กยศ.ตอบชัดเจน! ผู้กู้ 2,443 ราย ที่ขาดคุณสมบัติไม่สามารถให้กู้ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778636

กยศ.ตอบชัดเจน! ผู้กู้ 2,443 ราย ที่ขาดคุณสมบัติไม่สามารถให้กู้ได้

กยศ.ตอบชัดเจน! ผู้กู้ 2,443 ราย ที่ขาดคุณสมบัติไม่สามารถให้กู้ได้

วันพุธ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2567, 17.27 น.

กยศ.ตอบชัดเจน ผู้กู้ 2,443 ราย ที่ขาดคุณสมบัติไม่สามารถให้กู้ได้ ส่วนรายที่อนุมัติและทำสัญญาแล้วจะได้รับเงินภายใน 7 วัน

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ยืนยันชัดเจนอีกครั้งว่า ผู้กู้ที่มีคุณสมบัติไม่สอดคล้องตามเกณฑ์จะไม่สามารถกู้ได้ ส่วนผู้กู้รายใดที่ได้รับอนุมัติแล้ว เมื่อผู้กู้ลงนามและทำสัญญาเสร็จเรียบร้อย จะได้รับเงินกู้ภายใน 7 วัน โดยสัปดาห์หน้า กยศ.จะลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบว่าสถานศึกษามีการจัดการเรียนการสอนจริงหรือไม่ เนื่องจากมีผลต่อการอนุมัติเงินกู้

เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2567 นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กล่าวว่า จากกรณีข่าวนักศึกษาจากสถานศึกษาแห่งหนึ่ง สอบถามเรื่องการอนุมัติเงินกู้ของผู้กู้ยืมจำนวน 2,178 ราย นั้น ขอยืนยันว่า มีผู้กู้ยืมจำนวน 2,443 ราย เป็นผู้มีงานทำแล้ว ทำให้ขาดคุณสมบัติและไม่สามารถให้กู้ได้ สำหรับรายอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนกองทุนฯได้อนุมัติเรียบร้อยทุกรายแล้ว ทั้งนี้ ผู้กู้ยืมที่ได้รับการอนุมัติ เมื่อลงนามและทำสัญญาเรียบร้อยจะได้รับเงินภายใน 7 วัน โดยสัปดาห์หน้า ทาง กยศ.จะลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบว่าทางสถานศึกษามีการจัดการเรียนการสอนถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ เนื่องจากมีผลต่อการอนุมัติเงินกู้

“ทั้งนี้ กองทุนฯ เป็นหน่วยงานที่ให้โอกาสทางการศึกษาแก่นักเรียนและนักศึกษาที่ขาดแคลน ขอให้มั่นใจได้ว่าหากนักศึกษารายใดอยากเรียนต้องได้เรียน และขอยืนยันอีกครั้งว่าขณะนี้ไม่มีผู้กู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนค้างรออยู่ในระบบแล้ว” ผู้จัดการกองทุนฯ กล่าว

‘ผอ.ฟ้า’รวมพิธีสวดมนต์ข้ามปีเสริมดวงชะตาต้อนรับปี2567 ปชช.แห่ร่วมงานแน่นวัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778609

‘ผอ.ฟ้า’รวมพิธีสวดมนต์ข้ามปีเสริมดวงชะตาต้อนรับปี2567 ปชช.แห่ร่วมงานแน่นวัด

‘ผอ.ฟ้า’รวมพิธีสวดมนต์ข้ามปีเสริมดวงชะตาต้อนรับปี2567 ปชช.แห่ร่วมงานแน่นวัด

วันพุธ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2567, 16.03 น.

‘ผอ.ฟ้า’รวมพิธีสวดมนต์ข้ามปีเสริมดวงชะตาต้อนรับปี2567 ปชช.แห่ร่วมงานแน่นวัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.66 พุทธศาสนิกชนจำนวนมากได้เดินทางมาร่วมกิจกรรม “สวดมนต์ข้ามปี เสริมสิริมงคล ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับศักราชใหม่ 2567” ที่บริเวณมณฑลพิธีศักดิ์สิทธิ์ หน้าองค์หลวงพ่อโต วัดอินทรวิหารพระอารามหลวง โดยมีพระโสภณธรรมวงศ์ (เจ้าคุณน้อย) เจ้าคณะแขวงสามพระยา เจ้าอาวาสวัดอินทรวิหาร กทม. เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

โดยเวลา 19.30 น.จะเป็นพิธีการปาฐกถาธรรมพิเศษ มอบหลักธรรมนำทางเป็นแสงสว่างในการดำเนินชีวิต ส่วนพิธีการสวดมนต์ข้ามปีจะเริ่มขึ้นในเวลา 22.00 น.โดยมีประชาชนทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางมาร่วมพิธีกันอย่างเนืองแน่นที่บริเวณมณฑลพิธีศักดิ์สิทธิ์ หน้าองค์หลวงพ่อโต ที่จัดทำไว้ในการทำพิธีสวดมนต์ข้ามปี โดยทางวัดได้มีการจัดเตรียมหนังสือสวดมนต์ข้ามปีให้กับประชาชนที่มาร่วมในในครั้งนี้ด้วย

น.ส.พรทิพา สุพัฒนุกูล หรือ ผอ.ฟ้า ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ฟ้าให้ทีวี ได้ถวายปัจจัยให้กับทางวัด เป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท โดยกล่าวว่า วันนี้รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ได้มาร่วมพิธีในคืนนี้ บรรยากาศธรรมะสวดมนต์ข้ามปี รับสิ่งดีๆในวันปีใหม่ พิธีสวดมนต์ข้ามปีในปีนี้จะเป็นกิจกรรมสำคัญพี่น้องที่ประชาชนได้ร่วมก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ด้วยความเป็นสิริมงคล ลดความเสี่ยงจากอบายมุขและอุบัติเหตุในเทศกาลปีใหม่ ถือเป็นการทำบุญใหญ่ให้กับชีวิตทั้งทางกาย ทางจิตและทางปัญญา ส่งท้ายปีเก่าด้วยธรรมะ ต้อนรับปีใหม่ด้วยศีล  เริ่มต้นชีวิตด้วยสิ่งที่เป็นสิริมงคลอันจะส่งผลให้ได้พบสิ่งที่เป็นมงคลตลอดทั้งปี รวมทั้งส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยที่เป็นเมืองพระพุทธศาสนาและมีประเพณีวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับศาสนาที่ควรค่าแก่การสืบทอดอย่างต่อเนื่องให้เกิดความเข้มแข็งอย่างมั่นคงและยั่งยืนสืบต่อไป

ปตท.สผ.อีดี มอบทุนการศึกษา บุตรหลานชาวประมงในพื้นที่ภาคใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778474

ปตท.สผ.อีดี มอบทุนการศึกษา  บุตรหลานชาวประมงในพื้นที่ภาคใต้

ปตท.สผ.อีดี มอบทุนการศึกษา บุตรหลานชาวประมงในพื้นที่ภาคใต้

วันพุธ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ปตท.สผ.อีดี มอบทุนการศึกษาแก่บุตรหลานชาวประมง 44 สมาคมในพื้นที่ภาคใต้ และโรงเรียน 11 แห่งรอบฐานสนับสนุนการพัฒนาปิโตรเลียมสงขลา รวมทั้งบุตรหลาน เจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการในพื้นที่ เพื่อส่งเสริมด้านการศึกษาในพื้นที่ปฏิบัติการ

นายธิติ ปรียาณุรักษ์ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายฐานสนับสนุนการพัฒนาปิโตรเลียม บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า ฐานสนับสนุนฐานพัฒนาปิโตรเลียม สงขลา ได้นำงบประมาณจากบริษัท ปตท.สผ.เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด หรือ ปตท.สผ.อีดี ในฐานะผู้ดำเนินโครงการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่ทะเลอ่าวไทย มาจัดทำโครงการมอบทุนการศึกษา ปตท.สผ.อีดี เพื่อสนับสนุนส่งเสริมและเพิ่มโอกาสทางการศึกษา สร้างขวัญกำลังใจให้แก่บุตรหลานชาวประมงและเยาวชนและช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครองในพื้นที่ปฏิบัติการ โดยได้มอบทุนการศึกษาแก่สมาคมประมงพาณิชย์ในพื้นที่ปฏิบัติการ สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย โรงเรียนและชุมชน ตลอดจนหน่วยงานราชการในพื้นที่รอบฐานสนับสนุนการพัฒนาปิโตรเลียมจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นฐานส่งกำลังบำรุงหลักในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่ทะเลอ่าวไทยอย่างต่อเนื่อง

ในปี พ.ศ. 2566 นี้ ได้ส่งมอบทุนการศึกษาผ่านสมาคมประมงในพื้นที่ปฏิบัติการโครงการ จี1 (G1/61) และโครงการจี 2 (G2/61) รวม 44 สมาคมเพื่อนำไปจัดสรรมอบแก่นักเรียนในครอบครัวของสมาชิกสมาคมฯรวมทั้งสิ้น 1.6 ล้านบาท นอกจากนั้นยังได้มอบทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีแก่ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เพื่อส่งมอบแก่บุตรหลานชาวประมงที่ศึกษาต่อระดับปริญญาตรี จำนวน 400,000 บาท และทุนการศึกษาสำหรับมหาวิทยาลัยอื่นๆ จำนวน 400,000 บาท โดยหน่วยงานที่ได้รับมอบทุนและมหาวิทยาลัยต่างๆ มีอิสระในการพิจารณาบริหารจัดการจำนวนนักศึกษาที่จะได้รับทุนตามความเหมาะสม

สำหรับโรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่ปฏิบัติการ ปตท.สผ.อีดี ได้มอบทุนการศึกษารวมจำนวน 812,000 บาท แก่โรงเรียน 11 แห่ง ในพื้นที่อำเภอสิงหนครได้แก่ โรงเรียนวัดเปรมศรัทธา โรงเรียนบ้านเขาแดง โรงเรียนวัดสถิตชลธารโรงเรียนวัดโลกา โรงเรียนวัดธรรมโฆษณ์ โรงเรียนวัดบ่อทรัพย์ โรงเรียนบ้านหัวเขา โรงเรียนวัดบ่อปาบ โรงเรียนวัดตาหลวงคง โรงเรียนสงขลาวิทยาคม และโรงเรียนเทศบาลเมืองสิงหนคร 1 (บ้านยางงาม) รวมทั้งชุมชน 3 แห่ง รอบฐานสนับสนุนการพัฒนาปิโตรเลียม สงขลา ได้แก่ ชุมชนบ้านทะเลนอก หมู่ 1 ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ชุมชนบ้านนอกป่า-สภ.สิงหนคร หมู่ 5 ตำบลสทิงหม้อ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา และชุมชนบ้านหน้าเมือง หมู่ 6 ตำบลสทิงหม้อ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา

นอกจากนั้น ยังได้มอบทุนการศึกษาสำหรับบุตรหลานข้าราชการทหารเรือ สังกัดทัพเรือภาคที่ 2 และฐานทัพเรือสงขลา ข้าราชการอำเภอสิงหนคร เทศบาลเมืองสิงหนคร สถานีตำรวจภูธรสิงหนคร และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลาด้วย

สอวช. คว้า 5 รางวัลในปี 2566 เดินหน้าสู่องค์กรเล็กพริกขี้หนู

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778476

สอวช. คว้า 5 รางวัลในปี 2566 เดินหน้าสู่องค์กรเล็กพริกขี้หนู

สอวช. คว้า 5 รางวัลในปี 2566 เดินหน้าสู่องค์กรเล็กพริกขี้หนู

วันพุธ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สำนักงานสภานโยบาย การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) หน่วยงานด้านนโยบายด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ได้รับ 5 รางวัลส่งท้ายปี 2566 พร้อมเดินหน้าพัฒนาองค์กรสู่การเป็นองค์กรเล็กพริกขี้หนู “ต้นแบบหน่วยงานรัฐขนาดเล็กที่เท่าทันการเปลี่ยนแปลงและตอบโจทย์ประเทศ”

รางวัลที่ได้รับ ได้แก่ 1.รางวัลเลิศรัฐประเภทบริการตอบโจทย์ตรงใจ ระดับดีเด่นประจำปี 2566 จากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) จากผลงาน “แพลตฟอร์มพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงตอบการลงทุนของภาคผลิตและบริการ” หรือ แพลตฟอร์ม STEMPlus ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มให้บริการขนาดใหญ่ที่รองรับการพัฒนากำลังคนตามความต้องการ รวบรวมหลักสูตรฝึกอบรมพัฒนากำลังคนพร้อมสิทธิประโยชน์ที่สถานประกอบการจะได้รับ ตอบโจทย์ตามความต้องการของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เน้นการส่งเสริมการปรับทักษะ ยกระดับทักษะ (Reskill Upskill) และจับคู่กำลังคนไปสู่การทำงานและการประกอบอาชีพ 2.รางวัล Compliance Award สำหรับหน่วยงานคุณภาพที่ได้รับการประเมินว่ามีการดำเนินการตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลครบถ้วน 3.ลำดับที่ 4 ของหน่วยงานประเภทองค์การมหาชน จากการประเมิน ITA โดย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 4.รางวัลรัฐบาลดิจิทัล ประจำปี 2566 (Digital Government Awards 2023) โดย สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. และ 5.รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จากหลักสูตรพัฒนานักนวัตกรรมการสื่อสารภาครัฐ COMMU MAX จัดโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

นอกจากนี้ ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการ สอวช. ยังได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ประจำปีการศึกษา 2565จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งมอบให้แก่บุคคลผู้ประสบผลสำเร็จยอดเยี่ยมในวิชาชีพ สาขาวิชาการจัดการความรู้และนวัตกรรมอีกด้วย ทั้งยังได้รับการยอมรับจากหน่วยงานต่างๆ ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่การเป็นองค์กรดิจิทัล โดยมีหน่วยงานให้ความสนใจเข้ามาศึกษาดูงานตลอดปี 2566 อาทิ สำนักเคเอกซ์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) (สทร.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) คณะผู้แทนจาก Jabatan Perkhidmatan Awam (JPA) จากประเทศมาเลเซีย รวมถึง สอวช. ยังได้ลงพื้นที่ไปให้ความรู้กับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวระบบสารสนเทศภายในสำนักงาน และแนวทางการนำพาองค์กรไปสู่การเป็น High Performance Organization ด้วย

สำหรับในปี 2567 ที่กำลังจะมาถึง สอวช. จะยังคงเดินหน้าดำเนินงานขับเคลื่อนนโยบาย อววน. เพื่อพัฒนาประเทศอย่างสุดกำลัง ภายใต้เจตนารมณ์ “เพราะทุกก้าวของประเทศสำคัญเราจึงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลลัพธ์ด้วยพลังจากนโยบาย อววน.” ไปพร้อมกับการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็น “หน่วยงานรัฐต้นแบบ” ที่สามารถทำงานตอบโจทย์ความต้องการของประเทศได้อย่างเท่าทันการเปลี่ยนแปลงและเต็มศักยภาพ

สจล.ร่วมมือเอกชนผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพ ปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778477

สจล.ร่วมมือเอกชนผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพ ปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม

สจล.ร่วมมือเอกชนผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพ ปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม

วันพุธ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) รศ. ดร.สุดาพรสาวม่วง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคเอ็มไอที ลาดกระบัง จำกัด นางสาวภัสชา อัยยปัญญากรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอออนโฮลดิ้ง จำกัด และ รศ. ดร.เกษมสร้อยทอง ผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยเกษตรอินทรีย์ยุคใหม่ สจล. ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการลงทุนในด้านธุรกิจปุ๋ยอินทรีย์ชีวพันธุ์และศัตรูพืช ในนาม “บริษัท เค-วัน ลาดกระบัง จำกัด” (K-ONE LADKRABANG COMPANY LIMITED)

บริษัท เค-วัน ลาดกระบังจำกัด จะเป็นทั้งผู้ผลิตและจัดจำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์ ที่มีเทคโนโลยีในการผสมชีวพันธุ์ สามารถทดแทนปุ๋ยเคมีได้อย่างมีประสิทธิภาพ และผสมผสานกับองค์ความรู้กระบวนการที่มาจากการวิจัยของนักวิจัยสถาบันวิจัยนวัตกรรมเกษตรอินทรีย์ยุคใหม่ สจล. ที่ได้มาตรฐานระดับสากล ซึ่งส่งผลให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม

ม.เกษตรศาสตร์มอบรางวัล บุคลากรสายวิชาการ ระดับดีเด่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778478

ม.เกษตรศาสตร์มอบรางวัล  บุคลากรสายวิชาการ ระดับดีเด่น

ม.เกษตรศาสตร์มอบรางวัล บุคลากรสายวิชาการ ระดับดีเด่น

วันพุธ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

รองศาสตราจารย์ ดร.เมธินี วงศ์วานิช รัมภกาภรณ์ อาจารย์ประจำภาควิชาอาชีวศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับคัดเลือกให้เป็นบุคลากรสายวิชาการ ระดับดีเด่น ด้านการบริการวิชาการ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประจำปี 2566 กลุ่มอายุงาน 15 ปี ขึ้นไป

รศ.ดร.เมธินี บุคลากรระดับดีเด่น ประจำปี 2566 กล่าวว่า โดยส่วนตัวแล้วจะใช้หลักธรรมะในการปฏิบัติงานตลอดระยะเวลาที่รับราชการซึ่งจะครบ 22 ปี ในปี 2567ที่จะถึงนี้ คือ หลักอิทธิบาท 4 ได้แก่ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา เริ่มจากการมีความรักในงานที่ทำ รักองค์กร สถาบัน คณะภาควิชา สาขาวิชา หากเรามีใจรักในงานที่ทำก็จะทำให้เรานั้นทำงานอย่างมีความสุข อันจะนำไปสู่หลักวิริยะ คือ ความพากเพียรมุ่งมั่น ตั้งใจ อดทนเข้มแข็งที่จะต่อสู้ฝ่าฟันต่อปัญหาหรืออุปสรรคต่างๆ ในงานได้ทำตัวเป็นน้ำครึ่งแก้วตลอดเวลา พร้อมที่จะเติมเต็มอยู่เสมอ สิ่งไหนที่เราไม่รู้ ก็หมั่นเรียนรู้จากผู้ที่มีประสบการณ์ ก็จะทำให้เราเกิดความรู้ใหม่ๆ เกิดสมาธิ เรียกว่า จิตตะ คือรับรู้ในสิ่งที่ตนเองกำลังกระทำด้วยความคิด จิตใจจดจ่อ ฝักใฝ่อยู่กับสิ่งนั้นอย่างตั้งใจ และหมั่นทบทวน ไตร่ตรอง ใช้สติปัญญาที่มีทบทวนอยู่เสมอ และเปิดรับความคิดเห็นจากคนรอบข้าง เพื่อนำมาพิจารณาใคร่ครวญเพื่อให้การงานนั้นประสบความสำเร็จ โดยใช้เหตุและผลไตร่ตรองใคร่ครวญเพื่อป้องกันปัญหาไม่เกิดขึ้นในหลักอิทธิบาท 4 ที่เรียกว่า วิมังสา นั่นเอง

รศ.ดร.เมธินี กล่าวสุดท้าย สังคมปัจจุบันเป็นสังคมของผู้สูงวัยมากขึ้น ปัจจุบันอาจารย์อายุ 52 แล้ว เหลือเวลารับราชการอีกเพียง 8 ปี เท่านั้น อยากให้ทุกคนทำงานร่วมกันได้ทุก Generations ไม่ว่าจะเป็นวัยใดก็ตามต่างมีความคิดประสบการณ์ที่สามารถนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อเติมเต็มให้กับทุกบทบาทหน้าที่ เราจะต้องสร้างพลังที่เข้มแข็งในการทำงานร่วมกันในทุกวัยอย่างไร้รอยต่อ เพราะทุกคนนั้นล้วนเป็นฟันเฟืองที่สำคัญที่จะขับเคลื่อนการทำงานให้ประสบความสำเร็จไปด้วยกัน ขอให้เคารพประสบการณ์ของผู้ใหญ่ ศรัทธาในความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่อย่างไร้รอยต่อ

“อาจารย์ต้องการเห็นประเทศชาติยอมรับคนในทุกรูปแบบ เปิดกว้างทางความคิด ยอมรับความแตกต่างและอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เพราะความแตกต่างจะนำมาซึ่งการเติมเต็มในสิ่งใหม่ซึ่งกันและกันอยู่ตลอดเวลา หรือเรียกว่า วินวิน ทุกฝ่ายล้วนได้ประโยชน์ทั้งสิ้น ซึ่งจะนำมาซึ่งความสามัคคีทำให้บ้านเมืองสงบสุขและเดินหน้าไปพร้อมกันทั้งประเทศ ” รศ.ดร.เมธินี กล่าวในที่สุด

เด็กวิศวะ ม.วลัยลักษณ์ ชนะเลิศ นวัตกรรมพลังงานเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778475

เด็กวิศวะ ม.วลัยลักษณ์ ชนะเลิศ  นวัตกรรมพลังงานเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ชุมชน

เด็กวิศวะ ม.วลัยลักษณ์ ชนะเลิศ นวัตกรรมพลังงานเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ชุมชน

วันพุธ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ทีม The SparkEnergy GreenSupercap คาร์บอนประสิทธิภาพสูงสำหรับอุปกรณ์กักเก็บพลังงาน ของนักศึกษาสาขาวิศวกรรมปิโตรเคมีและพอลิเมอร์และสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ชนะเลิศ ระดับอุดมศึกษา จากเวทีการประกวด The Young Energy Designer Awards 2023 โครงการพัฒนานักออกแบบนวัตกรรมด้านพลังงานรุ่นเยาว์ 2023 จัดโดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน กรุงเทพมหานคร ได้รับถ้วยรางวัลและเงินจำนวน 200,000 บาท

ทีมนักศึกษาม.วลัยลักษณ์ ประกอบด้วยนางสาวพิชญาภา บุญสุข นางสาวศศิปรียา พันธะบุรี นายจิรัช อภิชัยยะกุล นายนิธิศ ธำรงเทพพิทักษ์ นายพงศภัค หิ้นจิ้ว สาขาวิศวกรรมปิโตรเคมีและพอลิเมอร์ และนางสาวนงนภัส ดาวสุวรรณนายนราธิป ไชยรัตน์ นายฮานีฟ ดะละสู สาขาวิศกรรมไฟฟ้า โดยมี ผศ.ดร.อุเทน ทับทรวง และผศ.ดร.กมล ถิ่นสุราษฎร์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา

นวัตกรรมถ่านคาร์บอนจากขี้เลื่อยไม้ยางพาราเป็นการนำขี้เลื่อยไม้ยางพารามาเข้ากระบวนการกระตุ้นด้วยกรดและเบสแบบสองขั้นตอนต่อเนื่อง เพื่อสร้างรูพรุนในเนื้อไม้และเมื่อนำไปเผาจะได้เป็นถ่านคาร์บอนที่มีความเป็นรูพรุนและพื้นที่ผิวในการกักเก็บประจุไฟฟ้าที่สูง ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับเศษวัสดุเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมไม้แปรรูปในประเทศ และถ่านคาร์บอนที่ได้สามารถนำไปทำเป็นอิเล็กโทรดของ Supercapacitor ซึ่งเป็นอุปกรณ์กักเก็บพลังงานที่กำลังได้รับความสนใจในปัจจุบัน

เริ่มแล้ว! ธรรมยาตรากตัญญูบูชามหาปูชนียาจารย์ ปีที่ 12

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778523

เริ่มแล้ว! ธรรมยาตรากตัญญูบูชามหาปูชนียาจารย์ ปีที่ 12

เริ่มแล้ว! ธรรมยาตรากตัญญูบูชามหาปูชนียาจารย์ ปีที่ 12

วันอังคาร ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2567, 20.55 น.

เริ่มแล้ว! ธรรมยาตรากตัญญูบูชามหาปูชนียาจารย์ ปีที่ 12 – สร้างศาสนทายาท – ฟื้นฟูศีลธรรม – บำเพ็ญประโยชน์ เสริมสิริมงคลต้อนรับศักราชใหม่ 2567

เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2567 พระครูสมุห์สนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย กล่าวว่า วันนี้พระธรรมยาตรา จำนวน 1,140 รูป ในโครงการธรรมยาตรา กตัญญูบูชา มหาปูชนียาจารย์ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) พระผู้ปราบมาร อนุสรณ์สถาน 7 แห่ง  ปีที่ 12 ออกธรรมยาตราเป็นปฐมเริ่มรับศักราชใหม่ ณ วัดพระธรรมกาย สถานที่ขยายวิชชาธรรมกาย อนุสรณ์สถานลำดับที่ 7 โดยมีพุทธศาสนิกชน นักเรียน เด็กดีวีสตาร์ รวมถึงชาวต่างประเทศร่วมถวายการต้อนรับด้วยการโปรยกลีบดอกไม้ตลอดเส้นทางธรรมยาตรา 6.74 กิโลเมตร

โครงการธรรมยาตรา กตัญญูบูชามหาปูชนียาจารย์ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) พระผู้ปราบมาร อนุสรณ์สถาน 7 แห่ง ปีที่ 12 จัดขึ้นโดยความร่วมมือจาก คณะสงฆ์ องค์การพุทธโลก(พล) ร่วมด้วยคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายทั่วโลก และภาคีเครือข่าย 20 องค์กร ระหว่างวันที่ 2-31 มกราคม พ.ศ. 2567 ณ อนุสรณ์สถาน 7 แห่ง ประกอบด้วย ลำดับที่ 1 อนุสรณ์สถานมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี (โลตัสแลนด์) อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี สถานที่เกิดด้วยรูปกายเนื้อ ลำดับที่ 2 คลองบางนางแท่น อ.สามพราน จ.นครปฐม สถานที่ตั้งมโนปณิธานบวชตลอดชีวิต ลำดับที่ 3วัดสองพี่น้อง อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี สถานที่เกิดในเพศสมณะ ลำดับที่ 4 วัดโบสถ์บน บางคูเวียง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี สถานที่เกิดด้วยกายธรรม ลำดับที่ 5 วัดบางปลา อ.บางเลน จ.นครปฐม สถานที่เผยแผ่วิชชาธรรมกายครั้งแรก ลำดับที่ 6 วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร สถานที่ค้นคว้าและเผยแผ่วิชชาธรรมกาย และลำดับที่ 7 วัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี สถานที่ขยายวิชชาธรรมกาย และพื้นที่ใกล้เคียง เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนเครือข่าย บวร บ้าน วัด โรงเรียน และราชการ

ตลอดเดือนมกราคม พระธรรมยาตราทั้ง 1,140 รูปจะดำเนินกิจวัตรตามบทฝึกพระใหม่ และร่วมกับประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงจัดพิธีจุดประทีปถวายเป็นพุทธบูชา ถวายมหาสังฆทานแด่วัดในชุมชน เพื่อสืบอายุพระพุทธศาสนา, ทอดผ้าป่าบำรุงวัดในท้องถิ่น, มอบทุนการศึกษาให้กับสถานศึกษาและเยาวชนในชุมชน ปลูกฝังให้เยาวชนรักวัดในท้องถิ่นด้วยกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ตามหลัก “บวร” (บ้าน-วัด-โรงเรียน) การรณรงค์รักษาศีล 5 ในหมู่ประชาชน เป็นต้น ซึ่งรูปแบบกิจกรรมทั้งหมดนี้ สอดคล้องกับโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา (หมู่บ้านรักษาศีล 5 ) ของคณะสงฆ์ไทย และจะได้นำบุญที่เกิดขึ้นน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี

โดยปีนี้ กิจกรรมสำคัญของธรรมยาตราที่สอดคล้องกับหลัก “บวร” ได้แก่ พิธีถวายมหาสังฆทาน จำนวน ครั้ง 3 รวม 368 วัด ได้แก่ วันเสาร์ที่ 6 ม.ค. 140 วัด ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมพระมงคลเทพมุนี จ.สุพรรณบุรี, วันพุธที่ 10 ม.ค. 121 วัด ณ วัดไร่ขิง จ.นครปฐม และวันเสาร์ที่ 20 ม.ค. 107 วัด ณ วัดตะเคียน จ.นนทบุรีพิธีทอดผ้าป่าทำนุบำรุงวัด 31 วัด ได้แก่ วันศุกร์ที่ 5 ม.ค. วัดอัมพวัน, วัดสองพี่น้อง, วัดใหม่พิบูลผล, วัดใหม่นพรัตน์ จ.สุพรรณบุรี วันอังคารที่ 9 ม.ค. วัดสรรเพรญ, วัดบางช้างใต้ จ.นครปฐม วัดภาวนาภิรตาราม กทม. วัดศรีเมือง จ.นนทบุรี วันเสาร์ที่ 13 ม.ค. วัดพรสวรรค์, วัดไผ่โรงวัว จ.สุพรรณุบร วัดตรีพาราสีมาเขต จ.พระนครศรีอยุธยา วัดนราภิรมย์ จ.นครปฐม วันพุธที่ 17 ม.ค. วัดอัมพวัน วัดบัวแก้วเกษร วัดบ่อทอง, จ.นนทบุรี วัดบางขัน, วัดเกิดการอุดม จ.ปทุมธานี วันพฤหัสบดีที่ 18 ม.ค. วัดโบสถ์บน, วัดโพธิ์เอน วัดสิงห์, วัดตะเคียน, วัดปรางค์หลวง จ.นนทบุรี วันศุกร์ที่ 19 ม.ค. วัดบางรักใหญ่, วัดลำพญา, วัดผาสุการาม, วัดศิลามูล วันอังคารที่ 23 วัดบางเลน, วัดบางปลา, วัดบางไผ่นารถ, วัดรางกำหยาด จ.นครปฐม วัดคู้สลอด พระนครศรีอยุธยา และเยาวชนในพื้นที่ไปร่วมบำรุงวัดด้วยกิจกรรม ความดีสากล UG5 ในวัดต่าง ๆ ตามเส้นทางมหาปูชนียาจารย์

นอกจากนี้ ประชาชนทั่วไปสามารถไปร่วมกิจกรรมธรรมยาตราได้ตลอดเดือนมกราคม พ.ศ. 2567 เพื่อ เสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับประเทศชาติ รวมถึงเผยแพร่วัฒนธรรมชาวพุทธแก่ชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ได้แก่ พิธีต้อนรับพระ 7 ครั้ง ในวันที่ 2, 3, 7, 11, 15, 21, 28 พิธีเจริญพระพุทธมนต์ และจุดประทีป 7 ครั้ง วันที่ 6, 10, 14, 20, 24, 26, 31 พิธีตักบาตร วันที่ 7, 11, 15, 21, 25 โดยติดตามรายละเอียดโครงการได้ที่ http://www.ธรรมยาตรา.com, http://www.dhammakaya.net, http://www.gbnus.com หรือสอบถาม โทร.02-831-1234

– 006

‘อธิบดีกรมฝนหลวงฯ’ร่วมลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2567

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778331

'อธิบดีกรมฝนหลวงฯ'ร่วมลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2567

‘อธิบดีกรมฝนหลวงฯ’ร่วมลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2567

วันจันทร์ ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2567, 15.18 น.

วันที่ 1 มกราคม 2567 เวลา 11.00 น. นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร พร้อมด้วย นายวีรวัฒน์ อังศุพาณิชย์ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านปฏิบัติการ และคณะเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมถวายแจกันดอกไม้หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และร่วมลงนามถวายพระพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2567 ณ ศาลาสหทัยสมาคมในพระบรมมหาราชวัง

– 006

‘วัดพระธรรมกาย’จัดสวดมนต์ข้ามปี-ตักบาตรพระกว่า 3,000 รูป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778321

‘วัดพระธรรมกาย’จัดสวดมนต์ข้ามปี-ตักบาตรพระกว่า 3,000 รูป

‘วัดพระธรรมกาย’จัดสวดมนต์ข้ามปี-ตักบาตรพระกว่า 3,000 รูป

วันจันทร์ ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2567, 14.21 น.

‘วัดพระธรรมกาย’จัดสวดมนต์ข้ามปี-ตักบาตรพระกว่า 3,000 รูป

31 ธันวาคม 2566 เวลา 21.30 น. พระภาวนาธรรมวิเทศ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เป็นประธานในพิธีฉลองชัย สวดธรรมจักรครบ 6,000,000,000 จบ และสวดมนต์ข้ามปี สร้างบุญเป็นสิริมงคลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ณ มหารัตนวิหารคด หน้าพระมหาธรรมกายเจดีย์ จากนั้น วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2567 เวลา 06.20 น. เป็นพิธีตักบาตรพระ 3,000 กว่ารูป ต้อนรับศักราชใหม่ 2567 ณ ลานธรรมพระมหาธรรมกายเจดีย์ มีคณะสงฆ์ในโครงการอุปสมบทบูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์ พ.ศ. 2566 ร่วมรับบาตร มีพุทธศาสนิกชนสวมชุดขาวร่วมพิธีจำนวนมาก หลังเสร็จสิ้นพิธีตักบาตรแล้ว ผู้มาร่วมตักบาตรยังได้รวมใจ ปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ ประกอบพิธีบูชาข้าวพระ และถวายภัตตาหารเป็นสังฆทานด้วย

ด้านพระครูสมุห์สนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส  ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย กล่าวว่าเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่วัดพระธรรมกายได้เปิดสวนดอกไม้ “ทุ่งสวรรค์ ตะวันฉาย” ให้ประชาชนเข้าชมฟรีจนถึง วันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2567 เป็นสวนดอกเบญจมาศ สีชมพู อยู่บริเวณฝั่งทิศตะวันออก ลายจอด P13 วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี ปลูกเพื่อนำไปบูชาพระรัตนตรัยในกิจกรรมต้อนรับพระภิกษุธรรมยาตราโครงการกตัญญูบูชา มหาปูชนียาจารย์ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) พระผู้ปราบมาร อนุสรณ์สถาน 7 แห่ง  ปีที่ 12 ซึ่งกำหนดจัดระหว่างวันที่ 2-31 มกราคมนี้ ทุกท่านสามารถสอบถามรายละเอียดการร่วมกิจกรรมโครงการธรรมยาตรา หรือชมสวนดอกไม้ได้ทาง http://www.dmc.tv ,เพจ Facebook สำนักสื่อสารองค์กร และ http://www.gbnus.com หรือ โทร.02-831-1234