ปลัด มท.นำพุทธศาสนิกชนร่วมบำเพ็ญกุศลครบรอบ 56 ปี วิถีพรต เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีรญาณมุนี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744703

ปลัด มท.นำพุทธศาสนิกชนร่วมบำเพ็ญกุศลครบรอบ 56 ปี วิถีพรต เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีรญาณมุนี

ปลัด มท.นำพุทธศาสนิกชนร่วมบำเพ็ญกุศลครบรอบ 56 ปี วิถีพรต เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีรญาณมุนี

วันพุธ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 15.13 น.

“56 ปี วิถีพรต สมเด็จพระมหาธีรญาณมุนี” ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานฝ่ายฆราวาส นำพุทธศาสนิกชนร่วมบำเพ็ญกุศลครบรอบ 56 ปี วิถีพรต เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีรญาณมุนี (วรชายมหาเถร) กรรมการมหาเถรสมาคม ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 1 – 2 – 3 (ธ) และภาค 12 – 13 (ธ) เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส

วันนี้ (19 ก.ค. 66) เวลา 09.09 น.ที่พระอุโบสถ วัดเทพศิรินทราวาส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ เจ้าประคุณสมเด็จพระธีรญาณมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 1 – 2 – 3 (ธ) และภาค 12 – 13 (ธ) เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส เป็นประธานสงฆ์ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธพจนวชิรมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 11 (ธ) เจ้าอาวาสวัดเครือวัลย์ ร่วมพิธี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในการบำเพ็ญกุศลครบรอบ 56 ปี วิถีพรต เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีรญาณมุนี (วรชายมหาเถร) กรรมการมหาเถรสมาคม ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 1 – 2 – 3 (ธ) และภาค 12 – 13 (ธ) เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส และฉลองฐานานุกรมที่ พระครูปลัดสัมพิพัฒนญาณาจารย์ (ธรรมธัช ญาณทฺธโช) และฉลองเปรียญธรรม 9 ประโยค พระมหาศุภเดช สุภเตโช โดยมี หม่อมหลวงตรีนุช สิริวัฒนภักดี ผู้แทนมูลนิธิสิริวัฒนภักดี พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชน และภาคีเครือข่าย ร่วมในพิธี

โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย แล้วถวายมุทิตาสักการะเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีรญาณมุนี เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล ประธานสงฆ์ให้ศีล เจริญพระพุทธมนต์ จบแล้ว เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีรญาณมุนี ถวายสักการะประธานสงฆ์ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำพุทธศาสนิกชนถวายจตุปัจจัยไทยธรรม กรวดน้ำรับพร เป็นอันเสร็จพิธี จากนั้น เป็นการประกอบพิธีฉลองฐานานุกรมที่ พระครูปลัดสัมพิพัฒนญาณาจารย์ (ธรรมธัช ญาณทฺธโช) และฉลองเปรียญธรรม 9 ประโยค พระมหาศุภเดช สุภเตโช โดยได้รับเมตตาจากพระมหาเถระรับทักษิณานุปทาน และเจริญพระพุทธมนต์

เจ้าประคุณสมเด็จพระธีรญาณมุนี มอบคำปรารภ หัวข้อ “56 พรรษาปรารภ” ความว่า วิถีพรตของข้าพเจ้าลุล่วงมาถึง 56 ปีแล้ว โดยเฉลี่ยการประกอบอาชีพการงานของฆราวาสทั่วไป มักมีเวลาอย่างมากไม่เกิน 40 ปี ถ้านับแต่เริ่มทำงานตอนอายุ 20 ปี แล้วไปเกษียณอายุการทำงานตอนอายุ 60 ปี ก็ตกค่าเฉลี่ยได้ราว 4 ทศวรรษเป็นประมาณ แต่สำหรับสมณะในพระพุทธศาสนานั้น เมื่อได้รับบรรพชาอุปสมบท เป็นอุปสัมบันแล้ว บทบาทหน้าที่ของการบำเพ็ญพรต เป็นพระภิกษุในพระธรรมวินัย ย่อมต้องดำเนินสืบไปตราบเท่าที่ดำรงในสมณเพศ จนถึงวันสุดท้ายที่ลาสิกขาหรือกระทำกาลกิริยาจากโลกนี้ไป หน้าที่สำคัญที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โปรดประทานไว้ให้แก่พระภิกษุทุกรูป ย่อมได้แก่การเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์ ให้ดำรงมั่นและขจรขจายไพศาลไปเป็นหลักใจของชาวโลก ดังพระพุทธบรรหารที่ว่า “จรถ ภิกฺขเว จาริกํ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย” แปลความว่า “ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงเที่ยวจาริกไป เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขแก่คนเป็นอันมาก เพื่ออนุเคราะห์แก่ชาวโลก”

“ตลอดเวลา 56 ปีวิถีพรต ข้าพเจ้าจึงได้สู้อุตส่าห์พยายามทำงานสนองพระคุณพระพุทธศาสนาด้วยการสรรค์สร้างศาสนทายาท ประกาศศาสนธรรม และอุปถัมภ์ศาสนวัตถุ เพื่อให้เกิดประโยชน์และความสุขแก่คนเป็นอันมาก เพื่ออนุเคราะห์แก่ชาวโลกให้ได้มากที่สุด ครั้นยิ่งวันยิ่งผันผ่านไป ก็ทำให้ยิ่งต้องรีบเร่งขวนขวายประกอบกุศลกิจ และชักชวนญาติมิตรมาร่วมทางบำเพ็ญกุศลกันต่อไปตราบถึงจุดหมายปลายทางที่สมเด็จพระบรมศาสดาประทานมรรควิธีไว้ ก็เพราะร่มโพธิ์ไทรในพระพุทธศาสนา นับแต่คุณพระรัตนตรัยเป็นปฐม ตลอดถึงบูรพาจารย์ คุณของพระอารามและอารามที่พึ่งพำนัก พระบารมีของสมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าผู้ทรงเป็นพุทธศาสนูปถัมภก ความเมตตาปรานีของพระมหาเถระและพระเถระ น้ำใจไมตรีของเพื่อนสหธรรมิก รวมทั้งการอุปถัมภ์ก็บำรุงจากญาติโยมนั้นเอง คือ เครื่องดลบันดาลความร่มเย็นเป็นผาสุกในวิถีพรตของข้าพเจ้ามาตลอดทางอันเนิ่นนานใกล้ถึง 6 ทศวรรษ ซึ่งมีบูรพาจารย์ของข้าพเจ้าพระองค์หนึ่ง ที่ข้าพเจ้าเชิดชูบูชาเป็นเนติแบบแผนแห่งชีวิต คือ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ (วาสนมหาเถร) เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ยุคที่ 4 สกลมหาสังฆปริณายกพระองค์ที่ 18 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งข้าพเจ้าได้รับพระเมตตาการุญปกเศียรคุ้มเกล้าในฐานะอยู่ใต้บังคับบัญชาของพระองค์มานับแต่ข้าพเจ้ายังเป็นพระผู้น้อย ได้เฝ้าคอยสังเกตพระจริยาอันสงบสง่า เยือกเย็น กอปรด้วยพระสุขุมธรรมคัมภีรญาณ เป็นหลักชัยในการคณะสงฆ์ ทรงเป็นปราชญ์ในทางรจนา สามารถเผยแผ่พระพุทธธรรมด้วยนานาพระนิพนธ์อันทรงคุณค่า” เจ้าประคุณสมเด็จฯ ปรารภ

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เจ้าสมเด็จพระธีรญาณมุนี (วรชายมหาเถร) มีนามเดิมว่า สมชาย พุกพุ่มพวง เกิดเมื่อวันพุธที่ 22 ตุลาคม 2490 ภูมิลำเนาเดิม จังหวัดนครปฐม บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดท่าตำหนัก ตำบลท่าตำหนัก อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม โดยมีพระวินัยวงศาจารย์ (นาค อิสินาโค) เจ้าอาวาสวัดท่าตำหนัก เป็นพระอุปัชฌาย์ ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2501 ต่อมาได้รับการอุปสมบทเป็นภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดเทพศิรินทราวาส เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2510 โดยมีพระธรรมธัชมุนี (เอื้อน ชินทตฺโต) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระวินัยวงศาจารย์ (นาค อิสินาโค) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูวิมลญาณโสภณ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ สำเร็จการศึกษาพระปริยัติธรรมนักธรรมชั้นเอก และในปี พ.ศ. 2516 สอบได้เปรียญธรรม 8 ประโยค โดยในด้านงานปกครองคณะสงฆ์ ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 1 – 2 – 3 (ธ) และภาค 12 – 13 (ธ) และเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม

“เจ้าประคุณสมเด็จพระธีรญาณมุนี ได้บำเพ็ญสาธารณกุศลและสาธารณสงเคราะห์ไว้หลายประการ อาทิ การบูรณะถาวรวัตถุและเสนาสนะต่าง ๆ ของวัดเทพศิรินทราวาส และพระอาราม อารามต่าง ๆ  เป็นจำนวนมาก สนับสนุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ เป็นผู้นำจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ป่วยโรคหัวใจที่ยากไร้และขาดโอกาสเข้าถึงยา โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เป็นผู้อุปถัมภ์ทุนการศึกษามูลนิธิเพื่อการศึกษา 6 รอบ สมเด็จพระธีรญาณมุนี (วรชายเถร) เป็นกรรมการบริหารมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานกรรมการอำนวยการวัดพุทธดัลลัส ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นผู้อุปถัมภ์โครงการเพชรยอดมงกุฎ และเป็นประธานกรรมการบริหาร สำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) เป็นต้น” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติม

– 006

อบจ.ฉะเชิงเทราจัดโครงการฝึกสอนทักษะศิลปะมวยไทยและมวยสากลรุ่นที่ 2

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744657

อบจ.ฉะเชิงเทราจัดโครงการฝึกสอนทักษะศิลปะมวยไทยและมวยสากลรุ่นที่ 2

อบจ.ฉะเชิงเทราจัดโครงการฝึกสอนทักษะศิลปะมวยไทยและมวยสากลรุ่นที่ 2

วันพุธ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 11.32 น.

ดร.กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา มอบหมายให้นายเดโช คล้ายสุวรรณ์ ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานเปิดโครงการฝึกสอนทักษะศิลปะมวยไทยและมวยสากล รุ่นที่2 ระหว่างวันที่ 18 – 21 กรกฎาคม 2566 พร้อมด้วยนายภานุพัฒน์ เพ็ดตะกั่ว สมาชิกสภา อบจ.ฉะเชิงเทรา และมีนางสาวนารี เทพสุภรณ์กุล ผู้อำนวยการกองการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวรายงาน ณ โรงเรียนบ้านมาบนาดี ตำบลทุ่งพระยา อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา

สำหรับโครงการดังกล่าวมีนักเรียนและเยาวชนเข้าร่วมจำนวน 60 คน  โดยได้รับการสนับสนุนวิทยากรจากชมรมมวยสมัครเล่นจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์ของนักเรียนและเยาวชน พัฒนาทักษะความรู้ความสามารถด้านกีฬามวยไทยและมวยสากล สนับสนุนให้มีความรักในด้านการกีฬาสร้างความมีระเบียบวินัย ความมีคุณธรรม ความรับผิดชอบ ความสามัคคีได้เป็นอย่างดี และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ห่างไกลยาเสพติด – 003

EA-บลูเทคซิตี้เดินหน้ามอบทุนการศึกษาปี’66 พัฒนาศักยภาพกำลังบุคลากรด้านพลังงานสะอาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744656

EA-บลูเทคซิตี้เดินหน้ามอบทุนการศึกษาปี'66 พัฒนาศักยภาพกำลังบุคลากรด้านพลังงานสะอาด

EA-บลูเทคซิตี้เดินหน้ามอบทุนการศึกษาปี’66 พัฒนาศักยภาพกำลังบุคลากรด้านพลังงานสะอาด

วันพุธ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 11.28 น.

ที่ห้องโชคอนันต์ อาคารเรียนรวมและอำนวยการ ม.ราชภัฏราชนครินทร์ อ.เมืองฉะเชิงเทรา กลุ่มบริษัทพลังงานบริสุทธิ์ (EA) เดินหน้าเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพกำลังบุคลากรคุณภาพ ด้วยวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นสร้างความยั่งยืนด้านพลังงานสะอาดให้กับประเทศไทย ได้จัดพิธีมอบทุนการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2566 ภายใต้โครงการทุนการศึกษา กลุ่มบริษัทพลังงานบริสุทธิ์ เพื่อการพัฒนาบุคลากร เขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก (EEC) และทุนการศึกษา โครงการ Star of the Future ให้กับนิสิตและนักศึกษา ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.) หลักสูตรทวิภาคี ภายใต้ทุน EEC จำนวน 14 ทุน และระดับปริญญาตรี หลักสูตรสหกิจศึกษา ภายใต้ทุน EEC จำนวน 9 ทุนและทุน Star of the Future หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตจำนวน 6 ทุน รวมเป็นทุนการศึกษาทั้งสิ้นกว่า 4,800,000 บาท 

โดยภายในงานคุณสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทพลังงานบริสุทธิ์ เป็นประธานในพิธี  ร่วมกันกับ คุณกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา กรรมการผู้จัดการนิคมอุตสาหกรรมฉะเชิงเทรา บลูเทค ซิตี้  โดยมี นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ให้เกียรติกล่าวให้โอวาทแก่นิสิตและนักศึกษา ร่วมด้วย รศ.ดร.ดวงพร ภู่ผะกา รักษาราชการแทน อธิการบดี ม.ราชภัฏราชนครินทร์ และนักศึกษาที่เข้ารับทุน เข้าร่วมในพิธี 
   
สำหรับทุนการศึกษานี้ครอบคลุมค่าธรรมเนียมการศึกษาตลอดหลักสูตร เบี้ยเลี้ยง และที่สำคัญคือ การให้โอกาสเข้าฝึกงานกับกลุ่มบริษัทพลังงานบริสุทธิ์ สถานประกอบการที่มีมาตรฐานสากล ซึ่งจะเป็นการสร้างความพร้อมและพัฒนาทักษะความสามารถก่อนที่จะเข้าสู่โลกการทำงานหลังสำเร็จการศึกษาต่อไป – 003

‘สถาบันโคเซ็น สจล.’ ผนึกกำลังไทย-ญี่ปุ่น ปั้นนวัตกร ป้อนEECและอุตสาหกรรมเป้าหมาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744545

‘สถาบันโคเซ็น สจล.’ ผนึกกำลังไทย-ญี่ปุ่น  ปั้นนวัตกร ป้อนEECและอุตสาหกรรมเป้าหมาย

‘สถาบันโคเซ็น สจล.’ ผนึกกำลังไทย-ญี่ปุ่น ปั้นนวัตกร ป้อนEECและอุตสาหกรรมเป้าหมาย

วันพุธ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สถาบันโคเซ็นแห่งสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(KOSEN – KMITL) ต้อนรับตัวแทนจากรัฐบาลญี่ปุ่น พร้อมด้วย เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย กระทรวงการต่างประเทศ ไจก้าประเทศไทย สถาบันโคเซ็นแห่งญี่ปุ่น (NIT) และคณะทำงาน ในโอกาสที่เดินทางมาประเทศไทยและเยี่ยมชมติดตามความก้าวหน้าของสถาบันโคเซ็นฯ ในการผนึกความร่วมมือทางการศึกษาไทย-ญี่ปุ่น มุ่งปั้นนวัตกรตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมเป้าหมาย ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)

รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล.กล่าวว่า ญี่ปุ่นนับเป็นประเทศผู้นำทางเทคโนโลยีระดับสูงและอุตสาหกรรมชั้นแนวหน้าของโลก ประเทศไทยและญี่ปุ่นมีสัมพันธไมตรีอันดีมาอย่างยาวนาน และมีความร่วมมือทั้งในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรม และการศึกษา ซึ่ง สจล. มีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับประเทศญี่ปุ่นมานับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งศูนย์ฝึกโทรคมนาคม และพัฒนาความก้าวหน้ามาเป็น สจล. จวบจนปัจจุบัน

ในโอกาสนี้ สจล. มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับการมาเยือนของคณะตัวแทนรัฐบาลและ 6 องค์กรชั้นนำ จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้เดินทางมาประเทศไทย ประกอบด้วยนายฮากิอูดะ โคอิชิ สมาชิกสภาล่างญี่ปุ่นและประธานกรรมาธิการวิจัยนโยบาย พรรคเสรีประชาธิปไตยญี่ปุ่น, นายนะชิดะ คะสุยะเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย,นายซูซูกิ คะสุยะ ไจก้าประเทศไทย นายมิยาเกะฟูมิโตะ จากกระทรวงต่างประเทศ และศ.อิโนอุเอะ มิสึเตรุ ผู้อำนวยการอาวุโส สถาบันโคเซ็นแห่งญี่ปุ่น (NIT) และคณะทำงาน

โดยได้เยี่ยมชมติดตามความก้าวหน้าและความสำเร็จของ สถาบันโคเซ็นแห่งสจล. (KOSEN – KMITL) ชมห้องปฏิบัติการ การสาธิตผลงานนวัตกรรมของนักศึกษา และพบปะพูดคุยกับนักศึกษาอย่างอบอุ่น นับเป็นการสานพลังไทย-ญี่ปุ่น ในการร่วมพัฒนาศักยภาพของเยาวชนคนไทยสู่ระดับโลกเพื่อรองรับการขยายตัวของ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย และแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจ EEC พร้อมไปกับเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในภูมิภาคโลก

สถาบันโคเซ็นแห่งสจล. (KOSEN -KMITL) ก่อตั้งเมื่อปี 2562 จากความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและญี่ปุ่น มุ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่พัฒนากำลังคนด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีที่มีทักษะความเชี่ยวชาญสูงในการสร้างและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมมีเป้าหมายในการสร้างนวัตกรและวิศวกรนักปฏิบัติ (Practical Engineers) ตามมาตรฐานโคเซ็นประเทศญี่ปุ่น (NIT)

และเป็นหลักสูตรอนุปริญญา 5 ปีที่ได้รับการยอมรับจากบริษัทอุตสาหกรรมชั้นนำต่างๆ ทั่วโลก ตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของอุตสาหกรรมญี่ปุ่นในไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตเศรษฐกิจตะวันออก หรือ EEC ปัจจุบันมีนักศึกษา 348 คน โดยในปี 2566 คาดว่าจะมีเยาวชนสนใจเข้าสมัครเรียนราว 6,000 คน และในเดือนเมษายน 2567 จะมีบัณฑิตจบการศึกษารุ่นแรกที่จะเข้าทำงานเป็นกำลังสำคัญในภาคอุตสาหกรรม

รศ.ดร.สมยศ เกียรติวนิชวิไล รักษาการผู้อำนวยการสถาบันโคเซ็นแห่งสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า สถาบันโคเซ็นฯ มุ่งผลิตวิศวกรชั้นแนวหน้าของโลก เพื่อยกระดับการผลิตกำลังคนระดับอาชีวศึกษาให้มีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน โดยให้ผู้เรียนวิเคราะห์และแก้ปัญหาจากโจทย์ ผ่านกระบวนการคิด ทำงานเป็นกลุ่มและนำไปสู่การหาคำตอบ หรือสร้างองค์ความรู้ใหม่บนฐานความรู้เดิม พร้อมทั้งบูรณาการหลักสูตรกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีวิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์

เข้มข้นทั้งภาควิชาการ และภาคปฏิบัติจากประเทศญี่ปุ่น โดยเนื้อหาของหลักสูตรจะยึดตามแนวทางของสถาบันโคเซ็นแห่งญี่ปุ่น หรือ NIT ซึ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีชื่อเสียงระดับโลกของญี่ปุ่นในการสร้างบุคลากรด้านเทคนิคที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิศวกรรม เพื่อปฏิบัติงานได้จริงควบคู่กับการเรียนรู้ในทักษะด้านสังคม เข้าใจในความเป็นมนุษย์ มีจิตสาธารณะ และความรับผิดชอบต่อสังคม

ทั้งนี้ หลักสูตรของสถาบันโคเซ็นแห่งสจล. (KOSEN – KMITL) เปิดรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นเข้าเรียนหลักสูตรอนุปริญญา 5 ปี ซึ่งมี 3 หลักสูตร ได้แก่1.หลักสูตรอนุปริญญาวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมแมคคาทรอนิกส์ (Mechatronics Engineering) 2.หลักสูตรสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ (Computer Engineering) และ 3.หลักสูตรสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (Electrical and Electronic Engineering)

และในปี 2567 วางแผนเตรียมเปิดสอนในหลักสูตรปริญญาวิศวกรรมศาสตร์(Advanced Innovative Engineering) โดยนักศึกษาจะได้รับทุนการศึกษาจากโครงการฯและได้ไปทำงานวิจัย 2 ภาคการศึกษาที่สถาบันโคเซ็นแห่งญี่ปุ่น ด้วย โดยผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ สถาบันโคเซ็นแห่งสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KOSEN – KMITL) โทรศัพท์ 096-8059827, 02-3298000 ต่อ 7214, 7215 และ เว็บไซต์ http://www.kosen.kmitl.ac.th/home หรือติดตามข่าวสาร https://www.facebook.com/KOSENKMITL

‘สสส.-สมาคม SYSI’ เปิดตลาดนวัตกรรมทางสังคม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744546

‘สสส.-สมาคม SYSI’  เปิดตลาดนวัตกรรมทางสังคม

‘สสส.-สมาคม SYSI’ เปิดตลาดนวัตกรรมทางสังคม

วันพุธ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผ่านพ้นไปแล้วกับกิจกรรม “Social Spark : ลงทุนความฝันจุดไฟนวัตกรเปลี่ยนสังคม” เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2566 ที่ผ่านมา ณ อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยเป็นการเปิดพื้นที่แสดง 21 นวัตกรรมทางสังคมของคนรุ่นใหม่กว่า 20 ผลงาน ในรูปแบบตลาดนัดนวัตกรรมนำเสนอทั้งออนไซต์และออนไลน์

น.ส.ณัฐยา บุญภักดี ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็กเยาวชนและครอบครัว สสส. กล่าวว่า สสส. ความสำคัญแก่ปัจจัยทางสังคมในมิติต่างๆ ที่มีผลต่อสุขภาวะประชาชน ซึ่งเป็นเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) เช่น การลดผลกระทบจากความเหลื่อมล้ำในสังคม และภาวะโลกร้อน โดยมียุทธศาสตร์ส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายของคนรุ่นใหม่ที่สนใจร่วมแก้ปัญหาเหล่านี้ โดยได้ร่วมมือกับสมาคมคนรุ่นใหม่กับนวัตกรรมทางสังคม (SYSI) ดำเนินโครงการบ่มเพาะนวัตกรคนรุ่นใหม่ อายุ 15-35 ปี

ให้ออกแบบนวัตกรรมทางสังคม (Social Innovation) ที่หลากหลายนับตั้งแต่การแก้ไขปัญหาระดับบุคคล ระดับครอบครัว ไปจนถึงระดับสังคมงานในวันนี้เป็นการเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมโครงการได้นำเสนอผลงานของตนเอง ต่อนักลงทุนด้านสังคมทั้งภาครัฐ และเอกชน ที่เข้าร่วมงานกว่า 100 องค์กร ซึ่งงานนี้ทั้งหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานภาคธุรกิจที่มีสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) อยู่แล้ว จะได้มาชม มาช้อปนวัตกรรมแก้ปัญหาในเรื่องต่างๆ ซึ่งผ่านการทดลองในพื้นที่จริงจนพร้อมใช้

เพื่อเลือกลงทุน สนับสนุน หรือร่วมบริจาค ให้ผลงานเปลี่ยนสังคมเหล่านี้มีความยั่งยืน โดยมีทั้งองค์กรที่มาชมในงานแบบ on site และชม on line ผ่านทางเพจ SYSI : Society of Young Social Innovatorsซึ่งหลังจากงานในวันนี้เสร็จสิ้นลง ก็ยังสามารถติดตามสนับสนุนและให้กำลังใจน้องๆ อย่างต่อเนื่องผ่านเพจ sysi.thailand สสส.อยากชวนทุกคนช่วยกันส่งเสริมโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ใช้ศักยภาพเข้ามามีส่วนร่วมแก้ปัญหาสังคม ซึ่งเป็นการช่วยลดช่องว่างระหว่างวัยอีกทางหนึ่งด้วย

นายธเนศ ศิรินุมาศ หัวหน้าฝ่ายออกแบบกระบวนการเรียนรู้และสร้างชุมชนนวัตกร สมาคมคนรุ่นใหม่กับนวัตกรรมทางสังคม (SYSI) กล่าวว่า น้องๆ ที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้รับทั้ง Funding เงินทุนสนับสนุน Training การอบรมให้ความรู้ การทำงานเป็นทีม Networkingเครือข่ายการทำงาน และ Monitoring มีที่ปรึกษาคอยให้การสนับสนุนในด้านต่างๆ ตลอดโครงการ โดยงานนี้ มีทีมนวัตกรรมในรุ่น Rookie รุ่น Pre Turn Pro และรุ่น Turn Pro ของทั้งปีที่ 1 และปีที่ 2 มาจัดแสดงให้นักลงทุนที่สนใจ ได้ให้การสนับสนุนทุนดำเนินงานเพื่อความยั่งยืน

ซึ่งขณะนี้เริ่มมีการโอนเงินบริจาคให้น้องๆ แล้วจำนวนหนึ่ง สำหรับนวัตกรรมที่น่าสนใจมีหลากหลายมิติ อาทิ “อาณาจักรพิทักษ์ความสุข” ของทีม Home Room พัฒนาหลักสูตรสีรุ้งสร้างความเข้าใจระหว่างเด็กและครอบครัว ที่ผ่านการทดลองใช้และได้ผลดีกับ 7 ครอบครัวใน จ.อ่างทอง ใช้งานศิลปะลดภาวะเครียด เคารพตัวเองต่ำของเด็ก บอร์ดเกม TANAM ของทีม KOPI PRO บอร์ดเกมสอนศาสนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แอปพลิเคชั่นข้อมูลต้นไม้ ของทีม Greendot. เชื่อมโยงข้อมูลกับเครือข่ายรุกขกร ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลต้นไม้ในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายพื้นที่สีเขียวของ กทม.

‘สศร.’ชวนเที่ยวงาน เทศกาลศิลปะแห่งกรุงเทพ ครั้งที่ 8

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744542

‘สศร.’ชวนเที่ยวงาน  เทศกาลศิลปะแห่งกรุงเทพ ครั้งที่ 8

‘สศร.’ชวนเที่ยวงาน เทศกาลศิลปะแห่งกรุงเทพ ครั้งที่ 8

วันพุธ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประสพ เรียงเงิน ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่าสศร. ร่วมกับ เครือข่ายศิลปินร่วมสมัยและผู้ที่มีใจรักในงานศิลปะ จัดงานเทศกาลศิลปะแห่งกรุงเทพ ครั้งที่ 8 (The 8th Bangkok Art Festival : BAF)เพื่อเป็นการจุดประกายค้นหาแนวคิดและสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้คนไทยนำทุนทางศิลปะและวัฒนธรรมมาพัฒนาต่อยอดเพื่อนำไปสู่การสร้างสรรค์งานศิลปะร่วมสมัยการสร้างอาชีพซึ่งก่อให้เกิดรายได้

รวมทั้งเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป อันจะเป็นแหล่งเรียนรู้งานศิลปะที่เข้าถึงผู้ชมทุกกลุ่มเป้าหมาย ตลอดจนสนับสนุนให้ศิลปินได้มีพื้นที่ในการจัดแสดงผลงานโดยเทศกาลศิลปะแห่งกรุงเทพ จัดขึ้นในพื้นที่ Event Metro Art สถานีพหลโยธิน ตั้งแต่วันที่ 17-23 ก.ค. 2566 เวลา 10.00-21.00 น. มีกิจกรรมประกอบด้วย ตลาดนัดจำหน่วยผลงานศิลปะและงานประดิษฐ์ หรือ D.I.Y. จากศิลปินหลากหลายสาขา ทั้งทัศนศิลป์และนฤมิตศิลป์ ที่มีความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะ

ร่วมกับผู้ประกอบการมากกว่า 30 แบรนด์กิจกรรมการสาธิต เวิร์กช็อป งานศิลปะร่วมสมัย และสร้างสรรค์ผลงานรูปแบบตามจินตนาการ การแสดงทางศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย และ การแสดงดนตรีร่วมสมัย โดยการจัดเทศกาลศิลปะแห่งกรุงเทพช่วง 7 ครั้งที่ผ่านมา ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน และเชื่อมั่นว่า กิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นภายในงานเทศกาลศิลปะแห่งกรุงเทพในครั้งนี้ จะมีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนและกระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ

วิจัยความหลากหลายทางจุลชีพ สู่การคิดค้นวิธีกำจัดวัชพืชด้วยธรรมชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744544

วิจัยความหลากหลายทางจุลชีพ  สู่การคิดค้นวิธีกำจัดวัชพืชด้วยธรรมชาติ

วิจัยความหลากหลายทางจุลชีพ สู่การคิดค้นวิธีกำจัดวัชพืชด้วยธรรมชาติ

วันพุธ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ไม่เพียงสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงส่งผลกระทบต่อสรรพสิ่ง สิ่งมีชีวิตที่มองไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่าอย่าง “จุลชีพ”ก็มีการเปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่ตลอดเวลา บนความหลากหลายทางชีวภาพที่ทำให้เกิดได้ทั้งประโยชน์และโทษ ซึ่ง ผศ.ดร.พฤษท์ หาญวรวงศ์ชัย อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยาคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลได้กล่าวถึง “ทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติ (Natural Selection)” ของนักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษ ชาร์ล ดาร์วิน (Charles Darwin) ว่าใช้อธิบายถึงความหลากหลายของจุลชีพได้เช่นกัน

นั่นคือ ภายใต้หลักการ “ธรรมชาติจะคัดเลือกในสิ่งที่เหมาะสมที่สุด” ดังนั้น ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร จุลชีพจะสามารถปรับตัวไปตามสภาวะแวดล้อมที่แตกต่างกันได้เสมอ ซึ่งจากประสบการณ์ที่ ผศ.ดร.พฤษท์ ได้ศึกษาทั้งในจุลชีพก่อโรค ซึ่งเป็นสาเหตุของการดื้อยา และใช้ประโยชน์จากจุลชีพในด้านอื่นๆ อย่างหลากหลาย จนพบว่าคุณสมบัติในการย่อยสลายของจุลชีพ สามารถนำไปใช้อธิบายข้อสังเกตของทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติดังกล่าวได้เช่นกัน

หนึ่งในการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางจุลชีพที่ ผศ.ดร.พฤษท์ ได้มีส่วนร่วมศึกษาอยู่ ได้แก่ “แนวคิดที่จะใช้จุลชีพในการควบคุมวัชพืช” ด้วยวิธีที่ทำให้เกิดการติดเชื้อแล้วย่อยสลายไปเองตามธรรมชาติโดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตอื่น เมื่อเราได้ศึกษาจนรู้ว่าจุลชีพแบบใดสามารถจับคู่กับจุลชีพแบบใดเพื่อนำไปสู่การย่อยสลาย จะทำให้เกิดประโยชน์ในทางการเกษตรได้ต่อไปอีกมากมาย

“หากเราพยายามตั้งคำถามในสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วพยายามมีส่วนร่วมกับสิ่งที่พบเจอจะทำให้เกิดความกระหายใคร่รู้ ซึ่งจะนำไปสู่การศึกษาต่อด้วยตัวเองนอกห้องเรียน วิชาชีววิทยา เป็นวิชาที่ศึกษาสิ่งมีชีวิตที่อยู่รอบตัวดังนั้น การศึกษาที่เปิดกว้าง โดยไม่จำกัดเพียงแต่ในห้องเรียน จะนำไปสู่การใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพได้อย่างไม่มีวันสิ้นสุด” ผศ.ดร.พฤษท์ กล่าว

สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครนายกจัดโครงการเด็กไทยว่ายน้ำได้ประจำปี’66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744588

สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครนายกจัดโครงการเด็กไทยว่ายน้ำได้ประจำปี'66

สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครนายกจัดโครงการเด็กไทยว่ายน้ำได้ประจำปี’66

วันอังคาร ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 18.50 น.

สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครนายก จัดโครงการเด็กไทยว่ายน้ำได้ ประจำปี 2566 “ฝึกทักษะว่ายน้ำเพื่อป้องกันการจมน้ำ”เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน มีทักษะการว่ายน้ำ สามารถเอาชีวิตรอดจากการจมน้ำ และรู้หลักการใช้อุปกรณ์ช่วยชีวิตผู้ประสบภัยทางน้ำได้

ที่อาคารสระว่ายน้ำชั้น 2 มหาวิทยาลัยสวนดุสิต นครนายก อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก นายพงษ์อนันต์ จันทร์ไพร ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครนายก ได้เป็นประธานในพิธีมอบประกาศเกียรติบัตรของนายอารัญ บุญชัย ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้กับนายวุฒิศักดิ์ มั่งคั่ง เป็นผู้ทำความดีและทำคุณประโยชน์ในการช่วยเหลือดูแลความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว

พร้อมกล่าวขอบคุณในน้ำใจอันดีงามของเยาวชนผู้กล้า ที่เป็นตัวอย่างที่ดีของสังคมไทย จากนั้นได้เป็นประธานในพิธีมอบใบประกาศนียบัตรให้แก่เยาวชนที่ผ่านการอบรมในโครงการฯจากสถานศึกษาต่างๆในจังหวัดนครนายก โดยกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาด้านการกีฬาและนันทนาการสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครนายกจัดขึ้น โดยมีส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมในพิธีฯ

ปัจจุบันสถานศึกษาต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับการเรียนว่ายน้ำ มีการสนับสนุนและบรรจุไว้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาในโรงเรียนทั้งภาครัฐบาลและเอกชน ทำให้นักเรียนได้มีโอกาสเรียนว่ายน้ำ เพื่อเป็นนักกีฬา และสามารถเอาชีวิตรอดจากการจมน้ำได้อย่างปลอดภัย รวมทั้งรู้หลักการใช้อุปกรณ์ช่วยชีวิตผู้ประสบภัยทางน้ำได้อีกด้วย ซึ่งถือเป็นการพัฒนาสมรรถภาพทางร่างกาย จิตใจ เป็นการส่งเสริมการป้องกันและและควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ อีกทั้งยังเป็นรากฐานในการสร้างสุขภาวะที่ดี คาดว่า เด็กและเยาวชน ได้รับการปลูกฝังให้รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ด้วยการร่วมกิจกรรมตามความสนใจและตามความถนัด สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ต่อไป

ประกาศผล‘Moral Hackathon 2023’ เวทีคนรุ่นใหม่ออกแบบนวัตกรรมเพื่อสังคม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744543

ประกาศผล‘Moral Hackathon 2023’ เวทีคนรุ่นใหม่ออกแบบนวัตกรรมเพื่อสังคม

ประกาศผล‘Moral Hackathon 2023’ เวทีคนรุ่นใหม่ออกแบบนวัตกรรมเพื่อสังคม

วันอังคาร ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 16.55 น.

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2566 ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) เผยแพร่ประกาศผลการแข่งขัน Moral Hackathon 2023: การออกแบบนวัตกรรมเพื่อสังคม ปี 2566 รุ่นที่ 2 ซึ่งเพิ่งจัดการแข่งขันรอบสุดท้ายและมีพิธีมอบรางวัลไปเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2566 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมบลู ฮิปโป แบริ่ง จ.สมุทรปราการ มีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และนิสิต-นักศึกษาจากหลากหลายสถาบัน รวม 5 ทีมที่เข้ารอบสุดท้าย เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนกว่า 70 คน

สำหรับการแข่งขันรอบสุดท้าย (Final Pitching) ภายใต้หัวข้อ Moral Move  มีหลักเกณฑ์การให้คะแนน คือ 1.ความเข้าใจปัญหาและกลุ่มเป้าหมาย 2.ปัญหาและแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม 3.ความน่าสนใจของผลงาน/โครงการ 4.การจัดทำแผนการดำเนินงาน และ5.คุณภาพและเทคนิคการทำ วิธีการเล่าเรื่องเพื่อสามารถถ่ายทอด  นำเสนอผลงานได้อย่างน่าสนใจ และมีเทคนิคการจัดทำ Pitch Deck ให้สามารถเข้าใจได้อย่างชัดเจน เพื่อให้เข้าตาคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและมากประสบการณ์จากหลากหลายสาขา

อาทิ  รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม  , คุณวีนัส อัศวสิทธิถาวร ผู้อำนวยการ Enterprise Brand Management Office SCG , คุณคุณาวุฒิ บุญญานพคุณ ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมเพื่อสังคม NIA  , ดร.มนต์ศักดิ์ โซ่เจริญธรรม  ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศ และคุณธนกร ชาลี  Chief Operation Officer ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน)

โดยทีมที่ได้รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 1 แสนบาท ได้แก่ ทีม EASY EASY  ซึ่งสมาชิกทั้ง 3 คนมาจากหลายสถาบันการศึกษา ประกอบด้วย 1.น.ส.ชาคริยา จันทรคามิ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 2.นายปริภัทร์ มะลีแก้ว นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ 3.นายเมฆินทร์ วงศ์ศรีลา นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร กับผลงาน “Sign sense” เครื่องมือสำหรับผู้พิการทางหู เจาะกลุ่มเปราะบางของสังคม ทำให้ผู้พิการทางหูในประเทศไทยจำนวนกว่า 4 แสนคน สามารถสื่อสารกับผู้อื่นได้อย่างเท่าเทียม บนความเอื้ออาทรและช่วยเหลือกันมากขึ้น

ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 35,000 บาท ได้แก่ ทีม REYOUNG ซึ่งเป็นทีมจากสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ มีสมาชิก 4 คน ประกอบด้วย 1.นายกัมปนาท สุนทรธรรมนักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี 2.นายจักรกริช ธนกิจเจริญพัฒน์ นักศึกษา ชั้นปีที่ 1 คณะบริหารธุรกิจ 3.นายชัชนันท์ ทองสุข นักศึกษา ชั้นปีที่ 2 คณะบริหารธุรกิจ และ 4.นายไพศาล สิทธิวงศ์นักศึกษา ชั้นปีที่ 2 คณะบริหารธุรกิจ กับผลงาน “Digital Community Platform”  แอพลิเคชันเพื่อผู้สูงวัย  อัดแน่นด้วยกิจกรรมต่างๆที่เหมาะสมกับผู้สูงวัย คลายเหงา มีพื้นที่ทำกิจกรรมของผู้สูงวัย

ขณะที่น้องๆ อีก 3 ทีม ที่ได้รับรางวัลชมเชย  คือทีม Rookie  : “Justice Again” บอร์ดเกมคุณธรรม แหล่งเรียนรู้การคอร์รัปชันเพื่อโลกที่ปราศจากการทุจริต  ภายใต้รูปแบบการเล่น คิดได้และเกิดการเรียนรู้นำไปปรับใช้ หรือปรับพฤติกรรม  ,ทีม สัพพีตีโย  ” FIXBACK  ” นวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหา Turnover Rate ในองค์กร ภายใต้ระบบการทำงาน 3 ส่วน คือ Input feedback  2.Process feedback และ3.Suggestions   และทีม ปื๊ดป๊าดผจญภัย  : “PRIZETIC” เปลี่ยนขยะให้เป็นสิ่งของมีค่า

สำหรับการแข่งขัน Moral Hackathon 2023 ครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 3 ช่วงกิจกรรม ตั้งแต่การคัดเลือกผู้สมัคร 50 คน เข้าสู่ กิจกรรม Bootcamp เพื่อเฟ้นหาสุดยอดไอเดียเข้าสู่การแข่งขัน Hackathon ระยะเวลา 3 วัน 2 คืน จากนั้นจะเหลือ 5ทีมสุดท้ายเข้าสู่รอบ Final Pitching โดย รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม กล่าวว่า  ศูนย์คุณธรรมจะสนับสนุนต่อยอดนวัตกรรมด้านจิตสาธารณะ  เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างจริงจังจนเกิดเป็นรูปธรรม  มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในสังคมให้ดียิ่งขึ้น สร้างความเปลี่ยนเเปลงทางสังคม ที่ส่งผลทันทีในปัจจุบันและสามารถส่งผลต่อเนื่องได้ในอนาคต

สพฐ.ประกาศปฏิทินเฟ้น ‘บิ๊กร.ร.’ สมัคร 15-21 ส.ค. สอบ 9 ก.ย.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744534

สพฐ.ประกาศปฏิทินเฟ้น ‘บิ๊กร.ร.’ สมัคร 15-21 ส.ค. สอบ 9 ก.ย.นี้

สพฐ.ประกาศปฏิทินเฟ้น ‘บิ๊กร.ร.’ สมัคร 15-21 ส.ค. สอบ 9 ก.ย.นี้

วันอังคาร ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 16.40 น.

สพฐ.ประกาศปฏิทินเฟ้น ‘บิ๊กร.ร.’ สมัคร 15-21 ส.ค. สอบ 9 ก.ย.นี้

วันที่ 18 ก.ค.2566 นายอัมพร  พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ตนได้ลงนามในหนังสือด่วนที่สุด เรื่อง การคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษาและผู้อำนวยการสถานศึกษา โดยกำหนดปฏิทินการคัดเลือกรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดังนี้ ประกาศรับสมัครคัดเลือกภายในวันที่ 8 สิงหาคม  รับสมัครคัดเลือก วันที่ 15-21 สิงหาคม  ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือก วันที่ 24 สิงหาคม  สอบข้อเขียนภาค ก ความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานในหน้าที่  วันที่ 9 กันยายน  ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกภาค ก และมีสิทธิเข้ารับการประเมินภาค ข และภาค ค ภายในวันที่ 13 กันยายน  ยื่นเอกสารประกอบการประเมินภาค ข และภาค ค ระหว่างวันที่ 14-17 กันยายน  ประเมินภาค ข ประวัติ ประสบการณ์ และผลงาน และประเมินภาค ค ความเหมาะสมกับตำแหน่ง ระหว่างวันที่ 18-22 กันยายน  สอบสัมภาษณ์ ระหว่างวันที่ 23 -24 กันยายน  ประกาศผลการคัดเลือกภายใน วันที่ 29 กันยายน บรรจุและแต่งตั้ง ภายในวันที่ 5 ตุลาคม 

นายอัมพร กล่าวต่อว่า สำหรับการสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย (ว16) กรณีที่มีความจำเป็น หรือมีเหตุพิเศษ สังกัด สพฐ.ซึ่งจะเปิดรับสมัครวันที่ 21-27 กรกฎาคม สอบข้อเขียนภาค ก ความรอบรู้และความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความประพฤติและการปฏิบัติของวิชาชีพครู และสอบภาค ข ความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง วันที่ 19 สิงหาคม สอบสัมภาษณ์ วันที่ 20 สิงหาคม และประกาศผลสอบภายในวันที่ 24 สิงหาคมนั้น ข้อมูลล่าสุดมีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เปิดรับ 216 แห่ง 8,061 อัตราใน 50 กลุ่มวิชา แบ่งเป็นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) เปิดรับทั้งหมด 181 เขต แบ่งเป็น ว16 พื้นที่ปกติ จำนวน 5,487 อัตรา ว17 พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 393 อัตรา รวม 5,880 อัตรา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เปิดรับ 34 แห่ง แบ่งเป็น ว16 จำนวน 219 อัตรา ว17 13 อัตรา รวม 232 อัตรา และ สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ  (สศศ.) ว16 จำนวน 1,831 อัตรา ว17 จำนวน 118 อัตรา รวม 1,949 อัตรา