ประสาทปริญญาบัตรผู้สำเร็จการศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777616

ประสาทปริญญาบัตรผู้สำเร็จการศึกษา

ประสาทปริญญาบัตรผู้สำเร็จการศึกษา

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดร.ครรชิต มาลัยวงศ์ ราชบัณฑิต เป็นประธาน ในพิธีประสาทปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีปทุม ประจำปีการศึกษา 2565 รุ่นที่ 52 ในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก โดยมี ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์พุกกะมาน อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวรายงานกิจการของมหาวิทยาลัย ณ ห้องบัวหลวงแกรนด์รูม อาคาร ดร.สุขพุคยาภรณ์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม กทม. (บางเขน) ระหว่างวันที่ 22-24 ธันวาคม 2566

นักวิจัยจุฬาฯ แปรรูปเศษวุ้นมะพร้าว เป็นสารเติมแต่งใช้ในอาหาร ยา เครื่องสำอาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777611

นักวิจัยจุฬาฯ แปรรูปเศษวุ้นมะพร้าว  เป็นสารเติมแต่งใช้ในอาหาร ยา เครื่องสำอาง

นักวิจัยจุฬาฯ แปรรูปเศษวุ้นมะพร้าว เป็นสารเติมแต่งใช้ในอาหาร ยา เครื่องสำอาง

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นักวิจัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับบริษัทอุตสาหกรรมอาหาร บริษัท อำพลฟู้ดส์ โพรเซสซิ่ง จำกัด แปรเศษวุ้นมะพร้าวเหลือทิ้งนับเป็นตันๆ ต่อวัน โดยใช้องค์ความรู้ด้านแบคทีเรียเซลลูโลส ให้กลายเป็น “เซลโลกัม : Cello-gum” สารเติมแต่ง Stabilizer and Emulsifie ที่นำกลับมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร ยา และเครื่องสำอาง ลดการนำเข้าสารเติมแต่งที่ประเทศไทยต้องจ่ายปีละกว่าหมื่นล้านบาททีมนักวิจัยมั่นใจว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นครั้งนี้ จะเป็นโมเดลให้กับการพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (circular economy) ที่จะเพิ่มมูลค่าเศษเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร เพื่อสังคม Zero Waste ที่จะไม่มีอะไรเหลือทิ้งให้ถูกกำจัดด้วยการเผาอีกต่อไป

ศ.ดร.หทัยกานต์ มนัสปิยะ ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีปิโตรเคมีและวัสดุ (PETROMAT) และอาจารย์ประจำวิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมทีมวิจัย ได้แก่ รศ.ดร.ศรุต อำมาตย์โยธิน, นายวรุณ วารัญญานนท์,ปิยะวัฒน์ สาธิตวงศ์กุล และ ดร.พงษ์พัฒน์ ศุขวัฒนะกุล คือเจ้าของไอเดียที่นำไปสู่นวัตกรรมดังกล่าว ซึ่งนอกจากจะช่วยแก้โจทย์ปัญหาเรื่องขยะอาหารโดยใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียนแล้ว ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าของเสียจากกระบวนการผลิตอาหารอีกด้วย

ศ.ดร.หทัยกานต์ เล่าต่อไปว่า จุฬาฯ มีองค์ความรู้ในการนำเอาแบคทีเรียเซลลูโลส มาเข้าสู่กระบวนการทางเคมี โดยใช้โบโอเทคโนโลยีและผลิตเป็นสารเติมแต่งซึ่งสามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารยา และเครื่องสำอางได้ โดยคุณสมบัติของสารเติมแต่งเหล่านี้ ใช้เป็นสารช่วยควบคุมความข้นหนืดของตัวผลิตภัณฑ์และเพิ่มเนื้อในผลิตภัณฑ์ ที่ผ่านมาทีมวิจัยมักใช้แบคทีเรียเซลลูโลสมาขึ้นรูปเป็นเมมเบรน เป็นฟิล์มถนอมอาหาร หรือฉลากต่างๆ แต่เมื่อได้รู้จักกับกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร อย่าง บริษัทอำพลฟู้ดส์ โพรเซสซิ่ง จำกัด ซึ่งเป็นผู้ส่งออกวุ้นมะพร้าวในระดับโลก ก็เกิดแนวคิดและความร่วมมือที่จะใช้องค์ความรู้แบคทีเรียเซลลูโลส ในการทำสารเติมแต่งเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศษวุ้นมะพร้าว

วุ้นมะพร้าว หรือ Nata de Coco เป็นวัสดุธรรมชาติที่มีลักษณะโครงสร้างทางวิทยาศาสตร์เป็นแบคทีเรียเซลลูโลส (bacterial cellulose, BC) ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นหลายประการ เช่น มีคุณสมบัติเชิงกลที่ดี รูพรุนมาก ดูดซับน้ำได้มาก ขึ้นรูปได้ง่าย ย่อยสลายตามธรรมชาติได้ และไม่มีความเป็นพิษ เมื่อนำวุ้นมะพร้าวมาใช้เป็นวัสดุผสมหรือสารเติมแต่ง จึงช่วยให้สามารถเพิ่มคุณสมบัติอื่นๆ เช่น ทำให้อะตอมหรือโมเลกุลของสารอื่นๆ สามารถยึดเกาะได้ดี และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างหลากหลาย

โครงการวิจัยนี้เป็น 1 ใน12 โครงการ ที่ได้ผ่านการคัดเลือกให้เข้ารอบสุดท้ายโครงการปั้นดาวของสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(สป.อว.) เมื่อปี พ.ศ.2563 ซึ่งทำให้ได้รับทุนสนับสนุนการสร้างโรงงานนำร่อง (pilot plant) เพื่อนำเอาเศษวุ้นมะพร้าวมาผลิตเป็นสารเติมแต่งในอาหาร ยา และเครื่องสำอาง และจากความสำเร็จของโรงงานนำร่อง ทีมวิจัยเห็นโอกาสที่จะขยายกำลังการผลิตในเชิงพาณิชย์ จึงได้ก่อตั้ง บริษัท ไบโอเน็กซ์จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ spin-off มาจากวิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาฯ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีปิโตรเคมีและวัสดุ (PETROMAT) จุฬาฯ โดยการบ่มเพาะของ CU Enterprise เพื่อทดลองพัฒนางานวิจัย และเสนอโครงการตามบริษัทใหญ่ๆ ต่อไป

ปัจจุบัน เซลโลกัม อยู่ในช่วงของการหาผู้ร่วมทุน และความช่วยเหลือในด้านวิศวกรรม ทั้งเรื่องของการออกแบบเครื่องจักรและโรงงานเพื่อพัฒนากำลังการผลิตในรูปแบบของอุตสาหกรรมเต็มตัวในอนาคต พร้อมๆกับการทำงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง โดยนอกเหนือจากเซลโลกัมแล้ว ทีมวิจัยภายใต้การนำของ ศ.ดร.หทัยกานต์ยังมีแผนที่จะพัฒนาแบคทีเรียเซลลูโลสเพื่อใช้เป็น binder ในอุตสาหกรรมการตอกยาเม็ด สารเติมแต่งในอาหารเสริม และ hydrogel ในเครื่องสำอางต่อไป

สพฐ.เอาจริง! ประกาศ ‘No Gift Policy’ ไม่รับของขวัญ-ของกำนัลทุกชนิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777557

สพฐ.เอาจริง! ประกาศ 'No Gift Policy' ไม่รับของขวัญ-ของกำนัลทุกชนิด

สพฐ.เอาจริง! ประกาศ ‘No Gift Policy’ ไม่รับของขวัญ-ของกำนัลทุกชนิด

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 11.29 น.

สพฐ. เอาจริง ประกาศ “No Gift Policy” ไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิด กำชับเขตพื้นที่ฯ โปร่งใสไร้ทุจริต

27 ธันวาคม 2566 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ออกประกาศ เรื่อง “นโยบายการไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567” แจ้งไปยังผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขตและสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษทุกแห่ง ซึ่งเป็นไปตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ตรงตามนโยบายของรัฐบาล

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าวต่อไปว่า “สพฐ. ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันขจัดให้หมดสิ้นไปจากแผ่นดินไทย ดังนั้น เพื่อแสดงเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ สร้างวัฒนธรรมการทำงานให้เป็นไปอย่างโปร่งใส ตามหลักธรรมาภิบาลที่ดี จึงได้ประกาศเน้นย้ำกับบุคลากรและประกาศต่อสาธารณชนว่า สพฐ. เป็นหน่วยงานที่เจ้าหน้าที่ทุกคนจะไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิด ที่จะส่งผลให้เกิดการทุจริตและประพฤติมิชอบ ทั้งในขณะก่อน และหลังการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ ผู้บริหารและผู้บังคับบัญชาทุกระดับพร้อมปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี กำกับดูแลบุคลากรให้ปฏิบัติตนอย่างถูกต้อง ตามมาตรการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างเคร่งครัด”

“สพฐ. เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมให้นักเรียนกว่าหกล้านคน จึงขอย้ำให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขตและผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ รวมถึงสถานศึกษาทั่วประเทศ ปฏิบัติตนเป็นต้นแบบที่ดีในการผลักดันให้เกิดสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต ไม่กระทำพฤติกรรมใดๆ ที่สุ่มเสี่ยงจะเข้าข่ายการทุจริตและประพฤติมิชอบ และขอประชาสัมพันธ์ให้บุคคลภายนอกทราบถึงนโยบายการไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) อย่างทั่วถึง

ซึ่งหากจะมีการอำนวยอวยพรใดๆ ตามประเพณีนิยมปีใหม่นี้ อาจใช้บัตรอวยพร หรือ ใช้การอวยพรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่ไม่มีค่าใช้จ่ายแทน หรือ หากจำเป็นต้องให้หรือต้องรับของขวัญ ก็ขอให้บุคลากร สพฐ. ทุกคน ถือปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการให้หรือการรับของขวัญของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ สพฐ. เป็นองค์กรที่โปร่งใสไร้ทุจริต เป็นที่ไว้วางใจของสาธารณชนสืบต่อไป” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว.012

CMG ร่วมกับ CENTRAL THAM มอบเครื่องคิดเลขให้สอศ.ส่งต่อนักเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777424

CMG ร่วมกับ CENTRAL THAM  มอบเครื่องคิดเลขให้สอศ.ส่งต่อนักเรียน

CMG ร่วมกับ CENTRAL THAM มอบเครื่องคิดเลขให้สอศ.ส่งต่อนักเรียน

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป (CMG) ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ผู้จัดจำหน่าย CASIO แบรนด์เครื่องคิดเลขจากประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ร่วมกับ เซ็นทรัลทำ (CENTRAL THAM) บริจาคเครื่องคิดเลขและเครื่องพิมพ์ฉลาก จำนวน 2,700 เครื่อง มูลค่ากว่า 729,676 บาท ให้กับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เพื่อสนับสนุนการศึกษาและใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาศักยภาพในการเรียนของนักเรียนโรงเรียนอาชีวศึกษาใน 3 จังหวัดสำคัญ ได้แก่ อุบลราชธานี อุดรธานี และสระบุรี โดยนางสาวจิตรฤดีพนิตพล รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มสินค้าแฟชั่นและนาฬิกา (CMG),ดร.ชาติชาย นรเศรษฐาภรณ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส กลุ่มเซ็นทรัล และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เป็นตัวแทนรับมอบการบริจาค ณ กระทรวงศึกษาธิการ

เครื่องคิดเลขวิทยาศาสตร์รุ่นfx-991CW CLASSWIZ ที่มอบแก่สอศ.ได้รับการออกแบบเพื่อการเรียนการสอนในยุคปัจจุบัน โดยมีการจัดวางปุ่มแบบใหม่และไอคอนขนาดใหญ่ทำให้ใช้งานง่าย หน้าจอปรับระดับความเข้มได้ถึง 4 ระดับมีฟังก์ชั่นใหม่ MathBox ซึ่งเป็นคุณสมบัติการเรียนรู้ทางคณิตศาสตร์ และสามารถเชื่อมต่อกับ ClassPad.net เพื่อสนับสนุนห้องเรียนเทคโนโลยี คุณสมบัติเหล่านี้ช่วยเพิ่มศักยภาพการเรียนรู้ทางคณิตศาสตร์ของนักเรียน

มทร.ล้านนา จัด‘ตระกร้ามงคล’ปีใหม่ บรรจุ 19 ผลิตภัณฑ์จากงานวิจัยฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777427

มทร.ล้านนา จัด‘ตระกร้ามงคล’ปีใหม่  บรรจุ 19 ผลิตภัณฑ์จากงานวิจัยฯ

มทร.ล้านนา จัด‘ตระกร้ามงคล’ปีใหม่ บรรจุ 19 ผลิตภัณฑ์จากงานวิจัยฯ

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผศ.ดร.จัตตุฤทธิ์ ทองปรอน รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.)ล้านนา กล่าวว่าปี 2567 ได้จัดกระเช้าของขวัญพิเศษกว่าทุกๆ ปี เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวันสถาปนาครบรอบ20 ปี การเป็นมหาวิทยาลัยในปี 2568 โดยจัดเป็น “ตะกร้ามงคล” ภายในประกอบด้วยผลิตภัณฑ์จากผลงานศึกษาวิจัย ผลิตและออกแบบโดยอาจารย์และนักศึกษา มทร.ล้านนาทั้ง 5 พื้นที่ ได้แก่ เชียงราย ลำปาง น่าน ตาก พิษณุโลก ภายใต้แนวคิดกินได้ ใช้ได้ ขายได้ อยู่ได้ ซึ่งตะกร้ามงคลนี้ออกแบบโดยคณะอาจารย์สาขาเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ คณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์ การออกแบบเป็นการผสานกันระหว่างนวัตกรรมผนวกเข้ากับภูมิปัญญาล้านนาบรรจุภัณฑ์ทำมาจากกระดาษ ช่วยรักษ์สิ่งแวดล้อมตัวตะกร้าออกแบบลายฉลุ มีแนวคิดมาจาก ลายจักสานของล้านนา แสดงถึงอัตลักษณ์ล้านนาได้อย่างลงตัว

“คณะต่างๆ ในมหาวิทยาลัยจะมีการพัฒนานวัตกรรม และผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยเหลือชุมชน พาณิชย์จังหวัดในแต่ละพื้นที่ เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้ สร้างอาชีพ ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ให้แก่คนในชุมชน ซึ่งมีผลงานกว่า 139 รายการ และในตะกร้ามงคล ได้มีการคัดเลือก 19 ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่สามารถต่อยอดในเชิงพาณิชย์ เพื่อนำรายได้กลับไปคืนสู่ชาวบ้าน หรือชุมชน และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสุขภาพ รวมถึงเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยี และองค์ความรู้ให้แก่ชาวบ้านอีกด้วย ในปี 2567 นี้ มทร.ล้านนา จะสามารถมอบตะกร้ามงคลให้ผู้ทรงคุณวุฒิผู้สนับสนุนมหาวิทยาลัยเท่านั้น เพราะหลังจากที่ทางมหาวิทยาลัยได้ไปเปิดตัวผลิตภัณฑ์จัดบูธที่ จ.เชียงใหม่ ปรากฏว่ามียอดสั่งจองเข้ามาจำนวนมาก และมหาวิทยาลัยไม่สามารถผลิตได้ทัน แต่ในปีถัดไป มทร.ล้านนา ได้วางแผนเตรียมความพร้อมเอาไว้แล้ว จะผลิตตะกร้ามงคล เพื่อส่งต่อผลิตภัณฑ์ดีๆ ให้กับผู้ที่สนใจได้อย่างแน่นอน” รักษาราชการแทนอธิการบดีมทร.ล้านนา กล่าว

สำหรับ 19 ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการคัดเลือกนั้น มีดังนี้ ผงโรยข้าวจากกากงาดำ จ.ตาก, สโตรปวาฟเฟิลอะโวคาโด จ.ตาก, น้ำพริกปลาย่างไข่เค็ม จ.ตาก, ผงชงดื่มจากกากงาดำ จ.ตาก, คาราเมลคอนแฟลกซ์ จ.ตาก, เฟรนช์ฟรายส์ผลไม้ (มะม่วง สตรอว์เบอร์รี่ และสับปะรด) จ.พิษณุโลก, ผักแผ่นอบกรอบ (ผักเหลียงแผ่นอบกรอบและผักกวางตุ้งฮ่องเต้อบกรอบรสต้มยำ), บานาน่าอัลตรา (กล้วยตากหวานน้อยด้วยเทคโนโลยีอัลตราโซนิก) จ.พิษณุโลก มาสรูมบิวตี้เจลลี่จากน้ำพันซ์ เสริมคอลลาเจน วิตามินซี และซิงค์ จ.พิษณุโลก, บะหมี่ผักปลังอบแห้ง จ.พิษณุโลก,ซอสมะแข่น (MAKEAN SAUCE) จ.น่าน, แยมส้มกระปุกแก้วหกเหลี่ยมฝาเกลียวล็อก จ.น่าน, คุกกี้เม็ดมะม่วงหิมพานต์ (CASHEW NUT COOKIE)จ.น่าน, แคบหมูอบกรอบ (Crispy pork rinds) จ.ลำปาง,กาแฟอาราบิก้าแท้ จ.ลำปาง, ข้าวเหนียวทุเรียนอบแห้ง สถาบันวิจัยเทคโนโลยีเกษตร (สวก.) มทร.ล้านนา, เซตน้ำผลไม้พร้อมดื่ม (มะม่วง มะเกี๋ยง หม่อนและฟักทอง) สวก., เครื่องดื่มผักเชียงดาแห้ง สวก. และ ปลานิลหยองขนาด บรรจุ 80 กรัม จ.เชียงราย

มมส จัด MSU Open House 2023 นักเรียนทั่วอีสานมาร่วมงานคับคั่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777428

มมส จัด MSU Open House 2023  นักเรียนทั่วอีสานมาร่วมงานคับคั่ง

มมส จัด MSU Open House 2023 นักเรียนทั่วอีสานมาร่วมงานคับคั่ง

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

งาน MSU Open House 2023 “เลือกแนวทาง วางอนาคต” ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นไปอย่างคึกคัก มีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ครูแนะแนว ผู้ปกครอง และผู้สนใจทั่วไป เข้าร่วมงานจำนวนมากในครั้งนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล ผู้รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวต้อนรับและนำเสนอภาพรวมของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เกี่ยวกับมาตรฐานการจัดการเรียนการสอนในระดับนานาชาติ แนะนำรองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี และคณบดีทั้ง 19 คณะ พร้อมร่วมเปิดตัวคลังหน่วยกิต (MSU WiSDOM) กับทีมงานกองทะเบียนและประมวลผล มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ก่อนจะเยี่ยมชมบูธ การจัดแสดงผลงานแต่ละคณะณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสเฉลิมพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

นอกจากนี้ ได้เปิดคณะให้นักเรียนได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ประกอบการตัดสินใจในการเข้าศึกษามหาวิทยาลัยมหาสารคามกิจกรรม 2 วันเต็ม พบกับอาจารย์ รุ่นพี่นิสิต เล่นเกมส์ รับรางวัล ฟังเทคนิค พิชิต TCAS เตรียมตัวก่อนสมัครทุกรอบเลือกสาขาที่ใช่ คณะที่ชอบ ค้นหาคำตอบในงานนี้

‘ซีเอ็ด’มอบหนังสือกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ให้ห้องสมุดประชาชน 923 แห่งทั่วประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777425

‘ซีเอ็ด’มอบหนังสือกรมส่งเสริมการเรียนรู้  ให้ห้องสมุดประชาชน 923 แห่งทั่วประเทศ

‘ซีเอ็ด’มอบหนังสือกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ให้ห้องสมุดประชาชน 923 แห่งทั่วประเทศ

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) นำโดย นายรุ่งกาล ไพสิฐพานิชตระกูล กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร มอบหนังสือและสื่อการเรียนรู้ให้กับ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ มูลค่า 7,680,337 บาท โดยว่าที่ร้อยเอกวิสาร ปัญญชุณห์รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ พร้อมด้วย นายสังข์กาญจนเพิ่มพูน ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้เป็นผู้แทนรับมอบเพื่อส่งต่อความรู้ให้แก่ห้องสมุดประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 923 แห่ง

นายรุ่งกาล ไพสิฐพานิชตระกูล กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า ซีเอ็ดมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมอบหนังสือให้แก่กรมส่งเสริมการเรียนรู้ในครั้งนี้ ซีเอ็ดเป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจไปพร้อมๆ กับการตอบแทนสังคม เรามีหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นโดยไม่แสวงหาผลกำไร นั่นคือ “มูลนิธิคนไทยเก่งขึ้น” เรามีความมุ่งหวังที่อยากจะให้อ่านหนังสืออยู่ในทุกไลฟ์สไตล์ของคนไทย เรามุ่งส่งเสริมองค์ความรู้ในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นองค์ความรู้ในเชิงHARD SKILL และ SOFT SKILL หรือในเชิงของสื่อด้านการบันเทิง ซีเอ็ดพร้อมร่วมสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) เพื่อเป็นการกระจายองค์ความรู้ไปสู่ทั่วทุกภูมิภาค และมีความตั้งใจที่อยากสนับสนุนให้คนไทยในยุคดิจิทัลได้เรียนรู้ เพื่อพัฒนาตนเองจากการอ่านอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ว่าที่ร้อยเอกวิสาร ปัญญชุณห์รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กล่าวว่า ในโอกาสนี้ขอขอบคุณทางซีเอ็ดและมูลนิธิคนไทยเก่งขึ้น ที่สนับสนุนหนังสือให้แก่หน่วยงานของกรมส่งเสริมการเรียนรู้เราเป็นหน่วยงานหนึ่งที่สนับสนุนให้คนไทยรักการอ่าน และส่งเสริมการเรียนรู้ผลักดันเพื่อให้การอ่านเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกช่วงวัย เรามีแผนพัฒนาและปรับปรุงห้องสมุดทั่วประเทศ เพื่อให้คนไทยสนใจรักการอ่านมากขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจองค์กรของเรา

บพค.จัดงานประชุมวิชาการ ขับเคลื่อนและเผยแพร่ววน. ของไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777423

บพค.จัดงานประชุมวิชาการ ขับเคลื่อนและเผยแพร่ววน. ของไทย

บพค.จัดงานประชุมวิชาการ ขับเคลื่อนและเผยแพร่ววน. ของไทย

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากําลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัย และการสร้างนวัตกรรม (บพค.) สํานักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) หน่วยงานในกำกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงานประชุมวิชาการ “PMU-B Brainpower Congress 2023 : Frontier Research to Future Industries by I conNEXT with U” ภายใต้แนวคิด “ร่วมกันสร้างและขับเคลื่อนงานวิจัยขั้นแนวหน้าสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต” โดยมีนักวิจัย อาจารย์ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ที่เกี่ยวข้องกว่า 80 หน่วยงาน ประมาณ 700 คน เข้าร่วมงาน เมื่อกลางเดือนธันวาคม 2566 ณ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน จังหวัดเพชรบุรี

รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรี อว. ด้านวิทยาศาสตร์ และ ประธานคณะกรรมการบริหาร บพค. กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “อนาคตและความท้าทายของการพัฒนาและยกระดับงานวิจัยขั้นแนวหน้าสู่เวทีระดับโลก” ว่า กระทรวง อว. มีทิศทางการขับเคลื่อนประเทศด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้ได้มากที่สุด สร้างกำลังคนให้มีแนวคิดและทักษะทางเจตคติที่ดีต่อการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กำลังคนที่เป็นมันสมองในระดับแนวหน้าหรือกำลังคนทักษะสูงที่เรียกว่า Brainpower ซึ่งยังคงไม่เพียงพอ จึงต้องเร่งสร้างเร่งค้นหา ดึงศักยภาพของคนเหล่านี้ขึ้นมา นำมาให้ได้ และสิ่งที่ต้องสร้างสรรค์และสนับสนุนต่อยอดกันต่อไป คือ งานวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research) ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบคือมีทรัพยากรที่หลากหลาย ขนาดพื้นที่ประเทศกว้างใหญ่และยังมีโครงสร้างพื้นฐานหลายประการที่ช่วยให้การทำวิจัยไปถึงจุดคานงัดหรือจุดเปลี่ยนที่สำคัญของประเทศได้ ตลอดจนการเปลี่ยนให้งานวิจัยขึ้นหิ้งเป็นงานวิจัยขึ้นห้าง เพื่อเปลี่ยนผ่านการทำวิจัยที่สิ้นสุดเพียงการตีพิมพ์แล้วไม่สามารถก่อให้เกิดมูลค่าทางการตลาดได้ เป็นการสร้างสรรค์งานวิจัยที่ส่งเสริมเศรษฐกิจให้แก่ประเทศอย่างมหาศาล

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือภายใต้กรอบความร่วมมือ “การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน”ระหว่าง บพค. กับ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เวทีเสวนาวิชาการภายใต้หัวข้อ “Learning Ecosystem for Frontier Research to Future Industries” โดยมีวิทยากร ได้แก่ ดร.จิรวัฒน์ ตั้งปณิธานนท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ควอนตัม เทคโนโลยี ฟาวเดชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผศ.ดร.วิภู รุโจปการ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) และผศ.ดร.กมล จิราพงษ์ คณบดีคณะดิจิทัลมีเดีย มหาวิทยาลัยศรีปทุม โดยผศ.ดร.ปริปก พิศสุวรรณ รองผู้อำนวยการบพค. เป็นผู้ดำเนินรายการ, การเสวนาหัวข้อเรื่อง “การเพิ่มขีดความสามารถของ Soft Skill ขั้นสูงให้กับนักวิจัยทักษะสูงของ บพค. มีวิทยากรเข้าร่วม อาทิศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวงผู้อำนวยการ บพค. ดร.วิศิษฐ ทวีปรังษีพรประธานกรรมการบริหารบริษัท SKAI MED (Thailand) และ ดร.รักษ์ชัยเร่งสมบูรณ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท ฟรุตต้าไบโอเมต จำกัด โดยมีนายพงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ เป็นผู้ดำเนินรายการ

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัวแพลตฟอร์ม National Postdoctoral/Postgraduate Training System of Thailand การแสดงนิทรรศการผลงานวิจัยในรูปแบบโปสเตอร์กว่า 313 ผลงานและมีโชว์การแสดงพิเศษภายในงาน เรื่อง “พลังแห่ง Film Academy เพื่อสนับสนุนการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงSoft Power ด้าน Film โดย บพค.” และการจัดแสดงผลงานวิจัยจากภาคีเครือข่ายนักวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนตั้งแต่ปี 2564-2566 อีกด้วย อาทิ Coding/AI Technology, AI/Robotics for all,Metaverse for Film, Thailand Creative Industry, Code Combat, CMU STeP, ASEAN Talent Mobility และอื่นๆ มากมายกว่า 15 นิทรรศการ

‘เลขาธิการ กพฐ.’ห่วงโรงเรียนภาคใต้น้ำท่วมหนัก ชื่นชมเขตพื้นที่ช่วยเหลือครู-นักเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777366

'เลขาธิการ กพฐ.'ห่วงโรงเรียนภาคใต้น้ำท่วมหนัก ชื่นชมเขตพื้นที่ช่วยเหลือครู-นักเรียน

‘เลขาธิการ กพฐ.’ห่วงโรงเรียนภาคใต้น้ำท่วมหนัก ชื่นชมเขตพื้นที่ช่วยเหลือครู-นักเรียน

วันอังคาร ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 14.15 น.

26 ธันวาคม 2566 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์มรสุมที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ระหว่างวันที่ 22-26 ธันวาคม 2566 จนเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาสนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ) ได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งกำชับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้ติดตามเหตุภัยพิบัติที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิดและให้การช่วยเหลือสถานศึกษาที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าวต่อไปว่า ศูนย์ความปลอดภัย สพฐ. ซึ่งนำโดย นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการ กพฐ. และนายตฤณ ก้านดอกไม้ ผู้อำนวยการศูนย์ฯ ได้ติดตามสถานการณ์ เฝ้าระวังและประสานงานกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในพื้นที่และหน่วยงานในจังหวัด เตรียมการป้องกันและรับมือตามแผนป้องกันและแผนเผชิญภัยพิบัติที่ สพฐ. มีอยู่แล้ว ซึ่งจากรายงานพบว่า จังหวัดที่ได้รับผลกระทบหนัก คือจังหวัดนราธิวาส มีสถานศึกษาได้รับผลกระทบ ใน 13 อำเภอ รวม 182 แห่ง รองลงมาคือจังหวัดยะลา จำนวน 52 โรงเรียน จังหวัดปัตตานี 16 โรงเรียน และมีรายงานคุณครูเสียชีวิตหนึ่งท่านที่จังหวัดนราธิวาส จากน้ำป่าพาดินโคลนถล่มบริเวณที่พักอาศัย ซึ่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานราธิวาส เขต 3 ได้ร่วมแสดงความเสียใจ มอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวคุณครู ไปเบื้องต้นแล้ว 

ทั้งนี้ ในหลายพื้นที่ระดับน้ำยังท่วมสูงและไหลเชี่ยวกราก ทาง สพฐ. ได้ประสานกับฝ่ายปกครองในพื้นที่ เร่งให้การช่วยเหลือโรงเรียน นักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยได้เน้นย้ำผู้บริหารโรงเรียนทุกแห่ง ให้คำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียนและครูเป็นสำคัญ หากมีความเสี่ยงในการเดินทางมาโรงเรียน ผู้บริหารสามารถสั่งปิดสถานศึกษาได้ทันที

“อุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ครั้งนี้ ถือว่าหนักที่สุดในรอบหลายสิบปี จึงขอให้ผู้บริหารเขตพื้นที่และสถานศึกษา ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ยะลา ปัตตานี สตูล และสงขลา ติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด สำรวจและซ่อมแซม อาคารสถานที่ ระบบไฟฟ้า-ประปา ให้พร้อมรับสถานการณ์ หากมีความเสียหายต้องซ่อมแซมให้เร่งดำเนินการและแจ้งต้นสังกัด นอกจากนี้ ขอชื่นชมผู้บริหารและบุคลากรของเขตพื้นที่ทุกคน ที่แม้นตนเองก็เป็นผู้ประสบภัย แต่ยังปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ ให้การช่วยเหลือส่งมอบถุงยังชีพบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นแก่ครูและบุคลากร รวมถึงครอบครัวของนักเรียนที่ได้รับผลกระทบ จัดสถานที่ในโรงเรียนที่ไม่โดนน้ำท่วม ให้เป็นที่พักพิงให้แก่ชุมชม ซึ่งก็ขอให้รายงาน ศูนย์ความปลอดภัย สพฐ. ทุกระยะ เพื่อส่วนกลางจะได้ช่วยประสานพลัง สนับสนุนการช่วยเหลือเพื่อให้ทุกคนผ่านพ้นสถานการณ์นี้ได้อย่างปลอดภัยต่อไป” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว.012

‘รมช.สุรศักดิ์’ห่วงน้ำท่วมภาคใต้ สั่ง สพฐ.ดูแลสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777345

'รมช.สุรศักดิ์'ห่วงน้ำท่วมภาคใต้ สั่ง สพฐ.ดูแลสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบ

‘รมช.สุรศักดิ์’ห่วงน้ำท่วมภาคใต้ สั่ง สพฐ.ดูแลสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบ

วันอังคาร ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 12.22 น.

“รมช.สุรศักดิ์”ห่วงสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ สั่ง สพฐ.ดูแลสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบพร้อมติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด ย้ำเน้นความปลอดภัย ครู นักเรียน บุคลากรทางการศึกษาเป็นสำคัญ

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2566 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ว่า ตนขอฝากความห่วงใยและขอเป็นกำลังใจให้กับ ลูกๆ นักเรียน และประชาชนทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ขณะนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด โดยเบื้องต้นได้รับข้อมูลจากศูนย์ความปลอดภัย สพฐ.ซึ่งได้ทำการสำรวจข้อมูลโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติน้ำท่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดนราธิวาส พบว่า มีสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบจำนวน 182 โรงเรียน ประกอบด้วย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส (สพป.นราธิวาส) เขต 1 มีโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบ 74 โรงเรียน สพป.นราธิวาส เขต 2 มีโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบ 45 โรงเรียน สพป.นราธิวาส เขต 3 มีโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบ 48 โรงเรียน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานราธิวาส (สพม.นราธิวาส ) มีโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบ 15 โรงเรียน

“สำหรับการดูแลให้ความช่วยเหลือในระยะสั้น ได้แก่ 1.ติดตามสถานการณ์เฝ้าระวังและประสานงานกับจังหวัดเตรียมการป้องกันตามแผนป้องกัน และแผนเผชิญเหตุที่ได้เตรียมไว้แล้ว 2.สถานศึกษาวิเคราะห์ความเสี่ยงในการเดินทางของนักเรียนโดยให้เน้นความปลอดภัยในชีวิตเป็นสำคัญ หากมีความจำเป็นต้องสั่งปิดสถานศึกษาให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้บริหารสถานศึกษา 3.จัดเตรียมที่พักพิงในกรณีจำเป็นต้องมีการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย 4.สำรวจและซ่อมแซม อาคารสถานที่ ระบบไฟฟ้า-ประปา ให้มีความพร้อมต่อการรับสถานการณ์ 5.ประสานงานกับศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด 6.สำรวจข้อมูล นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับผลกระทบ ให้รายงานศูนย์ความปลอดภัย สพฐ.ทุกระยะ เพื่อพิจารณาให้การช่วยเหลือ และ 7.การช่วยเหลือเบื้องต้น มอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ที่ได้รับผลกระทบ” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

นายสุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการดูแลช่วยเหลือในระยะยาว ได้แก่ สำรวจความเสียหายของอาคารสถานที่ ครุภัณฑ์ของโรงเรียนในสังกัด เสนอคำของบประมาณไปยังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำรวจความเสียหายของบ้านพักอาศัยของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อพิจารณาให้การช่วยเหลือ ประสานหน่วยงานในพื้นที่ ขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือ ในการซ่อมแซมความเสียหาย พร้อมประสานศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix it Center) ที่ใกล้เคียง เพื่อช่วยเหลือซ่อมบ้านเรือนประชาชนต่อไป