นักศึกษาเภสัชศาสตร์ ม.สยาม คว้ารางวัลระดับนานาชาติ ‘UN SDGs Ideathon’ ที่เกาหลีใต้

นักศึกษาเภสัชศาสตร์ ม.สยาม คว้ารางวัลระดับนานาชาติ ‘UN SDGs Ideathon’ ที่เกาหลีใต้

นักศึกษาเภสัชศาสตร์ ม.สยาม คว้ารางวัลระดับนานาชาติ ‘UN SDGs Ideathon’ ที่เกาหลีใต้

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.28 น.

นักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม  สร้างชื่อเสียงให้กับสถาบันด้วยการคว้ารางวัลจากเวทีการแข่งขันระดับนานาชาติ UN SDGs Ideathon for Bio-Healthcare Solutions ซึ่งเป็นการแข่งขันพัฒนาแนวคิดทางธุรกิจด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ ภายใต้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN SDGs)

ในการแข่งขันครั้งนี้

1.            นายรติภัทร นภานุรักษ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ได้รับ รางวัลชนะเลิศ (First Prize) พร้อม รางวัล Sustainability Award

2.            นางสาวพิมพิศา อัครมหาโชติ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ได้รับ รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 (First Runner-Up Prize) พร้อม รางวัล Sustainability Award

3.            นายหฤษฎ์ มหาโชคเลิศวัฒนา นักศึกษาชั้นปีที่ 5 ได้รับ รางวัล Innovation Award

การแข่งขันดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7–10 มกราคม พ.ศ. 2569 ณ Daegu Health College เมืองแทกู สาธารณรัฐเกาหลีใต้ โดยมีนักศึกษาและผู้เข้าร่วมจากหลากหลายประเทศเข้าร่วมเสนอแนวคิดและนวัตกรรมด้านชีวการแพทย์และการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน

ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงศักยภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถของนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ในการพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์สังคมและระบบสุขภาพในระดับนานาชาติ อันเป็นความภาคภูมิใจของสถาบันและวงการการศึกษาไทยอย่างยิ่ง

-(016)

ในหลวง พระราชินี ทรงรับผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต เหตุเครนรถไฟถล่ม ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์

ในหลวง พระราชินี ทรงรับผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต เหตุเครนรถไฟถล่ม ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์

ในหลวง พระราชินี ทรงรับผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต เหตุเครนรถไฟถล่ม ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.05 น.

“ในหลวง-พระราชินี”ทรงห่วงใยและทรงเสียพระราชหฤทัย  ต่อเหตุการณ์เครนถล่มทับรถไฟ ทรงรับผู้เจ็บจากไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และทรงรับศพผู้เสียชีวิต ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์  

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี  ทรงห่วงใยและทรงเสียพระราชหฤทัย  ต่อเหตุการณ์เครนใช้ก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง ถล่มทับรถไฟ                     ขบวนด่วนพิเศษ ขบวน 21 กรุงเทพอภิวัฒน์ – อุบลราชธานี ที่ตำบลสีคิ้ว  อำเภอสีคิ้ว  จังหวัดนครราชสีมา   ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก  ในการนี้  ทรงรับผู้บาดเจ็บทั้งหมด ไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์  และทรงรับศพผู้เสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์  รวมทั้ง พระราชทานเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือในการจัดการศพแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย

ตามที่เกิดเหตุการณ์เครนใช้ก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง ถล่มทับรถไฟ ขบวนด่วนพิเศษ ขบวน 21 กรุงเทพอภิวัฒน์ – อุบลราชธานี ขณะกำลังแล่นผ่าน ช่วง กม.รถไฟที่ 220 หลัก 9 หมู่ที่ 11 บ้านถนนคต  ตำบลสีคิ้ว  อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ทำให้เกิดไฟลุกไหม้ และรถไฟตกราง ซึ่งทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงติดตามสถานการณ์  ทรงห่วงใยและทรงเสียพระราชหฤทัย ด้วยทรงทราบว่ามีประชาชนเสียชีวิตและ ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก 

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และทรงรับศพผู้เสียชีวิต ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์  รวมทั้งพระราชทานเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือในการจัดการศพ รายละ จำนวน 20,000 บาท แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย

​DPU – สวทช. เดินหน้า ‘Embedded AI’ ยกระดับการใช้งานจริงในชีวิต-ธุรกิจ

​DPU - สวทช. เดินหน้า ‘Embedded AI’ ยกระดับการใช้งานจริงในชีวิต-ธุรกิจ

​DPU – สวทช. เดินหน้า ‘Embedded AI’ ยกระดับการใช้งานจริงในชีวิต-ธุรกิจ

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ลงนามความร่วมมือ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)  เดินหน้าโครงการด้านการวิจัยและพัฒนา ขับเคลื่อน Embedded AI  หรือ “AI เพื่อการศึกษา” ยกระดับการเรียนการสอนยุคใหม่ พัฒนาศักยภาพและสร้างกำลังคนดิจิทัล ตามนโยบาย อว. for AI  ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยมี ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และ ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมลงนาม ณ ห้องประชุมสัจจา เกตุทัต มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี DPU กล่าวว่า บทบาทของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาตระหนักถึงความสำคัญของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และพร้อมขับเคลื่อน AI Embedded Education อย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการทำงานร่วมกับหน่วยงานวิจัยระดับประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย และเตรียมความพร้อมอาจารย์และนักศึกษาให้สามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างมีคุณภาพในโลกอนาคต

ทั้งนี้ ภายใต้ความมุ่งมั่น และวางเป้าหมายการพัฒนาหลักสูตร การเรียนการสอน และกิจกรรมการเรียนรู้ที่บูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์แบบฝังตัว (Embedded AI) ตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงระดับเชิงลึก ด้านการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการประยุกต์ใช้ AI ในสถานการณ์จริง ผ่านแนวคิด Embed AI ที่ผสานเทคโนโลยีเข้ากับกระบวนการเรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นการยกระดับศักยภาพของบุคลากรคนรุ่นใหม่ ให้สามารถเข้าใจ ใช้งาน และต่อยอด AI ได้อย่างสร้างสรรค์และมีจริยธรรม

ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมกันในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ มาเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับระบบการศึกษาไทยให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่บูรณาการเทคโนโลยี AI เข้ากับศาสตร์การศึกษาอย่างเหมาะสม เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ที่มีความยืดหยุ่น เข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา และตอบโจทย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต

ในช่วงปีงบประมาณ 2568–2569 สวทช. ได้รับมอบหมายให้ดำเนินโครงการส่งเสริมการใช้ AI ในระดับอุดมศึกษา ผ่านการพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้และผู้ช่วยสอนอัจฉริยะ ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ โดยมุ่งผลักดันให้ AI เป็นเครื่องมือเสริมศักยภาพการเรียนรู้ของนักศึกษาและคณาจารย์ ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีอย่างมีจริยธรรม มีความรับผิดชอบ และสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาระบบการเรียนรู้แห่งอนาคตของประเทศไทยอย่างยั่งยืน

ด้าน ผศ.ดร.ธิติพงศ์ ตันประเสริฐ รองประธานคณะกรรมการขับเคลื่อน “Embedded-AI in Education” ในการเรียนการสอนของ DPU กล่าวว่า เพื่อให้สอดรับกับบริบทของโลกที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นำมาสู่แนวคิด “Embedded-AI in Education” โดยนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้จริงในกระบวนการเรียนการสอน เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ และ พัฒนาศักยภาพให้กับบุคลากรทางการศึกษา ผู้สอน และ นักศึกษาได้มีทักษะ AI ที่สอดรับกับความต้องการกำลังคนดิจิทัลของประเทศไทย ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

เปิดเวทีพิสูจน์ฝีมือนักพัฒนาเกมรุ่นใหม่ เชื่อมโลกการศึกษาสู่อุตสาหกรรมจริง

เปิดเวทีพิสูจน์ฝีมือนักพัฒนาเกมรุ่นใหม่ เชื่อมโลกการศึกษาสู่อุตสาหกรรมจริง

เปิดเวทีพิสูจน์ฝีมือนักพัฒนาเกมรุ่นใหม่ เชื่อมโลกการศึกษาสู่อุตสาหกรรมจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จัดงาน BU Game On! Expo x Job Fair for Game Industry 2025″ เพื่อส่งเสริมศักยภาพนักศึกษาสาขาเกมและสื่อเชิงโต้ตอบ พร้อมเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้สัมผัสประสบการณ์จริงจากผู้เชี่ยวชาญในวงการและเข้าสู่อุตสาหกรรมเกมที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด

ดร.ถิรพล วงศ์สอาดสกุล ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ พร้อมด้วย ดร.ผกาพรรณ ลิมป์ไตรรัตน์ คณบดีคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม ร่วมเปิดงานอย่างเป็นทางการ ณ Diamond Hall ชั้น 5 อาคาร A3 โดยมี ภูรี โอสถานุเคราะห์ นำเสนอผลงานเกม “Blast Blade” จาก Silent Bark Games เป็นไฮไลท์เปิดงาน

งานนี้ไม่ใช่เพียงการจัดแสดงธรรมดา แต่เป็นการสร้างสะพานเชื่อมระหว่างห้องเรียนกับโลกแห่งอุตสาหกรรมเกมอย่างแท้จริง ด้วยการนำเสนอผลงานนักศึกษากว่า 50 ชิ้น ที่เกิดจากโจทย์จริงจากภาคอุตสาหกรรม พร้อมเปิดโอกาสให้ต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ กิจกรรมเริ่มต้นด้วย Workshop หัวข้อ “Game x AI: ปลดล็อกพลังสร้างสรรค์ยุคใหม่ของนักพัฒนาไทย” โดย ธนัท พานิชโยทัย ที่เจาะลึกเทรนด์และบทบาทของ AI ที่กำลังปฏิวัติวงการเกม ตามด้วยการแข่งขันเกม Blast Blade ที่ให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสประสบการณ์แบบเรียลไทม์

จุดเด่นของงานคือเสวนา Level Up Your Game: จากโปรเจกต์สู่โปรดักต์จริง” ที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม ได้แก่ ณัฐชัย นำพาเจริญ จาก Garena Online (Thailand) คเชนท์ พุทธิวราวุธ จาก FairPlay Studios นนทวัชร์ ธนะเกียรติไกร จาก Vermillion Digital วัฒนชัย ตรีเดชา นายกสมาคมบอร์ดเกมประเทศไทย และ อ.เมธี ช่วยปู่ CEO Bugblio พร้อมด้วยศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จอย่าง นายนครินทร์ ยิ้มเจริญ และ นายณัชพล สิริแสงสว่าง มาเล่าประสบการณ์จริงในการทำงานภาคสนาม นอกจากนี้ยังมี Workshop พิเศษ “Behind the Code” และ “Optimize Your Game” จาก Fairplay Studios

ทั้งนี้ พื้นที่จัดแสดงแบ่งเป็น 3 โซนหลัก พร้อมอุปกรณ์ครบครัน ทั้งคอมพิวเตอร์ จอทีวี และ VR ดังนี้ 1.Industrial Innovation Projects Showcase – ผลงานจากโจทย์จริงของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 , 2.BU Game On! – เกมที่ผ่านการบ่มเพาะจาก Season 1 และ 2 , 3.Rising Star – ผลงานโดดเด่นจากนักศึกษาชั้นปีที่ 1-3 นอกจากนี้ยังมี Mini Job Fair ที่มีบริษัทชั้นนำด้านเกมและเทคโนโลยี 14 บริษัทเปิดรับสมัครงาน ให้นักศึกษานำ Portfolio และ Resume มาสมัครงานได้ในงานทันที

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่น่าภาคภูมิใจคือผลงาน Interactive ภายใต้ชื่อ “ฤทธิ์เดชหนุมาน – สืบสานพระราชปณิธานโขนไทย” ที่ใช้เทคนิค 3D Scan และ Motion Capture เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ทั้งนี้ ม.กรุงเทพ จัดงานครั้งนี้เพื่อต้องการสร้างมากกว่าแรงบันดาลใจ แต่เป็นการสร้างโอกาสที่จับต้องได้ ทั้งการหางาน การสร้างเครือข่าย และการยกระดับศักยภาพของนักศึกษาไทยให้แข่งขันได้ในตลาดเกมระดับสากล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ

มก. – NUS จัดคอนเสิร์ตแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม เชื่อมสัมพันธ์ผ่านเสียงดนตรีและนาฏศิลป์

มก. – NUS จัดคอนเสิร์ตแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม เชื่อมสัมพันธ์ผ่านเสียงดนตรีและนาฏศิลป์

มก. – NUS จัดคอนเสิร์ตแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม เชื่อมสัมพันธ์ผ่านเสียงดนตรีและนาฏศิลป์

วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (National University of Singapore: NUS) จัดงานแสดงคอนเสิร์ตแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม “Cultural Exchange Concert” เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและสร้างเครือข่ายทางวัฒนธรรมผ่านพลังของศิลปะการแสดง ณ โรงละครประเสริฐ ณ นคร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน โดยมี ผศ.ดร.ธงรบ รื่นบรรเทิง คณบดีคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารให้การต้อนรับคณะนักแสดงและผู้เข้าร่วมงาน โดยการจัดแสดงคอนเสิร์ตในครั้งนี้ก็เพื่อเผยแพร่และแลกเปลี่ยนเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมด้านดนตรีและนาฏศิลป์ของทั้งสองประเทศ มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจอันดีและการเชื่อมโยงระหว่างวัฒนธรรม (Cultural Connectivity) ของเยาวชนและบุคลากรทางการศึกษาในระดับนานาชาติ

ไฮไลท์ของการแสดงเป็นการผสมผสานความอ่อนช้อยของศิลปะไทยและการแสดงอันทรงพลังจากสิงคโปร์ ประกอบด้วย การแสดงดนตรีจาก Kasetsart Windsวงดุริยางค์เครื่องลมชั้นนำของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ , การแสดงจากชมรมศิลปวัฒนธรรมไทย ได้แก่ ชมรมโขน ชมรมนิสิตชาวเหนือ และชมรมนิสิตอีสาน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งถ่ายทอดอัตลักษณ์พื้นถิ่นไทยสู่สายตาชาวต่างชาติ , การแสดงจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) นำโดยวงดนตรีNUS Chinese Orchestra  และการแสดงนาฏศิลป์ร่วมสมัย NUS Chinese Dance ที่ถ่ายทอดท่วงท่าอันงดงามและมีเอกลักษณ์

กิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นเวทีให้นิสิตนักศึกษาได้แสดงศักยภาพทางด้านศิลปะการแสดง แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการขยายความร่วมมือทางวิชาการและวัฒนธรรมระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในอนาคต

วว. ร่วมจัดงาน ‘อว. For Kids’ โชว์กิจกรรมสถานีสีเขียว DIY ‘HAPPY life HAPPY Fresh’ เครื่องดื่มสุขภาพจากดอกไม้ไทย

วว. ร่วมจัดงาน ‘อว. For Kids’ โชว์กิจกรรมสถานีสีเขียว DIY ‘HAPPY life HAPPY Fresh’ เครื่องดื่มสุขภาพจากดอกไม้ไทย

วว. ร่วมจัดงาน ‘อว. For Kids’ โชว์กิจกรรมสถานีสีเขียว DIY ‘HAPPY life HAPPY Fresh’ เครื่องดื่มสุขภาพจากดอกไม้ไทย

วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงาน “อว. For Kids” ภายใต้แนวคิด “Skill for Future : เด็กสนุกสกิลล้ำ” ณ กระทรวง อว. ถนนโยธี

โอกาสนี้ คณะผู้บริหาร หน่วยงานในสังกัด อว. พร้อมด้วย นางอลิสรา คูประสิทธิ์ รักษาการผู้อำนวยการ สำนักสื่อสารองค์กร สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) น.ส.ปัทมา ลิ่วเลิศมงคล ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ คณะนักวิจัย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ และบุคลากร กปส. ซึ่งได้รับมอบหมายจาก ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการ วว. เข้าร่วมเป็นเกียรติและจัดกิจกรรมสถานีสีเขียว : DIY “HAPPY life HAPPY Fresh” เครื่องดื่มสุขภาพจากดอกไม้ไทย ผลงานจากโครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตและปลูกเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับในภูมิภาคต่างๆ ของไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG พร้อมเทคนิคการทำสเฟียร์ (เม็ดบีดส์) แบบง่ายๆที่นำไปต่อยอดเป็นอาชีพเสริมได้ ณ บูธ หมายเลข 15

โดยน้องๆ และผู้ปกครองที่เข้าร่วมกิจกรรม ได้ลงมือทำกิจกรรม DIY ด้วยตัวเอง รวมทั้งร่วมกิจกรรมเล่นเกมเสริมทักษะ…เม็ดบีสด์หรรษา เพื่อการต่อยอดความคิดจินตนาการ สร้างแรงบันดาลใจสู่การเป็นนักวิทย์น้อย พร้อมรับของรางวัลกลับบ้าน

ต.อ.พ.ภ.จัดงาน! ‘TUPP OPEN HOUSE 2026’ ดันนวัตกรรมฝีมือเด็ก-สู่เวทีระดับประเทศ

ต.อ.พ.ภ.จัดงาน! ‘TUPP OPEN HOUSE 2026’ ดันนวัตกรรมฝีมือเด็ก-สู่เวทีระดับประเทศ

ต.อ.พ.ภ.จัดงาน! ‘TUPP OPEN HOUSE 2026’ ดันนวัตกรรมฝีมือเด็ก-สู่เวทีระดับประเทศ

วันอังคาร ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.08 น.

ต.อ.พ.ภ.จัดงาน! ‘TUPP OPEN HOUSE 2026’ โชว์ศักยภาพหลักสูตรปัญญาประดิษฐ์ ดันนวัตกรรมฝีมือเด็ก ม.5 สู่เวทีระดับประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานมาว่า ที่ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการสุวรรณภูมิ ถนนร่มเกล้า แขวงคลองสามประเวศ เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร มีการจัดงาน TUPP OPEN HOUSE 2026 : สุวรรณภูมินิทรรศน์ เปิดบ้าน ต.อ.พ.ภ. ภายใต้แนวคิด ‘Beyond Knowledge, Toward Innovation : ก้าวไกลกว่าความรู้ สู่ความคิดสร้างสรรค์’ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.นภาพร พงษ์ขัน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา กรุงเทพมหานคร เขต 2 เป็นประธานในพิธีเปิดงาน

ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมนิทรรศการแนะนำโรงเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ หลักสูตรและโครงการห้องเรียนพิเศษต่างๆ โดยเฉพาะผลงานห้องเรียนวิทยาศาสตร์ วิจัย และเทคโนโลยี แผนการเรียนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ปัญญาประดิษฐ์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ทางโรงเรียนจับมือกับบริษัทชั้นนำด้านหลักสูตรนวัตกรรมและปัญญาประดิษฐ์ เอ็มม่า อลิส (Godlike Innovator) จัดการเรียนการสอนร่วมกัน โดยมีผลงานนำเสนอที่ผู้ปกครองให้ความสนใจมาก อาทิ ประตูอัจฉริยะ Ai , ตรวจจับใบหน้าเปิดปิดอัตโนมัติ และแจ้งเตือนใบหน้าผ่านโปรแกรม Discord หรือถุงมือแปลภาษามือสำหรับผู้พิการทางการได้ยิน เป็นต้น

ในโอกาสนี้ ดร.บรรจบ ภูโสดา ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการสุวรรณภูมิ ได้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเผยแพร่ผลงานของโรงเรียน นโยบายและแนวทางการจัดการศึกษา หลักสูตรการเรียนรู้ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน รวมถึงแนวทางการศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษา ให้แก่นักเรียน ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป โดยมี นางสาวจริยา จงสุขสันติกุล เป็นประธานเครือข่ายสมาคมผู้ปกครอง

ซึ่งในปีนี้ แผนการเรียน การสอน เอไอ วิจัย และปัญญาประดิษฐ์ ทางโรงเรียนก็ส่งเสริมสนับสนุน ยกระดับการเรียนรู้ เอไอ ให้นักเรียนของเราให้มีความรู้ด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่มากๆ ขึ้นทุกปี ซึ่งปีนี้ก็ได้อนุมัติในการจัดซื้อหุ่นยนต์ หลายประเภทว่าจะเป็นหุ่นยนต์เสมอคอ หุ่นยนต์สุนัข และ หุ่นยนต์ตัวเล็ก เพื่อมาประกอบการเรียนการสอน เรามีความภาคภูมิใจที่นักเรียนสามารถผ่านเข้ามหาวิทยาลัยในสถาบันชั้นนำในประเทศไทยได้หลายคน

///////////-026

​เดินหน้า ‘EDC Trainer 2026’ ลุยสร้างเครือข่ายเทรนเนอร์ดิจิทัลระดับภูมิภาค

​เดินหน้า ‘EDC Trainer 2026’ ลุยสร้างเครือข่ายเทรนเนอร์ดิจิทัลระดับภูมิภาค

​เดินหน้า ‘EDC Trainer 2026’ ลุยสร้างเครือข่ายเทรนเนอร์ดิจิทัลระดับภูมิภาค

วันอังคาร ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ผนึกกำลัง สำนักงานสถิติแห่งชาติ เดินหน้าเปิดรับสมัครกิจกรรม EDC Trainer 2026 ภายใต้โครงการพัฒนาความรู้และทักษะดิจิทัลผ่านหลักสูตร ETDA Digital Citizen Plus (EDC Plus) มุ่งสร้างและขยายเครือข่ายเทรนเนอร์ดิจิทัลระดับภูมิภาค เพิ่มอีกไม่น้อยกว่า 2,000 คน ให้ก้าวสู่บทบาท แกนนำถ่ายทอดความรู้ ที่พร้อมนำองค์ความรู้ทักษะดิจิทัล และ AI ไปขยายผลสู่ประชาชนในชุมชนไม่น้อยกว่า 60,000 คน เพื่อยกระดับการใช้ดิจิทัลและ AI ของประชาชนอย่างรู้เท่าทัน ปลอดภัย และยั่งยืน

โดยในปีนี้ ETDA ยกระดับแนวคิดจาก การอบรมเชิงกิจกรรม ไปสู่การสร้าง ระบบเครือข่ายคน ที่สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้จากส่วนกลาง สะท้อนความต้องการของประชาชน และขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านดิจิทัลในระดับจังหวัดและอำเภอได้อย่างเป็นรูปธรรม     

ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA กล่าวว่า การขับเคลื่อนสังคมดิจิทัลอย่างยั่งยืน ไม่สามารถอาศัยเพียงการสื่อสารจากส่วนกลาง แต่ต้องอาศัย คนในพื้นที่ ที่มีความเข้าใจทั้งเทคโนโลยีและบริบทของชุมชน ทำหน้าที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ สร้างความตระหนักรู้ และเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างนโยบายภาครัฐกับการใช้งานจริงของประชาชน

“EDC Trainer จึงไม่ใช่เพียงผู้ที่ผ่านการอบรม แต่คือ ตัวคูณทางสังคม’ ที่จะช่วยขยายองค์ความรู้ด้านดิจิทัลและ AI ไปสู่คนรอบข้าง ชุมชน และเครือข่ายในพื้นที่ของตนเอง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการใช้ดิจิทัลของประชาชน และเป็นรากฐานของการสร้างสังคมดิจิทัลที่เข้มแข็งและยั่งยืน

ผู้อำนวยการ ETDA กล่าวต่อไปว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรม EDC Trainer 2026 จะได้เรียนรู้ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการระยะเวลา 2 วัน ในรูปแบบ Hybrid (On-site และ Online) ครอบคลุมทั้งหลักสูตร ETDA Digital Citizen Plus (EDC Plus) ที่มุ่งพัฒนาทักษะทางดิจิทัล ทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ อัตลักษณ์ดิจิทัล การใช้งานดิจิทัล การสื่อสารดิจิทัล ความมั่นคงปลอดภัย และการรู้เท่าทันดิจิทัล เพื่อพัฒนาพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพและรับผิดชอบต่อสังคม ควบคู่กับหลักสูตร Generative AI เพื่อการทำงาน เสริมทักษะการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในการช่วยงานเอกสาร การวิเคราะห์ข้อมูล และการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในองค์กร

ทั้งนี้ กิจกรรม EDC Trainer 2026 มีกำหนดจัดอบรมรวม 10 จังหวัด ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ได้แก่ บุรีรัมย์, นครสวรรค์, ปัตตานี, อุบลราชธานี, ลำปาง, ระยอง, เชียงราย, อุดรธานี, ยะลา และภูเก็ต โดยผู้ที่ผ่านการอบรมและการประเมินจะได้รับประกาศนียบัตรรับรองการเป็น EDC Trainer จาก ETDA เพื่อใช้เป็นฐานในการขยายผลความรู้ในพื้นที่ของตนเอง โดยกิจกรรมเปิดรับสมัครฟรี! โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับผู้สนใจอายุตั้งแต่ 15–55 ปี ที่มีใจรักการสอน สนใจหรือมีบทบาทในการถ่ายทอดความรู้ในชุมชน สถานศึกษา หรือองค์กรในพื้นที่ และมีความรู้พื้นฐานด้านการเป็นพลเมืองที่ตระหนักรู้ทักษะดิจิทัล โดยสามารถเตรียมความพร้อมเบื้องต้นได้ที่ https://www.etda.or.th/th/Our-Service/edc.aspx ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ https://edctrainer.in.th/

ศธ.จัดงาน ‘วันครู’ ครั้งที่ 70 เทิดพระเกียรติฯสมเด็จพระพันปีหลวง ‘พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน’

ศธ.จัดงาน ‘วันครู’ ครั้งที่ 70 เทิดพระเกียรติฯสมเด็จพระพันปีหลวง ‘พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน’

ศธ.จัดงาน ‘วันครู’ ครั้งที่ 70 เทิดพระเกียรติฯสมเด็จพระพันปีหลวง ‘พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน’

วันอังคาร ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายองอาจ วงษ์ประยูร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการจัดงานวันครู เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานวันครู ครั้งที่ 70 พ.ศ.2569 โดยมี นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัด ศธ. พร้อมด้วย ผศ.ดร.อมลวรรณวีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา เข้าร่วมงาน โดยก่อนเริ่มการแถลงข่าว ผู้เข้าร่วมงานทุกคนได้ยืนสงบนิ่ง เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นเวลา 93 วินาที

นายองอาจ วงษ์ประยูร รมช.ศธ. กล่าวว่า การจัดงานวันครู ประจำปี พ.ศ.2569 นี้ เป็นการจัดงานครั้งที่ 70 กระทรวงศึกษาธิการ โดยคุรุสภา องค์กรหลัก และองค์กรในกำกับ ร่วมจัดในหัวข้อ “พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน” เพื่อเทิดพระเกียรติ “สมเด็จพระพันปีหลวง” และส่งเสริมยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ประกอบคุณงามความดี หรือทำคุณประโยชน์ต่อวงการศึกษา ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชน และเป็นแบบอย่างให้เยาวชนรุ่นหลังได้ยึดถือปฏิบัติตาม โดยจัดงานพร้อมกันทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ ในรูปแบบผสมผสาน ทั้ง Onsite และ Online ซึ่งกิจกรรมในส่วนกลาง ได้รับเกียรติจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีวันที่ 16 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ

รมช.ศธ. กล่าวต่อไปว่า ศธ.มีนโยบายที่ให้ความสำคัญกับครู เพื่อร่วมมือกันจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ ภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีคุณธรรม” โดยมุ่งพัฒนาคุณภาพครูและการยกระดับคุณภาพชีวิตของครู ปรับลดภาระงานที่ไม่จำเป็น แก้ปัญหาหนี้สิน ปรับปรุงระบบสวัสดิการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ปรับปรุงสถานศึกษาให้มีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอน และสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างรอบด้าน พัฒนาระบบหรือแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่หลากหลาย โดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง รวมทั้งผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการศึกษา เช่น กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ เป็นต้น เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของนวัตกรรมการเรียนรู้

และจากนโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ จะเห็นได้ว่า ผู้ที่มีส่วนสำคัญมากที่สุดก็คือ “ครู” ผู้ซึ่งจะนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เป็นแนวหน้าที่ใกล้ชิดผู้เรียนมากที่สุด ดังนั้น ครู คือผู้ที่เป็นหัวใจของการพัฒนาการศึกษาไทยอย่างแท้จริง

“งานวันครู ครั้งที่ 70 นี้ ขอให้ศิษย์ทุกคน ร่วมกัน ‘น้อมจิตคารวะ และระลึกถึงพระคุณครู’ ร่วมทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษา ชุมชน และท้องถิ่น ที่จัดขึ้นโดยคุรุสภา และหน่วยจัดงานวันครูทั่วประเทศ เพื่อให้ ‘วันครู’ เป็นวันที่ครูทุกท่านภาคภูมิใจ ในการปฏิบัติหน้าที่ครู ด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเทกายใจ ในการสั่งสอนศิษย์ และเป็นการเชิดชูผู้เป็นแบบอย่างแห่งความเสียสละ อุทิศตน เพื่อสร้างอนาคตของชาติ ให้มีขวัญและกำลังใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น เข้มแข็ง สืบไป” รมช.ศธ. กล่าว

ด้าน นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัด ศธ. กล่าวว่า รูปแบบงานวันครู วันที่ 16 มกราคม 2569 ส่วนกลาง จัด ณ บริเวณหอประชุมคุรุสภา มีกิจกรรมทั้งภาคเช้าและภาคบ่าย ประกอบด้วย พิธีทำบุญตักบาตร พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศแด่ครูผู้วายชนม์ พิธีทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล พิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พิธีบูชาบูรพาจารย์และระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ พิธีคารวะครูอาวุโส พิธีมอบรางวัล และการปาฐกถาพิเศษ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ครั้งที่ 8 เป็นต้น

สำหรับส่วนภูมิภาค โดยมอบหมายให้ศึกษาธิการจังหวัดจัดงานวันครู ซึ่งนอกจากรูปแบบการจัดงานหลักแล้ว จะมีการจัดกิจกรรมสัปดาห์วันครู ระหว่างวันที่ 11-17 มกราคม 2569 เพื่อส่งเสริมสามัคคีธรรม ระหว่างครูและความเข้าใจอันดีระหว่างครูกับประชาชน ดังนี้ 1.กิจกรรมสาธารณประโยชน์ หรือ จิตอาสา 2.การกำหนดคำขวัญวันครู เป็นคำขวัญประจำสถานศึกษา ตลอดปี 2569 “หนึ่งคำขวัญ หนึ่งสถานศึกษา” เพื่อกระตุ้นให้เกิดความตระหนักในความสำคัญของวันครู และความภาคภูมิใจในความเป็นครู 3.จัดชุมนุมครู เพื่อให้ครูทุกคนได้มีโอกาสกล่าวคำปฏิญาณตนต่อผู้ปกครอง และชุมชน เพื่อแสดงถึงการให้คำมั่นในการประกอบวิชาชีพ และการรับผิดชอบต่อเยาวชน และการศึกษาของชาติ และ 4.จัดกิจกรรมครูเยี่ยมบ้านเด็ก การเยี่ยมเยือนครูในสัปดาห์วันครู

ขณะที่ ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า วันครูปีนี้ในพิธีประกาศเกียรติคุณจะมีการมอบรางวัลโดยนายกรัฐมนตรี ในภาคเช้า และ รมช.ศธ. ในภาคบ่าย จำนวนรวมทั้งสิ้น 16 รางวัล มีผู้ได้รับรางวัลรวมทั้งสิ้น 1,198 คน และคุรุสภายังได้รับความร่วมมือในการจัดงานเพื่อระลึกถึงพระคุณครู และส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมงานวันครู ทั้งการจัดแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ณ บริเวณสนามหญ้า สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ระหว่างวันที่ 14 – 16 ม.ค.  จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)  สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (กคศ.) และอีกหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน

นอกจากนี้ คุรุสภาได้เตรียมมอบของขวัญวันครู โดยเปิดอบรมการบริหารจัดการองค์ความรู้เพื่อพัฒนาความลุ่มลึกทางวิชาชีพ เพื่อให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาได้รับการส่งเสริม สนับสนุน เผยแพร่และแลกเปลี่ยนเรียนรู้องค์ความรู้ในรูปแบบต่างๆ จำนวน 8,000 คน และสนับสนุนทุนอุดหนุนโครงการพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา จำนวน 70 คนๆละ 28,500 บาท รวมจำนวนเงิน ทั้งสิ้น 1,995,500 บาท และพร้อมเปิดระบบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพโฉมใหม่ ที่ได้พัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้ประกอบวิชาชีพครูทุกท่าน สามารถเข้าใช้บริการได้อย่างสะดวกสบาย ทุกที่ ทุกเวลา โดยมุ่งหวังให้ ผู้ใช้บริการทุกท่านได้รับความประทับใจมากที่สุด

“ขอเชิญชวน นักเรียน นิสิต นักศึกษา บุคลากรทางการศึกษา และประชาชนทุกท่าน เข้าร่วมกิจกรรมงานวันครู ครั้งที่ 70 พ.ศ. 2569 ณ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และหน่วยจัดงานวันครูทั่วประเทศ น้อมจิตคาราวะ และระลึกถึงพระคุณครู กลับไปคารวะครูของทุกท่านด้วยตนเอง หรือผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของคุรุสภา เพื่อให้วันครูปีนี้ เป็นวันที่มีคุณค่า เปี่ยมด้วยความหมาย อบอวลด้วยความกตัญญูกตเวทีและเป็นพลังใจสำคัญในการเชิดชูเกียรติคุณครู ผู้เป็นรากฐานแห่งการพัฒนาคนและพัฒนาชาติอย่างยั่งยืนต่อไป” เลขาธิการคุรุสภา กล่าว

เปิดหลักสูตรปั้นกำลังคนคุณภาพ ‘Management Consulting’ ยกระดับผู้นำองค์กรรับยุค Digital & AI Transformation

เปิดหลักสูตรปั้นกำลังคนคุณภาพ ‘Management Consulting’ ยกระดับผู้นำองค์กรรับยุค Digital & AI Transformation

เปิดหลักสูตรปั้นกำลังคนคุณภาพ ‘Management Consulting’ ยกระดับผู้นำองค์กรรับยุค Digital & AI Transformation

วันอังคาร ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK นำโดย นายสรณัญช์ ชูฉัตร ประธานเจ้าหน้าที่พัฒนาประสบการณ์ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการกับ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เดินหน้าพัฒนาหลักสูตรยกระดับศักยภาพนักศึกษาและผู้บริหารองค์กรธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมรับการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่ปรึกษาและโลกธุรกิจยุคดิจิทัล โดยความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการปลุกปั้นบุคลากรไทยให้มีทักษะที่จำเป็นต่ออนาคต ครอบคลุม 2 มิติสำคัญ ประกอบด้วย 1.การพัฒนาหลักสูตรความเป็นเลิศด้านที่ปรึกษากลยุทธ์ (Curriculum Partnership in Strategic Management Consulting) บลูบิค มุ่งมั่นที่จะผสานความเชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ ดิจิทัล และเทคโนโลยี พร้อมประสบการณ์จริงจากการร่วมงานกับองค์กรชั้นนำเข้ากับองค์ความรู้ทางวิชาการ เพื่อพัฒนาหลักสูตรด้าน Management Consulting ที่เน้นทั้งภาคทฤษฎีและการลงมือปฏิบัติจริง รวมถึงการเสริมสร้างทักษะสำคัญ อาทิ การกำหนดทิศทางธุรกิจเชิงกลยุทธ์ การบริหารจัดการทรัพยากรและความเสี่ยงธุรกิจ การออกแบบกลยุทธ์ด้าน ความยั่งยืน และการออกแบบกลยุทธ์การสร้างรายได้จากข้อมูลและการประยุกต์ใช้ AI โดยจะเปิดโอกาสให้นักศึกษาคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีทุกชั้นปีเข้าร่วมกิจกรรมเชิงปฏิบัติ รวมถึงฝึกงานกับบลูบิคและพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ที่พร้อมแข่งขันในระดับสากล และร่วมผลักดันประเทศไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

2.การพัฒนาหลักสูตรผู้บริหารแห่งอนาคต (Future Leadership Program) ผ่านการถ่ายทอดมุมมองเชิงกลยุทธ์จากผู้บริหารและผู้นำความคิดในหลากหลายอุตสาหกรรม พร้อมยกระดับขีดความสามารถ วิสัยทัศน์ ภาวะผู้นำของผู้บริหารไทยให้พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลและความยั่งยืน โดยจะช่วยผลักดันให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ในรูปแบบเวทีสนทนาส่วนตัวระดับผู้นำ (Private Leadership Forum) เพื่อเปิดพื้นที่ในการสร้างสรรค์บทสนทนาเชิงลึก การแลกเปลี่ยนมุมมอง และการตกผลึกความคิด

3.ความร่วมมือระดับกลยุทธ์ด้านการวิจัย (Strategy & Research Collaboration) บลูบิค เตรียมผสานความเชี่ยวชาญกับสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TU-RAC) ซึ่งมีบทบาทสำคัญด้านการวิจัยและการให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานต่าง ๆ โดยจะผสานข้อมูลเชิงลึก งานวิจัยคุณภาพสูง และแนวคิดเชิงกลยุทธ์เข้ากับประสบการณ์ด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีของบริษัทฯ เพื่อพัฒนาแนวปฏิบัติและกรอบการดำเนินงานที่ช่วยเสริมศักยภาพองค์กร รวมถึงสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศอย่างยั่งยืน

ผศ.ดร.นพพร เรืองวานิช ผู้อำนวยการโครงการปริญญาตรีบริหารธุรกิจ หลักสูตรนานาชาติ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาตร์ เผยว่า การร่วมมือครั้งนี้จะช่วยยกระดับคุณภาพหลักสูตรของคณะฯ ให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ ผ่านการบูรณาการประสบการณ์ทำงานจริง กรณีศึกษาที่ทันสมัย และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ในการเรียนการสอน ซึ่งถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญสำหรับนักศึกษาที่ต้องการก้าวเข้าสู่สายงานที่ปรึกษาในอนาคต โดยนอกจาก 2 หลักสูตรข้างต้นที่จะนำร่องดำเนินการในปี 2569 อาจมีการพิจารณาต่อยอดไปสู่หลักสูตรด้านอื่นๆ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดแรงงานในยุคดิจิทัลและ AI

“บลูบิค ไม่หยุดเพียงการทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษาในประเทศไทย แต่ยังมีแผนขยายความร่วมมือไปสู่สถาบันการศึกษาระดับนานาชาติ รวมถึงพันธมิตรด้านเทคโนโลยีและ AI ชั้นนำของโลก เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยได้เข้าถึงองค์ความรู้ที่ทันสมัย ตลอดจนสามารถสร้างบุคลากรยุคใหม่ให้พร้อมรับมือกับโลกธุรกิจที่หมุนเร็วและท้าทายยิ่งขึ้น” นายสรณัญช์ กล่าวทิ้งท้าย