พลตรีหม่อมเจ้า นวพรรษ์ ยุคล ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

พลตรีหม่อมเจ้า นวพรรษ์ ยุคล ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

พลตรีหม่อมเจ้า นวพรรษ์ ยุคล ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.06 น.

“พลตรีหม่อมเจ้า นวพรรษ์ ยุคล” ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระศพ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา” 

วันที่ 16 มิถุนายน 2569 เวลา 11.00 น. พลตรีหม่อมเจ้า นวพรรษ์ ยุคล ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง

พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล ทรงถวายภัตตาหารเช้า พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล ทรงถวายภัตตาหารเช้า พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล ทรงถวายภัตตาหารเช้า พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.02 น.

”พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล“ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้า แด่พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ ”เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา“

วันที่ 16 มิถุนายน 2569  เวลา 06.55 น. พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้า แด่พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง
 

ม.กรุงเทพ ปั้นนักการตลาด AI ยุคใหม่ผ่านโครงการ AMC 3 ส่งท้ายให้นักศึกษาพิสูจน์ฝีมือบนเวที Final Pitching

ม.กรุงเทพ ปั้นนักการตลาด AI ยุคใหม่ผ่านโครงการ AMC 3 ส่งท้ายให้นักศึกษาพิสูจน์ฝีมือบนเวที Final Pitching

ม.กรุงเทพ ปั้นนักการตลาด AI ยุคใหม่ผ่านโครงการ AMC 3 ส่งท้ายให้นักศึกษาพิสูจน์ฝีมือบนเวที Final Pitching

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ปิดฉากโครงการ Advertising Mastermind Challenge 3 (AMC 3) อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยากาศการแข่งขันที่เข้มข้น หลังผ่านกระบวนการเรียนรู้และพัฒนายาวนานกว่า 4 เดือน ณ ห้องสัมมนา The Banquet ชั้น 5 อาคาร A5 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ 

โครงการ AMC 3 ถูกออกแบบขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมนักศึกษาให้ก้าวสู่ตลาดแรงงานยุคดิจิทัลอย่างเต็มศักยภาพ ผ่านการเรียนรู้เชิงบูรณาการร่วมกับองค์กรธุรกิจจริง โดยมีวัตถุประสงค์หลักที่ครอบคลุมทั้งมิติด้านทักษะ ความรู้ และความสัมพันธ์ระหว่างภาคการศึกษาและภาคธุรกิจ 

ในพิธีปิดและเวที Final Pitching นักศึกษาแต่ละทีมได้ขึ้นนำเสนอผลงานแคมเปญโฆษณาที่พัฒนาขึ้นจากโจทย์จริงของแบรนด์พันธมิตรชั้นนำ ทั้ง KFC ภายใต้ Yum Restaurants International (Thailand) และ The QSR of Asia รวมถึง Alibaba Cloud (Thailand) โดยผลงานที่นำเสนอสะท้อนให้เห็นถึงทักษะการใช้ Generative AI และ Martech Tools อย่างเชี่ยวชาญ ทั้งในด้านการวางกลยุทธ์ การสร้างสรรค์เนื้อหา และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก 

นอกจากนี้ตลอดระยะเวลาโครงการ นักศึกษาได้ผ่านการเรียนรู้อย่างเข้มข้นผ่านกิจกรรมหลากหลาย ทั้ง Workshop จาก KFC, Workshop และการติวก่อนสอบจาก Alibaba Cloud ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงอย่าง ภัทรา ภัทรสุวรรณ Associate Marketing Director จาก KFC, อรณัฐร์ ผกาภรณ์รัตน์ Managing Director จาก The QSR of Asia, Charlene Sawasdee Country Managing Director และ Jaru Nartboon Lead Solution Architect จาก Alibaba Cloud (Thailand) มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และให้คำแนะนำโดยตรง ครอบคลุมหัวข้อสำคัญ อาทิ Brand Essence การสร้างแบรนด์ผ่านระบบแฟรนไชส์ระดับโลก การใช้ Generative AI ทั้ง Text-Based และ Image-Based รวมถึงเทคนิคการประยุกต์ใช้สำหรับงานด้านการตลาด 

โครงการ AMC 3 ครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่พิสูจน์ให้เห็นว่าแนวทาง “Practical University” สามารถผลิตบัณฑิตที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานยุคดิจิทัลได้อย่างแท้จริง โดยนักศึกษาไม่เพียงได้รับความรู้ด้าน AI Prompting, Data-driven Marketing และ Creative Thinking แต่ยังได้ผลงานจริงในระดับ Portfolio ที่พร้อมนำไปต่อยอดในสายอาชีพต่อไป 

สพฐ. เดินหน้า Global Partnership ยกระดับการศึกษาไทยสู่สากล

สพฐ. เดินหน้า Global Partnership ยกระดับการศึกษาไทยสู่สากล

สพฐ. เดินหน้า Global Partnership ยกระดับการศึกษาไทยสู่สากล

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ครั้งที่ 21/2569 เพื่อติดตามความก้าวหน้าและขับเคลื่อนนโยบายสำคัญด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมี นายพิเชฐร์ วันทอง, นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ และนางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการ กพฐ. พร้อมด้วยนางอรุณี จิรมหาศาล และนางอาทิตยา ปัญญา ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. เข้าร่วมประชุม ร่วมกับผู้อำนวยการสำนักต่าง ๆ และบุคลากรของ สพฐ. ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านระบบออนไลน์

ในที่ประชุม นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการ กพฐ. ได้เน้นย้ำการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้กรอบนโยบาย 5 ด้านของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะความร่วมมือด้านการศึกษากับหน่วยงานภายนอกทั้งในประเทศและต่างประเทศ (Global Partnership) ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการจัดการศึกษา นำองค์ความรู้ที่ทันสมัยเชื่อมโยงสู่การปฏิบัติได้อย่างตรงจุด และมีแผนที่จะร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของต่างประเทศในการพัฒนาครูและบุคลากรฯ เพื่อยกระดับการศึกษาไทยสู่ระดับสากล

โอกาสนี้ ยังได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์ไบรอัน เพอร์กินส์ (Prof. Brian Perkins, Ed.D.) จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย มาบรรยายพิเศษในหัวข้อ “บทเรียนการจัดการศึกษาจากสหรัฐอเมริกา สำหรับการพัฒนานโยบายการศึกษาของไทย” โดยสะท้อนแนวคิดสำคัญ 7 ประการ ได้แก่  การสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษาและไม่ทิ้งผู้เรียนไว้ข้างหลัง การกำหนดนโยบายที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ การพัฒนาหลักสูตรและการประเมินผลที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริง ตลอดจนการพัฒนาครูอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องผ่านการปฏิบัติจริง

นอกจากนี้ ยังเน้นการใช้ AI และเทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้อย่างมีจริยธรรม การสร้างคุณภาพการศึกษาผ่านความร่วมมือของทุกองค์ประกอบในระบบนิเวศการเรียนรู้ และการเปิดโอกาสให้ผู้มีศักยภาพและภาวะผู้นำ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ได้มีบทบาทในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงและสร้างนวัตกรรมทางการศึกษาได้

พร้อมกันนี้ ศาสตราจารย์ไบรอัน เพอร์กินส์ ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้ซักถามปัญหาและข้อสงสัย เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในการจัดการศึกษา ซึ่งมีทั้งประเด็นการบริหารจัดการครูและบุคลากรฯ การควบคุมการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของนักเรียนในโรงเรียน การสร้างระบบนิเวศที่ส่งเสริมการเรียนรู้ เป็นต้น ทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับความรู้และแนวคิดที่น่าสนใจสำหรับนำไปปรับใช้กับการจัดการศึกษาในบริบทพื้นที่ของตนเองต่อไป

มก.ลงพื้นที่รับฟังเสียงคนหูหนวก พัฒนาระบบ ‘TTRS’ สู่โครงสร้างพื้นฐานการสื่อสารที่เท่าเทียม

มก.ลงพื้นที่รับฟังเสียงคนหูหนวก พัฒนาระบบ ‘TTRS’ สู่โครงสร้างพื้นฐานการสื่อสารที่เท่าเทียม

มก.ลงพื้นที่รับฟังเสียงคนหูหนวก พัฒนาระบบ ‘TTRS’ สู่โครงสร้างพื้นฐานการสื่อสารที่เท่าเทียม

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

อิสรารัศมิ์ เครือหงส์ กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน (กตป.) ด้านการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลงพื้นที่จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งคนหูหนวก คนหูดี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุม 7 ภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อรวบรวมข้อมูล ปัญหา และข้อเสนอแนะสำหรับการพัฒนาระบบบริการโทรคมนาคมสำหรับกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะบริการถ่ายทอดการสื่อสารสำหรับคนพิการทางการได้ยินและการพูด (Thai Telecommunication Relay Service : TTRS) ภายใต้โครงการจ้างที่ปรึกษาเพื่อติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลในประเด็นสำคัญด้านการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ประจำปี 2568

อิสรารัศมิ์ เครือหงส์ กตป. กล่าวว่า การพัฒนาระบบสื่อสารของประเทศต้องมุ่งให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงการสื่อสารได้อย่างทั่วถึง เป็นธรรม และเท่าเทียม โดยสำหรับคนพิการทางการได้ยินและการพูด การส่งเสริมสิทธิในการเข้าถึงบริการโทรคมนาคมจะต้องดำเนินควบคู่กันทั้งในด้านการสนับสนุนแพ็กเกจหรืออัตราค่าบริการที่เหมาะสมและการพัฒนาบริการ Telecommunication Relay Service ที่เชื่อมการสื่อสารระหว่างคนหูหนวกกับคนหูดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านรูปแบบการสื่อสารที่สอดคล้องกับข้อจำกัดของผู้ใช้งาน ดังนั้น บริการถ่ายทอดการสื่อสารสำหรับคนพิการทางการได้ยินและการพูด (TTRS) จึงควรได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยกระดับสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารที่มั่นคงและยั่งยืน

ด้านคณะนักวิจัยจาก ม.เกษตรฯ ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากคณะสังคมศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะเศรษฐศาสตร์ ระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อรับฟังเสียงสะท้อนที่แท้จริง จากผู้ใช้งานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง ผ่านกิจกรรมสำคัญ 2 รูปแบบ ได้แก่ 1.เวทีรับฟังความคิดเห็นจากคนหูหนวก เพื่อรับฟังประสบการณ์การใช้งานจริง ปัญหา และอุปสรรคในการเข้าถึงบริการ และ 2.การประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้เชี่ยวชาญด้านคนพิการ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและข้อเสนอเชิงระบบในการพัฒนาบริการ

สรุปการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็น 7 ภูมิภาคทั่วประเทศ (กุมภาพันธ์ – เมษายน 2569) กรุงเทพมหานคร จัด Focus Group ร่วมกับผู้แทนหน่วยงานกว่า 50 คน ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ และรับฟังความคิดเห็นจากคนหูหนวกกว่า 200 คน ณ โรงแรมเบสท์เวสเทิร์น นาดา ดอนเมือง มีดังต่อไปนี้ ภาคเหนือ  จ.เชียงใหม่ รับฟังความคิดเห็นคนหูหนวก ณ รร.โสตศึกษาอนุสารสุนทร และจัด Focus Group ณ โรงแรมเมอร์เคียว , ภาคตะวันออก  จ.ชลบุรี รับฟังความคิดเห็นคนหูหนวก ณ รร.โสตศึกษาจังหวัดชลบุรี และ Focus Group ณ โรงแรมบางแสน เฮอริเทจ , ภาคกลาง  จ.นครปฐม รับฟังความคิดเห็นคนหูหนวก ณ รร.โสตศึกษาจังหวัดนครปฐม และ Focus Group ณ โรงแรมไมด้า แกรนด์ ทวารวดี , ภาคตะวันตก – จ.กาญจนบุรี รับฟังความคิดเห็นคนหูหนวก ณ รร.โสตศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี และ Focus Group ณ โรงแรมพรีลูด , ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ – จ.ขอนแก่น รับฟังความคิดเห็นคนหูหนวก ณ รร.โสตศึกษาจังหวัดขอนแก่น และ Focus Group ณ โรงแรมเจริญธานี และภาคใต้ – จ.สงขลา รับฟังความคิดเห็นคนหูหนวก ณ โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดสงขลา และ Focus Group ณ โรงแรมบุรีศรีภู หาดใหญ่

โดยข้อมูลและข้อคิดเห็นจากทั้ง 7 ภูมิภาค จะถูกนำไปวิเคราะห์และจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อพัฒนาระบบ TTRS ให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้งาน และรองรับบริบททางสังคมและเทคโนโลยีในปัจจุบัน โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับระบบบริการสื่อสารของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพ ยั่งยืน ทั่วถึงและเท่าเทียมสำหรับประชาชนทุกคนอย่างแท้จริง

SPU ชูกลยุทธ์ ‘5 พลังแห่งโอกาส’ เร่งปั้น Future Skills ผสาน AI ตอบโจทย์โลกการทำงานยุคใหม่

SPU ชูกลยุทธ์ ‘5 พลังแห่งโอกาส’ เร่งปั้น Future Skills ผสาน AI ตอบโจทย์โลกการทำงานยุคใหม่

SPU ชูกลยุทธ์ ‘5 พลังแห่งโอกาส’ เร่งปั้น Future Skills ผสาน AI ตอบโจทย์โลกการทำงานยุคใหม่

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) เดินหน้าขับเคลื่อนวิสัยทัศน์สถาบันอุดมศึกษาเพื่อโลกอนาคต จัดงานปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ ประจำปีการศึกษา 2569 ภายใต้แนวคิด “SPU จุดเริ่มต้นแห่งโอกาส” (S-Start : P-Path : U-Unlock) ชูหัวใจสำคัญ “5 พลังแห่งการเรียนรู้” มุ่งติดอาวุธทักษะแห่งอนาคตและการใช้เทคโนโลยี AI พร้อมโชว์ศักยภาพนักศึกษาผ่านรูปแบบ Immersive Show ดึงภาคธุรกิจร่วมการันตีคุณภาพ ตอกย้ำจุดยืน “เรียนกับตัวจริง ประสบการณ์จริง”

ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดี ม.ศรีปทุม เปิดเผยว่า การก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยคือจุดเริ่มต้นของการค้นพบศักยภาพและเส้นทางความสำเร็จเฉพาะบุคคล มหาวิทยาลัยมีหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนโอกาสเหล่านั้น โดยประเมินว่าความท้าทายของโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้สถาบันการศึกษาต้องปรับตัวและติดอาวุธที่จำเป็นให้กับผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านงานปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ ประจำปี 2569 มุ่งเน้นการสื่อสารทิศทางของมหาวิทยาลัยในการเป็น “พื้นที่แห่งโอกาส” ที่พร้อมผลักดันผู้เรียนให้เติบโตเต็มศักยภาพ

ทั้งนี้เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ตลาดแรงงานยุคดิจิทัล ม.ศรีปทุมได้วางกรอบการพัฒนาผู้เรียนผ่านยุทธศาสตร์ “5 พลังแห่งโอกาส” หรือ “The Wings of Opportunity” ประกอบด้วย 1.การค้นพบศักยภาพของตนเอง การสร้างพื้นที่ให้ผู้เรียนได้สำรวจและทดลองเพื่อหาความถนัดที่แท้จริง , 2.การเรียนรู้จากตัวจริง  การดึงผู้เชี่ยวชาญจากภาคอุตสาหกรรมร่วมถ่ายทอดความรู้ , 3.การสร้างประสบการณ์จริง การเน้นภาคปฏิบัติและโครงงานที่จำลองจากโลกการทำงาน , 4.การได้รับการส่งเสริมรอบด้าน การสนับสนุนทั้งด้านวิชาการ ทักษะชีวิต และเครือข่ายความสัมพันธ์ และ 5.การพัฒนาทักษะแห่งอนาคต (Future Skills) และ AI การบูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ากับการเรียนการสอนอย่างสร้างสรรค์ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

โดยจุดเด่นสำคัญที่สะท้อนผลสัมฤทธิ์ของแนวทางการจัดการศึกษาของ SPU คือการจัดแสดงผลงานสร้างสรรค์รูปแบบ Immersive Show โดย SIM Agency SPU ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ขับเคลื่อนโดยนักศึกษา การแสดงดังกล่าวถ่ายทอดวิสัยทัศน์ด้านการประยุกต์ใช้นวัตกรรมและ AI ผ่านการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ ทั้งในส่วนของการแสดง ดนตรี การผลิตสื่อ และเทคนิคการนำเสนอ

ทั้งนี้ การปรับรูปแบบกิจกรรมต้อนรับนักศึกษาใหม่ให้สอดแทรกวิสัยทัศน์เชิงนวัตกรรม ควบคู่ไปกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการสร้างเครือข่าย นับเป็นก้าวย่างที่น่าจับตามองของมหาวิทยาลัยศรีปทุม ในการยกระดับมาตรฐานการอุดมศึกษาไทยให้ก้าวทันบริบทของโลกยุคใหม่ภายใต้คอนเซปต์ Dynamic University อย่างแท้จริง

อัยการสูงสุด นำคณะผู้บริหาร ลงนามถวายอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

อัยการสูงสุด นำคณะผู้บริหาร ลงนามถวายอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

อัยการสูงสุด นำคณะผู้บริหาร ลงนามถวายอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.55 น.

อัยการสูงสุด นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากรสำนักงานอัยการสูงสุด ลงนามถวายอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา แสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

15 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 09.00 น. นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุด (อสส.) นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการฝ่ายอัยการ และบุคลากรของสำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมด้วยสมาชิกสมาคมภริยาอัยการ ร่วมลงนามถวายอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ บริเวณโถงหน้าห้องประชุม 120 ปี ชั้น 1 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

อัยการสูงสุด กล่าวว่า นับแต่ความทราบทั่วกันถึงการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ความวิปโยคโศกศัลย์ได้แผ่ปกคลุมทั่วทั้งแผ่นดิน ดุจดวงอาทิตย์อันเจิดจ้าได้อับแสงลับลง นำมาซึ่งความมืดมนและความอาลัยอันสุดจะพรรณนาสู่ดวงใจของข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากรของสำนักงานอัยการสูงสุด รวมถึงพสกนิกรชาวไทยทั้งมวล

ด้วยตลอดพระชนม์ชีพที่ผ่านมา พระองค์ทรงเพียบพร้อมด้วยพระจริยวัตรอันงดงาม ทรงพระเมตตากรุณาเป็นที่ตั้งแห่งความเลื่อมใสศรัทธา ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจน้อยใหญ่ด้วยพระวิริยอุตสาหะและพระกตัญญู กตเวทิตา สนองพระเดชพระคุณเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย ก่อเกิดคุณประโยชน์อันไพศาลแก่แผ่นดินเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาและดวงใจของอาณาประชาราษฎร์ในทุกหนแห่ง

ทรงอุทิศพระวรกายและพระสติปัญญา ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจนานัปการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านกระบวนการยุติธรรม ทรงรับราชการสนองคุณแผ่นดินในตำแหน่งอัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการสูงสุด ด้วยพระปรีชาสามารถอันเป็นแบบอย่างอันประเสริฐ ทั้งยังทรงรับเป็นพระภาระในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ปวงพสกนิกรเป็นอเนกอนันต์

ในวันนี้ ข้าราชการฝ่ายอัยการ และบุคลากรของสำนักงานอัยการสูงสุด ต่างน้อมจิตประสานดวงใจให้เป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และขอตั้งจิตอธิษฐานว่าจะสืบสานพระปณิธานด้วยความจงรักภักดี จะยึดมั่นในการประพฤติปฏิบัติแต่ความดีงามเพื่อธำรงรักษาชาติบ้านเมืองและจะสร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนสืบไป

สพฐ.ตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ ให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัยแท้จริง

สพฐ.ตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ ให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัยแท้จริง

สพฐ.ตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ ให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัยแท้จริง

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.19 น.

“พิเชฐ โพธิ์ภักดี” ลงนามตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ สพฐ. ขับเคลื่อนโยบายการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง 

15 มิ.ย.69 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) มอบนโยบายมุ่งเน้นการพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ ให้แก่นักเรียน นักศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษา มีเป้าหมายให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัย และ จัดตั้ง ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยมี นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศธ. เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ มีอำนาจหน้าที่ในการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย เป็นศูนย์กลางขับเคลื่อนข้อมูล บูรณาการร่วมกันกับนักฎหมาย นักจิตจิตวิทยา และคุ้มครองดูแลสวัสดิภาพ ในภาพรวมของ ศธ.ไปแล้ว นั้น เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมาตนได้ลงนามในประกาศจัดตั้ง “ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน” ขึ้น เพื่อขับเคลื่อนโยบายการจัดการศึกษาของ ศธ. ในด้านการพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพฯ ให้แก่นักเรียน ครู และบุคลากร ในสังกัด สพฐ.ให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ และให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง  ซึ่งประกาศฉบับนี้มีผลให้ยกเลิกโครงสร้างของศูนย์บริหารความสุขและความปลอดภัย หรือ ศสป.สพฐ. เดิม พร้อมทั้งให้โอนย้ายบรรดากิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณ และอัตรากำลังทั้งหมดมารวมไว้ที่ศูนย์แห่งใหม่นี้ โดยให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์เดิมเข้าดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ ศพส.สพฐ. ทันที

สำหรับอำนาจหน้าที่ของศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ สพฐ.จะเน้นการดำเนินงานเชิงรุกและบูรณาการรอบด้าน ครอบคลุมตั้งแต่การจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและแผนยุทธศาสตร์เพื่อส่งเสริมการพิทักษ์สิทธิ ตลอดจนการทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศ โดยมุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือร่วมกับกลุ่มนักกฎหมาย และนักจิตวิทยา เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการดูแล นอกจากนี้ยังมีภารกิจในการรับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ และให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพ พร้อมทั้งดำเนินการคุ้มครอง ช่วยเหลือ เยียวยาความเสียหายจากภัยต่างๆ ตลอดจนจัดทำงานวิจัย พัฒนามาตรฐานความปลอดภัย และสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการปกป้องสิทธิให้แก่บุคลากรและภาคประชาชนทั่วไป โดยมีกลไกกำกับติดตาม และรายงานผลการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ

กลไกการขับเคลื่อนภารกิจนี้ได้ถูกวางโครงสร้างรองรับไว้ถึงสามระดับ เพื่อให้สามารถเข้าถึงและแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ในระดับส่วนกลางได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ สพฐ. ขึ้นมาหนึ่งชุด มีจำนวนกรรมการไม่เกินสิบสามคน และมีเลขาธิการ กพฐ. เป็นประธานกรรมการ เพื่อคุมนโยบายภาพรวม ขณะที่ในระดับพื้นที่จะมีการจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพขึ้นในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่ง รวมถึงสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ เพื่อทำหน้าที่วางแผนงาน เฝ้าระวัง ป้องกัน และคัดกรองปัญหาความรุนแรง หรือ การละเมิดสิทธิในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของตนเอง

ในระดับภาคปฏิบัติการ ซึ่งเป็นฐานรากสำคัญ ได้กำหนดให้มีคณะกรรมการดำเนินงานพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพในระดับสถานศึกษา โดยคณะกรรมการชุดนี้ จะต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนนั้น ๆ มีบทบาทหน้าที่หลักในการกำหนดแนวทางมาตรการให้สอดรับกับนโยบายส่วนกลาง คอยทำหน้าที่ประสานเครือข่าย รับเรื่องร้องเรียน เฝ้าระวัง คัดกรอง และให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรง และการละเมิดสิทธิทุกรูปแบบในโรงเรียนอย่างทันท่วงที เพื่อให้เกิดความปลอดภัยที่เป็นรูปธรรมในระดับพื้นที่อย่างยั่งยืน.

กองทัพเรือ จัดพิธีถวายความอาลัย สมเด็จเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่วังนันทอุทยาน

กองทัพเรือ จัดพิธีถวายความอาลัย สมเด็จเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่วังนันทอุทยาน

กองทัพเรือ จัดพิธีถวายความอาลัย สมเด็จเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่วังนันทอุทยาน

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.44 น.

กองทัพเรือ จัดพิธีแสดงความอาลัยถวายแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

วันที่ 15 มิถุนายน 2569 พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วย นางอารียา เฟื่องจันทร์ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ เป็นประธานในพิธีแสดงความอาลัยถวายแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูง พร้อมภริยา ตลอดจนหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ ร่วมในพิธีฯ ณ บริเวณหน้าอาคารส่วนบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน กรุงเทพมหานคร

ต่อมา ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วย นายกสมาคมภริยาทหารเรือ ร่วมพิธีลงนามถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมี ผู้บังคับบัญชาระดับสูง พร้อมภริยา ตลอดจนหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ ร่วมในพิธีฯ ณ บริเวณห้องโถงชั้นล่าง กองบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน

ธอส.ถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป-ลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

ธอส.ถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป-ลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

ธอส.ถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป-ลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.26 น.

ธอส.ถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูปและลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

15 มิถุนายน 2569 ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) นำคณะผู้บริหารธนาคาร เข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูปและลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ ศาลาสหทัยสมาคมในพระบรมมหาราชวัง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร