 3 เรื่อง ส่งเข้าแข่งขันกับประเทศสมาชิกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดย JAXA ได้เลือกข้อเสนอการทดลองจาก 14 ชาติ รวมจำนวน 11 เรื่อง ซึ่งในจำนวนนี้เป็นการทดลองของเยาวชนไทย 2 เรื่อง เพื่อนำไปทดลองบนสถานีอวกาศนานาชาติ โดยนายคิมิยะ ยูอิ นักบินอวกาศญี่ปุ่น ในห้องทดลองโมดูลคิโบ (Kibo Module) ของ JAXA สำหรับการทดลองเรื่องอื่นๆ เป็นของเยาวชนออสเตรเลีย บังคลาเทศ ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และไต้หวัน” ดร.จุฬารัตน์ กล่าวและว่า

สำหรับแนวคิดการทดลองทั้ง 2 เรื่อง ที่ได้รับการคัดเลือกประกอบด้วย ไอเดียการทดลองแรกของ นายธนกฤต โพธิปักขิย์ (เจ๋ง) นายยศพนธ์ สุขสว่าง (นะโม) และนายกฤติน เกตานนท์ (ซีซ่าร์) นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนดาราสมุทร ศรีราชา เรื่องการศึกษาการสั่นแบบฮาร์มอนิกอย่างง่ายของสปริงและเชือกในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ (Studying the behavior of simple harmonic motion in the spring and rope in microgravity conditions) เป็นการศึกษารูปแบบของคลื่นในเส้นเชือกในแต่ละชนิดผ่านการสั่นของมวลที่ติดกับสปริงแบบฮาร์มอนิกอย่างง่าย โดยมีเส้นเชือกประเภทต่างๆ ติดกับมวลแบบตั้งฉาก อย่างไรก็ตาม อิทธิพลของแรงโน้มถ่วงโลกส่งผลต่อมวลของเชือกและมวลที่ติดกับสปริง ทำให้การสังเกตผลการทดลองเป็นไปด้วยความยากลำบาก ด้วยเหตุนี้จึงเกิดข้อสงสัยว่า หากนำการทดลองดังกล่าวไปทดลองภายใต้สภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ เส้นเชือกทั้ง 3 ชนิดจะมีการเคลื่อนที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

ไอเดียการทดลองที่ 2 ของนายพิพัฒน์พล สิริโพธิกุล (พี) นายชนกันต์ เฉยสอาด (นภ) และนายณัฐดนัย พึ่งแสงจันทร์ (โพธิ์) นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว เรื่องการศึกษาพฤติกรรมของสะพานของเหลวภายใต้สภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ (Dynamics of liquid bridge in microgravity) เป็นการศึกษาความสูง มุมสัมผัส และรูปทรงของน้ำที่อยู่ระหว่างวัตถุ 2 ด้าน โดยการเอาวัตถุที่หนึ่งมาวางเป็นฐานและหยดน้ำลงไปบนวัตถุ จากนั้นนำวัตถุที่สองมาชนกับหยดน้ำและดึงขึ้น น้ำที่ถูกดึงขึ้นมาเรียกว่า สะพานของเหลว โดยวัตถุสองชิ้นที่วัสดุเหมือนกัน แรงที่กระทำกับสะพานของเหลวจะมีแรงโน้มถ่วง แรงตึงผิว และแรงแคพิลลารี แต่ถ้าทำการทดลองโดยที่วัตถุสองด้านมีวัสดุต่างกันจะทำให้รูปทรงและมุมสัมผัสของสะพานของเหลวต่างออกไป ทางทีมจึงสงสัยว่าหากการทดลองนี้ไม่มีแรงโน้มถ่วงจะส่งผลกับความสูง มุมสัมผัส และรูปทรงของสะพานของเหลวอย่างไร

ทั้งนี้เยาวชนเจ้าของการทดลองจะมีโอกาสสื่อสารกับนักบินอวกาศแบบเรียลไทม์และรับชมการถ่ายทอดสดการทดลองบนสถานีอวกาศนานาชาติจากศูนย์อวกาศสึคุบะ (Tsukuba Space Center) ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงต้นปี 2569 ตามตารางการทำงานของนักบินอวกาศ

กรมวิทย์ฯ บริการ โชว์ศักยภาพศูนย์ ‘T-CAVs’ ส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีขนส่งอัจฉริยะ

กรมวิทย์ฯ บริการ โชว์ศักยภาพศูนย์ ‘T-CAVs’ ส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีขนส่งอัจฉริยะ

กรมวิทย์ฯ บริการ โชว์ศักยภาพศูนย์ ‘T-CAVs’ ส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีขนส่งอัจฉริยะ

วันอังคาร ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ดร.ปาษาณ กุลวานิช ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมหุ่นยนต์และยานยนต์อัตโนมัติ ให้การต้อนรับ นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย คณะทีมงานศูนย์วิจัยยานยนต์และระบบขนส่งอัจฉริยะ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วยหน่วยงานพันธมิตร ในการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสถานการณ์ในแวดวงยานยนต์สมัยใหม่ ณ อาคารศูนย์ปฏิบัติการอัจฉริยะ (IOC) พื้นที่โครงการนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (วังจันทร์วัลเลย์) จ.ระยอง

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ CAV Round Table นอกจากการพูดคุยแลกเปลี่ยนการสื่อสารระหว่างยานพาหนะและโครงสร้างพื้นฐานด้วยเทคโนโลยี V2X ประกอบด้วยการนำเสนอแนวคิดและเทคโนโลยียานยนต์เชื่อมต่อและขับขี่อัตโนมัติ การบรรยายเกี่ยวกับระบบการสื่อสารระหว่างยานพาหนะและโครงสร้างพื้นฐานด้วยเทคโนโลยี V2X รวมถึงแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับ Use Cases ของระบบ ITS (Intelligent Transportation System) แล้ว ได้มีการลงพื้นที่เยี่ยมชมการสาธิตการสื่อสารระหว่างยานพาหนะและโครงสร้างพื้นฐานด้วยเทคโนโลยี V2X (OBU/RSU) ณ พื้นที่ลานบิน และศูนย์ทดสอบยานยนต์เชื่อมต่อและขับขี่อัตโนมัติ (TCAVs) กรมวิทยาศาสตร์บริการ