เซ็นทรัล รีเทล สร้างโอกาสการศึกษา ให้เด็กไทยได้ทำตามความฝันได้สำเร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703597

เซ็นทรัล รีเทล สร้างโอกาสการศึกษา  ให้เด็กไทยได้ทำตามความฝันได้สำเร็จ

เซ็นทรัล รีเทล สร้างโอกาสการศึกษา ให้เด็กไทยได้ทำตามความฝันได้สำเร็จ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นางสาวปิยวรรณ ลีละสมภพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากการเปิดตัวกลยุทธ์การตลาดแนวใหม่ที่เรียกว่า Equality Marketing ได้นำมาสู่การสานต่อแคมเปญเพื่อสังคมภายใต้โครงการ “Gift to Gifted เด็กเก่ง แจ้งเกิด” ที่มุ่งสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา และสร้างโอกาสให้เด็กไทยที่มีความสามารถได้เดินตามฝันและทำเป้าหมายนั้นให้กลายเป็นจริง ตามแนวคิดการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน Green & Sustainable Retail โดยนำเสนอเรื่องราวในรูปแบบไวรัลคลิป เล่าถึงความฝันของเด็ก 4 คน ที่มีพรสวรรค์และเป็นตัวแทนของเด็กไทยทั้งประเทศที่มีความสามารถ ได้แก่

ด.ญ.ศิรินันท์ ตันติเวส (น้องลิ้งค์) อายุ 13 ปี นักไวโอลินตัวน้อย พร้อมความฝันในการเป็นนักไวโอลินที่มีชื่อเสียง ด.ช.ธนาธรณ์ นุกิจ (น้องแมนยู) อายุ 11 ปี จิตรกรวัยจิ๋ว มีความฝันในการได้โชว์ภาพวาดฝีมือของตนเองในงานนิทรรศการศิลปะ ด.ช.นิธิยุทธ วงศ์พุทธ (น้องไมกี้) อายุ 14 ปี สุดยอดนักประดิษฐ์ จากผลงาน“เก้าอี้ช่วยยืน” เพื่อผู้สูงอายุ ที่คว้ารางวัลเหรียญทองจากประเทศจีน และมีความฝันในการสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้คนมากมายผ่านงานประดิษฐ์ของตนเอง และด.ช.จิราพันธ์ กำเนิดมงคล (น้องวีวี่) อายุ 10 ปี บาริสต้าชาวม้งตัวน้อย มีความรักและใฝ่ฝันที่จะสร้างสรรค์กาแฟรสละมุนที่ชงจากฝีมือของตนเองให้กับทุกคนได้ลิ้มลอง

“เพราะความฝันของเด็กๆ ล้วนมีความหมาย และยังมีเด็กไทยเก่งๆ อีกมากมายที่มีศักยภาพและสามารถเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศได้ในอนาคต เซ็นทรัล รีเทล จึงพร้อมที่จะเป็นสื่อกลางและเป็นอีกหนึ่งพลังในการสนับสนุนทุก
เป้าหมายของเยาวชนไทย เพื่อสานต่อความฝันเหล่านี้ให้เป็นจริง โดยได้จับมือกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ. ช่วยเหลือนักเรียนด้อยโอกาสไปแล้วกว่า 3 ล้านคน ใน 3 ปี ด้วยการเชิญชวนให้คนไทยร่วมกันสมทบทุน มอบโอกาสให้กับเยาวชนไทยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้สามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียม” นางสาวปิยวรรณ กล่าว

ผู้สนใจสามารถรับชมไวรัลคลิป “Gift to Gifted เด็กเก่ง แจ้งเกิด” ได้ที่ Facebook Central Retail และร่วมสมทบทุนให้กับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้ ผ่านการสแกน QR Code ได้ตั้งแต่วันนี้-28 กุมภาพันธ์ 2566 (ทุกการบริจาคผ่านการสแกน QR จะได้สิทธิลดหย่อนเข้าระบบของทางสรรพากรอัตโนมัติ)

สวดมนต์บท ‘โพชฌังคปริตร’ และลงนามถวายพระพร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703596

สวดมนต์บท ‘โพชฌังคปริตร’ และลงนามถวายพระพร

สวดมนต์บท ‘โพชฌังคปริตร’ และลงนามถวายพระพร

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2 นำคณะ รอง ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2 ผู้อำนวยการกลุ่ม และบุคลากร สพป.พิษณุโลก เขต 2 ร่วมสวดมนต์บท “โพชฌังคปริตร” และลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงหายจากพระอาการประชวร และมีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์โดยเร็ววัน วันที่ 20 ธันวาคม 2565 ณ บริเวณหน้าเสาธง สพป.พิษณุโลก เขต 2  

ผู้บริหารหลากหลายธุรกิจชั้นนำแนะ 5 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ต้องมี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703598

ผู้บริหารหลากหลายธุรกิจชั้นนำแนะ  5 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ต้องมี

ผู้บริหารหลากหลายธุรกิจชั้นนำแนะ 5 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ต้องมี

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปริญญาโทออนไลน์ โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ SkillLane ได้ถอดรหัสทักษะสำหรับคนทำงานยุคใหม่จากซีรี่ส์สัมภาษณ์ผู้บริหารของหลากหลายบริษัทชั้นนำ ที่ร่วมกับ 8 บรรทัดครึ่งเพจของ กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร ผู้บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จํากัด (มหาชน) เพื่อให้คนทำงานนำไปปรับใช้ เตรียมความพร้อมรับมือโลกการทำงานในปี 2023 และอนาคตต่อจากนั้น จากมุมมองของผู้นำองค์กรธุรกิจชั้นนำที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่แตกต่างกันออกไป เพื่อช่วยให้ก้าวเข้าสู่โลกการทำงานในอนาคตได้อย่างมั่นใจ และมีโอกาสเติบโตได้มากยิ่งขึ้น คนทำงานยุคดิจิทัลต้องมี 5 ทักษะ ดังต่อไปนี้

ทักษะแรกได้แก่ Ability to Learn-Ability to Unlearn (ฮาวทูเลิร์น และฮาวทูทิ้ง) คือการเปิดกว้างในเรื่องการเรียนรู้ และการไม่ยึดติดกับความรู้ก่อนหน้า ตลอดจนรีเฟรชความรู้ที่มีอยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้คือทักษะจำเป็นเพื่อให้เราก้าวไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอนาคต

ทักษะ Digital & Data Literacy (ทักษะเชิงข้อมูล) ความสามารถในการอ่านและวิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่ โดยพนักงานยุคใหม่ต้องรู้ว่าจะประยุกต์ใช้เทคโนโลยีได้อย่างไร เพื่อมาใช้ในการตัดสินใจในสิ่งสำคัญ รวมไปถึงการคัดสรรข้อมูลข่าวสารที่มีอยู่ท่วมท้นให้เป็น ตลอดจนการแบ่งปันและการสื่อสารข้อมูลให้เป็นประโยชน์เพื่อช่วยให้การทำงานรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น

ทักษะ Communication (ทักษะการสื่อสาร) ความสามารถในการสื่อสาร ครอบคลุมตั้งแต่การพูดจูงใจ การรับฟังความต้องการของผู้อื่น การเรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ เป็นต้น หากมีทักษะในการสื่อสารที่ดีจะช่วยให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการ ทำงานได้อย่างราบรื่นรวดเร็ว ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานสูงเช่นกัน

ทักษะ T-Shaped Skill (รู้รอบ และรู้ลึก) ทักษะการเรียนรู้ที่กว้างขวาง หลากหลายไม่จำเจ ผสานกับทักษะการเรียนรู้เชิงลึก กล่าวคือพนักงานต้องมีทักษะความชำนาญที่ไม่ใช่เพียงแค่ในตำแหน่งหน้าที่ของตัวเองเท่านั้น แต่ยังต้องรู้กว้างขวางในอีกหลากหลายด้านนำไปสู่การต่อยอดการทำงานและการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนได้เป็นอย่างดี

ทักษะสุดท้ายได้แก่ Problem-solving skill (ทักษะการแก้ปัญหา) เครื่องมือที่จะช่วยให้สามารถทำความเข้าใจปัญหา คิดวิเคราะห์ และนำไปสู่แนวทางแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้อย่างเหมาะสม เป็นทักษะที่เราจำเป็นต้องใช้ในแทบทุกสถานการณ์

รายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงย้อนชมและย้อนอ่านบทสรุปการสัมภาษณ์ของซีอีโอได้ทางเพจ TUXSA และ 8 บรรทัดครึ่ง

ม.ศรีปทุมเตรียมความพร้อมนักศึกษา ก่อนเข้าทำงานกับองค์กร บริษัทต่างๆ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703595

ม.ศรีปทุมเตรียมความพร้อมนักศึกษา  ก่อนเข้าทำงานกับองค์กร บริษัทต่างๆ

ม.ศรีปทุมเตรียมความพร้อมนักศึกษา ก่อนเข้าทำงานกับองค์กร บริษัทต่างๆ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศูนย์สหกิจศึกษาและพัฒนาอาชีพ มหาวิทยาลัยศรีปทุม โดย อาจารย์สำรวย เหลือล้น ผู้อำนวยการศูนย์ฯ ได้จัดกิจกรรมการปฐมนิเทศสหกิจศึกษา รุ่นที่ 41 ผ่านรูปแบบออนไลน์ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับนักศึกษาสหกิจศึกษา ก่อนไปปฏิบัติงานกับบริษัทชั้นนำ โดย ผศ.ดร.วิรัช เลิศไพฑูรย์พันธ์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวให้โอวาทและคำแนะนำต่างๆ แก่นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการสหกิจศึกษาในครั้งนี้

จากนั้นได้มีการบรรยายพิเศษ หัวข้อ “สุขไม่สุก เตรียมความพร้อมเพื่อการทำงานอย่างมีความสุข” โดยวิทยากร คุณวรวุฒิ
ชุณหพงษ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เวอร์นิตี้ จำกัด มาถ่ายทอดความรู้และแนะนำการปฏิบัติตัวในการปฏิบัติงานสหกิจศึกษาอย่างมีความสุข พร้อมทั้งชี้แนะแนวทางการสร้างประสบการณ์ทำงาน วิธีคิดในการทำงานเชิงบวกและสร้างสรรค์ ซึ่งมีนักศึกษาให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการสหกิจศึกษาในปีนี้กว่า 1,792 คน เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา

วันเด็กแห่งชาติ ปี 66 GISTDA ชวนน้องๆ ท่องอวกาศที่ Space Inspirium

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703667

วันเด็กแห่งชาติ ปี 66 GISTDA ชวนน้องๆ ท่องอวกาศที่ Space Inspirium

วันเด็กแห่งชาติ ปี 66 GISTDA ชวนน้องๆ ท่องอวกาศที่ Space Inspirium

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566, 21.42 น.

GISTDA ชวนน้องๆ ท่องอวกาศในงานวันเด็กแห่งชาติ 2566 ที่ Space Inspirium จ.ชลบุรี

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ อว. ขอเชิญชวนเยาวชนไทยท่องอวกาศกับกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2566 ในวันเสาร์ที่ 14 มกราคม 2566 ณ GISTDA Space Inspirium อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เข้าชมฟรีตลอดงาน!!! 

วันที่ 11 ม.ค.2566 นางสาวปราณปริยา วงค์ษา ผู้อำนวยการสำนักเครือข่ายองค์ความรู้ของ GISTDA เปิดเผยว่า  วันเด็กปีนี้ GISTDA ได้จัดกิจกรรมและแคมเปญเพื่อต้อนรับน้องๆ และบรรดาผู้ปกครองที่จะมาร่วมงานอย่างเต็มที่ โดย highlight สำคัญที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง นั่นคือ การเปิดโซนนิทรรศการใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่า GRAVITY ที่จะทำให้ทุกคนได้เสมือนลอยอยู่ในอวกาศที่เวิ้งว้างและไม่มีที่สิ้นสุด แต่มีความสวยงามที่น่าค้นหา ซึ่งถือเป็นเสน่ห์ของอวกาศ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจ อาทิ การแต่งชุดธีมอวกาศถ่ายรูปและเช็คอิน กิจกรรม Walk rally กับการเก็บฐานกิจกรรมภายในงานให้ครบ 5 ฐาน และกิจกรรมเวทีอวกาศที่ชวนตะลึงไปกับ “โชว์วิทย์ สุดว้าวว”  รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ เพื่อร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัลตลอดงาน 

นางสาวปราณปริยา กล่าวอีกว่า ขอเชิญชวนน้องๆ ที่สนใจเรื่องของอวกาศได้มาเที่ยวชมและร่วมสนุกกับกิจกรรมที่จะช่วยเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศที่ทาง GISTDA จัดเตรียมไว้ให้เพื่อต้อนรับวันเด็กแห่งชาติปีนี้ หากท่านใดยังไม่เคยมาหรือมาไม่ถูก ท่านสามารถเปิด google map และพิมพ์ว่า space inspirium รับรองท่านจะถึงที่หมายอย่างถูกต้อง โดยงานจะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 14 มกราคม 2566 ตั้งแต่เวลา 09:00 – 15:00 น. @Space Inspirium อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี และขอย้ำว่างานนี้เข้าชมฟรีตลอดงาน
 

‘รมช.มท.-ประชาชนทุกหมู่เหล่า’ รวมใจถวายพระพร’เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703576

'รมช.มท.-ประชาชนทุกหมู่เหล่า' รวมใจถวายพระพร'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา'

‘รมช.มท.-ประชาชนทุกหมู่เหล่า’ รวมใจถวายพระพร’เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566, 17.00 น.

วันที่ 11 มกราคม 2566 ที่ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย คณะบุคคลและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน มูลนิธิ ผู้นำท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษา นักเรียน นิสิต นักศึกษา พระสงฆ์ และประชาชนทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด พร้อมใจนำแจกันดอกไม้ พวงมาลัยและสิ่งของต่าง ๆมาทูลเกล้าถวายหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และลงนามถวายพระพรขอให้ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงหายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน อาทิ  สำนักงาน กศน. จังหวัดเลย, ครอบครัวเข็มทิศ จ.บุรีรัมย์, ดร.พัชรา เบญจรัตนาภรณ์ ผู้อำนวยการโครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย พร้อมคณะ, อัยการจังหวัด รุ่น 38, ชมรมผู้สูงอายุ มศว., ครู และนักเรียนชั้น ปวช.1 สาขาการตลาด วิทยาลัยอาชีวศึกษาเอี่ยมละออ ที่มาร่วมเป็นจิตอาสาอำนวยความสะดวกกับผู้ที่มาลงนามถวายพระพร,

หม่อมหลวงอุบลวลี อร่ามเลิศรัตน์พร้อมสมาชิกราชสกุล ชยางกูร, พล.อ.ต.คมกริช นันทวิสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจสอบภายใน ทหารอากาศ, พ.ต.อ.สามารถ ตู้จินดา สมาคมศรัทธาธรรมาภิบาล,  นางสันทนี ดิษยบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด, นางสาวมานิดา ภู่เจริญ, 

ดร.ช่วงระวี กรรณสูต รองประธานคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ สถานีตำรวจนครบาลบวรมงคล, คณาจารย์ นักศึกษา หลักสูตรบริหารธุรกิจ สาขาวิทยการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช, คณะจิตอาสาคุณธรรม สวพ.FM 91, พระสงฆ์และกรรมการวัดศรีเกษตราราม จ.กาญจนบุรี, โรงเรียนกำแพงเพชรพิทยาคม จ.กำแพงเพชร,  ผู้บริหาร ครู นักเรียน โรงเรียนบ้านสวนหลวง จ.สุมทสาคร, โรงเรียนบ้านโนนไทย จ.นครราชสีมา, นักศึกษาหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารกองบัญชาการกองทัพไทย รุ่นที่ 14, สถาบันวิชาการจิตวิทยาความมั่นคง และสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ, ตะกูลพ่วงชูศักดิ์ เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ, ผู้บริหาร ครู อาจารย์และนักเรียนโรงเรียนส่องแสงวิทยา จ.สงขลา เป็นต้น 

ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง เปิดให้ลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ตั้งแต่ เวลา 08.00-16.00 น.ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ณ ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และจะเปิดให้ลงนามถวายพระพรถึงวันที่ 31 ม.ค.2566 นี้ โดยประชาชนสามารถลงนามถวายพระพรผ่านทางระบบออนไลน์ได้ที่ เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ 

 เวลา 15.35 น. ที่ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย นายนริศ ขำนุรักษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ทูลเกล้าถวายแจกันดอกไม้หน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และลงนามถวายพระพรขอให้ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงหายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน

วช. ร่วม สอศ. บ่มเพาะเยาวชนสายอาชีวะศึกษา เพิ่มศักยภาพในการพัฒนา-สร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703564

วช. ร่วม สอศ. บ่มเพาะเยาวชนสายอาชีวะศึกษา เพิ่มศักยภาพในการพัฒนา-สร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม

วช. ร่วม สอศ. บ่มเพาะเยาวชนสายอาชีวะศึกษา เพิ่มศักยภาพในการพัฒนา-สร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566, 16.10 น.

วช. ร่วมกับ สอศ. บ่มเพาะเยาวชนสายอาชีวะศึกษา เพิ่มศักยภาพในการพัฒนาและสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมที่จังหวัดอุบลราชธานี

    สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)จัดกิจกรรม“การบ่มเพาะเพื่อเพิ่มศักยภาพการพัฒนาสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมสายอาชีวศึกษา : Smart Invention & Innovation ประจำปี 2566 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงานพร้อมปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “พัฒนาคน พัฒนาอาชีวะ : เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน” โดยมีคณะผู้ทรงคุณวุฒิวช. และคณะผู้บริหาร สอศ. ให้เกียรติเข้าร่วมงาน เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2566 โดยกิจกรรมจัดระหว่างวันที่ 10 – 12 มกราคม 2566 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของนักเรียน นักศึกษาสายอาชีวศึกษาให้เกิดแรงจูงใจในการคิดค้นผลงานประดิษฐ์และนวัตกรรมเพื่อใช้ในประเทศ ณ โรงแรมลายทอง จังหวัดอุบลราชธานี

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาคนและสังคมไทยให้เป็นรากฐานที่เข้มแข็งของประเทศในการเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้สู่การร่วมกันสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคมด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาการอาชีวศึกษา พ.ศ.2560 – 2579 และแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560 – 2579 ในการมุ่งเน้นการผลิตและพัฒนากำลังคนด้วย การวิจัย และนวัตกรรมเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ พร้อมทั้งการพัฒนาศักยภาพกำลังคนให้มีสมรรถนะสอดคล้องกับความต้องการในการพัฒนาประเทศ  โดย วช. และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้ร่วมวางกลไกและจัดทำกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนและบุคลากรของสถาบันการศึกษาได้พัฒนาศักยภาพบุคลากร ให้มีทักษะและคุณลักษณะที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีของโลก สามารถสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สร้างผลผลิตและมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้ การจะผลิตนักประดิษฐ์สายเทคนิคหรืออาชีวะ ให้เป็นนักประดิษฐ์ที่มีคุณภาพด้วยการบ่มเพาะให้ความรู้และเทคนิคแนวการคิดใช้ระยะเวลา 3 วัน โดยให้นักเรียน นักศึกษานำเอกสารเชิงแนวคิด หรือ Concept Paper มาให้ผู้ทรงคุณวุฒิและคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ช่วยให้ข้อเสนอแนะและคำแนะนำ เพื่อนำไปปรับปรุงและเป็นแนวทางในการสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ การจัดกิจกรรมจะจัดในทุกภูมิภาคโดยจัดที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือคือ จังหวัดอุบลราชธานีเป็นที่แรก ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ภาคกลางและภาคตะวันออก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ ภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตามลำดับต่อไป
  
ทั้งนี้รูปแบบในการจัดกิจกรรมบ่มเพาะในการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับหลักการเขียนข้อเสนอโครงการสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม ใน หัวเรื่อง การเปลี่ยนขยะให้เป็นสินค้าด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม ความรู้เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อพัฒนาผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม Creative Thinking for Creative Innovation เทคนิคการนำเสนอผลงาน พร้อมกันนี้ได้มีกิจกรรมแบ่งกลุ่มการฝึกปฏิบัติตามกลุ่มเรื่อง ซึ่งได้กำหนดกลุ่มเรื่องผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม ดังนี้ 1. ด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร 2. ด้านสาธารณสุข สุขภาพ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ 3. ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ อุปกรณ์อัจฉริยะ 4. ด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และ BCG Economy Model และ 5. ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรอบรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในการพัฒนาผลงานนวัตกรรมในเวทีระดับชาติและระดับนานาชาติ ซึ่งท่านได้มาให้ความรู้ ความเข้าใจ การสร้างแรงบันดาลใจกับทีมนักศึกษาสายอาชีวศึกษา เพื่อพัฒนาผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม ที่จะเป็นกลไกหนึ่งในการพัฒนากำลังคนด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม การขับเคลื่อน การพัฒนาและสร้างนวัตกรรมในอนาคตต่อไป

มัดรวมให้แล้ว!!! เช็คโปรแกรม 3 เหล่าทัพจัดเต็มรูปแบบงานวันเด็กปี 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703553

มัดรวมให้แล้ว!!! เช็คโปรแกรม 3 เหล่าทัพจัดเต็มรูปแบบงานวันเด็กปี 2566

มัดรวมให้แล้ว!!! เช็คโปรแกรม 3 เหล่าทัพจัดเต็มรูปแบบงานวันเด็กปี 2566

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566, 16.06 น.

รวมมิตรโปรแกรมวันเด็ก“กองทัพ”ไฮไลท์ รร.การบินกำแพงแสน -พล.ม.2 สนามเป้า-ท่าเรือจุกเสม็ด ทอ.จัด “แอร์โชว์”เต็มรูปแบบ ทอ. ขนรถเกราะ Stryker โชว์ครั้งแรก ทร.ยังเปิดให้ชม รล.จักรีนฤเบศร์ แต่ปิดดาดฟ้าช่วงซ่อมทำ

11 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า งานวันเด็กประจำปี 2566 เหล่าทัพกลับมากิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติ ในพื้นที่เปิดอย่างเต็มรูปแบบ  โดยในส่วนของกองทัพอากาศย้ายการแสดงการบินไปต่างจังหวัดเพื่อลดผลกระทบต่อเที่ยวบินพาณิชย์ที่ดอนเมือง แต่ได้อำนวยความสะดวกให้เยาวชนที่สนใจเดินทางไปที่ โรงเรียนการบินกำแพงแสน  จ.นครปฐม โดยการจัดรถขนส่งไว้  โดยมีโปรแกรมโชว์เต็มรูปแบบ เพื่อให้เด็กๆ ได้เห็นขีดความสามารถของเครื่องบินรบไทยอย่างครบเครื่อง ส่วนกองทัพเรือ ยังคงจัดกิจกรรมเปิดเรือรบให้เข้าชม ที่บริเวณท่าเรือจุกเสม็ด อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี สำหรับเรือหลวงจักรีนฤเบศร์ เปิดให้เข้าชมได้เฉพาะในพื้นที่ด้านล่าง โรงเก็บอากาศยาน แต่ปิดพื้นที่“ไฮไลท์”คือบริเวณดาดฟ้าของเรือไม่ให้เข้าชมเนื่องจากอยู่ในช่วงซ่อมทำ พร้อมทั้งให้ชมเรือหลวงสิมิลันเช่นทุกปี  ส่วนกองทัพบก เปิดพื้นที่ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ สนามเป้า  นำ รถถัง รถเกราะ เฮริลคอปเตอร์ หลากหลายแบบ ตั้งแสดงโชว์เหมือนเช่นทุกปี  พร้อมกิจกรรมหลากหลาย

กองทัพอากาศ

-แสดงการบิน (AIR SHOW) ณ โรงเรียนการบิน อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ในวันเสาร์ที่ 14 มกราคม 2566 ระหว่างเวลา     07.00 – 15.00 น.  โดยเครื่องบินแบบต่าง ๆ ได้แก่ การบินผ่านสนามบิน การบินผ่านปล่อยควันสี การบินต่อสู้ในอากาศและการโจมตีทางอากาศ การบินค้นหาและช่วยชีวิต การแสดงบินหมู่ และการบินแสดงสมรรถนะอากาศยาน เป็นต้น

-การตั้งแสดงยุทโธปกรณ์ และการตั้งแสดงอากาศยาน จำนวน 12 แบบ ได้แก่ T-50, F-16 A/B, AU-23A, Gripen, F-5 E/F, Alpha Jet, CT/4E, PC-9, DA-42, T-6C, AT-6 และ H-135 เป็นต้น

-กิจกรรมบนเวที ได้แก่ การแสดงดนตรีของวงดุริยางค์ทหารอากาศและแขกรับเชิญ การเดินแบบโดยนักเรียนนายเรืออากาศและนักเรียนพยาบาลทหารอากาศ การแสดงของนักเรียนโรงเรียนประถมฐานบินกำแพงแสน การเล่นเกมส์แจกของรางวัล เป็นต้น

-กิจกรรมอื่น ๆ ได้แก่ การออกบูธนิทรรศการของหน่วยงานต่าง ๆ  การแสดงเครื่องบินเล็กบังคับวิทยุ การแสดงของสุนัขทหาร และการสาธิตการโดดร่มพาราเซล เป็นต้น

กองทัพอากาศ ได้จัดรถโดยสารปรับอากาศ จากกรมขนส่งทหารอากาศ จำนวน 15 คัน อำนวยความสะดวก รับ-ส่งผู้ร่วมงานจาก โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช ไปยัง โรงเรียนการบิน อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โดยมีรายละเอียดดังนี้ ลงทะเบียนสำรองที่นั่ง ในวันที่13 ม.ค.2566 ระหว่างเวลา09.00 – 12.00 น. ได้ที่ https://forms.gle/ffweF35y5z8hfLy78

(จำกัดจำนวน 600 ที่นั่งเท่านั้น) โดยผู้ที่ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ให้ตรวจสอบรายชื่อ พร้อมแสดงตนเพื่อรับบัตร ณ จุดจอดรถ (หน้าอาคารรณนภากาศ โรงเรียนนายเรือากาศนวมินทกษัตริยาธิราช) เพื่อยืนยันตัวตน ในวันเสาร์ที่ 14 มกราคม 2566 ระหว่างเวลา 06.00 – 08.00 น. (รถเที่ยวแรกออกเดินทาง 07.00 น.) สำหรับเที่ยวกลับ จะเริ่มตั้งแต่เวลา 13.00 และเที่ยวสุดท้ายเวลา 15.00 น. 

ผู้ที่มีความประสงค์จะเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ สามารถขึ้นรถได้ที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน(ประตูงามวงศ์วาน 3), ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต, สถานีขนส่งสายใต้, โลตัส ปิ่นเกล้า และลงรถที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน  (กองทัพอากาศจัดรถบริการรับ-ส่ง ไปยังพื้นที่จัดงาน)

สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว สามารถจอดรถได้ 2 จุด ดังนี้ – จุดจอดรถ โรงเรียนการบิน รองรับได้ประมาณ 3,000 คัน – จุดจอดรถ สนามกีฬา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน รองรับได้ประมาณ 1,500 คัน (กองทัพอากาศจัดรถบริการรับ-ส่ง ไปยังพื้นที่จัดงาน)นอกจากนี้ ยังสามารถรับชมการถ่ายทอดสดการแสดงการบิน (AIR SHOW) ได้ที่ http://www.rtaf.live และเฟซบุ๊ก “กองทัพอากาศไทย Royal Thai Air Force” ระหว่างเวลา 08.00 – 12.00 น.  ทั้งนี้ ขอความร่วมมือไม่บินโดรนเหนือบริเวณพื้นที่จัดงาน รวมถึงไม่นำลูกโป่ง อาวุธและสิ่งของมีคม วัตถุไวไฟ และสัตว์เลี้ยง เข้ามายังบริเวณงาน สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม ติดตามได้ที่ไลน์แอด @RTAF-Children

ส่วนที่ดอนเมืองยังสามารถร่วมกิจกรรมอื่นๆ ได้ที่ พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ และสนามบินเล็กกองทัพอากาศ (ทุ่งสีกัน) สำหรับในพื้นที่ต่างจังหวัด ก็สามารถร่วมกิจกรรมที่กองบินต่าง ๆ ทั่วประเทศ และกองกำลังทางอากาศเฉพาะกิจที่ 9 (ปัตตานี) ได้เช่นกัน

กองทัพเรือ 

-ท่าเรือน้ำลึกจุกเสม็ด การท่าเรือ ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี ฐานทัพเรือสัตหีบรับผิดชอบการจัดกิจกรรม
เช่น การสาธิตการปฏิบัติการทางทหารระหว่างอากาศนาวีกับเรือปฏิบัติการพิเศษ (เรือ พ.) เรือยาง และ ชุดปฏิบัติการพิเศษ การแสดงขีดความสามารถของเรือปฏิบัติการพิเศษ (เรือ พ.)  การเยี่ยมชมเรือหลวงบริเวณท่าเทียบเรือจุกเสม็ด โดยปีนี้คาดว่าเรือหลวงจักรีนฤเบศร์จะเปิดให้เยี่ยมชมด้านล่าง เนื่องจากมีการซ่อมทำดาดฟ้าเรือ จึงปิดเข้าการเข้าชม ส่วนเรือหลวงสิมิลัน ยังเปิดเหมือนเดิม , การแสดงท่าอาวุธประกอบดนตรี (Fancy Dril)  การจัดแสดงรถลาดตระเวนหุ้มเกราะ BTR และรถสะเทินน้ำสะเทินบก AAV พร้อมอาวุธประจำการ ,การจัดแสดงอาวุธต่อสู้อากาศยานแบบต่าง ๆ พร้อมระบบควบคุมการยิง

-กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ สนามบินอู่ตะเภา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง โดยมี กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ เป็นหน่วยรับผิดชอบการจัดกิจกรรมฯ   มีการแสดง Static Display อากาศยานของกองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ,การแสดงอาวุธต่อสู้อากาศยานแบบต่าง ๆ ระบบควบคุมการยิง และสาธิตการปฏิบัติงานด้วยระบบอัตโนมัติ ของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง, การแสดงรถลาดตระเวนสะเทินน้ำสะเทินบก V-150 พร้อมอาวุธปืนประจำรถ ,การแสดงรถสะเทินน้ำสะเทินบก AAV พร้อมอาวุธปืนประจำรถ ปืนกล M2 ขนาด 50 นิ้ว ,การแสดงการปฏิบัติการร่วมทางทหารต่าง ๆ ของ เครื่องบินและเฮลิปคอบเตอร์และหนาวยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ ,กองเรือยุทธการ,การแสดงกระโดดร่ม/ร่มร่อน,การแสดงการบินผาดแผลงของเครื่องเอ็กซ์ตร้า

-พื้นที่ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลกองทัพเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมี หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง เป็นหน่วยรับผิดชอบจัดกิจกรรมฯ  จัดการแสดงตนตรีจากวงดุริยางค์  หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งการแสดงบนเวที และมอบของขวัญ/ของรางวัล ให้กับเด็ก ๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรม,การเยี่ยมชมและให้อาหารเต่าทะเล กองทัพเรือ

-ทัพเรือภาคที่ 1 จัดกิจกรรมฯ ที่ฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด มีการเล่นเกม การแสดงต่าง ๆ ของเด็ก ,แจกของขวัญของรางวัลสำหรับเด็ก}การเยี่ยมซมเรือหลวง และอากาศยาน บริเวณท่าเทียบเรือ ฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด

-ทัพเรือภาคที่ 2 จัดกิจกรรม 3 พื้นที่ได้แก่  ท่าเทียบเรือ ฐานทัพเรือสงขลา และสนามบินทหารเรือสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา สถานีเรือสมุย ฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ 2  อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เช่น การเลี้ยงอาหาร เละเครื่องดื่มสำหรับเด็ก การแสดงตนตรี การสาธิตการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล การสาธิตการบินของ เครื่องบินขับไล่ Gippen ของกองทัพอากาศ,การสาธิตการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล

-ทัพเรือภาคที่ 3 จัดกิจกรรมฯ บริเวณท่าเทียบเรือน้ำลึกภูเก็ต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต และฐานทัพเรือพังงา  อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา มีการแสดงดนตรี และการแสดงบนเวที การเยี่ยมขมเรือ และเฮลิคอปเตอร์ ,การจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ของ กองพ้นต่อสู้อากาศยานที่ 22 กรมต่อสู้อากาศยานที่ 2 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง,การสาธิตการชวยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลของศูนย์รักษาความปลอดภัยทางทะเล กองทัพเรือ ฝั่งอันดามัน

โรงเรียนนายเรือ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีชื่องานว่า “เทิดไท้องค์ราชัน ตามรอยศาสตร์พระราชา แหล่งเรียนรู้เหล่านาวี รวมใจสร้างสรรค์สิ่งดี ร่วมเป็นกองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ”   เปิดสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระอนุสาวรีย์พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ชมนิทรรศการครบรอบ 100 ปี วันสิ้นพระชนม์กรมหลวงชุมพร องค์บิดาทหารเรือไทย เรียนรู้ศาสตร์พระราชากับ โคกหนองนาโมเดล ,เรียนรู้กับนิทรรศการเรือดำน้ำไทย ,เยี่ยมชมเรือหลวงท่าดินแดง เฮลิคอปเตอร์ รถ AAV. รถยานเกราะล้อยาง BTR. นวัตกรรมรถห้อเกราะจากฝีมือคนไทย

กองทัพบก

-พื้นที่ส่วนกลางมีการจัดที่ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (สนามเป้า) กทม.โดยมีการตั้งแสดง ยุทโธปกรณ์ของ ทบ. เช่น รถถัง รถเกราะ แบบต่างๆ เฮริลคอปเตอร์ ปืนใหญ่ การแสดงบนเวที แจกของรางวัล การแสดงของสุนัขทหาร ออกบูทเล่นเกมส์ชิงรางวัลมากมายก

-ในส่วนภูมิภาค  กองทัพภาคที่ 2 จัดที่ (ค่ายสุรนารี), กองทัพภาคที่ 3 (ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช), กองทัพภาคที่ 4  (ค่ายวชิราวุธ)

-สำหรับการจัดกิจกรรมเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ผู้บัญชาการทหารบกระบุให้หน่วยดำเนินการในรูปแบบที่เหมาะสม ทันสมัย ให้เด็กมีส่วนร่วมในกิจกรรมอย่างมีความสุข โดยแต่ละกิจกรรมเน้นการพัฒนาทักษะความรู้ให้เยาวชนได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นพร้อมสอดแทรกเนื้อหาความรู้ด้านประวัติศาสตร์ที่เข้าใจง่าย รวมถึงคุณธรรมจริยธรรมและหน้าที่พลเมือง นอกจากนี้ให้หน่วยทหารดูแลเด็กและเยาวชนในชุมชนรอบหน่วยทหารให้ได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมและได้รับของขวัญวันเด็กอย่างทั่วถึงด้วย

สำนักพระราชวังแจ้งเปิดลงนามถวายพระพร’เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’ถึงวันที่ 31 ม.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703519

สำนักพระราชวังแจ้งเปิดลงนามถวายพระพร'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา'ถึงวันที่ 31 ม.ค.นี้

สำนักพระราชวังแจ้งเปิดลงนามถวายพระพร’เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’ถึงวันที่ 31 ม.ค.นี้

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566, 13.56 น.

สำนักพระราชวังแจ้งจะเปิดให้ลงนามถวายพระพร “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา” ถึงวันที่ 31 ม.ค.นี้ แต่สามารถลงนามถวายพระพรผ่านระบบออนไลน์ได้

11 ม.ค.66 สำนักพระราชวังแจ้งจะเปิดให้ลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ ชั้น 1 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2566 แต่ยังคงสามารถลงนามถวายพระพรผ่านระบบช่องทางออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ https://wellwishes.royaloffice.th ได้ทุกวัน

‘อว.’กวาดงบปีงบประมาณ 2567 กว่า 1.46 แสนล้าน พร้อมขับเคลื่อนประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703472

‘อว.’กวาดงบปีงบประมาณ 2567 กว่า 1.46 แสนล้าน พร้อมขับเคลื่อนประเทศ

‘อว.’กวาดงบปีงบประมาณ 2567 กว่า 1.46 แสนล้าน พร้อมขับเคลื่อนประเทศ

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566, 08.53 น.

ครม. อนุมัติงบด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ปี 67 รวมกว่า 1.46 แสนล้านบาท พร้อมตอบโจทย์ประเทศทั้งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจบีซีจี เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และการพัฒนากำลังคน

11 มกราคม 2566 ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชติ (สอวช.) เปิดเผยว่า ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณากรอบวงเงินงบประมาณด้านการอุดมศึกษาในความรับผิดชอบของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กรอบวงเงินงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ของประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 และระบบการจัดสรรและบริหารงบประมาณแบบบูรณาการที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ ตามที่สภานโยบายฯ เสนอ

ทั้งนี้ ครม. ได้อนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณด้านการอุดมศึกษา จำนวน 114,970,403,419 บาท และกรอบวงเงินงบประมาณด้าน ววน. จำนวน 31,100,000,000 บาท เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 146,070,403,419 บาทมุ่งเป้าจัดสรรงบประมาณเพื่อตอบโจทย์สำคัญและเร่งด่วนของประเทศ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจบีซีจี ทั้งด้านการแพทย์และสุขภาพ ด้านเกษตรและอาหาร เศรษฐกิจฐานรากเพื่อขจัดความยากจน และลดความเหลื่อมล้ำ อุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต เศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อสร้างคุณค่าและมูลค่าให้กับทุนทางวัฒนธรรม การผลิตและพัฒนากำลังคนเพื่อรองรับการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล

ในส่วนของแผนงานสำคัญภายใต้กรอบวงเงินด้าน อววน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ในด้านการอุดมศึกษา มุ่งเน้นการผลิตบัณฑิตและพัฒนากำลังคนที่รองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต (life-long learning) ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงาน และตอบโจทย์อุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อการพัฒนาประเทศ ประกอบด้วย 1) การผลิตบัณฑิตในระบบอุดมศึกษา ในระดับอนุปริญญา ปริญญาตรี และบัณฑิตศึกษา โดยมีเป้าหมายการพัฒนากำลังคนเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมาย จำนวน 415,525 คน 2) การผลิตกำลังแรงงานในหลักสูตรระยะสั้น (non-degree Program) ที่เปิดโอกาสประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปที่มีคุณวุฒิระดับมัธยมศึกษาหรืออุดมศึกษาสามารถพัฒนาความรู้ในทักษะเดิม (reskill) การยกระดับทักษะเดิม (upskill) และการเพิ่มพูนทักษะใหม่ (new skill) จำนวนไม่น้อยกว่า 25,000 คน และ 3) การพัฒนากำลังคนตลอดช่วงชีวิต ที่เปิดโอกาสให้ประชากรอายุ 25 ปีขึ้นไป สามารถรับการศึกษาทั้งในระบบ degree program และ non-degree program

นอกจากนี้ ยังมีโครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย (reinventing university) เพื่อผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงที่มีทักษะรองรับอุตสาหกรรมและบริการใหม่แห่งอนาคตที่อยู่บนพื้นฐานของเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมให้แก่ผู้ประกอบการ เพื่อพัฒนาวิสาหกิจชุมชนและระบบเศรษฐกิจฐานราก ตลอดจนการพัฒนาความเป็นเลิศของสถาบันอุดมศึกษาตามอัตลักษณ์และความเชี่ยวชาญ ดำเนินการตามกลไกการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยใน 5 แพลตฟอร์ม ได้แก่ การพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน การพัฒนาแสวงหาบุคลากร ความเป็นนานาชาติ การบริหารงานวิจัยและนวัตกรรม และการสร้างแพลตฟอร์มความร่วมมือ

ในด้าน ววน. ประกอบด้วย 4 ส่วนสำคัญ ได้แก่ 1) การพัฒนาเศรษฐกิจไทยด้วยเศรษฐกิจสร้างคุณค่าและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ให้มีความสามารถในการแข่งขัน และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ได้แก่ การพัฒนาและผลิตผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง (advanced therapy medicinal products: ATMPs) การพัฒนาและยกระดับการท่องเที่ยวโดยใช้แนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เน้นคุณค่า สร้างความยั่งยืน และเพิ่มรายได้ของประเทศ พัฒนาและส่งเสริมให้ประเทศเพิ่มธุรกิจฐานนวัตกรรม (innovation-driven enterprises: IDEs) การเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกชั้นนำของโลกด้าน functional ingredients, functional food และ novel food การเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของอาเซียน เป็นต้น

2) การยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อมให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน เช่น การเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก เพื่อการพึ่งพาตนเองและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ประเทศไทยสามารถยกระดับการเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ การพัฒนาผู้สูงอายุในชนบทและเมืองให้มีศักยภาพในการพึ่งพาตนเอง มีคุณค่าและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สังคม เป็นต้น

3) การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรมระดับขั้นแนวหน้าที่ก้าวหน้าล้ำยุค เพื่อสร้างโอกาสใหม่และความพร้อมของประเทศในอนาคต ได้แก่ การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีระบบโลกและอวกาศ (earth space technology) โดยสามารถสร้างดาวเทียมที่วิจัยและพัฒนาโดยคนไทยและส่งไปโคจรรอบดวงจันทร์ เป็นต้น

4) การพัฒนากำลังคน สถาบันอุดมศึกษา และสถาบันวิจัยให้เป็นฐานการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศแบบก้าวกระโดดและอย่างยั่งยืน ได้แก่ ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของกำลังคนระดับสูง (hub of talent) และศูนย์กลางการเรียนรู้ (hub of knowledge) ของอาเซียน เป็นต้น

ทั้งนี้ กรอบงบประมาณด้าน อววน. ที่เสนอ ครม. ในครั้งนี้ ได้ผ่านการเห็นชอบจากการประชุมสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2565 เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา