‘BU x JASPAL GROUP’ ปล่อยพลังครีเอทีฟ เปลี่ยนวัสดุเหลือใช้คุณภาพดีให้เป็นผลงานแฟชั่น

‘BU x JASPAL GROUP’ ปล่อยพลังครีเอทีฟ เปลี่ยนวัสดุเหลือใช้คุณภาพดีให้เป็นผลงานแฟชั่น

‘BU x JASPAL GROUP’ ปล่อยพลังครีเอทีฟ เปลี่ยนวัสดุเหลือใช้คุณภาพดีให้เป็นผลงานแฟชั่น

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เดินหน้าส่งเสริมแนวคิดแฟชั่นยั่งยืน พร้อมผลักดันศักยภาพนักออกแบบรุ่นใหม่ ผ่านโครงการ “RE-LIFE FABRIC: BU x JASPAL GROUP SUSTAINABLE COLLABORATION 2026” ความร่วมมือระหว่างภาควิชาการออกแบบแฟชั่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ และ JASPAL GROUP กลุ่มธุรกิจแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ชั้นนำของภูมิภาค เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้นำผ้าเหลือใช้คุณภาพดีจากกระบวนการผลิตของแบรนด์ในเครือ JASPAL GROUP มาสร้างสรรค์ใหม่เป็นผลงานแฟชั่นร่วมสมัย ภายใต้แนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา Fashion Management & Entrepreneurship ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาการออกแบบแฟชั่น ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงในการทำงานร่วมกับบริษัทแฟชั่นชั้นนำ พร้อมฝึกคิด วิเคราะห์ และออกแบบภายใต้ข้อจำกัดของวัสดุจริง สะท้อนแนวทางการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติที่มุ่งพัฒนาทักษะทั้งด้านความคิดสร้างสรรค์ การบริหารจัดการ และความเข้าใจเรื่องความยั่งยืนในอุตสาหกรรมแฟชั่น

ตลอดกระบวนการพัฒนาโครงการนักศึกษาได้รับคำแนะนำอย่างใกล้ชิดจาก ผศ.ดร.ณัฐสุภา เจริญยิ่งวัฒนา รองคณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ และ อาจารย์ดาลิตา เกตุศักดิ์ ที่ร่วมผลักดันให้ผลงานทุกชิ้นสะท้อนทั้งมิติความคิดสร้างสรรค์ การใช้งานจริง และแนวคิดด้านความยั่งยืนได้อย่างสมบูรณ์ ภายในโครงการยังมีการประกวดผลงานเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษา โดยมี ผศ.ดร.ณัฐสุภา เจริญยิ่งวัฒนา รองคณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และ ปฤษฎี ศิลปสม Visual Merchandise Department Manager จาก ยัสปาล กรุ๊ป ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน ผลงานกระเป๋าทั้ง 23 ชิ้นที่ถูกสร้างสรรค์ภายใต้แนวคิด “Season of Remnant” ถ่ายทอดคุณค่าของวัสดุเหลือใช้ให้กลับมามีชีวิตใหม่ ผ่านฤดูกาลทั้งสี่ ได้แก่ Spring, Summer, Autumn และ Winter สะท้อนแรงบันดาลใจของนักศึกษาที่ผสานแฟชั่นร่วมสมัยเข้ากับแนวคิด Sustainable Design ได้อย่างโดดเด่น

ทีมชนะเลิศ “Peejayu” ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากความสงบและความงามของฤดูหนาว ผ่านแนวคิด “สวนฤดูหนาว” ที่สะท้อนการเติบโตอย่างยั่งยืนและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามปรัชญา Kaizen ขณะที่ทีมรองชนะเลิศอันดับ 1 “ทีมดีมากเลย” นำแนวคิด Ikebana และ Wabi-sabi มาตีความความงามของความไม่สมบูรณ์ผ่านงานออกแบบที่มีเอกลักษณ์ ส่วนทีมรองชนะเลิศอันดับ 2 “I LOVE MY JOB” ได้นำแนวคิดการลดขยะทางการเกษตรมาพัฒนาวัสดุใหม่จากเปลือกผลไม้ ผสมผสานกับผ้าเหลือใช้จาก JASPAL GROUP จนเกิดเป็นผลงานที่สะท้อนวัฏจักรของการใช้ทรัพยากรอย่างสร้างสรรค์

โครงการ “RE-LIFE FABRIC: BU x JASPAL GROUP SUSTAINABLE COLLABORATION 2026” จึงไม่เพียงเป็นพื้นที่แสดงศักยภาพของนักออกแบบรุ่นใหม่ แต่ยังสะท้อนความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม ในการร่วมกันขับเคลื่อนอนาคตของวงการแฟชั่นไทยสู่ความยั่งยืน ผ่านพลังของความคิดสร้างสรรค์ การออกแบบ และความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม.

เลขาธิการ กพฐ. พานักวิชาการสหรัฐฯ ลงพื้นที่กาญจนบุรี ชู DLTV ลดเหลื่อมล้ำการศึกษาไทย

เลขาธิการ กพฐ. พานักวิชาการสหรัฐฯ ลงพื้นที่กาญจนบุรี ชู DLTV ลดเหลื่อมล้ำการศึกษาไทย

เลขาธิการ กพฐ. พานักวิชาการสหรัฐฯ ลงพื้นที่กาญจนบุรี ชู DLTV ลดเหลื่อมล้ำการศึกษาไทย

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 22.00 น.

เลขาธิการ กพฐ. พานักวิชาการสหรัฐฯ ลงพื้นที่กาญจนบุรี ชู DLTV ลดเหลื่อมล้ำการศึกษาไทย ยกระดับครูสู่บทบาทโค้ช สร้างการเรียนรู้คุณภาพ

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.2569 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) พร้อมด้วย รศ.ดร.ไบรอัน เค เพอร์กินส์ (Associate Professor Dr. Brian K. Perkins) ศาสตราจารย์ปฏิบัติวิชาชีพด้านการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และคณะทำงาน ลงพื้นที่ติดตามการจัดการเรียนการสอนด้วยเทคโนโลยีการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ณ สถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมทั้งติดตามการดำเนินการจัดการศึกษาตามนโยบาย 5 ด้าน ของกระทรวงศึกษาธิการ และนโยบายของ สพฐ. รวมถึงรับฟังปัญหาจากสภาพจริงในพื้นที่ โดยมีคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากรของโรงเรียน ร่วมให้การต้อนรับ

โอกาสนี้ นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี ได้นำ รศ.ดร.ไบรอัน เค เพอร์กินส์ และคณะฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนวัดท่าล้อ อ.ท่าม่วง และโรงเรียนบ้านท่ามะนาว อ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อสำรวจตรวจดูอาคารสถานที่ภายในโรงเรียน พร้อมรับฟังปัญหาต่างๆ จากสภาพจริงในพื้นที่ พบว่า การบริหารจัดการอาหารกลางวันของโรงเรียนยังมีอุปสรรคอยู่บ้าง เนื่องจากเกณฑ์การนับจำนวนนักเรียนมาถึงหลังเปิดภาคเรียน ทำให้โรงเรียนต้องคาดการณ์ยอดนักเรียนล่วงหน้าเพื่อจัดทำสัญญาและปรับข้อมูลกับท้องถิ่นภายหลัง ขณะเดียวกัน แม้จะใช้ระบบจ้างเหมาประกอบอาหารสำเร็จรูป ครูยังคงต้องรับภาระงานเอกสารด้านจัดซื้อจัดจ้างและตรวจรับพัสดุ ส่งผลกระทบต่อเวลาการจัดการเรียนการสอน จึงมีข้อเสนอให้ปรับรูปแบบการบริหารอาหารกลางวันให้คล้ายโครงการนมโรงเรียน โดยให้หน่วยงานภายนอกเป็นผู้จัดซื้อและจัดส่งเพื่อลดภาระงานเอกสาร นอกจากนี้ โรงเรียนยังประสบปัญหางบอาหารกลางวันจากท้องถิ่นล่าช้ากว่าเปิดเทอม 1–2 สัปดาห์ จนต้องสำรองเงินดำเนินการไปก่อน รวมถึงภาระค่าไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งมีข้อเสนอให้ผลักดันการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายระยะยาวและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณของโรงเรียน

นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยมชมการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ของโรงเรียน ซึ่งเป็นโครงการภายใต้มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ถ่ายทอดสดจากโรงเรียนวังไกลกังวล ครอบคลุมระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย โดย สพฐ. ร่วมมือสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนและการอบรมพัฒนาครู เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนครูและลดความเหลื่อมล้ำในโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งได้รับการชื่นชมจาก รศ.ดร.ไบรอัน เค เพอร์กินส์ ในด้านการมีส่วนร่วมจัดการเรียนรู้ระหว่างครูโรงเรียนปลายทางกับครูโรงเรียนต้นทาง โดยครูต้องเชื่อมโยงความรู้เดิมสู่ความรู้ใหม่ พร้อมตั้งคำถามกระตุ้นการคิด กำกับดูแล และช่วยเหลือนักเรียนให้ปฏิบัติกิจกรรมได้ตามเป้าหมาย จากนั้นยังต้องติดตามพฤติกรรมการเรียนรู้ ประเมินผลรายบุคคล และให้คำแนะนำแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม เปรียบเสมือนเป็นพี่เลี้ยง (Coaching) มากกว่าเป็นผู้สอนเพียงอย่างเดียว เพื่อให้การเรียนรู้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

อีกทั้ง เลขาธิการ กพฐ. ยังได้มอบนโยบายและแนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาแก่ผู้บริหาร ครู และบุคลากรฯของโรงเรียน ตามนโยบายหลัก 5 ด้าน ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ที่ให้ความสำคัญกับนักเรียนและครูทั่วประเทศ ทั้งการคืนเวลาให้ครูเพื่อคืนอนาคตให้เด็ก การรื้อสูตรความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและโอกาส การยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง การทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง และการสร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วย พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พร้อมเน้นย้ำการสร้างโอกาส ความเสมอภาค และการยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้สอดคล้องกับเป้าหมายการศึกษาของประเทศ อันจะนำไปสู่การพัฒนาคนไทยให้มีคุณภาพและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 อย่างยั่งยืน

ปลัดมหาดไทย แจ้งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ จัดพิธีทำบุญถวายพระกุศลแด่ สมเด็จพระสังฆราช 26 มิ.ย.นี้

ปลัดมหาดไทย แจ้งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ จัดพิธีทำบุญถวายพระกุศลแด่ สมเด็จพระสังฆราช 26 มิ.ย.นี้

ปลัดมหาดไทย แจ้งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ จัดพิธีทำบุญถวายพระกุศลแด่ สมเด็จพระสังฆราช 26 มิ.ย.นี้

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.04 น.

“ปลัดมหาดไทย”แจ้งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ เตรียมพร้อมจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระกุศล เนื่องในการจัดงานฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา “สมเด็จพระสังฆราช” วันที่ 26 มิ.ย.69 เวลา 07.00 น.พร้อมกันทั่วประเทศ

วันนี้ (17 มิถุนายน 2569) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก จะทรงมีพระชนมายุครบ 99 พรรษา ในวันที่ 26 มิถุนายน 2569 โดยคณะกรรมการอำนวยการจัดงานฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก 26 มิถุนายน 2569 ซึ่งมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ได้มีมติเมื่อที่ 11 พฤษภาคม 2569 เห็นชอบการจัดโครงการและกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติในโอกาสต่างๆ รวมถึงการจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระกุศล ในวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2569 เวลา 07.00 น.โดยพร้อมเพรียงกัน ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และในต่างประเทศ

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้แจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ทั่วประเทศ รับทราบการจัดงาน พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมการจัดงานในส่วนภูมิภาคตามแนวทางปฏิบัติในการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ โดยกำหนดชื่อการจัดงาน ภาษาไทย : “การจัดงานฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก 26 มิถุนายน 2569 และภาษาอังกฤษ : “The Celebrations on the Occasion of His Holiness Somdet Phra Ariyavongsagatayana the Supreme Patriarch of Thailand’s 99th Birthday Anniversary 26th June 2026” และกำหนดขอบเขตการจัดงาน ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2569 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569

“ในด้านการจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระกุศล กำหนดจัดขึ้นในวันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน 2569 เวลา 07.00 น. ณ ศาลากลางจังหวัดหรือสถานที่ที่เหมาะสม โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน พร้อมทั้งแจ้งไปยังนายอำเภอ และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทราบและพิจารณาจัดพิธี ในห้วงวัน เวลา พร้อมกับจังหวัด และส่วนกลาง เพื่อเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชน และประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ ได้ร่วมกันในการประกอบพิธีเพื่อถวายเป็นพระกุศลในโอกาสดังกล่าว”

สำหรับพระประวัติ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อมฺพโร) ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ.2470 ที่จังหวัดราชบุรี ทรงบรรพชาเป็นสามเณร เมื่อปี พ.ศ.2483 ณ วัดสัตตนารถปริวัตร วรวิหาร จังหวัดราชบุรี ต่อมาทรงเข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ.2491 ณ พระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร โดยเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โดยทรงเป็น สมเด็จพระสังฆราช ลำดับที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.16 น.

วันที่ 17 มิถุนายน 2569 เวลา 10.50 น. หม่อมเจ้า ฑิฆัมพร ยุคล  ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง
 

หม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้า แด่พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

หม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้า แด่พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

หม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้า แด่พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.51 น.

“หม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์” ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้า แด่พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา”

วันที่ 17 มิถุนายน 2569  เวลา 06.55 น. หม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ยุคล  ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้า แด่พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง
 

​‘FWD Music Live Fest 5’ เวทีแห่งโอกาส เปิดพื้นที่ Young Gen โชว์ความสามารถทางดนตรี

​‘FWD Music Live Fest 5’ เวทีแห่งโอกาส เปิดพื้นที่ Young Gen โชว์ความสามารถทางดนตรี

​‘FWD Music Live Fest 5’ เวทีแห่งโอกาส เปิดพื้นที่ Young Gen โชว์ความสามารถทางดนตรี

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

การได้แสดงบนเวทีคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ร่วมกับศิลปินชื่อดัง ถือเป็นประสบการณ์สำคัญและเป็นอีกก้าวที่ช่วยให้ความฝันของคนรักดนตรีชัดเจนและเป็นจริงขึ้น “FWD Music Live Fest 5” จึงถูกจัดขึ้นในฐานะ เวทีแห่งโอกาส ที่เปิดพื้นที่ให้น้องๆ Young Gen จากหลากหลาย school band ได้โชว์ความสามารถ และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่มีความหมายต่อเส้นทางดนตรีของพวกเขา

ซึ่งงาน FWD Music Live Fest เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ ผ่านการทำกลยุทธ์ Brand Experience เพื่อให้แบรนด์เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของผู้คน ด้วยการใช้ Music Experience เป็นสื่อกลางในการคอนเนคเข้ากับกลุ่ม Young Gen ที่มีความชื่นชอบทางด้านดนตรีให้มารวมตัวกัน ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุข ความสนุก และการได้ใช้ชีวิตในแบบที่ชอบร่วมกัน โดยมาในรูปแบบของฟรีคอนเสิร์ตเล่นน้ำกลางเมืองฉลองวันไหล และอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงาน คือการเปิดโอกาสให้น้องๆ school band ได้ขึ้นแสดงบนเวทีคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นเวทีที่ช่วยให้เยาวชนได้ฝึกฝน พัฒนาทักษะ และเรียนรู้จากประสบการณ์จริงในการแสดงต่อหน้าผู้ชมจำนวนมาก

อิน – พีรยาภรณ์ ใจรังษี นักร้องนำ และ ซูม – พงศ์ภีระ ประยูรพัฒน์ มือกีตาร์ นักเรียนชั้น ม.6 วง DSRU จากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง ฝ่ายมัธยม กล่าวว่า พวกเราผ่านการออดิชั่น และฝึกซ้อมกันมาอย่างหนัก การที่เราได้ขึ้นเวทีแบบนี้พร้อมกับเล่นดนตรีต่อหน้าคนจำนวนมาก และยืนอยู่บนเวทีเดียวกับศิลปินที่ชื่นชอบ ถือเป็นโอกาสที่สำคัญ เป็นประสบการณ์ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เราอยากพัฒนาฝีมือตัวเองให้ดีขึ้นต่อไปเรื่อยๆ

ด้าน บลายธ์ – นันท์นภัส พุ่มศิริ นักร้องนำ และ ยูฟ่า – ธนกฤต ศรีพนมวรรณ มือคีย์บอร์ด นักเรียนชั้น ม.4 วง Woodstock จากโรงเรียนเทพศิรินทร์ร่มเกล้า กล่าวว่า เรามีความฝันว่าอยากจะได้เล่นบนเวทีใหญ่ๆ สักครั้ง การได้ขึ้นเวที FWD Music Live Fest 5 ทำให้เราได้เรียนรู้การเล่นคอนเสิร์ตในบรรยากาศแบบเฟสติวัล และได้เห็นการทำงานของศิลปินจริงๆอย่างใกล้ชิด เวทีนี้เปิดประสบการณ์ให้พวกเรามากๆ พวกเราอยากขอบคุณ FWD ประกันชีวิต ที่เปิดโอกาสให้เด็กนักเรียนอย่างพวกเราได้ขึ้นมาแสดงความสามารถในครั้งนี้

ขณะที่ วินนี่ – มาวิน วิริยะยุทมา นักร้องนำ นักเรียนชั้น ม.5 และ จิงจิง – กิตติพิชญ์ สังสิทธิเสถียร มือเบส นักเรียนชั้น ม.3 วง Mandrake จากโรงเรียนอัสสัมชัญ กล่าวว่า เวทีนี้เป็นเวทีที่ใหญ่ที่สุดที่พวกเราเคยได้ขึ้นแสดง และถือเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้เด็กนักเรียนอย่างพวกเราได้พิสูจน์ความสามารถ และสัมผัสประสบการณ์จริงบนเวทีคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่จะหาได้ง่ายๆ การได้ขึ้นแสดงบนเวทีเดียวกับศิลปินที่พวกเราชื่นชอบ เป็นแรงผลักดันที่ทำให้เราอยากพัฒนาฝีมือ และก้าวไปให้ไกลกว่าเดิม

น.ส.ปวริศา ชุมวิกรานต์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด บมจ.เอฟดับบลิวดีฯ กล่าวว่า FWD Music Live Fest เป็นหนึ่งใน Brand Experience ที่เราใช้ Music Experience มาเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับผู้คน โดยเวทีนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่มีใจรักด้านดนตรี ได้ขึ้นแสดงศักยภาพบนเวทีจริง และเรียนรู้จากประสบการณ์ร่วมกับศิลปินมืออาชีพ การได้ขึ้นแสดงบนเวทีเดียวกับศิลปินชั้นนำ เป็นก้าวสำคัญที่ช่วยพัฒนาทักษะ และต่อยอดสู่เส้นทางในอนาคต เราหวังว่าเวทีนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาส และเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจให้กับคนที่รักดนตรีต่อไป

‘มหิดล’ เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิต ลดเหลื่อมล้ำสิทธิผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียสู่ระดับนโยบาย

‘มหิดล’ เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิต ลดเหลื่อมล้ำสิทธิผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียสู่ระดับนโยบาย

‘มหิดล’ เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิต ลดเหลื่อมล้ำสิทธิผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียสู่ระดับนโยบาย

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ปัจจุบันประเทศไทยนับเป็นประเทศที่มีอุบัติการณ์สูงด้านจำนวนผู้ป่วยและผู้เป็นพาหะโรคธาลัสซีเมีย ซึ่งเป็นโรคเลือดที่ติดต่อทางพันธุกรรม ทั้งที่อยู่ในภาวะรุนแรง และที่เป็นพาหะแต่ไม่แสดงอาการ ด้วยความทุ่มเทของ มหาวิทยาลัยมหิดล โดย ศูนย์วิจัยธาลัสซีเมีย สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล ที่พร้อมอุทิศเพื่อการศึกษาและวิจัยโรคธาลัสซีเมียมากว่า 4 ทศวรรษ ได้ทำให้สวัสดิการพื้นฐานของการรักษาผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียชาวไทยครอบคลุมทั้งการวินิจฉัย และการรักษา

อาจารย์ ดร.นายแพทย์กิตติพงศ์ ไพบูลย์สุขวงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริการวิชาการและพันธกิจเพื่อสังคม และหัวหน้าศูนย์วิจัยธาลัสซีเมีย สถาบันชีววิทยาศาสตร์และโมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เปิดเผยถึงสถิติผู้ป่วยและผู้เป็นพาหะโรคธาลัสซีเมียในปัจจุบันปรากฏเป็นจำนวนเกือบครึ่งของประชากรไทยทั้งหมด หรือมากถึงร้อยละ 40 เพื่อการป้องกันโรคดังกล่าวอย่างยั่งยืน จึงได้มีการรณรงค์คัดกรองในหญิงที่มีอายุครรภ์ไม่เกิน 16 สัปดาห์ ตามนโยบายเชิงรุกของกระทรวงสาธารณสุขสู่ระดับชุมชน

ม.มหิดล โดย ศูนย์วิจัยธาลัสซีเมีย สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล ได้จัดตั้ง “คลินิกธาลัสซีเมีย มานานกว่า 3 ทศวรรษ ณ โรงพยาบาลนครปฐม เพื่อรองรับผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียที่ต้องเข้ารับการ เติมเลือด ทุก 3 – 4 สัปดาห์ ตลอดจนเข้ารับการรักษาพร้อมรับการปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านอย่างต่อเนื่องกว่า 200 ราย จนปัจจุบันสามารถพัฒนาระบบการให้บริการให้สามารถแล้วเสร็จได้ภายในวันเดียว จากเดิมที่ต้องให้ผู้ป่วยพักค้างภายในโรงพยาบาลเป็นเวลา 1 คืน ซึ่งทำให้ช่วยประหยัดงบประมาณในการรักษาพยาบาล การเดินทาง และเวลาในการเข้ารับบริการของผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียได้มากถึง 20 รายต่อวัน

นอกจากนี้ยังได้จัดทำคลิปวีดิทัศน์ หมอธาลัสซีเมียชวนคุย เพื่อให้ผู้ป่วยได้เรียนรู้เพื่อดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ช่วงวิกฤติ COVID – 19 ถึงปัจจุบัน นับเป็นตอนที่ 6 ซึ่งมีเนื้อหาที่ครบพร้อมตั้งแต่การวางแผนการมีบุตร การรับประทานอาหาร ยา และวิตามินเสริมสำหรับผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียในแต่ละช่วงวัย

ด้วยวิธีการดำเนินเรื่องที่น่าติดตาม โดยเริ่มจากคลิปแรกที่ให้ความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับโรคธาลัสซีเมียโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญผู้ดำเนินรายการ ก่อนแนะนำเครือข่ายสมาชิกผู้ป่วยของ คลินิกธาลัสซีเมีย โรงพยาบาลนครปฐม ให้มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเลือกรับประทานอาหารเฉพาะโรคใน ร้านชาบู ของท้องถิ่นในคลิปถัดไป

จนได้ทราบว่าเหตุใดผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียจึงต้องเลือกรับประทานอาหารเฉพาะที่ปรุงสุก หลีกเลี่ยงอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง และงดกีฬาผาดโผน เนื่องจากมีอนุมูลอิสระสูงจากความผิดปกติในการสร้างเม็ดเลือด จนก่อให้เกิดผลข้างเคียงอื่นๆตามมา เช่น ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน การติดเชื้อ และโรคเบาหวาน เนื่องจากการสะสมของธาตุเหล็กในตับอ่อนซึ่งมีหน้าที่สร้างฮอร์โมนรักษาระดับน้ำตาล ตลอดจนการสะสมของธาตุเหล็กในอวัยวะที่สำคัญในส่วนอื่นๆร่วมด้วย

อีกทั้ง วิตามินที่ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียไม่ควรขาด ได้แก่ โฟลิกแอซิด ที่ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง ซึ่งควรรับประทานควบคู่กับวิตามินซี และอี เพื่อช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ พร้อมด้วยวิตามินรวมที่มีวิตามินบี 12 ช่วยบำรุงเม็ดเลือดแดง และแคลเซียมที่ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงวิวัฒนาการของการใช้ยาฉีด Deferoxamine รักษาโรคธาลัสซีเมีย ที่พัฒนาขึ้นจากยาเดิมที่ผู้ป่วยต้องทนทุกข์ทรมานโดยใช้ควบคู่กับเครื่องฉีดยาใต้ผิวหนัง ที่ใช้เวลาถึง 8 – 12 ชั่วโมงต่อวันในช่วงกลางคืน เป็นเวลา 4 – 5 วันต่อสัปดาห์ ซึ่งนอกจากต้องใช้เวลานานแล้ว ยังให้ผลข้างเคียงต่อการได้ยิน จนผู้ป่วยต้องเข้ารับการตรวจโรคหูเพิ่มเติมอีกเป็นประจำทุกปี

นอกจากนี้ ใน หมอธาลัสซีเมียชวนคุย EP4 ยังได้แสดงบทบาทสมมุติให้เห็นถึงการตัดสินใจร่วมกันระหว่างตัวละครคู่สมรสที่เป็นพาหะโรคธาลัสซีเมีย และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เมื่อมาถึงทางแยกที่นำไปสู่การวางแผนการตั้งครรภ์ หากเลือกที่จะเลี้ยงดูบุตรที่มีภาวะเสี่ยงจะต้องเตรียมพร้อมในทุกด้าน ซึ่งเคยได้มีการคำนวณค่าใช้จ่ายเฉลี่ยโดยรวมตลอดอายุขัย คิดเป็นเงินถึง 6 ล้านบาทต่อราย ในปัจจุบันการเข้ารับการคัดกรองก่อนอายุครรภ์ 16 สัปดาห์ตามนโยบายกระทรวงสาธารณสุขจึงยังคงนับเป็นหนึ่งในวิธีการป้องกันที่ดีที่สุด

ในอนาคต นอกจากการผลักดันลดเหลื่อมล้ำสิทธิรักษาโรคธาลัสซีเมียแรงงานข้ามชาติให้เกิดเป็นรูปธรรมจากที่ได้มีการหยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นเสนอในที่ประชุมวิชาการธาลัสซีเมียแห่งชาติเมื่อปีที่ผ่านมาแล้ว มหาวิทยาลัยมหิดล โดย ศูนย์วิจัยธาลัสซีเมีย สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล ยังได้ร่วมกับ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พัฒนาชุดตรวจธาลัสซีเมียที่ครอบคลุมการกลายพันธุ์ให้เข้าถึงได้ในระดับภูมิภาค ด้วยขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากและให้ผลเร็ว ภายใต้วิธี reverse dot-blot hybridization (RDB) โดยปัจจุบันได้ยื่นจดทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว เตรียมขยายผลในเชิงพาณิชย์ทั้งในระดับประเทศ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไปในเร็วๆนี้

สพฐ.เปิดผลติดตามการพัฒนาคุณภาพผู้สอนคณิต-วิทย์-เทคโนฯ

สพฐ.เปิดผลติดตามการพัฒนาคุณภาพผู้สอนคณิต-วิทย์-เทคโนฯ

สพฐ.เปิดผลติดตามการพัฒนาคุณภาพผู้สอนคณิต-วิทย์-เทคโนฯ

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.08 น.

เลขาธิการ กพฐ. เปิดผลติดตามการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้านคณิตศาสตร์-วิทยาศาสตร์-เทคโนโลยี สวก.สพฐ. ทำครอบคลุมทั้ง 3 มิติ หนังสือสื่อ-พัฒนาครู-ส่งเสริมสมรรถนะเด็ก ตามมาตรฐานทางวิชาการ

16 มิ.ย.69 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ติดตามผลการดำเนินงานการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ของสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา (สวก.) สพฐ. พบว่า เราได้ดำเนินการส่งเสริม สนับสนุน และยกระดับคุณภาพผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุม 3 มิติสำคัญ คือ 1.มิติด้านสื่อ หนังสือเรียน และสื่อการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ 2.มิติด้านการพัฒนาครูคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี และ 3.มิติด้านการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมสมรรถนะด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ของผู้เรียน

โดยมิติที่ 1 .มิติด้านสื่อ หนังสือเรียน และสื่อการเรียนรู้ฯ สพฐ.มีระบบสนับสนุนและกำกับคุณภาพอย่างต่อเนื่อง โดยหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ฉบับกระทรวงศึกษาธิการ จัดทำต้นฉบับโดยสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และจัดพิมพ์จำหน่ายโดยองค์การค้า ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) สำหรับหนังสือเรียนฯของสำนักพิมพ์เอกชน สวก.สพฐ. เป็นหน่วยงานที่ดำเนินการตรวจประเมินคุณภาพ โดยพิจารณาความถูกต้องทางวิชาการ ความสอดคล้องกับหลักสูตร ความเหมาะสมของเนื้อหา ภาษา ภาพประกอบ กิจกรรมการเรียนรู้ และองค์ประกอบอื่นที่เกี่ยวข้อง เมื่อผ่านการตรวจประเมินแล้ว จึงประกาศไว้ในบัญชีกำหนดสื่อการเรียนรู้ เพื่อให้สถานศึกษาเลือกใช้ นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำและสนับสนุนสื่อเสริมการเรียนรู้ เช่น สื่อเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา และ สื่อเฉลิมพระเกียรติ 65 พรรษา วิชาคณิตศาสตร์ระดับประถมศึกษา เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนเพิ่มเติม

2.มิติด้านการพัฒนาครูฯ สพฐ.ได้ดำเนินการพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการโรงเรียนนำร่อง DSP (Demonstration School Program) ซึ่งพัฒนาครูคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และศึกษานิเทศก์ จำนวน 515 คน จาก 259 โรงเรียน ครอบคลุม 56 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ให้สามารถจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ควบคู่กับสถานการณ์ปัญหาจริง โดยใช้เครื่องคำนวณทางวิทยาศาสตร์ ,โครงการปฏิบัติการเคมีแบบย่อส่วน เพื่อพัฒนาครูวิทยาศาสตร์และเคมีระดับมัธยมศึกษา กว่า 400 คน ให้สามารถจัดกิจกรรมทดลองเคมีที่ปลอดภัย ประหยัด และเหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา โดยเฉพาะโรงเรียนที่มีข้อจำกัดด้านอุปกรณ์และสารเคมี รวมทั้งมีการพัฒนาครู ผ่านโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ โครงการอบรมส่งเสริมการเรียนรู้ AI ในชั้นเรียน และการพัฒนาหลักสูตรพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์สำหรับครู สพฐ. ร่วมกับ สสวท. เพื่อให้ครูมีสมรรถนะในการใช้เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์สนับสนุนการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และปลอดภัย อีกทั้ง ยังมีโครงการกิจกรรมครูคลังสมอง เพื่อสนับสนุนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ให้แก่สถานศึกษาขนาดกลาง ขนาดเล็ก และโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาที่ประสบปัญหาขาดแคลนครู เป็นต้น

3.มิติด้านการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมสมรรถนะฯของผู้เรียน สพฐ.ได้ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านการคิด วิเคราะห์ สืบเสาะ ทดลอง แก้ปัญหา และเชื่อมโยงความรู้กับสถานการณ์จริง เน้นการนำความรู้ไปใช้ในชีวิตจริง ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวปรากฏผ่านหลายโครงการสำคัญ เช่น โครงการโรงเรียนนำร่อง DSP ที่ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบ Inquiry-based Learning ควบคู่กับสถานการณ์ปัญหาจริง โครงการปฏิบัติการเคมีแบบย่อส่วนที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เข้าถึงการทดลองจริงอย่างปลอดภัยและประหยัด โครงการ Walk Around School ที่บูรณาการชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้ผ่านกระบวนการ SEE–THINK–DO–SHARE และโครงการ STEAM INNOVATOR ที่ส่งเสริมการเรียนรู้แบบโครงงานในประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบสนองต่อปัญหาในชุมชนและสังคม

“ การดำเนินงานทั้ง 3 มิติ สะท้อนให้เห็นว่า สพฐ.ยังคงรักษาและยกระดับมาตรฐานการเรียนรู้ ด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี อย่างต่อเนื่อง เราได้พัฒนาระบบสนับสนุนการเรียนรู้ให้มีคุณภาพ ทันสมัย เข้าถึงได้ และสอดคล้องกับบริบทของผู้เรียนและสถานศึกษา ไม่มีการลดมาตรฐานทางวิชาการ” เลขาธิการ กพฐ.กล่าว.

TOA น้อมถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

TOA น้อมถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

TOA น้อมถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.59 น.

TOA น้อมถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป และลงนามแสดงความอาลัย ‘สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา’

16 มิ.ย.2569 บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA นำโดย นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ นางละออ ตั้งคารวคุณ รองประธานผู้ก่อตั้งบริษัทฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน น้อมถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป และลงนามแสดงความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงอุทิศพระวรกายปฏิบัติพระกรณียกิจแบ่งเบาพระราชภารกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาโดยตลอด โดยเฉพาะงานด้านกฎหมาย สิทธิมนุษยชน การช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งถือเป็นการสืบสานพระราชปณิธานในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข อันเป็นคุณูปการอันยิ่งใหญ่ต่อประเทศชาติตลอดมา

TOA ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ พร้อมน้อมถวายความอาลัย และขอให้พระเกียรติคุณ พระจริยวัตรอันงดงาม และคุณูปการอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ ทรงสถิตอยู่ในดวงใจของปวงชนชาวไทยตราบนิจนิรันดร์

คณะสงฆ์ญี่ปุ่นสวดพระพุทธมนต์ ถวายพระราชกุศลแด่พระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

คณะสงฆ์ญี่ปุ่นสวดพระพุทธมนต์ ถวายพระราชกุศลแด่พระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

คณะสงฆ์ญี่ปุ่นสวดพระพุทธมนต์ ถวายพระราชกุศลแด่พระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.14 น.

คณะสงฆ์ญี่ปุ่นสวดพระพุทธมนต์ ถวายพระราชกุศลแด่พระบรมศพ ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’

วันที่ 15 มิถุนายน  2569 เวลา 12.30  น. คณะพระญี่ปุ่นสวดพระพุทธมนต์ ถวายพระราชกุศลแด่พระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง