‘วัดพระธรรมกาย’จัดสวดมนต์ถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระสังฆราช พระชนมายุ 8 รอบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/739739

‘วัดพระธรรมกาย’จัดสวดมนต์ถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระสังฆราช พระชนมายุ 8 รอบ

‘วัดพระธรรมกาย’จัดสวดมนต์ถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระสังฆราช พระชนมายุ 8 รอบ

วันจันทร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 13.16 น.

‘วัดพระธรรมกาย’จัดสวดมนต์ถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระสังฆราช พระชนมายุ 8 รอบ

พระครูสังฆรักษ์รังสฤษดิ์ อิทฺธิจินฺตโก เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย นำคณะสงฆ์ อุบาสก อุบาสิกา และคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย สวดมนต์ ปฏิบัติธรรม เจริญสมาธิภาวนาน้อมถวายพระกุศล แด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 8 รอบ 26 มิถุนายน 2566 ณ สภาธรรมกายสากล วัดพระธรรมกาย

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระนามเดิม อัมพร ประสัตถพงศ์ ฉายา อมฺพโร เป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกพระองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยทรงเริ่มดำรงตำแหน่งในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 และทรงเป็นเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต แม่กองงานพระธรรมทูต และนายกสภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย

‘ปลัด ศธ.’มอบเงินเยียวยา กำชับทุกโรงเรียนระวังซ้ำรอยถังดับเพลิงระเบิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/739733

‘ปลัด ศธ.’มอบเงินเยียวยา กำชับทุกโรงเรียนระวังซ้ำรอยถังดับเพลิงระเบิด

‘ปลัด ศธ.’มอบเงินเยียวยา กำชับทุกโรงเรียนระวังซ้ำรอยถังดับเพลิงระเบิด

วันจันทร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 12.33 น.

‘ปลัด ศธ.’มอบเงินเยียวยา กำชับทุกโรงเรียนระวังซ้ำรอยถังดับเพลิงระเบิด

26 มิถุนายน 2566 นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัดศธ.) ลงพื้นที่มอบเงินเยียวยาช่วยเหลือครอบครัวนักเรียนที่เสียชีวิต และดูแลนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ถังแก็สดับเพลิงระเบิดขณะซ้อมแผนอพยพหนีไฟ พร้อมด้วย นายสมใจ วิเศษทักษิณ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีนายนิยม ไผ่โสภา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพฯ เขต 1, นายเทพฤทธิ์ ยอดใส ผู้อำนวยการโรงเรียนราชวินิตมัธยม ให้การต้อนรับ ณ ห้องพระอัศวราช โรงเรียนราชวินิตมัธยม กรุงเทพฯ

ปลัด ศธ. กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นส่งผลให้มีนักเรียนได้รับผลกระทบกว่า 30 ราย ต้องนำส่งโรงพยาบาล 9 ราย เสียชีวิต 1 ราย ส่วนอีก 20 รายพักรักษาดูอาการในห้องพยาบาลโรงเรียนและเดินทางกลับบ้านได้ กระทรวงศึกษาธิการในฐานะที่ดูแลภาพรวมการศึกษาทั้งประเทศ ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้บาดเจ็บและสูญเสียจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ การลงพื้นที่ในวันนี้สิ่งสำคัญคืออยากมาให้กำลังใจกับทุกฝ่าย และดูประเด็นที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปถอดบทเรียนมาวางมาตรการป้องกันเหตุ ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนที่ราคาแพงมากทำให้มีผู้สูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เบื้องต้นได้แจ้งไปยังสถานศึกษาทั่วประเทศผ่านศึกษาธิการจังหวัด ให้กำชับเรื่องนี้และให้ระมัดระวังเป็นพิเศษว่าการซักซ้อมหรือทำกิจกรรมใด ๆที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุหรือความไม่ปลอดภัยแก่ผู้เรียนเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนข้อแรกที่จะต้องเร่งดำเนินการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกและให้มีการตรวจสอบอุปกรณ์

สำหรับการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ทาง ผอ.รร.ราชวินิตมัธยม และ ผอ.สพม.กรุงเทพ เขต 1 ได้ลงพื้นที่ไปดูแลที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาลด้วยตนเอง และยังมีประกันอุบัติเหตุที่ทางโรงเรียนได้ทำไว้ให้กับนักเรียนทุกคน สำหรับผู้เสียชีวิตได้รับประมาณ 200,000 บาท ทั้งนี้ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ถึงแม้ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง แต่ในฐานะที่กำกับในเชิงนโยบายความปลอดภัยของผู้เรียน วันนี้จึงลงพื้นที่มาดูแลทุกฝ่ายทั้งครอบครัวผู้เสียชีวิตและนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บ โดยได้มอบเงินเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต จำนวน 30,000 บาท และครอบครัวผู้ได้รับบาดเจ็บ รายละ 5,000 บาท  นอกจากนี้สมาคมครูและผู้ปกครองราชวินิตมัธยม ได้รวบรวมทุกสรรพกำลังในการช่วยเหลือทุกฝ่ายอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ ศธ.ได้ประสานไปยังกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) หลังจากเปิดเรียนในวันพุธที่ 28 มิถุนายน 2566 จะนำคุณหมอและบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องด้านจิตวิทยามาดูแล พูดคุย ทำความเข้าใจกับครอบครัวรวมทั้งตัวน้องนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บและอยู่ในเหตุการณ์ซึ่งสร้างความสะเทือนใจและอาจส่งผลต่อสภาวะจิตใจของน้องนักเรียนที่พบเห็น

“ศธ. และครอบครัวผู้เสียชีวิต สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานดูแลผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ โดยรับไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์โดยตลอด ยังความปลาบปลื้มแก่กระทรวงศึกษาธิการ ครอบครัวผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บ อย่างหาที่สุดมิได้” ปลัด ศธ. กล่าว

คุณแม่น้องนักเรียนผู้เสียชีวิต ได้สะท้อนเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมเพิ่มพูนทักษะความรู้ในการอพยพหนีไฟและซ้อมดับไฟว่า “อยากให้มีกิจกรรมแบบนี้ต่อไป แต่ขอให้เพิ่มความระมัดระวังให้รัดกุมมากกว่านี้ มีการตรวจสอบอุปกรณ์ทุกชิ้นก่อนการแสดงกิจกรรมสาธิตวิธีการใช้ ส่วนด้านการเยียวยามีความตื้นตันใจที่ทางกระทรวงศึกษาธิการให้ความช่วยเหลือทุกด้านอย่างเต็มที่ไม่ทอดทิ้ง”

นายกฯประธานพิธีทำบุญตักบาตร ฉลองพระชนมายุ 8 รอบ’สมเด็จพระสังฆราช’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/739727

นายกฯประธานพิธีทำบุญตักบาตร ฉลองพระชนมายุ 8 รอบ'สมเด็จพระสังฆราช'

นายกฯประธานพิธีทำบุญตักบาตร ฉลองพระชนมายุ 8 รอบ’สมเด็จพระสังฆราช’

วันจันทร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 11.52 น.

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2566 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และภริยา เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล งานฉลองพระชนมายุ 8 รอบ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาน สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก 26 มิถุนายน 2566 ณ บริเวณวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ถนนเฟื่องนคร เขตพระนคร กรุงเทพฯ

– 006

‘สจล.’ผนึกกำลัง‘ยามาฮ่า คอร์ปอเรชั่น’ พัฒนาหลักสูตร‘วิศวกรรมดนตรีและสื่อประสม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/739579

‘สจล.’ผนึกกำลัง‘ยามาฮ่า คอร์ปอเรชั่น’ พัฒนาหลักสูตร‘วิศวกรรมดนตรีและสื่อประสม’

‘สจล.’ผนึกกำลัง‘ยามาฮ่า คอร์ปอเรชั่น’ พัฒนาหลักสูตร‘วิศวกรรมดนตรีและสื่อประสม’

วันจันทร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดนตรีเป็น “ซอฟต์ พาวเวอร์” อันทรงพลัง ขณะที่สื่อดิจิทัลคอนเทนต์ต่างๆ มีอิทธิพลต่อวิถีสังคมมนุษย์และเข้าถึงคนทุกเพศทุกวัย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) จึงผนึกความร่วมมือกับผู้นำอุตสาหกรรมดนตรีของโลกอย่าง บริษัท ยามาฮ่า คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น และสยามดนตรียามาฮ่า ณ เมืองฮามามัตสึ เพื่อแลกเปลี่ยนและต่อยอดงานวิจัยศิลปะและเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมดนตรี ผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงป้อนวงการดนตรีและดิจิทัลมีเดีย เสริมความแข็งแกร่งพัฒนาหลักสูตรดนตรีและสื่อประสมให้ก้าวหน้า สร้างเสริมพลังซอฟท์พาวเวอร์ของไทย

รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) กล่าวว่า อุตสาหกรรมดนตรีในตลาดโลกมีการพัฒนาควบคู่กับดิจิทัลมีเดียซึ่งเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก อุตสาหกรรมดนตรีจึงเติบโตอย่างรวดเร็ว ในบางประเทศ เช่น เกาหลีใต้ กำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ มีศิลปินโด่งดังระดับโลก เช่นลิซ่า-ลลิษา มโนบาล แบล็คพิ้งค์ บีทีเอส สร้างภาพลักษณ์ให้ประเทศและมูลค่าทางเศรษฐกิจอื่นๆ ตามมาอย่างมหาศาล โดยใช้อุตสาหกรรมดนตรีเป็นตัวนำทางและแผ่ขยายไปยังนานาประเทศทั่วโลก

สำหรับประเทศไทย สจล. ได้ก่อตั้ง “วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต” ในปี 2561 นับเป็นแห่งแรกในอาเซียนที่ผลิตบุคลากรด้านวิศวกรรมดนตรีที่เชี่ยวชาญทั้งศาสตร์และศิลป์ รองรับยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) โดยเปิดหลักสูตรวิศวกรรมดนตรีและสื่อประสมในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และหลักสูตรระยะสั้น ดังนั้นความร่วมมือระหว่าง สจล.กับ สยามดนตรียามาฮ่า และยามาฮ่า คอร์ปอเรชั่น นับเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อความร่วมมือพัฒนาความก้าวหน้าของหลักสูตรดนตรีใหม่ๆ และงานวิจัยในประเทศไทย

“การถ่ายทอดเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น การบ่มเพาะบุคลากรสมรรถนะสูงทางด้านวิศวกรรมดนตรีและสื่อดิจิทัลเทคโนโลยี ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสรรค์งานดนตรี สื่อและคอนเทนต์ต่างๆ ได้อย่างมีสีสัน ตอบสนองความหลากหลายของการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพเสริมพลังให้ซอฟต์ พาวเวอร์ ของไทยด้านดนตรี ภาพยนตร์ เฟสติวัล กีฬาการต่อสู้ และขับเคลื่อนไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและนวัตกรรมทางด้านบันเทิงแห่งอาเซียน” อธิการบดี สจล. กล่าว

ผศ.ดร.พิทักษ์ ธรรมวาริน คณบดี วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต สจล. กล่าวว่าจุดเด่นของหลักสูตรวิศวกรรมดนตรีและสื่อประสมวิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต แบ่งเป็น Acoustic Engineering และ Sound Engineering มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะความสามารถและความเชี่ยวชาญในการบูรณาการองค์ความรู้ อาทิ วิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสาร อิเล็กทรอนิกส์ และวิศวกรรมการประมวลผลสัญญาณ วิศวกรรมอคูสติกส์ เข้ากับองค์ความรู้ทางด้านศิลป์สาขาวิชาดนตรีและเทคโนโลยีดนตรี บุกเบิกมิติใหม่ในแวดวงการศึกษาทางด้านวิศวกรรมดนตรีของประเทศ

“ตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียน และกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ด้านดนตรี สื่อดนตรี อุตสาหกรรมเกม อีเว้นท์ สื่อทางวิทยุ โทรทัศน์ เป็นต้น เข้าใจในมุมมองของศิลปะทางด้านดนตรีและมีทักษะในทางปฏิบัติ สามารถวิเคราะห์ความเชื่อมโยงของหลักการทางวิศวกรรมกับเทคโนโลยีดนตรีได้เป็นอย่างดีโดยมีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ห้องปฏิบัติการ และเครื่องมือที่ครบครันทันสมัย” ผศ.ดร.พิทักษ์ กล่าว

การประกาศความร่วมมือกันในครั้งนี้ นักวิจัย คณาจารย์และนักศึกษาของวิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต สจล. ยังได้ไปเยือนโรงงานผลิตเครื่องดนตรีและอุปกรณ์ระบบเสียงของยามาฮ่า ที่เมืองฮามามัตสึ ดร.พีรวัฒน์ ชูเกียรติ กรรมการผู้จัดการบริษัท สยามดนตรียามาฮ่าจำกัด และ มร.กาซุนาริ ซูซูกิ (Kazunari Suzuki)กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามดนตรียามาฮ่า จำกัด ได้ประสานงานกับยามาฮ่าคอร์ปอเรชั่น ที่ญี่ปุ่นตลอดทริปที่เมืองฮามามัตซึ ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมดนตรีที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

นำนักวิจัยและนักศึกษา สจล.ดูงานและเปิดมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มการพัฒนาเครื่องดนตรี เครื่องเสียง และอุปกรณ์ต่างๆ ไลน์การผลิตที่ก้าวหน้าทันสมัยของยามาฮ่า ผู้นำอุตสาหกรรมดนตรีและระบบเสียงในตลาดโลก ซึ่งมีประวัติศาสตร์การก่อตั้งมายาวนานตั้งแต่ปี 2430 โดดเด่นในงานวิจัยคิดค้นและสร้างสรรค์นวัตกรรม ตั้งแต่เครื่องดนตรีอิเลคโทน เปียโน คีย์บอร์ด ดนตรีคอมโบ้ ซินธิไซเซอร์ เครื่องเป่าทองเหลือง ระบบเครื่องเสียงในบ้าน ระบบเครื่องเสียงสำหรับงานสาธารณะ

อีกทั้งได้เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เครื่องดนตรีโลกแห่งแรกและแห่งเดียวในญี่ปุ่น Hamamatsu Museum of Musical Instruments “เมืองแห่งการสร้างสรรค์ดนตรี” อนุรักษ์มรดกทางดนตรีที่มีคุณค่าจากทั่วทุกมุมโลก นอกจากนี้ วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต สจล.ยังได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ความก้าวหน้ากับสองมหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยโตไก (Tokai University) เยี่ยมห้องปฏิบัติการวิจัย Acoustic Lab & Virtual Reality Lab

และ มหาวิทยาลัยศิลปะแห่งโตเกียว (Tokyo University of the Arts) ซึ่งมี Immersive Sound Lab ที่ทันสมัย พร้อมพบปะและฟังบรรยายสรุปของนักศึกษาไทยจากวิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต ชั้นปี4 ที่เดินทางไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่น (Oversea Training) เป็นเวลา 1 เทอมการศึกษา ณ มหาวิทยาลัยทั้งสองแห่ง เพื่อนำประสบการณ์ความรู้มาพัฒนาดนตรีในประเทศไทยอีกด้วย

สำหรับผู้จบการศึกษาหลักสูตรวิศวกรรมดนตรีและสื่อประสม วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต สจล. จะสามารถทำงานในอุตสาหกรรมดนตรี, ภาพยนตร์, โฆษณา, เกมส์และแอนิเมชัน, วิทยุโทรทัศน์, การผลิตเครื่องดนตรี, วิศวกรรมเสียงสำหรับอาคาร, วิศวกรรมความปลอดภัยทางเสียงและโสตทัศนูปกรณ์ทางการแพทย์, อุตสาหกรรมยานยนต์ และอื่นๆ ผู้สนใจสมัครเรียนวิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต ดูรายละเอียดที่เว็บไซต์ https://imse.kmitl.ac.th/th/ โทร. 02-3298197 หรือเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/imsekmitl/?locale=th_TH

60 ปี‘ม.หอการค้าไทย’ก้าวต่อไปสู่ความยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/739581

60 ปี‘ม.หอการค้าไทย’ก้าวต่อไปสู่ความยั่งยืน

60 ปี‘ม.หอการค้าไทย’ก้าวต่อไปสู่ความยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“แม้จะมีอายุ 60 ปีในปีนี้ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยของเรายังมีไฟ มีแรงกายแรงใจ มีจุดยืนที่เข้มแข็งจากการที่เรามีรากเหง้าของการรวมกลุ่มพ่อค้านักธุรกิจจนตั้งเป็นสภาหอการค้าไทย กลุ่มพ่อค้านักธุรกิจคนไทยเชื้อสายจีนนั้นก็อยากสร้างความเติบโตให้แก่เศรษฐกิจของประเทศและยังต้องการถ่ายทอดองค์ความรู้การทำธุรกิจการค้าให้กับลูกหลาน เพื่อดำเนินธุรกิจให้ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ได้อย่างมีหลักการ นี่คือจุดกำเนิดของมหาวิทยาลัย”

รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงความภูมิใจในโอกาสที่มหาวิทยาลัยได้เปิดทำการมาเป็นปีที่ 60 แล้วในเดือนมิ.ย. 2566 นอกจากนั้น ในช่วงที่ประเทศไทยเกิด “วิกฤตต้มยำกุ้ง” ในปี 2540 ซึ่งเป็นวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่ลุกลามออกไปทั่วทั้งทวีปเอเชีย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ก้าวไปอีกขั้นสู่การเป็น “Think Thank ของประเทศ” นำองค์ความรู้ทางด้านเศรษฐศาสตร์มาพัฒนาเป็นตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจ

ด้วยการตั้ง “ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ” เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูล ศึกษาวิจัย เพื่อพยากรณ์ภาวะเศรษฐกิจและธุรกิจ สร้างเครื่องชี้วัดที่สามารถคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจล่วงหน้าได้ตามหลักวิชาการ เพื่อให้ภาครัฐและภาคเอกชน ใช้อ้างอิงและเตรียมพร้อมรับมือ ทั้งการตัดสินใจที่จะลงทุน หรือปรับเปลี่ยนแผนงานได้ทันการ เพราะเศรษฐกิจมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ และเป็นตัวชี้วัดคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน

“เรามีบริการวิชาการให้องค์ความรู้เรื่องการค้าการขายการทำธุรกิจในรูปแบบต่างๆ ที่เราถนัด ควบคู่ไปกับการเป็นคลังสมองของชาติเพื่อสร้างคน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เพราะมหาวิทยาลัยต้องหมุนตามโลก ต้องเป็นผู้นำมากกว่าผู้ตาม ยิ่งมหาวิทยาลัยมีอายุมากขึ้นเท่าไหร่ก็เหมือนคนที่คุณวุฒิสูง วัยวุฒิสูง เก๋าแต่ไม่แก่ มีความน่าเชื่อถือ” อธิการบดี ม.หอการค้าไทย กล่าว

รศ.ดร.ธนวรรธน์ กล่าวต่อไปว่าตนคิดว่าวันนี้ “มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยต้องเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อผู้ประกอบการดิจิทัลยุคใหม่ (The University of Modern Digital Entrepreneurship)” ไม่ใช่เพราะกลัวตกเทรนด์ แต่เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและความเคยชินให้นักศึกษา ขณะเดียวกันก็ยังเชื่อว่า “รวมกันเราอยู่”ยังใช้ได้เสมอกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหลายองค์กรทั้งภาครัฐภาคเอกชนมากมาย ซึ่งไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแค่ไหน แต่สิ่งที่มหาวิทยาลัยไม่ควรเปลี่ยน คือการสร้างคนที่มีคุณภาพเพื่อพัฒนาสังคม

ทั้งนี้ 60 ปีของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ถือว่าก้าวมาถูกทิศทาง โดยเฉพาะในเรื่องของการปรับปรุงหลักสูตรการจัดการเรียนการสอนที่ตอบโจทย์เทรนด์ยุคสมัย ไลฟ์สไตล์เด็กรุ่นใหม่ด้วยความเป็น Professional University คือถ้ามองเรื่องเศรษฐกิจการค้า การทำธุรกิจ ก็อยากให้นึกถึง ม.หอการค้าไทย เพราะเป็นรากเหง้ารากแก้วของมหาวิทยาลัยที่หยั่งรากลึกมานานถึง 60 ปี แข็งแกร่งและยังแตกรากแขนงแยกย่อยไปอีกหลายศาสตร์สาขาวิชาที่เชื่อว่ามีส่วนสนับสนุนเศรษฐกิจของชาติ

เช่น “คณะการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ” ที่ได้รับรองมาตรฐานการศึกษา “UNWTO.TEDQUAL” จากองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ ซึ่งมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเราเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนในไทยเพียงแห่งเดียวที่ได้รับการรับรองนี้ โดยมองว่าการเรียนเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในเชิงการทำธุรกิจการค้าจะช่วยตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เพราะประเทศจะพัฒนาได้จากอุตสาหกรรมบริการและการท่องเที่ยว

รวมถึงล่าสุดมีการเปิดหลักสูตร“การตลาดดิจิทัล (Digital Marketing)”ที่เราได้ตัวจริงหลากหลายวงการตลาดดิจิทัลมาร่วมสร้าง “เด็กหัวการค้าดิจิทัล” ทุกคน รวมไปถึงอนาคตที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเราจะเปิด คณะพยาบาลศาสตร์เพราะมองว่าประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ ซึ่งก็จะช่วยตอบโจทย์ธุรกิจการแพทย์ได้ในเชิงของการตลาดและการทำธุรกิจ

หรือแม้แต่หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง อย่างหลักสูตร “เทพเซียน (TEPCIAN)” ซึ่งเป็นหลักสูตรที่เน้นการเรียนองค์ความรู้จีนระดับ “เซียน” ที่ทำให้จีนก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจของโลก หลักสูตรนี้คัดนักธุรกิจชั้นนำทั้งคนไทยและคนจีน มาเรียนรู้ร่วมกันเพื่อต่อยอดธุรกิจด้านการค้า การลงทุนไทย-จีน ทำให้ผู้บริหารระดับสูงทั้งชาวไทยและชาวจีนที่ต้องการทำการค้าการลงทุนระหว่างสองประเทศได้ รู้ลึกรู้รอบ เชื่อมธุรกิจจีน-ไทย เพื่อสร้างความยั่งยืนแข็งแกร่งระหว่างธุรกิจไทยและจีน

“60 ปีของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเป็น 60 ปีที่เปี่ยมด้วยไฟฝันพร้อมที่จะปรับตัวและพัฒนาไปสู่ก้าวที่ยั่งยืนเพื่อคนการค้าและเด็กหัวการค้า เป็น 60 ปี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่เป็นมากกว่ามหาวิทยาลัย เพราะเราพร้อมจะก้าวไป

นักวิชาการ‘ม.มหิดล’แนะลดเหลื่อมลํ้ากลุ่มชาติพันธุ์ ต้องสร้างการมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/739580

นักวิชาการ‘ม.มหิดล’แนะลดเหลื่อมลํ้ากลุ่มชาติพันธุ์ ต้องสร้างการมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

นักวิชาการ‘ม.มหิดล’แนะลดเหลื่อมลํ้ากลุ่มชาติพันธุ์ ต้องสร้างการมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

วันจันทร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในผืนแผ่นดินเดียวกับพลเมืองอื่นๆ ในประเทศ แม้จะมีภาษาและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันแต่ก็มีฐานะเป็นพลเมืองของประเทศเช่นเดียวกัน จึงมีสิทธิมีเสียงที่ทุกคนในประเทศต้องรับฟัง ซึ่ง รศ.ดร.โสภนาศรีจำปา ประธานศูนย์ภารตะศึกษาและอาจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาศาสตร์สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ในสังคมพหุวัฒนธรรมที่ประกอบไปด้วยผู้คนที่มีความแตกต่างหลากหลายทางภาษาและวัฒนธรรมมาอยู่ร่วมกัน ปัญหาที่ยังคงพบตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน คือการยอมรับในความต่าง

หลายความขัดแย้งที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มาจากการยึดมั่นในความคิดที่ว่าชนกลุ่มชาติพันธุ์เป็นเพียงแค่ชนกลุ่มน้อย และจากการถูกคาดหวังให้ดำเนินชีวิตตามกรอบ จนต้องสูญเสียอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ซึ่งเปรียบได้กับการสูญเสียมรดกของมวลมนุษยชาติ ทั้งนี้ จากงานวิจัยเพื่อศึกษาแนวทางในการบริหารจัดการกลุ่มชาติพันธุ์เพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอินเดีย เมียนมา และไทย เป็นบริเวณซึ่งมีลักษณะทางชาติพันธุ์แบบมองโกลอยด์ ภาษาตระกูลทิเบต-พม่า และวัฒนธรรมที่ใกล้เคียงกัน

มีแนะนำถึงปัจจัยสำคัญของการปกป้องชนกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งมีภาษาและวัฒนธรรมอันเป็นคุณค่าและความรุ่มรวยของมนุษยชาติที่แตกต่างหลากหลายไม่ให้สูญสลาย คือ “การสร้างการมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง และเท่าเทียมกัน” ซึ่งสำคัญต่อการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยความสันติสุข ดังตัวอย่างกรณีศึกษาจาก“รัฐมณีปุระ” ที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอินเดีย ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายพันปี มีประชากรราว 3.4 ล้านคน แต่มีกลุ่มชาติพันธุ์ราว 30 กลุ่ม

ชนกลุ่มชนกลุ่มชาติพันธุ์ในรัฐมณีปุระมีสิทธิและมีส่วนร่วมในการบริหารและปกครองรัฐผ่านการเลือกตั้งภายในรัฐโดยมีมุขมนตรีเป็นหัวหน้าและเป็นผู้ใช้อำนาจบริหารภายในรัฐ และมีสภานิติบัญญัติแห่งรัฐที่ชนกลุ่มชาติพันธุ์ซึ่งได้รับเลือกตั้งให้เข้าไปทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นในการวางแผนบริหารจัดการภายในพื้นที่การปกครองได้อย่างเต็มที่ ซึ่งสามารถนำมาเป็นตัวอย่างในการศึกษาแนวทางในการบริหารจัดการกลุ่มชาติพันธุ์เพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมได้

นอกจากนี้ ยังพบว่าคุณค่าทางภูมิปัญญาของกลุ่มชาติพันธุ์ อาจแปรเปลี่ยนสู่การสร้างมูลค่าได้อย่างนึกไม่ถึง ตัวอย่างเช่น ในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ด้วยภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาของกลุ่มชาติพันธุ์ อิ้นต้า (Intha) ทำให้วิถีชีวิตที่ต้องอยู่ท่ามกลางทะเลสาบอินเลไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำการเกษตรลอยน้ำ จากภูมิปัญญาในการนำเศษวัชพืชมาซ้อนทับด้วยดินโคลนและพืชน้ำเพื่อทำการเกษตรปลูกผักผลไม้ในทะเลสาบ

ซึ่งเป็นวิถีธรรมชาติที่อาจนำไปประยุกต์ใช้เป็นต้นแบบเพื่อรับมือกับสภาพการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ (Climate Change) ในพื้นที่อื่นๆ ของโลกได้ต่อไปในอนาคต นอกจากความยั่งยืนจากรายได้ที่สร้างขึ้นจากการจำหน่ายผักผลไม้ซึ่งเป็นผลิตผลจากการทำเกษตรลอยน้ำดังกล่าวแล้ว ยังสามารถใช้เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรมได้อีกด้วย

สำหรับในประเทศไทย แนวทางการบริหารจัดการกลุ่มชาติพันธุ์อาจนำมาปรับใช้ด้วยการจัดทำและบรรจุเนื้อหาเรื่องความแตกต่างหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในประเทศไทยไว้ในหลักสูตรตั้งแต่ระดับประถมศึกษาขึ้นไป เพื่อสร้างความรู้เรา รู้เขา เข้าใจในคุณค่า และอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ อีกทั้งควรส่งเสริมการรู้เรา รู้เขาระหว่างสังคมไทยและแรงงานข้ามชาติ จะทำให้คนไทยเข้าถึงการอยู่ร่วมกันในระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ กับประเทศอื่นๆ ได้อย่างเท่าเทียม เป็นธรรม และเป็นสุข

ดังเจตนารมณ์ที่ระบุไว้ใน “เสาสังคมและวัฒนธรรม” ของอาเซียน และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมไทยและประชาคมอาเซียนไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วย!!!

บิ๊ก กพฐ.สั่งสอบ’ครูผู้ช่วย’ใหม่ 3 เขต หลังมหา’ลัยส่งข้อสอบผิดชุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/739642

บิ๊ก กพฐ.สั่งสอบ'ครูผู้ช่วย'ใหม่ 3 เขต หลังมหา’ลัยส่งข้อสอบผิดชุด

บิ๊ก กพฐ.สั่งสอบ’ครูผู้ช่วย’ใหม่ 3 เขต หลังมหา’ลัยส่งข้อสอบผิดชุด

วันอาทิตย์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 20.28 น.

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2566 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ.ปี 2566 ซึ่งจัดสอบภาค ก ความรู้ความสามารถทั่วไป วันที่ 24 มิถุนายน และสอบภาค ข มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ วันที่ 25 มิถุนายน นั้น สำหรับการจัดสอบวันนี้มีคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา และสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ เปิดสอบรวม 205 แห่ง ใน 63 กลุ่มวิชา ผู้มีสิทธิสอบรวม 169,595 คน เข้าสอบ 167,673 คน ขาดสอบ 1,922 คน ภาพรวม เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่พบปัญหา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี จัดส่งข้อสอบผิดพลาด ใน 3 เขตพื้นที่ฯ คือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) หนองคาย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.)หนองคาย เขต2 และสพม.บึงกาฬ ดังนั้น ตนจึงสั่งการให้มีการจัดสอบใหม่ ในวันที่ 26 มิถุนายน เบื้องต้นตนได้มอบหมายให้นายสุรินทร์ มั่นประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติกร (สพร.) ลงพื้นที่ เพื่อแก้ปัญหา และให้กำลังใจผู้เข้าสอบ

“ความผิดพลาดครั้งนี้ เกิดจาก มรภ.อุดรฯ จัดส่งข้อสอบผิดพลาด โดยการสอบวันนี้ สพป.หนองคาย เขต2 และสพม.หนองคาย จะต้องสอบวิชาเอก วิทยาศาสตร์ทั่วไป สพม.บึงกาฬ สอบวิชาภาษาจีน แต่ทาง มรภ.อุดรฯ กลับจัดส่งวิชาเอกภาษาไทยมา ทำให้ไม่สามารถจัดสอบได้ จึงต้องยกเลิกการสอบในวันนี้ไปก่อน และขอให้ มรภ.อุดรฯ ไปดำเนินการออกข้อสอบใหม่ เพื่อจัดสอบในวันที่ 26 มิ.ย.มั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาการทุจริตเกิดขึ้นแน่นอน เพราะเขตพื้นที่ฯ เป็นผู้ดำเนินการจัดสอบ โดยจ้างมหาวิทยาลัย 10 แห่งในการออกข้อสอบ ซึ่งจะแบ่งตามครัสเตอร์จังหวัด ดังนั้น ข้อสอบแต่ละกลุ่มจังหวัดจึงเป็นข้อสอบคนละชุด ไม่เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม การจัดสอบครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่กระจายอำนาจไปให้เขตพื้นที่ฯ ดำเนินการ และประสานมหาวิทยาลัยในพื้นที่ เพื่อออกข้อสอบและจัดสอบ ดังนั้น แม้จะมีความผิดพลาดเกิดขึ้นบ้าง ก็คงต้องให้กำลังใจกันต่อไป” นายอัมพร กล่าว

นายอัมพร กล่าวต่อว่า การเลื่อนสอบครั้งนี้มีผู้ได้รับผลกระทบ รวม 394 คน แบ่งเป็น สพม.หนองคาย 81 คน สพป.หนองคาย เขต2  282 คน และ สพม.บึงกาฬ 31 คน โดยทาง มรภ.อุดรฯ จะต้องรับผิดชอบในเรื่องค่าใช้จ่ายในการออกข้อสอบใหม่ รวมถึงค่าที่พักและค่าเดินทางของผู้เข้าสอบด้วย นอกจากนี้ ยังได้รับรายงาน ผู้เข้าสอบสพป.ชุมพร เขต1 เกิดอาการช็อกระหว่างการสอบ ทางเขตพื้นที่ฯ จึงนำตัวส่งโรงพยาบาล เมื่อทางผู้เข้าสอบฟื้น ทางแพทย์ผู้รักษา ประเมินอาการว่าสามารถสอบต่อได้ ทางเขตพื้นที่ฯจึงนำข้อสอบไปให้สอบที่โรงพยาบาล โดยมีการคุมสอบ 2 คน ส่วนอีกราย ท้องแก่ใกล้คลอด มีอาการน้ำเดิน ทางสนามสอบจึงได้เตรียมรถพยาบาล หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็พร้อมพาผู้เข้าสอบไปโรงพยาบาลเพื่อคลอดบุตรได้ทันที

ประมวลภาพ’คนฮาเล่ย์’แปรอักษรเฉลิมพระเกียรติ’LONG LIVE THE KING 10′

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/739605

ประมวลภาพ'คนฮาเล่ย์'แปรอักษรเฉลิมพระเกียรติ'LONG LIVE THE KING 10'

ประมวลภาพ’คนฮาเล่ย์’แปรอักษรเฉลิมพระเกียรติ’LONG LIVE THE KING 10′

วันอาทิตย์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 18.06 น.

กลุ่ม IMMORTALS THAILAND และกลุ่ม Harley-Davidson กว่า 1,000 คัน นำโดย นายสันธยา โพธิ์เกตุ ประธานชมรม IMMORTALS THAILAND รวมตัวกันทำกิจกรรมแปรอักษรเฉลิมพระเกียรติ LONG LIVE THE KING 10 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ 28 กรกฎาคม 2566 ณ สนามกีฬาไทย – ญี่ปุ่น ดินแดง

– 006

‘ปลัด มท.’นำทำกิจกรรมจิตอาสา ในโอกาสสมเด็จพระสังฆราช เจริญพระชนมายุครบ 8 รอบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/739552

‘ปลัด มท.’นำทำกิจกรรมจิตอาสา ในโอกาสสมเด็จพระสังฆราช เจริญพระชนมายุครบ 8 รอบ

‘ปลัด มท.’นำทำกิจกรรมจิตอาสา ในโอกาสสมเด็จพระสังฆราช เจริญพระชนมายุครบ 8 รอบ

วันอาทิตย์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 12.16 น.

ปลัดกระทรวงมหาดไทยนำข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชนจิตอาสา และภาคีเครือข่าย ทำกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาพื้นที่โครงการ โคก หนอง นา สัปปายะและรมณียสถาน สถานปฏิบัติธรรม สมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) เนื่องในโอกาสสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเจริญพระชนมายุครบ 8 รอบ 96 พรรษา

25 มิ.ย. 66) เวลา 09.09 น. ที่ศูนย์การเรียนรู้แปลงสาธิตเกษตร สถานปฏิบัติธรรม สมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) บ้านคลองซอยที่ 9 หมู่ที่ 1 ตำบลลำลูกกา อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาพื้นที่โครงการ โคก หนอง นา สัปปายะและรมณียสถาน สถานปฏิบัติธรรม สมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) เนื่องในโอกาสสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเจริญพระชนมายุครบ 8 รอบ 96 พรรษา โดยได้รับเมตตาจากพระครูสุภัทรธรรมโฆษิต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหาร ผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดบางหลวงหัวป่า ร่วมกิจกรรม โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายวัชรเดช เกียรติชานน รกน.ที่ปรึกษาด้านการปกครอง นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง รกน.ที่ปรึกษาด้านความมั่นคง นายมานะ สิมมา รกน.ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย นายบรรจบ จันทรัตน์ รองอธิบดีกรมการปกครอง นายบุญธรรม หอไพบูลย์สกุล รองอธิบดีกรมที่ดิน นายเอกวิทย์ มีเพียร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น คณะผู้บริหารส่วนราชการระดับกรม หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ นายอดิเทพ กมลเวชช์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีรักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายสิทธิชัย สวัสดิแสน นายพงศธร กาญจนะจิตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี หัวหน้าส่วนราชการและหัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี นายอำเภอ ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชนจิตอาสา กว่า 500 คน ร่วมกิจกรรม

โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำผู้ร่วมพิธีถวายดอกไม้ธูปเทียนแพ (เปิดกรวยกระทงดอกไม้สักการะ) หน้าพระรูป สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก และนำกล่าวถวายพระพร เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 8 รอบ 96 พรรษา ความว่า “โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจนานัปการ ยังประโยชน์ต่อการพัฒนาของพุทธศาสนา นำมาซึ่งความร่มเย็นเป็นสุขแก่พุทธศาสนิกชนชาวไทย โดยทรงเอาพระทัยใส่รับพระภารธุระ บุกเบิกกิจการพระธรรมทูตมานับแต่ยุคแรกเริ่ม โดยในปีพุทธศักราช 2516 ทรงเคยเป็นหัวหน้าคณะเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่นครซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลล์ เครือรัฐออสเตรเลีย ทรงอำนวยการจัดการสนามหลวง แผนกธรรมและแผนกบาลี โดยจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมของคณะสงฆ์ทั้งปวงในราชอาณาจักร ตลอดจนจัดการธรรมศึกษาสำหรับฆราวาส และทรงมีพระเมตตาต่อการศึกษาของกุลบุตร จึงทรงรับโรงเรียนวัดราชบพิธไว้ในพระอุปถัมภ์สืบต่อมาจากพระบูรพาจารย์ทุกยุค รวมทั้งทรงเคยเป็นพระอาจารย์ในมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย และทรงเอาพระทัยใส่พระภารธุระ บริหารกิจการของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยให้รุ่งเรืองไพบูลย์ยิ่งขึ้น โดยในปัจจุบัน ทรงดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย

“ในโอกาสที่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ทรงเจริญพระชนมายุ 8 รอบ และวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ได้จัดตั้งโครงการสร้างสถานปฏิบัติธรรมสมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) บ้านคลองซอยที่ 9 หมู่ที่ 1 ตำบลลำลูกกา อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างรมณียสถานอันสัปปายะต่อการบำเพ็ญสมณธรรม และเจริญจิตภาวนา และเป็นศูนย์เรียนรู้พระพุทธศาสนาสำหรับประชาชน และศูนย์การเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ พื้นที่เกษตรกรรมผสมผสานตามโครงการ โคก หนอง นา โดยน้อมนำแนวทางการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นกรอบการดำเนินงาน ซึ่งเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2566 พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก เพื่อถวายปัจจัยสมทบในการจัดสร้างสถานปฏิบัติธรรมดังกล่าว เป็นเงิน 54,298,013.69 บาท” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติม

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมพระเกียรติ  กระทรวงมหาดไทยจึงได้ร่วมกับจังหวัดปทุมธานี จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาพื้นที่โครงการ โคก หนอง นา สัปปายะและรมณียสถาน สถานปฏิบัติธรรม สมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) บ้านคลองซอยที่ 9 หมู่ที่ 1 ตำบลลำลูกกา อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เนื่องในโอกาสสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเจริญพระชนมายุ ครบ 8 รอบ โดยมีกิจกรรม ได้แก่ การปลูกต้นไม้ ปล่อยพันธุ์ปลา ทำแซนด์วิชปลา ปลูกหญ้าแฝก กำจัดวัชพืช และห่มดิน ถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 8 รอบ ในวันนี้ และขอปวารณาตนเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี ยึดมั่นในหลักธรรมคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตลอดจนพระโอวาทของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ผู้เสด็จสถิตเป็นมิ่งขวัญของปวงพุทธบริษัท และปวงชนชาวไทยตลอดไป

จากนั้น นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย  พระครูสุภัทรธรรมโฆษิต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหาร ผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดบางหลวงหัวป่า ร่วมกันปลูกต้นขนุนทองประเสริฐ และคณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ร่วมปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืด โดยพันธุ์ปลาที่ปล่อยในวันนี้ อาทิ ปลาหมอ ปลาตะเพียนขาว จำนวน 99,999 ตัว ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดปทุมธานี แล้วทำแซนด์วิชปลา ปลูกหญ้าแฝก กำจัดวัชพืชไม้เลื้อย ห่มดิน และร่วมปลูกพันธุ์ไม้ต่าง ๆ อาทิ ต้นมะม่วงมหาชนก ต้นมะม่วงเขียวเสวย ต้นมะม่วงโชคอนันต์ ต้นมะม่วงแก้วขมิ้น

“ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการทำสมาธิเจริญจิตตภาวนา ตลอดจนร่วมกันจัดกิจกรรมถวายพระกุศล ซึ่งอาจจัดกิจกรรมบำเพ็ญกุศลและสาธารณสงเคราะห์ ตามบริบทที่เหมาะสม ถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 8 รอบ วันที่ 26 มิถุนายน 2566 ตามวัน เวลา และสถานที่ ที่เห็นสมควร อาทิ ร่วมกับคณะสงฆ์ในพื้นที่จัดกิจกรรมสาธารณสงเคราะห์ ช่วยเหลือผู้ยากไร้ หรือร่วมกันพัฒนาวัด ทำความสะอาดลานวัด ในหมู่บ้าน/ชุมชน เพื่อร่วมถวายพระกุศลในโอกาสอันเป็นมหามงคลนี้ ทั่วประเทศ โดยพร้อมเพรียง” นายสุทธิพงษ์ ฯ กล่าวในช่วงท้าย

ฟันเปรี้ยง!‘หยก’ถูกขบวนการปั่นหัว แนะรร.อย่าตื่นกลัวเชื่อมี นร.แบบนี้อีกเพียบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/739534

ฟันเปรี้ยง!‘หยก’ถูกขบวนการปั่นหัว แนะรร.อย่าตื่นกลัวเชื่อมี นร.แบบนี้อีกเพียบ

ฟันเปรี้ยง!‘หยก’ถูกขบวนการปั่นหัว แนะรร.อย่าตื่นกลัวเชื่อมี นร.แบบนี้อีกเพียบ

วันอาทิตย์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 09.18 น.

ฟันเปรี้ยง!‘หยก’ถูกขบวนการปั่นหัว แนะรร.อย่าตื่นกลัวเชื่อมี นร.แบบนี้อีกเพียบ

25 มิถุนายน 2566 รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Harirak Sutabutr มีเนื้อหาดังนี้…

“เมื่อสมัยผมเรียนหนังสือระดับมัธยมปลายที่สหรัฐอเมริกา โรงเรียนที่เรียนเป็นโรงเรียนประจำชื่อ Suffield Academy ตั้งอยู่ในเมืองเล็กๆชื่อ Suffield รัฐ Connecticut เป็นโรงเรียนเอกชน แม้ไม่มีเครื่องแบบ แต่ต้องแต่งตัวตามแบบที่โรงเรียนกำหนด เวลาเรียนในห้องเรียน และเวลาทานอาหารในโรงอาหารต้องใส่เสื้อ jacket ผูกเน็คไท กางเกงขายาวไม่ต้องสีเดียวกับเสื้อ วันอาทิตย์เข้าโบสถ์ ต้องใส่สูท ผูกเน็คไท และใส่เสื้อกั๊กใต้เสื้อสูทด้วย แต่ไม่บังคับให้ต้องตัดผมสั้น

นอกจากการแต่งตัวแล้ว ยังมีกฎระเบียบอีกมากมายที่ต้องปฏิบัติตาม เช่น เวลาทานอาหารต้องนั่งทานพร้อมกัน ทุกโต๊ะจะมีครูนั่งประจำโต๊ะ ตักอาหารส่งให้นักเรียนทุกคน เมื่อทุกคนได้รับอาหารแล้ว จึงจะเริ่มรับประทานได้ เป็นต้น

ที่เมือง Suffield ยังมีอีกโรงเรียนคือ Suffield High School เป็นโรงเรียนของรัฐ ไม่มีเครื่องแบบ นักเรียนจะแต่งตัวอย่างไรมาเรียนก็ได้ แต่นักเรียนทุกคนก็มีความเคารพในสถานที่พอที่จะไม่ถึงกับแต่งชุดนอน หรือชุดที่ไม่สุภาพไม่เหมาะสมมาเรียน

ผมส่งลูกชายไปเรียนระดับมัธยมปลายที่โรงเรียนชื่อ St Peter’s ประเทศ New Zealand ที่นี่บังคับให้แต่งเครื่องแบบตามที่โรงเรียนกำหนด เครื่องแบบในหน้าหนาวกับหน้าร้อนไม่เหมือนกัน ดูเหมือนนักเรียนทุกคนจะแต่งเครื่องแบบกันด้วยความเต็มใจและภาคภูมิใจ

จากประสบการณ์ของทั้งตัวผมและลูกชายเมื่อเรียนในระดับมัธยมปลายในต่างประเทศ ก็ไม่เคยได้เห็นนักเรียนคนไหนรู้สึกว่าถูกลิดรอนเสรีภาพ หรือถูกกดขี่เพราะการต้องแต่งเครื่องแบบแต่อย่างใด  คงเนื่องเพราะทุกคนรู้สึกว่าตัวเองมีทางเลือกอื่น แต่ก็สมัครเข้าเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ด้วยความสมัครใจ ซึ่งทุกคนได้ทราบล่วงหน้าก่อนที่จะสมัครเข้าโรงเรียนแล้วว่าจะต้องปฏิบัติตัวอย่าไร

กรณีของ หยก ผมไม่เชื่อว่าจะมีการวางแผนกันถึงขนาดที่เลือกโรงเรียนเตรียมพัฒนาการ เนื่องจากเป็นโรงเรียนมีชื่อเสียง และอบรมบ่มเพาะหยกให้มีความเชื่ออย่างที่ต้องการ และกำหนดให้หยก ไปทำป่วนที่โรงเรียนเตรียมพัฒนาการเพื่อผลทางการเมืองบางอย่าง

ที่ผมเชื่อคือ หยก เป็นผลผลิตของขบวนการป้อนชุดข้อมูล ชุดความคิด ชุดความเชื่อ ที่ออกแบบไว้ ให้คนรุ่นใหม่ผ่านทั้งทาง social media และผ่านครูที่เป็นผลผลิตของขบวนการเดียวกัน หากไม่มีขบวนการเช่นนี้ หยกคงไม่มีความเชื่ออย่างฝังใจว่า พระเจ้าอยู่หัวทรงอนุมัติให้ทำรัฐประหารทุกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ความจริง

ผมเชื่อว่า หยก เมื่อเป็นผลผลิตของขบวนการนี้ จึงเข้าร่วมชุมนุมในม็อบ 3 นิ้วต่างๆ และเกิดความสนิทสนมกับกลุ่มทะลุวัง ได้ทำกิจกรรม และพูดคุยรับข้อมูลจากกลุ่มทะลุวัง ทำให้มีความเชื่อที่แนบแน่น ฝังใจว่า สถาบันพระมหากษัตริย์คือต้นกำเนิดของความเหลื่อมล้ำ ไม่มีประโยชน์ใดๆต่อประเทศชาติ ใช้จ่ายจากเงินภาษีของประชาชน เป็นการสิ้นเปลือง หากนำเงินงบประมาณไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นต่อประชาชน ประเทศและสังคมจะดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

ผู้ที่อยู่เบื้องหลังของขบวนการข้างต้นนี้ ไม่จำเป็นต้องสั่งการโดยตรงให้หยกไปทำสิ่งต่างๆที่หยกทำ แต่เมื่อมีคนอย่างหยก ที่ไม่เพียงมีความเชื่ออย่างเดียว แต่ต้องการมีบทบาทในทางปฏิบัติด้วย หรืออาจต้องการให้ตัวเองเป็นที่รู้จักในระดับประเทศด้วย ก็จะไปทำกิจกรรมต่างๆอย่างที่เราได้เห็นได้รู้  ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเพียงให้การสนับสนุน สร้างข่าวให้คนรุ่นใหม่และคนที่ร่วมอุดมการณ์คล้อยตามว่า สิ่งที่หยกทำเป็นความถูกต้อง ผู้ใหญ่ไม่ว่าจะเป็น ศาล หรือ ฝ่ายบริหารของโรงเรียนเตรียมพัฒนาการ มีความคิดโบราณคร่ำครึ ไม่ให้โอกาสแก่เด็กที่มีความคิดก้าวหน้าอย่างหยก

เร็วๆนี้มีอีกกรณีคือ นักเรียนชั้นมัธยม 4 ตามข่าวบอกว่าชื่อ ข้าว เรียนอยู่ที่โรงเรียนเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงยิ่งกว่าโรงเรียนเตรียมพัฒนาการ แต่งชุดไปรเวทมาโรงเรียน และประกาศว่าต้องการสนับสนุนการต่อสู้ของหยก และต้องการแสดงว่าจะไม่ก้มหัวให้กับการลิดรอนเสรีภาพในการแต่งตัวของนักเรียน เป็นที่น่าสังเกตว่านักเรียนผู้นี้ได้รับอนุญาตให้เข้าเรียนได้ตามปกติ โดยไม่มีครูคนใดกล้าขัดขวางแต่อย่างใด แต่มีข่าววงในบอกว่า  หลังจากวันนั้นนักเรียนคนนี้ไม่ได้มาโรงเรียนอีกตลอดสัปดาห์ ซึ่งมีเสียงซุบซิบที่ไม่มีการยืนยันว่า ผู้ปกครองไม่ยอมให้แต่งไปรเวทไปโรงเรียน ไม่ใช่โรงเรียนไม่ยอมให้เข้าโรงเรียนแต่อย่างใด

ผมเองไม่เคยคิดหรือเชื่อว่า โรงเรียนทุกโรงเรียนต้องมีเครื่องแบบ  และก็ไม่เคยคิดว่าเครื่องแบบ หรือทรงผม มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการเรียนการสอน แต่ก็คิดว่า เป็นสิทธิของโรงเรียนแต่ละโรงเรียนที่จะกำหนดให้นักเรียนแต่งเครื่องแบบมาโรงเรียน นักเรียนทุกคนทราบล่วงหน้าก่อนสมัตรเข้าเรียนอยู่แล้วว่าจะต้องแต่งเครื่องแบบหรือไม่ต้องแต่งเครื่องแบบ การสมัครใจเข้าเป็นนักเรียนก็เท่ากับยอมรับในเงื่อนไขต่างๆของโรงเรียนแล้ว ดังนั้นจึงเป็นการไม่เป็นธรรมต่อโรงเรียนที่นักเรียนคนใดคนหนึ่งเมื่อตอนสมัครเข้าเรียนไม่มีปฏิกิริยาใดๆ แต่เมื่อได้เข้าเป็นนักเรียนแล้ว กลับมาเรียนที่โรงเรียนโดยไม่ยอมแต่งเครื่องแบบ โดยอ้างว่าเป็นเสรีภาพ

อย่างไรก็ดี เสรีภาพที่นักเรียนต้องมีคือ เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เช่น การแสดงความไม่เห็นด้วยกับการที่ต้องแต่งเครื่องแบบ โดยอาจร่วมกันเรียกร้องให้โรงเรียนยกเลิกเครื่องแบบนักเรียนเสีย แต่นักเรียนยังคงต้องแต่งเครื่องแบบมาโรงเรียนอยู่ตราบใดที่ยังไม่มีการยกเลิกเครื่องแบบนักเรียน และก็เป็นสิทธิของโรงเรียนที่จะยกเลิกหรือไม่ยกเลิกเครื่องแบบก็ได้ แต่หากโรงเรียนไม่ยกเลิกเครื่องแบบ แต่ยอมยกเว้นให้นักเรียนบางคนไม่ต้องแต่งเครื่องแบบนักเรียนมาเรียนก็ได้ในขณะที่นักเรียนคนอื่นๆยังแต่งเครืองแบบ อย่างนี้ต้องถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ เป็นสองมาตรฐาน เป็นสิ่งที่น่าประณามยิ่งกว่าการไม่ยอมให้นักเรียนที่ไม่แต่งเครื่องแบบเข้าเรียนเสียอีก 

ในทางตรงข้าม หากโรงเรียนยอมตามข้อเรียกร้องของนักเรียน คือยกเลิกการแต่งเครื่องแบบ ก็ไม่ถือว่าเป็นการเสียหน้าแต่อย่างใด แต่กลับจะได้รับการยกย่องว่าเป็นโรงเรียนที่ฝ่ายบริหารมีความใจกว้าง ยอมรับฟังข้อเรียกร้องของนักเรียน และยอมปฏิบัติตาม

จากนี้ต่อไป อาจจะมีนักเรียนที่จะทำแบบหยกและข้าวมากขึ้นเรื่อยๆ ฝ่ายบริหารของโรงเรียนต่างๆ ก็ควรจะต้องเตรียมรับมือ แต่ไม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไร อยากขอร้องว่า อย่าได้ตื่นกลัวว่าจะถูกคนบางกลุ่มต่อว่า โจมตีหรือประณาม แต่ต้องยึดหลักการให้มั่น ฝ่ายบริหารของโรงเรียนมีทางเลือก 2 ทาง

ทางที่ 1 คือ ไม่ยอมให้นักเรียนที่แต่งไปรเวทเข้าห้องเรียน

ทางที่ 2 คือยอมยกเลิกการแต่งเครื่องแบบไปเลยทั้งหมด

สังคมควรเคารพต่อการตัดสินใจของฝ่ายบริหารของโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นทางเลือกที่ 1 หรือทางเลือกที่ 2 แต่โรงเรียนไม่ควรเลือกปฏิบัติโดยยอมให้นักเรียนที่ดื้อแพ่งบางคนสามารถทำในสิ่งที่ขัดต่อกฎระเบียบของโรงเรียนได้ ในขณะที่นักเรียนคนอื่นๆเขายังคงปฏิบัติตามกฎระเบียบอยู่อย่างเคร่งครัด

หากโรงเรียนใช้วิธีเลือกปฏิบัติ ก็อาจได้รับการยกย่องสรรเสริญจากกลุ่มคนบางกลุ่ม แต่สำหรับคนส่วนใหญ่ของประเทศ เขาไม่เอาด้วยกับการปฏิบัติแบบนี้ของโรงเรียนอย่างแน่นอน”

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fharirak.sutabutr%2Fposts%2Fpfbid0KtDy2Nwfg9Noj7dmjgzFyHfZABuFHTApGh4uUCQdZ9TVTwS5c5jbq5MwngujwuqJl&show_text=true&width=500