‘ปลัดศธ.’แจงเหตุเด้ง’ชูชีพ’พ้นรักษาการอธิบดี สกร. ตั้ง‘ธนากร’นั่งแทน เพื่อประโยชน์ทางราชการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763337

'ปลัดศธ.'แจงเหตุเด้ง'ชูชีพ'พ้นรักษาการอธิบดี สกร. ตั้ง‘ธนากร’นั่งแทน เพื่อประโยชน์ทางราชการ

‘ปลัดศธ.’แจงเหตุเด้ง’ชูชีพ’พ้นรักษาการอธิบดี สกร. ตั้ง‘ธนากร’นั่งแทน เพื่อประโยชน์ทางราชการ

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 09.19 น.

‘ปลัดศธ.’แจงเหตุเด้ง’ชูชีพ’พ้นรักษาการอธิบดี สกร. ตั้ง‘ธนากร’นั่งแทน เพื่อประโยชน์ทางราชการ

เมื่อวันที่ 17 ต.ค.2566 นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ตนได้ลงนามคำสั่งสำนักงานปลัด ศธ. แต่งตั้ง นายวรัท พฤกษาทวีกุล ผู้ตรวจราชการ ศธ. รักษาราชการแทน รองปลัด ศธ. และแต่งตั้ง นายธนากร ดอนเหนือ ผู้ตรวจราชการ ศธ. รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งครั้งนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ทางราชการ ส่วน ว่าที่เรือตรีชูชีพ อรุณเหลือง รองอธิบดี สกร. ซึ่งเคยรักษาราชการแทนอธิบดี สกร.นั้น ก็ให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งรองอธิบดี สกร.เพียงตำแหน่งเดียว

“ตอนนี้ สกร.มีว่าที่เรือตรีชูชีพเป็นรองอธิบดีและรักษาการอธิบดี สกร.บริหารงานอยู่คนเดียว เพราะรองอธิบดี สกร.อีก 2 คนเกษียณอายุราชการไปแล้วเมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา ดังนั้น ภาระงานของ สกร.เองก็หนัก เพราะเป็นช่วงของการปรับเปลี่ยนจาก กศน.เป็น สกร. ดังนั้น จึงจะต้องให้มีคนเข้ามาช่วยในเรื่องการบริหารงาน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ส่วนที่มีการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงว่าที่เรือตรีชูชีพ กรณีการทำสัญญาโครงการบริหารจัดการเพื่อการประหยัดพลังงาน โดยการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาในวิทยาลัยเทคนิคระยอง ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ชี้มูลความผิดแล้วนั้น ก็ต้องว่าไปตามขั้นตอน เพราะเท่าที่ทราบกระบวนการสืบข้อเท็จจริงยังไม่เสร็จสิ้น และขณะนี้ว่าที่เรือตรีชูชีพยังไม่ได้เข้าพบ และชี้แจงที่มาที่ไปกับผมอย่างเป็นทางการ แต่กระบวนการทั้งหมดเป็นเรื่องของสำนักนิติกรในการดำเนินการ” นายสุเทพ กล่าว

นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง อดีตผู้บริหาร สกร.กรณีมีข้อร้องเรียนนั้น คณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง ชุดที่ นายอรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา อดีตปลัด ศธ. ตั้งไว้ ก็ถือว่ามีผลตามกฎหมาย จึงให้ดำเนินการต่อเนื่อง ตามกรอบและวิธีการดำเนินการทางวินัย

นายสุเทพ กล่าวอีกว่า สำหรับความคืบหน้าการจัดทำโครงสร้างของ สกร.ขณะนี้อยู่ระหว่างดูรายละเอียด การดำเนินการที่มีความจำเป็นก่อน อันดับแรกคือ การใช้กรอบอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เดิม เป็นของ สกร.ไปพลางก่อน เพื่อใช้ในการบริหารจัดการเรื่องค่าตอบแทนหรือเงินเดือน โดยระหว่างนี้คงต้องใช้กรอบอัตรากำลังเดิมจาก กศน.ไปพลางก่อนในหลายเรื่อง ทั้งโครงสร้าง บุคลากร รวมถึงงบประมาณ ฯลฯ ขณะเดียวกันก็ดำเนินการจัดทำโครงสร้างควบคู่กันไป ซึ่งการดำเนินการในส่วนนี้เป็นเรื่องที่ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร —017

Blendata-ม.ธรรมศาสตร์ ร่วมพัฒนา บุคลากรด้าน Big Data และ AI ไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763184

Blendata-ม.ธรรมศาสตร์ ร่วมพัฒนา  บุคลากรด้าน Big Data และ AI ไทย

Blendata-ม.ธรรมศาสตร์ ร่วมพัฒนา บุคลากรด้าน Big Data และ AI ไทย

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฐนภัส รชตะวิวรรธน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบลนเดต้า จำกัด กล่าวว่า เนื่องจากประเทศไทยยังคงขาดแคลนบุคลากรที่มีความชำนาญในการพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง และการนำข้อมูลขนาดใหญ่ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่องค์กรและธุรกิจอาจยังมีข้อจำกัด การร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในการยกระดับเทคโนโลยีด้าน Big Data และ AI คือหนึ่งในภารกิจและเป้าหมายการสร้าง Ecosystem ของ Blendata เพื่อขยายรากฐานที่แข็งแกร่ง ผ่านการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์อย่างเต็มที่จากภาคธุรกิจ Blendata ได้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือเดินหน้าสร้างบุคลากรและนวัตกรรมด้าน Big Data และ AI ร่วมกับธรรมศาสตร์ ด้วยการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์จริงจากภาคธุรกิจ โดยให้นักศึกษามีโอกาสได้รับประสบการณ์จริงผ่านการทำวิทยานิพนธ์และการวิจัย การบรรยายพิเศษ การฝึกงานและการเข้าทำงาน รวมถึงสนับสนุนการจัดกิจกรรมและทุนการศึกษา และสร้างโอกาสแรงงานคุณภาพออกไปตอบโจทย์ความต้องการของตลาด

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.สุเพชร จิรขจรกุล คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า เทคโนโลยีด้านข้อมูลมหัตหรือบิ๊กเดต้า (Big data) เป็นเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการจัดการข้อมูลยุคปัจจุบัน ซึ่งมีปริมาณมหาศาลและอยู่ในหลากหลายรูปแบบ เช่น การวิเคราะห์และจัดแสดง Geospatial data เพื่อสนับสนุนการวางแผนป้องกันและรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ เป็นต้น และ Blendata เป็นบริษัท ผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้าน Big Data และ AI เทคโนโลยีสัญชาติไทยที่พัฒนาโดยคนไทย 100% โดยคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและประสบการณ์ทำงานร่วมกับอุตสาหกรรมของ Blendata จะสามารถยกระดับบุคลากรของไทยให้มีความสามารถทัดเทียมกับระดับนานาชาติได้

สหพัฒน์ มอบทุนการศึกษาปีที่ 10 บุตร-ธิดาพนักงานขาดแคลนทุนทรัพย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763186

สหพัฒน์ มอบทุนการศึกษาปีที่ 10  บุตร-ธิดาพนักงานขาดแคลนทุนทรัพย์

สหพัฒน์ มอบทุนการศึกษาปีที่ 10 บุตร-ธิดาพนักงานขาดแคลนทุนทรัพย์

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาภายใต้ “โครงการสนับสนุนทุนการศึกษา บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน)” โครงการส่งเสริมการศึกษาของเยาวชนไทย โดยสนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่ บุตร-ธิดาของพนักงานบริษัทฯ และบริษัทในเครือ ที่กำลังศึกษาเล่าเรียนแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ปี 2566 นับเป็นครั้งที่ 10 ที่มีการมอบทุนให้กับนักเรียนระดับอนุบาล ไปจนถึงระดับอุดมศึกษา จำนวน 284 ทุน แบ่งเป็นระดับชั้นอนุบาล ถึง ระดับชั้นประถมศึกษา จำนวน 128 ทุน ระดับมัธยมศึกษา จำนวน 100 ทุน และระดับอุดมศึกษา จำนวน 56 ทุน

“ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาในครั้งนี้ ขอให้ทุกคนนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการศึกษาอย่างแท้จริงอีกสิ่งหนึ่งนอกจากการศึกษาที่เราต้องสนับสนุนเยาวชนไทยแล้ว ความซื่อสัตย์ก็เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน อยากฝากให้คุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครอง ร่วมปลูกฝังความซื่อสัตย์ให้กับเด็กๆ และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับพวกเขา ซึ่งความซื่อสัตย์นั้นไม่ได้ทำเพื่อแค่ตนเอง แต่เพื่อประเทศชาติของเราในอนาคต” นายบุญชัย กล่าว

ประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 25

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763187

ประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 25

ประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 25

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สถาบันพระปกเกล้า ขอเชิญเข้าร่วมการประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 25 หัวข้อ “เสริมพลังประชาธิปไตย : บทบาทของซอฟต์พาวเวอร์กับการมีส่วนร่วมของพลเมือง” (Revitalizing Democracy: Roles of Soft Power and Citizen Engagement) วันที่ 3-4 พฤศจิกายน 2566 ในรูปแบบออนไลน์ ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ทางเว็บไซต์สถาบันพระปกเกล้า https://www.kpi.ac.th/news/news/data/1974

ม.อ. ผลักดันภูเก็ตและกลุ่มอันดามัน เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763201

ม.อ. ผลักดันภูเก็ตและกลุ่มอันดามัน  เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโลก

ม.อ. ผลักดันภูเก็ตและกลุ่มอันดามัน เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโลก

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดร.พันธ์ ทองชุมนุม รองอธิการบดี วิทยาเขตภูเก็ต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดเผยว่า จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของรัฐบาลชุดใหม่ ที่กำหนดกรอบการพัฒนาการท่องเที่ยวภาคใต้ ผ่านแนวทางการสร้างเมืองท่องเที่ยวระดับโลกเวอร์ชั่นสมบูรณ์ในจังหวัดภูเก็ต และฝั่งอันดามันนั้น ม.อ. ได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้ร่วมวางแผนขับเคลื่อนการท่องเที่ยวให้จังหวัดภูเก็ตและพื้นที่กลุ่มจังหวัดอันดามัน เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ตอบโจทย์การท่องเที่ยวมูลค่า และได้นำเสนอแผนอย่างเป็นรูปธรรม และนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีในช่วงที่มีการลงพื้นที่ภาคใต้ เมื่อ ส.ค. ที่ผ่านมา

สำหรับยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในพื้นที่ภูเก็ตและอันดามัน ม.อ. จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการท่องเที่ยวมูลค่าสูง ผ่านการดำเนินงานโครงการจัดตั้งศูนย์สุขภาพนานาชาติอันดามัน โดยร่วมผลักดันการท่องเที่ยวมูลค่าสูงให้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านการสานต่อภูมิปัญญาของคนไทย การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและอาหาร พร้อมผลักดันให้เป็นเมืองการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) และก้าวสู่เมดิคัลฮับ (Medical Hub) ศูนย์กลางบริการเพื่อส่งเสริมสุขภาพ (Wellness) ของประเทศไทยและของภูมิภาค ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจของพื้นที่ดังกล่าวมีรายได้ที่หลากหลาย ลดการพึ่งพารายได้หลักจากการท่องเที่ยวแบบเดิมๆ เพียงอย่างเดียว เหมือนในอดีตที่ผ่านมา

รศ.ดร.พันธ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ขณะเดียวกันจะมุ่งสนับสนุนให้ภูเก็ตก้าวไปสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะหรือ Smart City โดยได้นำระบบบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่หรือ Big Data ทั้งของทางภาครัฐและภาคเอกชนมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนและตัดสินใจในเชิงการบริหารจัดการเมืองให้มีประสิทธิภาพ พร้อมกับการสนับสนุนความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ ตลอดจนวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Infrastructure) ให้มีความเหมาะสมกับเมือง เช่น ระบบจราจร การจัดการระบบบริหารแพลตฟอร์มต่างๆ การจัดการบริหารขยะและคุณภาพของอากาศ และการดูแลรักษาผู้ป่วยทางไกล หรือ Telemedicine

มจธ. ร่วมมือภาคอุตสาหกรรม จัดกิจกรรมยกระดับทักษะคนวัยทำงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763199

มจธ. ร่วมมือภาคอุตสาหกรรม  จัดกิจกรรมยกระดับทักษะคนวัยทำงาน

มจธ. ร่วมมือภาคอุตสาหกรรม จัดกิจกรรมยกระดับทักษะคนวัยทำงาน

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) โดยศูนย์การศึกษาต่อเนื่อง สำนักวิจัยและบริการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดกิจกรรม KMUTT’s University & Industry Networking “People & Technology for Smart Manufacturing and Business Sustainability” ภายใต้แผนงานโครงการพลิกโฉมระบบอุดมศึกษาของประเทศไทย (Reinventing University System)

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและภาคอุตสาหกรรม ยกระดับทักษะกำลังคนวัยทำงาน และเป็นการขยายผลโมเดลความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคธุรกิจอุตสาหกรรม สู่บุคลากรที่เกี่ยวข้อง และเป็นการเพิ่มโอกาสในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ โดยมี รศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดี มจธ. เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บุคลากร มจธ. และหน่วยงานพันธมิตรภาคเอกชน เข้าร่วมงานจัดขึ้น ณ โรงแรมโมริโนะ ศรีราชา จ.ชลบุรี

นักวิจัยจุฬาฯ สร้างนวัตกรรมใหม่ ชุดตรวจไวรัสตับอักเสบบีแบบไร้สาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763203

นักวิจัยจุฬาฯ สร้างนวัตกรรมใหม่  ชุดตรวจไวรัสตับอักเสบบีแบบไร้สาย

นักวิจัยจุฬาฯ สร้างนวัตกรรมใหม่ ชุดตรวจไวรัสตับอักเสบบีแบบไร้สาย

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กลุ่มนักวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์พิสิฐ ตั้งกิจวานิชย์ และ อาจารย์ ดร.ณัฐธยาน์ ช่วยเพ็ญ คณะแพทยศาสตร์ ร่วมกับศาสตราจารย์ ดร.อรวรรณ ชัยลภากุล และ ดร.ปฤญจพร ทีงาม ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ ร่วมกันพัฒนาชุดตรวจวัดไวรัสตับอักเสบบีแบบไร้สาย ณ จุดดูแลผู้ป่วย (Wireless Point-of-Care Testing for Hepatitis B Virus infection)เพื่อช่วยในการตรวจคัดกรองหาเชื้อ วินิจฉัยโรคไวรัสตับอักเสบบีให้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมเก็บข้อมูลขึ้นฐานข้อมูลออนไลน์ รวดเร็ว ครบ จบในขั้นตอนเดียว ตั้งเป้าผลิตเชิงอุตสาหกรรมเพื่อนำไปใช้ตรวจได้ทั่วประเทศ

ในปัจจุบัน การตรวจหาโปรตีนไวรัสตับอักเสบบี ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของบุคลากร และใช้เครื่องตรวจขนาดใหญ่แบบ machine-based assays มักมีอยู่ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่และมีราคาแพง ชุดตรวจวัดไวรัสตับอักเสบบีแบบไร้สายฯ เป็นชุดตรวจวัดสารทางชีวภาพด้วยเทคนิคทางเคมีไฟฟ้า(electrochemical biosensors) ที่เรียกว่าแอมเพอโรเมตริก(amperometric detection) สำหรับขั้นตอนการตรวจคัดกรองโรคจะใช้ “ตัวอย่างเลือด” ปริมาณซีรัม (serum) เพียง 2 ไมโครลิตร มาหยดและบ่มบนขั้วไฟฟ้าจากนั้นล้างด้วยน้ำยา wash buffer และรอให้แห้ง ใช้เวลาเพียงไม่เกิน 10 นาที ก็สามารถให้ผลการวิเคราะห์โดยจะสังเกตเห็นกระแสไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไปได้

หลักการ คือหากมีเชื้อไวรัสหรือ antigen อยู่ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้า ซึ่งค่าของกระแสไฟฟ้าที่วัดได้ สามารถอ้างอิงถึงปริมาณของเชื้อที่มีอยู่คร่าวๆ
(semi-quantitative) อธิบายง่ายๆ ชุดตรวจนี้ นอกจากบอกได้ว่าเจอหรือไม่เจอเชื้อแล้ว ยังบอกปริมาณคร่าวๆ ของเชื้อที่พบได้ด้วย ถ้ากระแสไฟฟ้าน้อยคือเชื้อเยอะ กระแสไฟฟ้าเยอะคือเชื้อน้อย ใช้เวลาไม่นานก็ทราบผลและข้อมูลต่างๆ และสามารถอัปโหลดขึ้นระบบออนไลน์ได้ทันทีแบบ real time และมีความจำเพาะเจาะจงของข้อมูลได้ว่าเป็นผลตรวจของใคร ซึ่งสำหรับโรคไวรัสตับอักเสบบี การระบุว่าใครเป็นหรือไม่เป็น ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ เนื่องจากเป็นโรคที่ใช้ระยะเวลานานในการรักษา

การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ปัจจุบันงานวิจัยอยู่ในเฟส 2 คือขั้นตอนของการเก็บข้อมูลเพื่อลงพื้นที่ รวมถึงการเก็บข้อมูลการใช้งาน และทำ clinical trial หรือการทดสอบทางคลินิกตาม ม.27 ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในการผ่อนผันการทำวิจัย และยื่นขอ อย. ก่อนที่จะผลิตในลักษณะ commercialized kit หรือผลิตภัณฑ์ที่พร้อมวางจำหน่ายในเฟสต่อไป

สกสว.หารือรมว.กระทรวงยุติธรรม มุ่งพัฒนาโจทย์วิจัย หนุนขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรมของประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763274

สกสว.หารือรมว.กระทรวงยุติธรรม มุ่งพัฒนาโจทย์วิจัย หนุนขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรมของประเทศ

สกสว.หารือรมว.กระทรวงยุติธรรม มุ่งพัฒนาโจทย์วิจัย หนุนขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรมของประเทศ

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 19.19 น.

สกสว. หารือ รมว.กระทรวงยุติธรรม มุ่งพัฒนาโจทย์วิจัย สนับสนุนการขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรมของประเทศ

รศ. ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) พร้อมด้วย ผศ. ดร.แพร ศิริศักดิ์ดำเกิง ผู้ทรงคุณวุฒิ สกสว. 
รศ. ดร.นิรมล สุธรรมกิจ ผู้ทรงคุณวุฒิ สกสว. เข้าพบ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อแสดงความยินดีพร้อมแนะนำถึงการดำเนินงานของกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) เพื่อหารือถึงแนวทางการบูรณาการขับเคลื่อนการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรม มาช่วยในการส่งเสริมและสนับสนุนด้านกระบวนการยุติธรรมของประเทศ สู่เป้าหมายให้ประชาชนได้รับความยุติธรรมอย่างเท่าเทียม ระบบราชการมีธรรมาภิบาล ลดปัญหาคอร์รัปชันและความรุนแรง

รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงนโยบายสำคัญของ รมว.ยุติธรรม สภาพปัญหา ข้อเท็จจริง และข้อท้าทายของงานยุติธรรมในปัจจุบัน รวมถึงเน้นย้ำความตั้งใจในการพัฒนาศักยภาพบุคลากร และเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายบนพื้นฐานของหลักนิติธรรม หลักสิทธิมนุษยชน การเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเสมอภาค และการบังคับใช้กฎหมายแบบไม่เลือกปฏิบัติ ตลอดจนการเร่งสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม โดยการนำความยุติธรรมเข้าหาประชาชน พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญในการนำงานวิจัยมาใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาการดำเนินงานของกระทรวงในมิติต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ได้มีการหารือถึงประเด็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงยุติธรรม และกองทุน ววน. โดยเฉพาะแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ พ.ศ. 2566 – 2570 ที่เกี่ยวกับด้านยุติธรรม อาทิ แผนงาน P12 (S2) พัฒนานโยบายและต้นแบบสำหรับสังคมคุณธรรม การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน และการเสริมสร้างธรรมาภิบาล และ P14 (S2) พัฒนานโยบายและต้นแบบเพื่อสร้างสังคมไทยไร้ความรุนแรง ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งสวัสดิภาพสาธารณะสำหรับหน่วยงานในกระทรวงการยุติธรรม ที่ได้รับการจัดสรรทุนจากกองทุน ววน. ที่ผ่านมานั้น ประกอบด้วย 5 หน่วยงาน คือ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ สำนักงานกิจการยุติธรรม และกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน พร้อมทั้งมีสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ที่เป็นหน่วยบริหารและจัดการทุน (PMU) ดูแลแผนงานวิจัยด้านยุติธรรม อีกด้วย

ทั้งนี้ ในที่ประชุมมีความเห็นว่าทั้ง 2 หน่วยงาน จะดำเนินงานร่วมกันใน 3 ประเด็น คือ การก้าวข้ามความขัดแย้งรุนแรง ด้วยแนวคิดความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน การแก้ปัญหายาเสพติดด้วยแนวคิดการลดอันตรายจากการใช้สารเสพติด การใช้กระบวนการยุติธรรมทางเลือก การแก้ไขปัญหาความไม่โปร่งใส ความไม่มีส่วนร่วมของประชาชน และการคอร์รัปชันในระบบยุติธรรม พร้อมหารือถึงแนวทางการนำทฤษฎีจากงานวิจัยไปสู่การปฏิบัติจริง ด้วยการนำข้อค้นพบและข้อเสนอไปใช้ และการลดความซ้ำซ้อนในการลงทุนด้านงานวิจัยที่อาจเกิดขึ้นระหว่างหน่วยงานให้ทุน  

“สกสว. เป็นหน่วยงานบริหารจัดการกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) มีหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุน และขับเคลื่อนระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศในทุกด้าน เพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืน”

‘เปิดพื้นที่เรียนรู้’ ตอบโจทย์ชีวิตเยาวชนแรงงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763273

'เปิดพื้นที่เรียนรู้' ตอบโจทย์ชีวิตเยาวชนแรงงาน

‘เปิดพื้นที่เรียนรู้’ ตอบโจทย์ชีวิตเยาวชนแรงงาน

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 19.16 น.

“กสศ.” ส่งต่อ “สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 30 ปราจีนบุรี” เปิดพื้นที่เรียนรู้พัฒนาทักษะอาชีพตอบโจทย์ชีวิตเยาวชนแรงงานที่หยุดงานในวันอาทิตย์ พร้อมอัดฉีดแจกเครื่องมือทำมาหากินหัวละ 4 พันบาท จุดประกายเป็นนายตัวเองตั้งต้นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้หลังเลิกงานหรือได้ต่อยอดอาชีพอิสระที่ทำอยู่แล้วช่วยบรรเทาปัญหาปากท้อง 

เมื่อวันที่ 16 ต.ค.66 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ โครงการพัฒนาการเรียนรู้เยาวชนนอกระบบการศึกษา ปี 2566 สนับสนุนภาคีเครือข่าย “สหภาพแรงงานปราจีนบุรี” จัดกิจกรรมค้นหาศักยภาพและความต้องการเยาวชนแรงงานนอกระบบการศึกษา อายุระหว่าง 15 – 24 ปีจำนวน 50 คน เพื่อจุดประกายให้มี “ทักษะอาชีพเสริม” บรรเทาปัญหาปากท้องที่ยึดโยง “อาชีพ” และ “รายได้” แก่เยาวชนแรงงานที่ทำงานในโรงงาน หรือ บุตรหลานผู้ใช้แรงงานที่อาศัยอยู่ในชุมชนโดยรอบเขตนิคมอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี  

นายจีรศักดิ์ เตียวตระกูล นักวิชาการพัฒนาฝีมือแรงงานชำนาญการ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 30 ปราจีนบุรี กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวบรรยายในหัวข้อ “ทักษะอาชีพเสริม ช่วยบรรเทาปัญหาเศรษฐกิจเปราะบางและการจ้างงานในอนาคตได้อย่างไร” ว่าสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานพร้อมปรับรูปแบบการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานจากเดิม “ยึดติดกับสถานที่” กลุ่มเป้าหมายต้องมาฝึกอบรมที่สำนักงานของสถาบันฯ ปัจจุบันเปลี่ยนไปเป็นสามารถ “เปิดพื้นที่เรียนรู้” ด้วยการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญไปจัดฝึกอบรมนอกสถานที่ได้ เพื่อตอบโจทย์ชีวิตเยาวชนนอกระบบการศึกษาที่หยุดงานในวันอาทิตย์ เพราะต้องทำงานในโรงงานตั้งแต่วันจันทร์ – เสาร์ จึงไม่สามารถไปเรียนรู้ตามเวลาราชการได้เพราะต้องทำงานหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว  

ทั้งนี้ ปีงบประมาณ 2567 เตรียมจัดโครงการพัฒนาทักษะเฉพาะของแรงงานอิสระยุค 4.0 (Gig Worker) อาทิ  ซ่อมมอเตอร์ไซด์ , ขายของออนไลน์ , อาหารเครื่องดื่มเบเกอรี่ หรือ  เสริมสวยทำเล็บเจล เป็นอาชีพเสริมที่น้อง ๆ เยาวชนนอกระบบการศึกษาในโครงการ กสศ. ให้ความสนใจ สามารถเข้าร่วมกิจกรรมนอกสถานที่ เช่น สำนักงานสหภาพแรงงานซันโยแห่งประเทศไทย , สำนักงานสหภาพแรงงานฮิตาชิแห่งประเทศไทย หรือ สถานที่ใดก็ได้เพื่ออำนวยความสะดวกเยาวชนแรงงานนอกระบบการศึกษา 

สำหรับหลักสูตรดังกล่าว มีเงื่อนไขต้องรวมกลุ่มกันให้ได้ตามที่กำหนด ต้องเข้าฝึกอบรมจำนวน 30 ชั่วโมงเพื่อให้ได้รับใบประกาศนียบัตร  และ ที่สำคัญโครงการดังกล่าวสามารถจัดรายการเครื่องมือพื้นฐานชุดการฝึก หรือ เครื่องมือทํามาหากินให้ด้วย โดยจะสนับสนุนถัวเฉลี่ยหัวละไม่เกิน 4 พันบาท เพื่อเป็นทุนประเดิมในการตั้งต้นประกอบอาชีพเสริม ตัวอย่างเช่น  เครื่องเป่าลม ชุดไขควง ชุดประแจ อุปกรณ์อาชีพซ่อมมอเตอร์ไซด์ , สมาร์ทโฟน อุปกรณ์อาชีพขายของออนไลน์ หรือ เตาอบไฟฟ้า อุปกรณ์อาชีพขนมอบ เป็นต้น 

นายภิเศรษฐ์  ป้องคำศรี อดีตประธานสหภาพแรงงานซันโยแห่งประเทศไทย หนึ่งในทีมพี่เลี้ยงที่ค้นหากลุ่มเป้าหมายที่เป็นเยาวชนนอกระบบการศึกษาเข้าร่วมโครงการ กสศ.มีกลุ่มน้อง ๆ ที่อยากมีทักษะซ่อมมอเตอร์ไซด์ , ขายของออนไลน์ หรือ อาหารและเครื่องดื่ม จะพยายามหนุนเสริมน้อง ๆ ได้รวมกลุ่มกันให้เหนียวแน่นเพื่อให้ได้เข้าโครงการของสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 30 ปราจีนบุรี เพราะน้อง ๆ กลุ่มนี้พอมีทักษะช่างหรือนักธุรกิจเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว หากได้เรียนรู้ทักษะเพิ่มและมีอุปกรณ์ทำมาหากิน อาจนำไปสู่อาชีพหลักได้ในอนาคต ปรับตัวกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต เพราะปัจจุบันเริ่มเห็นแนวโน้มการจ้างแรงงานข้ามชาติมาแทนแรงงานไทยและการใช้ Automation มากขึ้นในบางภาคอุตสาหกรรม 

‘แบตฯลิเทียมไอออนจากแกลบ-ขยะโซลาร์เซลล์’ ผลงาน‘มข.’คว้ารางวัลนวัตกรรมแห่งชาติปี2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763024

‘แบตฯลิเทียมไอออนจากแกลบ-ขยะโซลาร์เซลล์’ ผลงาน‘มข.’คว้ารางวัลนวัตกรรมแห่งชาติปี2566

‘แบตฯลิเทียมไอออนจากแกลบ-ขยะโซลาร์เซลล์’ ผลงาน‘มข.’คว้ารางวัลนวัตกรรมแห่งชาติปี2566

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

งานวิจัยจาก มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) คว้ารางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2566 ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ประเภทหน่วยงานภาครัฐ จากผลงงาน “แบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออนจากแกลบและขยะโซลาร์เซลล์” จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) พร้อมจัดพิธีมอบรางวัล เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2566 ที่ผ่านมา ณ รอยัลพารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน กรุงเทพฯ

รศ.ดร.นงลักษณ์ มีทอง ประธานหลักสูตรวิทยาศาสตร์แบตเตอรี่และพลังงานใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า แบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออนจากแกลบและขยะโซลาร์เซลล์ เป็นการนำแกลบและขยะโซลาร์เซลล์มาผลิตเป็นวัสดุที่ชื่อว่า “นาโนซิลิกอน” ซึ่งสามารถใช้เป็นขั้วไฟฟ้าในแบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออนได้ รวมถึงแบตเตอรี่ชนิดอื่นๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศ

“เซลล์แบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออนที่ผลิตได้มีความจุไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 15% ทำให้ยานยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ชนิดนี้มีระยะการขับเคลื่อนได้ไกลขึ้นมีความปลอดภัยสูงขึ้น และรองรับการชาร์จเร็วกว่าเดิม 4 เท่า ส่งผลให้เกิดการนำเอาสิ่งของที่มีอยู่ภายในประเทศมาใช้ในการผลิตแบตเตอรี่เพื่อยานยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงาน”รศ.ดร.นงลักษณ์ กล่าว

รศ.ดร.นงลักษณ์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้แบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออนจากแกลบและขยะโซลาร์เซลล์ ยังช่วยลดการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นการผลักดันให้เกิดห่วงโซ่คุณค่า ของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่สมัยใหม่ได้อย่างครบวงจร ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแกลบและขยะโซลาร์เซลล์ ซึ่งเป็นของที่มีมูลค่าต่ำให้มีมูลค่าสูงขึ้น

โดยที่มูลค่าเหล่านั้นจะต้องสามารถสร้างประโยชน์และสร้างรายได้เพิ่มให้กับชาวนา จากการเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบให้กับอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ รวมถึงสามารถลดการทำเหมืองในรูปแบบเดิม ลดผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม และหยุดการฝังกลบแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งจะนำไปสู่การรีไซเคิลขยะโซลาร์เซลล์ที่เหมาะสม และสามารถใช้พลังงานสะอาดได้อย่างยั่งยืน

สำหรับพิธีมอบรางวัล ในงาน “วันนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2566” จัดขึ้นเพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติแก่คนไทยที่ริเริ่มสร้างสรรค์ผลงานอันเป็นนวัตกรรมที่โดดเด่น และเกิดคุณค่าที่ชัดเจนต่อประเทศชาติในหลากหลายด้านหรือหน่วยงานองค์กรที่มีการบริหารจัดการโดยใช้ความรู้ เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์มาประยุกต์ใช้

เพื่อให้เกิดการสร้างคุณค่าทั้งในเชิงพาณิชย์และเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรตั้งแต่ระดับยุทธศาสตร์ หรือกระบวนการ ไปจนถึงระดับโครงสร้าง ส่งเสริมให้เกิดการตื่นตัวด้านนวัตกรรมขึ้นในทุกภาคส่วนของสังคมไทย สร้างให้เกิดความภาคภูมิใจในศักยภาพนวัตกรรมจากฝีมือคนไทย และสร้างให้เกิดภาพลักษณ์สู่การเป็นประเทศแห่งนวัตกรรม