3 เหล่าทัพยิงสลุตหลวง เฉลิมพระเกียรติ’สมเด็จพระพันปีหลวง’

3 เหล่าทัพยิงสลุตหลวง เฉลิมพระเกียรติ'สมเด็จพระพันปีหลวง'

3 เหล่าทัพยิงสลุตหลวง เฉลิมพระเกียรติ’สมเด็จพระพันปีหลวง’

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.47 น.

 3 เหล่าทัพ ยิงสลุตหลวง เฉลิมพระเกียรติ ‘พระบรมราชชนนีพันปีหลวง’เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 ส.ค. 2568

วันที่ 12 สิงหาคม 2568 เวลา 12.00 น. ที่ท้องสนามหลวง กองทัพบก โดยกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ ยิงสลุตหลวงจำนวน 21 นัด เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 ส.ค. 2568

ด้านกองทัพเรือ โดย กองพันทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ได้ทำการยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษมพระชนมพรรษา 12 ส.ค. 2568  ที่ป้อมวิไชยประสิทธิ์ ภายในกองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร 

ขณะที่ กองทัพอากาศ โดย กรมทหารต่อสู้อากาศยาน หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน ทำการยิงสลุตหลวงเฉลิมพระเกียรติ 21 นัด ถวายเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2568  ที่อุทยานการบินกองทัพอากาศ

อาจารย์ ม.รามคำแหง ได้รับคัดเลือกให้นำเสนอผลงานวิจัยสนับสนุนการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (CNT)

อาจารย์ ม.รามคำแหง ได้รับคัดเลือกให้นำเสนอผลงานวิจัยสนับสนุนการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (CNT)

อาจารย์ ม.รามคำแหง ได้รับคัดเลือกให้นำเสนอผลงานวิจัยสนับสนุนการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (CNT)

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.24 น.

อาจารย์ ม.รามคำแหง ได้รับคัดเลือกให้นำเสนอผลงานวิจัยสนับสนุนการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (CNT) และการท่องเที่ยวธรรมชาติเชิงบวก (NPT)  ในการประชุม Global Sustainable Tourism Conference 2025 (GSTC2025) ที่ประเทศฟิจิ
 
การประชุม Global Sustainable Tourism Conference 2025 (GSTC2025) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5–8 สิงหาคม 2568 ณ โรงแรมเชอราตัน เดนาเรา ประเทศฟิจิ มีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 350 คน จากมากกว่า 40 ประเทศ โดยเป็นเวทีรวมผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยว ตัวแทนแหล่งท่องเที่ยว นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืนจากทั่วโลก เพื่อหารือเกี่ยวกับความท้าทายสำคัญและแนวทางแก้ไขในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ท่ามกลางบรรยากาศของหนึ่งในจุดหมายปลายทางเกาะที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก การประชุมเน้นย้ำความสำคัญของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและการดูแลจัดการแหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะในพื้นที่ชายฝั่งและเกาะ กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการฝึกอบรมเข้มข้นก่อนการประชุมเป็นเวลา 2 วัน ในหัวข้อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ 3–4 สิงหาคม 2568 ซึ่งผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงลึก ต่อมาในวันที่ 5 สิงหาคม 2568 มีการจัดสัมมนาวิชาการ GSTC ครั้งที่ 3 (III GSTC Academic Symposium) เพื่อเปิดเวทีให้นักวิชาการและผู้ปฏิบัติงานได้นำเสนอผลงานวิจัยและกรณีศึกษาที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน การมีส่วนร่วมของชุมชน และความสามารถในการฟื้นตัวของแหล่งท่องเที่ยว
 
โปรแกรมการประชุมมี 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ การท่องเที่ยวชายฝั่งและเกาะ (Coastal & Island Tourism) ชุมชน วัฒนธรรม และการพัฒนาอย่างรับผิดชอบ (Community, Culture, and Responsible Development) และความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปรับตัว และการฟื้นฟูอย่างยั่งยืน (Climate Resilience, Adaptation, and Sustainable Recovery) ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถเข้าถึงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องจากวิทยากรชั้นนำได้อย่างตรงประเด็น


 
การประชุมใหญ่ (Global Conference) จัดขึ้นในวันที่ 6–7 สิงหาคม 2568 ครอบคลุมหัวข้อประชุมที่หลากหลายและเจาะลึกประเด็นเร่งด่วนของวงการท่องเที่ยวในปัจจุบัน เช่น การบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวบนเกาะขนาดเล็ก (Small Island Destination Management) การปกป้องแนวปะการัง (Reef Protection) การฟื้นฟูปะการัง (Coral Restoration) การดำน้ำอย่างรับผิดชอบ (Responsible Diving) ความยั่งยืนในสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม อีเวนต์ (Sustainability in Attractions, Hospitality, Events) การวัดและประเมินความยั่งยืน (Sustainability Measurement and Evaluation) และการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม (Environmental Regeneration) รวมถึงหัวข้อสำคัญอื่น ๆ
 
นับเป็นโอกาสดีที่การประชุม GSTC 2025 ได้พิจารณาคัดเลือกให้นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง คือ รศ.ดร.ธรรมศักดิ์ ยีมิน ในหัวข้อเรื่อง “A Carbon-Neutral Marine Tourism Route for Snorkeling in Trat Province, the Eastern Gulf of Thailand” และ อาจารย์ ดร.วิชินสืบปาละ ในหัวข้อเรื่อง “Coral Micro-Fragmentation: Innovative Approach to Coral Restoration for Enhancing Nature-Positive Tourism in Thailand” ให้นำเสนอในสัมมนาวิชาการ GSTC ครั้งที่ 3

รศ.ดร.ธรรมศักดิ์ ยีมิน ได้นำเสนอโครงการที่พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นต้นแบบลดและชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการท่องเที่ยวทางทะเล โดยใช้แอปพลิเคชัน ZERO CARBON ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) คำนวณการปล่อยและกำหนดมาตรการลดในด้านการขนส่ง ที่พัก อาหาร และการจัดการของเสีย ทำให้คาร์บอนฟุตพริ้นท์ลดลงเหลือ 269.37 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อทริป พร้อมชดเชยผ่านการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศ ซึ่งเป็น Nature-based Solutions สำคัญต่อการกักเก็บคาร์บอน โดยเส้นทางท่องเที่ยวที่นำเสนอครอบคลุมเกาะยักษ์เล็ก เกาะยักษ์ใหญ่ เกาะมะปริง ในหมู่เกาะช้าง จังหวัดตราด และพื้นที่ศักยภาพคาร์บอนสีน้ำเงิน (blue carbon) เช่น ป่าชายเลน รวมถึงกองหินใต้น้ำที่เป็นระบบนิเวศสำคัญต่อการสะสมคาร์บอนและความหลากหลายทางชีวภาพ โครงการนี้สอดคล้องกับนโยบายการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน Global Sustainable Tourism Council (GSTC) แสดงให้เห็นความเป็นไปได้ของการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ผ่านแนวทางบูรณาการ “วัด–ลด–ชดเชย” และการประสานความร่วมมือจากภาครัฐ เอกชน ชุมชน และเครือข่ายนานาชาติ

อาจารย์ ดร.วิชิน สืบปาละ ได้นำเสนอเทคนิคการฟื้นฟูปะการังด้วยวิธีการตัดชิ้นส่วนปะการังขนาดเล็ก (micro-fragmentation) และการเชื่อมต่อโคโลนี (colony fusion) เพื่อเร่งการเจริญเติบโต และการสืบพันธุ์ของปะการังให้เร็วขึ้น รวมทั้งใช้การเลือกพันธุ์ตามธรรมชาติเพื่อสร้างโคโลนีที่แข็งแรงทนต่อสภาวะเครียดสูง ภายใต้การสนับสนุนจากกลุ่มเศรษฐกิจสีน้ำเงิน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โครงการวิจัยนี้ได้คัดเลือกปะการังจากแนวปะการังน้ำตื้นที่มีความทนทานต่ออุณหภูมิสูง ความเข้มแสงสูง และรังสี UV นำไปอนุบาลบนโดมคอนกรีตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จากผลการติดตามพบว่าอัตราการรอดชีวิตสูงมากกว่า 80% ไม่มีการฟอกขาวหรือโรค และมีการลงเกาะของตัวอ่อนปะการังใหม่บนพื้นโครงสร้างรูปโดม โดยเทคนิคนี้เป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่นำ micro-fragmentation มาประยุกต์ใช้ ซึ่งนอกจากจะช่วยฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพและเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบนิเวศต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแล้ว ยังสร้างโอกาสให้การท่องเที่ยวเชิงนิเวศมีบทบาทสนับสนุนการอนุรักษ์ในระยะยาวตามแนวทางการท่องเที่ยวธรรมชาติเชิงบวก หรือ Nature-Positive Tourism อีกด้วย


 
ผลงานวิจัยทั้ง 2 โครงการฯ ดังกล่าวดำเนินงานร่วมกับ รศ.ดร. มาฆมาส สุทธาชีพ, อาจารย์ ดร. สิทธิพร เพ็งสกุล, อาจารย์ ดร. วัลยา กลิ่นทอง และอาจารย์ ดร. เจริญมี แช่มช้อย กลุ่มวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพในทะเล ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ผศ.สุภาวดี โพธิยะราช ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส สกสว. ผศ.อนพัทย์ หนองคู มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา นายนิพัทธ์พงษ์ ชวนชื่น ผู้ก่อตั้ง Trekking THAI/ผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยด้านการท่องเที่ยวสุทธิเป็นศูนย์ในประเทศไทย Mr. Richard Peter, ผู้ประสานงาน Thailand TOGETHER Net Zero นักวิจัยจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ปีงบประมาณ 2566-2567

GSTC2025 ได้เชิญ คุณภูมิกิตติ์ รักแต่งาม ประธานมูลนิธิพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืน จังหวัดภูเก็ต เข้าร่วมเวทีเสวนา เรื่อง “การบริการด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่ง (Sustainable Hospitality and Coastal Development)” และคุณนิพัทธ์พงษ์ ชวนชื่น ผู้ก่อตั้ง Trekking THAI และผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยด้านการท่องเที่ยวสุทธิเป็นศูนย์ในประเทศไทย ในเวทีเสวนา เรื่อง “การพัฒนาและเสริมพลังบุคลากร (Workforce Development and Empowerment)”
 
สภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Council: GSTC) เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร ทำหน้าที่กำหนดและบริหารมาตรฐานการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในระดับโลก หรือ “GSTC Standards” ซึ่งครอบคลุมเกณฑ์สำหรับผู้กำหนดนโยบายและผู้จัดการแหล่งท่องเที่ยว (GSTC Destination Standard) โรงแรม (GSTC Hotel Standard) ผู้ประกอบการทัวร์ (GSTC Tour Operator Standard) การจัดประชุมและนิทรรศการ (GSTC MICE Standard) และสถานที่ท่องเที่ยว (GSTC Attraction Standard)
การประชุม GSTC ครั้งต่อไป คือ GSTC2026 จะจัดขึ้นที่จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 21–24 เมษายน 2569

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’ถวายแจกันดอกไม้ ลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’ถวายแจกันดอกไม้ ลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’ถวายแจกันดอกไม้ ลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.16 น.

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’ถวายแจกันดอกไม้ ลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

12 สิงหาคม 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก และนายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ กรรมการ นำคณะผู้บริหารมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และหน่วยงานในเครือ นำแจกันดอกไม้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 12 สิงหาคม2568 ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ

พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ลงนามถวายพระพร ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ ในโอกาสวันแม่แห่งชาติ

พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ลงนามถวายพระพร 'สมเด็จพระพันปีหลวง' ในโอกาสวันแม่แห่งชาติ

พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ลงนามถวายพระพร ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ ในโอกาสวันแม่แห่งชาติ

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.24 น.

พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ลงนามถวายพระพร ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ ในโอกาสวันแม่แห่งชาติ

12 สิงหาคม 2568 ที่อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904  ศาลาสหทัยสมาคมฯ และเต็นท์สนามหญ้าข้างอาคารลูกขุน ในพระบรมมหาราชวัง สำนักพระราชวังเปิดให้ลงพระนามและลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา  12 สิงหาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00– 12.00 น. โดยมีบุคคลสำคัญ, คณะบุคคล, สมาชิกราชสกุลมหาสาขาต่างๆ, คณะองคมนตรี, นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี, คณะทูตานุทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย, ผู้นำศาสนา, ประธานรัฐสภา, ประธานวุฒิสภา, ประธานศาลฯ, ผู้บัญชาการเหล่าทัพ, ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่, องค์กรอิสระ, สมาคม, มูลนิธิ, หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน, คณะครู นักเรียน และประชาชนทั่วไป พร้อมใจใส่เสื้อสีฟ้า นำพานพุ่ม แจกันดอกไม้ พวงมาลัยและสิ่งของมงคลมาทูลเกล้าฯ ถวาย เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมลงพระนามและลงนามถวายพระพรชัยมงคลให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานมีพระพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรงเป็นมิ่งขวัญของปวงเหล่าพสกนิกรตลอดไป อาทิ

นายภูมิธรรม เวชชัย รักษาการแทนนายกรัฐมนตรี และภริยา พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี, น.ส.แพทองธาร ชินวัตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และคู่สมรส, ข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์ นำโดย พล.อ.ต.สุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง, อธิบดีกรมราชเลขานุการในพระองค์ฯ, ราชสกุล นวรัตน, สำนักงานพระคลังข้างที่, คณะผู้บริหารบริษัท SCB เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), พลตรีกิตติ ประพิศไพศาล ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ , อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, กรมชลประทาน, สำนักงาน ก.พ., นางเอมอร ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการอาวุโส บริษัท คิง เพาเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัทในเครือ พร้อมคณะผู้บริหาร และพนักงาน, กรมจเรทหารบก, วุฒิสภา, บริษัทที่รักไหมไทย จำกัด และครอบครัวนพรัตน์, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน), กรมแพทย์ทหารบก, นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส บริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด, กรมการพัฒนาชุมชน, อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย, นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์,  ปลัดกระทรวงคมนาคม, พล.ร.อ.พงษ์เทพ หนูเทพ ประธานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, กองทัพอากาศ, สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, มูลนิธิอุบลรัตน์ในพระบรมราชินูปถัมภ์

นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมคณะผู้บริหาร กระทรวง อว., นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะ, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม , พลเอกสนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม, 

นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.)และนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) พร้อมคณะผู้บริหารองค์กรหลัก และข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ, คณะผู้บริหาร และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ พรรคเพื่อไทย, สำนักงานเลขาธิการรัฐมนตรี, สถาบันพระปกเกล้า, นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา พร้อม นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา, เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) , กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน, นายธีรทัย เจริญวงศ์ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม,

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, คณะนักเรียนโรงเรียนนิยมศิลป์อนุสรณ์ จ.เพชรบูรณ์, คณะนักเรียนและผู้ปกครองโครงการทูตวัฒนธรรมหมอสะอาด จากโรงเรียนในกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด รวม 24 โรงเรียน,   บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) , นายฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)  พร้อมคณะผู้บริหาร TCC Group และกลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน), นายชุมพร เพชรชุมชน และนายนันทวัฒน์ ศรีวัตน์อัชกุล คณะผู้บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และรองประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการ, สมาคมศรีคุรุสิงห์สภา, 

คณะผู้บริหาร ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), นางมุกดา จิราธิวัฒน์ เอื้อวัฒนสกุล ผู้บริหารเซ็นทรัลกรุ๊ป พร้อมคณะ , นายเพิ่มพูน ไกรฤกษ์ กรรมการ บริษัท บุญรอด บริวเวอรี จำกัด พร้อมคณะผู้บริหาร,อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์, คณะผู้บริหาร สถานีโทรทัศน์ช่อง 7 HD, สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT 2 HD, คณะผู้บริหารสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก, คณะผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยทีวี สีช่อง 3 เป็นต้น 

ขณะที่ประชาชนจากทุกสารทิศพร้อมใจใส่เสื้อสีฟ้าเดินทางมาลงนามถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อย่างไม่ขาดสาย 
 

ผบ.ทร.ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล ‘วันแม่แห่งชาติ’ ณ ท้องสนามหลวง

ผบ.ทร.ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล 'วันแม่แห่งชาติ' ณ ท้องสนามหลวง

ผบ.ทร.ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล ‘วันแม่แห่งชาติ’ ณ ท้องสนามหลวง

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.09 น.

ผู้บัญชาการทหารเรือ ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง 

วันนี้ (12 สิงหาคม 2568)  07.30 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี และภริยา เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตร พระสงฆ์ จำนวน 194 รูป ถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิม พระชนมพรรษา  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  12 สิงหาคม 2568 โดยมีผู้เข้าร่วมพิธีประกอบด้วย คณะองคมนตรีและภริยา ประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา ประธานวุฒิสภา ประธานองค์กรอิสระและคู่สมรส   หน่วยราชการในพระองค์ คณะรัฐมนตรีและคู่สมรส เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และภริยา หัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า ปลัดกรุงเทพมหานคร

โอกาสนี้   พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ  ร่วมในพิธี ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง  จากนั้น ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้นำคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือ พร้อมคู่สมรส  ลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568  ณ  ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง

มวล.เป็นเจ้าภาพจัดประชุม ทปอ.ด้านการพัฒนานักศึกษา ชูแนวคิด ‘สุขภาวะ’ รากฐานของการพัฒนาศักยภาพนิสิต

มวล.เป็นเจ้าภาพจัดประชุม ทปอ.ด้านการพัฒนานักศึกษา ชูแนวคิด ‘สุขภาวะ’ รากฐานของการพัฒนาศักยภาพนิสิต

มวล.เป็นเจ้าภาพจัดประชุม ทปอ.ด้านการพัฒนานักศึกษา ชูแนวคิด ‘สุขภาวะ’ รากฐานของการพัฒนาศักยภาพนิสิต

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) เปิดบ้านต้อนรับผู้บริหาร บุคลากร และผู้นำนักศึกษาจาก 22 สถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ ในการประชุมสัญจรคณะกรรมการพัฒนาศักยภาพนิสิตนักศึกษา ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ครั้งที่ 2/2568 ระหว่างวันที่ 7-8 สิงหาคม 2568 ภายใต้แนวคิดหลัก “สุขภาวะ : รากฐานของการพัฒนาศักยภาพนิสิตนักศึกษา” (Well-Being : The Foundation for Unlocking Academic and Personal Potential) โดยในพิธีเปิดการประชุมได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นประธานเปิดการประชุม ณ ห้องประชุมภัทรธรรมาภรณ์ ชั้น 9 โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ กล่าวเน้นย้ำว่า ในยุคที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความรู้และทักษะเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อความสำเร็จของบัณฑิต แต่ยังต้องประกอบด้วยสุขภาวะที่ดี ทั้งกาย ใจ และปัญญา อันเป็นฐานสำคัญของการเรียนรู้ พัฒนาตน และอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสมดุล

ด้าน ..ณัชริญา คงสุวรรณ และ ..ธัญญธร สิงห์ชัย นักศึกษาผู้เข้าร่วมประชุมจากม.วลัยลักษณ์สะท้อนว่า เรื่องสุขภาวะกับการพัฒนาคุณภาพนิสิตนักศึกษาถือเป็นเรื่องสำคัญ การที่ผู้บริหารและคณาจารย์ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาวะทำให้นักศึกษารู้สึกดีใจและอบอุ่นใจ เพราะการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยเป็นช่วงเวลาที่ต้องปรับตัวอย่างสูง การมีสุขภาวะที่ดีจึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้สามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้อย่างมีความสุขและเต็มศักยภาพ

นายกีรดิต โยงราช นักศึกษาจาก . กล่าวว่า ปัจจุบันในมหาวิทยาลัยต่างๆ มีจำนวนนักศึกษาเป็นจำนวนมาก การส่งเสริมเรื่องสุขภาวะทั้งทางร่างกายและจิตใจจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ หากทุกคนในมหาวิทยาลัยมีสุขภาวะที่ดีในทุกด้าน จะทำให้สภาพแวดล้อมในมหาวิทยาลัยดีขึ้น เมื่อสภาพแวดล้อมดี การเรียนรู้ของนักศึกษาก็จะดีขึ้นตามไปด้วย

ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ การปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “สุขภาวะ: รากฐานของการพัฒนาศักยภาพนิสิตนักศึกษา” โดยผู้แทนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), การเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ, นิทรรศการแสดงผลงานและนวัตกรรมการดูแลนักศึกษาจาก 17 สำนักวิชา 3 วิทยาลัยของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์และมหาวิทยาลัยเครือข่าย รวมถึงกิจกรรมเวิร์กชอป “ฮีลใจไปด้วยกัน เติมพลังชีวิต” เพื่อสร้างเสริมพลังบวกให้กับผู้เข้าร่วมงาน

สำหรับการประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีกลางในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในการส่งเสริมสุขภาวะของนิสิตนักศึกษาอย่างรอบด้าน ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สังคม และปัญญา ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาให้เป็นบัณฑิตที่พึงประสงค์และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ

ศธ.เปิดเวทีชิงถ้วยพระราชทาน ‘Suksapan Ed-Fest : Board Game 2025’

ศธ.เปิดเวทีชิงถ้วยพระราชทาน ‘Suksapan Ed-Fest : Board Game 2025’

ศธ.เปิดเวทีชิงถ้วยพระราชทาน ‘Suksapan Ed-Fest : Board Game 2025’

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการแข่งขันบอร์ดเกมเชิงวิชาการ รอบชิงชนะเลิศระดับภูมิภาคและชิงถ้วยรางวัลพระราชทาน สมเด็จพระกนิษธาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจําปี 2568 งาน “Suksapan Ed-Fest : Board Game 2025” โดยมี นายพีระพันธ์ เหมะรัต เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค.นายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการ กพฐ.(รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค.) รองศาสตราจารย์ธีระเดช เจียรสุขสกุล ผู้อำนวยการ สสวท. นายภกร รงค์นพรัตน์ รองผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค. นายอดุลย์ศักดิ์ บุญอเนก ผู้อำนวยการ สพม.กรุงเทพมหานคร เขต 1 และนายอำนาจ อัปษร รองผู้อำนวยการ สพม.กรุงเทพมหานคร เขต 2 พร้อมด้วยผู้บริหารสถานศึกษา  คณะครูและนักเรียนจากทั่วประเทศ เข้าร่วมงาน

ที่ปรึกษา รมว.ศธ. กล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้เปิดมุมมองใหม่ของการเรียนรู้ ด้วยการใช้บอร์ดเกมถ่ายทอดเนื้อหาวิชาการ ที่ช่วยเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ วางแผน แก้ปัญหา โดยเฉพาะเรื่อง ระบบนิเวศน์และสายใยอาหาร” ที่มีผลกระทบถึงมนุษย์ สัตว์ และพืชได้มากยิ่งขึ้น ท้ายที่สุดทุกคนก็จะได้ตระหนักถึงสภาวะต่างๆ ที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตภายในระบบนิเวศน์ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่อไปในอนาคต

ด้าน นายภกร รงค์นพรัตน์  รองผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค. กล่าวว่า เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ผ่านการเล่นอย่างสร้างสรรค์พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์การวางแผนการทำงานร่วมกันและการตัดสินใจอย่างมีเหตุผลผ่านกิจกรรมการเล่นบอร์ดเกมซึ่งเป็นเครื่องมือทางการศึกษาเชื่อมโยงไปถึงเนื้อหาในบทเรียนวิชาชีววิทยาและพัฒนาทักษะสมองที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในระดับสากล ดังนั้น องค์การค้าของสกสค ร่วมกับ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีร่วมกันจัดการแข่งขันขึ้นใน 4 ภูมิภาค เป็นรอบคัดเลือกคือจังหวัดพิษณุโลก ขอนแก่น ราชบุรี และสุราษฎร์ธานี โดยมีโรงเรียนเข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 416 โรงเรียนมีผู้เข้าร่วมงาน 2,489 คนโดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสำนักการศึกษากรุงเทพมหานครและศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว

สำหรับ การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับภูมิภาคและรอบชิงชนะเลิศระดับถ้วยรางวัลพระราชทานซึ่งผลการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ชิงถ้วยรางวัลพระราชทานฯ ปี 2568 มีดังต่อไปนี้ รางวัลชนะเลิศ : รร.ภูเก็ตวิทยาลัย , รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1: รร.กระสังพิทยาคม , รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 : รร.คุรุราษฎร์รังสฤษฏ์ , รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 : รร.หล่มสักวิทยาคม , รางวัลชมเชยอันดับ 1 : รร.วังทองพิทยาคม , รางวัลชมเชยอันดับ 2 : รร.เทศบาล 5 เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี และรางวัลชมเชยอันดับ 3 : รร.เบญจมราชานุสรณ์  

ไทยครองแชมป์ วัฒนธรรมเอเชีย ติดท็อป10ของโลก ผลักดันเศรษฐกิจ

ไทยครองแชมป์ วัฒนธรรมเอเชีย ติดท็อป10ของโลก ผลักดันเศรษฐกิจ

ไทยครองแชมป์ วัฒนธรรมเอเชีย ติดท็อป10ของโลก ผลักดันเศรษฐกิจ

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ไทยครองแชมป์ วัฒนธรรมเอเชีย ติดท็อป10ของโลก ผลักดันเศรษฐกิจ

รัฐบาลสุดปลื้ม ไทยครองแชมป์วัฒนธรรมเอเชีย ปี 2568 พร้อมติด Top 10 ของโลก สะท้อนพลัง“ซอฟต์พาวเวอร์”ดันเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2568 นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์และสืบสานคุณค่าทางวัฒนธรรมและมรดกทางธรรมชาติของชาติ เพื่อถ่ายทอดให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้และชื่นชม พร้อมต่อยอดสู่การสร้างรายได้ในภาคการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย

“ล่าสุด เว็บไซต์ U.S. News & World Report ประจำปี 2024 จัดอันดับให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความมั่งคั่งทางมรดกวัฒนธรรม อันดับ 1 ของเอเชีย และ อันดับ 8 ของโลก จาก 89 ประเทศ โดยพิจารณาจาก 5 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) การเข้าถึงวัฒนธรรม 2) ประวัติศาสตร์อันรุ่งเรือง 3) อาหาร 4) สถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และ 5) ความน่าดึงดูดทางภูมิศาสตร์ ทั้งนี้ แม้รายได้จากการท่องเที่ยวจะอยู่ที่ราว 7% ของ GDP แต่ไทยยังติดอันดับประเทศที่นักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดในโลก”

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ผลการจัดอันดับนี้สะท้อนถึงพลังของการขับเคลื่อน “Soft Power ไทย” ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาสัมผัสเสน่ห์ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม อาหารรสเลิศ โบราณสถาน วัดวาอาราม และการนวดแผนไทย สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการผลักดันอุตสาหกรรมวัฒนธรรมให้กลายเป็นพลังสร้างอิทธิพลบนเวทีโลก พร้อมเปลี่ยนเสน่ห์ไทยให้เป็น “เครื่องยนต์เศรษฐกิจ” ที่สร้างรายได้มหาศาลให้ประเทศ

“รัฐบาลยืนยัน จะเดินหน้าส่งเสริมและอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติของชาติอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับซอฟต์พาวเวอร์ไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อให้ประเทศไทยคงความโดดเด่นบนเวทีโลก สร้างทั้งความภาคภูมิใจและความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนทุกคน” นางสาวศศิกานต์ กล่าว

กรมประมง – มธ. พัฒนา ‘สาหร่ายพวงองุ่น’ ปั้นนวัตกรรม ‘Skincare’ คว้ารางวัล Silver Award ในเวทีโลก

กรมประมง – มธ. พัฒนา ‘สาหร่ายพวงองุ่น’ ปั้นนวัตกรรม ‘Skincare’ คว้ารางวัล Silver Award ในเวทีโลก

กรมประมง – มธ. พัฒนา ‘สาหร่ายพวงองุ่น’ ปั้นนวัตกรรม ‘Skincare’ คว้ารางวัล Silver Award ในเวทีโลก

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กรมประมงร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยกระดับ “สาหร่ายพวงองุ่น” สู่นวัตกรรมเครื่องสำอาง คว้ารางวัล Silver Award ในงาน World Invention Creativity Olympic & Conference (WICO) ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี จากผลงานวิจัย “Greenscentia: Skin Barrier Serum for Anti PM2.5” ที่พัฒนาต่อยอดสาหร่ายพวงองุ่นเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยใช้ประโยชน์จากทรัพยากรประมงอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

นางฐิติพร หลาวประเสิรฐ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงได้มีการส่งเสริมและสนับสนุนการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร โดยเฉพาะทรัพยากรชีวภาพทางชายฝั่งทะเลอย่าง สาหร่ายพวงองุ่น ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและมีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สามารถสร้างอาชีพใหม่และสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรชายฝั่ง จนปัจจุบันมีเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีผลผลิตรวมกว่า 1,000 ตันต่อปี และสามารถจำหน่ายสาหร่ายเกรดบริโภคคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 40 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ สาหร่ายส่วนที่เหลือจากการคัดแยกประมาณ 50% ยังสามารถนำมาต่อยอดเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เพิ่มมูลค่าได้มากกว่า 10-15 เท่าของราคาจำหน่ายสาหร่ายสด สามารถเพิ่มมูลค่าและยกระดับผลผลิตทางการเกษตรให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น

กรมประมง โดยกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง จึงร่วมกับ วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำเนินโครงการ “Greenscentia: Skin Barrier Serum for Anti PM2.5” ในการวิจัยและพัฒนาต่อยอดสาหร่ายพวงองุ่นเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเชิงสุขภาพ หรือ เวชสำอาง ที่ผสมผสานคุณสมบัติในการดูแลและบำรุงผิวอย่างล้ำลึกเพื่อแก้ไขปัญหาผิวด้านต่างๆ โดยนำสาหร่ายมาสกัดสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ ด้วยวิธีการสกัดที่เพิ่มประสิทธิภาพการดึงสารออกฤทธิ์สูงกว่าวิธีทั่วไป และนำมาเป็นส่วนประกอบหลักในการผลิตเครื่องสำอาง จนได้ ผลิตภัณฑ์ Greenscentia – เซรั่มสร้างเกราะป้องกันผิวจาก PM 2.5 ที่อุดมไปด้วย Polysaccharide ซึ่งทำหน้าที่เป็น Natural Moisturizing Factor รักษาความชุ่มชื้นและปกป้องผิวจากการสูญเสียน้ำ, Antioxidant สารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดริ้วรอย, Apigenin ช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง รวมถึงกระตุ้นการสร้าง Collagen ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในผิวหนัง โดยผลิตภัณฑ์ Greenscentia มี Polysaccharide สูงถึง 2.74% ซึ่งมีส่วนช่วยในการต้านการอักเสบและการปกป้องผิวจากมลภาวะ และมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ที่มีประสิทธิภาพสูงถึง 41.25%

รองอธิบดีกรมประมง กล่าวต่อไปว่า จากผลการทดสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์หลังใช้ 15 นาที พบว่า สามารถเพิ่มระดับความชุ่มชื้นให้แก่ผิวอย่างเห็นได้ชัด โดยไม่ทำให้ผิวมันเพิ่มขึ้น ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายและบอบบาง เนื่องจากมีส่วนผสมจากธรรมชาติและปราศจากการปนเปื้อนของสารเคมี และเมื่อเร็วๆนี้ ผลงานวิจัยดังกล่าวได้รับรางวัล Silver Award จากงาน World Invention Creativity Olympic & Conference (WICO) ซึ่งเป็นเวทีสำคัญระดับนานาชาติที่เปิดโอกาสให้นักวิจัยจากทั่วโลกนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรม รวมถึง แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ จัดขึ้นโดย Korea University Invention Association (KUIA) และ World Invention Intellectual Property Association (WIIPA) สาธารณรัฐเกาหลี

การได้รับรางวัลจากเวทีระดับนานาชาติในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นความภาคภูมิใจของนักวิจัยไทยแล้ว ยังเป็นโอกาสของการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรและการประมงของไทยที่สามารถแข่งขันในระดับโลกได้ และพร้อมขยายผลสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างยั่งยืนในอนาคต อีกทั้ง โครงการนี้ยังเป็นต้นแบบของ โมเดล BCG ที่เน้นการใช้ทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืน สามารถเพิ่มมูลค่าด้วยนวัตกรรมและหมุนเวียนทรัพยากรอย่างคุ้มค่า สะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยในการนำนวัตกรรมด้านทรัพยากรทางทะเลมาสร้างเศรษฐกิจใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจอย่างแท้จริง นางฐิติพร กล่าว

สพป.โคราชปลุกไฟการเรียนรู้แบบใหม่ ‘กล้าคิด กล้าเปลี่ยน กล้าลงมือทำ’

สพป.โคราชปลุกไฟการเรียนรู้แบบใหม่ ‘กล้าคิด กล้าเปลี่ยน กล้าลงมือทำ’

สพป.โคราชปลุกไฟการเรียนรู้แบบใหม่ ‘กล้าคิด กล้าเปลี่ยน กล้าลงมือทำ’

วันจันทร์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 21.35 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ที่โรงเรียนเสนานุเคราะห์ ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา สพป.นครราชสีมาจุดประกายไอเดียล้ำ จัดสัมมนา 1 โรงเรียน 1 อำเภอ ปลุกไฟการเรียนรู้แบบใหม่สู่การสร้าง “นวัตกรตัวจิ๋ว”

ร้อนแรงกว่าแดดโคราช !  ไม่ใช่เพราะอากาศ…แต่เป็นเพราะความร้อนแรงของแนวคิดใหม่ในการจัดการเรียนรู้ที่ระเบิดออกกลางงานสัมมนา “1 โรงเรียน 1 อำเภอ-การจัดการเรียนรู้สำหรับผู้เรียนยุคดิจิทัล”

นายดำเนิน เพียรค้า ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1 เป็นประธานเปิดเวที พร้อมขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ใหม่ของการศึกษา ปลุกพลังครูทั่วภาคอีสานให้ “เลิกยืนสอนเฉย ๆ” แล้วหันมาออกแบบห้องเรียนให้เด็ก“กล้าคิด-กล้าทำ-กล้าสร้างสรรค์”

GPAS 5 Steps : หัวใจของการเปลี่ยนแปลงผู้เรียนสู่นวัตกร เวทีนี้ไม่ใช่เวทีธรรมดา แต่มันคือ “ฐานปฏิบัติการปฏิรูปการศึกษายุคใหม่ : Launch Pad” ที่เปลี่ยนครูจาก “ผู้สอน” เป็น “โค้ช” เปลี่ยนเด็กจาก“ผู้ฟัง” เป็น “นวัตกรตัวจิ๋ว” ที่รู้จักคิด วิเคราะห์ สร้าง และสะท้อนกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบGPAS 5 Steps ถูกยกมาเต็มสูตร : ผู้เรียนได้เรียนรู้แบบถักทอ หลอมรวมจิตใจ (เจตคติค่านิยม : Attitude & Value)กาย (ทักษะปฏิบัติ : Skill & Performance) และสติปัญญา (ความรู้ความเข้าใจ : Wisdom & Knowledge) ด้วยการค้นหา คัดเลือกข้อมูล (Gathering: G) มาวิเคราะห์ให้เกิดความหมาย สร้างความรู้และสรุปความเข้าใจได้ด้วยตนเอง (Processing: P) ประยุกต์ใช้ความรู้ผลิตผลงาน นวัตกรรม (Applying and Constructing the Knowledge: A1) นำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Applying the Communication Skill: A2) ประเมินตนเอง ถอดบทเรียน พัฒนาต่อเนื่อง (Self-Regulating: S) ผสมผสานให้เข้ากับยุคสมัยของเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (Digital technology & AI) เพื่อสร้างคุณค่างานการดำรงชีวิต มีผลดีต่อเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม GPAS 5 Steps จึงไม่ใช่เพียงแค่กระบวนการเรียนรู้ธรรมดา แต่คือเครื่องมือ “เปลี่ยนครูให้เก่งขึ้น และเปลี่ยนเด็กให้กล้าขึ้น” ในยุคที่เด็กต้องโตไปใช้ชีวิตท่ามกลางข้อมูลมหาศาล AI จึงกลายเป็นผู้ช่วยตัวจี๊ดของครู ที่ทำให้ห้องเรียนไม่หลับ แต่ “ลุกเป็นไฟ”

ครูต้นแบบสายจ๊าบ-จุดไฟไม่ให้ห้องเรียนมอด หนึ่งในไฮไลต์ของงาน ต้องยกให้  ดร.ปพนวัจน์ ลภัสภิญโญโชค วิทยากรสายลุย จาก มรภ.อุดรธานี ที่บอกว่า “ถ้าครูไม่เปลี่ยน เด็กจะไม่ไปไหน” เขายกตัวอย่างโรงเรียนคุณภาพหลายแห่งที่ดึง Soft Power มาสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ โดยเน้นให้ครู “ฟังเด็ก” มากกว่า “สอนเด็ก”

ด้านนางจารุณี แจ้งอิ่ม จาก รร.บ้านโคกสูง สพป.นครราชสีมา เขต 1 ก็ไม่น้อยหน้า เธอวางแผนการสอน ให้นักเรียนเรียนรู้แบบสร้างความรู้ ผลิตผลงานตามแนวคิดและวิธีการนี้แบบชาญฉลาด ออกแบบกิจกรรมที่ดึงดูดใจเด็กสุด ๆ แถมยังชวนครูต่างชาติมาสอนภาษาอังกฤษแบบเอาจริงเอาจัง ผลลัพธ์ คือ เด็ก ๆ กล้าพูดภาษาอังกฤษมากขึ้น ชัดเจนขึ้น และมั่นใจสุด ๆ

ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ฝากคำคมไว้ว่า : “เมื่อ Active Learning แบบ GPAS 5 Steps เข้ามาในกระบวนการเรียนรู้ เด็กจะไม่ใช่แค่ “ผู้เรียน” แต่เป็น “ผู้สร้าง” ผู้เรียนกลายเป็น นักคิด นักสร้าง นักเปลี่ยนแปลง” นั่นแหละคือหัวใจของการศึกษาไทยยุคใหม่ ไม่ใช่แค่ให้ “รู้” แต่ต้อง “ลงมือทำ” และ “เชื่อมโยงกับชีวิตจริง” สอดคล้องกับแนวคิดสี่เสาหลักการศึกษาของ UNESCO  คือ การเรียนรู้เพื่อรู้ (Learning to Know) การเรียนรู้เพื่อปฏิบัติ (Learning to Do) การเรียนรู้เพื่ออยู่ร่วมกัน (Learning to Live Together) และการเรียนรู้ความถนัด สันทัดเพื่อสร้างอนาคต (Learning to Be) กิจกรรมในขั้นตอนของกระบวนการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps จะช่วยให้ครูวิเคราะห์ข้อมูลการจัดการเรียนรู้แบบเรียลไทม์ ช่วยครูพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ เพิ่มโอกาสให้ผู้เรียนเข้าใจการเรียนรู้และเนื้อหาบทเรียนอย่างทะลุปรุโปร่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สพป.โคราช ตอกหมุดวิสัยทัศน์ใหม่ สร้าง “โรงเรียนสร้างนวัตกร” ทั่วภาคอีสาน ! การประชุมในครั้งนี้ เต็มไปด้วยพลังบวก รอยยิ้ม และความหวัง เมื่อครูเริ่ม “เข้าใจ เข้าถึง” เทคโนโลยีกระบวนการเรียนรู้แบบผู้เรียนสร้างความรู้ ใช้ความรู้ผลิตผลงานนวัตกรรมแบบ GPAS 5 Steps เด็กจะได้ “พัฒนา” การเรียนรู้ของตนด้วยตน เมื่อครูพร้อมจะเปลี่ยน ห้องเรียนจะพร้อมพัฒนา และนั่นแหละ…จุดเริ่มต้นของการสร้าง “นักเรียนคุณภาพ” ที่พร้อมรับมือกับโลกอนาคตจริง ๆ ไม่ใช่แค่ในตำรา  ท่านอยากเป็นครูแบบไหน? ครูที่ยืนสอนแบบเดิม ๆ หรือครูที่ลุกขึ้นมา “เปลี่ยนโลกของเด็ก” ให้กลายเป็น “นักคิด นักสร้าง และนักแก้ปัญหา” คำตอบอยู่ที่การลงมือทำในวันนี้ ไม่ใช่รอวันพรุ่งนี้