เปิดโผ 10 อันดับ โรงเรียนมัธยม กทม. เขต 1 แข่งขันเข้า ม.1-ม.4 สูง

เปิดโผ 10 อันดับ โรงเรียนมัธยม กทม. เขต 1 แข่งขันเข้า ม.1-ม.4 สูง

เปิดโผ 10 อันดับ โรงเรียนมัธยม กทม. เขต 1 แข่งขันเข้า ม.1-ม.4 สูง

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.20 น.

วันที่ 25 มี.ค.2569 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) กรุงเทพมหานคร (กท.1) โพสต์ภาพและข้อความผ่านเพจ สพม.กท 1 เปิดเผยข้อมูลโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงสุด 10 อันดับ ปีการศึกษา 2569 ดังนี้

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (ห้องเรียนปกติ)

อันดับ 1 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย อัตราการแข่งขัน 1:5.82

อันดับ 2 โรงเรียนเทพศิรินทร์ อัตราการแข่งขัน 1:4.28

อันดับ 3 โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย อัตราการแข่งขัน 1:3.98

อันดับ 4 โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา อัตราการแข่งขัน 1:3.04

อันดับ 5 โรงเรียนสตรีวิทยา อัตราการแข่งขัน 1:2.79

อันดับ 6 โรงเรียนโยธินบรูณะ อัตราการแข่งขัน 1:2.64

อันดับ 7 โรงเรียนโพธิสารพิทยากร อัตราการแข่งขัน 1:2.59

อันดับ 8 โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียน อัตราการแข่งขัน 1:2.44

อันดับ 9 โรงเรียนสวนกุหลายวิทยาลัย ธนบุรี อัตราการแข่งขัน 1:2.06

อันดับ 10 โรงเรียนบางปะกองวิทยาคม อัตราการแข่งขัน 1:1.93

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 (ห้องเรียนปกติ)

อันดับ 1 โรงเรียนสตรีวิทยา อัตราการแข่งขัน 1:13.87

อันดับ 2 โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย อัตราการแข่งขัน 1:10.13

อันดับ 3 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย อัตราการแข่งขัน 1:10.08

อันดับ 4 โรงเรียนวัดราชบพิธ อัตราการแข่งขัน 1:8.75

อันดับ 5 โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา อัตราการแข่งขัน 1:8.26

อันดับ 6 โรงเรียนเทพศิรินทร์ อัตราการแข่งขัน 1:8.25

อันดับ 7 โรงเรียนโพธิสารพิทยากร อัตราการแข่งขัน 1:7.77

อันดับ 8 โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียน อัตราการแข่งขัน 1:7.52

อันดับ 9 โรงเรียนศึกษานารี อัตราการแข่งขัน 1:6.90

อันดับ 10 โรงเรียนบางปะกองวิทยาคม อัตราการแข่งขัน 1:5.75

สดร.พัฒนาองค์ความรู้ทางดาราศาสตร์ ชวนโรงเรียนทั่วประเทศสมัครเข้าร่วม โครงการกระจายโอกาสการเรียนรู้ดาราศาสตร์’69

สดร.พัฒนาองค์ความรู้ทางดาราศาสตร์ ชวนโรงเรียนทั่วประเทศสมัครเข้าร่วม โครงการกระจายโอกาสการเรียนรู้ดาราศาสตร์’69

สดร.พัฒนาองค์ความรู้ทางดาราศาสตร์ ชวนโรงเรียนทั่วประเทศสมัครเข้าร่วม โครงการกระจายโอกาสการเรียนรู้ดาราศาสตร์’69

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) (NARIT) เชิญชวนโรงเรียนทั่วประเทศสมัครเข้าร่วมโครงการกระจายโอกาสการเรียนรู้ดาราศาสตร์ ประจำปี 2569 มอบกล้องโทรทรรศน์ชนิดดอปโซเนียน และสื่อการเรียนรู้ดาราศาสตร์ พร้อมฝึกอบรมการใช้งานฟรี เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ ถึง 21 เมษายน 2569

โดยโครงการกระจายโอกาสการเรียนรู้ดาราศาสตร์ จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 เพื่อสนับสนุนกล้องโทรทรรศน์ชนิดดอปโซเนียน ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 นิ้ว พร้อมสื่อการเรียนรู้ดาราศาสตร์ ให้แก่โรงเรียนทั่วประเทศ สำหรับนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียน ให้ครูและนักเรียนนำไปจัดกิจกรรมสังเกตการณ์วัตถุท้องฟ้าและปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่น่าสนใจ ต่อยอดสู่การทำโครงงานดาราศาสตร์ รวมถึงสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ดาราศาสตร์ในโรงเรียนและชุมชน

สำหรับกล้องโทรทรรศน์ชนิดดอปโซเนียน ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 นิ้ว ที่มอบให้แก่โรงเรียน สดร. ออกแบบ สร้างและพัฒนาร่วมกับบริษัทผู้ผลิตคนไทย เป็นกล้องฯ คุณภาพสูง ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับการใช้งานในโรงเรียน สามารถสังเกตการณ์ดาวเคราะห์ ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ (ผ่านฟิลเตอร์ดูดวงอาทิตย์) รวมถึงวัตถุท้องฟ้าในห้วงอวกาศลึก เช่น กาแล็กซี เนบิวลา กระจุกดาว เป็นต้น มีอุปกรณ์เสริม อาทิ ชุดเลนส์ใกล้ตา อุปกรณ์เพิ่มกำลังขยายพิเศษ และสามารถนำกล้องถ่ายภาพดิจิทัลมาเชื่อมต่อเพื่อบันทึกภาพวัตถุท้องฟ้าต่าง ๆ ได้ ใช้เก็บข้อมูลทำโครงงานดาราศาสตร์ จัดกิจกรรม และเป็นสื่อการเรียนรู้ดาราศาสตร์ได้ นอกจากนี้ หากกรณีชำรุดเสียหาย สดร. ยินดีซ่อมให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ด้วยมุ่งหวังให้ครูและนักเรียนนำไปใช้จริงให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งในโรงเรียนและชุมชน

สำหรับปี 2569 สดร. มีเป้าหมายมอบกล้องโทรทรรศน์และสื่อการเรียนรู้ดาราศาสตร์แก่โรงเรียน จํานวน 50 โรงเรียน กําหนดจัดพิธีมอบ พร้อมฝึกอบรมการใช้งานกล้องโทรทรรศน์และมอบสื่อการเรียนรู้ดาราศาสตร์ให้กับโรงเรียน ระหว่างวันที่ 22 – 24 พฤษภาคม 2569 ณ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ.แม่ริม และโรงแรมกรีนเลค รีสอร์ท อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 21 เมษายน 2569 ได้ที่ https://www.narit.or.th/index.php/dobsoniantelescopeforschool สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 088-5477834 หรือ 053-121-269 ต่อ 305 (ในวันและเวลาราชการ)

​‘สพฐ. – กสศ.’ เสริมแนวทางใช้มือถือในห้องเรียน ลดเด็กหลุดนอกระบบ

​‘สพฐ. - กสศ.’ เสริมแนวทางใช้มือถือในห้องเรียน ลดเด็กหลุดนอกระบบ

​‘สพฐ. – กสศ.’ เสริมแนวทางใช้มือถือในห้องเรียน ลดเด็กหลุดนอกระบบ

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ครั้งที่ 10/2569 เพื่อติดตามความก้าวหน้าและขับเคลื่อนนโยบายสำคัญด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมี นายพิเชฐร์ วันทอง นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ และนางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการ กพฐ. พร้อมด้วยนางอาทิตยา ปัญญา และนางอรุณี จิรมหาศาล ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. เข้าร่วมประชุม ร่วมกับผู้อำนวยการสำนักต่างๆ และบุคลากรของ สพฐ. ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ

นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม โดยเริ่มจากความร่วมมือกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ซึ่งได้เชิญ ดร.ไกรยส ภัทราวาท ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดด้านการพัฒนาการศึกษาในหลายมิติ ทั้งการลดปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้ครอบคลุมนักเรียนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง พร้อมกันนี้ ยังมีการสนับสนุนเครื่องมือบริหารจัดการโรงเรียน เช่น โปรแกรม Q-Info สำหรับโรงเรียนขนาดเล็กและขนาดกลาง รวมถึงการขับเคลื่อนโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น เพื่อสร้างความต่อเนื่องของกำลังครูในพื้นที่ห่างไกล และอาจต่อยอดสู่แนวคิด ผู้บริหารรัก(ษ์)ถิ่น” เพื่อช่วยลดปัญหาการโยกย้ายบ่อยในโรงเรียนที่ขาดแคลนบุคลากร

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังหารือเรื่องงบประมาณอุดหนุนรายหัวสำหรับครูและนักเรียน รวมถึงค่าอาหารกลางวันและอาหารเสริมต่างๆ โดย สพฐ. จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางประสานความร่วมมือกับ กสศ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนงานผ่านกระบวนการวิจัยและการทำงานเชิงระบบ ก่อนนำเสนอเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายสู่ระดับกระทรวงและคณะรัฐมนตรี

ในด้านการสื่อสารภายในองค์กร สพฐ. เตรียมพัฒนาระบบ OBEC Channel ให้เป็นช่องทางหลักในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างส่วนกลาง เขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา ครอบคลุมทั้ง 245 เขตพื้นที่ และโรงเรียนกว่า 29,000 แห่งทั่วประเทศ

สำหรับแนวทางการใช้โทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์สื่อสารในห้องเรียน เพื่อรองรับการเปิดภาคเรียนใหม่ สพฐ. เปิดโอกาสให้แต่ละโรงเรียนกำหนดแนวปฏิบัติให้เหมาะสมกับบริบทของตนเอง โดยครูและผู้บริหารสามารถกำหนดได้ทั้งรูปแบบฝากเครื่อง ปิดเครื่อง หรือใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้ในชั้นเรียน ทั้งนี้เน้นการสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างโรงเรียน ครู และผู้ปกครองให้ชัดเจนก่อนเปิดภาคเรียน

ส่วนมาตรการ Work from Home กำหนดให้ดำเนินการตามความเหมาะสมของภารกิจ โดยสามารถปฏิบัติงานที่บ้านได้ไม่เกิน 50% เพื่อไม่ให้กระทบต่อการให้บริการประชาชน ขณะที่ผู้บริหารทุกระดับยังคงปฏิบัติงานตามปกติ เพื่อให้การขับเคลื่อนภารกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับให้มีการรายงานตัวและติดตามงานผ่านระบบออนไลน์อย่างเข้มงวด

ด้านงบประมาณปี 2569 สพฐ. ได้เร่งรัดการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามเป้าหมายของภาครัฐ พร้อมติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการจัดการศึกษาและมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยล่าสุดได้รับการจัดสรรงบประมาณแล้ว 75% และยืนยันการจ่ายเงินเดือนบุคลากรได้ครบถ้วน พร้อมบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืน

เปิดม่านศึกฟุตบอลประเพณี ‘วปอ.ลีก คัพ เพื่อสังคม 2569’ เชื่อมพลังศิษย์เก่า–ปัจจุบัน สร้างโอกาสเยาวชน

เปิดม่านศึกฟุตบอลประเพณี ‘วปอ.ลีก คัพ เพื่อสังคม 2569’ เชื่อมพลังศิษย์เก่า–ปัจจุบัน สร้างโอกาสเยาวชน

เปิดม่านศึกฟุตบอลประเพณี ‘วปอ.ลีก คัพ เพื่อสังคม 2569’ เชื่อมพลังศิษย์เก่า–ปัจจุบัน สร้างโอกาสเยาวชน

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.41 น.

24 มีนาคม 2569 สมาคมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วปอ.) ร่วมกับนักศึกษาหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 68 (วปอ.68) จัดงานแถลงข่าวการแข่งขันฟุตบอลประเพณี “วปอ.ลีก คัพ เพื่อสังคม ประจำปี 2569” อย่างเป็นทางการ ณ หอประชุมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย

ภายในงานได้รับเกียรติจาก พลโท ทักษิณ สิริสิงห์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ ประธานนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 68 รวมถึงผู้แทนทีมฟุตบอลที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้ง 6 ทีม ได้แก่ ทีม NDC1, ทีม NDC2, ทีม NDC3, ทีม วปอ.66, ทีม วปอ.67 และทีม วปอ.68 ตลอดจนศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ กล่าวว่า การจัดการแข่งขันครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักศึกษาหลักสูตรรุ่นต่าง ๆ สร้างความคุ้นเคยและความร่วมมือ ซึ่งจะนำไปสู่การบูรณาการการทำงานเพื่อประเทศชาติในอนาคต พร้อมทั้งใช้กีฬาเป็นสื่อกลางในการสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาเยาวชนในภูมิภาคต่าง ๆ ผ่านโครงการเพื่อสังคม (CSR) ของนักศึกษา วปอ. รุ่นที่ 68

สำหรับรูปแบบการแข่งขัน ปีนี้มีทีมเข้าร่วมทั้งหมด 6 ทีม ใช้กติกาที่ประยุกต์จากหลักสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) โดยแบ่งการแข่งขันเป็น 3 ครึ่ง ครึ่งละ 25 นาที และสามารถเปลี่ยนตัวผู้เล่นได้ไม่จำกัดจำนวน

การแข่งขันรอบแรกจะเป็นแบบพบกันหมด (Round-robin) ในระบบเหย้า–เยือน เก็บคะแนนสะสมรายสัปดาห์ โดยใช้สนามแข่งขัน 2 แห่ง ได้แก่ สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) และสนามกีฬาบุณยะจินดา เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล ทีมอันดับ 1 และ 2 จะเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ทีมอันดับ 3 และ 4 ชิงอันดับ 3 และทีมอันดับ 5 และ 6 ชิงอันดับ 5 โดยหากเสมอกันในเวลาปกติจะตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ

พิธีเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2569 เวลา 16.00 น. ณ สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) โดยได้รับเกียรติจาก พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานในพิธี พร้อมประเดิมสนามการแข่งขันนัดแรก 3 คู่ ได้แก่

                •             เวลา 16.15 น. ทีม วปอ.66 พบ ทีม NDC2

                •             เวลา 18.15 น. ทีม วปอ.68 พบ ทีม NDC3

                •             เวลา 20.20 น. ทีม วปอ.67 พบ ทีม NDC1

ส่วนพิธีปิดและการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2569 เวลา 16.00 น. ณ สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์)

นอกจากถ้วยรางวัลชนะเลิศแล้ว ยังมีรางวัลพิเศษเพื่อเชิดชูเกียรตินักกีฬา ได้แก่

                •             รางวัลดาวซัลโวสูงสุดประจำทัวร์นาเมนต์

                •             รางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า (MVP) ประจำทัวร์นาเมนต์

                •             รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยม (Man of the Match) ประจำแต่ละแมตช์

ผู้สนใจสามารถร่วมติดตามและรับชมการถ่ายทอดสดการแข่งขัน “วปอ.ลีก คัพ เพื่อสังคม ประจำปี 2569” ได้ผ่าน Facebook Page และ YouTube: NDC LEAGUE 2569

มจพ. – สถาบันพระปกเกล้า จับมือลงนาม MOU บริหารจัดการขยะมูลฝอยอย่างยั่งยืนด้วย AI

มจพ. - สถาบันพระปกเกล้า จับมือลงนาม MOU บริหารจัดการขยะมูลฝอยอย่างยั่งยืนด้วย AI

มจพ. – สถาบันพระปกเกล้า จับมือลงนาม MOU บริหารจัดการขยะมูลฝอยอย่างยั่งยืนด้วย AI

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.35 น.

24 มีนาคม 2569 ได้มีพิธีลงนาความร่วมมือทางวิชาการภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง ศาสตราจารย์ ดร.ธานินทร์  ศิลป์จารุ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) กับ รองศาสตราจารย์ ดร. อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า  พร้อมด้วยคณะผู้บริหารทั้งสองแห่งร่วมเป็นสักขีพยาน  วัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาและส่งเสริมด้านวิชาการและการสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์บริหารจัดการขยะมูลฝอยอย่างยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ณ ห้องภูวนาทประชาธิปก ชั้น 5 สถาบันพระปกเกล้า ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ

อาชีวะเปิดทดสอบสมรรถนะภาคสนาม ปวส. เทคนิควิศวกรรมสำรวจ รุ่น 1 พร้อมรับราชการ

อาชีวะเปิดทดสอบสมรรถนะภาคสนาม ปวส. เทคนิควิศวกรรมสำรวจ รุ่น 1 พร้อมรับราชการ

อาชีวะเปิดทดสอบสมรรถนะภาคสนาม ปวส. เทคนิควิศวกรรมสำรวจ รุ่น 1 พร้อมรับราชการ

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆนี้ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้จัดการทดสอบสมรรถนะภาคสนาม โครงการผลิตและพัฒนากำลังคนคุณภาพสูง เพื่อรองรับอัตรากำลังที่ขาดแคลนสาขาวิชาเทคนิควิศวกรรมสำรวจ (ปวส.) ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง 5 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) กรมที่ดิน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และกรมธนารักษ์ ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี เพื่อร่วมกันผลิตและพัฒนากำลังคนสายตรงเฉพาะทางด้านเทคนิควิศวกรรมสำรวจ รองรับการแก้ไขปัญหาขาดแคลนกำลังคนในตำแหน่งนายช่างรังวัดและนายช่างสำรวจของส่วนราชการ

นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการ กอศ. เปิดเผยว่า การทดสอบสมรรถนะภาคสนามครั้งนี้ มีนักศึกษา ระดับชั้น ปวส. 1 สาขาวิชาเทคนิควิศวกรรมสำรวจ เข้าร่วมทั้งสิ้น 115 คน ซึ่งเป็นนักศึกษาภายใต้โครงการความร่วมมือ โดยหลังจากที่นักศึกษาได้เรียนภาคทฤษฎีมาแล้ว 1 ปี จะได้เข้ารับการทดสอบสมรรถนะภาคสนาม โดยแบ่งเป็นกลุ่มปฏิบัติการกลุ่มละ 5 คน และปฏิบัติงานเดี่ยว ตลอดระยะเวลา 4 วัน ครอบคลุมเนื้อหาตั้งแต่พื้นฐานการสำรวจและการประเมินหน้างาน งานโครงข่ายหมุดบังคับการและวงรอบ การสำรวจเก็บรายละเอียดภูมิประเทศ งานประมวลผลและเขียนแบบวิศวกรรม ไปจนถึงงานวิศวกรรมสนามและการบริหารจัดการที่ดิน

โครงการความร่วมมือนี้มี 8 สถานศึกษาอาชีวศึกษาเข้าร่วม ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคแพร่ วิทยาลัยเทคนิคพิษณุโลก วิทยาลัยเทคนิคนครสวรรค์ วิทยาลัยเทคนิคสกลนคร วิทยาลัยเทคนิคสุรินทร์ วิทยาลัยเทคนิคขอนแก่น วิทยาลัยเทคนิคดุสิต และวิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ โดยผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับการบรรจุเข้ารับราชการโดยมีอัตรารองรับแน่นอน เมื่อจบการศึกษามีงานทำ 100% สำหรับส่วนราชการทั้ง 3 หน่วยงาน ได้แก่ กรมที่ดิน ส.ป.ก. และกรมธนารักษ์ ได้มีการจัดสรรอัตรากำลังไว้รองรับผู้สำเร็จการศึกษาเข้าบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการ ได้กำหนดไว้จำนวน 3 รุ่น โดยรุ่นที่ 1 ซึ่งเข้าร่วมการทดสอบในครั้งนี้ จะเข้าบรรจุเข้ารับราชการในปี พ.ศ. 2570

“นักศึกษาทุกคนที่เข้าร่วมโครงการไม่เพียงแต่จะได้รับการเสริมสร้างทักษะวิชาชีพด้านเทคนิควิศวกรรมสำรวจให้พร้อมปฏิบัติงานได้จริง แต่ยังได้รับการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และจิตสำนึกของการเป็นข้าราชการที่ดีในอนาคต พร้อมกำชับให้นักศึกษาทุกคนตั้งใจฝึกฝนและเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริงในครั้งนี้ให้มากที่สุด โดยเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาระบบราชการไทยต่อไป” เลขาธิการ กอศ. กล่าวทิ้งท้าย

​บอร์ด กช. ไฟเขียว เพิ่มชุดนักเรียนกลุ่มเปราะบาง ปรับปรุงหลักสูตรอิสลามศึกษาฯเท่าทันบริบทโลก

​บอร์ด กช. ไฟเขียว เพิ่มชุดนักเรียนกลุ่มเปราะบาง ปรับปรุงหลักสูตรอิสลามศึกษาฯเท่าทันบริบทโลก

​บอร์ด กช. ไฟเขียว เพิ่มชุดนักเรียนกลุ่มเปราะบาง ปรับปรุงหลักสูตรอิสลามศึกษาฯเท่าทันบริบทโลก

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศธ. กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่ที่ประชุมได้หารือร่วมกันถึง (ร่าง) ระเบียบ ศธ. ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชน เป็นเงินอุดหนุนค่าหนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน และกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. โดยมีมติอนุมัติการจ่ายเงินอุดหนุนค่าเครื่องแบบนักเรียนเพิ่มเติม จำนวน 1 ชุด ให้แก่ผู้เรียนยากจนที่ผู้ปกครองถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อให้การช่วยเหลือของภาครัฐเป็นไปอย่างตรงจุด ทั้งยังเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวกลุ่มเปราะบาง และเพิ่มศักยภาพสถานศึกษาในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2569 เป็นต้นไป พร้อมมอบ สช. เสนอร่างประกาศ สช. เรื่อง วิธีการขอรับเงินอุดหนุน วิธีการเบิกจ่ายเงินอุดหนุน และแนวทางการดำเนินงานเงินอุดหนุนค่าเครื่องแบบนักเรียนเพิ่มเติม พ.ศ. …. ให้ รมว.ศธ.ลงนามต่อไป

“ในวันนี้ที่ประชุมยังได้เห็นชอบร่างประกาศ ศธ. เรื่อง ให้ใช้หลักสูตรอิสลามศึกษาสำหรับโรงเรียนเอกชนในระบบ พ.ศ. …. ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงหลักสูตรครั้งใหญ่จากฉบับปี 2546 เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน และบริบทความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก โดยร่างหลักสูตรนี้ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาทั่วประเทศ และได้รับการตรวจสอบความเหมาะสมตามหลักศาสนาอิสลามจากสำนักจุฬาราชมนตรีเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาความรู้ควบคู่คุณธรรมตามมาตรฐานสากล โดยจะเริ่มใช้ในปีการศึกษา 2569 นี้เช่นกัน พร้อมเห็นชอบ (ร่าง) ระเบียบ กช. ว่าด้วยการจัดทำทะเบียนครู บุคลากรทางการศึกษา เจ้าหน้าที่ และนักเรียนของโรงเรียนเอกชน พ.ศ. …. เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ “ทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์กลาง” สอดรับกับยุคดิจิทัล โดยเน้นความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เป็นสำคัญ ซึ่งนโยบายนี้จะช่วยลดภาระงานด้านเอกสารของครู และยกระดับการบริหารจัดการข้อมูลของโรงเรียนเอกชนให้มีความคล่องตัว รวดเร็ว และทันสมัยมากยิ่งขึ้น” รมว.ศธ.กล่าวและว่า เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการสถานศึกษาในระดับพื้นที่ ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบให้ออกประกาศยกเว้นคุณสมบัติตาม พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 ให้แก่ พระชาญณรงค์ ฉายา วิสุทโธ รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดคูเดื่อ ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนวัดคูเดื่อวิทยาคม จ.อุบลราชธานี ได้ แม้จะไม่มีวุฒิปริญญาตรีทางโลก แต่มีวุฒิทางธรรมระดับนักธรรมชั้นเอก เพื่อให้การบริหารกิจการและนิติกรรมต่างๆ ของโรงเรียนการกุศลของวัดแห่งนี้ สามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่สะดุด และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการจัดการศึกษาให้แก่นักเรียนในพื้นที่ และรับทราบรายงานสถานการณ์กองทุนสงเคราะห์ โดยเฉพาะความคืบหน้าการปรับปรุงระบบเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลของครูโรงเรียนเอกชน ที่อยู่ระหว่างการปรับเข้าสู่ระบบเรียลไทม์ ตามข้อเรียกร้องของโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งขณะนี้ระบบของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีความพร้อมแล้ว ทั้งนี้ กำหนดดีเดย์เปิดใช้งานเฟสแรกในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 โดยจะเริ่มนำร่องในโรงพยาบาลประจำจังหวัดและอำเภอ เพื่อเป็นของขวัญต้อนรับวันเปิดภาคเรียนใหม่ให้แก่ครูเอกชน

คุรุสภา จัดอบรมมาตรฐานความรู้วิชาชีพครูภาคภาษาจีน เปิดรับรุ่นแรกภายใน 27 มี.ค.

คุรุสภา จัดอบรมมาตรฐานความรู้วิชาชีพครูภาคภาษาจีน เปิดรับรุ่นแรกภายใน 27 มี.ค.

คุรุสภา จัดอบรมมาตรฐานความรู้วิชาชีพครูภาคภาษาจีน เปิดรับรุ่นแรกภายใน 27 มี.ค.

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 20.47 น.

ครูจีนเฮ! คุรุสภาจับมือสมาคมครูจีน จัดอบรมมาตรฐานความรู้วิชาชีพครู ภาคภาษาจีน เปิดรับสมัครรุ่นแรก ภายใน 27 มี.ค. และรุ่นต่อไปภายในเดือน เม.ย.69
 
ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้มอบหมายให้ ผศ.ดร.พลรพี ทุมมาพันธ์ รองเลขาธิการคุรุสภา เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการในการดำเนินงานอบรมหลักสูตรมาตรฐานความรู้วิชาชีพครูภาคภาษาจีนกับสมาคมครูจีน (ประเทศไทย) โดยมีดร.วรรณา ลอลือเลิศ นายกสมาคมครูจีน (ประเทศไทย) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สมาคมครูจีน (ประเทศไทย) และคณะผู้บริหารและพนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาสภา เข้าร่วมในพิธี โดยสำนักงานเลขาธิการคุรุสภากับสมาคมครูจีน (ประเทศไทย)ได้กำหนดระยะเวลาความร่วมมือเป็นเวลา 3 ปี ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 – มีนาคม 2572 โดยคุรุสภาจะสนับสนุนบทเรียนและสื่อประกอบที่เกี่ยวข้องในหลักสูตรอบรมมาตรฐานความรู้วิชาชีพครู จำนวน 7 หน่วยการเรียนรู้ และสนับสนุนแพลตฟอร์มสำหรับใช้ในการจัดอบรมหลักสูตรอบรมมาตรฐานความรู้วิชาชีพครู จำนวน 7 หน่วยการเรียนรู้ ภาคภาษาจีน รวมทั้งสนับสนุนและดำเนินการอบรมมาตรฐานความรู้วิชาชีพครูสำหรับครูที่ใช้ภาษาจีน ส่วนสมาคมครูจีนก็จะดำเนินการแปลบทเรียนและสื่อประกอบที่เกี่ยวข้องในหลักสูตรการอบรม และประสานงานกับหน่วยงานในประเทศจีน และสนับสนุนบุคลากรในการแปลบทเรียนและสื่อประกอบที่เกี่ยวข้อง

เลขาธิการคุรุสภา กล่าวต่อว่า ความร่วมมือทางวิชาการของคุรุสภากับสมาคมครูจีน (ประเทศไทย) ในครั้งนี้ เนื่องจากปัจจุบันการสอนภาษาจีนในประเทศไทยมีความสำคัญขึ้นอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนจึงไม่ใช่เพียงเรื่องทักษะภาษาเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความเข้าใจอันดีในเชิงวัฒนธรรมระหว่างกัน ประเทศไทย จึงมีความต้องการครูผู้สอนภาษาจีนที่มีคุณภาพและมาตรฐานวิชาชีพสูง การร่วมมือกับสมาคมครูจีนถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยลดอุปสรรคด้านภาษา การแปลบทเรียนและสื่อประกอบ รวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานในสาธารณรัฐประชาชนจีนและจะช่วยให้ครูจีนที่ปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทยสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ด้านวิชาชีพครูตามบริบทของสังคมไทยอย่างถ่องแท้

ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าวอีกว่า  ขณะนี้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา โดยสถาบันคุรุพัฒนากำลังเปิดรับสมัครเข้ารับการอบรมหลักสูตรมาตรฐานความรู้วิชาชีพครู (KSP 7 Module) ภาคภาษาจีน หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 “การเปลี่ยนแปลงบริบทของโลก สังคม และแนวคิดของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อพัฒนาสมรรถนะด้านความรู้วิชาชีพของครูให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 27 มีนาคม 2569 ซึ่งรุ่นที่ 001 ภาคภาษาจีน จะอบรมระหว่างเดือนมีนาคม – กรกฎาคม 2569 โดยผู้ที่จะเข้าอบรมต้องเป็นผู้ได้รับหนังสือยกเว้นไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพควบคุมเป็นการชั่วคราวที่ยังไม่หมดอายุ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ นอกจากนี้คุรุสภายังได้เตรียมการเปิดการอบรมหลักสูตรมาตรฐานความรู้วิชาชีพครู (KSP 7 Module) ภาคภาษาจีน ในหน่วยการเรียนรู้ ที่ 2 – 7 ครบทั้ง 7 หน่วยการเรียนรู้ โดยจะเปิดรับลงทะเบียนในเดือนเมษายน 2569 และกำหนดเปิดอบรมในเดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป

อย่างไรก็ตามขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมอบรม เข้าดูขั้นตอนการสมัครและตรวจสอบสิทธิได้ที่ https://www.ksp.or.th/service/license_search.php แล้วสมัครเข้าใช้งานผ่านคุรุแพลตฟอร์ม https://khuruplatform.ksp.or.th/_/login จากนั้นกดเลือกที่ “หลักสูตร 7Module” เลือกคอร์สอบรมภาคภาษาจีน และกดสมัครคอร์สภาษาจีนเพื่อชำระเงิน โดยสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ https://sites.google.com/kurupatana.ac.th/ksptpdi-7-module/ชาวไทย และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่อีเมล: info@kurupatana.ac.th

ในหลวง โปรดเกล้าฯให้ราชเลขานุการในพระองค์ฯ เป็นประธานเปิดร้านโกลเด้น คอฟฟี่

ในหลวง โปรดเกล้าฯให้ราชเลขานุการในพระองค์ฯ เป็นประธานเปิดร้านโกลเด้น คอฟฟี่

ในหลวง โปรดเกล้าฯให้ราชเลขานุการในพระองค์ฯ เป็นประธานเปิดร้านโกลเด้น คอฟฟี่

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.34 น.

“ในหลวง” โปรดเกล้าฯให้ราชเลขานุการในพระองค์ ฯ เป็นประธานเปิดร้านโกลเด้น คอฟฟี่ สาขาอาคารเมืองไทย-ภัทร คอมเพล็กซ์

23 มีนาคม 2569 เวลา 09.55 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นประธานเปิดร้านโกลเด้น คอฟฟี่ สาขาอาคารเมืองไทย-ภัทร คอมเพล็กซ์ ภายใต้แบรนด์โกลเด้น เพลซ ซึ่งดำเนินงาน

โดย บริษัท สุวรรณชาด จำกัด ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยเริ่มทดลองเปิดให้บริการมาตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ให้บริการกาแฟและเครื่องดื่มประเภทต่างๆที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีความโดดเด่นของโกลเด้น คอฟฟี่ คือ เมล็ดกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้า ที่ผ่านกรรมวิธีการผลิตแบบเปียก และผ่านการคั่วอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้กลิ่นที่หอมละมุน คงรสชาติความเป็นกรดคล้ายผลไม้อย่างชัดเจน และมีการพัฒนาคิดค้นเมนูใหม่ๆ

โดยผสมผสานกับวัตถุดิบท้องถิ่นในแต่ละสาขาอย่างมีเอกลักษณ์ ด้วยส่วนผสมหลักจากโครงการหลวง อาทิ เมล็ดกาแฟ  น้ำผลไม้เข้มข้น และน้ำผึ้งจากดอยคำ รวมทั้งยังจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ OTOP จากกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรต่าง ๆ  ผลิตภัณฑ์จากโครงการหลวง ขนมไทยโบราณ และอาหารพร้อมทาน 

ร้านโกลเด้น เพลซ เป็นร้านค้าที่บริหารงานโดยบริษัท สุวรรณชาด จำกัด ในพระบรมราชูปถัมภ์ ก่อตั้งโดยพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2544 ที่มีพระราชประสงค์ที่จะสร้างต้นแบบร้านค้าปลีกของคนไทย เพื่อจำหน่ายสินค้าจากโครงการส่วนพระองค์ ตลอดจนผลิตผลทางการเกษตรจากกลุ่มเกษตรกรไทย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสืบสานพระราชปณิธาน และทรงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาร้านค้า โกลเด้น เพลซ ให้ทำหน้าที่เสมือน “ตู้เย็นของประชาชน”  ปัจจุบันมีสาขาทั้งหมด 21 แห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ

สกร.เปิดตลาดนัดการเรียนรู้ สร้างอาชีพ ส่งเสริมวิถีสุขภาพที่ยั่งยืน

สกร.เปิดตลาดนัดการเรียนรู้ สร้างอาชีพ ส่งเสริมวิถีสุขภาพที่ยั่งยืน

สกร.เปิดตลาดนัดการเรียนรู้ สร้างอาชีพ ส่งเสริมวิถีสุขภาพที่ยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.23 น.

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เชิญชวนประชาชน นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจ เข้าร่วมงาน “Learn & Earn Health Market : ตลาดนัดการเรียนรู้ คู่เกษตรธรรมชาติ” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้ สร้างโอกาสต่อยอดอาชีพ และส่งเสริมวิถีสุขภาพที่ยั่งยืน ผ่านแนวคิด เรียนรู้เพื่อสร้างรายได้ (Learn & Earn)

ภายในงานพบกับกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การอบรมและสาธิตอาชีพด้านเกษตรธรรมชาติระยะสั้น , ตลาดนัดสินค้าและผลิตภัณฑ์เกษตรธรรมชาติจากเครือข่ายทั่วประเทศ , กิจกรรมศิลปวัฒนธรรม งานฝีมือ และอาหารไทย , นิทรรศการองค์ความรู้ด้านเกษตรธรรมชาติ , เวที Health & Nature Talks แลกเปลี่ยนประสบการณ์และแรงบันดาลใจจากผู้เชี่ยวชาญ โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 – 29 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 – 17.00 น. (วันเสาร์) และ 09.00 – 15.00 น. (วันอาทิตย์) ณ ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ