‘ยุวทัศน์ฯ-สสส.’ชวนคนรุ่นใหม่ ผลิตสื่อรณรงค์ใช้‘ถุงยางอนามัย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/756195

‘ยุวทัศน์ฯ-สสส.’ชวนคนรุ่นใหม่ ผลิตสื่อรณรงค์ใช้‘ถุงยางอนามัย’

‘ยุวทัศน์ฯ-สสส.’ชวนคนรุ่นใหม่ ผลิตสื่อรณรงค์ใช้‘ถุงยางอนามัย’

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) จัดประกวดสื่อโฆษณาเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์เชิงบวกต่อถุงยางอนามัยในวิถีชีวิตปกติ ภายใต้หัวข้อ “Condom All Gen Enjoy กับถุงยาง” มีนักเรียน นักศึกษา ส่งผลงานเข้าประกวดจำนวน 206 ผลงานจากทั่วประเทศ สะท้อนการเปิดกว้างคุยเรื่องสุขภาวะทางเพศของคนในสังคม สถาบันการศึกษาและครอบครัวมากขึ้น

นายชาติวุฒิ วังวล ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สสส. กล่าวว่า ข้อมูลจากสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ในปี 2564 ไทยมีอัตราการคลอดบุตรของหญิงกลุ่มช่วงอายุระหว่าง 10-19 ปี จำนวน 49,018 คน หรือเฉลี่ยวันละ 134 คน โดยในจำนวนการคลอดดังกล่าว เป็นการคลอดซ้ำถึง 3,660 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 7.5 ซึ่งการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นส่งผลกระทบในหลายมิติ

ทั้งนี้ งานวิจัยการวิเคราะห์ต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์และวิธีการแก้ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นในประเทศไทยโดยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) พบว่ากลุ่มตั้งครรภ์ในวัยรุ่นมีรายได้ต่ำกว่ากลุ่มที่ไม่ตั้งครรภ์ (มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจและสังคมใกล้เคียงกัน) อยู่ 2,811 บาท/คน/เดือน กลุ่มที่ออกจากโรงเรียนถาวรจากการตั้งครรภ์ มีการลดลงของรายได้ 4,582 บาท/คน/เดือน สูงกว่ากลุ่มที่กลับเข้าเรียน ซึ่งลดลงที่ 3,936 บาท/คน/เดือน

ซึ่งแม้ปัจจุบันจะมี พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 กำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งเสริมให้วัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ได้รับการศึกษาที่ต่อเนื่อง การให้คำปรึกษาที่ครอบคลุมสุขภาพกายและใจ และส่งเสริมให้ฝึกอาชีพ หรือจัดหางานให้วัยรุ่นที่ตั้งครรภ์เพื่อประกอบอาชีพแล้วก็ตาม แต่การป้องกันการตั้งครรภ์ในช่วงวัยรุ่นนับเป็นหัวใจสำคัญ ส่วนโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในกลุ่มวัยรุ่น ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค พบว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาอัตราป่วยด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในกลุ่มเยาวชนอายุ 15 – 24 ปี

มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 99.6 ราย ต่อประชากรกลุ่มอายุ 15-24 ปี แสนคน ในปี 2560 เป็น 106.2 ราย ต่อประชากรกลุ่มอายุ 15-24 ปีแสนคน ในปี 2564 ซึ่งหากสถานการณ์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มีแนวโน้มการเกิดโรคที่สูงขึ้น ก็อาจส่งผลต่อสถานการณ์การติดเชื้อเอชไอวีของประเทศที่สูงขึ้นได้ ทั้งนี้ ที่ผ่านมา สสส. ให้ความสำคัญต่อการสื่อสารในประเด็นเรื่องเพศ เพื่อสร้างความเข้าใจกับสังคมว่าเป็นเรื่องที่คุยกันได้

“เมื่อต้นปี 2566 มีแคมเปญการสื่อสารรณรงค์ “คุยเรื่องเพศ ลดโอกาสพลาด” ที่ส่งเสริมการสื่อสารเรื่องเพศในครอบครัว โดยเน้นย้ำให้เห็นความสำคัญของการคุยเรื่องนี้ เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นและการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และการเกิดกิจกรรมในวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการใช้สื่อเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์เชิงบวกต่อถุงยางอนามัย เป็นการกระตุ้นให้สังคมเห็นความสำคัญของการคุยเรื่องเพศอย่างเปิดกว้าง และปรับทัศนคติการพกพาและการใช้ถุงยางอนามัยของวัยรุ่น” นายชาติวุฒิ กล่าว

ด้าน นายสุรเชษฐ์ โพธิ์แสง รองเลขาธิการสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ยท. และ สสส.ร่วมกันพัฒนาแนวทางการส่งเสริมภาพลักษณ์เชิงบวกต่อถุงยางอนามัยในวิถีชีวิตปกติในทุกมิติมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสื่อสารค่านิยมการพกพา หรือการใช้ถุงยางอนามัยในกลุ่มวัยรุ่น รวมถึงส่งเสริมให้เกิดการพูดคุยเกี่ยวกับสุขภาวะทางเพศกับบุคคลในครอบครัว เนื่องจากปัญหาของสังคมไทยที่ผ่านมา พบว่าการพกพาถุงยางอนามัยของวัยรุ่นเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ในสังคมจำนวนหนึ่งมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควร

“ทัศนคติดังกล่าวแม้จะลดน้อยลงไป แต่ยังส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์ไม่ปลอดภัยของวัยรุ่นในพื้นที่ชุมชน เช่น ไม่ใช้ถุงยางอนามัยเพราะไม่อยากพกไว้ในกระเป๋า เนื่องจากกลัวผู้ปกครองมาพบ หรือไม่กล้าไปขอรับถุงยางอนามัยจากจุดบริการในชุมชนเพราะผู้ปกครองอาจรู้จักกับผู้ให้บริการถุงยางอนามัย และแม้แต่การโดนว่ากล่าวตักเตือนเมื่อพบถุงยางในกระเป๋านักเรียน จึงพัฒนาแนวทางสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างเด็กเยาวชนและผู้ปกครอง รวมถึงสถาบันการศึกษาทั่วประเทศไทย” นายสุรเชษฐ์ กล่าว

สำหรับกิจกรรมประกวดสื่อโฆษณาเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์เชิงบวกต่อถุงยางอนามัยในวิถีชีวิตปกติ ภายใต้หัวข้อ Condom All Gen Enjoy กับถุงยางมุ่งเน้นให้เกิดสื่อโฆษณาสะท้อนความเป็นปกติของถุงยางอนามัยกับการใช้ชีวิตประจำวัน และส่งเสริมความภาคภูมิใจในการพกพาหรือการใช้ถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ซึ่งพบว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มสถาบันการศึกษาทุกระดับจนมีผลงานส่งเข้าประกวด 206 ผลงาน

แบ่งเป็นผลงานระดับมหาวิทยาลัย 18 ผลงาน ระดับอาชีวศึกษา 25 ผลงาน และระดับมัธยมศึกษา 163 ผลงาน ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เป็นผู้ชนะเลิศในระดับอุดมศึกษา วิทยาลัยเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจ (SBAC) ได้รับรางวัลชนะเลิศในระดับอาชีวศึกษา และโรงเรียนอยุธยานุสรณ์ ได้รับรางวัลชนะเลิศในระดับมัธยมศึกษา ซึ่งทุกรางวัลจะได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และทุนการศึกษามูลค่ารวม 1 แสนบาท

โดยเป็นผลงานที่มีคุณภาพในทุกขั้นตอนตั้งแต่การผลิต การเขียนบทโฆษณาและขั้นตอนการนำเสนอ สามารถนำไปใช้และต่อยอดเป็นสื่อโฆษณาที่ใช้ประโยชน์ได้จริงทุกช่องทาง!!!

‘ม.มหิดล’ต่อยอดรักษาตรงจุด ‘โรคทางระบบประสาท หัวใจและหลอดเลือด’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/756194

‘ม.มหิดล’ต่อยอดรักษาตรงจุด  ‘โรคทางระบบประสาท หัวใจและหลอดเลือด’

‘ม.มหิดล’ต่อยอดรักษาตรงจุด ‘โรคทางระบบประสาท หัวใจและหลอดเลือด’

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“ฝุ่นเซลล์” หรือ “ถุงนอกเซลล์ (Extracellular Vesicles)” ถือกำเนิดมาจากเซลล์ทุกชนิดของร่างกาย พบได้ทั่วไปในเนื้อเยื่อและของเหลวในร่างกาย มีขนาดตั้งแต่ 30 นาโนเมตร ถึง 4,000 นาโนเมตร ฝุ่นเซลล์มีบทบาทสำคัญในการสื่อสารระหว่างเซลล์ที่อยู่ข้างเคียง หรือเซลล์ที่อยู่ห่างไกลออกไป โดยฝุ่นเซลล์จะนำพาสารชีวโมเลกุลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน กรดนิวคลิอิก ไขมันรวมทั้งแอนติเจนและอินทิกริน (Integrin) บนผิวฝุ่นเซลล์ที่แสดงถึงเซลล์ต้นทางของฝุ่นเซลล์

เมื่อฝุ่นเซลล์มีปฏิสัมพันธ์กับเซลล์ตัวรับ จะก่อให้เกิดปฏิกิริยาตอบสนองต่างๆ ของเซลล์ตัวรับ โดยขึ้นอยู่กับว่าเซลล์ตัวรับเป็นเซลล์ชนิดใดตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ การสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาทชนิดต่างๆ ที่ควบคุมหลอดเลือด (Neurovascular Unit) เช่น เซลล์ประสาทไมโครเกลีย (Microglia) เซลล์เกลียหรือแอสโทรไซต์ (Astrocytes) และเซลล์บุผนังหลอดเลือดในสภาวะปกติ เซลล์ต่างๆ ทำงานสัมพันธ์กันได้ดี

แต่ในสภาวะที่ผิดปกติ เช่น ในโรคสมองขาดเลือด (Stroke) โรคสมองเสื่อม Alzheimer’s Disease) และโรคพาร์กินสัน (Parkinson’s Disease) เซลล์ต่างๆ จะทำงานไม่สัมพันธ์กัน ทำให้เกิดเป็นโรคทางสมองขึ้น นักวิจัยเชื่อว่าปัจจัยหนึ่งเกิดจากอิทธิพลของฝุ่นเซลล์ จึงมีงานวิจัยมากมายที่เกี่ยวข้องการวิเคราะห์หาสารชีวโมเลกุลในฝุ่นเซลล์เพื่อเป็นดรรชนีชี้วัดทางชีววิทยา (Biomarkers) ของการเกิดโรคในกลุ่ม NCDs หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคทางระบบประสาท หัวใจ และหลอดเลือด ซึ่งเป็นโรคที่มีอุบัติการณ์สูงในโลกรวมทั้งประเทศไทย

ด้วยเทคโนโลยีวิศวกรรมการปรับแต่งฝุ่นเซลล์ หรือ “เอ็กโซโซม (Exosome)” ผลงานโดยอาจารย์นักวิจัยทางการแพทย์ และทีมวิจัย พัฒนาวิธีการใช้สารชีวโมเลกุลภายในฝุ่นเซลล์ เช่น ไมโครอาร์เอ็นเอ เป็นดรรชนีชี้วัดการเกิดโรคและการนำส่งยา หรือสารชีวโมเลกุล เพื่อ “รักษาตรงจุด” ในโรคทางระบบประสาท หัวใจ และหลอดเลือดอันเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดสู่การผลิตเพื่อใช้รักษาจริงกับผู้ป่วยต่อไปในวงกว้างภายใต้มาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practices) ครั้งแรกในประเทศไทย

ศ.(เกียรติคุณ) ดร.โกวิท พัฒนาปัญญาสัตย์ หัวหน้าหน่วยเครื่องมือพิเศษเพื่อการวิจัย สถานส่งเสริมการวิจัย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ในฐานะอาจารย์นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ได้รับทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัยศักยภาพสูง ประจำปี 2565-2566 จัดโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

นำทีมวิจัยทั้งจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยนเรศวร และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อการรักษาตรงจุดในโรคทางระบบประสาท หัวใจ และหลอดเลือด โดยประยุกต์ใช้ “วิธีการเคลือบผิวฝุ่นเซลล์ด้วยสารโมเลกุลนำพา (Guiding Molecules)” หรือใส่สารชีวโมเลกุลชนิดดี ซึ่งเปรียบเสมือนตัวยารักษาโรคเข้าไปในส่วนผลิตภายในฝุ่นเซลล์ ต่อยอดจากที่นักวิจัยชั้นนำของโลกที่ได้มีผู้คิดค้นและพัฒนาวิธีการดังกล่าวเพื่อใช้รักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งได้อย่างตรงจุดเป็นผลสำเร็จมาแล้ว

เมื่อผู้ป่วย NCDs ได้รับการเจาะเลือด มักพบฝุ่นเซลล์ในเลือดในปริมาณที่สูงมากกว่าคนทั่วไป ด้วยคุณสมบัติของฝุ่นเซลล์ซึ่งสามารถสื่อสารไปยังเซลล์อื่นๆ ได้ จะนำพาเอาสิ่งต่างๆ จาก “เซลล์แม่ที่อุดม” ไปด้วยโปรตีน และสารชีวโมเลกุล ซึ่งสามารถให้ทั้งคุณและโทษ ซึ่ง “หากเป็นโปรตีนชนิดดีจะให้คุณ แต่หากเป็นเซลล์ที่ติดเชื้อจะให้โทษ” ก็จะก่อโรคในร่างกายได้

ฉะนั้นการวิจัยเพื่อหาสารชีวโมเลกุลบางชนิดที่สามารถใช้เป็นดรรชนีชี้วัดการเกิดโรค หรือทำวิศวกรรมปรับแต่งบรรจุสารชีวโมเลกุลบางชนิดที่ให้คุณ โดยหวังเป็นยาเพื่อการรักษาโรคต่อไป นอกจากนี้ ศ.(เกียรติคุณ) ดร.โกวิท ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า เทคโนโลยีวิศวกรรมการปรับแต่งฝุ่นเซลล์ยังมีความก้าวล้ำกว่าเทคโนโลยีการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด ที่จะต้องมีความเข้ากันได้ระหว่างเซลล์ผู้ให้และเซลล์ผู้รับ อีกทั้งยังสามารถรักษาได้เพียงเฉพาะราย

ในขณะที่เทคโนโลยี วิศวกรรมการปรับแต่งฝุ่นเซลล์สามารถผลิตใช้ฝุ่นเซลล์ที่ปรับแต่งทางวิศวกรรมให้ได้จำนวนมากเพื่อใช้รักษาผู้ป่วยได้จำนวนมากกว่า ซึ่งนับเป็นเป้าหมายสูงสุดของโครงการวิจัยฯ ที่จะได้ร่วมกับ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อยกระดับการผลิตสู่มาตรฐาน GMP ต่อไป นอกจากนี้ ยังมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยที่จะไม่ส่งผลให้เกิดอาการข้างเคียง เนื่องจาก “ฝุ่นเซลล์”เป็นสิ่งที่ผลิต และหลุดออกมาจาก “เซลล์แม่” โดยไม่มีสิ่งห่อหุ้มที่จะกลายเป็น “สิ่งแปลกปลอม” ต่อเซลล์ชนิดอื่นๆ ต่อไปแต่อย่างใด

และด้วยความร่วมมือด้านวิชาการอันแข็งแกร่งในระดับนานาชาติ กับ Paris Research Center Cardiovascular (PARCC) ประเทศฝรั่งเศส และสถาบันวิจัยที่เกี่ยวข้องในสหรัฐอเมริกา และประเทศญี่ปุ่น จึงทำให้ได้มีการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อใช้ในการทำวิศวกรรมชิ้นส่วนที่มีสำคัญซึ่งสามารถสร้างสารชีวโมเลกุลที่ต้องการได้สำเร็จแล้วในระดับสัตว์ทดลอง ก่อนจะขยายผลเพื่อศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่างๆ และเตรียมพัฒนาสู่การรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคอัลไซเมอร์ และโรคหลอดเลือดสมองต่อไป

ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมยื่นจดทรัพย์สินทางปัญญา และตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ ก่อนถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ กรมวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์สู่การผลิตระดับมาตรฐาน GMP ได้ภายในอีกประมาณ 3 ปีข้างหน้า!!!

‘สกสว.’หนุนใช้กองทุนส่งเสริม’ววน.’ พัฒนาเชิงพื้นที่บนพื้นที่ฐานองค์ความรู้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/756129

'สกสว.'หนุนใช้กองทุนส่งเสริม'ววน.' พัฒนาเชิงพื้นที่บนพื้นที่ฐานองค์ความรู้

‘สกสว.’หนุนใช้กองทุนส่งเสริม’ววน.’ พัฒนาเชิงพื้นที่บนพื้นที่ฐานองค์ความรู้

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566, 16.01 น.

สกสว. ร่วมมือ สภาพัฒน์ฯ จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “การขับเคลื่อนแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 สู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่และตำบล” เชื่อมโยงทุกมิติรอบด้าน หนุนเสริมเชิงพื้นที่ มุ่งสู่เป้าหมาย 13 หมุดหมาย 7,255 ตำบลต้นแบบ ขยายผลการจัดทำพื้นที่นำร่อง พร้อมสร้างเครือข่ายการพัฒนาอย่างเข้มแข็ง

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2566  รศ. ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เข้าร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “การขับเคลื่อนแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 สู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่และตำบล” พร้อมเสวนาแลกเปลี่ยนในประเด็น “เครื่องมือและกลไกเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนแผนพัฒนาพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ในระดับพื้นที่และตำบล” ที่จัดโดย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคีเครือข่าย ภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาสังคม จำนวนกว่า 350 คน เข้าร่วมประชุม ณ โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ

รศ. ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวถึงบทบาทกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุนส่งเสริม ววน.) กับการพัฒนาเชิงพื้นที่บนฐานขององค์ความรู้ ระบุว่า สกสว. มีบทบาทในการจัดทำแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) พ.ศ.2566-2570 ที่มุ่งพลิกโฉมประเทศให้เป็นประเทศพัฒนา และพร้อมสำหรับโลกอนาคต โดยมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและยั่งยืน ยกระดับคุณภาพชีวิตเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้วยเศรษฐกิจมูลค่าและคุณค่า ด้วยการสานพลังของหน่วยงานในระบบ ววน. รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาสังคม ภายใต้ 4 ยุทธศาสตร์หลัก โดยเฉพาะในยุทธศาสตร์ที่ 2 ที่กองทุนส่งเสริม ววน. มีการจัดสรรงบประมาณการวิจัยและนวัตกรรม ประมาณ 30% กระจายใน 50 จังหวัด มุ่งพัฒนาเชิงพื้นที่ในด้านต่าง ๆ อาทิ พัฒนาสังคมสูงวัย ยกระดับความมั่นคงทางสุขภาพ ขจัดความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ การแก้ปัญหาคอร์รัปชัน การพัฒนาเมืองให้น่าอยู่ สร้างสังคมไทยไร้ความรุนแรง แก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ ศิลปกรรมศาสตร์ ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวได้ทัน เป็นต้น 

นอกจากนี้ มีการจัดสรรงบประมาณด้านการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ (Research Utilization : RU) เพื่อสร้างผลกระทบสูง ที่จะมีช่วยบูรณาการผลงานวิจัยให้เกิดการใช้ประโยชน์สูงสุด ใช้ ววน.บูรณาการร่วมกับหน่วยงานภารกิจในทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง รวมถึงระดับท้องถิ่น เอกชน ประชาสังคม ให้เกิดการนำผลงาน ววน. ไปใช้ประโยชน์ การใช้ข้อมูลหรือความรู้ถือเป็นเรื่องสำคัญเพื่อกำหนดเป้าหมายร่วมกันและเป็นเครื่องมือในการบูรณาการการทำงานทุกภาคส่วน

“การใช้กลไกระบบ ววน.ในทุกระดับช่วยขับเคลื่อนตั้งแต่ในระดับชุมชนท้องถิ่น จังหวัด ภาค ไปสู่ประเทศ จะช่วยพัฒนาศักยภาพชุมชนพื้นที่ เพิ่มรายได้และการสะสมทุนในพื้นที่ ทรัพยากรธรรมชาติเพิ่ม สิ่งแวดล้อมดี คนมีความรู้ความสามารถในการปรับตัวและพัฒนาตนเอง และชุมชนท้องถิ่นร่วมมือกันเพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายประเทศไทยพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง” ผอ.สกสว. กล่าวสรุป

นายวันฉัตร สุวรรณกิตติ รองเลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเผยถึงแนวทางและกลไกในการขับเคลื่อนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ในระดับพื้นที่ ระบุว่า สภาพัฒน์ฯ มีหน้าที่ในการเชื่อมแผนทั้ง 3 ระดับพัฒนาไปสู่การปฏิบัติ โดยเฉพาะ “เชิงพื้นที่” ที่ต้องมีการดำเนินการอย่างเร่งด่วน ซึ่งขับเคลื่อนผ่าน 3 กลไก ประกอบด้วย 1.กลไกเชิงยุทธศาสตร์ 2.กลไกเชิงภารกิจ และ 3.กลไกเชิงพื้นที่ โดยมีภาคีเครือข่ายร่วมกันขับเคลื่อนประเด็นการพัฒนา คือ ภาคีชุมชน ภาคีภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคีท้องถิ่น ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ สู่เป้าหมายการแปลง 13 หมุดหมายของแผนฯ 13 ไปสู่การปฏิบัติ ดังนี้

1. “ไทยเป็นประเทศชั้นนำด้านสินค้าเกษตรและเกษตรมูลค่าสูง” ด้วยการใช้เทคโนโลยีและองค์ความรู้ เพื่อยกระดับการผลิตและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร 

2. “ไทยเป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวที่เน้นคุณภาพและความยั่งยืน” มุ่งลดการท่องเที่ยวที่เน้นปริมาณ สร้างการท่องเที่ยวที่มีคุณค่า ด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์และความยั่งยืนของแหล่งท่องเที่ยว

3. “ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญของโลก” ด้วยการสร้างความพร้อมให้กับผู้ประกอบการไทย ส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ และเตรียมโครงสร้างพื้นฐานรองรับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า

4. “ไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และสุขภาพมูลค่าสูง” ยกระดับบริการทางการแพทย์และสุขภาพ ด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และอัตลักษณ์ไทย 

5. “ไทยเป็นประตูการค้าการลงทุนและยุทธศาสตร์ทางโลจิสติกส์ที่สำคัญของภูมิภาค” พัฒนาความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนกับต่างประเทศ ปรับปรุงระบบคมนาคมและโลจิสติกส์ให้เชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อ

6. “ไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและอุตสาหกรรมดิจิทัลของอาเซียน” ผลักดันการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในทุกมิติ ต่อยอดอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไปสู่อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ

7. “ไทยมีวิสาหกิจขนาดและขนาดย่อมที่เข้มแข็ง มีศักยภาพสูงและสามารถแข่งขันได้” สนับสนุนให้ SMEs เข้าถึงเทคโนโลยีและแหล่งเงินทุนที่เหมาะสม สร้างความร่วมมือและการแข่งขันที่เป็นธรรมระหว่าง SMEs กับรายใหญ่

8. “ไทยมีพื้นที่และเมืองอัจฉริยะที่น่าอยู่ ปลอดภัย เติบโตได้อย่างยั่งยืน” กระจายความเจริญไปสู่ระดับพื้นที่และสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก

9. “ไทยมีความยากจนข้ามรุ่นลดลง และมีความคุ้มครองทางสังคมที่เพียงพอเหมาะสม” สนับสนุนครัวเรือนยากจนข้ามรุ่นให้เข้าถึงการศึกษาและการพัฒนาทักษะอาชีพ สร้างความคุ้มครองทางสังคมที่เหมาะสมและครอบคลุมคนทุกกลุ่ม

10. “ไทยมีเศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ” ปรับปรุงการจัดการขยะและของเสียให้สามารถนำมาหมุนเวียนใช้ประโยชน์ เพิ่มการใช้พลังงานสะอาดและการกักเก็บก๊าซเรือนกระจก

11. “ไทยสามารถลดความเสี่ยงและผลกระทบจากภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ปรับการใช้ประโยชน์ที่ดินและพัฒนาระบบป้องกันภัย เพื่อลดความเสี่ยงจากภัยทางธรรมชาติ เพิ่มความสามารถของทุกภาคส่วน ในการรับมือกับภูมิอากาศที่เปลี่ยนไป

12. “ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต” เพิ่มกำลังคนคุณภาพรองรับภาคการผลิตเป้าหมายและพัฒนาระบบนิเวศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต

13. “ไทยมีภาครัฐที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ประชาชน” เปลี่ยนรูปแบบการทำงานของภาครัฐให้เป็นดิจิทัล และปรับโครงสร้างของภาครัฐให้มีความยืดหยุ่น

“สภาพัฒน์ยินดีรับบท “ช่างเชื่อม” เพื่อหนุนเสริมการขับเคลื่อนแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ในระดับพื้นที่ โดย 

1. เชื่อมโยงข้อมูลองค์ความรู้ เพื่อวิเคราะห์ศักยภาพและออกแบบโมเดลการขับเคลื่อน 2. เชื่อมโยงภาคีการพัฒนา ที่หลากหลายให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่ตำบล 3. เชื่อมโยงการทำงานในพื้นที่สู่นโยบายและยุทธศาสตร์ระดับประเทศ และ 4. เชื่อมโยงตำบลนำร่องต้นแบบ ผ่านการพัฒนาระบบแสดงผลการขับเคลื่อนแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ระดับพื้นที่และตำบล เพื่อมุ่งบูรณาการการทำงานในระดับพื้นที่ พร้อมทั้งขยายผลและเชื่อมโยงภาคีเครือข่ายให้เข้มแข็ง พร้อมเป็นพลังสำคัญในการร่วมพัฒนาประเทศต่อไป” รองเลขาธิการสภาพัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

อาจารย์ต้นแบบด้านการสอน ศรีปทุม บริการวิชาการ ที่ มทร. ธัญบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/755928

อาจารย์ต้นแบบด้านการสอน ศรีปทุม บริการวิชาการ ที่ มทร. ธัญบุรี

อาจารย์ต้นแบบด้านการสอน ศรีปทุม บริการวิชาการ ที่ มทร. ธัญบุรี

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผศ.ดร.รัฐสภา แก่นแก้ว อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ และผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์มีเดีย ด้านวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการสอน และเจ้าของรางวัลอาจารย์ต้นแบบด้านการสอน (สป.อว/คอวท.) และ รศ.ดร.เกียรติศักดิ์ พันธ์ลำเจียก ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ร่วมเป็นวิทยากรอภิปราย “สมรรถนะบุคลากรมหาวิทยาลัยแห่งนวัตกรรม” และ “การจัดทำสมรรถนะในโครงการหลักสูตรพัฒนาผู้บริหารและบุคลากรสายวิชาชีพ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

ในครั้งนี้ ผศ.อภิชาติ ไก่ฟ้า รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันก่อน

รับสมัครครูอาจารย์ทั่วประเทศ ร่วมตามรอยพระราชา ที่ทุ่งมะขามหย่อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/755926

รับสมัครครูอาจารย์ทั่วประเทศ  ร่วมตามรอยพระราชา ที่ทุ่งมะขามหย่อง

รับสมัครครูอาจารย์ทั่วประเทศ ร่วมตามรอยพระราชา ที่ทุ่งมะขามหย่อง

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โครงการ “ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ครั้งที่ 33” ขอเชิญชวนครูอาจารย์ทั่วประเทศและผู้สนใจ ร่วมตามรอยพระราชาครั้งที่ 33 ในวันเสาร์ที่16-วันอาทิตย์ที่ 17 กันยายน 2566 (2 วัน 1 คืน) ณ โครงการพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีสุริโยทัยทุ่งมะขามหย่อง พิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา และนั่งสมาธิกลางคืน วัดราชบูรณะจ.พระนครศรีอยุธยา

กิจกรรมไฮไลท์ในครั้งนี้ คือศึกษาแนวทางการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมครบทุกมิติ จาก รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม ดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานมูลนิธิธรรมดี และนวัตกรรมสื่อการสอนสำหรับเยาวชนในศตวรรษที่ 21 Interactive Board Game โดย อาจารย์อดุลย์ ดาราธรรมนายกสมาคมนักเรียนเก่า AFS ประเทศไทย เพื่อนำไปพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้สำหรับเยาวชนคนรุ่นใหม่และการพัฒนานวัตกรรมแบบก้าวกระโดดสำหรับองค์กร พร้อมการเร่งผลักดันการพัฒนาอย่างยั่งยืนสู่ UN SDG 2030

ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ FB : ตามรอยพระราชา-The King’s Journey LINE : The King’s Journey

ดุริยางคศาสตร์ ศิลปากร ฉลอง 25 ปี เปิดหลักสูตรพัฒนาไอดอล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/755929

ดุริยางคศาสตร์ ศิลปากร ฉลอง 25 ปี เปิดหลักสูตรพัฒนาไอดอล

ดุริยางคศาสตร์ ศิลปากร ฉลอง 25 ปี เปิดหลักสูตรพัฒนาไอดอล

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผศ.วุฒิชัย เลิศสถากิจ คณบดีคณะดุริยางคศาสตร์ กล่าวว่า เวลาผ่านไป ความต้องการของผู้เรียนและตลาดอุตสาหกรรมดนตรีและบันเทิงได้เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เยาวชนรุ่นใหม่และบุคลากรในอุตสาหกรรมมีความต้องการทักษะที่หลากหลายมากขึ้น คณะฯ จึงได้ยกเครื่อง พัฒนา และส่งเสริมทักษะและคุณลักษณะของบัณฑิตให้สอดรับกับความต้องการของอุตสาหกรรมและยังคงอัตลักษณ์ความเป็นศิลปินของคณะฯ และมหาวิทยาลัยไปพร้อมกัน จึงได้เปิดสาขาการจัดการและการพัฒนาไอดอลและอินฟลูเอนเซอร์ หรือ IDM ซึ่งเป็นที่แรกของไทยที่จัดการเรียนการสอนเกี่ยวกับอินฟลูเอนเซอร์แบบเต็มรูปแบบ

“เด็กรุ่นใหม่มีความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ และเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ (Content Creator) กันอยู่แล้ว สาขา IDM จึงเป็นเหมือนการบ่มเพาะและพัฒนาเยาวชนในตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมธุรกิจดนตรีและบันเทิง ที่มีอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญจากอุตสาหกรรมจริงมาเป็น “เทรนเนอร์” คอยโค้ชชิ่ง แนะนำพัฒนา และดึงประสิทธิภาพของนักศึกษาให้ออกมาดีที่สุด เพื่อให้เด็กทุกคนพร้อมออกไปเป็น “ครีเอเตอร์” ที่สมบูรณ์แบบมีองค์ความรู้และทักษะที่พร้อม มีคุณธรรมและมีความเป็นพลเมืองโลกในการดำเนินชีวิต” ผศ.วุฒิชัยกล่าว

นอกจากนี้ เนื่องในโอกาสการเฉลิมฉลอง 25 ปี ของคณะดุริยางคศาสตร์ และ 80 ปี มหาวิทยาลัยศิลปากร คณะดุริยางคศาสตร์ ได้จัดแสดงละครเวทีมิวสิคัลสุดพิเศษ “Returning Feroci รีบกลับเถอะครับจารย์” นำ ที่โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศชั้น 7 สยามสแควร์วัน อีกด้วย

‘ซีเอ็ด’ มอบหนังสือ ‘มูลนิธิ สคส.’ อาสาสมัครด้านเด็กปฐมวัย 5 จว.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/755932

‘ซีเอ็ด’ มอบหนังสือ ‘มูลนิธิ สคส.’ อาสาสมัครด้านเด็กปฐมวัย 5 จว.

‘ซีเอ็ด’ มอบหนังสือ ‘มูลนิธิ สคส.’ อาสาสมัครด้านเด็กปฐมวัย 5 จว.

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) “ซีเอ็ด โดย นายรุ่งกาล ไพสิฐพานิชตระกูล กรรมการผู้จัดการ และประธานมูลนิธิคนไทยเก่งขึ้น และ นายนิวัฒน์ วัฒนสิริมนต์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด มอบหนังสือและสื่อการเรียนรู้ให้แก่ “มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง” (มูลนิธิ สคส.) โดย นางปิยภา เมืองแมน ผู้จัดการมูลนิธิ สคส.พร้อมคณะรับมอบหนังสือจำนวน 3,061 เล่ม มูลค่า 1,540,161 บาท ณ บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) กรุงเทพฯ เมื่อต้นเดือนกันยายน 2566

วัตถุประสงค์ในการมอบหนังสือในครั้งนี้เพื่อใช้ใน “โครงการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุข เพื่อสุขภาวะเด็กปฐมวัย” ซึ่งทางมูลนิธิ สคส.จะดำเนินการส่งมอบให้แก่หน่วยงานต่างๆ ในชุมชน เช่นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียนอนุบาลในพื้นที่ รวมถึงเด็กและผู้ปกครองในชุมชน รวมทั้งสิ้น 113 แห่ง ใน 5 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ ชัยนาท สุพรรณบุรี ฉะเชิงเทรา นครนายก และนครศรีธรรมราช

มทร.ธัญบุรีเดินนโยบายถูกทาง ตัวเลขนักศึกษารีไทร์ลดลงตามคาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/755927

มทร.ธัญบุรีเดินนโยบายถูกทาง ตัวเลขนักศึกษารีไทร์ลดลงตามคาด

มทร.ธัญบุรีเดินนโยบายถูกทาง ตัวเลขนักศึกษารีไทร์ลดลงตามคาด

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า ปีการศึกษา 2565 ที่ผ่านมา มทร.ธัญบุรีมีนักศึกษาที่พ้นสภาพจากผลการเรียน จำนวน 389 คน คิดเป็น 1.64% ของนักศึกษาทั้งหมด ลดลงจากปี 2564 ที่มีจำนวน 456 คน ในจำนวนดังกล่าว นักศึกษาชั้นปีที่ 1 จะถูกรีไทร์มากที่สุด การลดลงครั้งนี้ เนื่องจากมหาวิทยาลัยมีนโยบายช่วยนักศึกษาที่มีปัญหาด้านการเรียนให้สามารถเรียนได้และสำเร็จการศึกษา โดยสนับสนุนให้อาจารย์ที่ปรึกษาช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด พูดคุยถึงปัญหาด้านการเรียนกับนักศึกษาพร้อมทั้ง จัดการเรียนเสริมให้ในวิชาที่มีปัญหา จึงทำให้ผลการเรียนดีขึ้นเป็นลำดับ

รศ.ดร.สมหมายกล่าวต่อไปว่า สำนักส่งเสริมการศึกษาได้วางเป้าหมายลดจำนวนนักศึกษาที่พ้นสภาพเนื่องจากผลการเรียนให้ลดลงปีละ 10% และขณะเดียวกัน มทร.ธัญบุรี ก็ต้องการดึงนักศึกษากลุ่มที่ถูกรีไทร์ หรือต้องหยุดเรียนกลางคัน เนื่องจากปัญหาส่วนตัวให้ได้กลับเข้าสู่ระบบ โดยเปิดโอกาสให้กลับเข้ามาเรียนใหม่ ในปีการศึกษา 2565 มีนักศึกษารีรหัสกลับเข้าศึกษา จำนวน 84 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ที่มีจำนวน 26 รายเท่านั้น

โตโยต้า มอบทุน 17.55 ล้าน สถาบันการศึกษาและองค์กรสาธารณกุศล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/755930

โตโยต้า มอบทุน 17.55 ล้าน สถาบันการศึกษาและองค์กรสาธารณกุศล

โตโยต้า มอบทุน 17.55 ล้าน สถาบันการศึกษาและองค์กรสาธารณกุศล

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย พร้อมด้วย นายกลินท์ สารสิน ประธานคณะกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัดและนายโนริอากิ ยามาชิตะกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมมอบทุนสนับสนุนประจำปี 2566 แก่สถาบันการศึกษาและองค์กรสาธารณกุศลรวมมูลค่า 17.55 ล้านบาท เมื่อเร็วๆ นี้ ณ Toyota ALIVE บางนา

ในปี พ.ศ.2566 นี้ มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย ได้สนับสนุนงบประมาณด้านการศึกษาและด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต รวมมูลค่า 17,550,000 บาท ได้แก่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จำนวน 3,125,000 บาทเป็นทุนการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนขาดแคลนในภาคเหนือ ทุนการศึกษาพยาบาลวิชาชีพ (กิจกรรมใหม่),มหาวิทยาลัยขอนแก่น 3,325,000 บาท เป็นทุนการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนขาดแคลนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทุนการศึกษา พยาบาลวิชาชีพ (กิจกรรมใหม่),มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต 1,675,000 บาท ทุนการศึกษา สำหรับนักศึกษาขาดแคลนในภาคใต้, มหาวิทยาลัยบูรพา 1,505,000 บาททุนการศึกษา สำหรับนิสิตขาดแคลนในภาคตะวันออก ทุนการศึกษา พยาบาลวิชาชีพ (กิจกรรมใหม่), สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (1,600,000 บาท) ทุนการศึกษา แก่นักเรียนนักศึกษาอาชีวศึกษา (กิจกรรมใหม่), มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (1,000,000 บาท) โครงการรางวัลผลงานวิชาการ Toyota Thailand Foundation Award, มูลนิธิ พล.ต.อ.เภา สารสิน 1,500,000 บาท โครงการบ้านตะวันใหม่ และทุนสนับสนุนการศึกษาแก่บุตรธิดาของเจ้าหน้าที่ ที่เสียชีวิตจากการปราบปรามยาเสพติด, มูลนิธิหมอเสมพริ้งพวงแก้ว 1,000,000 บาท ทุนการศึกษาโครงการพ่อแม่อุปถัมภ์ และองค์กรสาธารณกุศลอื่นๆ 2,820,000 บาทโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชน และอื่นๆ

นศ.ศรีปทุมคว้ารางวัล 2 รางวัล ประกวดคลิปสั้น ประกันสังคม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/755933

นศ.ศรีปทุมคว้ารางวัล 2 รางวัล  ประกวดคลิปสั้น ประกันสังคม

นศ.ศรีปทุมคว้ารางวัล 2 รางวัล ประกวดคลิปสั้น ประกันสังคม

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายวัลลภ ทองแดง และทีม “EW PRODUCTION นักศึกษาสาขาภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม รับรางวัลชนะเลิศ จากผลงาน “ฝากใจไว้กับประกันสังคม” และนายคิรากร สุนทรโชติทีม ACTIVE PRODUCTION ได้รับรางวัลชมเชย จากผลงาน “เกษมเมื่อเกษียณ” โดยนักศึกษาทั้งคู่เข้าได้เข้ารับมอบเงินรางวัล พร้อมเกียรติบัตร จาก นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน

โครงการประกวดคลิปสั้นประกันสังคม ประจำปี 2566 หัวข้อ “อุ่นใจวัยเกษียณ” จัดโดย สำนักงานประกันสังคม ในงานวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานประกันสังคมครบรอบ 33 ปี ณ สำนักงานประกันสังคม อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี เมื่อต้นเดือนกันยายน 2566