ในหลวง โปรดเกล้าฯ พระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวันแก่นักเรียน คณะครู บุคลากร เจ้าหน้าที่ โรงเรียนวัดจันทรสโมสร

ในหลวง โปรดเกล้าฯ พระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวันแก่นักเรียน คณะครู บุคลากร เจ้าหน้าที่ โรงเรียนวัดจันทรสโมสร

ในหลวง โปรดเกล้าฯ พระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวันแก่นักเรียน คณะครู บุคลากร เจ้าหน้าที่ โรงเรียนวัดจันทรสโมสร

วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.11 น.

“ในหลวง”โปรดเกล้าฯ พระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวันแก่นักเรียน คณะครู บุคลากร เจ้าหน้าที่ โรงเรียนวัดจันทรสโมสร เนื่องในโอกาสวันเฉลิม พระชนมพรรษา 28 ก.ค.2569

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมคุณภาพชีวิต รวมถึงสุขอนามัยขั้นพื้นฐาน และการโภชนาการที่ดีของเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ผู้พิการ ทุพพลภาพ และผู้ด้อยโอกาส ในสถานสงเคราะห์ รวมถึงสถานศึกษามาอย่างต่อเนื่อง ในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวันแก่นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่โรงเรียนวัดจันทรสโมสร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2569

วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.20 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศตรี จักรพงษ์ หอมไกรลาศ เป็นประธานเชิญอาหารพระราชทาน ไปพระราชทานเลี้ยงแก่นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่ โรงเรียนวัดจันทรสโมสร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร จำนวนรวม 303 คน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 เพื่อให้นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่ ได้รับประทานอาหารอิ่มอร่อย หลากหลาย และมีคุณค่า ตามหลักโภชนาการ อันจะส่งผลให้มีสุขอนามัยที่ดี มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และมีสุขภาพจิตที่ดี สำหรับรายการอาหารในวันนี้ อาทิ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ ข้าวมันไก่ต้มและไก่ทอด สเต็กปลาทอดและหมู นักเก็ต ขนมโตเกียว สตรอว์เบอร์รีโยเกิร์ต น้ำดื่ม และเครื่องดื่ม น้ำสมุนไพร จากโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา เป็นต้น

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงรับเป็นพระราชภารกิจที่สำคัญในการดูแลพสกนิกรทุกหมู่เหล่าให้มีสุขภาพอนามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง และมีโภชนาการ ที่ดี โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป ในโอกาสนี้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานอาหารแก่เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาสรวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในสถานศึกษา และสถานสงเคราะห์ต่างๆ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาวันคล้ายวันพระราชสมภพ วันคล้ายวันประสูติ และวันสำคัญต่างๆ มาโดยตลอด การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้ นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนวัดจันทรสโมสร ต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

โรงเรียนวัดจันทรสโมสร ตั้งอยู่บนที่ดินของวัดจันทรสโมสร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร มีพื้นที่ 1 ไร่ 2 งาน อยู่ในกำกับดูแลของสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันทำการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนรวมทุกระดับชั้น จำนวน 273 คน มีครูและบุคลากร จำนวน 30 คน โรงเรียนก่อตั้งขึ้นเมื่อพุทธศักราช 2475 รวมเปิดทำการสอนมาแล้ว 94 ปี จนถึงปัจจุบันโรงเรียนมีการพัฒนาการศึกษาอย่างเป็นระบบ ผ่านการประเมินคุณภาพตามมาตรฐานของโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร นักเรียนมีผลการเรียนผ่านตามมาตรฐานของสถานศึกษา ในระดับยอดเยี่ยม มีผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ 2 ปีซ้อน

ด้านกิจกรรมการพัฒนาผู้เรียน ประสบความสำเร็จด้านกีฬาเป็นอย่างดี ได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันฟุตซอลในหลายรายการ อาทิ รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 (แชมป์ 3 สมัย) การแข่งขันฟุตซอลยุวชน กฟผ. โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ประจำปี 2568 รางวัลรองเท้าทองคําสำหรับผู้ทําประตูสูงสุด ในการแข่งขันฟุตซอลยุวชน กฟผ. โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ประจำปี 2568 รางวัลเหรียญทองชนะเลิศ การแข่งขันกีฬาฟุตซอลชาย รุ่นอายุ 12 ปี ในการแข่งขันกีฬานักเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 36 “ช้างน้อยเกมส์” ประจำปี 2568 รวมถึงการแข่งขันบาสเกตบอล นอกจากนี้ โรงเรียนได้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา และวันคล้ายวันประสูติของพระบรมวงศานุวงศ์มาโดยตลอด เพื่อให้นักเรียนได้มีส่วนร่วม ด้วยเป็นการปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ แก่เด็กนักเรียน เพื่อจะได้เติบโตเป็นพลเมืองที่ดี

วปอ.บอ.รุ่นที่3กลุ่มมรกต–ไพลิน จับมือ สกร.ยกระดับการศึกษาและอาชีพให้ปชช.

วปอ.บอ.รุ่นที่3กลุ่มมรกต–ไพลิน จับมือ สกร.ยกระดับการศึกษาและอาชีพให้ปชช.

วปอ.บอ.รุ่นที่3กลุ่มมรกต–ไพลิน จับมือ สกร.ยกระดับการศึกษาและอาชีพให้ปชช.

วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.07 น.

วปอ.บอ.รุ่นที่ 3 กลุ่มมรกต–ไพลิน ร่วมกับ สกร. ดาวกระจาย ถ่ายทอดความรู้การใช้ Application Career GPS สู่ผู้เรียนการศึกษานอกระบบ เพื่อค้นหาศักยภาพและวางแผนเส้นทางการเรียนรู้และอาชีพ

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ร่วมกับคณะนักศึกษาหลักสูตรการบริหารความมั่นคงสำหรับผู้บริหาร (วปอ.บอ.) รุ่นที่ 3 กลุ่มมรกต–ไพลิน เดินหน้าขยายผลการใช้งาน Application Career GPS สู่ผู้เรียนการศึกษานอกระบบ ภายใต้โครงการ “The TEN”โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคีเครือข่าย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) และยกระดับการแนะแนวการศึกษาและอาชีพให้กับประชาชน

การดำเนินงานครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากการอบรมครูและบุคลากรผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านการแนะแนวของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ) โดยมีครูและบุคลากรจากพื้นที่นำร่อง 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม และสมุทรปราการ เข้าร่วมกว่า 150 คน เพื่อเตรียมความพร้อมในการนำ Application Career GPS ไปใช้กับผู้เรียนในพื้นที่

ในระยะขยายผล คณะนักศึกษา วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 กลุ่มมรกต–ไพลิน ได้ลงพื้นที่จัดกิจกรรมแบบ “ดาวกระจาย” พร้อมกันในพื้นที่นำร่อง โดยร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และทดลองใช้งาน Application Career GPS ด้วยตนเอง

พื้นที่แรก คณะนักศึกษาหลักสูตร วปอ.บอ.รุ่นที่3 อาทิ ดร.วิภัชบุญ กล่าวสุนทร พันเอกไปรวิทย์ ลำน้อย นางสาวชัญญาณัฏฐ์ โอฬารธนสิน นายอธิริศร์ เตชะสินนิวัฒน์ ดำเนินการร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำกรุงเทพมหานคร และ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับเขตคลองเตย จัดกิจกรรมอบรมให้แก่ครูและผู้เรียนจำนวน 80 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้เรียนการศึกษานอกระบบระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการค้นหาศักยภาพ ความถนัด ความสนใจ และการนำผลการประเมินไปใช้ในการวางแผนการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการพัฒนาคุณภาพชีวิต

อีกพื้นที่หนึ่ง คณะนักศึกษาหลักสูตร วปอ.บอ.รุ่นที่3 อาทิ ดร.วิทวัช กุยแก้ว ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ พันตำรวจโทหญิงพิชชาภา บุญโสดา นางพุทธิพร แสงสุข ดร.จิตราภรณ์ อัมระปาล ดำเนินการร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดปทุมธานี และ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอสามโคก จัดกิจกรรมให้แก่ครูและผู้เรียนจำนวน 50 คน เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้การใช้เครื่องมือดิจิทัลในการวิเคราะห์ศักยภาพของตนเอง และสร้างแรงบันดาลใจในการกำหนดเป้าหมายชีวิตและเส้นทางอาชีพที่เหมาะสม

กิจกรรมการอบรมประกอบด้วยการบรรยายในหัวข้อ “Career GPS : เครื่องมือค้นหาศักยภาพและวางแผนเส้นทางการเรียนรู้และอาชีพ”การสาธิตการใช้งาน Application Career GPS และกิจกรรม Workshop ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ทดลองใช้งานจริง พร้อมรับคำแนะนำจากวิทยากรและครูผู้ปฏิบัติงานด้านการแนะแนว เพื่อให้สามารถนำผลการประเมินไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนอนาคตของตนเองได้อย่างเป็นรูปธรรม

Application Career GPS เป็นนวัตกรรมด้านการแนะแนวที่ช่วยให้ผู้เรียนค้นพบจุดแข็ง ความถนัด ความสนใจ และศักยภาพของตนเอง ผ่านกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูล พร้อมเชื่อมโยงไปสู่แนวทางการศึกษาต่อ การพัฒนาทักษะที่จำเป็น และการเลือกเส้นทางอาชีพที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละบุคคล ช่วยให้ผู้เรียนสามารถออกแบบเส้นทางชีวิตของตนเองได้อย่างมีเป้าหมายและมั่นใจมากยิ่งขึ้น

การดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างกรมส่งเสริมการเรียนรู้ คณะนักศึกษาหลักสูตร วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 กลุ่มมรกต–ไพลิน มหาวิทยาลัยรังสิต และภาคีเครือข่าย ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต และยกระดับคุณภาพการแนะแนวของผู้เรียนการศึกษานอกระบบ เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษา พัฒนาศักยภาพกำลังคน และส่งเสริมให้ประชาชนทุกช่วงวัยสามารถวางแผนอนาคตและพัฒนาตนเองได้อย่างยั่งยืน

เจ้าหญิงแอนน์-พระสวามี เสด็จฯประทับเรือ ทอดพระเนตรทัศนียภาพพระบรมมหาราชวังและแม่น้ำเจ้าพระยา

เจ้าหญิงแอนน์-พระสวามี เสด็จฯประทับเรือ ทอดพระเนตรทัศนียภาพพระบรมมหาราชวังและแม่น้ำเจ้าพระยา

เจ้าหญิงแอนน์-พระสวามี เสด็จฯประทับเรือ ทอดพระเนตรทัศนียภาพพระบรมมหาราชวังและแม่น้ำเจ้าพระยา

วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.43 น.

17 กรกฎาคม 2569 เวลา 16.00 น. เจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารีแห่งสหราชอาณาจักร พร้อมด้วยพระสวามี เสด็จมาทรงประทับเรือ ณ ท่าราชวรดิฐ  เพื่อทอดพระเนตรทัศนียภาพพระบรมมหาราชวังและแม่น้ำเจ้าพระยา

ประเสริฐ เผยเลขาธิการ สกสค.ยื่นลาออก มีผล 18 ก.ค.นี้ ยืนยันงานองค์กรไม่สะดุด เตรียมตั้งรักษาการเร็ววันนี้

ประเสริฐ เผยเลขาธิการ สกสค.ยื่นลาออก มีผล 18 ก.ค.นี้ ยืนยันงานองค์กรไม่สะดุด เตรียมตั้งรักษาการเร็ววันนี้

ประเสริฐ เผยเลขาธิการ สกสค.ยื่นลาออก มีผล 18 ก.ค.นี้ ยืนยันงานองค์กรไม่สะดุด เตรียมตั้งรักษาการเร็ววันนี้

วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.05 น.

วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เวลา 11.00 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของ สกสค. และเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)ครั้งที่ 3/2569 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ อาคารราชวัลลภ ศธ. 

นายประเสริฐ กล่าวถึงผลการประชุมคณะกรรมการบริหารองค์การค้า(อค.) ของ สกสค. ว่า ที่ประชุมได้กำหนดให้มีการสรรหา ผู้อำนวยการองค์การการค้าตังจริง มาแทนรักษาการ ผอ.อค.คนปัจจุบัน  ซึ่งคาดว่าจะได้ ผอ.อค. ตัวจริง ภายในเดือนสิงหาคม นี้     

นอกจากนี้ที่ประชุมฯ เห็นชอบให้มีการนำเสนอผู้เชี่ยวชาญมาเป็นที่ปรึกษา ในการบริหารงานขององค์การค้าฯ  ซึ่งก็จะนำเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการองค์การค้าของ สกสค.ในครั้งต่อไปว่าควรจะเป็นใครอย่างไร  

นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า เนื่องจากองค์การค้าฯมีทรัพย์สินที่เป็นอาคารและที่ดิน จึงสั่งการให้มีการตรวจสอบที่ดิน ที่องค์การค้าครอบครองอยู่และเป็นเจ้าของ ว่ามีการบุกรุกและใช้ประโยชน์อะไรอย่างไรหรือไม่ หากพบว่ามีผู้บุกรุก ก็ให้ดำเนินการตามกฎหมาย  โดยทางคณะกรรมการองค์การค้าฯ ได้มอบหมายให้ สกสค.ระดับจังหวัด เข้าไปตรวจสอบและให้รายงานผลตรวจสอบเรื่องนี้ให้ที่ประชุมฯบอร์ดองค์การค้าฯทราบในครั้งต่อไป

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ส่วนการประชุม คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)นั้น เป็นที่ทราบกันแล้วว่าที่ผ่านมา นายพีระพันธ์ เหมะรัต เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. ได้ยื่นใบลาออกเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และให้มีผลวันที่ 21 ก.ย.2569  แต่วันนี้ นายพีระพันธ์ ได้ทำหนังสือถึงที่ประชุมฯอีกครั้ง ว่า ประสงค์จะลาออกทันที ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค.2569นี้ ซึ่งวันนี้ก็ได้นำเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมของคณะกรรมการ สกสค.  ซึ่งคณะกรรมการฯก็มีมติเห็นชอบตามที่ นายพีระพันธ์ ยื่นความประสงค์มาว่าการลาออกจะให้มีผลในวันที่ 18 ก.ค.2569 นี้  

“โดยนายพีระพันธ์ได้ให้เหตุผลในการลาออกว่า เนื่องจากภรรยามีการผ่าตัดใหญ่ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ส่วนการลาออกมีผลอะไรกับองค์กรหรือไม่นั้น ก็ทำให้คณะผู้บริหารของ สกสค.ทั้งเลขาธิการ สกสค. และรองเลขาธิการ สกสค. พ้นสภาพ  ก็จะมีการแต่งตั้งรักษาการเลขาฯ และจะมีการส่งมอบงานให้กับรักษาการเลขาธิการ  ซึ่งงานก็จะไม่สะดุจ เพราะจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆก่อนมีตัวจริง

“วันนี้ คณะกรรมการ สกสค.ได้กำหนดให้มีการดำเนินการสรรหาเลขาธิการ สกสค. คนใหม่ และจะมีการแต่งตั้ง ข้าราชการระดับ 10 มารักษาการเลขาธิการ สกสค.ในเร็ววันนี้ อย่างช้าไม่เกินวันจันทร์ทีท 20 ก.ค.นี้ ส่วนการสรรหาเลขาธิการ สกสค.ตัวจริง ให้ได้ภายในวันที่ 1 ต.ค. หรืออย่างช้าสุดไม่ควรเกิน 3 เดือน

รมว.ศธ. กล่าวด้วยว่า วันนี้ที่ประชุมฯได้นำผลการประเมินผลการทำงานของเลขาธิการ สกสค.เข้าพิจารณาลับในที่ประชุมบอร์ดด้วย  โดยผู้ประเมินได้นำผลการประเมินมาชี้แจง ซึ่งผลการประเมินก็ออกมาปานกลาง ส่วนที่ก่อนหน้านั้นมีการร้องเรียนให้มีการตรวจสอบการทำงานของเลขาธิการ สกสค. ก็ยังคงให้มีการตรวจสอบต่อไป ถึงแม้เลขาธิการ สกสค. จะลาออกแล้ว รวมถึงตรวจสอบ การดำเนินงานของ องค์การค้าฯด้วย ซึ่งขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่าการสอบจะแล้วเสร็จเมื่อใด เพราะมีเรื่องส่งเข้ามาเลื่อยๆ  

ในหลวง พระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวัน แก่นักเรียนคณะครู เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

ในหลวง พระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวัน แก่นักเรียนคณะครู เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

ในหลวง พระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวัน แก่นักเรียนคณะครู เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.22 น.

17 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.15 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศตรี ธีระ เชียงทอง เป็นประธานเชิญอาหารพระราชทานไปพระราชทานเลี้ยงแก่นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่ โรงเรียนโยธินบูรณะ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร จำนวนรวม 3,765 คน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 เพื่อให้นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่ ได้รับประทานอาหารอิ่มอร่อย หลากหลาย และมีคุณค่าตามหลักโภชนาการ อันจะส่งผลให้มีสุขอนามัยที่ดี มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และมีสุขภาพจิตที่ดี 

สำหรับรายการอาหารในวันนี้ อาทิ หมี่คลุกไก่ฉีก ข้าวหมูแดงหมูกรอบ สเต๊กปลาทอด ขนมโตเกียว ข้าวปั้น เกี๊ยวซ่า ทาโกะยากิ ไอศกรีมกะทิ สตอเบอร์รี่โยเกิร์ต ไก่ทอดเคเอฟซี น้ำดื่ม และเครื่องดื่มน้ำสมุนไพร จากโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เป็นต้น

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงรับเป็นพระราชภารกิจที่สำคัญในการดูแลพสกนิกรทุกหมู่เหล่าให้มีสุขภาพอนามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง และมีโภชนาการที่ดี โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป 

ในโอกาสนี้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานอาหารแก่เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาสรวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในสถานศึกษา และสถานสงเคราะห์ต่าง ๆเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันคล้ายวันพระราชสมภพ วันคล้ายวันประสูติ และวันสำคัญต่างๆมาโดยตลอด การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้ นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนโยธินบูรณะ ต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

โรงเรียนโยธินบูรณะ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เป็นโรงเรียนสหศึกษาระดับมัธยมศึกษาเปิดสอนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1- 6 ก่อตั้งเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2478 มีเนื้อที่ จำนวน 16 ไร่ 

ประกอบด้วย 5 อาคารเรียน ปัจจุบันมีจำนวนนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และตอนปลายรวม 3,765 คน มีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รวม 255 คน มีการจัดการเรียนการสอนออกเป็น 4 โครงการ ได้แก่ โครงการห้องเรียนปกติ โครงการส่งเสริมนักเรียนเก่งสู่ความเป็นเลิศทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ โครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ และโครงการนานาชาติ ซึ่งได้พัฒนาการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับศักยภาพของผู้เรียน มุ่งพัฒนาโรงเรียนให้เป็นสถาบันการศึกษาแห่งการเรียนรู้ และได้มาตรฐานสากลธำรงไว้ซึ่งคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน

องคมนตรีเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศฯ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

องคมนตรีเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศฯ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

องคมนตรีเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศฯ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.07 น.

องคมนตรีเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศฯ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569

17 กรกฎาคม 2569 พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวง เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 โอกาสนี้ องคมนตรี ได้นำผู้เข้าร่วมพิธีประกอบพิธีถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมมอบเมล็ดพันธุ์พืชให้แก่ผู้แทนกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ร่วมปั้นเมล็ดพันธุ์พืช

โดยโครงการดังกล่าว กรมฝนหลวงและการบินเกษตรจัดขึ้น เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระราชกรณียกิจที่สำคัญและมีคุณค่าคุณูปการต่อการพัฒนาประเทศชาติ โดยเฉพาะในด้านการรักษาระบบนิเวศป่าไม้ สิ่งแวดล้อม ซึ่งทั้ง 2 พระองค์ทรงให้ความสำคัญในเรื่องการสร้างความสมบูรณ์ให้แก่ทรัพยากรป่าไม้ ซึ่งจะเป็นต้นกำเนิดของความอุดมสมบูรณ์ และเป็นต้นทุนความชื้นสัมพัทธ์ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการปฏิบัติการฝนหลวงได้ และเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 

ซึ่งโครงการฯดังกล่าวนี้ กรมฝนหลวงและการบินเกษตรจะปฏิบัติภารกิจการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชหลังเสร็จสิ้นการปฏิบัติการฝนหลวงในแต่ละวัน เพื่อกระจายเมล็ดพันธุ์พืชและเพิ่มความหนาแน่นของพื้นที่ป่าไม้ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์และพื้นที่อุทยานสำหรับดำเนินการเป็นประจำทุกปี สำหรับในปี 2569 ได้กำหนดพื้นที่การโปรยเมล็ดพันธุ์ฯ และกำหนดชนิดพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับผืนป่าและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทั่วประเทศ จำนวน 7 แห่ง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติออบขาน จังหวัดเชียงใหม่ //อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จ.พิษณุโลก และ จ.เพชรบูรณ์ //อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี //อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี //อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ จ.หนองบัวลำภู //อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว จ.มุกดาหาร //และอุทยานแห่งชาติตาพระยา จ.สระแก้ว โดยได้รับการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืชจากกรมป่าไม้ จำนวนเมล็ดพันธุ์พืช 15 ชนิด ได้แก่ มะค่าแต้ มะค่าโมง สัก พะยูง แดง เพกา กัลปพฤกษ์ ขี้เหล็ก ชิงชัน ราชพฤกษ์ อะราง สมอพิเภก มะขามป้อม ตะแบก และพฤกษ์ จำนวนรวมทั้งสิ้น 3,090 กิโลกรัม

ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมปั้นหุ้มดินเมล็ดพันธุ์พืชฯ ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ จิตอาสา และประชาชนทั่วไป ปั้นหุ้มดินเมล็ดพันธุ์พืช และส่งต่อให้กับศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงในแต่ละภูมิภาค เพื่อนำไปใช้ในการโปรยทางอากาศ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการสร้างความสามัคคีของประชาชนทุกภาคส่วน ที่ได้มาร่วมกันเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มพื้นที่ผืนป่าให้กับประเทศไทย ให้ทรัพยากรป่าไม้มีความอุดมสมบูรณ์ต่อไป.

DPU สร้างชื่อให้ไทย สถาบันแรกที่คว้า 3 รางวัลระดับโลกจาก IEAC

DPU สร้างชื่อให้ไทย สถาบันแรกที่คว้า 3 รางวัลระดับโลกจาก IEAC

DPU สร้างชื่อให้ไทย สถาบันแรกที่คว้า 3 รางวัลระดับโลกจาก IEAC

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 21.11 น.

พร้อมคะแนนเต็ม 5 ดาวทุกหมวดแห่งแรกในไทย ตอกย้ำการมุ่งพัฒนาศักยภาพเด็กไทยสู่อาชีพยุคใหม่

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ประกาศความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ในวงการอุดมศึกษาไทยและระดับสากล หลังได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษาระดับสูงสุด “5 Stars Rating” ในทุกหมวดหมู่การประเมิน ซึ่งถือเป็นสถาบันแรกในประเทศไทย โดยเป็นการรับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษาระดับสูงสุด จาก International Education Accreditation Council หรือ IEAC สหราชอาณาจักร พร้อมกันนี้ DPU ยังสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยด้วยการเป็นสถาบันแรกในโลกที่ได้ 3 รางวัลเกียรติยศมาครองได้สำเร็จ ประกอบด้วยรางวัล Future Job Ready & Career Success Award รางวัล Human Potential Development Award และรางวัล Global Education Pathways Award สะท้อนถึงความเป็นผู้นำด้านการศึกษาที่มุ่งเน้นในการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ที่พร้อมตอบโจทย์โลกอนาคตอย่างแท้จริง โดยพิธีมอบรางวัลจัดขึ้นเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมไสว สุทธิพิทักษ์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โดยมี Dr. Maurice Kenneth Dimmock ประธานของ IEAC เป็นผู้มอบรางวัลให้แก่ ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ท่ามกลางคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และสื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยาน

สถาบัน IEAC ถือเป็นองค์กรระดับสากลที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการรับรองและประกันคุณภาพความน่าเชื่อถือของสถาบันการศึกษาและหลักสูตรต่าง ๆ ทั่วโลก โดยกระบวนการตรวจประเมินของ IEAC เป็นไปด้วยความโปร่งใสและมีความเข้มงวดเป็นอย่างสูง โดยเกณฑ์การประเมินสอดคล้องกับมาตรฐาน Standards and Guidelines for Quality Assurance ใน European Higher Education Area หรือ ESG ตลอดจนกรอบมาตรฐานคุณวุฒิของยุโรป หรือ EQAR ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานที่รัฐบาลส่วนใหญ่ทั่วโลกให้การยอมรับและนำไปปรับใช้ โดยกระบวนการตรวจสอบของ IEAC จะครอบคลุมอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การกำหนดมาตรฐานสถาบัน การประเมินผลอย่างละเอียดผ่านเอกสารและการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจริง ตลอดจนการสัมภาษณ์ผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและการันตีคุณภาพสู่สาธารณะ นายจ้าง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระดับสากล

สำหรับการตรวจประเมินในครั้งนี้ DPU สามารถสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้า 5 ดาวเต็มครบทั้ง 8 ด้านหลักเป็นสถาบันการศึกษาแรกในประเทศไทย ทั้งด้านหลักสูตรการศึกษา (Academic Programs) ด้านการเรียนการสอน (Teaching and Learning) ด้านการประกันและพัฒนาคุณภาพ (Quality Assurance and Enhancement) ด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย (Environmental, Health & Safety) ด้านสวัสดิภาพนักศึกษา (Student Welfare) ด้านการบริหารจัดการองค์กร (Governance, Management and Systems) ด้านการตลาดและการรับนักศึกษา (Marketing and Recruitment of Students) และ ด้านภาพรวม (Overall Rating)

และที่สำคัญคือ  DPU ยังได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ 3 รางวัลในระดับสถาบัน ประกอบด้วยรางวัล Future Job Ready & Career Success Award รางวัล Human Potential Development Award และรางวัล Global Education Pathways Award  ซึ่งถือเป็นสถาบันแรกในโลกที่ได้ 3 รางวัลนี้ โดยรางวัลสะท้อนอัตลักษณ์ตัวตนของ DPU ที่มีความเชื่อที่ว่าการพัฒนาศักยภาพมนุษย์คือเรื่องสำคัญที่สุดในการรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลง โดย DPU เป็นสถาบันการศึกษาเพียงหนึ่งเดียวที่มีทั้งเครื่องมือ หลักสูตร และระบบการเรียนรู้แบบ Personalized Learning ที่ปรับให้เข้ากับนักศึกษาแต่ละบุคคลเพื่อดึงพรสวรรค์และศักยภาพที่ซ่อนอยู่ออกมาให้ได้มากที่สุด ทำให้ไม่ว่านักศึกษาจะมีพื้นฐานแบบไหน จะเป็นเด็กเก่ง หรือเคยเรียนไม่เก่งมาก่อน DPU ก็สามารถพัฒนาศักยภาพให้ตอบรับกับงานทักษะใหม่ในยุคใหม่ได้ พร้อมนวัตกรรมใหม่อย่าง DPU Passport ซึ่งเป็นรายงานฉบับพิเศษที่อธิบายถึงพรสวรรค์เฉพาะบุคคลและแนวทางการพัฒนาศักยภาพเพื่อต่อยอดให้นักศึกษาทุกคน ซึ่งต่อยอดไปที่การมุ่งเน้นการสร้างผลลัพธ์ความสำเร็จในอาชีพและเตรียมความพร้อมสู่การทำงานแห่งอนาคตอย่างแท้จริงเพื่อช่วยส่งเสริมให้นักศึกษาไม่ใช่แค่ได้งานทำที่ดีเท่านั้น แต่สามารถเติบโตและประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานต่อไปในอนาคตได้อย่างยั่งยืน

ขณะเดียวกันในส่วนของรางวัล Global Education Pathways Award ก็เป็นรางวัลที่การันตีความสามารถในการเชื่อมต่อโอกาสและความรู้จากสถาบันและองค์กรชั้นนำในระดับสากล โดย DPU ได้สร้างเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่งร่วมกับองค์กรต่างประเทศทั่วโลกกว่า 83 องค์กร และร่วมมือกับบริษัทชั้นนำทั้งในและต่างประเทศในการพัฒนาหลักสูตรเพื่อรองรับองค์ความรู้มาตรฐานสากล พร้อมกันนี้ DPU ยังมุ่งเน้นการสร้างและจำลองสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเพื่อรองรับโอกาสและองค์ความรู้จากนานาชาติ เพื่อสร้างทางลัดและเปิดประตูให้นักศึกษาไทยทุกคนได้สัมผัสและได้รับประสบการณ์จากการทำงานจริงในโปรเจกต์ของบริษัทชั้นนำจากหลากหลายประเทศทั่วโลกอย่างไร้ขีดจำกัด   

ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ หรือ DPU เปิดเผยว่า การรับรองมาตรฐาน 5 ดาวเต็มในทุกหมวดหมู่ ตลอดจน 3 รางวัลเกียรติยศระดับโลกจาก IEAC สหราชอาณาจักรในครั้งนี้ ถือเป็นบทพิสูจน์ที่ยิ่งใหญ่และชัดเจนที่สุดว่า มหาวิทยาลัยเอกชนที่มีความพร้อมสูงอย่าง DPU สามารถส่งมอบการศึกษาที่มีคุณภาพและมาตรฐานในระดับสากลได้อย่างแท้จริง การจัดการศึกษาในยุคนี้ DPU ไม่ได้มองเพียงแค่การมอบใบปริญญาบัตรเมื่อเรียนจบเท่านั้น แต่ได้มองถึงการขับเคลื่อน Potential Development เพื่อค้นหาและพัฒนาศักยภาพที่แท้จริงของนักศึกษาเป็นรายบุคคล ควบคู่ไปกับการการันตีผลลัพธ์ความสำเร็จในอาชีพ หรือ Career Success ซึ่ง DPU มุ่งเตรียมความพร้อมสำหรับโลกอนาคตด้วยการพัฒนาศักยภาพอย่างเข้มข้น ซึ่งส่งผลให้ผู้เรียนค้นพบตัวเอง และหางานที่ดีได้ง่าย โดยต้องมีความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับงานในโลกอนาคต ตลอดจนสามารถก้าวไปสู่จุดสูงสุดในอาชีพได้อย่างมั่นคง ก่อนจะเชื่อมต่อสู่โลกกว้างเพื่อคว้าโอกาสในระดับสากล ผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี สภาพแวดล้อม และประสบการณ์ตรงจากมืออาชีพในระดับนานาชาติ เพื่อสร้างความมั่นใจว่านักศึกษาทุกคนที่ก้าวออกจาก DPU จะกลายเป็นบุคลากรชั้นนำที่มีความพร้อมสำหรับงานแห่งอนาคต เติบโตในสายอาชีพได้อย่างสูงสุด และพร้อมเชื่อมต่อโอกาสความสำเร็จในระดับโลกได้อย่างยั่งยืน

“ทั้งนี้ DPU ยังเปลี่ยนผ่านการศึกษาแบบเดิม ๆ สู่รูปแบบ Work-Integrated Education โดยเน้นย้ำว่าเรียนแล้วไปฝึกงานอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอสำหรับโลกยุคใหม่ แต่นักศึกษาจะต้องได้รับประสบการณ์ทำงานจริงควบคู่ไปตลอดระยะเวลาที่เรียน DPU จึงร่วมมือกับพันธมิตรบริษัทชั้นนำมากกว่า 3,000 บริษัทในการพัฒนาหลักสูตร เพื่อให้ก้าวทันต่ออุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มีบริษัทมากกว่า 1,500 บริษัทที่พร้อมยื่นข้อเสนอรับเข้าทำงานทันทีตั้งแต่ที่นักศึกษายังฝึกงานไม่สำเร็จ โดยปัจจุบันมีนักศึกษา DPU มากกว่า 95% ที่ได้งานทำทันทีหลังเรียนจบ และมีกว่า 55% ที่ได้รับข้อเสนองานตั้งแต่ยังเรียนอยู่ชั้นปีสุดท้าย ในขณะที่ภาพรวมของประเทศพบว่าเด็กจบใหม่ทั่วไปมีอัตราการหางานทำได้เพียง 45% เท่านั้น อีกทั้งนักศึกษา DPU ยังได้รับอัตราเงินเดือนเริ่มต้นที่สูงกว่าปกติ ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ว่าการเรียนในมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีความพร้อมอย่าง DPU สามารถสร้างความสำเร็จในอาชีพและพาเด็กทุกคนไปสู่การได้งานในฝันได้อย่างแน่นอน” ดร.ดาริกา อธิการบดีกล่าวสรุป

เจ้าหญิงแอนน์ เสด็จเยือนประเทศไทย ติดตามการดำเนินงานด้านเด็กของ Save the Children

เจ้าหญิงแอนน์ เสด็จเยือนประเทศไทย ติดตามการดำเนินงานด้านเด็กของ Save the Children

เจ้าหญิงแอนน์ เสด็จเยือนประเทศไทย ติดตามการดำเนินงานด้านเด็กของ Save the Children

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 18.46 น.

เจ้าหญิงแอนน์ เสด็จเยือนประเทศไทย ติดตามการดำเนินงานด้านเด็กของ Save the Children รมว.ศธ. ร่วมรับเสด็จและติดตามการเยี่ยมชมกิจกรรมเด็กไทย 

เมื่อวันที่ 16 ก.ค.2569 เจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารีแห่งสหราชอาณาจักร ผู้อุปถัมภ์ของ Save the Children UK เสด็จเยือนประเทศไทย เพื่อติดตามการดำเนินงานด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชนของ Save the Children พร้อมทอดพระเนตรกิจกรรม Play for Change โครงการที่ใช้กีฬาเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการเรียนรู้ ทักษะชีวิต และการอยู่ร่วมกันในสังคมของเด็กและเยาวชนไทย ที่โรงเรียนชุมชน หมู่บ้านพัฒนา เขตคลองเตย  กรุงเทพมหานคร

ในการเสด็จเยือนประเทศไทยครั้งนี้ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ร่วมรับเสด็จเจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารีแห่งสหราชอาณาจักร และร่วมติดตามการเสด็จตลอดการเยี่ยมชมกิจกรรมของเด็กและเยาวชน โดยร่วมรับฟังการนำเสนอผลการดำเนินงานต่างๆ ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ Save the Children และภาคีเครือข่าย ในการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา การพัฒนาทักษะชีวิต และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็กไทย

กิจกรรม Play for Change เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนกว่า 60 คน จากกรุงเทพมหานครและภาคเหนือ ได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีม การยอมรับความหลากหลาย และการสร้างความมั่นใจผ่านกีฬา โดยมี Emile Heskey อดีตนักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษและสโมสรลิเวอร์พูล ร่วมมอบประกาศนียบัตรแก่เด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ

ในโอกาสนี้ เจ้าหญิงแอนน์มีพระดำรัสว่า

“Save the Children ซึ่งดำเนินงานในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของการสนับสนุนที่เป็นรูปธรรม ความร่วมมือ และการเป็นผู้นำของชุมชน ซึ่งสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิตของเด็ก ๆ ได้อย่างแท้จริง”

พระองค์ยังทรงเน้นย้ำว่า กีฬาไม่ใช่เพียงการแข่งขัน แต่เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่ช่วยสร้างความมั่นใจ ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม เปิดโอกาสให้เด็กค้นพบศักยภาพของตนเอง และเรียนรู้ที่จะก้าวผ่านทั้งความสำเร็จและความผิดหวัง

Save the Children ดำเนินงานในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 โดยทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ โรงเรียน ชุมชน และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อสนับสนุนเด็กที่ได้รับผลกระทบจากความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และการเลือกปฏิบัติ ผ่านโครงการด้านการศึกษา การคุ้มครองเด็ก การส่งเสริมอาชีพ และการขับเคลื่อนสิทธิเด็ก เพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสเรียนรู้ เติบโต และพัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่

การเสด็จเยือนของเจ้าหญิงแอนน์ในฐานะผู้อุปถัมภ์ของ Save the Children UK สะท้อนถึงการทรงติดตามการดำเนินงานด้านเด็กขององค์กรอย่างต่อเนื่อง และเป็นกำลังใจสำคัญต่อการทำงานของครู โรงเรียน ชุมชน และภาคีเครือข่ายทั่วประเทศไทย ที่ร่วมกันสร้างโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กไทยมาอย่างยาวนาน
 

เช็กความพร้อม ‘กาย-ใจ’ ก่อนเปิดเทอม มมส ตรวจสุขภาพนิสิตใหม่’69 วันแรก

เช็กความพร้อม ‘กาย-ใจ’ ก่อนเปิดเทอม มมส ตรวจสุขภาพนิสิตใหม่’69 วันแรก

เช็กความพร้อม ‘กาย-ใจ’ ก่อนเปิดเทอม มมส ตรวจสุขภาพนิสิตใหม่’69 วันแรก

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.15 น.

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เริ่มจัดโครงการตรวจร่างกายนิสิตใหม่ (ระดับปริญญาตรี) ประจำปีการศึกษา 2569 เป็นวันแรก ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (เขตพื้นที่ในเมือง) เพื่อเตรียมความพร้อมด้านสุขภาวะทางร่างกายและจิตใจให้แก่นิสิตก่อนเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย

บรรยากาศในวันแรกของการตรวจสุขภาพเป็นไปด้วยความคึกคัก มีนิสิตใหม่จากหลากหลายคณะทยอยเข้ารับการตรวจตามมาตรการจัดระเบียบและลดความแออัด อาทิ คณะวิทยาการสารสนเทศ, คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์, คณะเทคโนโลยี, คณะศึกษาศาสตร์, คณะเภสัชศาสตร์, คณะสัตวแพทยศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์ โดยได้รับการดูแลจากคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรทางการแพทย์อย่างใกล้ชิด

สำหรับรายการตรวจที่สำคัญประกอบด้วย การตรวจวัดความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด การตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด การเอกซเรย์ปอด ตลอดจนการคัดกรองเพื่อประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิต ซึ่งผลการตรวจในครั้งนี้จะใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการดูแลสวัสดิการด้านสุขภาพของนิสิตตลอดระยะเวลาที่ศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย

‘PTT Station เติมฝันพลังแข้งจิ๋ว’ สร้างแรงบันดาลใจเยาวชน สู่นักเตะอาชีพ

‘PTT Station เติมฝันพลังแข้งจิ๋ว’ สร้างแรงบันดาลใจเยาวชน สู่นักเตะอาชีพ

‘PTT Station เติมฝันพลังแข้งจิ๋ว’ สร้างแรงบันดาลใจเยาวชน สู่นักเตะอาชีพ

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

OR ร่วมกับ AIS SPORT ACADEMY จัดกิจกรรม “PTT Station เติมฝันพลังแข้งจิ๋ว” กิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนที่มีใจรักฟุตบอล มอบประสบการณ์ใกล้ชิดนักฟุตบอลอาชีพดีกรีทีมชาติไทย ที่ PTT Station อ่างศิลา – พระยาสัจจา อ.เมือง จ.ชลบุรี โดยได้รับเกียรติจาก พิชาภรณ์ วงศ์ศรี ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก หรือ OR พร้อมด้วย พชรพล ลั่นทมเหลือง ผู้จัดการ AIS Sport Academy, ภัคพร ฉันทธนากร ผู้จัดการส่วนบริหารกิจกรรมการตลาด OR และ อาทิตย์ ทีปกรสุขเกษม กรรมการสถานี อ่างหิน พลังงาน เป็นประธานในพิธีเปิดและมอบรางวัลให้กับทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน

ไฮไลต์ของกิจกรรมคือการแข่งขันฟุตบอลหญ้าเทียมรูปแบบ “มินิฟุตบอล” หรือ “โกลหนู” ที่ยกสนามมาให้เยาวชนได้ดวลฝีเท้าแบบทีมละ 3 คน เน้นความเร็ว ความแม่นยำ และการเล่นเป็นทีม โดยจะเฟ้นหาทีมแชมป์จากแต่ละพื้นที่ เพื่อก้าวไปสู่รอบชิงซึ่งมีโอกาสดวลแข้งกับทีมนักฟุตบอลอาชีพระดับประเทศ โดยมีแขกรับเชิญสุดพิเศษ คือ สิรภพ วันดี กองหน้าดีกรีทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี และ ฉัตรมงคล เรืองฐณโรจน์ แบ็กซ้ายดีกรีอดีตทีมชาติไทยชุดใหญ่ จากสโมสร “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี ยอดทีมไทยลีก มาร่วมโชว์ทักษะด้วยการสอนเทคนิคการยิงจุดโทษ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจ และสร้างฝันให้เยาวชนเติบโตเป็นนักฟุตบอลอาชีพในอนาคต

สำหรับโรงเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขันในสนามนี้ ประกอบด้วยตัวแทนจาก 4 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนชลราษฎรอำรุง, โรงเรียนพงศ์สิริวิทยา, โรงเรียนอ่างศิลาพิทยาคม, โรงเรียนอนุบาลเมืองใหม่ โดยการแข่งขันในนัดชิงชนะเลิศ เป็นการพบกันของ โรงเรียนชลราษฎรอำรุง กับ โรงเรียนอ่างศิลาวิทยาคม ซึ่งปรากฏว่า โรงเรียนชลราษฎรอำรุง โชว์ฟอร์มถล่ม เอาชนะ โรงเรียนอ่างศิลาวิทยาคม ไป 11-1 คว้าแชมป์ฯสนามชลบุรีไปครอง และได้เหรียญทอง พร้อมกับทุนการศึกษา จำนวน 4,000 บาท

ขณะที่ รองแชมป์ ได้แก่ โรงเรียนอ่างศิลาวิทยาคมได้เหรียญเงิน พร้อมกับทุนการศึกษา จำนวน 3,000 บาท, ส่วนอันดับ 3 เป็นของ โรงเรียนอนุบาลเมืองใหม่ ได้เหรียญทองแดง พร้อมกับทุนการศึกษา จำนวน 2,500 บาท และอันดับที่ 4 ได้แก่ โรงเรียนพงศ์สิริวิทยา ทุนการศึกษา จำนวน 1,500 บาท

สำหรับกิจกรรม “PTT Station เติมฝันพลังแข้งจิ๋ว” จะจัดขึ้นทั้งหมด 10 สนามทั่วประเทศไทย โดยชลบุรีนับเป็นสนามที่ 2 หลังจากจัดกิจกรรมครั้งแรกไปแล้วที่จังหวัดราชบุรี ส่วนครั้งต่อไป จะเดินทางไปพบกับเยาวชนไทย ที่จังหวัดชัยนาท ในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้