ม.ศรีปทุม ร่วมสัมมนาเยาวชนต้นแบบ จัดโดย กมธ.อุดมศึกษาฯ วุฒิสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759359

ม.ศรีปทุม ร่วมสัมมนาเยาวชนต้นแบบ จัดโดย กมธ.อุดมศึกษาฯ วุฒิสภา

ม.ศรีปทุม ร่วมสัมมนาเยาวชนต้นแบบ จัดโดย กมธ.อุดมศึกษาฯ วุฒิสภา

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

อาจารย์อาทิตย์ เสาธงใหญ่ ผู้อำนวยการศูนย์กิจกรรมพัฒนานักศึกษาและชุมชนสัมพันธ์ กลุ่มงานกิจการนักศึกษา และนางสาวรุ่งฤดี ขอร่มกลาง นายกสโมสรนักศึกษา พร้อมด้วยตัวแทนนักศึกษา เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัย เข้าร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การสร้างบุคลากรและเยาวชนต้นแบบ เพื่อการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางปัญญา สร้างสังคม รู้ รัก สามัคคีมีสันติสุขยั่งยืน” โครงการภายใต้การดำเนินงานของ คณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา ที่มี พล.อ.อ.ประจินจั่นตอง เป็นประธาน ที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบก ถนนพระรามที่ 5 แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างบุคลากรหรือเยาวชนต้นแบบ ผ่านการเรียนรู้และกิจกรรมการอบรมนวัตกรรมทางปัญญาภายใต้กรอบแนวคิด “STAR STEMS” ซึ่งเป็นการจัดการเรียนรู้แบบแก้ปัญหาด้วยสถานการณ์จริง ให้เกิดความรู้ รัก สามัคคี และภูมิใจในชาติ นอกจากนั้น เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้นำแนวคิดที่ได้รับจากการสัมมนาไปสู่การขยายผลหรือจัดทำโครงการที่เกิดประโยชน์แก่สถานศึกษาหรือชุมซนในพื้นที่ของตนต่อไปอย่างยั่งยืนต่อไป

จุฬาฯ เปิดแหล่งเรียนรู้สู้โลกเดือด ชูนวัตกรรมกล้าไม้อัตรารอดสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759364

จุฬาฯ เปิดแหล่งเรียนรู้สู้โลกเดือด ชูนวัตกรรมกล้าไม้อัตรารอดสูง

จุฬาฯ เปิดแหล่งเรียนรู้สู้โลกเดือด ชูนวัตกรรมกล้าไม้อัตรารอดสูง

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมแก้ปัญหาสถานการณ์ภาวะโลกเดือด จัดนิทรรศการ “พิพิธภัณฑ์พืชมีชีวิต (Living Plant Museum)” ณ อาคารเรือนกระจก ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ  โดยมี ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาฯ และผู้บริหาร จุฬาฯ รศ.ดร.ธนัฏฐ์คุณ มงคลอัศวรัตน์ นายกสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ นายกัมพล
ตันสัจจา ประธานสวนนงนุช พัทยา นางนันทวรรณชยา ภาจิตประพันธ์ ประธานบริษัท เฮิร์บฟอร์ยู จำกัด บริษัท เวิร์ดกรีน พลัส จำกัด และ นายธนาธิป ศิษย์ประเสริฐ ผู้แทนบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ร่วมเปิดนิทรรศการครั้งนี้

ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวว่า จุฬาฯ ประกาศเจตนารมณ์ มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ.2040 และมีเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ.2050 โดยหนึ่งในกลยุทธ์ที่ทำมาอย่างต่อเนื่องนั่นคือการนำงานวิจัยและนวัตกรรมของจุฬาฯ มาสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมให้พร้อมเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่สีเขียวในเขตเมืองและฟื้นฟูระบบนิเวศป่าไม้ ซึ่งคณาจารย์และนักวิจัยจากภาควิชาพฤกษศาสตร์ และภาคีเครือข่ายกำลังเร่งขับเคลื่อนบ่มเพาะองค์ความรู้ใหม่ รวมถึงงานวิจัยและนวัตกรรมให้ทันรับมือกับสภาวะโลกเดือดตามที่สหประชาชาติได้ประกาศไว้ ซึ่งเราได้รวบรวมองค์ความรู้นี้ไว้ในพิพิธภัณฑ์พืชมีชีวิต หรือ Living Plant Museum ที่ต่อไปจะเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนไทย เป็น Living Lab ให้รู้เท่าทันโลก เพื่อรับมือกับทุกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น และหาทางออกที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ให้กับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมโลกได้ต่อไป

รศ.ดร.สีหนาท ประสงค์สุข หัวหน้าภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า พิพิธภัณฑ์พืชมีชีวิตแห่งนี้ ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของนิสิตจุฬาฯ การวิจัยพืชในระบบควบคุมอุณหภูมิ (evaporative cooling system) และจัดแสดงนิทรรศการถาวรนําเสนอข้อมูลความหลากหลายและวิวัฒนาการของพืชในรูปแบบที่พืชยังมีชีวิต มีพรรณไม้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่ตํ่ากว่า 200 ชนิด ภายในอาคารเรือนกระจก พื้นที่ 464 ตารางเมตรจัดแสดง 6 รูปแบบ ประกอบด้วยนิทรรศการความหลากหลายของพืชในป่าดิบชื้นหรือป่าฝนเขตร้อน พืชทนแล้งพืชน้ำ พืชกลุ่มเทอริโดไฟต์ กลุ่มพืชเมล็ดเปลือย และวิวัฒนาการของพืชดอกโดยมุ่งหวังให้เป็นองค์ความรู้ใหม่และนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม

“ล่าสุด มีนวัตกรรมกล้าไม้อัตรารอดสูง ผลงานวิจัยของ ผศ.จิตรตรา เพียภูเขียว อาจารย์ประจำภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และได้ถ่ายทอดองค์ความรู้และขยายผลไปยังพื้นที่ป่าชุมชนจังหวัดสระบุรีกว่า 3,000 ไร่ และในพื้นที่อีก 7 จังหวัด และเมื่อเติบโตเป็นไม้ใหญ่แล้วจะเกิดเห็ดป่า อาทิ เห็ดเผาะ เห็ดระโงก เห็ดไคล เห็ดน้ำหมาก เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจเป็นแรงจูงใจให้คนในชุมชนร่วมกันอนุรักษ์ป่าชุมชนไว้อย่างยั่งยืน” รศ.ดร.สีหนาทกล่าว

นอกจากนิทรรศการแล้ว ยังมีการจัดกิจกรรมได้แก่ กิจกรรมการพัฒนาที่ยั่งยืน “โครงการปลูกต้นกล้าสู้โลกเดือด” เตรียมต้นกล้าไม้ยางนาจากผลงานวิจัยที่มีอัตราการรอดสูงนำไปปลูกในชุมชนจำนวน 107 ต้น กิจกรรมปลูก “ต้นราชพฤกษ์อวกาศ” ในโครงการ Asian Herb in Spa

สหพัฒน์ทำสติ๊กเกอร์สร้างกำลังใจ เด็กร่วมติวสดออนไลน์ต้นต.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759358

สหพัฒน์ทำสติ๊กเกอร์สร้างกำลังใจ  เด็กร่วมติวสดออนไลน์ต้นต.ค.นี้

สหพัฒน์ทำสติ๊กเกอร์สร้างกำลังใจ เด็กร่วมติวสดออนไลน์ต้นต.ค.นี้

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นางชัยลดา ตันติเวชกุล รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้จัดทำสติ๊กเกอร์เสริมสร้างกำลังใจและช่วยกระตุ้นให้นักเรียนที่ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมติวสดออนไลน์ 6 วันติด ระหว่างวันที่ 2-7 ตุลาคมนี้ ซึ่งสติ๊กเกอร์ดังกล่าววาดและออกแบบโดย “แนนโซ่-วราภรณ์ เหมรัตน” เพื่อสร้างแรงจูงใจผ่านลวดลายและเส้นสายที่ออกแบบให้ดูสนุก เข้าใจง่าย และยังมีคำที่จะเป็นแรงผลักดันและให้มีความพยายามที่จะก้าวไปสู่จุดหมายให้ได้อีกด้วย และศิลปินแนนโซ่จะมาแจกสติ๊กเกอร์ให้กับนักเรียนที่ร่วมกิจกรรมกับการติวสดออนไลน์ครั้งนี้

การติวสดออนไลน์ 6 วันติดนั้นและมี 3 ไอดอลคนดังมาร่วมงาน พร้อมจัด 19 ติวเตอร์แถวหน้าของประเทศ นักเรียนและโรงเรียนที่ยังไม่ได้สมัครเข้าร่วมโครงการติวฟรีของสหพัฒน์แอดมิชชั่นครั้งที่ 26 ยังสมัครกันได้ที่www.sahapatadmission.com ติดตามข่าวสารข้อมูลโครงการเพิ่มเติมได้ทาง FB : SahapatAdmission หรือโทร.064-1633449,

หัวเว่ยผนึก ม.นเรศวร จัด Tech Day รอบภูมิภาคเป็นครั้งแรกในไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759360

หัวเว่ยผนึก ม.นเรศวร จัด Tech Day  รอบภูมิภาคเป็นครั้งแรกในไทย

หัวเว่ยผนึก ม.นเรศวร จัด Tech Day รอบภูมิภาคเป็นครั้งแรกในไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดร.สัมฤทธิ์ โม้พวง คณบดี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และ นายเชลดอน หวัง รองประธานกลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัดร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือพัฒนาและส่งเสริมทักษะทางด้านไอทีของนักศึกษาภายใต้โครงการ “Huawei ICT Academy” และจัด Huawei Tech Day รอบภูมิภาคเป็นครั้งแรก เพื่อมุ่งเตรียมความพร้อมบุคลากรด้านไอซีที ตลอดจนพาร์ทเนอร์ของม.นเรศวรได้ทราบถึงแนวทางการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลทั่วโลก และการอัปเดตเทคโนโลยีในกลุ่มโซลูชั่น ได้แก่ Huawei Wi-Fi 7,Mini-FTTO, OceanStor Dorado 2000 และ IdeaHub,สมาร์ท แคมปัส, ห้องเรียนอัจฉริยะ, ระบบวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง และอื่นๆ เพื่อช่วยภาคการศึกษาในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการก้าวสู่ยุคดิจิทัลณ มหาวิทยาลัยนเรศวร

นายเชลดอน หวัง รองประธานกลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า การเดินหน้าตามพันธกิจ “เติบโตในประเทศไทยและสนับสนุนประเทศไทย”โดยเฉพาะในภาคสถาบันการศึกษา ในงาน Huawei Tech Day ในครั้งนี้ ได้นำผู้เชี่ยวชาญจากโซลูชั่นในกลุ่มต่างๆ มาแนะนำเทรนด์และแนวทางความเป็นไปได้ของการนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้งาน หัวเว่ย และ ม.นเรศวร มีเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกันนั่นคือ การสร้างระบบบริหารจัดการองค์กร โดยดิจิทัลทรานสฟอร์เมชั่น เพื่อให้มีความคล่องตัว ลดความซ้ำซ้อน ตลอดจนช่วยพัฒนาศักยภาพของบุคลากรสายสนับสนุนให้รองรับระบบดิจิทัลได้

การร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือภายใต้โครงการ“Huawei ICT Academy” หัวเว่ย ได้สนับสนุนหลักสูตรและแพลตฟอร์มการเรียนรู้ด้านไอซีทีด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น 5G, Cloud Computing, IoT และ Big Data เพื่อให้นักศึกษาได้มีประสบการณ์การใช้โซลูชั่นจริง ที่จะช่วยส่งเสริมความคิดในเชิงสร้างสรรค์ ช่วยพัฒนาความรู้ในด้านเทคโนโลยี ตลอดจนช่วยส่งเสริมและพัฒนานักศึกษาให้มีความรู้ความสามารถในด้านเทคโนโลยีเฉพาะทาง พร้อมก้าวเข้าสู่สายอาชีพในภาคอุตสาหกรรมต่อไป

สกสว.-PMU ร่วมเตรียมทำแผนนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ ปีงบ68 ผลักดันการใช้ผลงานวิจัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759340

สกสว.-PMU ร่วมเตรียมทำแผนนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ ปีงบ68 ผลักดันการใช้ผลงานวิจัย

สกสว.-PMU ร่วมเตรียมทำแผนนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ ปีงบ68 ผลักดันการใช้ผลงานวิจัย

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566, 15.59 น.

สกสว.จัดประชุมชี้แจงแนวทางการจัดสรรงบประมาณด้านการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ (RU) ประจำปีงบประมาณ 2568 ให้กับ PMU มุ่งบริหารจัดสรรงบ 5,000 ล้านบาท เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประเทศ และมีความคุ้มค่า

เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) นำโดย รศ. ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สกสว. จัดการประชุมชี้แจง “แนวทางการจัดทำคำของบประมาณแผนงานย่อยรายประเด็นด้านการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ (Research Utilization: RU) ประจำปีงบประมาณ 2568” ให้กับหน่วยบริหารและจัดการทุน หรือ PMU เพื่อชี้แจงถึงแนวทางการจัดทำแผนด้าน RU และหัวข้อสำคัญที่จะมุ่งเน้นดำเนินการ ในปีงบประมาณ 2568 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์

รศ. ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่า กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) เป็นกองทุนที่จะช่วยสนับสนุนการทำงานด้านการวิจัยของหน่วยงานทุกภาค โดยมีแผน Quick Win (ช่วง 6 เดือน – 1 ปี) ในประเด็นต่าง ๆ ประกอบด้วย 1) การแก้ปัญหาความยากจนด้วย ววน. 2) การจัดการน้ำ 3) PM2.5 4) การร่วมทุนกับเอกชนใน BCG และ Smart Cities 5) การพัฒนากำลังคนด้านการท่องเที่ยว สำหรับแผนระยะกลาง (ช่วง 2-3 ปี) ประกอบด้วย 1) นวัตกรรมการแพทย์สู่ สปสช. 2.) ระเบียงเศรษฐกิจ 4 ภูมิภาค 3.) การเป็นศูนย์กลางกำลังคนทักษะสูงและศูนย์กลางความรู้ของภูมิภาค 5 เรื่อง โดยเฉพาะ  BCG การแพทย์ เกษตรอาหารมูลค่าสูง พลังงานชีวภาพ ท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 4) Reskill-upskill โดยร่วมมือกับ สป.อว. กกอ. และแผนงาน ววน. เรื่อง พื้นที่นวัตกรรมทางการศึกษาและ learning cities

สำหรับปีงบประมาณ 2568 ได้มีการเสนอกรอบวงเงินงบประมาณด้าน ววน. รวม 42,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้มีงบประมาณด้าน RU วงเงิน 5,000 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานภายใต้ “ยุทธศาสตร์ที่ 1” การพัฒนาเศรษฐกิจไทยด้วยเศรษฐกิจสร้างคุณค่าและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้มีความสามารถในการแข่งขันและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนพร้อมสู่อนาคตโดยใช้วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ “ยุทธศาสตร์ที่ 2” การยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อม ให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนสามารถแก้ไขปัญหาท้าทายและปรับตัวได้ทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยใช้วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ในส่วนของการจัดทำแผนงานด้าน RU ประจำปีงบประมาณ 2568 สกสว. ได้เสนอให้มีการ Re-Design แผนงาน โดยให้มีการดำเนินงานทั้งแบบ Top Down และ Bottom Up  และเสนอให้เลือกแบบ Sector Base หรือ Issue Base และ Cross Cutting หน่วยงาน โดย สกสว. มุ่งเน้นประเด็นหลักในการดำเนินงาน ได้แก่ การแพทย์และสุขภาพ เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ เกษตรและอาหารมูลค่าสูง ยานยนต์ไฟฟ้า สิ่งแวดล้อมและสังคมคาร์บอนต่ำ เศรษฐกิจฐานราก เศรษฐกิจสร้างสรรค์ สังคมสูงวัย และการบริหารจัดการภาครัฐ

ด้าน รศ. ดร.สุดสวาสดิ์ ดวงศรีไสย์ รองผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบ ววน. ด้านการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ กล่าวเสริมในส่วนของเกณฑ์การคัดเลือกหัวข้อสำคัญ ประกอบด้วย 1. สร้างผลกระทบได้ชัด มีกลุ่มผู้ได้รับประโยชน์ (Beneficiary) ชัดเจน และมีขนาดใหญ่ 2. สามารถดำเนินการให้บรรลุผล หรือสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนได้ภายใน 1 ปี 3. มีงานวิจัยพร้อมใช้ มีระบบนิเวศที่เอื้อต่อการดำเนินงาน และ/หรือโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ที่พร้อมในระดับหนึ่งตลอดห่วงโซ่คุณค่า และ 4. มี Key Player หลักเข้าร่วม และมีกลไกขับเคลื่อนชัดเจน โดยการประชุมระดมสมองร่วมกับ PMU ในครั้งนี้ เพื่อให้ได้ตัวอย่างหัวข้อสำคัญที่จะดำเนินการในแผนด้าน RU ประจำปีงบประมาณ 2568 แบบ Top Down รวมทั้งได้แนวทางการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนด้าน RU ร่วมกับหน่วยงานที่มีภารกิจหลักในประเด็นนั้น ๆ ซึ่งมีแผนจะจัดขึ้นในเดือนตุลาคม 2566 ต่อไป

“สกสว. เป็นหน่วยงานกลางในการบริหารจัดการกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) มีหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุน และขับเคลื่อนระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศในทุกด้าน เพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืน”

ปลดล็อกการศึกษาพระ-เณร! ‘พวงเพ็ชร’เผย ครม.ผ่านงบฯพระปริยัติธรรม 346 ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759233

ปลดล็อกการศึกษาพระ-เณร! 'พวงเพ็ชร'เผย ครม.ผ่านงบฯพระปริยัติธรรม 346 ล้าน

ปลดล็อกการศึกษาพระ-เณร! ‘พวงเพ็ชร’เผย ครม.ผ่านงบฯพระปริยัติธรรม 346 ล้าน

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566, 09.57 น.

“พวงเพ็ชร”เผย ครม.ผ่านงบฯพระปริยัติธรรม 346 ล้าน ปลดล็อกการศึกษาพระ-เณรไทย เจ้าคุณประสาร ม.จุฬาลงกรณ ชื่นชม รมต.ใหม่รับปากไว้ทำได้ทันที

เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2566 นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อเป็นค่าตอบแทนรายเดือนแก่เจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม (จศป.) จำนวน 3,320 อัตรา จำนวน 346,726,400 บาท ตามที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เสนอ

นางพวงเพ็ชร กล่าวว่า ภายหลังที่ได้รับมอบหมายจาก นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้กำกับ ดูแล และสั่งราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้ลงพื้นที่กราบพระเถระตามวัดต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อสอบถามรับฟังปัญหาจากพระเถระตามวัดต่างๆ ได้ให้ข้อเสนอแนะ พร้อมเสนอปัญหาของกิจการคณะสงฆ์ โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณของการศึกษาพระปริยัติธรรม (จศป.) ที่ยังไม่เคยได้รับเลย ทำให้การบริหารการศึกษาในส่วนนี้ได้รับผลกระทบและเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเมื่อรับทราบปัญหา รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเร่งนำเรื่องเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติ

ทางด้าน พระราชวัชรสารบัณฑิต หรือ เจ้าคุณประสาร รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หรือ มจร.เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ (25 ก.ย.) ได้พบ นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในงานแถลงข่าว 338 ปี วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิหาร โดยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ เข้าใจและรับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมที่จะเข้าไปแก้ไขและช่วยเหลือคณะสงฆ์อย่างเต็มที่ ไม่เฉพาะเรื่องนี้ หมายรวมถึงในทุกๆ เรื่องที่เป็นภาระหน้าที่รับผิดชอบ ภายหลังที่ได้รับทราบมติคณะรัฐมนตรีได้มีการอนุมัติเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อเป็นค่าตอบแทนรายเดือนแก่เจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม (จศป.) ได้สอบถามไปตาม จศป.ต่างๆ ในส่วนภูมิภาคทั่วประเทศต่างก็อนุโมทนาสาธุการ อนุโมทนาในบุญกุศลที่นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญต่อการศึกษาของคณะสงฆ์ ให้การอุปถัมภ์ต่อการศึกษาในส่วนของพระสงฆ์ สามเณรที่เป็นเนื้อนาบุญ ที่สำคัญท่านรับปากกับพระไว้อย่างไร ท่านก็ทำให้ได้ทันท่วงที จึงเป็นการปลดล็อกปัญหาต่างๆ ที่ค้างคาและหมักหมมมายาวนาน

“ต่อจากนี้ไปงานการพระศาสนาในทุกๆ ด้าน ทั้งการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรม ธรรมศึกษา บาลี บาลีศึกษา ปริยัติสามัญ และมหาวิทยาลัยสงฆ์ในสังกัด อว.คงจะมีความหวังมากขึ้นจากภาครัฐ ทั้งในเชิงนโยบายและการปฎิบัติของรัฐบาลที่มีต่อคณะสงฆ์ทั้งประเทศ” พระราชวัชรสารบัณฑิต กล่าว

‘ชไนเดอร์’หนุน‘สอศ.-มจพ.’ ฝึกนศ.เพิ่มทักษะ‘ไฟฟ้า-ออโตเมชั่น’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759161

‘ชไนเดอร์’หนุน‘สอศ.-มจพ.’ ฝึกนศ.เพิ่มทักษะ‘ไฟฟ้า-ออโตเมชั่น’

‘ชไนเดอร์’หนุน‘สอศ.-มจพ.’ ฝึกนศ.เพิ่มทักษะ‘ไฟฟ้า-ออโตเมชั่น’

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค และมูลนิธิชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้ลงนามในบันทึกความร่วมมือเพื่อมอบชุดฝึกสำหรับการเรียนรู้และการฝึกอบรมทางด้านไฟฟ้าและออโตเมชั่น ให้กับ 15 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ โดย นายฌอง ปาสคาล ตริคัวร์ ประธานบริหาร ชไนเดอร์ อิเล็คทริคและประธานมูลนิธิชไนเดอร์อิเล็คทริค เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2552 มูลนิธิชไนเดอร์ อิเล็คทริคพร้อมด้วยโครงการ Youth Educationและ Entrepreneurship มุ่งมั่นในการให้ความรู้ด้านการบริหารจัดการพลังงาน ซึ่งเป็นคำมั่นสัญญาที่กำหนดโดยผลกระทบด้านความยั่งยืนของชไนเดอร์ อิเล็คทริค

โดยมีเป้าหมายลดช่องว่างด้านการศึกษาผ่านการให้การสนับสนุนเรื่องการฝึกอบรมแก่เยาวชน 1 ล้านคน และผู้ประกอบการ10,000 ราย ภายในสิ้นปี 2568 ซึ่งมูลนิธิชไนเดอร์ มุ่งเป้าในการมีส่วนร่วมสนับสนุนสังคมคาร์บอนต่ำ และสร้างความทัดเทียมมากยิ่งขึ้น ด้วยการอาศัยความเชี่ยวชาญ และบรรดาพันธมิตรในภูมิภาค เพื่อจุดประกายให้กับคนรุ่นใหม่และชุมชนในวงกว้างเพื่อขับเคลื่อนไปสู่อนาคตที่ดียิ่งขึ้นผ่านการพัฒนาที่ยั่งยืน

“การร่วมมือระหว่างมูลนิธิชไนเดอร์ อิเล็คทริค และชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย จะให้การสนับสนุนด้วยการมอบสื่อการสอน จัดซื้ออุปกรณ์ด้านเทคนิค และการฝึกอบรมผู้สอน โดยทาง Asia Society for Social Improvement and Sustainable Transformation (ASSIST) จะประสานความร่วมมือในครั้งนี้ ด้วยการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา” ประธานบริหาร ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าว

ด้าน นายสเตฟาน นูสส์ ประธานคลัสเตอร์ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ดูแลประเทศไทย ลาวและเมียนมากล่าวว่า วันนี้ทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมต่างมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน คือ การทรานส์ฟอร์มไปสู่ดิจิทัล มีการรวมกันระหว่างเทคโนโลยี IT และ OT เข้าด้วยกันและใช้ประโยชน์จากดิจิทัลในการทำงานในกระบวนการต่างๆ เช่น การมอนิเตอร์พลังงาน และกระบวนการต่างๆ เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ในเชิงลึกได้ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในเชิงบวก รวมถึงการประหยัดพลังงาน และคาดการณ์แนวโน้มในการซ่อมบำรุงได้ พร้อมทั้งสร้างความยั่งยืนควบคู่กันไป

“ดังนั้นความท้าทายของผู้เริ่มทำงานคือการทำความเข้าใจกับระบบใหม่ๆ นี้ให้เข้าใจ ก่อนเข้าสู่การทำงานจริง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค มีความยินดีในการมอบสื่อการสอนที่จะทำให้นักศึกษาสามารถบ่มเพาะความรู้จากเทคโนโลยีของเราเพื่อการทำงานที่มั่นคงในอนาคต” นายสเตฟานกล่าว

สำหรับประเทศไทย ในครั้งนี้มูลนิธิชไนเดอร์ อิเล็คทริค มีการลงนามความร่วมมือกับสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกในปี 2565 และกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ตั้งเป้าฝึกอบรมนักศึกษาระดับอาชีวศึกษาสาขาไฟฟ้าทั่วประเทศให้ได้ 55,000 คน ตลอดระยะเวลาความร่วมมือถึงปี 2570 โดยนักศึกษาแต่ละคนจะต้องได้รับการฝึกอบรมทางด้านไฟฟ้าและออโตเมชั่นเป็นเวลา 180 ชั่วโมง หรือ1 ภาคการศึกษา โดยมอบหมายให้ ASSIST เป็นผู้วัดผลการดำเนินการทุกไตรมาส

‘สถ.’จับมือ‘สสส.’หนุนท้องถิ่น สร้าง‘พื้นที่แห่งโอกาส’เพื่อเด็ก-เยาวชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759162

‘สถ.’จับมือ‘สสส.’หนุนท้องถิ่น สร้าง‘พื้นที่แห่งโอกาส’เพื่อเด็ก-เยาวชน

‘สถ.’จับมือ‘สสส.’หนุนท้องถิ่น สร้าง‘พื้นที่แห่งโอกาส’เพื่อเด็ก-เยาวชน

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายพนมเทียน เส้งวั่นผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กระทรวงมหาดไทย กล่าวในงานมอบรางวัลเพื่อคนการศึกษาท้องถิ่น (Local Education Award 2023) เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า สถ. น้อมนำพระบรมราโชบายของในหลวงรัชกาลที่ 10 เรื่องการศึกษาต้องมุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียน 4 ด้าน 1.มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง 2.มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม 3.มีงานทำ มีอาชีพ สามารถเลี้ยงตัวและเลี้ยงครอบครัวได้ และ 4.เป็นพลเมืองดี สถานศึกษาและสถานประกอบการ ส่งเสริมให้ทุกคนมีโอกาสทำหน้าที่พลเมืองดี

โดยปัจจุบันจะเห็นว่าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในพื้นที่ต่างๆ ได้รับความชื่นชม ได้รับความไว้วางใจจากผู้ปกครองเพิ่มขึ้น จนบางแห่งต้องแย่งกันจองคิวส่งบุตรหลานเข้าไปเรียน ซึ่งการมอบรางวัลเพื่อคนการศึกษาท้องถิ่นครั้งนี้ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่บุคลากรในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่มีผลงานดีเด่นด้านการศึกษาท้องถิ่น ประกอบด้วยรางวัลโรงเรียนต้นแบบเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรมในสถานศึกษาสังกัด อปท. จำนวน 7 รางวัล รางวัล อปท. ต้นแบบส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสภาเด็กและเยาวชน 46 รางวัล

รางวัลเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติครูสอนเด็กด้อยโอกาส 25 รางวัล และรางวัลประกวดคลิปวีดีโอรำวงมาตรฐานประกอบเพลง “รำวงมหาดไทยเพื่อคนไทย” ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและสถานศึกษาระดับปฐมวัยสังกัด อปท. 20 รางวัล นับเป็นการมอบรางวัลครั้งแรกหลังจากมี พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ.2550 และฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560 ที่กำหนดให้ อปท. มีหน้าที่ในกิจการสภาเด็กและเยาวชน และเกิดการกำหนดให้เยาวชนมีบทบาทและมีส่วนร่วมทำงานร่วมกับท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นต้นแบบให้กับ อปท.อื่นๆทั่วประเทศต่อไป

น.ส.ณัฐยา บุญภักดี ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า การพัฒนาและ
ส่งเสริมเด็กและเยาวชนให้เท่าทันต่อสถานการณ์โลกยุคใหม่ เป็นความท้าทายใหม่ของหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะอปท. กลไกรัฐที่อยู่ใกล้ชิดกับเด็กและเยาวชนมากที่สุด ซึ่งแม้ อปท. มีการจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนระดับท้องถิ่นขึ้นตามกฎหมายส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติทั้งสิ้น 7,774 แห่ง

แต่ในกฎหมายไม่ได้กำหนดแนวทาง หรือวิธีการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนอย่างชัดเจน ส่งผลให้ท้องถิ่นระดับต่างๆ ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เทศบาลตำบล (ทต.) เทศบาลเมือง (ทม.) เทศบาลนคร (ทน.) ต้องการแผนงานและแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนอย่างเป็นระบบ รวมถึงตัวอย่าง หรือต้นแบบที่จะทำให้การขับเคลื่อนงานด้านเด็กเยาวชนให้เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่อง และเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลก

น.ส.ณัฐยา กล่าวต่อไปว่า สสส.เล็งเห็นโอกาสสร้างการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายจากเยาวชนคนท้องถิ่น ด้วยการสนับสนุนให้เกิด “พื้นที่แห่งโอกาส” ให้เด็กและเยาวชนได้พัฒนาศักยภาพ มีส่วนร่วมอย่างเป็นทางการในกระบวนการพัฒนานโยบายในระดับท้องถิ่นและเรียนรู้ผ่านการลงมือทำโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อท้องถิ่นของตน ทำให้เกิดทักษะในศตวรรษที่ 21ทั้งการคิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ ทำงานเป็นทีม และสื่อสารสร้างสรรค์ ช่วยลดปัญหาสุขภาวะทางจิต เกิดความภูมิใจและเห็นคุณค่าในตนเอง

โดย สสส. สนับสนุนมูลนิธินวัตกรรมสร้างสรรค์สังคมให้เข้ามาร่วมทำงานสร้างเสริมศักยภาพบุคลากรท้องถิ่น เพื่อเพิ่มทักษะให้บุคลากรที่ต้องทำงานกับเด็กและเยาวชน ทั้งหลักสูตรออนไลน์ที่ http://www.coachforchange.coและออนไซด์ ทำให้การทำงานส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชน ไม่ใช่แค่การจัดกิจกรรมให้เด็กมาร่วมงาน แต่เป็นกิจกรรมที่เด็กๆ ได้มีส่วนร่วมคิดร่วมทำและร่วมรับผิดชอบ

ได้มีส่วนร่วมดูแลแก้ไขปัญหาในชุมชนพื้นที่ของตนเอง ซึ่งก็ได้รางวัลเชิดชูเกียรติในครั้งนี้ด้วย อย่างไรก็ตามยอมรับว่าเป็นห่วงทิศทางการทำงานด้านการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสภาเด็กและเยาวชนท้องถิ่นในอนาคต เพราะการถ่ายโอนภารกิจมาสู่ อปท.ทั่วประเทศยังไม่เสร็จสมบูรณ์ จะส่งผลให้อปท. ยังไม่สามารถขับเคลื่อนงานสภาเด็กและเยาวชนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

‘นศ.’มุ่งมั่นพัฒนา‘กายอุปกรณ์’ช่วยคนพิการ คว้ารางวัลชนะเลิศ“Best Survivor Award’แห่งปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759159

‘นศ.’มุ่งมั่นพัฒนา‘กายอุปกรณ์’ช่วยคนพิการ  คว้ารางวัลชนะเลิศ“Best Survivor Award’แห่งปี

‘นศ.’มุ่งมั่นพัฒนา‘กายอุปกรณ์’ช่วยคนพิการ คว้ารางวัลชนะเลิศ“Best Survivor Award’แห่งปี

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“เพราะโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เราจึงต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวให้ทันและให้อยู่รอด” มูลนิธิเอสซีจี จึงได้ร่วมกับ บริษัท วู้ดดี้ เวิลด์ Best Survivor Awards จัดแคมเปญ Gen Will Survive และกิจกรรม “Best Survivor Awards” เฟ้นหาสุดยอดคนรุ่นใหม่ที่มี Hard skill และ Soft skill ในการเอาตัวรอด และเรื่องราวของเขาสามารถเป็นแรงบันดาลใจที่จะส่งต่อให้กับทุกๆ คนได้ ซึ่ง Best SurvivorAwards ได้รับการตอบรับอย่างเกินคาดเพราะเป็นครั้งแรกที่เปิดให้คน Gen Zได้เปิดอกแชร์เรื่องราวของตนเองสู่สาธารณะ

มีผู้สนใจส่งผลงานเข้าร่วมเกือบ 500 คน และมีคณะกรรมการาคัดเลือกอย่างเข้มข้น นำโดย ผศ.ดร.วิรุจกิจนันทวิวัฒน์ ประธานสาขาวิชาธุรกิจและอาชีวศึกษา ภาควิชานโยบายการจัดการและความเป็นผู้นำทางการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมด้วย ณัฏฐ์อาภาผ่องทิพาภรณ์ ผู้สื่อข่าวและ Content Creator สำนักข่าวสปริงนิวส์ รวมถึง เอแคลร์ จือปาก และ MonsterFon ร่วมกันพิจารณาตัดสินรางวัล

โดยพิจารณาจากเรื่องราวน่าประทับใจ และเป็นแบบอย่างที่ดีมีความตรงโจทย์ ชัดเจน น่าสนใจ และแสดงให้เห็นถึงการนำทักษะ ทั้ง Hard skill และ Soft skill มาปรับใช้ให้ชีวิตดีขึ้น สำหรับผลการตัดสินรางวัล Best Survivor Awards ครั้งแรกของประเทศไทยนั้น “รางวัลชนะเลิศ” คือ นายสุรพรชัย ธรรมศิริ นักศึกษาสาขากายอุปกรณ์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 100,000 บาท

“รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่น.ส.เพ็ญนภา สิงห์สนั่น คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง” ได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท เอสซีจีและ “รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 คือ น.ส.อรนรินทร์ ศิริปุลินพงศ์ ชั้นปี 3 คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการและการเป็นผู้ประกอบการนวัตกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง” ได้รับรับเงินรางวัลมูลค่า 30,000 บาทนอกจากนี้ ยังมีรางวัลชมเชยอีก5 รางวัล รับเงินรางวัลละ 3,000 บาทพร้อมประกาศนียบัตรจากมูลนิธิเอสซีจี

ผศ.ดร.วิรุจ ในฐานะประธานคณะกรรมการตัดสิน กล่าวว่า ชิ้นงานที่ส่งเข้ามา ต่างมีจุดเด่นที่ดีและแตกต่างกัน แสดงให้เห็นถึงการใช้ทักษะในการเอาตัวรอดในศตวรรษนี้ดีมากๆ ทำให้ตัดสินได้ยาก แต่เมื่อพิจารณาจากเกณฑ์การตัดสิน พบว่าผู้ที่ได้รางวัลชนะเลิศมีแรงบันดาลใจที่ดี มีการตั้งเป้าหมายในชีวิต และมีการลงมือทำที่แม้ว่าระหว่างทางจะมีอุปสรรคปัญหาแต่ก็ไม่ได้ย่อท้อ

“นอกจากนี้สิ่งที่เขาทำ ไม่ได้ทำเพื่อตัวเองเพียงฝ่ายเดียว แต่ยังทำเพื่อผู้อื่น และก็ไม่ได้ทำในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ทำมาตั้งแต่เป็นนักเรียน และเป็นแรงบันดาลใจให้ต่อยอดมาจนถึงเป็นนักศึกษา เรื่องราวของผู้ชนะ เหมาะสมที่จะส่งต่อให้ผู้อื่นได้มีโอกาส มีกำลังใจ ลงมือทำโดยไม่ย่อท้อเพื่อให้ประสบความสำเร็จได้” ผศ.ดร.วิรุจ กล่าว

ด้านนายสุรพรชัย ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศ กล่าวว่า ตนมีความมุ่งมั่นอยากช่วยเหลือคนอื่นโดยเฉพาะคนพิการ เมื่อมีโอกาสได้พบกับเด็กออทิสติกที่กล้ามเนื้อบริเวณข้อมือมีปัญหา ไม่สามารถจับดินสอเหมือนเด็กคนอื่นได้ จึงได้นำความสนใจที่มีอยู่ผนวกเข้ากับปัญหาที่พบมา เพื่อจะแก้ปัญหาตรงนี้จนกลายเป็นบอร์ดฝึกเขียนสำหรับเด็กออทิสติกที่จะช่วยให้เด็กออทิสติกสามารถเรียนรู้ร่วมกับเด็กปกติได้ ทั้งนี้ ตนเปรียบชีวิตของตนเองกับรองเท้าบู๊ท

โดยรองเท้าบู๊ทข้างแรกคือการรู้จักตัวเอง ที่จะต้องมีสติพร้อมเผชิญกับสิ่งที่ต้องพบเจอและพร้อมที่จะปรับตัวกับสิ่งที่จะพบเจอในอนาคตเพื่อให้อยู่รอดได้ ซึ่งในวันนี้ได้ค้นหาตนเองเจอแล้ว จากความชอบความสนใจที่มีอยู่มาลงตัวที่สาขาที่เลือกเรียน ในปัจจุบันที่เกี่ยวกับการผลิตแขน-ขาเทียมเพื่อผู้พิการ ที่จะสานต่อความชอบและความฝันให้เป็นจริงในอนาคต ส่วนรองเท้าบู๊ทอีกข้าง คือ การวางแผนเพื่ออนาคต ซึ่งเป้าหมายขอตนคือ “การได้มีโอกาสไปเรียนต่อด้านกายอุปกรณ์ที่ประเทศญี่ปุ่น” นำเทคนิคต่างๆ กลับมาพัฒนาต่อ เพื่อทำให้คุณภาพชีวิตคนพิการดีขึ้น

“การรู้จักตัวเอง รู้ความชอบ ความถนัดของตัวเอง เป็นสิ่งสำคัญ ถ้าได้ทำในสิ่งที่ชอบ 100% เราจะมีความสุขในการทำงาน ต้องถามตัวเองว่าสิ่งที่เราทำตอนนี้ เพราะคนอื่นต้องการ คนรอบข้างต้องการ หรือเราต้องการให้เป็นแบบนี้จริงๆ เราลองลดความคาดหวังและเอาความคาดหวังมาเป็นแรงผลักดันให้ตัวเองได้ทำในสิ่งที่ต้องการจริงๆ ดีกว่า” นายสุรพรชัย กล่าว

สำหรับผู้ได้รับรางวัลรองชนะเลิศทั้งสองคน ก็ไม่ต่างกัน ตรงที่ไม่เคยปฏิเสธการเรียนรู้ สิ่งใหม่ๆ รวมถึงการมองหาโอกาสใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น และยังมีความมุมานะพยายาม สามารถนำความชอบ มาสู่อาชีพได้ และปรับตัว ให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนต่างมีรายได้เลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้ ตั้งแต่ยังไม่จบการศึกษา โดย น.ส.เพ็ญนภา ที่เริ่มจากการขายของออนไลน์ก่อนจะผันตัวมาเป็นนักออกแบบกราฟิก และ น.ส.อรนรินทร์ ที่ไปได้ดีจากการไลฟ์ขายของออนไลน์จนสามารถทำรายได้หลักแสน ก่อนจะมีความฝันที่อยากเป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าที่ตั้งเป้าว่าแบรนด์ของเธอจะเป็นแบรนด์ในใจของทุกคน

โลกปัจจุบันที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอยู่ตลอดเวลา คนที่ปรับตัวได้เร็ว และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงนั้นได้เท่านั้น ที่จะอยู่รอดได้ในโลกใบนี้ มูลนิธิเอสซีจีจึงได้ให้ความสำคัญกับการเรียนรูเพื่ออยู่รอด “Learn to Earn” และการพัฒนาทักษะเพื่อเป็นอาวุธให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ พร้อมออกไปใช้ชีวิตให้อยู่รอดได้ เลี้ยงดูตนเองได้ดูแลครอบครัวได้ และพร้อมส่งต่อโอกาสให้กับคนอื่นๆ ในสังคมต่อไป

สามารถติดตามความคืบหน้าและติดตามข้อมูลข่าวสารของมูลนิธิเอสซีจี ได้ที่ http://www.scgfoundation.org และเฟซบุ๊ก LEARNtoEARN และ Tiktok LEARNtoEARN

จุฬาฯร่วมมือกรมสรรพากรพัฒนา หลักสูตรจัดการและการจัดเก็บภาษี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/758958

จุฬาฯร่วมมือกรมสรรพากรพัฒนา  หลักสูตรจัดการและการจัดเก็บภาษี

จุฬาฯร่วมมือกรมสรรพากรพัฒนา หลักสูตรจัดการและการจัดเก็บภาษี

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพากร ลงนามความร่วมมือพัฒนาหลักสูตรสหวิทยาการ และรายวิชาการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้านการบริหารจัดการ และการจัดเก็บภาษีอากร เมื่อเร็วๆ นี้ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ความร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ตลอดชีวิตในครั้งนี้ถือเป็นการร่วมสร้างองค์ความรู้ทางด้านวิชาการร่วมกับวิชาชีพ ระหว่างสถาบันการศึกษากับหน่วยงานภาครัฐ เป็นการสร้างองค์ความรู้แบบบูรณาการศาสตร์สหสาขาวิชา ทั้งด้านพาณิชยศาสตร์และการบัญชี เศรษฐศาสตร์ นิติศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ โดยเป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ที่เป็นการเรียนรู้ ในรูปแบบที่ยืดหยุ่น ไม่จำกัดแค่ในเฉพาะในห้องเรียน

นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ความร่วมมือกับจุฬาฯ ในครั้งนี้ถือเป็นการสร้างและพัฒนาบุคลากรของกรมสรรพากรให้มีความเชี่ยวชาญและมีความลุ่มลึกด้านการบริหารจัดเก็บภาษีอากร สามารถวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลจาก Big Data ที่กรมสรรพากรได้รับมาจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศได้ เพื่อบริหารจัดการและใช้ข้อมูลเหล่านั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการบริหารจัดเก็บภาษี รวมทั้งพัฒนาบุคลากรให้ทักษะการปฏิบัติงานด้านการจัดเก็บภาษีผ่านการประยุกต์ใช้ซอฟต์แวร์และนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเสริมสร้างบริการใหม่ๆ ให้ตรงใจผู้เสียภาษีมากยิ่งขึ้น โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันออกแบบและพัฒนาหลักสูตรสหสาขาวิชาระดับบัณฑิตศึกษาที่ตอบโจทย์ผู้เรียนและสอดคล้องกับความต้องการของตลาดและสังคม หลักสูตรที่เปิดสอนจะมีในระดับปริญญาโท ทางด้านการบริหารจัดเก็บภาษี และด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการบริหารจัดเก็บภาษี และจะร่วมกันพัฒนารายวิชาการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้านการบริหารจัดการ และการจัดเก็บภาษีอากร เพื่อการพัฒนาทักษะของบุคลากรกรมสรรพากร และบุคคลทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรม ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ตลอดชีวิต CUGS Academy