‘ซีเอ็ด’-‘เซซามีสตรีท’ การ์ตูนชื่อดังระดับโลก ตอกย้ำแคมเปญส่งเสริมการอ่าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763778

‘ซีเอ็ด’-‘เซซามีสตรีท’ การ์ตูนชื่อดังระดับโลก  ตอกย้ำแคมเปญส่งเสริมการอ่าน

‘ซีเอ็ด’-‘เซซามีสตรีท’ การ์ตูนชื่อดังระดับโลก ตอกย้ำแคมเปญส่งเสริมการอ่าน

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) “ซีเอ็ด” จับมือกับเหล่าก๊วนเพื่อนแสนซน“เซซามีสตรีท” การ์ตูนขวัญใจเด็กๆ ทั่วโลก มาเชิญชวนให้คนไทยรักการอ่าน ภายใต้แคมเปญ “YOU ARE WHAT YOU READ”

ด้วยซีเอ็ดและเซซามีสตรีทมีแนวคิดและมุมมองที่เหมือนกัน ในการส่งเสริมการอ่านตั้งแต่วัยเด็ก และการปลูกฝังการอ่านทุกเพศทุกวัย

ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 28 นี้ ซีเอ็ด ได้จัดเตรียมหนังสือออกใหม่ หนังสือขายดี หนังสือกระแสน่าสนใจ โปรโมชั่นซื้อครบรับเลย พาก๊วนเพื่อนแสนซน “เซซามีสตรีท” กับของพรีเมียมลิขสิทธิ์แท้ 100% พบปะนักเขียนนักเขียนผลงาน Best Seller มาร่วมพบปะพูดคุยเสวนา เช่น โค้ชหนุ่ม-จักรพงษ์ เมษพันธุ์, น้าเน็ก-เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา, พอล ภัทรพล ฯลฯ

ม.วลัยลักษณ์ ร่วมกับ อบจ.นครศรีฯ ยกระดับการบริการสุขภาพประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763782

ม.วลัยลักษณ์ ร่วมกับ อบจ.นครศรีฯ  ยกระดับการบริการสุขภาพประชาชน

ม.วลัยลักษณ์ ร่วมกับ อบจ.นครศรีฯ ยกระดับการบริการสุขภาพประชาชน

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นางกนกพร เดชเดโช นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช และผู้อำนวยการ รพ.สต.ชุมชนสาธิตวลัยลักษณ์พัฒนา รพ.สต.บ้านหาร และรพ.สต.บ้านทุ่งชน ร่วมกันลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านบริการสุขภาพ ระหว่าง มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในเขตพื้นที่ดังกล่าว โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.สุวิทย์ วุฒิสุทธิเมธาวี รักษาการแทนผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และนางดุษฎี จันทร์พุ่ม ปลัดอบจ.นครศรีฯ ลงนามเป็นพยาน ท่ามกลางผู้บริหาร อสม. ประชาชนในพื้นที่ร่วมกันเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมหัวตะพาน อาคารจุฬาภรณเวชวัฒน์ รพ.ศูนย์การแพทย์ ม.วลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันก่อน

การลงนามดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความร่วมมือและสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงระบบบริการสุขภาพได้สะดวก ได้รับบริการคุณภาพ และถือเป็นต้นแบบเครือข่ายบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ (CUP Model) แห่งแรกของประเทศไทย ที่บริหารจัดการภายใต้ความร่วมมือขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่โอนถ่ายมายังองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช มุ่งผลสำเร็จสู่ความเป็นเอกลักษณ์ของการบริการวิชาการเพื่อประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน และภายใต้ข้อตกลงฉบับนี้จะทำให้ประชาชนที่ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพ ถ้วนหน้า ในเขตพื้นรายรอบ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ทั้งตำบลไทยบุรีและตำบลหัวตะพาน กว่า 10,000 คน ได้เข้าถึงบริการที่สะดวกและได้รับการรักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลที่ใกล้บ้านอีกด้วย

นีเวีย สานต่อโครงการปรับปรุงห้องสมุด โรงเรียนในชนบทขาดแคลน ปี 2

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763779

นีเวีย สานต่อโครงการปรับปรุงห้องสมุด  โรงเรียนในชนบทขาดแคลน ปี 2

นีเวีย สานต่อโครงการปรับปรุงห้องสมุด โรงเรียนในชนบทขาดแคลน ปี 2

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายดรงค์ ถนอมวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย ผลิตภัณฑ์นีเวีย ประเทศไทย พร้อมด้วย นางสาวอรนิดา วิมลวัฒนาภัณฑ์ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) และนางวิศัลยา เจริญรักษ์ หัวหน้าฝ่ายการสื่อสารองค์กร กิจกรรมเพื่อสังคม และกิจการสาธารณะ ภูมิภาคอาเซียน บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ เดินหน้าเปิดโครงการ “เพราะแคร์จึงชวนแชร์ ปรับปรุงห้องสมุดยุคใหม่ เพิ่มศักยภาพการเรียนรู้”

บุคคลทั่วไปซื้อผลิตภัณฑ์นีเวียชนิดใดก็ได้ทุกหนึ่งชิ้นที่บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ นีเวียจะร่วมบริจาคหนึ่งบาท และบริจาคเพิ่มเป็นสองบาทหากซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ของบิ๊กซีตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 โดยหลังจากโครงการนี้จบลง นีเวีย จะมอบเงินสมทบทุนผ่านโครงการร้อยพลังการศึกษา โดยมูลนิธิยุวพัฒน์ นำไปปรับปรุงห้องสมุดในพื้นที่ห่างไกลทั้งสิ้น 15 แห่งทั่วประเทศ

ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานมอบ 133 รางวัล ‘หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763652

ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานมอบ 133 รางวัล 'หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก'

ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานมอบ 133 รางวัล ‘หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก’

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 14.25 น.

ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานมอบ 133 รางวัล “หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก” เน้นย้ำ ร่วมกันส่งเสริมคนดีมีคุณธรรมให้เป็นแบบอย่างที่ดี เพื่อทำให้สังคมไทยมีแต่คนดีที่จะทำให้ประเทศไทยมีความมั่นคงอย่างยั่งยืน

วันที่ 18 ตุลาคม 2566 เวลา 11.00 น. ที่หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล “หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก” งานสร้างเสริมคนดีมีคุณธรรม ครั้งที่ 35 โดยมี คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธานมูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร นางอารยา อรุณานนท์ชัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พรทิพย์ พุกผาสุข รองประธานมูลนิธิฯ นางสาวิตรี บริพัตร ณ อยุธยา กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิฯ นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการปกครอง นายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นางทัศนีย์ ผลชานิโก รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์รักษาราชการแทนอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และภาคีเครือข่าย ร่วมในพิธีกว่า 1,000 คน

โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย รับมอบโล่ที่ระลึกจากคุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธานมูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร จากนั้น เป็นประธานมอบของที่ระลึกแก่ผู้ให้การสนับสนุนมูลนิธิฯ 22 คน และผู้ได้รับรางวัล “หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก” จำนวน 133 รางวัล แบ่งเป็น 6 ประเภทรางวัล ได้แก่ 1) ประธานคณะกรรมการอุปการะเยาวชนประจำจังหวัด จำนวน 11 รางวัล อาทิ นางกาญจนี รุจนเสรี นางกรรณิกา กองฉลาด นางวรรณฤดี กิจเจริญรุ่งโรจน์ นางสุวจี ศิริปัญโญ พลเรือตรีหญิง อินทิรา ตันเจริญ นางวันทนา พ่วงบางโพ 2) อาจารย์ระดับอุดมศึกษาผู้ทรงคุณธรรม มีผลงานดีเด่นในการพัฒนาคุณธรรม และจริยธรรมของนิสิต นักศึกษาระดับอุดมศึกษา จำนวน 7 รางวัล อาทิ รศ.ดร.ปนัดดา ยิ้มสกุล รศ.พ.ต.อ.หญิง ดร.ทิพย์ฆัมพร เกษโกมล ผศ.ดร.สุรัสวดี อรุณวราภรณ์ ศ.นพ.สมชาย ธนวัฒนาเจริญ ผศ.ดร.สาระ มีผลกิจ 3) ครูผู้รับผิดชอบงานมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จำนวน 35 รางวัล อาทิ นายวิรัตน์ พสุนนท์ โรงเรียนวัดยายร่ม (วัฒนราษฎร์รังสรรค์) 4) ผู้มีผลงานดีเด่นในการบำเพ็ญประโยชน์แก่ประชาชนและสังคม จาก 7 กลุ่มอาชีพ จำนวน 58 รางวัล คือ 1. ตำรวจจราจรดีเด่น 2. พนักงานกวาดถนนดีเด่น 3. พนักงานขับรถโดยสารประจำทาง ขสมก. ดีเด่น 4. พนักงานขับรถโดยสารประจำทาง บขส. ดีเด่น และรถร่วมบริการ 5. ผู้ปฏิบัติงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยดีเด่น 6. พลเมืองดี 7. จิตอาสา อาทิ นายฐิติพงศ์ พิริพล นายสถานีรถไฟบ้านส้อง ฮีโร่ช่วยยายผู้พิการทางหู เดินข้ามทางรถไฟ รอดชีวิตจากการถูกรถไฟชน 5) คนพิการดีเด่นในการพัฒนาคุณภาพชีวิต จำนวน 8 รางวัล อาทิ ร.ต.ท.สวง ทะสะระ 6) หมู่บ้านหัตถกรรมดีเด่นและผู้นำหมู่บ้านหัตถกรรมดีเด่น จำนวน 14 รางวัล อาทิ บ้านแม่พระประจักษ์ จังหวัดสุพรรณบุรี กลุ่มทอผ้าพื้นเมือง จังหวัดนครพนม บ้านกำปงบูเก๊ะ จังหวัดยะลา กลุ่มหัตถกรรมทอผ้าขิดวัดโฆษา จังหวัดเพชรบูรณ์ และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเฮือนปฏิมาเซรามิค จังหวัดพะเยา แล้วร่วมเยี่ยมชมร้านค้าของหมู่บ้านหัตถกรรมที่ได้รับรางวัล และสินค้าผลิตภัณฑ์คนพิการในบริเวณงาน

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่สำคัญยิ่งวันหนึ่งของประเทศชาติ เพราะเป็นวันที่เรามาช่วยกันให้กำลังใจคนดีของสังคม ภายใต้การคัดเลือกของท่านคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และที่สำคัญยิ่ง “เป็นการร่วมกันน้อมรำลึกนึกถึงคุณงามความดีของ “หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร”” ผู้เป็นเสาหลักในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจนกระทั่งได้รับการยกย่องจากองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก

“ตน และ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย รู้สึกดีใจที่ท่านคณะกรรมการมูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ได้จัดงานในวันนี้ขึ้น และขอแสดงความยินดีกับพี่น้องผู้ที่ได้ประกอบคุณงามความดีจนเป็นที่ประจักษ์ ได้รับการยอมรับ และได้รับการคัดเลือกให้ได้รับรางวัล “หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก” ผู้สร้างเสริมคนดีมีคุณธรรม ในวันนี้ อันเป็นเครื่องหมายแห่งกำลังใจเพื่อให้ทุกท่านได้ช่วยกันในการที่จะช่วยเหลือดูแลครอบครัว ดูแลสังคม และที่สำคัญที่สุด คือ “ช่วยสนับสนุนดูแลผู้ที่เปราะบางกว่าหรือผู้ที่อ่อนแอกว่าให้มีโอกาสที่ดีของชีวิต ดังวัตถุประสงค์ของมูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ที่ได้รับการก่อตั้งขึ้นเคียงข้างกับมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนในพระบรมราชินูปถัมภ์ ซึ่งเป็นมูลนิธิที่สำคัญยิ่งที่ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้มีโอกาสเรียนหนังสือ ได้มีโอกาสที่ดีของชีวิต โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดและประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดทุกจังหวัดช่วยเป็นธุระในการดูแลสนับสนุนกิจกรรมของมูลนิธิฯ จนกระทั่งเกิดผลผลิต คือ เด็กและเยาวชนที่เติบโตมาเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนงานขององค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในทุกวันนี้” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเน้นย้ำ

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวเพิ่มเติมว่า ขอฝากมูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ได้มีหนังสือเรียนผู้บังคับบัญชาสูงสุดของส่วนราชการหรือหน่วยงานที่มีผู้ได้รับรางวัลในวันนี้ เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาตลอดจนเพื่อนร่วมงานได้มีโอกาสรับรู้รับทราบ ซึ่งจะเป็นโอกาสอันดีที่ผู้บังคับบัญชาได้ส่งเสริมสนับสนุนให้บุคคลเหล่านี้มีความก้าวหน้าในอาชีพและมีความภาคภูมิใจเพิ่มเติมมากขึ้น ดังพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ 6 ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี วันที่ 11 ธันวาคม 2512 ใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า “….ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำให้คนทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้…” อันจะเป็นพลังหนุนนำให้ผู้ที่ได้รับรางวัลในวันนี้ได้ทำความดีต่อไป และเป็นตัวอย่างให้กับบุคคลในหน่วยงานของผู้ได้รับรางวัลทุกท่านได้ถือเอาเป็นแบบอย่างและดำเนินชีวิตตามตัวอย่างที่ดี ซึ่งจะทำให้สังคมไทยได้มีคนดีเพิ่มมากขึ้น และเมื่อทุกตารางนิ้วของสังคมไทยมีแต่คนดี ประเทศไทยของเราก็จะมีแต่ความมั่นคงอย่างยั่งยืน

“กระทรวงมหาดไทยมีความยินดีในการสนับสนุนเพื่อให้การจัดงาน “หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก” งานสร้างเสริมคนดีมีคุณธรรม ในปีต่อ ๆ ไปได้รับการขยายผลเพิ่มมากขึ้น เพื่อหนุนเสริมให้สังคมไทยได้ร่วมอิ่มเอมใจและปิติยินดีที่ได้เห็นคนดีของสังคมในสาขาอาชีพต่าง ๆ ได้รับการยกย่องและทำให้เราเชื่อมั่นได้ว่าสังคมเรายังมีคนดีอยู่ ที่จะช่วยเหลือทำให้บ้านเมืองของเรามีความสงบสุข และเป็นสังคมที่เต็มไปด้วยไมตรีจิต ด้วยน้ำใจ ในการที่จะดูแลบุคคลโดยทั่วไปนอกเหนือจากคนในครอบครัวให้ได้รับการส่งเสริมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนตลอดไป” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวในช่วงท้าย

นางสาวิตรี บริพัตร ณ อยุธยา กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร กล่าวว่า รางวัล “หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก” เป็นรางวัลสร้างเสริมคนดีมีคุณธรรมที่มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร มอบให้แก่บุคคลสาขาอาชีพต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อเชิดชูเกียรติ และรำลึกในความสามารถในคุณความดีของหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก ที่มีผลงานเป็นคุณประโยชน์แก่สังคมจนเป็นที่ยกย่องได้รับการยอมรับทั้งจากชาวไทยและชาวต่างประเทศ และเพื่อเป็นการยกย่องบำรุงขวัญให้กำลังใจแก่ผู้ได้รับคัดเลือกเข้ารับรางวัล “หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร  บุคคลสำคัญของโลก” ทั่วประเทศที่มีความตั้งใจจริง เสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ภารกิจต่าง ๆ ที่รับผิดชอบด้วยจิตใจที่เปี่ยมล้นด้วยคุณธรรมอันประเสริฐ อีกทั้งเพื่อส่งเสริมให้บุคคลเหล่านั้นเกิดความภาคภูมิใจในอาชีพการงานของตน และเป็นแรงจูงใจ เป็นตัวอย่างแก่เพื่อนร่วมอาชีพเดียวกัน บุคคลทั่วไป รวมทั้งอนุชนรุ่นหลังที่จะมุ่งมั่นปฏิบัติงานให้มีคุณภาพและมีคุณธรรมยิ่งขึ้น อันจะส่งผลดีต่อการพัฒนาเยาวชน สังคม และประเทศชาติโดยส่วนรวมด้วย

‘รมว.อว.’ขอช่วยดันนักศึกษา‘เรียนดี-มีความสุข-มีรายได้’ หนุนเปลี่ยน‘งานวิจัย’ขึ้นหิ้งเป็น‘ขึ้นห้าง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763612

‘รมว.อว.’ขอช่วยดันนักศึกษา‘เรียนดี-มีความสุข-มีรายได้’ หนุนเปลี่ยน‘งานวิจัย’ขึ้นหิ้งเป็น‘ขึ้นห้าง’

‘รมว.อว.’ขอช่วยดันนักศึกษา‘เรียนดี-มีความสุข-มีรายได้’ หนุนเปลี่ยน‘งานวิจัย’ขึ้นหิ้งเป็น‘ขึ้นห้าง’

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 12.54 น.

‘รมว.อว.’มอบนโยบาย‘คกก.อุดมศึกษาฯ’ ขอช่วยดันนักศึกษา‘เรียนดี-มีความสุข-มีรายได้’ หนุนเปลี่ยน‘งานวิจัย’ขึ้นหิ้งเป็น‘ขึ้นห้าง’ตอบโจทย์ความต้องการสังคม

เมื่อวันที่ 18 ต.ค.2566 ที่ห้องประชุมศาสตราจารย์วิจิตร ชั้น 5 สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้มอบนโยบายแก่คณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) พร้อมร่วมหารือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นประเด็นเชิงนโยบายด้านการอุดมศึกษา

โดยน.ส.ศุภมาส กล่าวว่า นโยบายของกระทรวง อว. จะแบ่งออกเป็น 2 หัวข้อหลัก คือ “ด้านการอุดมศึกษา” และ “ด้านการวิจัยและนวัตกรรม” ตนต้องการผลักดันนโยบายที่ได้แถลงไว้ให้สามารถเกิดขึ้นได้จริง และประสบความสำเร็จ โดยในด้านของการอุดมศึกษา กระทรวง อว. มุ่งเน้นให้ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง นอกจากผู้เรียนจะมีความเป็นเลิศทางวิชาการแล้ว ยังต้องมีความมั่นคงในชีวิตและเศรษฐกิจด้วย สิ่งที่ตนเน้นย้ำอยู่เสมอคือ กระทรวง อว. ต้องการลดภาระให้นักศึกษาและผู้ปกครอง รวมถึงลดภาระอาจารย์ผู้สอนด้วย นอกจากนี้ ยังพยายามผลักดันให้เกิดความยืดหยุ่นในการลงทะเบียนเรียนในหลาย ๆ สถาบัน โดยนักศึกษาสามารถลงทะเบียนเรียนต่างคณะ ต่างสถาบันได้ และสามารถลงทะเบียนได้โดยไม่จำกัดในแต่ละภาคการศึกษา รวมถึงสนับสนุนให้ผู้เรียนสามารถหารายได้ระหว่างเรียนได้อีกด้วย ส่วนทางด้านการประเมินตำแหน่งทางวิชาการของอาจารย์ นอกจากการประเมินผลงานทางวิชาการแล้ว ยังต้องการผลักดันให้มีการประเมินความสามารถทางการสอนและความสำเร็จของนักศึกษา และลดกรอบของเวลาการประเมินให้กระชับมากยิ่งขึ้นด้วย  

น.ส.ศุภมาส กล่าวอีกว่า ในด้านการวิจัยและนวัตกรรม กระทรวง อว. มุ่งเน้นงานวิจัย และนวัตกรรมที่เป็นประเด็นสำคัญของประเทศ ได้แก่ Go Green, พอเพียง, ความยั่งยืน (Sustainabilty), ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) , พลังงานสะอาด, เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม, เศรษฐกิจชีวภาพ ,เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) นอกจากนี้ ยังต้องการผลักดันให้ประชาชนสามารถเข้าถึง และได้รับประโยชน์จากงานวิจัยได้ โดยเปลี่ยนจากงาน “งานวิจัยขึ้นหิ้ง” เป็น “งานวิจัยขึ้นห้าง” เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ รวมถึงตอบโจทย์ต่อความต้องการของประเทศต่อไปได้ —017

เปลี่ยนอีก! ‘ศธ.’ยกเลิกคำสั่ง ตั้ง‘ธนากร’รักษาการอธิบดีสกร.‘วิสาร’ ม้ามืดเสียบแทน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763572

เปลี่ยนอีก! 'ศธ.'ยกเลิกคำสั่ง ตั้ง‘ธนากร’รักษาการอธิบดีสกร.‘วิสาร’ ม้ามืดเสียบแทน

เปลี่ยนอีก! ‘ศธ.’ยกเลิกคำสั่ง ตั้ง‘ธนากร’รักษาการอธิบดีสกร.‘วิสาร’ ม้ามืดเสียบแทน

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 08.48 น.

เปลี่ยนอีก! ‘ศธ.’ยกเลิกคำสั่ง ตั้ง‘ธนากร’รักษาการอธิบดีสกร.‘วิสาร’ ม้ามืดเสียบแทน

เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ลงนามในคำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ย้าย ว่าที่ ร.อ.วิสาร ปัญญชุณห์ รองศึกษาธิการภาค 10 ไปดำรงตำแหน่ง รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.)

นอกจากนี้ ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้ง (ที่ 2209/2566 สั่ง ณ วันที่ 16 ตุลาคม 2566 ซึ่งแต่งตั้งให้นายธนากร ดอนเหนือ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้) และแต่งตั้งให้ ว่าที่ ร.อ.วิสาร ปัญญชุณห์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไป

‘สสส.’ขับเคลื่อนหลักสูตร พัฒนาบุคลากรโรงพยาบาลรัฐ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763455

‘สสส.’ขับเคลื่อนหลักสูตร  พัฒนาบุคลากรโรงพยาบาลรัฐ

‘สสส.’ขับเคลื่อนหลักสูตร พัฒนาบุคลากรโรงพยาบาลรัฐ

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ ศ.ดร.นพ.นันทวัช สิทธิรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันการเรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพ (ThaiHealth Academy) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า การเข้ารับบริการในโรงพยาบาลรัฐของประชาชนที่มีจำนวนมาก บางครั้งต้องใช้เวลาในการรอคิวตั้งแต่เช้ามืด จนเกิดเป็นกระแสในสื่อสังคมออนไลน์อยู่บ่อยครั้งว่าการรักษาในโรงพยาบาลรัฐ ใช้เวลา 1 วันเต็ม

ซึ่งมีประเด็นเรื่องการสื่อสาร การให้บริการของเจ้าหน้าที่ ที่ตอบคำถามทุกคนได้ไม่ทั่วถึง เพราะนอกจากบุคลากรในโรงพยาบาลจะต้องคอยรับเรื่อง ตอบคำถามแล้ว ยังต้องทำหน้าที่หลักควบคู่ไปด้วย จากปัญหาที่เกิดขึ้น Thaihealth Academy จึงได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ Growth Mindset for Healthcare เพื่อพัฒนาจากความต้องการของสถานการณ์ที่ผู้อบรม
เผชิญจริง

ศ.ดร.นพ.นันทวัช กล่าวต่อไปว่า สถาบันการเรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพ เป็นหน่วยงานลักษณะพิเศษของ สสส. ตั้งใจให้เป็นสถาบันที่ยกระดับให้ทุกคนเป็นนักสร้างเสริมสุขภาวะมืออาชีพ ผ่านหลักสูตรฝึกอบรมที่ตอบโจทย์ปัญหาด้านงานบริการในปัจจุบันด้วยการใช้แนวคิด Growth Mindset พัฒนาระบบบริการสุขภาพทั้งในระดับบุคคล หน่วยงาน องค์กร เป็นหลักสูตร 6 ชั่วโมง ประกอบด้วย การฝึกการทบทวนตนเอง การสื่อสาร งานบันดาลใจการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ จะมีให้กับหน่วยงานโรงพยาบาลภาครัฐ

พร้อมติดตามผล เพื่อต่อยอดและสร้างประโยชน์ให้เกิดแก่สังคม โดยได้จัดอบรมให้กับการพยาบาลกุมารเวชศาสตร์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย สังกัดคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โรงพยาบาลหลวงแห่งแรกของไทย มีบุคลากรของโรงพยาบาลกว่า 35 คน เข้าร่วมการอบรม พร้อมขับเคลื่อนต้นแบบพัฒนาศักยภาพบริการของโรงพยาบาลรัฐ เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง มุ่งเป้าอบรมเพิ่ม 3 โรงพยาบาลภายในปีนี้

น.ส.ธชพร เทศะศิลป์ หัวหน้างานการพยาบาล งานการพยาบาลกุมารเวชศาสตร์โรงพยาบาลศิริราช กล่าวว่า สำหรับงานพยาบาล จะมีการอบรมพัฒนาศักยภาพ ความรู้ ความเข้าใจในสายอาชีพอยู่แล้ว แต่เรื่องการให้บริการ การสื่อสารต้องมีการพัฒนาให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น โดยได้ Thaihealth Academy มาอบรมพัฒนากรอบแนวคิดเชิงบวกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของบุคลากรในงานพยาบาล สร้างสมดุลในองค์กร

การอบรมช่วยปูพื้นฐานสำหรับพยาบาลให้เรียนรู้ และเข้าใจตัวเองว่ามีความถนัดด้านใดบ้างที่นอกเหนือจากวิชาชีพ ปรับวิธี แนวคิดการทำงาน กระบวนการทางความคิด สร้างผู้นำในหน่วยงาน พร้อมนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ติดตามผลการทำงานตามแบบแผนที่วางไว้ นำร่องการทำงานให้กับหน่วยงานอื่นๆ ต่อไปได้ และการอบรมยังช่วยให้ได้ความคิดสร้างสรรค์ที่อยู่นอกกรอบ เพื่อเกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะช่วยให้โรงพยาบาลรัฐมีศักยภาพที่ดียิ่งขึ้น

วอนผู้บริโภคใส่ใจที่มาสินค้า-บริการ เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่แรงงานผลิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763456

วอนผู้บริโภคใส่ใจที่มาสินค้า-บริการ  เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่แรงงานผลิต

วอนผู้บริโภคใส่ใจที่มาสินค้า-บริการ เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่แรงงานผลิต

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ในการเสวนาหัวข้อ “ฅนทำการผลิต (น่ะ) มีสิทธิ์ไหม?” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการจัดนิทรรศการ “ฅนทำการผลิตที่บ้าน (We’re Home-based workers)” โดยมูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ (Homenet Thailand) เมื่อช่วงต้นเดือนต.ค. 2566 ที่ผ่านมา ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร นายบวร ทรัพย์สิงห์นักวิชาการสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นถึงการขับเคลื่อนประเด็นคนทำงานรับเหมาช่วง หรือคนรับงานไปทำที่บ้าน ให้ได้รับความเป็นธรรมในการจ้างงาน ว่า ด้านหนึ่งก็ต้องทำให้ผู้บริโภคตระหนักถึงเรื่องนี้ด้วย

“บริษัทแคร์ผู้บริโภคมากกว่าผู้ผลิตที่เป็นส่วนหนึ่งของเขา ดังนั้น ตัวผู้บริโภคเมื่อคุณมีความสำคัญกับห่วงโซ่ของการบริโภคขนาดนั้น พยายามใส่ใจผู้ผลิตมากกว่าผลิตภัณฑ์ พยายามใส่ใจกับที่มาของสิ่งที่คุณใช้ สิ่งที่คุณกิน สิ่งที่คุณบริโภคอยู่ ให้มากกว่าสนใจว่าสินค้านี้มันดีหรือเปล่า? มันสวยหรือเปล่า? มันเก๋หรือเปล่า? มันราคาถูกหรือเปล่า? เบื้องหลังความราคาถูกมันคือน้ำตาของชาวบ้านหรือเปล่า? อันนี้เป็นสิ่งที่ต้องตั้งคำถามด้วย” นายบวร กล่าว

ด้าน น.ส.สุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวเสริมว่า พลังผู้บริโภคมีส่วนสำคัญอย่างมาก จึงอยากให้ทำงานร่วมกับสภาองค์กรของผู้บริโภค ซึ่งเป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นตามกฎหมาย ซึ่งจะช่วยรณรงค์สร้างความเข้าใจกับผู้บริโภคที่จะซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆ ต้องนึกถึงความเป็นธรรมที่เกิดขึ้นกับผู้ที่เป็นคนผลิตหรือคนที่ใช้แรงงาน ก็จะเป็นอีกช่องทางหนึ่ง

ทั้งนี้ สภาองค์กรของผู้บริโภค เป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 มาตรา 46 และตาม พ.ร.บ.การจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค พ.ศ.2562 มีบทบาทหน้าที่ 1.คุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภคทุกคนทุกด้าน 2.เสนอแนะนโยบายและมาตรการเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค 3.สนับสนุนสมาชิก องค์กรของผู้บริโภค และผู้บริโภค ให้รักษาประโยชน์ของผู้บริโภค ให้ได้รับความเชื่อถือ 4.สร้างวัฒนธรรมและมุมมองใหม่ว่าการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายและ 5.สนับสนุนให้เกิดการบริโภคที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

‘ม.มหิดล’ แนะเสนอรูปลักษณ์ใหม่‘ยาปฏิชีวนะ’ สร้างความเข้าใจ..ช่วยห่างไกลปัญหา‘เชื้อดื้อยา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763453

‘ม.มหิดล’ แนะเสนอรูปลักษณ์ใหม่‘ยาปฏิชีวนะ’  สร้างความเข้าใจ..ช่วยห่างไกลปัญหา‘เชื้อดื้อยา’

‘ม.มหิดล’ แนะเสนอรูปลักษณ์ใหม่‘ยาปฏิชีวนะ’ สร้างความเข้าใจ..ช่วยห่างไกลปัญหา‘เชื้อดื้อยา’

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สัญลักษณ์ที่ปรากฏบนเม็ดยาหรือกล่องยา รวมทั้งคำอธิบายการใช้ยาที่มีความชัดเจน มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสวัสดิภาพของผู้ใช้ยาที่ผ่านมายังไม่เคยมีการศึกษาใดๆ ที่เสนอการระบุรูปลักษณ์เฉพาะเพื่อให้เกิดการใช้ “ยาปฏิชีวนะ” อย่างสมเหตุผล ซึ่งสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการวิจัย การประเมินการระบุรูปลักษณ์ของยาปฏิชีวนะ ชนิดรับประทาน ซึ่งจะมีผลต่อการใช้ยาปฏิชีวนะของชุมชนอย่างเหมาะสมในประเทศที่มีรายได้ต่ำถึงปานกลาง

ทำการศึกษาใน 6 ประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งแบ่งตามระดับรายได้ของประเทศ ได้แก่ บังกลาเทศ และโมซัมบิก (รายได้ต่ำ) กานา และ เวียดนาม (รายได้ปานกลางระดับต่ำ) แอฟริกาใต้ และไทย (รายได้ปานกลางระดับสูง) ระหว่าง พ.ศ. 2559 ถึง 2566 ภายใต้การสนับสนุนจาก The Wellcome Trust สหราชอาณาจักร โดยมี Prof.Dr.Heiman Wertheim จากศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยRadboud ประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นนักวิจัยหลัก

ข้อความที่ปรากฏบนซองยาสำคัญอย่างยิ่งต่อสวัสดิภาพผู้ใช้ยาน่าตกใจเมื่อพบว่า “ที่ผ่านมายังไม่เคยมีประเทศใดๆ ในโลก จัดทำสัญลักษณ์พิเศษบนซองยา” เพื่อระบุว่าเป็น “ยาปฏิชีวนะที่พึงใช้ด้วยความระมัดระวัง” โดย รศ.ดร.สุรีย์พร พันพึ่ง อาจารย์ประจำสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวถึงบทความ ที่เพิ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ “Lancet” https://www.thelancet.com/journals/langlo/article/PIIS2214-109X(23)00258-9/fulltext ที่ให้มุมมองถึงความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ใช้ยา ผู้จ่ายยา/ขายยา

และบุคลากรด้านสาธารณสุข หากมีการระบุรูปลักษณ์ของยาปฏิชีวนะให้แตกต่างจากยาชนิดรับประทานประเภทอื่นๆ โดยปัจจุบัน มีการเรียกชื่อเพื่ออ้างถึงยาปฏิชีวนะอย่างหลากหลาย โดยที่ชื่อเหล่านี้มักจะเกี่ยวข้องกับรูปลักษณ์ภายนอกของยา เช่น แคปซูล สีดำ-แดง ซึ่งรูปลักษณ์ภายนอกนี้ส่งผลกระทบต่อการสื่อสารระหว่างผู้ใช้ยา และผู้ดูแลสุขภาพ ทั้งในการจ่ายยา และการใช้ยาที่เหมาะสม

ก่อนเริ่มการลงพื้นที่ โครงการได้จัดเวทีหารือกับผู้เชี่ยวชาญ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จากองค์กรในระดับโลกภูมิภาคและประเทศ เช่น องค์การอนามัยโลก องค์กรเอกชนระดับโลก สำนักงานอาหารและยา เพื่อเป็นแนวทางในการวิจัย เรื่องการใช้รูปลักษณ์ภายนอกเป็นเครื่องมือในการสนับสนุน เพื่อกระตุ้นการรับรู้ และเกิดการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างมีความรับผิดชอบ

นักวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดล ได้ลงชุมชนของโครงการกาญจนบุรี เพื่อประเมินความคิดเห็นเกี่ยวกับการระบุรูปลักษณ์ใหม่ของยาปฏิชีวนะ ด้วยวิธีการสนทนากลุ่ม กับผู้ใช้ยาในชุมชน และสัมภาษณ์ระดับลึกกับผู้จ่ายยาและขายยา ซึ่งได้แก่ เภสัชกร พยาบาลเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จากตัวอย่างจำนวน100 ราย ซึ่งผู้ใช้ยา ผู้จ่ายยาและบุคลากรด้านสาธารณสุข ส่วนใหญ่เห็นด้วย หากจะมีการระบุ สัญลักษณ์ เช่น “AB” บนเม็ดยา แผงยา หรือกล่องยาเพราะจะทำให้จำได้ง่ายขึ้น รวมทั้งจะช่วยระบุ และจำแนกยาปฏิชีวนะออกจากยากลุ่มอื่นๆ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ทั้งผู้จ่ายยา และผู้ใช้ยาในชุมชน กล่าวว่า การจำแนกยาปฏิชีวนะให้มีความชัดเจนนี้ อาจจะลดแนวโน้มการใช้ยาปฏิชีวนะลง หากผู้บริโภคมีความรู้เกี่ยวกับผลกระทบ และเหตุผลในการใช้ยาปฏิชีวนะมากขึ้น อย่างไรก็ตาม พบว่า “ผู้ใช้ยายังมีการสื่อสารที่ไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการอักเสบและการติดเชื้อ” ซึ่งอาจนำไปสู่การวินิจฉัยที่ผิดพลาด หรือมีการใช้ยาปฏิชีวนะที่ไม่เหมาะสม ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่นำไปสู่เชื้อดื้อยา

นักวิจัยเสนอว่า มีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มการให้ความรู้สำหรับประชาชน เพื่อให้เกิดความเข้าใจ เกี่ยวกับความแตกต่างระหว่าง “การอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรีย”,“การอักเสบจากการติดเชื้ออื่นๆ” และ“การอักเสบจากการไม่ติดเชื้อ” ต่อไป!!!

นายกรัฐมนตรีเนปาล มอบรางวัลสื่อยอดเยี่ยมแห่งเอเชียแก่ รัชพล ผู้นำด้านสื่อเพื่อเด็กเยาวชนไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763516

นายกรัฐมนตรีเนปาล มอบรางวัลสื่อยอดเยี่ยมแห่งเอเชียแก่ รัชพล ผู้นำด้านสื่อเพื่อเด็กเยาวชนไทย

นายกรัฐมนตรีเนปาล มอบรางวัลสื่อยอดเยี่ยมแห่งเอเชียแก่ รัชพล ผู้นำด้านสื่อเพื่อเด็กเยาวชนไทย

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 19.59 น.

นายกรัฐมนตรีเนปาล มอบรางวัลสื่อยอดเยี่ยมแห่งเอเชียแก่ รัชพล ผู้นำด้านสื่อเพื่อเด็กเยาวชนไทย

หลังจากประสบความสำเร็จในการทำงานด้านสื่อมากว่า 30 ปี ล่าสุด รัชพล สุวรรณโชติ นายกสมาคมและผู้ก่อตั้งศูนย์ข่าวเยาวชนไทย ได้รับเกียรติให้เข้ารับรางวัล Asian Professional Achievement Award 2023 รางวัลสุดยอดผู้ประสบความสำเร็จแห่งเอเชีย ปี 2023 รางวัล Media Professional Excellence Award มอบโดย Hon. Prime Minister Mr. Pushpa Kamal Dahal (Prachada) นายกรัฐมนตรีของประเทศเนปาล

โดยการจัดงานพิธีมอบรางวัล Asian Professional Achievement Award 2023 รางวัลสุดยอดผู้ประสบความสำเร็จแห่งเอเชีย ปี 2023 ได้จัดขึ้นในวันที่ 13 ตุลาคม 2566 ณ โรงแรม Himalaya ประเทศเนปาล โดยมีผู้รับรางวัลประจำปีจากประเทศเนปาล และประเทศต่างๆ เช่น ประเทศจีน , ประเทศเกาหลีใต้ ,

ประเทศกัมพูชา ,ประเทศปากีสถาน , ประเทศเมียนมา ,ประเทศอินเดีย ,ประเทศมาเลเซีย , ประเทศไทย เป็นต้น นอกจากนายกรัฐมนตรีของประเทศเนปาลจะมาเป็นประธานในพิธีแล้ว ยังมีรัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาประเทศ Hon.Minister of Urban Development Ms.Sita Gurung พร้อมแขกผู้มีเกียรติมากมาย เช่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร(สส.)เนปาล ,สมาชิกวุฒิสภา(สว.)เนปาล เป็นต้น

รัชพล สุวรรณโชติ ผู้ได้รับรางวัล Media Professional Excellence Award ประจำปีนี้ กล่าวว่า “รู้สึกภาคภูมิใจมากๆ ครับที่มีโอกาสนำชื่อเสียงสื่อเยาวชนจากประเทศไทยเข้ารับรางวัลระดับเอเชีย โดยเฉพาะได้รับจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ของประเทศเนปาล นับว่าเป็นเกียรติอย่างสูงอีกครั้งของผมนะครับ การทำงานด้านสื่อต่อเนื่อง 31 ปี (2535-ปัจจุบัน) มีผลงานการผลิตสื่อหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะ สื่อเพื่อเด็กและเยาวชน ที่ทุ่มเทมาตลอด ทั้งการผลิตรายการโทรทัศน์ที่เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมไปจนถึงการเป็นผู้ก่อตั้ง ศูนย์ข่าวเยาวชนไทย 24 ปี (2542-ปัจจุบัน) ซึ่งทำให้ได้มีโอกาสเดินทางไปอบรมให้กับเด็กๆ มาแล้วกว่า 70 จังหวัดทั่วประเทศ และได้ขยายเป็น “ศูนย์ข่าวเด็กและเยาวชนอาเซียน” 10 ประเทศ เพื่อใช้สื่อ โดยเฉพาะสื่อโซเซียลในการเชื่อมต่อ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสร้างมิตรภาพอันดีระหว่างเด็กเยาวชนใน 10 ประเทศอาเซียน และยังมีการดึงเยาวชนในประเทศอาเซียน+3 (+ญี่ปุ่น ,เกาหลี และจีน) มาร่วมในโครงการอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการทำโครงการะดับนานาชาติมากมาย โดยได้รับเชิญให้เดินทางไปร่วมโครงการ กิจกรรมต่างๆไปมาแล้วกว่า 50 ประเทศทั่วโลก การได้รับรางวัลระดับเอเชียครั้งนี้จึงนับเป็นนิมิตหมายที่ดีมากๆ ในการสานต่อการทำงานด้านสื่อเพื่อเด็กเยาวชน ที่ผมทุ่มเทมาตลอด 30 ปีครับ.

            สำหรับผลงานที่ได้รับการบรรยายในหนังสือประกาศเกียรติคุณของรางวัล Asian Professional Achievement Award 2023 รางวัลสุดยอดผู้ประสบความสำเร็จแห่งเอเชีย ปี 2023 ได้ประกาศเกียรติคุณแสดงคุณสมบัติ ผลงานของรัชพล ด้านสื่อตลอด 31 ปีที่พิจารณาให้ได้รับรางวัล Media Professional Excellence Award 2023 มีดังนี้

รัชพล สุวรรณโชติ เจ้าของฉายา นักต่อสู้เพื่อเสียงเด็กไทย มีประสบการณในการทำงานด้านสื่อ โดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ต่อเนื่องมากว่า 31 ปี (2535-ปัจจุบัน) ไม่เพียงแต่ทำงานสร้างสรรค์สื่อโทรทัศน์เพื่อเด็กเยาวชนเท่านั้น รัชพล ยังเป็นผู้ก่อตั้งโครงการ ศูนย์ข่าวเยาวชนไทย 24 ปี(2542-ปัจจุบัน) ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้มีส่วนร่วม (Child Participation in Media) ในการคิด ผลิตสื่อที่จะมีผลต่อชีวิตของเขา ซึ่งนับเป็นคนไทยคนแรกๆ ที่ดำเนินการโครงการในลักษณะนี้และยังทำต่อเนื่องกว่า 24 ปีจนถึงปัจจุบัน โดยดำเนินการตามแนวคิดการเปิดโอกาสให้เด็กมีส่วนร่วม ( Child Participation) หนึ่งในหัวข้อหลักของสิทธิเด็ก

(The Convention on the Rights of the Child) นั้นเอง ซึ่งโครงการศูนย์ข่าวเยาวชนไทย ก่อตั้งโดยการสนับสนุนของหลายภาคส่วน เช่น องค์การยูนิเซฟ (องค์การกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ) , สำนักงานส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ(สยช.) ,สภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี(สอ.ดย.)เป็นต้น โดยเปิดโอกาสให้นักข่าวเด็ก ได้รายงานข่าวที่จะมีผลต่อชีวิตและการเติบโตของพวกเขา โดยก่อนทำข่าว เด็กๆ จะได้เรียนรู้กระบวนการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ การผลิต และการเผยแพร่ เรียกว่าเด็กมีส่วนร่วมในเกือบทุกกระบวนการการทำข่าว จึงนับว่าเป็นมิติใหม่ในปีที่ก่อตั้ง(2542-ปัจจุบัน) ทำให้นักข่าวเด็กจากศูนย์ข่าวเยาวชนไทย ได้มีโอกาสทำข่าวสัมภาษณ์ที่โดดเด่นมากมาย เช่น สัมภาษณ์สมเด็พระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี , นายกรัฐมนตรี (เกือบทุกสมัย) รัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ เป็นต้น ทั้งนี้ สิ่งที่ รัชพล ได้ทำเป็นหลักสูตรในการสอนนักข่าวเยาวชนมาตลอด 24 ปี ไม่ใช่แค่การสอนการผลิตและการเท่าทันสื่อแก่เด็กๆ เท่านั้น แต่รัชพลยังเน้นการสอนเรื่อง “ทักษะชีวิต” (The Right Skills) เป็นหัวใจสำคัญในการสอน เพื่อสร้างเด็กเยาวชนให้เป็นคนคุณภาพ และเติบโตมาเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพในการช่วยพัฒนาประเทศและโลกของเราต่อไป

            รัชพล สุวรรณโชติ ได้ดำเนินการโครงการศูนย์ข่าวเยาวชนไทย โดยเดินทางไปอบรม จัดกิจกรรมให้กับเด็กเยาวชนมาแล้วกว่า 70 จังหวัดทั่วประเทศ และได้รับเชิญให้เดินทางเข้าร่วมโครงการ กิจกรรมต่างๆ มาแล้วกว่า 50 ประเทศทั่วโลก

            นอกจากจะทำงานในด้านสื่อเพื่อพัฒนาเด็กเยาวชนแล้ว รัชพล ยังได้ทำงานในระดับนโยบายมาอย่างต่อเนื่อง เช่น ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาคณะทำงานเฉพาะกิจส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเครือข่ายเยาวชน สำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี , คณะทำงานด้านสื่อสารออนไลน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ , ผู้ชำนาญการประจำคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ,

ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ คณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา เป็นต้น

            จากการทำงานด้านสื่อเพื่อเด็กเยาวชนมากว่า 31 ปี รัชพล ได้รับรางวัลทั้งในระดับประเทศ และในระดับนานาชาติมาแล้วมากมาย เช่น รางวัลผู้ทำประโยชน์ต่อเยาวชน สาขาสื่อมวลชนเพื่อสังคม รางวัลพระราชทานโดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร (กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ) , รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ของทวีปเอเชีย-แปซิฟิค รางวัลพิเศษเนื่องในวันโทรทัศน์และวิทยุเด็กโลก ณ ประเทศญี่ปุ่น , รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ของโลก รางวัล International EMMY Awards 2007 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา.

รางวัล Asian Professional Achievement Award 2023 รางวัลสุดยอดผู้ประสบความสำเร็จแห่งเอเชีย จัดโดย บริษัท Season M Media ประเทศเนปาล แต่จะมีการเวียนการจัดในประเทศเจ้าภาพแตกต่างกันในแต่ละปี เช่น ปี 2019 จัด ณ ประเทศมาเลเซีย ,ปี 2022 จัด ณ ประเทศดูไบ , ปี 2023 ปีนี้ จัด ณ ประเทศเนปาล โดยมีนายกรัฐมนตรีของประเทศเนปาล มาเป็นประธานในการมอบรางวัลให้กับผู้ที่ได้รับรางวัลการยกย่องว่าเป็นผู้ประสบความสำเร็จแห่งเอเชีย ด้วยตนเอง.