‘สกสค.’เฟ้นหาครูต้นแบบปลดหนี้สำเร็จ-ถอดบทเรียนทำคลิปเผยแพร่บนโลกออนไลน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763364

'สกสค.'เฟ้นหาครูต้นแบบปลดหนี้สำเร็จ-ถอดบทเรียนทำคลิปเผยแพร่บนโลกออนไลน์

‘สกสค.’เฟ้นหาครูต้นแบบปลดหนี้สำเร็จ-ถอดบทเรียนทำคลิปเผยแพร่บนโลกออนไลน์

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 11.53 น.

‘สกสค.’เฟ้นหาครูต้นแบบปลดหนี้สำเร็จ-ถอดบทเรียนทำคลิปเผยแพร่บนโลกออนไลน์ สร้างแรงบันดาลใจให้เพื่อนครู พร้อมชง อว. เพิ่มความเข้มข้นสอนวินัยการเงิน-เศรษฐกิจพอเพียงให้นักศึกษาครู – จัดอบรมครูรุ่นใหม่ โดยไม่ทิ้งครูรุ่นเก่า
 

เมื่อวันที่ 17 ต.ค.2566 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยว่า ตามที่ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อลดภาระครู สร้างขวัญกำลังใจให้ครูทั่วประเทศนั้น ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ได้ร่วมเป็นกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูเดินเคียงข้างกับ ศธ. ในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูมาโดยตลอด ซึ่งในระหว่างที่ ศธ.กำลังพิจารณาแนวทางการดำเนินงานที่เป็นนโยบายนั้น สิ่งที่สำนักงานคณะกรรมการ สกสค.จะทำควบคู่ไปพร้อม ๆ กัน คือ ช่วย ศธ.จำแนกข้อมูลปัญหาหนี้สินครู กลุ่มสีแดงที่ลำบากถูกฟ้องร้อง ดำเนินคดี เดือดร้อน ไม่สามารถดูแลตนเองได้ โดยช่วยประสานทีมไกล่เกลี่ยให้คำแนะนำปรึกษาด้านกฎหมาย และส่งเสริมสนับสนุนทำให้เปลี่ยนมาเป็นกลุ่มสีเหลือง คือ มีหนี้บ้างเล็กน้อย มีชีวิตความเป็นอยู่และขวัญกำลังใจที่ดีขึ้น ทั้งนี้เพราะกลุ่มสีแดง ถือเป็นกลุ่มที่ปัญหาหนี้สินส่งผลต่อภาระหน้าที่การทำงานของครู ซึ่งส่งผลกระทบถึงการเรียนการสอนของนักเรียน
 
นายพิเชฐ กล่าวว่า พล.ต.อ.เพิ่มพูน ได้มอบแนวทางไว้ว่าเรื่องดี ๆ ต้องนำเสนอให้ทุกคนเรียนรู้ ซึ่งตนได้มอบหมายให้สำนักงาน สกสค.จังหวัด สำรวจค้นหาครูต้นแบบกลุ่มสีเขียว ครูที่มีสภาพคล่อง ซึ่งเป็นครูที่สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมสนับสนุนในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการกู้เงิน หรือประเด็นอื่นๆ ในอดีต และปัจจุบันมีฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้น ปลดหนี้สำเร็จ โดยให้ถอดเป็นบทเรียนถ่ายทอดประสบการณ์ ว่าครูต้นแบบเหล่านี้มีวิธีคิด มีวิธีบริหารจัดการชีวิต มีวิธีปลดหนี้อย่างไร และทำเป็นคลิปวิดีโอหรือภาพยนตร์สั้น แล้วนำไปเผยแพร่บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ อย่างหลากหลาย เช่น ยูทูป เว็บไซต์ของ ศธ. เว็บไซต์ของ สกสค. เฟชบุ๊กของ สกสค. เป็นต้น เพื่อจุดประกาย สร้างฝัน สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ครูทั่วประเทศ โดยในเฟสแรกจะมีคลิปวิดีโอครูต้นแบบจังหวัดละ 1 คน รวม 77 คน จากนั้นจะขยายผลเพิ่มเป็นจังหวัดละ 2 คน และ 3 คนตามลำดับ โดยขยายผลไปเรื่อยๆ ทำให้ทุกคนทุกพื้นที่เรียนรู้ไปพร้อมกันได้ทุกเวลา

“การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างยั่งยืน ลดปัญหากลุ่มสีแดง ให้มีแต่กลุ่มสีเหลือง และกลุ่มสีเขียว ครูมีขวัญกำลังใจ ในการทำงาน เด็กเรียนดีมีความสุข ต้องเริ่มตั้งแต่ต้นน้ำ 2 สายมาบรรจบกัน คือ 1. กลุ่มครูบรรจุใหม่ ต้องให้ความรู้เรื่องวินัยการเงิน การคลัง การดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานไว้ ขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งครูรุ่นเก่า โดยสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดอบรมให้ความรู้ ทั้งแบบออนไซต์  และออนไลน์ ผสมผสานกับการเผยแพร่ครูต้นแบบความสำเร็จปลดหนี้สินได้ และ 2. กลุ่มนิสิต นักศึกษา ที่เข้ามาเรียนครู ในคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ โดยต้องประสานกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ในการพิจารณาให้ความสำคัญกับการจัดการเรียนการสอนด้านวินัยการเงิน การคลัง การดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพิ่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งเรามีเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เป็นกรรมการในบอร์ด สกสค. อยู่แล้ว ดังนั้น จะมีการนำเรื่องนี้เข้าไปหารือให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อทำให้เกิดความยั่งยืนตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ รมว.ศธ. ‘จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน’ เมื่อครูมีขวัญกำลังใจ ก็จะส่งผลต่อการจัดเรียนการสอนอย่างมีคุณภาพ นักเรียนก็จะได้เรียนดีมีความสุข ตามนโยบายของ พล.ต.อ. เพิ่มพูน ต่อไป” นายพิเชฐ กล่าว —017

‘33นักศึกษาไทย’ในอิสราเอล เดินทางกลับถึงไทยปลอดภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763350

‘33นักศึกษาไทย’ในอิสราเอล เดินทางกลับถึงไทยปลอดภัย

‘33นักศึกษาไทย’ในอิสราเอล เดินทางกลับถึงไทยปลอดภัย

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 10.39 น.

‘33นักศึกษาไทย’ในอิสราเอล เดินทางกลับถึงไทยปลอดภัย ‘กระทรวงอุดมศึกษาฯ’ยันจะส่งไปฝึกงานต่อ จากนี้ต้องยึดความปลอดภัยเป็นหลัก

17 ตุลาคม 2566 พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา ที่ปรึกษารมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม กล่าวว่า น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษาฯ ได้มอบหมายให้ตน พร้อมด้วยอธิการบดี และคณะอาจารย์มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ เดินทางมารอรับนักศึกษาฝึกงานในประเทศอิสราเอลด้วยตนเอง ที่เดินทางกลับมาถึงไทยแล้ว เมื่อช่วงค่ำของวันที่16ต.ค.ที่ผ่านมา สำหรับการเดินทางกลับมาของประชาชนชาวไทยทั้งหมด 244 คน จากประเทศอิสราเอล กลับมาประเทศไทยเส้นทางเทลอาวีฟ – สุวรรณภูมิ ด้วยเที่ยวบินเช่าเหมาลำพิเศษของสายการบิน El Al Israel Airlines ซึ่งออกเดินทางจากท่าอากาศยานเบนกูเรียน ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเวลา 21.05น. โดยเที่ยวบินนี้ มีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์จำนวน 30 คน และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครจำนวน 3 คน โดยสารกลับมาด้วย

พญ.เพชรดาว กล่าวต่อว่า เพื่อความปลอดภัยจึงต้องการให้นักศึกษาเดินทางกลับมา โดยนักศึกษาที่เดินทางไปยังประเทศอิสราเอลไปเพื่อฝึกงานทางด้านของเทคโนโลยีการเกษตรซึ่งถือว่าประเทศอิสราเอลมีนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพโดยนักศึกษาที่เดินทางไปเป็นรุ่นที่ 7 แล้ว โดยการส่งนักศึกษาไปฝึกงานหลังจากนี้จะคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก

ด้าน ผศ.ปรีชา สะแลแม อธิการบดีมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ กล่าวว่า นักศึกษากลุ่มดังกล่าวไปฝึกงานด้านการเกษตร เมืองอราวา (Arava) ค่อนข้างห่างไกลจากภัยความไม่สงบ แต่เนื่องด้วยเห็นถึงความปลอดภัยของนักศึกษาจึงประสานให้เดินทางกลับ โดยนักศึกษากลุ่มนี้เป็นรุ่นที่ 7 ที่เดินทางไปฝึกงานที่ประเทศอิสราเอลทางด้านของเกษตร จากนี้จะดูเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก

ขณะที่นักศึกษาจาก ม.นราธิวาสราชนครินทร์รายหนึ่ง กล่าวว่า รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่เดินทางกลับมาถึงประเทศไทยขอขอบคุณกระทรวงอุดมศึกษาและมหาวิทยาลัยที่ช่วยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตนเองยังอยากฝึกงานอยู่ แต่ก็คำนึงถึงความปลอดภัย หากมีโอกาสก็อยากฝึกงานด้านการเกษตรอีก ///////-005

‘ปลัดศธ.’แจงเหตุเด้ง’ชูชีพ’พ้นรักษาการอธิบดี สกร. ตั้ง‘ธนากร’นั่งแทน เพื่อประโยชน์ทางราชการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763337

'ปลัดศธ.'แจงเหตุเด้ง'ชูชีพ'พ้นรักษาการอธิบดี สกร. ตั้ง‘ธนากร’นั่งแทน เพื่อประโยชน์ทางราชการ

‘ปลัดศธ.’แจงเหตุเด้ง’ชูชีพ’พ้นรักษาการอธิบดี สกร. ตั้ง‘ธนากร’นั่งแทน เพื่อประโยชน์ทางราชการ

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 09.19 น.

‘ปลัดศธ.’แจงเหตุเด้ง’ชูชีพ’พ้นรักษาการอธิบดี สกร. ตั้ง‘ธนากร’นั่งแทน เพื่อประโยชน์ทางราชการ

เมื่อวันที่ 17 ต.ค.2566 นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ตนได้ลงนามคำสั่งสำนักงานปลัด ศธ. แต่งตั้ง นายวรัท พฤกษาทวีกุล ผู้ตรวจราชการ ศธ. รักษาราชการแทน รองปลัด ศธ. และแต่งตั้ง นายธนากร ดอนเหนือ ผู้ตรวจราชการ ศธ. รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งครั้งนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ทางราชการ ส่วน ว่าที่เรือตรีชูชีพ อรุณเหลือง รองอธิบดี สกร. ซึ่งเคยรักษาราชการแทนอธิบดี สกร.นั้น ก็ให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งรองอธิบดี สกร.เพียงตำแหน่งเดียว

“ตอนนี้ สกร.มีว่าที่เรือตรีชูชีพเป็นรองอธิบดีและรักษาการอธิบดี สกร.บริหารงานอยู่คนเดียว เพราะรองอธิบดี สกร.อีก 2 คนเกษียณอายุราชการไปแล้วเมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา ดังนั้น ภาระงานของ สกร.เองก็หนัก เพราะเป็นช่วงของการปรับเปลี่ยนจาก กศน.เป็น สกร. ดังนั้น จึงจะต้องให้มีคนเข้ามาช่วยในเรื่องการบริหารงาน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ส่วนที่มีการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงว่าที่เรือตรีชูชีพ กรณีการทำสัญญาโครงการบริหารจัดการเพื่อการประหยัดพลังงาน โดยการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาในวิทยาลัยเทคนิคระยอง ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ชี้มูลความผิดแล้วนั้น ก็ต้องว่าไปตามขั้นตอน เพราะเท่าที่ทราบกระบวนการสืบข้อเท็จจริงยังไม่เสร็จสิ้น และขณะนี้ว่าที่เรือตรีชูชีพยังไม่ได้เข้าพบ และชี้แจงที่มาที่ไปกับผมอย่างเป็นทางการ แต่กระบวนการทั้งหมดเป็นเรื่องของสำนักนิติกรในการดำเนินการ” นายสุเทพ กล่าว

นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง อดีตผู้บริหาร สกร.กรณีมีข้อร้องเรียนนั้น คณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง ชุดที่ นายอรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา อดีตปลัด ศธ. ตั้งไว้ ก็ถือว่ามีผลตามกฎหมาย จึงให้ดำเนินการต่อเนื่อง ตามกรอบและวิธีการดำเนินการทางวินัย

นายสุเทพ กล่าวอีกว่า สำหรับความคืบหน้าการจัดทำโครงสร้างของ สกร.ขณะนี้อยู่ระหว่างดูรายละเอียด การดำเนินการที่มีความจำเป็นก่อน อันดับแรกคือ การใช้กรอบอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เดิม เป็นของ สกร.ไปพลางก่อน เพื่อใช้ในการบริหารจัดการเรื่องค่าตอบแทนหรือเงินเดือน โดยระหว่างนี้คงต้องใช้กรอบอัตรากำลังเดิมจาก กศน.ไปพลางก่อนในหลายเรื่อง ทั้งโครงสร้าง บุคลากร รวมถึงงบประมาณ ฯลฯ ขณะเดียวกันก็ดำเนินการจัดทำโครงสร้างควบคู่กันไป ซึ่งการดำเนินการในส่วนนี้เป็นเรื่องที่ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร —017

Blendata-ม.ธรรมศาสตร์ ร่วมพัฒนา บุคลากรด้าน Big Data และ AI ไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763184

Blendata-ม.ธรรมศาสตร์ ร่วมพัฒนา  บุคลากรด้าน Big Data และ AI ไทย

Blendata-ม.ธรรมศาสตร์ ร่วมพัฒนา บุคลากรด้าน Big Data และ AI ไทย

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฐนภัส รชตะวิวรรธน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบลนเดต้า จำกัด กล่าวว่า เนื่องจากประเทศไทยยังคงขาดแคลนบุคลากรที่มีความชำนาญในการพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง และการนำข้อมูลขนาดใหญ่ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่องค์กรและธุรกิจอาจยังมีข้อจำกัด การร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในการยกระดับเทคโนโลยีด้าน Big Data และ AI คือหนึ่งในภารกิจและเป้าหมายการสร้าง Ecosystem ของ Blendata เพื่อขยายรากฐานที่แข็งแกร่ง ผ่านการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์อย่างเต็มที่จากภาคธุรกิจ Blendata ได้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือเดินหน้าสร้างบุคลากรและนวัตกรรมด้าน Big Data และ AI ร่วมกับธรรมศาสตร์ ด้วยการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์จริงจากภาคธุรกิจ โดยให้นักศึกษามีโอกาสได้รับประสบการณ์จริงผ่านการทำวิทยานิพนธ์และการวิจัย การบรรยายพิเศษ การฝึกงานและการเข้าทำงาน รวมถึงสนับสนุนการจัดกิจกรรมและทุนการศึกษา และสร้างโอกาสแรงงานคุณภาพออกไปตอบโจทย์ความต้องการของตลาด

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.สุเพชร จิรขจรกุล คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า เทคโนโลยีด้านข้อมูลมหัตหรือบิ๊กเดต้า (Big data) เป็นเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการจัดการข้อมูลยุคปัจจุบัน ซึ่งมีปริมาณมหาศาลและอยู่ในหลากหลายรูปแบบ เช่น การวิเคราะห์และจัดแสดง Geospatial data เพื่อสนับสนุนการวางแผนป้องกันและรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ เป็นต้น และ Blendata เป็นบริษัท ผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้าน Big Data และ AI เทคโนโลยีสัญชาติไทยที่พัฒนาโดยคนไทย 100% โดยคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและประสบการณ์ทำงานร่วมกับอุตสาหกรรมของ Blendata จะสามารถยกระดับบุคลากรของไทยให้มีความสามารถทัดเทียมกับระดับนานาชาติได้

สหพัฒน์ มอบทุนการศึกษาปีที่ 10 บุตร-ธิดาพนักงานขาดแคลนทุนทรัพย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763186

สหพัฒน์ มอบทุนการศึกษาปีที่ 10  บุตร-ธิดาพนักงานขาดแคลนทุนทรัพย์

สหพัฒน์ มอบทุนการศึกษาปีที่ 10 บุตร-ธิดาพนักงานขาดแคลนทุนทรัพย์

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาภายใต้ “โครงการสนับสนุนทุนการศึกษา บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน)” โครงการส่งเสริมการศึกษาของเยาวชนไทย โดยสนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่ บุตร-ธิดาของพนักงานบริษัทฯ และบริษัทในเครือ ที่กำลังศึกษาเล่าเรียนแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ปี 2566 นับเป็นครั้งที่ 10 ที่มีการมอบทุนให้กับนักเรียนระดับอนุบาล ไปจนถึงระดับอุดมศึกษา จำนวน 284 ทุน แบ่งเป็นระดับชั้นอนุบาล ถึง ระดับชั้นประถมศึกษา จำนวน 128 ทุน ระดับมัธยมศึกษา จำนวน 100 ทุน และระดับอุดมศึกษา จำนวน 56 ทุน

“ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาในครั้งนี้ ขอให้ทุกคนนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการศึกษาอย่างแท้จริงอีกสิ่งหนึ่งนอกจากการศึกษาที่เราต้องสนับสนุนเยาวชนไทยแล้ว ความซื่อสัตย์ก็เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน อยากฝากให้คุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครอง ร่วมปลูกฝังความซื่อสัตย์ให้กับเด็กๆ และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับพวกเขา ซึ่งความซื่อสัตย์นั้นไม่ได้ทำเพื่อแค่ตนเอง แต่เพื่อประเทศชาติของเราในอนาคต” นายบุญชัย กล่าว

ประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 25

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763187

ประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 25

ประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 25

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สถาบันพระปกเกล้า ขอเชิญเข้าร่วมการประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 25 หัวข้อ “เสริมพลังประชาธิปไตย : บทบาทของซอฟต์พาวเวอร์กับการมีส่วนร่วมของพลเมือง” (Revitalizing Democracy: Roles of Soft Power and Citizen Engagement) วันที่ 3-4 พฤศจิกายน 2566 ในรูปแบบออนไลน์ ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ทางเว็บไซต์สถาบันพระปกเกล้า https://www.kpi.ac.th/news/news/data/1974

ม.อ. ผลักดันภูเก็ตและกลุ่มอันดามัน เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763201

ม.อ. ผลักดันภูเก็ตและกลุ่มอันดามัน  เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโลก

ม.อ. ผลักดันภูเก็ตและกลุ่มอันดามัน เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโลก

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดร.พันธ์ ทองชุมนุม รองอธิการบดี วิทยาเขตภูเก็ต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดเผยว่า จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของรัฐบาลชุดใหม่ ที่กำหนดกรอบการพัฒนาการท่องเที่ยวภาคใต้ ผ่านแนวทางการสร้างเมืองท่องเที่ยวระดับโลกเวอร์ชั่นสมบูรณ์ในจังหวัดภูเก็ต และฝั่งอันดามันนั้น ม.อ. ได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้ร่วมวางแผนขับเคลื่อนการท่องเที่ยวให้จังหวัดภูเก็ตและพื้นที่กลุ่มจังหวัดอันดามัน เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ตอบโจทย์การท่องเที่ยวมูลค่า และได้นำเสนอแผนอย่างเป็นรูปธรรม และนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีในช่วงที่มีการลงพื้นที่ภาคใต้ เมื่อ ส.ค. ที่ผ่านมา

สำหรับยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในพื้นที่ภูเก็ตและอันดามัน ม.อ. จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการท่องเที่ยวมูลค่าสูง ผ่านการดำเนินงานโครงการจัดตั้งศูนย์สุขภาพนานาชาติอันดามัน โดยร่วมผลักดันการท่องเที่ยวมูลค่าสูงให้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านการสานต่อภูมิปัญญาของคนไทย การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและอาหาร พร้อมผลักดันให้เป็นเมืองการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) และก้าวสู่เมดิคัลฮับ (Medical Hub) ศูนย์กลางบริการเพื่อส่งเสริมสุขภาพ (Wellness) ของประเทศไทยและของภูมิภาค ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจของพื้นที่ดังกล่าวมีรายได้ที่หลากหลาย ลดการพึ่งพารายได้หลักจากการท่องเที่ยวแบบเดิมๆ เพียงอย่างเดียว เหมือนในอดีตที่ผ่านมา

รศ.ดร.พันธ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ขณะเดียวกันจะมุ่งสนับสนุนให้ภูเก็ตก้าวไปสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะหรือ Smart City โดยได้นำระบบบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่หรือ Big Data ทั้งของทางภาครัฐและภาคเอกชนมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนและตัดสินใจในเชิงการบริหารจัดการเมืองให้มีประสิทธิภาพ พร้อมกับการสนับสนุนความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ ตลอดจนวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Infrastructure) ให้มีความเหมาะสมกับเมือง เช่น ระบบจราจร การจัดการระบบบริหารแพลตฟอร์มต่างๆ การจัดการบริหารขยะและคุณภาพของอากาศ และการดูแลรักษาผู้ป่วยทางไกล หรือ Telemedicine

มจธ. ร่วมมือภาคอุตสาหกรรม จัดกิจกรรมยกระดับทักษะคนวัยทำงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763199

มจธ. ร่วมมือภาคอุตสาหกรรม  จัดกิจกรรมยกระดับทักษะคนวัยทำงาน

มจธ. ร่วมมือภาคอุตสาหกรรม จัดกิจกรรมยกระดับทักษะคนวัยทำงาน

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) โดยศูนย์การศึกษาต่อเนื่อง สำนักวิจัยและบริการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดกิจกรรม KMUTT’s University & Industry Networking “People & Technology for Smart Manufacturing and Business Sustainability” ภายใต้แผนงานโครงการพลิกโฉมระบบอุดมศึกษาของประเทศไทย (Reinventing University System)

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและภาคอุตสาหกรรม ยกระดับทักษะกำลังคนวัยทำงาน และเป็นการขยายผลโมเดลความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคธุรกิจอุตสาหกรรม สู่บุคลากรที่เกี่ยวข้อง และเป็นการเพิ่มโอกาสในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ โดยมี รศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดี มจธ. เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บุคลากร มจธ. และหน่วยงานพันธมิตรภาคเอกชน เข้าร่วมงานจัดขึ้น ณ โรงแรมโมริโนะ ศรีราชา จ.ชลบุรี

นักวิจัยจุฬาฯ สร้างนวัตกรรมใหม่ ชุดตรวจไวรัสตับอักเสบบีแบบไร้สาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763203

นักวิจัยจุฬาฯ สร้างนวัตกรรมใหม่  ชุดตรวจไวรัสตับอักเสบบีแบบไร้สาย

นักวิจัยจุฬาฯ สร้างนวัตกรรมใหม่ ชุดตรวจไวรัสตับอักเสบบีแบบไร้สาย

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กลุ่มนักวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์พิสิฐ ตั้งกิจวานิชย์ และ อาจารย์ ดร.ณัฐธยาน์ ช่วยเพ็ญ คณะแพทยศาสตร์ ร่วมกับศาสตราจารย์ ดร.อรวรรณ ชัยลภากุล และ ดร.ปฤญจพร ทีงาม ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ ร่วมกันพัฒนาชุดตรวจวัดไวรัสตับอักเสบบีแบบไร้สาย ณ จุดดูแลผู้ป่วย (Wireless Point-of-Care Testing for Hepatitis B Virus infection)เพื่อช่วยในการตรวจคัดกรองหาเชื้อ วินิจฉัยโรคไวรัสตับอักเสบบีให้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมเก็บข้อมูลขึ้นฐานข้อมูลออนไลน์ รวดเร็ว ครบ จบในขั้นตอนเดียว ตั้งเป้าผลิตเชิงอุตสาหกรรมเพื่อนำไปใช้ตรวจได้ทั่วประเทศ

ในปัจจุบัน การตรวจหาโปรตีนไวรัสตับอักเสบบี ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของบุคลากร และใช้เครื่องตรวจขนาดใหญ่แบบ machine-based assays มักมีอยู่ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่และมีราคาแพง ชุดตรวจวัดไวรัสตับอักเสบบีแบบไร้สายฯ เป็นชุดตรวจวัดสารทางชีวภาพด้วยเทคนิคทางเคมีไฟฟ้า(electrochemical biosensors) ที่เรียกว่าแอมเพอโรเมตริก(amperometric detection) สำหรับขั้นตอนการตรวจคัดกรองโรคจะใช้ “ตัวอย่างเลือด” ปริมาณซีรัม (serum) เพียง 2 ไมโครลิตร มาหยดและบ่มบนขั้วไฟฟ้าจากนั้นล้างด้วยน้ำยา wash buffer และรอให้แห้ง ใช้เวลาเพียงไม่เกิน 10 นาที ก็สามารถให้ผลการวิเคราะห์โดยจะสังเกตเห็นกระแสไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไปได้

หลักการ คือหากมีเชื้อไวรัสหรือ antigen อยู่ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้า ซึ่งค่าของกระแสไฟฟ้าที่วัดได้ สามารถอ้างอิงถึงปริมาณของเชื้อที่มีอยู่คร่าวๆ
(semi-quantitative) อธิบายง่ายๆ ชุดตรวจนี้ นอกจากบอกได้ว่าเจอหรือไม่เจอเชื้อแล้ว ยังบอกปริมาณคร่าวๆ ของเชื้อที่พบได้ด้วย ถ้ากระแสไฟฟ้าน้อยคือเชื้อเยอะ กระแสไฟฟ้าเยอะคือเชื้อน้อย ใช้เวลาไม่นานก็ทราบผลและข้อมูลต่างๆ และสามารถอัปโหลดขึ้นระบบออนไลน์ได้ทันทีแบบ real time และมีความจำเพาะเจาะจงของข้อมูลได้ว่าเป็นผลตรวจของใคร ซึ่งสำหรับโรคไวรัสตับอักเสบบี การระบุว่าใครเป็นหรือไม่เป็น ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ เนื่องจากเป็นโรคที่ใช้ระยะเวลานานในการรักษา

การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ปัจจุบันงานวิจัยอยู่ในเฟส 2 คือขั้นตอนของการเก็บข้อมูลเพื่อลงพื้นที่ รวมถึงการเก็บข้อมูลการใช้งาน และทำ clinical trial หรือการทดสอบทางคลินิกตาม ม.27 ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในการผ่อนผันการทำวิจัย และยื่นขอ อย. ก่อนที่จะผลิตในลักษณะ commercialized kit หรือผลิตภัณฑ์ที่พร้อมวางจำหน่ายในเฟสต่อไป

สกสว.หารือรมว.กระทรวงยุติธรรม มุ่งพัฒนาโจทย์วิจัย หนุนขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรมของประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763274

สกสว.หารือรมว.กระทรวงยุติธรรม มุ่งพัฒนาโจทย์วิจัย หนุนขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรมของประเทศ

สกสว.หารือรมว.กระทรวงยุติธรรม มุ่งพัฒนาโจทย์วิจัย หนุนขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรมของประเทศ

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 19.19 น.

สกสว. หารือ รมว.กระทรวงยุติธรรม มุ่งพัฒนาโจทย์วิจัย สนับสนุนการขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรมของประเทศ

รศ. ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) พร้อมด้วย ผศ. ดร.แพร ศิริศักดิ์ดำเกิง ผู้ทรงคุณวุฒิ สกสว. 
รศ. ดร.นิรมล สุธรรมกิจ ผู้ทรงคุณวุฒิ สกสว. เข้าพบ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อแสดงความยินดีพร้อมแนะนำถึงการดำเนินงานของกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) เพื่อหารือถึงแนวทางการบูรณาการขับเคลื่อนการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรม มาช่วยในการส่งเสริมและสนับสนุนด้านกระบวนการยุติธรรมของประเทศ สู่เป้าหมายให้ประชาชนได้รับความยุติธรรมอย่างเท่าเทียม ระบบราชการมีธรรมาภิบาล ลดปัญหาคอร์รัปชันและความรุนแรง

รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงนโยบายสำคัญของ รมว.ยุติธรรม สภาพปัญหา ข้อเท็จจริง และข้อท้าทายของงานยุติธรรมในปัจจุบัน รวมถึงเน้นย้ำความตั้งใจในการพัฒนาศักยภาพบุคลากร และเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายบนพื้นฐานของหลักนิติธรรม หลักสิทธิมนุษยชน การเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเสมอภาค และการบังคับใช้กฎหมายแบบไม่เลือกปฏิบัติ ตลอดจนการเร่งสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม โดยการนำความยุติธรรมเข้าหาประชาชน พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญในการนำงานวิจัยมาใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาการดำเนินงานของกระทรวงในมิติต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ได้มีการหารือถึงประเด็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงยุติธรรม และกองทุน ววน. โดยเฉพาะแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ พ.ศ. 2566 – 2570 ที่เกี่ยวกับด้านยุติธรรม อาทิ แผนงาน P12 (S2) พัฒนานโยบายและต้นแบบสำหรับสังคมคุณธรรม การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน และการเสริมสร้างธรรมาภิบาล และ P14 (S2) พัฒนานโยบายและต้นแบบเพื่อสร้างสังคมไทยไร้ความรุนแรง ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งสวัสดิภาพสาธารณะสำหรับหน่วยงานในกระทรวงการยุติธรรม ที่ได้รับการจัดสรรทุนจากกองทุน ววน. ที่ผ่านมานั้น ประกอบด้วย 5 หน่วยงาน คือ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ สำนักงานกิจการยุติธรรม และกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน พร้อมทั้งมีสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ที่เป็นหน่วยบริหารและจัดการทุน (PMU) ดูแลแผนงานวิจัยด้านยุติธรรม อีกด้วย

ทั้งนี้ ในที่ประชุมมีความเห็นว่าทั้ง 2 หน่วยงาน จะดำเนินงานร่วมกันใน 3 ประเด็น คือ การก้าวข้ามความขัดแย้งรุนแรง ด้วยแนวคิดความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน การแก้ปัญหายาเสพติดด้วยแนวคิดการลดอันตรายจากการใช้สารเสพติด การใช้กระบวนการยุติธรรมทางเลือก การแก้ไขปัญหาความไม่โปร่งใส ความไม่มีส่วนร่วมของประชาชน และการคอร์รัปชันในระบบยุติธรรม พร้อมหารือถึงแนวทางการนำทฤษฎีจากงานวิจัยไปสู่การปฏิบัติจริง ด้วยการนำข้อค้นพบและข้อเสนอไปใช้ และการลดความซ้ำซ้อนในการลงทุนด้านงานวิจัยที่อาจเกิดขึ้นระหว่างหน่วยงานให้ทุน  

“สกสว. เป็นหน่วยงานบริหารจัดการกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) มีหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุน และขับเคลื่อนระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศในทุกด้าน เพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืน”