ชาวเชียงรายพร้อมใจถวายสักการะ วันครบสวรรคต ปีที่ 28 ‘สมเด็จย่า’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744483

ชาวเชียงรายพร้อมใจถวายสักการะ วันครบสวรรคต ปีที่ 28 'สมเด็จย่า'

ชาวเชียงรายพร้อมใจถวายสักการะ วันครบสวรรคต ปีที่ 28 ‘สมเด็จย่า’

วันอังคาร ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 15.08 น.

วันที่ 18 ก.ค.66 ณ ลานหน้าพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ต.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนางสุภาเพ็ญ ศิริมาตย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย และประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเชียงราย นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ เทศบาลนครเชียงราย บุคลากรหน่วยงานต่างๆนักศึกษา และชาวเชียงรายกว่า 1,000 คน ประกอบพิธีถวายพวงมาลา และถวายเครื่องราชสักการะ เนื่องในวันครบรอบการสวรรคตของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่าของปวงชนชาวไทย

นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายกล่าวว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ที่สมเด็จย่าของปวงชนชาวไทยทรงก่อตั้งพระตำหนักดอยตุง บนพื้นที่เช่าของกรมป่าไม้ มาเป็นเวลามากกว่า 30 ปีแล้วซึ่งปัจจุบันโครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และพระตำหนักดอยตุงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง และนำมาซึ่งรายได้ให้จังหวัดและประชาชน

ขณะเดียวกัน ตลอดพระชนมชีพทรงมีพระเมตตาต่อปวงชนชาวเชียงราย ด้วยการส่งเสริมอาชีพเพาะปลูกพืชผักผลไม้เมืองหนาว ส่งเสริมการปลูกกาแฟพันธุ์อะราบิกาให้แก่ชนเผ่าจนกลายเป็นรายได้หลัก ลดพื้นที่การปลูกฝิ่น และเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

โดยทรงจัดตั้งศูนย์บำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ที่บ้านผาหมี ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย ส่งเสริมให้ผู้เข้ารับการบำบัดได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดังนั้นชาวเชียงรายจึงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะเป็นประจำทุกปี – 003

มท.จัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต’สมเด็จย่า’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744447

มท.จัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต'สมเด็จย่า'

มท.จัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต’สมเด็จย่า’

วันอังคาร ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 12.07 น.

“น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จย่า” กระทรวงมหาดไทยจัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลและพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 18 กรกฎาคม 2566

วันนี้ (18 ก.ค.66) เวลา 06.30 น.ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพฯ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลและพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 18 กรกฎาคม 2566 โดยมี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม นายพรพจน์ เพ็ญพาส นายสมคิด จันทมฤก นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชยาวุธ จันทร อธิบดีกรมที่ดิน นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายรัฐพล นราดิศร รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายอำพล พงศ์สุวรรณ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายวัชรเดช เกียรติขจร รก.ที่ปรึกษาด้านการปกครอง นายมานะ สิมมา รก.ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย นางกุลทรัพย์ ชื่นโกสุม นางจิรวรรณ เพ็ญพาส นางปวีณ์ริศา เกิดสม นางศลิษา ภิรมย์รัตน์ นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ คณะกรรมการและสมาชิกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย และพุทธศาสนิกชน ร่วมในพิธี

โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นำผู้ร่วมพิธีถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และตักบาตรพระสงฆ์และสามเณร จำนวน 20 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยได้รับเมตตาจาก ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร นำพระภิกษุสงฆ์ สามเณร เดินบิณฑบาต เสร็จแล้ว นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นำผู้ร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ และจุดธูป เทียน ที่เครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี แล้วกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ความว่า “สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อความผาสุกของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ทรงยึดมั่นในคุณค่าของความเป็นมนุษย์โดยไม่คำนึงถึงชาติกำเนิดและสถานะ มีพระราชหฤทัยแน่วแน่ในการช่วยเหลือประชาชนให้พ้นทุกข์และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พระองค์ทรงเป็นที่รักเทิดทูนของพสกนิกรชาวไทย และชาวไทยภูเขาเผ่าต่าง ๆ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนาม “แม่ฟ้าหลวง” หรือ “พระแม่หลวงผู้เสด็จจากฟากฟ้า” หรือ “สมเด็จย่า” อันแสดงถึงความรักและเทิดทูนในพระมหากรุณาธิคุณอย่างซาบซึ้ง

“ใน “ด้านการศึกษา” ทรงให้ความสำคัญกับการศึกษาของเยาวชนในเขตชนบทเป็นอย่างมาก ทรงมีพระราชดำริว่า การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เยาวชนในชนบทมีความรู้ความคิด และสติปัญญาที่เฉลียวฉลาด อันจะเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาชนบท เมื่อครั้งเสด็จฯ ออกเยี่ยมเยียนราษฎรในปีพุทธศักราช 2507 ทรงพบกับสภาพความขาดแคลนของโรงเรียนสำหรับเยาวชนในท้องถิ่นทุรกันดาร และทรงทราบว่ากองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนได้กำหนดโครงการที่จะจัดสร้างโรงเรียนชาวเขาขึ้นในเขตพื้นที่ตามแนวชายแดน จึงได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ให้แก่กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อนำไปจัดสร้างโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน และได้นำโครงการของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนไว้ในพระราชูปถัมภ์ และใน “ด้านการแพทย์และสาธารณสุข” ทุกครั้งที่เสด็จเยี่ยมเยียนประชาชนในท้องที่ห่างไกลจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แพทย์หลวงที่ตามเสด็จช่วยรักษาพยาบาลชาวบ้านที่ป่วยไข้ทำให้แพทย์หลวงที่ตามเสด็จฯ จำนวน 1 – 2 ท่านไม่สามารถรักษาผู้ป่วยที่มีจำนวนมากได้ทัน จึงได้ทรงมีพระราชดำริจัดตั้งหน่วยแพทย์อาสาในพระองค์ขึ้น และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อเป็นทุนเริ่มแรกจดทะเบียนจัดตั้งเป็น “มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” หรือ พอ.สว. ซึ่งหน่วยแพทย์ พอ.สว. จะประกอบไปด้วยแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่เป็นอาสาสมัครทำงานด้วยความเสียสละ โดยมิได้รับเงินเดือน และจะเคลื่อนที่ออกไปให้บริการตรวจรักษาชาวบ้านตามท้องถิ่นต่าง ๆ ที่กันดารห่างไกลความเจริญ นอกจากนี้ “ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” ทรงมีพระราชปณิธานอันมั่นคงในการที่จะผดุงรักษาธรรมชาติอันงดงามของดอยตุงให้คงไว้เป็นมรดกอันล้ำค่าของลูกหลานไทยสืบไป จึงทรงมีพระราชดำริให้นำหญ้าแฝกมาทดลองปลูก เพื่อป้องกันการเลื่อนไหลของดินพร้อมกับอนุรักษ์ดินและน้ำของดอยตุง” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าว

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงเป็นสมเด็จพระบรมราชชนนี ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยตลอดพระชนม์ชีพ พระองค์ทรงโปรดการดำรงชีวิตที่เรียบง่าย การทรงงานด้วยพระองค์เอง และทรงใช้จ่ายอย่างประหยัดเพื่อนำพระราชทรัพย์ไปใช้ในกิจการกุศล ทรงใฝ่รู้ศึกษาวิชาการต่าง ๆ ตลอดพระชนม์ชีพ รวมทั้งทรงเลื่อมใสศรัทธาและศึกษาธรรมะในพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง ทรงฝึกสมาธิ และทรงดำเนินพระชนม์ชีพอยู่ในธรรมะ ซึ่งพระองค์ทรงเป็นต้นแบบของมารดาที่ฟูมฟักเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนบุตรธิดา ด้วยการฝึกให้พระโอรสและพระธิดาได้ทรงเรียนรู้ด้วยการให้เล่นหิน ดิน ทราย เล่นอยู่กับธรรมชาติ เกิดการสร้างปฏิภาณ ไหวพริบ มีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง และเกิดคุณธรรม ความรัก ความผูกพัน ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ จนกระทั่งทรงเจริญวัยเป็นยุวกษัตริย์ผู้ทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนา และเจ้าฟ้าฯ นักพัฒนา โดยแนวทางตามพระราชดำริในการทรงเลี้ยงดูพระโอรสธิดานั้น กระทรวงมหาดไทยได้ร่วมกับมูลนิธิสนามเด็กเล่นสร้างปัญญา น้อมนำแนวทางของพระองค์ท่าน มาส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้พัฒนาเด็กเล็กในท้องถิ่นในทุกด้าน ทั้งด้านสมอง ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และวินัย ภายใต้ชื่อโครงการสนามเด็กเล่นสร้างปัญญา ที่จะเป็นพื้นฐานให้เด็กเติบใหญ่เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ

“ด้วยดวงจิตที่บริสุทธิ์ของข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงมหาดไทยทุกคน ที่ล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จักมุ่งมั่นน้อมนำแนวทางการทรงงานที่ได้พระราชทานไว้ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวในการปฏิบัติหน้าที่และดำรงตน เพื่อสร้างประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติและประชาชนสืบไป” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวในช่วงท้าย

– 006

รร.บ้านน้ำพรม คว้า 10 เหรียญรางวัล แข่งขันมวยปล้ำ มวยปล้ำชายหาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744328

รร.บ้านน้ำพรม คว้า 10 เหรียญรางวัล  แข่งขันมวยปล้ำ มวยปล้ำชายหาด

รร.บ้านน้ำพรม คว้า 10 เหรียญรางวัล แข่งขันมวยปล้ำ มวยปล้ำชายหาด

วันอังคาร ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเจษฎา แสงจันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านน้ำพรม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2เปิดเผยว่าได้นำนักกีฬากีฬามวยปล้ำ เข้าร่วมการแข่งขันกีฬามวยปล้ำและกีฬามวยปล้ำชายหาด ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2566 เมื่อเร็วๆ นี้ที่โรงยิมพลศึกษามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตเพชรบูรณ์ และได้รับรางวัลดังนี้

กีฬามวยปล้ำประเภทฟรีสไตล์ ชาย รุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี ได้แก่ ด.ช.ภานุวัฒน์ ฉิมศิริ รองชนะเลิศอันดับ 2 รุ่นน้ำหนัก 28 กก., ด.ช.รัฐภูมิ จันสิงห์ รองชนะเลิศอันดับ 1 รุ่นน้ำหนัก 32 กก., ด.ช.จักรินทร์ ครองชน รองชนะเลิศ อันดับ 1 รุ่นน้ำหนัก 30 กก.,ด.ช.วุฒิกรแสงกล้า รองชนะเลิศอันดับ 2 รุ่นน้ำหนัก 38 กก., ด.ช.โฆษิต จันดา รองชนะเลิศ อันดับ 2 รุ่นน้ำหนัก 32 กก. และ ด.ช.จิรวัฒน์ ธรรมยา ชนะเลิศ รุ่นน้ำหนัก 50 กก.

ประเภทชายหาดชาย รุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี ได้แก่ ด.ช.สุเมธ พุฒพิภักดิ์ รองชนะเลิศอันดับ 1 รุ่นน้ำหนัก 45 กก., ด.ช.จิรวัฒน์ ธรรมยา รองชนะเลิศ อันดับ 2 รุ่นน้ำหนัก 55 กก., ด.ช.พรพิพัฒน์ ขุนชัย รองชนะเลิศอันดับ 2 รุ่นอายุ ไม่เกิน 15 ปี และได้รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ประเภทชายหาด (ชาย) รุ่นน้ำหนัก 50 กก. และรางวัลชนะเลิศ ประเภทฟรีสไตล์ (ชาย) รุ่นน้ำหนัก 75 กก. โดยมี นายเจษฎา แสงจันทร์ เป็นผู้จัดการทีม นายพรเทพ วงศ์ประดิพัทธิ์เป็นผู้ฝึกสอน นายภิญโญ โออุไร เป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอน

รองปลัด อว.ชมเทคโนฯการศึกษา‘หัวเว่ย’ โชว์ในไทยครั้งแรกที่ขอนแก่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744326

รองปลัด อว.ชมเทคโนฯการศึกษา‘หัวเว่ย’  โชว์ในไทยครั้งแรกที่ขอนแก่น

รองปลัด อว.ชมเทคโนฯการศึกษา‘หัวเว่ย’ โชว์ในไทยครั้งแรกที่ขอนแก่น

วันอังคาร ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เยี่ยมชมพร้อมกล่าวปาฐกถาในงาน Huawei Thailand Education Summit 2023 มหกรรมการจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการศึกษา ที่บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด จัดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้ธีม Accelerate the Digital Journey of Education นำเสนอเทรนด์และเทคโนโลยีล่าสุด สำหรับภาคการศึกษา ที่ โรงแรมอวานีโฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ จังหวัดขอนแก่น เมื่อเร็วๆ นี้

ในงานเดียวกันนี้ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ได้ลงนามความร่วมมือจัดตั้งโครงการ Huawei Academy support Center ที่ให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นตัวแทนในการพัฒนาบุคลากรด้านไอซีทีแห่งเดียวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อมุ่งหวังให้เป็นศูนย์กลางความร่วมมือและส่งเสริมการพัฒนากำลังคนด้านไอซีที พร้อมเป็นผู้สนับสนุนที่จะส่งผ่านองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า หน้าที่หลักของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) คือ การพัฒนากำลังคนและการสร้างความเป็นเลิศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและความยั่งยืนของประเทศไทย การที่เราจะพัฒนาประเทศไปสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 ได้นั้นการพัฒนากำลังคนจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกำลังคนด้านดิจิทัล เนื่องจากเทคโนโลยีเป็นพื้นฐานของการพัฒนาของทุกอุตสาหกรรม

“ในปีที่ผ่านมา กระทรวง อว. ได้ร่วมกับ หัวเว่ย ประเทศไทย จัดทำสมุดปกขาวสำหรับการพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัลของประเทศไทย โดยผลการศึกษาได้ระบุว่า ประเทศไทยจะเผชิญกับการขาดแคลนบุคลากรดิจิทัลถึงกว่า 500,000 คน ภายในปี พ.ศ. 2573 โดยเฉพาะบุคลากรที่มีทักษะด้าน 5G, IoT, และคลาวด์ในระดับ ในระดับ 4 (ระดับสูง) ตอนนี้มหาวิทยาลัยขอนแก่นและหัวเว่ย ประเทศไทยในการจัดตั้ง Huawei ICT Academy Support Center ขึ้น ซึ่งตรงกับสิ่งที่กระทรวงเล็งเห็นว่าการสร้างกำลังคนจะต้องเป็นแบบ co-creation ระหว่างผู้ผลิตบัณฑิต และฝั่งอุตสาหกรรม ซึ่งจะก่อให้เกิดสังคมที่พร้อมสนับสนุนบัณฑิตทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน” ศ.ดร.ศุภชัย กล่าว

นายเควิน เฉิง ประธานกลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่านอกจากการเลือกสรรเทคโนโลยีและโซลูชั่นที่เหมาะสมกับโจทย์ความต้องการแล้ว หัวเว่ยยังมองถึงการส่งเสริมและพัฒนาให้ครอบคลุมทั้งอีโค่ซิสเต็มส์เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์สูงสุดจากเทคโนโลยีเพื่อการยกระดับการเรียนการสอนของประเทศ

“เทคโนโลยีที่ดีที่สุดนั้นอาจไม่ใช่สิ่งใช่ที่สุดสำหรับทุกคนเสมอไป ดังนั้นการเลือกสิ่งที่ตรงกับความต้องการจริง และสามารถตอบสนองต่อภารกิจและเป้าหมายของหน่วยงานคือ น่าจะตอบโจทย์ความต้องการได้ดีกว่า ซึ่งในฐานะผู้นำไอซีที หัวเว่ยมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับลูกค้าและพาร์ทเนอร์เพื่อนําเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ เอไอ คลาวด์คอมพิวติ้ง และเทคโนโลยีอื่นๆ มาประยุกต์ใช้กับการศึกษา ตลอดจนถึงการบ่มเพาะบุคลากรที่มีความสามารถด้านนวัตกรรม เร่งสร้างนวัตกรรมในการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาทรัพยากรทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม” นายเควินกล่าว

การจัดงานครั้งนี้ หัวเว่ยได้นำเทคโนโลยีพร้อมด้วยโซลูชั่นและนวัตกรรมด้านการศึกษามาจัดแสดงเป็นครั้งแรก อาทิ เทคโนโลยี Virtual Reality in 5G Classroom, Intelligent Research Center, Next Generation of Campus Network, Wi-Fi 7, AI Camera พร้อมกันนี้ยังมีพันธมิตรด้านไอซีที นำเทคโนโลยีเพื่อการศึกษายุคใหม่ที่น่าสนใจร่วมจัดแสดงภายในงาน WUNCA 43 และการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การดำเนินกิจกรรมบนระบบเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา ครั้งที่ 43 ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น อีกด้วย

‘สมศ.’ ประชุมเตรียมความพร้อม รร.ทดลองประเมินนำร่อง 42 แห่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744329

‘สมศ.’ ประชุมเตรียมความพร้อม  รร.ทดลองประเมินนำร่อง 42 แห่ง

‘สมศ.’ ประชุมเตรียมความพร้อม รร.ทดลองประเมินนำร่อง 42 แห่ง

วันอังคาร ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.นันทา หงวนตัด รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เปิดเผยว่า สมศ.ได้จัดประชุมภายใต้โครงการ “ส่งเสริมสถานศึกษาและประสาน ความร่วมมือกับหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และส่งเสริมสนับสนุนการประกันคุณภาพการศึกษา” เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการทดลองประเมินนำร่องทั้ง 4 ระดับ ได้แก่ สถานศึกษาการศึกษาปฐมวัย (ศูนย์พัฒนาเด็ก) จำนวน 5 แห่ง สถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 18 แห่งสถานศึกษาด้านการอาชีวศึกษา จำนวน 9 แห่ง ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้เขตและอำเภอและสถานศึกษาขึ้นตรงจำนวน 10 แห่ง รวมทั้งสิ้น 42 แห่ง

“การประชุมครั้งนี้ เพื่อชี้แจงให้สถานศึกษา ทั้ง 42 แห่ง ได้ทราบ กรอบแนวทางการประกันคุณภาพภายนอกสถานศึกษา การศึกษาปฐมวัย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และด้านการอาชีวศึกษา ตามที่ คณะกรรมการ สมศ. ได้ประกาศ เมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2566 รวมทั้งได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง ก่อนเข้ารับการประเมินคุณภาพภายนอก ซึ่ง สมศ. ยังคงจุดเน้นโดยให้ความสำคัญกับการประเมินเพื่อพัฒนาการยกระดับคุณภาพ (Quality Improvement) โดยกำหนดรูปแบบและวิธีการตรวจเยี่ยม (Virtual visit / Onsite visit / Hybrid) ที่เหมาะสมจำนวนวันประเมิน (1-3 วัน) ระยะเวลาจะแตกต่างกันตามบริบทสถานศึกษาแต่ละประเภท โดยหลังจากที่ สมศ.ได้ทำการประเมินนำร่องแล้วจะสรุปผลรวบรวมข้อคิดเห็นที่ได้ทั้งหมด และเชิญผู้ประเมินภายนอก สมศ. มาประชุมร่วมกัน เพื่อให้กรอบแนวทางการประกันคุณภาพภายนอกได้รับการพัฒนาจนมีความเหมาะสม เชื่อถือได้ และสามารถนำไปใช้ในการประกันคุณภาพภายนอกสถานศึกษา การศึกษาปฐมวัย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้านการอาชีวศึกษา และ กศน. ได้ในปีถัดไป” ดร.นันทา กล่าว

รร.บ้านปางส้าน น้อมนำแนวพระราชดำริฯ ปลูกผักสวนครัวเพื่อความมั่นคงด้านอาหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744330

รร.บ้านปางส้าน น้อมนำแนวพระราชดำริฯ ปลูกผักสวนครัวเพื่อความมั่นคงด้านอาหาร

วันอังคาร ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสมชาย ไตรทิพย์ชาติสกุล นายอำเภอแม่สอด เป็นประธานเปิดการขับเคลื่อนกิจกรรมต่อยอดแนวทางการน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีสู่ปฏิบัติการปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารที่โรงเรียนบ้านปางส้าน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตาก เขต 2 โดยมี นางสาวอนงค์ศึกษา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปางส้าน พร้อมด้วยคณะครูและนักเรียนต้อนรับ

นอกจากนี้ ในงานยังมีภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วมหลายหน่วยงานด้วยกัน มีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การปลูกพืชผักสวนครัวและปล่อยพันธุ์ปลา ณ ศูนย์เรียนรู้ 459 โรงเรียนต้นแบบทุนอาหารกลางวันอย่างยั่งยืน การรณรงค์ส่งเสริมดำเนินกิจกรรม “ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน” การบูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่าย ขยายผลการดำเนินการสร้างคลังอาหารชุมชน ปลูกพืชผักสวนครัวผลไม้ และสมุนไพร บริเวณสองข้างทางภายในหมู่บ้านเป็นต้น

เด็กไทยคว้าแชมป์ระดับนานาชาติ รถต้นแบบประหยัดพลังงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744331

เด็กไทยคว้าแชมป์ระดับนานาชาติ  รถต้นแบบประหยัดพลังงาน

เด็กไทยคว้าแชมป์ระดับนานาชาติ รถต้นแบบประหยัดพลังงาน

วันอังคาร ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“Virgin” ทีมเยาวชนไทยจากวิทยาลัยเทคนิคสกลนคร สร้างชื่อเสียงจารึกในสนามแข่งขันนวัตกรรมยานยนต์ระดับภูมิภาคอีกครั้ง โดยสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศในการแข่งขันรถประหยัดพลังงาน ประเภทรถต้นแบบ (Prototype Category) ในหมวดเครื่องยนต์ที่มีการเผาไหม้ภายใน (Internal Combustion Engine: ICE) ด้วยน้ำมัน Ethanol จากการแข่งขัน Shell Eco-marathon Asia Pacific and Middle East 2023 ที่เกาะ Lombok ประเทศอินโดนีเซีย โดยทำสถิติด้วยการใช้เชื้อเพลิง 1 ลิตรสามารถวิ่งได้เทียบเท่าระยะทางไกลถึง 1,867.8 กิโลเมตร หรือเทียบเท่ากับการขับรถจากจาการ์ตาไปกัวลาลัมเปอร์

Shell Eco-marathon Asia Pacific and Middle East 2023 เป็นหนึ่งในการแข่งขันสุดยอดนวัตกรรมรถยนต์ประหยัดพลังงานระดับภูมิภาค ซึ่งมุ่งเน้นให้เยาวชนสร้างสรรค์เทคโนโลยีและออกแบบรถยนต์เพื่อการประหยัดพลังงาน ได้เริ่มการแข่งขันอย่างเป็นทางการเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ณPertamina Mandalika International Street Circuit ที่เกาะ Lombok ประเทศอินโดนีเซีย

อินโดรามา เวนเจอร์ส-กทม.มอบประกาศฯ รร.เป็นเลิศจัดการขยะรีไซเคิล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744332

อินโดรามา เวนเจอร์ส-กทม.มอบประกาศฯ  รร.เป็นเลิศจัดการขยะรีไซเคิล

อินโดรามา เวนเจอร์ส-กทม.มอบประกาศฯ รร.เป็นเลิศจัดการขยะรีไซเคิล

วันอังคาร ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นางอาราธนา โลเฮีย ชาร์มา รองประธานบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์สจำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร ร่วมมอบประกาศนียบัตรแก่โรงเรียนที่เป็นเลิศในการจัดการขยะรีไซเคิล สังกัดกรุงเทพมหานคร 87 แห่งโรงเรียน ในพิธีปิด “โครงการบริหารจัดการขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน” ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เมื่อเร็วๆ นี้

“โครงการบริหารจัดการขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน” ได้อบรมความรู้ด้านการจัดการขยะอย่างยั่งยืน และการรีไซเคิล ให้แก่โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครตั้งแต่เริ่มดำเนินการปี 2561 ปัจจุบันมีจำนวนกว่า100 แห่ง มีครูและนักเรียนเข้ารับการอบรมทั้งหมด 11,593 คน และโรงเรียนที่ได้รับประกาศนียบัตรโดยผ่านการประเมินการจัดการขยะพลาสติก และการรีไซเคิลที่เหมาะสมภายในโรงเรียน จำนวน 87 โรงเรียน แบ่งเป็นประกาศนียบัตรระดับดีเยี่ยม จำนวน 20 โรงเรียน ระดับดี จำนวน 32 โรงเรียน และโรงเรียนที่ผ่านเกณฑ์ จำนวน 35 แห่ง และมีแผนขยายผลไปยังโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครอีก 337 โรงเรียน ภายในปี 2568 ซึ่งคาดว่าจะสามารถนำความรู้เข้าถึงนักเรียนได้ประมาณ 40,000 คน

นครนายกเปิดงานประเพณีหล่อเทียนพรรษาแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744394

นครนายกเปิดงานประเพณีหล่อเทียนพรรษาแล้ว

นครนายกเปิดงานประเพณีหล่อเทียนพรรษาแล้ว

วันจันทร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 20.05 น.

เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 17 กรกฎาคม 2566 ที่บริเวณถนนหน้าธนาคารธนชาตหลังเก่า นายวิชัย บุญมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีหล่อเทียนพรรษา ประจำปี 2566 โดยมีนายศุภกฤษณ์ จัยสรสิทธิ์ นายกเทศมนตรีเมืองนครนายก กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงานประเพณีหล่อเทียนพรรษา โดยมีหัวหน้าหน่วยงานราชการ เจ้าหน้าที่หน่วยงานเทศบาลเมืองนครนายก เจ้าหน้าที่ตำรวจ และประชาชน เข้าร่วมในพิธีเปิดงานฯ

ด้วยเทศบาลเมืองนครนายก ได้จัดให้มีงานประเพณีหล่อเทียนพรรษา ประจำปี 2566 ในวันเข้าพรรษา เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของพระพุทธศาสนา ซึ่งพวกเราเหล่าพุทธศาสนิกชนยึดถือเป็นประเพณีสืบต่อกันมาในเทศกาลนี้จะต้องมีการถวายเทียนพรรษาแด่ภิกษุสงฆ์ เพื่อจุดเป็นพุทธบูชาตลอดพรรษาจึงเป็นกุศลการจัดงานประเพณีหล่อเทียนพรรษาของเทศบาลเมืองนครนายก ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปีเป็นการสืบสารวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทยได้เป็นอย่างดี โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อบำรุงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองสืบต่อไป

สกสว.เดินสายเยี่ยมหน่วยงาน รวบรวมผลงานวิจัยเด่น นำเสนอ’กรรมาธิการงบประมาณฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744320

สกสว.เดินสายเยี่ยมหน่วยงาน รวบรวมผลงานวิจัยเด่น นำเสนอ'กรรมาธิการงบประมาณฯ'

สกสว.เดินสายเยี่ยมหน่วยงาน รวบรวมผลงานวิจัยเด่น นำเสนอ’กรรมาธิการงบประมาณฯ’

วันจันทร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 17.12 น.

สกสว. เยี่ยมชมผลงานเด่นของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พร้อมหารือกลไกการดำเนินงาน การผลักดันการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ และการนำส่งผลลัพธ์ ผลกระทบ ไว้เป็นข้อมูลเพื่อชี้แจงแก่ “กรรมาธิการงบประมาณฯ”  

เมื่อเร็วๆนี้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ รองผู้อำนวยการ สกสว. ลงพื้นที่เยี่ยมชมและติดตามผลการดําเนินงานโครงการวิจัยที่ได้รับทุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุนส่งเสริม ววน.) ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา โอกาสนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สมเกียรติ วงษ์พานิช. รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพพร พัชรประกิติ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา คณะอาจารย์และนักวิจัย ให้การต้อนรับ พร้อมนำเสนอภาพรวมการดำเนินงาน ก่อนเยี่ยมชมผลงานวิจัยเด่นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา หน่วยวิจัยสนามไฟฟ้าประยุกต์ในงานวิศวกรรม หน่วยวิจัยระบบพลังงานสะอาดวิทยาลัยเทคโนโลยีและสหวิทยาการ และ หน่วยวิจัยนวัตกรรมและทดสอบผลิตภัณฑ์ระบบราง  

รองศาสตราจารย์ ดร.พงศ์พันธ์ กล่าวว่า สกสว. มีพันธกิจในการจัดทำนโยบาย แผนยุทธศาสตร์ และ บริหารระบบงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ของประเทศ โดยการจัดสรรงบประมาณจากกองทุนส่งเสริม ววน. ให้กับหน่วยงานในระบบ ววน. ซึ่งแบ่งงบประมาณออกเป็น 4 ส่วน คือ 1. งบประมาณสนับสนุนงานเชิงกลยุทธ์ (Strategic Fund-SF) เพื่อดำเนินงานตามแนวนโยบายระดับชาติ ยุทธศาสตร์ชาติ ยุทธศาสตร์การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และแผนด้าน ววน. หรือ ประเด็นเร่งด่วนตามนโยบายรัฐบาล รวมทั้งประเด็นที่เกิดจากความต้องการของผู้ใช้ประโยชน์โดยตรงซึ่งสร้างผลกระทบในวงกว้าง 2. งบประมาณสนับสนุนงานมูลฐาน (Fundamental Fund: FF) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพตามพันธกิจของหน่วยงาน ให้แก่ กระทรวง กรม มหาวิทยาลัย ทั้งในและนอกกระทรวง อว. กว่า 180 หน่วยงาน ซึ่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เป็นหนึ่งในจำนวนนี้ 3. งบประมาณด้านการนำผลการวิจัยวิจัยไปใช้ประโยชน์ สำหรับขับเคลื่อนงานตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2564 และ 4. งบประมาณด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

นอกจากการจัดทำแผนด้าน ววน. และ บริหารระบบงบประมาณแล้ว สกสว. ยังมีพันธกิจในการติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน ของหน่วยรับงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริม ววน. ทั้งในส่วนของการนำส่ง Output Outcome Impact ความสามารถในการจัดการและดำเนินการตามแผนงาน ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลจากการนำผลงาน ววน.ไปใช้ประโยชน์ สำหรับการเยี่ยมชมผลการดําเนินงาน ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ครั้งนี้ เพื่อหารือต่อแนวนโยบายของกองทุนส่งเสริม ววน. ที่เกี่ยวกับงบประมาณสนับสนุนงานมูลฐาน การบริหารจัดการงบประมาณ การพัฒนาระบบบริหารจัดการงานวิจัยและนวัตกรรม รวมถึงการติดตามประเมินผล และการดำเนินการที่สอดคล้องกับพ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ฯ ร่วมกัน อีกทั้งได้ทำความเข้าใจกระบวนการบริหารงานวิจัยและนวัตกรรมของหน่วยงานและจะได้หนุนเสริมให้หน่วยงานมีความเข้มแข็งและมีศักยภาพในการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ ให้การใช้งบประมาณมีความคุ้มค่า ที่สกสว.สามารถนำไปเสนอและใช้ชี้แจงแก่คณะอนุกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ 2567 ต่อไป

ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพพร กล่าวว่า ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ได้รับการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนงานมูลฐาน ตามพันธกิจ เพื่อผลิตผลงานวิจัยที่เป็นการสร้าง และประยุกต์ใช้องค์ความรู้ สร้างสรรค์นวัตกรรม หรือทรัพย์สินทางปัญญาที่ตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ ความต้องการของสังคม ชุมชน ภาครัฐและเอกชน และประเทศ ให้บริการวิชาการที่มุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่สอดคล้องกับบริบทมหาวิทยาลัยด้านวิชาชีพและเทคโนโลยี และตอบสนองความต้องการของท้องถิ่น ชุมชนและสังคม อย่างต่อเนื่อง

โดยในปีงบ 2567 ที่จะถึงนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ได้พัฒนากรอบและข้อเสนอโครงการวิจัย ภายใต้แนวคิด BCG Model เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมที่มุ่งเน้นการพัฒนา 3 เศรษฐกิจไปพร้อมกัน คือ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มของทรัพยากรชีวภาพ เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรให้เกิดความคุ้มค่าหรือยาวนานที่สุด และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) การพัฒนาเศรษฐกิจโดยคำนึงถึงความยั่งยืนของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ใน 8 เรื่อง คือ 1.สังคมสูงวัย สุขภาพ และ เครื่องมือการแพทย์ 2. อุตสาหกรรมสมัยใหม่ วัตถุ พลังงานและสิ่งแวดล้อม 3.เศรษฐกิจฐานราก การค้าชายแดน และธุรกิจรูปแบบใหม่ 4. เกษตร อาหารและสมุนไพร 5.ศิลปวัฒนธรรม เศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยว 6.ระบบนิเวศน์วิจัยและนวัตกรรม งานวิจัยสู่งานประจำ 7. การขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยเชิงพื้นที่ และ 8.การวิจัยและพัฒนาตามแนวทางศาสตร์พระราชา

อย่างไรก็ตามหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กรอบงานวิจัยดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งของผลกระทบและผลสัมฤทธิ์ของแผนด้าน ววน. เช่นเดียวกับผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ในการขับเคลื่อนเรื่องสำคัญของประเทศ อาทิ ผลการวิจัยเรื่อง PM 2.5 และระบบราง เป็นต้น