วธ.ปลื้ม! โพลชี้เด็ก-ปชช.ส่วนใหญ่พร้อมใจสืบสานประเพณี’สงกรานต์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/724065

วธ.ปลื้ม! โพลชี้เด็ก-ปชช.ส่วนใหญ่พร้อมใจสืบสานประเพณี'สงกรานต์'

วธ.ปลื้ม! โพลชี้เด็ก-ปชช.ส่วนใหญ่พร้อมใจสืบสานประเพณี’สงกรานต์’

วันพุธ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2566, 19.21 น.

วธ.ปลื้ม! ผลโพลชี้เด็ก-ประชาชนส่วนใหญ่พร้อมใจสืบสานประเพณี“สงกรานต์” ขณะที่เชียงใหม่-ขอนแก่น-ชลบุรี แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิต คนไทยชอบไปวัด-รดน้ำขอพรผู้ใหญ่ พร้อมประชาสัมพันธ์ปูทางเสนอ“สงกรานต์”ขึ้นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ

เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2566 นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ร่วมกับสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นเด็ก เยาวชน และประชาชน ที่มีต่อประเพณีสงกรานต์ พุทธศักราช 2566 “สืบสานสงกรานต์วิถีไทย ร่วมสานใจ สู่สากล” จากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ จำนวน 4,506 คน ครอบคลุมทุกอาชีพและทุกภูมิภาค สรุปได้พอสังเขปดังนี้ 1.เด็ก เยาวชน และประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 69.00 คิดว่า “วันสงกรานต์” มีความสำคัญเป็นประเพณีวันขึ้นปีใหม่ของไทย รองลงมา ร้อยละ 67.84 เป็นธรรมเนียมปฏิบัติจนกลายเป็นวัฒนธรรมประจำชาติ งดงามบ่งบอกถึงความเป็นไทย  ร้อยละ 62.94 เป็นวันครอบครัว ส่วนใหญ่จะเดินทางกลับไปหาครอบครัว ทำกิจกรรมร่วมกันและร้อยละ 51.22 เป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติ เพื่อให้ลูกหลานได้เล็งเห็นความสำคัญของผู้สูงอายุ ตามลำดับ

2.เมื่อพูดถึงประเพณีสงกรานต์ ส่วนใหญ่จะนึกถึงสิ่งใดหรือเรื่องใดมากที่สุด อันดับ 1 ร้อยละ 34.38 การรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ อันดับ 2 ร้อยละ 20.84 การเล่นน้ำสงกรานต์ และอันดับ 3 ร้อยละ 12.72 การขึ้นปีใหม่แบบไทย 3.เด็ก เยาวชน และประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 72.66 สนใจเข้าร่วมกิจกรรมประเพณีสงกรานต์ รองลงมา คือ ร้อยละ 27.14 ไม่แน่ใจแล้วแต่โอกาส และร้อยละ 5.39 ไม่สนใจเข้าร่วมงาน 4.เด็ก เยาวชนและประชาชนส่วนใหญ่ ตั้งใจเข้าร่วมกิจกรรมประเพณีสงกรานต์ ในสถานที่ใดมากที่สุด อันดับ 1 ร้อยละ 45.18 วัด อันดับ 2 ร้อยละ 30.20 บ้าน และอันดับ 3 ร้อยละ 29.27 สถานที่ที่มีการจัดงานสงกรานต์ 5.หากมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมประเพณีสงกรานต์ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมที่จังหวัดใด อันดับ 1 ร้อยละ 27.43 จังหวัดเชียงใหม่ “งานสืบสานป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองวิถีไทย ร่วมสานใจ สู่สากล อันดับ 2 ร้อยละ 13.78 จังหวัดขอนแก่น “งานสงกรานต์ มหานครขอนแก่น” อันดับ 3 ร้อยละ 13.23 จังหวัดชลบุรี “งานประเพณีก่อพระทรายวันไหลบางแสน” และ “งานประเพณีสงกรานต์อำเภอเกาะสีชัง”

6.กิจกรรมที่ตั้งใจจะทำในประเพณีสงกรานต์ อันดับ 1 ร้อยละ 61.23 รดน้ำขอพรผู้ใหญ่ อันดับ 2 ร้อยละ 60.54 ทำบุญตักบาตร อันดับ 3 ร้อยละ 52.42 สรงน้ำพระ 7.บุคคลที่ต้องการรดน้ำขอพรในปีนี้ อันดับ 1 ร้อยละ 88.77 พ่อแม่/ญาติผู้ใหญ่  อันดับ 2 ร้อยละ 40.30 ครูบาอาจารย์/ผู้มีพระคุณ อันดับ 3 ร้อยละ 37.71 พระสงฆ์ 8.กิจกรรมที่คิดว่าควรช่วยกันอนุรักษ์ สืบสานในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของไทย อันดับ 1 การทำบุญ ตักบาตร สรงน้ำพระ ขนทรายเข้าวัด ก่อพระเจดีย์ทราย เพื่อเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต อันดับ 2 การรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ ทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่บรรพบุรุษ อันดับ 3 การเล่นน้ำ สาดน้ำแบบสุภาพเรียบร้อย

นายอิทธิพล กล่าวต่อว่า ที่สำคัญประชาชนยังฝากถึงกระทรวงวัฒนธรรม ช่วยส่งเสริม อนุรักษ์ประเพณีสงกรานต์ให้ดียิ่งขึ้นนั้น ทาง วธ.พร้อมนำความคิดเห็นนำไปเป็นนโยบายในการสืบสาน รักษา ต่อยอดเทศกาลประเพณีสงกรานต์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีของแต่ละจังหวัด เช่น งานประเพณีก่อพระทราย วันไหลบางแสน ประเพณีสงกรานต์ภาคอีสาน “บุญเดือนห้า” งานสงกรานต์มอญ งานสงกรานต์พระประแดง เป็นต้น พร้อมทั้งเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ อย่างกว้างขวางสู่การรับรู้ของชาวต่างชาติ อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์ในโอกาสที่องค์การยูเนสโกได้รับรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมของไทย “สงกรานต์ในประเทศไทย” (Songkran in Thailand, traditional Thai New Year festival) เข้าวาระการพิจารณาการขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ

– 006

นิเทศศาสตร์ SPU จัดเต็ม ฉลองครบรอบ 33 ปี เปิดบ้านเช็ค DNA #DEKNITED สุดยิ่งใหญ่!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723789

นิเทศศาสตร์ SPU จัดเต็ม ฉลองครบรอบ 33 ปี เปิดบ้านเช็ค DNA #DEKNITED สุดยิ่งใหญ่!

นิเทศศาสตร์ SPU จัดเต็ม ฉลองครบรอบ 33 ปี เปิดบ้านเช็ค DNA #DEKNITED สุดยิ่งใหญ่!

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 18.43 น.

คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ฉลองครบรอบ 33 ปี สุดยิ่งใหญ่ จัดกิจกรรม COMM.ARTS SPU OPEN HOUSE 2023 เปิดให้นักเรียน นักศึกษา ม.ปลาย –ปวช. ร่วมเช็ค DNA ความเป็น #DEKNITED กับกิจกรรม Workshop ทั้ง 5 สาย

ผศ.มานินทร์ เจริญลาภ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวว่า เพราะสื่อคือเรื่องใกล้ตัว ปัจจุบันเยาวชนทุกคนเติบโตมากับสมาร์ตโฟนและยิ่งอาชีพคนทำสื่อ สามารถทำได้ไม่ยาก โดยเริ่มจากตัวเองและการลงทุนที่ไม่มาก แค่มือถือกับไอเดียสดใหม่ก็สามารถสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองได้  เพราะช่องทางโซเชียลมีเดียที่เอื้อให้คนรุ่นใหม่ทดลองทำในแบบที่ใจต้องการได้หลากหลายแพลตฟอร์ม  เมื่อการได้ทำในสิ่งที่รักแถมยังสร้างรายเป็นกอบเป็นกำพอจะเป็นอาชีพได้จริง  หรือสร้างชื่อเสียงแบบ Youtuber Influencer ในโลกออนไลน์  นิเทศศาสตร์จึงกลายเป็นคณะยอดฮิตที่ทำให้เด็กยุคใหม่อยากเลือก เห็นได้ชัดจากยอด นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ของมหาวิทยาลัยศรีปทุม ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับจากปี 2564 เป็นต้นมา 

สำหรับกิจกรรม  COMM.ARTS SPU OPEN HOUSE 2023 ทางคณะต้องการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้มีโอกาสมาสัมผัสและได้ทดลองปฏิบัติงานด้านนิเทศศาสตร์ เพื่อจะได้เข้าใจขอบเขตงาน และ บทบาทต่างๆในสายงาน ตลอดจนจะได้ทราบความชอบและความเหมาะสมของทักษะที่แต่ละคนมีอยู่ การเข้า Camp นักเรียนจะได้เรียนรู้ทักษะครบทุกด้านครอบคลุม ศาสตร์ทุกสาขา ตั้งแต่ สาขาภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล, สาขาสื่อสารการแสดง และ สาขาออกแบบสื่อสารออนไลน์ โดยทางคณะได้จัด DNA camp ต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 5 แล้ว ซึ่งมีผลตอบรับที่ดี มีผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรม กว่า 600 คน ได้ลงมือฝึกปฏิบัติตามสายงานที่ตัวเองชอบ ไม่ว่าจะเป็น การถ่ายภาพ การกำกับ การสร้าง Content การแสดง การเต้น รวมถึงการจัด Event ซึ่งคณะจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ Learning by Doing  กระตุ้นให้นักศึกษาเกิดการเรียนผู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ จนเกิดความเชี่ยวชาญ

เมื่อหลายปีก่อน ถึงแม้ว่าวงการสื่อหลายๆด้านจะถูก Disrupt จากเทคโนโลยีดิจิทัลจนทำให้ นักศึกษาลังเลที่จะเลือกเรียนนิเทศศาสตร์เพราะความกังวลถึงภาวะการมีงานทำ แต่ด้วยนโยบายระดับภาครัฐที่เน้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ให้ค่าสื่อที่มาจากความคิดสร้างสรรค์ รวมทั้งศาสตร์ของนิเทศศาสตร์คือการเล่าเรื่อง ที่ช่วยสร้างมูลค่าให้แบรนด์ทุกรูปแบบได้  รวมทั้งการสื่อสารผ่านสื่อใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา ดังนั้นไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนอย่างไร ตราบใดที่เด็กนิเทศฯ ยังรู้เท่าทันเทคโนโลยี และรู้จักนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร และโดยเฉพาะคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง จึงทำให้เด็กนิเทศสามารถทำงานได้ทุกวงการ และเป็นที่ต้องการของตลาดอยู่เสมอ

นิเทศศาสตร์ SPU ส่งเสริมให้นักศึกษามีความรู้แบบรอบด้านครบ 360 องศา ไปให้สุดของการทำสื่อที่ไม่ใช่แค่คนทำสื่อ แต่ต้องครบตั้งแต่ก่อนผลิตและหลังผลิต  ตัวอย่างเช่น สาขาการออกแบบสื่อสารออนไลน์ เราไม่ได้เน้นแค่สร้างตัวตนเพื่อขายตัวเองขายคอนเทนต์ให้ได้ หรือสร้างคอนเทนต์ตอบโจทย์ลูกค้าได้ แต่เราสอนให้เค้าอยู่ได้แบบยั่งยืนระยะยาว  รู้จัก “สร้าง -รักษา – พัฒนา” คอนเทนต์/อัตลักษณ์ของแบรนด์ให้ครบวงจร  ทำให้เมื่อไปอยู่ในองค์กรใดก็ตามก็จะสามารถทำงานได้รอบด้าน และแม้จะสร้างแบรนด์ตัวเองก็จะพัฒนาตัวตนไปต่อได้ในระยะยาว หรือ สาขาสื่อสารการแสดง นักศึกษาก็จะได้เรียนทั้งการเป็นเบื้องหน้า ตั้งแต่ การแสดง การเต้น และ การร้อง รวมถึงได้ทำเบื้องหลัง ตั้งแต่ การออกแบบ การกำกับ การคัดสรรนักแสดง

ผศ.มานินทร์ กล่าวถึงก้าวต่อไปของ นิเทศศาสตร์ SPU ว่า  ทางคณะยังคงยึดมั่นความเป็นทีมเวิร์ก และการเปิดโอกาสให้กับ นศ.ได้ทดลองทำสิ่งใหม่ๆ ตั้งแต่ปี 1 จะทำให้ นศ.ของเราเก่งขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น คอนเซปต์ของการให้ นศ.ได้ลงมือทำด้วยตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นแก่นแกนสำคัญที่ช่วยให้นศ.เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ในส่วนของ  ครู อาจารย์ต้องเปลี่ยนบทบาทเป็นโค้ชที่ช่วยสนับสนุน นศ. แบบใกล้ชิด เพราะความรู้หาจาก Google หรือ Chat GPT ก็ได้คำตอบง่ายๆ แต่คนที่รู้จักสังเกตลูกศิษย์ และช่วยแนะนำ วางระบบ สิ่งสนับสนุนการเรียนรู้เสริมเช่นอุปกรณ์เครื่องมือ โจทย์ เวิร์กช็อปเสริมไม่ได้หาได้ง่ายๆ  รวมทั้งการทำระบบบริษัทจำลองในการรับงานผลิตด้านนิเทศศาสตร์อย่าง Sim agency ให้แข็งแกร่ง หางานจากองค์กร คอนเน็กชั่นภายนอกมาช่วยตอกย้ำการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ได้รายได้พร้อมสั่งสมประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญตั้งแต่เข้าเรียนปี 1 ซึ่งเมื่อนักศึกษาจบการศึกษาจะมีทักษะและคุณสมบัติ ที่พร้อมทำงานตรงกับความต้องการขององค์กร

สมัครเรียนตรี โท เอก http://www.spu.ac.th

เริ่มแล้ว!!! ‘อาชีวะช่วยประชาชน’ตรวจสภาพรถฟรี ช่วงเทศกาลสงกรานต์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723767

เริ่มแล้ว!!! 'อาชีวะช่วยประชาชน'ตรวจสภาพรถฟรี ช่วงเทศกาลสงกรานต์

เริ่มแล้ว!!! ‘อาชีวะช่วยประชาชน’ตรวจสภาพรถฟรี ช่วงเทศกาลสงกรานต์

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 17.40 น.

เริ่มแล้ว!!! ศูนย์อาชีวะช่วยประชาชน Fix it Center ให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ รถจักรยานยนต์ฟรี ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่าง 11 – 17 เม.ย.66 รวม 78 แห่งทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2566 นายราตรีสวัสดิ์ ธนานันต์ ผู้อำนวยการสำนักความร่วมมือ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เป็นประธานเปิด ศูนย์อาชีวะ ช่วยประชาชน Fix it Center ณ สถานีบริการน้ำมัน ปตท.ราชพฤกษ์ กม.35 (บจก.เชนตระกูล) ตำบลบางคูวัด อ.เมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี โดยมี ดร.ศันสนีย์ สายะสนธิ ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี เป็นผู้กล่าวรายงานฯ และมี พ.ต.ท.ขจร ฉัตรแก้วมณี รักษาราชการผู้กำกับ สภ.เมืองปทุมธานี ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง 1 คณะครูและนักเรียนจิตอาสาของวิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี ร่วมในพิธี

นายราตรีสวัสดิ์ เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางจราจรอันนำไปสู่การบาดเจ็บและเสียชีวิตตามนโยบายรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้ระดมนักเรียนนักศึกษาอาชีวะจิตอาสา และครูอาจารย์ สาขาวิชาช่างยนต์ และสาขาอื่นๆ จากสถานศึกษาสังกัด สอศ.ทั่วประเทศ จัดศูนย์อาชีวะ ช่วยประชาชน Fix it Center พร้อมออกให้บริการตรวจสภาพรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฟรี รวมทั้งบริการเครื่องดื่ม ผ้าเย็น ที่นั่งพักผ่อน และแนะนำข้อมูลเส้นทางแก่ประชาชนผู้เดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จำนวน 78 จุดบริการ ตามเส้นทางถนนสายหลักและสายรองทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 11 – 17 เมษายน 2566 ช่วงเวลา 08.30 – 16.30 น.

โดยจุดสังเกต คือ เต็นท์สีม่วง ภายในศูนย์จะให้บริการตรวจเช็คสภาพความพร้อมของรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ก่อนเดินทางประมาณ 20 รายการ ได้แก่ ตรวจระบบเบรก สภาพยาง อุปกรณ์ปัดน้ำฝน ระดับน้ำมันเครื่องและความสกปรกของน้ำมันเครื่อง ท่อยาง หม้อน้ำและรอยรั่ว การทำงานของไฟส่องสว่าง และไฟสัญญาณต่างๆ เพื่อสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนแก่ประชาชนที่เดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2566 โดยได้รับการสนับสนับสนุนน้ำมันเครื่อง วัสดุอุปกรณ์ การจัดฝึกอบรมนักเรียน นักศึกษา จากภาคีเครือข่ายพันธมิตรภาคเอกชน

“วันนี้ผมได้รับมอบหมายจาก ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ให้มาร่วมเป็นประธานเปิดศูนย์อาชีวะ ช่วยประชาชน Fix it Center เทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2566 ณ สถานีบริการน้ำมัน ปตท.ราชพฤกษ์ กม.35 ตำบลบางคูวัด อ.เมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี โดยมีวิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี เป็นผู้รับผิดชอบดูแลศูนย์ฯ และมีคณะตำรวจตรวจเยี่ยมและให้การสนับสนุนการปฏิบัติงานของนักศึกษาอาชีวะจิตอาสาตามนโยบายความร่วมมือระหว่าง สอศ.กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวนี้นับว่าเป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างยิ่ง รวมทั้งเป็นการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันระหว่างสถานศึกษากับภาครัฐและภาคเอกชน สร้างให้เด็กนักเรียนอาชีวศึกษามีจิตอาสา บริการสังคม ทำงานเป็นทีม และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ พร้อมกับได้ฝึกงานจากประสบการณ์จริงอีกด้วย” นายราตรีสวัสดิ์ กล่าว

– 006

‘เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์-ปลัดมท.’ร่วมประกอบพิธียกเสาเอกเสาโท’อุโบสถวัดบางหลวงหัวป่า’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723710

'เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์-ปลัดมท.'ร่วมประกอบพิธียกเสาเอกเสาโท'อุโบสถวัดบางหลวงหัวป่า'

‘เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์-ปลัดมท.’ร่วมประกอบพิธียกเสาเอกเสาโท’อุโบสถวัดบางหลวงหัวป่า’

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 15.03 น.

“เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์-ปลัดมท.”ร่วมกับภาคีเครือข่าย ประกอบพิธียกเสาเอกเสาโท อุโบสถวัดบางหลวงหัวป่า สาขาวัดระฆังโฆสิตาราม จังหวัดปทุมธานี

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2566 ที่วัดบางหลวงหัวป่า สาขาวัดระฆังโฆสิตาราม ตำบลสวนพริกไทย อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สุชิน อคฺคชิโน) กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในการประกอบพิธียกเสาเอก เสาโท อุโบสถวัดบางหลวงหัวป่าสาขาวัดระฆังโฆสิตาราม โดยมี พระมงคลวโรปการ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เจ้าอาวาสวัดชินวราราม วรวิหาร พระครูสุภัทรธรรมโฆษิต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร รักษาการเจ้าอาวาสวัดบางหลวงหัวป่าสาขาวัดระฆังโฆสิตาราม นายอดิเทพ กมลเวชช์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายธรรมนูญ แจ่มใส นายอำเภอเมืองปทุมธานี และภาคีเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ร่วมพิธี

โอกาสนี้ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ จุดธูปเทียนเครื่องบวงสรวง ปักธูปบริวาร แล้วโปรยข้าวตอกดอกไม้ พระมงคลวโรปการ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เจ้าอาวาสวัดชินวราราม วรวิหาร พระครูสุภัทรธรรมโฆษิต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร รักษาการเจ้าอาวาสวัดบางหลวงหัวป่าสาขาวัดระฆังโฆสิตาราม นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปักธูปบริวารแล้วโปรยข้าวตอกดอกไม้ จากนั้น เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ผูกผ้าสามสี คล้องพวงมาลัย ที่เสาเอก เสาโท แล้วทำพิธียกเสาเอก เสาโท โปรยข้าวตอกดอกไม้ ปะพรมน้ำพระพุทธมนต์ เป็นอันเสร็จพิธี

พระครูสุภัทรธรรมโฆษิต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร รักษาการเจ้าอาวาสวัดบางหลวงหัวป่าสาขาวัดระฆังโฆสิตาราม กล่าวว่า วัดบางหลวงหัวป่าแห่งนี้ เป็นวัดร้างตั้งแต่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่ปัจจุบันไม่มีเสนาสนะ อาตมภาพจึงได้ร่วมกับ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่เมื่อครั้งท่านดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นผู้ขอบูรณปฏิสังขรณ์และขอยกวัดร้างแห่งนี้ให้เป็นวัดที่มีพระภิกษุสงฆ์อยู่จำพรรษาต่อไป เป็นวัดสาขาของวัดระฆังโฆสิตาราม มีเนื้อที่ 23 ไร่ 64 ตารางวา โดยในช่วงที่ผ่านมา วัดได้ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ ประกอบด้วย ต้นไม้ประจำจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร ตามความตั้งใจของท่านปลัดกระทรวงมหาดไทย และท่านนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ที่ประสงค์จะให้สถานที่แห่งนี้ เป็นรมณียสถาน สถานที่แห่งความร่มเย็น และเป็นศูนย์การเรียนรู้ตามโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเป็นสถานที่แห่งการร่วมทำในสิ่งที่คนในโลกใบนี้ต้องช่วยกัน นั่นคือ การลดภาวะโลกร้อนตามแนวทางความยั่งยืนของสหประชาชาติ โดยเมื่อวัดแห่งนี้ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์จนเสร็จสมบูรณ์ ยังเป็นพุทธสถานสาธารณสงเคราะห์นักเรียน นิสิต นักศึกษา ผู้ป่วยยากไร้ และชาวบ้านในพื้นที่ ให้ได้รับประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ตามนโยบายด้านการสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคมอีกด้วย

“การจัดสร้างอุโบสถวัดบางหลวงหัวป่าสาขาวัดระฆังโฆสิตาราม ถือเป็นอาคารที่สำคัญภายในวัดเนื่องจากเป็นสถานที่ที่พระภิกษุสงฆ์ใช้ทำสังฆกรรมและประดิษฐานพระประธานที่เป็นพระพุทธรูปองค์สำคัญประจำวัด ตัวอุโบสถเป็นอาคาร 2 ชั้น มีความกว้าง 10 เมตร ยาว 22.5 เมตร ขนาดพื้นที่รวม 450 ตารางเมตร ทั้งนี้ พุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธา สามารถร่วมอนุโมทนาสมทบทุนปัจจัยในการก่อสร้างได้ที่บัญชี “วัดบางหลวงหัวป่า เพื่อบูรณปฏิสังขรณ์” ทาง e-donation prompt pay คิวอาร์โค้ด https://shorturl.asia/tlUo8 เพื่อความสะดวกในการลดหย่อนภาษีของกรมสรรพากร โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่พระครูสุภัทรธรรมโฆษิต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร รักษาการเจ้าอาวาสวัดบางหลวงหัวป่าสาขาวัดระฆังโฆสิตาราม ประธานดำเนินการ หมายเลขโทรศัพท์ 09-5990-9910″ พระครูสุภัทรธรรมโฆษิต กล่าวเพิ่มเติม

– 006

เชิญชวนปชช.กราบถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ณ ปราสาทพระเทพบิดร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723611

เชิญชวนปชช.กราบถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ณ ปราสาทพระเทพบิดร

เชิญชวนปชช.กราบถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ณ ปราสาทพระเทพบิดร

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 09.33 น.

เชิญชวนปชช.กราบถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ณ ปราสาทพระเทพบิดร

11 เมษายน 2566 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักพระราชวัง แจ้งการเข้าชมพระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เนื่องในวันสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 13 – 15 เมษายน 2565  ดังนี้

วันที่ 13 – 14 เมษายน 2566 นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมพระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดารามได้ตามปกติ และสามารถเข้ากราบถวายบังคม พระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชในปราสาทพระเทพบิดรได้ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. โดยจุดคัดกรองจะปิดเวลา  16.00 น.

วันที่ 15 เมษายน 2565 นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้เฉพาะวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และเข้ากราบถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ในปราสาทพระเทพบิดรได้ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 13.00 น. โดยเข้า-ออก ทางประตูสวัสดิโสภา (งดเข้าชมพระอุโบสถทั้งวัน)

โปรดแต่งกายสุภาพ กรณีเข้าปราสาทพระเทพบิดร สุภาพบุรุษห้ามสวมกางเกงยีนส์ สุภาพสตรีต้องสวมกระโปรงหรือผ้านุ่ง และกรุณาปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อย่างเคร่งครัด

“ช่วงเทศกาลสงกรานต์ รัฐบาลเชิญชวนพี่น้องประชาชนทำบุญทางพระพุทธศาสนา สรงน้ำพระพุทธรูป เนื่องในวันปีใหม่ไทย รดน้ำดำหัว ขอพรจากผู้สูงอายุ เพื่อเป็นสิริมงคลในการดำเนินชีวิต ขอความร่วมมือเล่นน้ำด้วยความสุภาพ สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวต่างจังหวัด ขอให้เพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนน ก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง ให้ตรวจตราความเรียบร้อยภายในอาคารบ้านเรือน ทั้งประตูหน้าต่าง น้ำ ไฟ แก๊ส  เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และขอให้ทุกท่านมีความสุข ปลอดภัย เดินทางโดยสวัสดิภาพตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์”นางสาวรัชดา กล่าว

กกต.-ศธ.-อว.ร่วมกิจกรรม 6 สัปดาห์ประชาธิปไตย รณรงค์เลือกตั้ง ส.ส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723516

กกต.-ศธ.-อว.ร่วมกิจกรรม 6 สัปดาห์ประชาธิปไตย รณรงค์เลือกตั้ง ส.ส.

กกต.-ศธ.-อว.ร่วมกิจกรรม 6 สัปดาห์ประชาธิปไตย รณรงค์เลือกตั้ง ส.ส.

วันจันทร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2566, 22.05 น.

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2566 นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัดศธ.) พร้อมด้วยนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง และนางสาววราภรณ์ รุ่งตระการ ผู้แทนปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แถลงความร่วมมือการดำเนินกิจกรรม “6 สัปดาห์ประชาธิปไตย รณรงค์เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร” โดยนายสมใจ วิเศษทักษิณ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยศึกษาธิการจังหวัดทั่วประเทศ , ผู้แทน อว.และผู้แทนทุกองค์กรหลัก ศธ.เข้าร่วมรับฟัง ณ โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์กรุงเทพฯ

ปลัด ศธ.กล่าวว่า การจัดกิจกรรมนี้เป็นการส่งเสริมให้ครู นักเรียน นักศึกษา มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมถึงสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้แก่คนในครอบครัวและชุมชนทั่วไปได้ ศธ.จะใช้ช่องทางการดำเนินกิจกรรมขับเคลื่อนให้นักเรียนนักศึกษาที่มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิ ต้องการให้เด็กรุ่นใหม่มีบทบาทสำคัญในการเชิญพ่อแม่ออกมาเลือกตั้งให้มากที่สุด ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของกิจกรรมในช่วง 6 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้ง ส.ส.

ปลัด ศธ.กล่าวต่อว่า ศธ.จะใช้ช่องทางของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ เป็นโซ่ข้อกลางในการขับเคลื่อนเชื่อมโยงกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ดำเนินงานตามแนวทางและนโยบาย ให้เกิดการขับเคลื่อนสร้างความเข้าใจเชิงพื้นที่มากที่สุด โดยมีเป้าหมาย นอกจากการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนในเรื่องประชาธิปไตย ก็จะรณรงค์ในเรื่องของการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง รวมถึงเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ครูนำคู่มือสื่อและแอปพลิเคชันสู่ผู้เรียนและผู้ปกครอง รวมทั้งเผยแพร่สื่อ/กิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และในวันเลือกตั้งจะมีกลุ่ม “ลูกเสืออาสา กกต.” ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน นี่คือบทบาทหน้าที่ของ ศธ.ที่จะส่งเสริมการทำงานของ กกต.ในการเลือกตั้งครั้งนี้ หวังว่าคู่มือครู คู่มือสถานศึกษา และคู่มือนักเรียน จะเป็นเครื่องมือที่ดีสำหรับครู นักเรียน นักศึกษา และสถานศึกษา ในการดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้

ด้าน นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า ขอขอบคุณหน่วยงานสนับสนุนทั้ง 2 หน่วยงาน ในการดำเนินกิจกรรม “6 สัปดาห์ประชาธิปไตย รณรงค์เลือกตั้ง ส.ส.” เพื่อให้นักเรียน เยาวชน นิสิต นักศึกษา ทั้ง 5 ช่วงชั้น ประกอบด้วยระดับชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา รวมทั้งครูอาจารย์ในสถานศึกษาภายใต้การกำกับดูแล มีความรู้ความเข้าใจกระบวนการขั้นตอนในการเลือกตั้ง อีกทั้งยังส่งเสริมให้มีส่วนร่วมในกระบวนการการเลือกตั้ง และตระหนักถึงความสำคัญในการพิจารณาผู้สมัครที่ดีและพึงประสงค์ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า

“คาดว่าการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม 2566 นี้ จะเป็นการเลือกตั้งที่มีคุณภาพ สร้างความเข้าใจในกระบวนการเลือกตั้ง มีผู้ออกมาเลือกตั้งเกิน 80% หรือมากถึง 100% ก็จะยิ่งดี ซึ่งคู่มือต่างๆ ที่จัดพิมพ์เผยแพร่ในครั้งนี้ จะช่วยให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมทางการเมืองต่อเด็กไทยในอนาคต กกต.หวังว่ากิจกรรมนี้ จะทำให้คนที่มีคุณสมบัติครบ เกิดการตื่นตัวเข้ามาใช้สิทธิ ใช้เสียงในวันเลือกตั้งอย่างล้นหลาม #ไทยโหวตคนไทยพร้อมใช้สิทธิ”

สำหรับกิจกรรมแต่ละสัปดาห์ประกอบด้วย  สัปดาห์ที่ 1 (2-8 เมษายน 2566) ทำความเข้าใจกิจกรรมการเลือกตั้ง สัปดาห์ที่ 2 (9-15 เมษายน 2566) สืบค้น หาข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สัปดาห์ที่ 3 (16-22 เมษายน 2566) กิจกรรมรณรงค์ประชาธิปไตย สัปดาห์ที่ 4 (23-29 เมษายน 2566) ขยายผลกิจกรรมรณรงค์การเลือกตั้งสู่ครอบครัว เพื่อน ชุมชน สัปดาห์ที่ 5 (30 เมษายน-6 พฤษภาคม 2566) แกนนำประชาธิปไตย สัปดาห์ที่ 6 (7-13 พฤษภาคม 2566) หน้าที่พลเมืองคุณภาพ พร้อมใช้สิทธิเลือกตั้ง

ขณะที่ นางสาววราภรณ์ รุ่งตระการ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนากำลังคน สป.อว.กล่าวว่า อว.ยินดีให้ความร่วมมือและสนับสนุนในการจัดกิจกรรมอย่างเต็มที่ เพื่อส่งเสริมให้นิสิต นักศึกษา บุคลากร และประชาชน มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส.ตระหนักถึงความรับผิดชอบของตนในวิถีประชาธิปไตย และมีส่วนร่วมทางการเมืองในการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยได้จัดทำแนวทางการดำเนินกิจกรรม และร่วมพิจารณาจัดทำร่างคู่มือสำหรับสถาบันอุดมศึกษา และนิสิตนักศึกษา พร้อมประชาสัมพันธ์เผยแพร่การเปิดลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง นอกเขตเลือกตั้ง และนอกราชอาณาจักร

นอกจากนี้ ได้มีการประกวดคลิปให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกตั้ง อบรมให้ความรู้การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย จัดเสวนา จัดนิทรรศการวิชาการในสถาบันอุดมศึกษาตามความเหมาะสม จัดประกวดการออกแบบโปสเตอร์ รวมถึงประชาสัมพันธ์เชิญชวนนิสิต นักศึกษาไปใช้สิทธิเลือกตั้ง พร้อมร่วมเฝ้าสังเกตการณ์และติดตามผลการเลือกตั้ง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งจะให้ความร่วมมือกับกิจกรรมในครั้งนี้เป็นอย่างดี

– 006

‘ปลัด ศธ.’ติวเข้ม ศธจ.ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจการเลือกตั้งให้ น.ร.-น.ศ.ในสังกัด ศธ.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723427

'ปลัด ศธ.'ติวเข้ม ศธจ.ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจการเลือกตั้งให้ น.ร.-น.ศ.ในสังกัด ศธ.

‘ปลัด ศธ.’ติวเข้ม ศธจ.ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจการเลือกตั้งให้ น.ร.-น.ศ.ในสังกัด ศธ.

วันจันทร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2566, 14.13 น.

“ปลัด ศธ.” ติวเข้ม ศธจ.ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจการเลือกตั้งให้ น.ร.-น.ศ.ในสังกัด ศธ.

10 เมษายน 2566 นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ ศธ.ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  จัดกิจกรรม “6 สัปดาห์ประชาธิปไตย รณรงค์เลือกตั้ง ส.ส.”  ซึ่งในวันนี้ ตนได้ร่วมประชุมชี้แจงการดำเนินงานร่วมกับผู้บริหารองค์กรหลัก และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) 77 แห่ง เพื่อให้แนวทางการปฏิบัติงานในเชิงพื้นที่ที่ถูกต้องให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมกับทำความเข้าใจในการใช้แอพพลิเคชั่น เพื่ออำนวยความสะดวกและให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ได้แก่ แอพพลิเคชั่น “ตาสับปะรด” ร่วมต่อต้านทุจริตการเลือกตั้ง, แอพพลิเคชั่น Smart Vote รอบรู้ทุกเรื่องเลือกตั้ง และ แอพพลิเคชัน CIVIC Education รวมพลังสร้างพลเมืองคุณภาพ รวมทั้งแจกคู่มือและเอกสารประชาสัมพันธ์ความรู้การเลือกตั้ง ส.ส. ให้ครูและนักเรียน ซึ่งต่อไป ศธจ. ลงพื้นที่ประสานขับเคลื่อนงานในระดับพื้นที่

“ในส่วนของ ศธ. มีนักเรียน นักศึกษา ที่มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 200,000 คน แบ่งเป็น ผู้เรียนในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 160,000 คน  สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 70,000 คน และผู้เรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.) 10,000 กว่าคน โดย ศธจ.จะเข้าไปประสานกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัด (สอจ.) เพื่อจัดกิจกรรมสร้างความเข้าใจแนวทางการเลือกตั้งที่ถูกต้อง เช่น จัดทำภาพยนตร์สั้น จัดกิจกรรมการประกวดคลิป TikTok รณรงค์การเลือกตั้งสู่ผู้เรียนและผู้ปกครอง เป็นต้น  และจากนั้น กกต.จะติดตามประเมินผลการดำเนินกิจกรรมในระดับพื้นที่ว่ามีการดำเนินการคุ้มค่ากับงบประมาณหรือไม่” นายอรรถพล กล่าว .-009

‘สอศ.’ตั้งศูนย์’อาชีวะ ช่วยประชาชน’78แห่งทั่วประเทศ ตรวจสภาพรถฟรี! 11-17เม.ย.66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723418

'สอศ.'ตั้งศูนย์'อาชีวะ ช่วยประชาชน'78แห่งทั่วประเทศ ตรวจสภาพรถฟรี! 11-17เม.ย.66

‘สอศ.’ตั้งศูนย์’อาชีวะ ช่วยประชาชน’78แห่งทั่วประเทศ ตรวจสภาพรถฟรี! 11-17เม.ย.66

วันจันทร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2566, 13.41 น.

“สอศ.” ตั้งศูนย์ “อาชีวะ ช่วยประชาชน” 78 แห่งทั่วประเทศ บริการตรวจสภาพรถฟรี!! ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่าง 11-17 เม.ย.2566 นี้

10 เมษายน 2566 ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) เปิดเผยว่า ตามนโยบายรัฐบาล และ กระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) ตั้งศูนย์บริการ “อาชีวะ ช่วยประชาชน” 78 แห่ง ทั่วประเทศ  ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2566 ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย.2566 นี้ เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนให้ขับขี่ปลอดภัย ห่างไกลอุบัติเหตุ สามารถเดินทางไปร่วมกิจกรรมสงกรานต์ปลอดภัยทั้งไปและกลับ  โดยขณะนี้วิทยาลัยอาชีวศึกษาแต่ละจังหวัดได้เตรียมความพร้อมในการให้บริการตรวจสภาพรถให้กับประชาชนฟรี 

เลขาธิการ  กอศ. กล่าวต่อว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ เทศกาลสงกรานต์ หรือช่วงที่เกิดประสพภัยต่างๆ สอศ.จะมอบให้วิทยาลัยอาชีวศึกษาจัดนักเรียน นักศึกษาอาชีวะออกมาให้บริการช่วยเหลือสังคม ให้บริการประชาชน เพราะเราถือว่าผู้เรียนอาชีวะก็คือลูกหลานของประชาชน และเพื่อเป็นการปลูกฝังเรื่องจิตอาสาและความรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการนำความรู้ในวิชาชีพออกไปช่วยเหลือประชาชน โดยทุกคนอาสามาด้วยใจไม่มีค่าตอบแทน

“ศูนย์บริการ “อาชีวะ ช่วยประชาชน” จะทำงานบูรณาการร่วมกับหน่วยต่าง ๆ เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ขนส่งจังหวัด  อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน(อปพร.) กระทรวงการท่องเที่ยวฯ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และอีกหลายหน่วยงาน เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนให้เดินทางปลอดภัยและลดอุบัติเหตุในช่วง 7 วันอันตราย โดย ศูนย์ “อาชีวะ ช่วยประชาชน” จะตั้งที่ถนนหลักในตัวจังหวัดโดยมีวิทยาลัยอาชีวศึกษาจังหวัดนั้นเข้ามาร่วมทีมในการให้บริการประชาชน โดยในศูนย์ฯจะเป็นเต้นสีม่วง ให้บริการตรวจสภารถ ตรวจเช็คน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ตรวจระบบการทำงานของแอร์รถยนต์ บริการเครื่องดื่ม ชา กาแฟ น้ำเย็น นวดผ่อนคลายความเครียด มีให้บริการสอบถามเส้นทาง ฝึกอาชีพระยะสั้นฟรี  โดยก่อนถึงศูนย์บริการจะมีป้ายบอกระยะทางก่อนถึงที่ตั้งศูนย์ 1 กิโลเมตร หรือ 500 เมตร” ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าว .-009

‘บ้านสมเด็จโพลล์’เผยปชช.65.7% จะออกไปร่วมกิจกรรมประเพณีสงกรานต์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723349

‘บ้านสมเด็จโพลล์’เผยปชช.65.7% จะออกไปร่วมกิจกรรมประเพณีสงกรานต์

‘บ้านสมเด็จโพลล์’เผยปชช.65.7% จะออกไปร่วมกิจกรรมประเพณีสงกรานต์

วันจันทร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2566, 10.26 น.

‘บ้านสมเด็จโพลล์’เผยปชช.65.7% จะออกไปร่วมกิจกรรมประเพณีสงกรานต์

10 เมษายน 2566 ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้ดำเนินโครงการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับเทศกาลสงกรานต์ของคนกรุงเทพมหานคร โดยเก็บจากกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 1,208 กลุ่มตัวอย่าง เก็บข้อมูลในวันที่ 29 มีนาคม-1 เมษายน 2566 กลุ่มตัวอย่างในการสำรวจครั้งนี้ใช้เกณฑ์ตารางสำเร็จรูปของ Taro Yamane กำหนดว่า ประชากรเกิน 100,000 คนต้องการความเชื่อมั่น 95% และความผิดพลาดไม่เกิน 3% ต้องใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,111 กลุ่มตัวอย่าง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ กล่าวว่า ผลการสำรวจในครั้งนี้เรื่องเทศกาลสงกรานต์ คำว่า “สงกรานต์” มาจากภาษาสันสฤต หมายถึงวันและเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษในเดือนเมษายน วันสงกรานต์เป็นการฉลองการขึ้นปีใหม่ในช่วงกลางเดือนเมษายนเป็นวัฒนธรรมร่วมกันของหลายประเทศในเอเชีย สำหรับคนไทยวันสงกรานต์เป็นวัฒนธรรมประจำชาติที่สามารถต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะหลังจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้เบาบางลง เทศกาลสงกรานต์ก็กลับมามีชีวิตชีวาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวมีวันสำคัญอย่างวันผู้สูงอายุแห่งชาติที่ตรงกับวันที่ 13 เมษายน และวันครอบครัวที่ตรงกับวันที่ วันที่ 14 เมษายน ช่วงเทศกาลวันสงกรานต์เป็นวันหยุดยาว คนในกรุงเทพมหานครก็จะมีการเดินทางออกไปท่องเที่ยวหรือกลับบ้านในต่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก ซึ่งผลการสำรวจในครั้งนี้ต่อเทศกาลสงกรานต์ของคนกรุงเทพมหานคร มีข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ให้ความสำคัญในเทศกาลสงกรานต์ ร้อยละ 75.9 ทราบว่าวันที่ 13 เมษายนของทุกปีเป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ร้อยละ 67.6 ทราบว่าวันที่ 14 เมษายนของทุกปีเป็นวันครอบครัว ร้อยละ 72.7 และคิดว่าการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ไม่มีผลต่อการรวมตัวกันของผู้คนในเทศกาลสงกรานต์ ร้อยละ 63.3

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ คิดว่าจะออกไปร่วมกิจกรรมประเพณีสงกรานต์ ร้อยละ 65.7 และคิดว่าจะออกไปร่วมกิจกรรมสงกรานต์ อันดับที่หนึ่งคือ การทำบุญตักบาตร ร้อยละ 47.6 อันดับที่สองคือ การรดน้ำผู้ใหญ่ ร้อยละ 42.1 อันดับที่สามคือ การสรงน้ำพระ ร้อยละ 33.7 อันดับที่สี่คือ การเล่นน้ำ ร้อยละ 23.8 และอันดับที่ห้าคือ การนำทรายเข้าวัด ร้อยละ 15.9

คิดว่าอยากอยู่ด้วยกับใครในช่วงเทศกาลสงกรานต์ อันดับที่หนึ่งคือ คนในครอบครัว ร้อยละ 59.2 อันดับที่สองคือ เพื่อน ร้อยละ 17.1 และอันดับที่สามคือ คนรัก/แฟน ร้อยละ 16.4

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะเดินทางออกไปท่องเที่ยวหรือกลับบ้านในต่างจังหวัด ร้อยละ 63.3 และจะเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ด้วยวิธีใด อันดับที่หนึ่งคือ รถยนต์ส่วนตัว ร้อยละ 51.7 อันดับที่สองคือ รถโดยสารสาธารณะ ร้อยละ 22.7 อันดับที่สามคือ เครื่องบิน ร้อยละ 11.7 อันดับที่สี่คือ รถไฟ ร้อยละ 7.6 และอันดับที่ห้าคือ รถไฟฟ้า ร้อยละ 6.3

ศิลปินเชียงรายรวมตัวจัดกิจกรรมวาดรูปแสดงสัญลักษณ์ะนำรูปออกประมูลนำเงินช่วยอาสาดับไฟป่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723128

ศิลปินเชียงรายรวมตัวจัดกิจกรรมวาดรูปแสดงสัญลักษณ์ะนำรูปออกประมูลนำเงินช่วยอาสาดับไฟป่า

ศิลปินเชียงรายรวมตัวจัดกิจกรรมวาดรูปแสดงสัญลักษณ์ะนำรูปออกประมูลนำเงินช่วยอาสาดับไฟป่า

วันเสาร์ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2566, 18.07 น.

ศิลปินเชียงราย รวมตัวจัดกิจกรรม “Save Chiang Rai, 2023 I love this town but PM 2.5 Is killing me!” จากหมอกควันพิษปกคลุม วาดรูปแสดงสัญลักษณ์ และนำรูปออกประมูลนำเงินช่วยอาสาดับไฟป่า 

วันที่ 8 เมษายน 2566 ที่สมาคมขัวศิลปะ ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย นายสุวิทย์ ใจป้อม นายกสมาคมขัวศิลปะ พร้อมคณะกรรมการ และศิลปินเชียงราย ร่วมสร้างสรรค์ Wall Art ขนาด 2.50 x 13 เมตร เล่าเรื่อง ปัญหามลภาวะหมอกควัน PM 2.5 ที่เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงราย ภายใต้โครงการ  “Save Chiang Rai, 2023 I  love this town but PM 2.5 Is killing me!”  เพื่อเป็นการสื่อทุกคนให้ตระหนักถึงพิษของมลภาวะทางอากาศกับปัญหาหมอกควัน PM 2.5 ผ่านงานด้านศิลปะและศิลปิน โดยโครงการดังกล่าวเป็นการ สานต่อจากโครงการ Art for Air ที่ศิลปินภาคเหนือได้สะท้อนงานศิลปะในหลายมุมมองเกี่ยวกับปัญหาหมอกควันที่กระทบกับประชาชนในพื้นที่ อันส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสังคม

ในช่วงการแสดงออกของศิลปินเชียงราย ยังได้มีการบรรเลงจากปี่น้ำเต้า จากอาจารย์ฉลอง พินิจสุวรรณและ อาจารย์เชิด สันดุษิต อ่านบทกวี หมอกควันไฟห่ม

ทั้งนี้ ภาพวาด ขนาด 2.50 x 13 เมตร เป็นการเล่าเรื่องราวความโหดร้ายของปัญหาหมอกควัน PM 2.5 บนกำแพงศิลปะโดยศิลปินเชียงราย “Butterfly Effect” (บัตเตอร์ฟลาย เอ๊ฟเฟ๊ก ทฤษฏีผีเสื้อขยับปีก) ความมืดครึ้มมัวหมองของอากาศ เป็นภาพสะท้อน “การกระทำของคนไม่กี่คน ที่ส่งผลกระทบร้ายแรงให้กับผู้คนจำนวนมาก” จากปัญหาหมอกควัน PM 2.5 ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ก่อให้เกิดปัญหาทั้งสุขภาพ และการใช้ชีวิตของพี่น้องประชาชนทั่วทุกพื้นที่ในจังหวัดเชียงราย 

นอกจากนี้ ยังจัดกิจกรรมประมูลภาพวาดศิลปะจากศิลปินเชียงราย เพื่อเป็นกองทุนตั้งต้นในการนำมาจัดกิจกรรมรณรงค์ สร้างการรับรู้  โดยจัดให้มีการนำผลงานของศิลปินทั่วประเทศส่งมาเพื่อประมูลในเพจขัวศิลปะ เพื่อนำรายการร่วมโครงการฯ และเพื่อแก้ไขปัญหามลภาวะทางอากาศในปีต่อไป และยังนำเงินที่ได้ส่วนหนึ่งมอบให้อาสาดับไฟป่า และยังมีกิจกรรมรับบริจาคสิ่งของที่จำเป็น เพื่อนำไปสนับสนุนเจ้าหน้าที่ จิตอาสา ในการดับไฟป่า ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายในขณะนี้