ทหารกองทัพไทยร่วมพิธีอุปสมบทหมู่ถวายสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/702002

ทหารกองทัพไทยร่วมพิธีอุปสมบทหมู่ถวายสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

ทหารกองทัพไทยร่วมพิธีอุปสมบทหมู่ถวายสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

วันอังคาร ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.58 น.

วันที่ 3 ม.ค.65 ที่วัดช่องลม ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้จัดให้มีพิธีบรรพชาอุปสมบทหมู่พระสงฆ์ 10 รูป เพื่อเป็นการถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากอาการพระประชวร โดยมีนางพรทิพา สุพัฒนุกูล ผอ.สถานีโทรทัศน์ฟ้าให้ทีวี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ขณะที่ พ.อ.เนตรรัตนะ จุลเนตร ผบ.กองพันระวังป้องกันกองบัญชาการกองทัพไทย นำทหารจำนวน 9 นาย และพลเรือน จำนวน 1 คน ช่วงเช้าที่ผ่านมาได้มีพิธีปลงผมนาค พิธีเจริญพุทธมนต์ ก่อนจะบรรพชาอุปสมบทหมู่พร้อมกันทั้ง 10 รูป

ทั้งนี้ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนในพื้นที่ ได้ร่วมกันทำบุญและประกอบศาสนกิจ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ถวายพระพรให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวร และทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงในเร็ววัน และเป็นการแสดงอานิสงส์จากการรวมความศรัทธาและความจงรักภักดีถวายพระพรแด่พระองค์ท่านในโอกาสนี้ด้วย นอกจากนี้ ผอ.ฟ้ายังถวายปัจจัยเพื่อร่วมทำบุญ จำนวน 2 แสนบาท อีกด้วย 

พลทหารชัยณรงค์ พงษ์สัจจา สังกัดกองพันระวังป้องกัน สำนักกองบัญชาการ กองทัพไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่อุปสมบท กล่าวว่า ถือเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้ร่วมพิธีอุปสมบทในครั้งนี้ ขอให้การอุปสมบทในคร้งนี้ส่งผลให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงหายจากอาการพระประชวรโดยเร็วและกลับมาเป็นที่รักของปวงชนชาวไทย

นางพรทิพา กล่าวว่า สำหรับพิธีอุปสมบทหมู่ในครั้งนี้เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้พระองค์ทรงหายประชวรโดยเร็ว กลับมามีพระพลานามัยที่แข็งแรง ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของวัดช่องลมรวมถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆทั่วประเทศช่วยดลบันดาลให้พระองค์ทรงหายประชวรกลับมาเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดไป

หยุดยาวปีใหม่ ปชช.พร้อมใจลงนามถวายพระพร ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701849

หยุดยาวปีใหม่ ปชช.พร้อมใจลงนามถวายพระพร 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา'

หยุดยาวปีใหม่ ปชช.พร้อมใจลงนามถวายพระพร ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’

วันจันทร์ ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2566, 16.03 น.

ประชาชนใช้โอกาสวันหยุดเทศกาลปีใหม่ พาครอบครัวเข้าลงนามถวายพระพร “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา” ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร

2  ม.ค.2566 ที่ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มีคณะบุคคลและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน มูลนิธิ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และประชาชนทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ซึ่งส่วนใหญ่มาเป็นครอบครัวนำแจกันดอกไม้พวงมาลัยและสิ่งของต่าง ๆมาทูลเกล้าถวายหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และลงนามถวายพระพรขอให้ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงหายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน  อาทิ คณะผู้บริหารและครูโรงเรียนสารสาสน์วิเทศ หนองแขม กรุงเทพฯ, หัวหน้าสาขาการตลาด วิทยาลัยเทคโนโลยีพงษ์สวัสดิ์ จ.นนทบุรี, ครอบครัวลอยมั่นคงและ ครอบครัวธนสมิทธิเวสน์ จ.ชลบุรี, ครอบครัว การธนศาษฐ์  ย่านวัชรพล เขตบางเขน กรุงเทพฯ, คณะกรรมการ และอนุกรรมการ มูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชนก, กลุ่มต้นกล้า เทิดทูน สถาบัน, ดร.ชาตรี ทองสาริ ที่ปรึกษา คณะกรรมาธิการ ศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริต ประพฤติมิชอบและเสริมสร้างธรรมาภิบาล  วุฒิสภา  พร้อมคุณแม่ฉวี ทองสาริ อายุ 90 ปี แม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 2541 และครอบครัว, น.ส.มานิดา ภู่เจริญ เขตห้วยขวาง กทม., นางสาวพุทธชาติ พงศ์สุชาติ(ตุ๊ยตุ่ย) ดารานักแสดง, และคณะ อสม. อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เป็นต้น 

โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จิตอาสาพระราชทาน นำอาหารพระราชทานมื้อกลางวัน และอาหารว่างมื้อบ่ายพร้อมน้ำดื่มมามอบให้กับประชาชนที่มาลงนามถวายพระพร และมารับบริการภายในโรงพยาบาลจุฬาฯ เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค.เป็นต้นไปสำหรับเมนูวันนี้ “ข้าวหน้าเป็ด”  ซึ่งประชาชนมารับที่ชั้น 1 หน้าอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง เปิดให้ลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่ เวลา 08.00-16.00 น.ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ 

-009

ขอเชิญชวนร่วมลงนามถวายพระพร ‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี’ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 8 ม.ค.66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701820

ขอเชิญชวนร่วมลงนามถวายพระพร 'เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี' เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 8 ม.ค.66

ขอเชิญชวนร่วมลงนามถวายพระพร ‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี’ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 8 ม.ค.66

วันจันทร์ ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.21 น.

ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพร “เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ   8 ม.ค. 2566 ผ่านระบบออนไลน์

วันที่ 2 มกราคม 2566 สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ วันที่  8 มกราคม 2566 ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ www.royaloffice.th ระหว่างวันที่ 7 – 9 มกราคม 2566

วัดพระธรรมกายจัดสวดมนต์ข้ามปี บินโดรน 250 ตัว’สอนธรรมะกลางอากาศ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701766

วัดพระธรรมกายจัดสวดมนต์ข้ามปี บินโดรน 250 ตัว'สอนธรรมะกลางอากาศ'

วัดพระธรรมกายจัดสวดมนต์ข้ามปี บินโดรน 250 ตัว’สอนธรรมะกลางอากาศ’

วันอาทิตย์ ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2566, 19.00 น.

วัดพระธรรมกายจัดสวดมนต์ข้ามปี บินโดรน 250 ตัว “สอนธรรมะกลางอากาศ” ส่งท้ายปีเก่า – ตักบาตรพระ 3,000 กว่ารูป ต้อนรับปีใหม่

วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2565 พระครูสมุห์สนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย กล่าวว่า วัดพระธรรมกายจัดกิจกรรมงานบุญส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ระหว่างวันที่ 31 ธ.ค. 65 – 1 ม.ค. 66 โดยมีพิธีสวดมนต์ข้ามปี ในคืนวันที่ 31 ธ.ค. 65  ตั้งแต่เวลา 21.30 น. เป็นต้นไป เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้สร้างบุญเป็นสิริมงคลรับศักราชใหม่ 2565 โดยมีกิจกรรมไฮไลท์ คือ “แปรอักษรสอนธรรมะกลางอากาศ” โดยใช้โดรนจำนวน 250 ตัว บินแปรอักษรเป็นรูปสอนสมาธิประกอบคำบรรยาย ณ พระมหาธรรมกายเจดีย์ ซึ่งถือว่าเป็นมิติใหม่แห่งวงการพระพุทธศาสนา ในการสอนธรรมะ

“การใช้โดรนแปรอักษรสอนธรรมะทางอากาศ เป็นการปรับกิจกรรมให้เข้ากับยุคสมัย ในปีนี้มีการแปรอักษรเป็นภาพการสอนสมาธิ ประกอบคำบรรยาย และบทเพลงธรรมะ ตามที่พระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) เมตตามอบเป็นมรดกธรรมว่า “หยุด เป็นตัวสำเร็จ” หมายถึง การนำใจมาหยุดอยู่ภายในกลางตัวของเรา ณ ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ส่วน “สัมมา อะระหัง” คือคำบริกรรมภาวนา ที่ต้องนึกควบคู่กับบริกรรมนิมิต เมื่อใจหยุดอย่างถูกส่วนที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ก็จะเข้าถึงดวงธรรมภายใน และพระธรรมกายภายใน โดยตลอดเส้นทางการทำสมาธิต้องปฏิบัติอย่างมีสติ และมีความสบายควบคู่กัน” พระครูสมุห์สนิทวงศ์ กล่าว 

อนึ่ง การสวดมนต์ข้ามปี อนุโลมเข้ากับหลัก “ละชั่ว ทำดี ทำใจให้ผ่องใส” ด้วยขณะสวด ผู้สวดไม่เบียดเบียนตนเอง และผู้อื่น ด้วยกาย วาจา ใจ ขณะสวดเป็นการทบทวนคำสอน และสรรเสริญคุณพระพุทธเจ้า ถือเป็นการทำดี ด้วยกาย วาจา ใจ และจิตที่เกาะเกี่ยวแน่วแน่อยู่ในบทสวด เป็นการเจริญสติ สมาธิภาวนา ลดละกิเลสในใจ บังเกิดจิตที่ผ่องใสแก่ตนเอง

อีกทั้ง ในเช้าวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2566 เวลา 06.20 น. วัดพระธรรมกายจัดตักบาตรพระ 3,000 กว่ารูป ต้อนรับศักราชใหม่ ณ ลานธรรมพระมหาธรรมกายเจดีย์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็วพลัน และเป็นสิริมงคลแก่ประเทศชาติและประชาชนชาวไทย โดยได้รับความเมตตาจากพระภาวนาธรรมวิเทศ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เป็นประธานสงฆ์ พร้อมด้วยคณะสงฆ์ในโครงการอุปสมบทบูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์ พ.ศ. 2565 ร่วมรับบาตร โดยมีพุทธศาสนิกชนร่วมพิธีจำนวนมาก ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

‘เพื่อไทย’ลงนามถวายพระพร’ในหลวง-พระราชินี’ เนื่องในโอกาสวันปีใหม่ 66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701765

'เพื่อไทย'ลงนามถวายพระพร'ในหลวง-พระราชินี' เนื่องในโอกาสวันปีใหม่ 66

‘เพื่อไทย’ลงนามถวายพระพร’ในหลวง-พระราชินี’ เนื่องในโอกาสวันปีใหม่ 66

วันอาทิตย์ ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2566, 18.49 น.

‘เพื่อไทย’ ลงนามถวายพระพร ‘พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี’ เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2566

1 ม.ค.2565 พรรคเพื่อไทย นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรค และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรค นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รองหัวหน้าพรรค นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ รองหัวหน้าพรรค ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ รองเลขาธิการพรรค น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม.และโฆษกพรรค นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานการเมืองพื้นที่กทม. นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม. นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ส.ส.กทม. นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ส.ก. กทม. และประธานสภา กทม. และ วิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก. กทม. ถวายแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์และลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2566 ในพระบรมมหาราชวัง

-009

‘สมเด็จพระสังฆราช’ประทานพระคติธรรม เนื่องในอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701672

'สมเด็จพระสังฆราช'ประทานพระคติธรรม เนื่องในอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่

‘สมเด็จพระสังฆราช’ประทานพระคติธรรม เนื่องในอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่

วันเสาร์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 16.09 น.

เนื่องในอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๖ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม ความว่า

“บัดนี้ บรรลุอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๖ เมื่อถึงวาระเถลิงศก เราทั้งหลายคงได้เห็นการแสดงน้ำใจไมตรีต่อกันอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การส่งบัตรอวยพร การขอขมาลาโทษ การกล่าวถ้อยคำอวยชัยให้พรแก่กัน การมอบของขวัญ เป็นต้น ล้วนเป็นกิริยาวาจาอันดีงาม สมควรแก่การอนุโมทนายินดี เพราะเป็นวิถีปฏิบัติซึ่งส่องสะท้อนความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์ผู้เจริญ ในอันที่จะผดุงสันติสุขให้ดำรงอยู่ได้ในวงสังคมที่ตนอยู่ ซึ่งย่อมเป็นปัจจัยเสริมสร้างสันติสุขในระดับประเทศชาติ และในระดับโลก โดยอาศัยอานุภาพแห่งเมตตาธรรมเป็นเครื่องค้ำจุน

ตามธรรมดาของสังคมซึ่งมีความแตกต่างหลากหลายทางความคิด ความเชื่อ ตามทิฐิมานะของแต่ละปัจเจกบุคคล อาจเกิดความโกลาหล มีการกระทบกระทั่งกันบ้าง จนถึงขั้นเบียดเบียนประทุษร้ายกันเป็นปรกติ ซึ่งล้วนเป็นสภาวะที่ไม่มีใครชอบ ไม่มีใครปรารถนา แต่ก็น่าแปลกที่คนเรา แม้รู้ทั้งรู้ว่าการคิด การพูด และการกระทำดี จักนำมาซึ่งผลดีทั้งแก่ตนและแก่ผู้อื่น กลับยังไม่สมัครใจเร่งขวนขวายในอันที่จะกระทำความดีให้งดงามไพบูลย์ยิ่งขึ้น โดยอาจเริ่มต้นด้วยการรักตัวตนของตนเองให้น้อยลง รักความชอบธรรมให้มากขึ้น ยิ่งถ้าพิเคราะห์ดูก็จะเห็นได้ชัดว่าการปฏิบัติตามศีลธรรมอันดีงามตามหลักศาสนา และตามหลักกฎหมายทางราชอาณาจักรนั้น ย่อมเป็นเหตุที่ให้คนดีรู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจโดยประการต่าง ๆ เหตุฉะนี้ คนที่รักใคร่ใน “ธรรม” จึงมักเป็นผู้ร่มเย็นเองและนำความเจริญมาสู่ผู้อื่นอยู่เป็นนิตย์

ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และคุณความดีที่ทุกท่านร่วมกันบำเพ็ญ เป็นปัจจัยนำพาสันติสุขมาสู่ประเทศชาติและประชาชน ดลความโสมนัสพระราชหฤทัย ให้บังเกิดมีในสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้าทั้งสองพระองค์ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เพื่อจักได้ทรงเพียบเพ็ญด้วยพระบารมี ทวีคูณพระราชธรรมจริยาคุ้มครองอาณาราษฎรตลอดกาล และขอปวงประชาชาติไทยจงภิญโญสโมสร ด้วยความสมัครสมานสามัคคี ประสบความสวัสดีเกษมศานต์ ตลอดพุทธศักราช ๒๕๖๖ นี้ โดยทั่วหน้ากัน เทอญ. “

‘วัดธาตุทอง’เชิญพุทธศาสนิกชนสวดมนต์ข้ามปี เสริมสิริมงคลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับศักราชใหม่ 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701667

'วัดธาตุทอง'เชิญพุทธศาสนิกชนสวดมนต์ข้ามปี เสริมสิริมงคลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับศักราชใหม่ 2566

‘วัดธาตุทอง’เชิญพุทธศาสนิกชนสวดมนต์ข้ามปี เสริมสิริมงคลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับศักราชใหม่ 2566

วันเสาร์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.01 น.

เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2565 วัดธาตุทอง พระอารามหลวง โดยพระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง กำหนดให้มีกิจกรรมทางพุทธศาสนาจัดสวดมนต์ข้ามปี เพื่อเสริมสิริมงคลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2566 กำหนดจัดขึ้นในเวลา 22.30 น.เป็นต้นไป และในเช้าวันที่ 1 มกราคม 2566 วัดธาตุทอง ได้จัดกิจกรรมทำบุญ ตักบาตร สวดมนต์ ฟังพระธรรมเทศนา เจริญจิตตภาวนา เพื่อรับความเป็นสิริมงคลในวารดิถีขึ้นปีใหม่ โดยกิจกรรมทั้งหมด จัดที่บริเวณพระอุโบสถ วัดธาตุทอง ถ.สุขุมวิท เขตวัฒนา (สถานีรถไฟฟ้าเอกมัย) จึงเจริญพรมาเชิญญาติโยมทุกท่านร่วมกิจกรรม ลด ละ เลิก อบายมุข เพื่อความเป็นสิริมงคลรับปีใหม่

รัฐบาลชวน‘สวดมนต์ข้ามปี’31 ธ.ค.65-1 ม.ค.66 ส่งส.ค.ส.แบบe-card

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701608

รัฐบาลชวน‘สวดมนต์ข้ามปี’31 ธ.ค.65-1 ม.ค.66 ส่งส.ค.ส.แบบe-card

รัฐบาลชวน‘สวดมนต์ข้ามปี’31 ธ.ค.65-1 ม.ค.66 ส่งส.ค.ส.แบบe-card

วันเสาร์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 08.27 น.

รัฐบาลชวน ‘สวดมนต์ข้ามปี’ 31 ธ.ค.65 – 1 ม.ค.66 ทั้งส่วนกลาง ภูมิภาค และออนไลน์ และส่งส.ค.ส.แบบe-card

31 ธันวาคม 2565 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ขอชวนประชาชนร่วมกิจกรรม “สวดมนต์ข้ามปี เสริมสิริมงคลทั่วไทย ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับศักราชใหม่ 2566” ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2566 ซึ่งมีกิจกรรมทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และออนไลน์ ดังนี้

ส่วนกลางกรุงเทพมหานคร จัดที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เขตพระนคร และวัดอรุณราชวราราม เขตบางกอกใหญ่ โดยกำหนดให้วัดพระเชตุพนฯ เป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดสัญญาณภาพกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีเชื่อมโยงการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีในส่วนภูมิภาคของประเทศไทยและต่างประเทศ ผ่านทางสถานีวิทยุโทรทัศน์และช่องทางอื่นๆ สำหรับส่วนภูมิภาค สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด(สวจ.) ทั้ง 76 จังหวัด จัดตั้งศูนย์อำนวยการกลางการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีของจังหวัด และอำนวยความสะดวกหน่วยงานต่างๆ ที่จัดกิจกรรม

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ http://www.prayer2566.com เพื่อเพิ่มโอกาสให้เด็ก เยาวชน และประชาชนได้มีโอกาสสวดมนต์ได้ในทุกสถานที่ ทุกช่วงเวลาตามอัธยาศัย และยังสามารถเขียนคำอวยพรในการ์ดอวยพรปีใหม่ (ส.ค.ส) แบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Card) แล้วส่งต่อให้ผู้อื่นผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ได้อีกด้วย

ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ในโอกาสที่วันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2566 กำลังจะมาถึงนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในนามรัฐบาลขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนชาวไทยร่วมกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2566 ณ สถานที่จัดกิจกรรมที่กำหนด หรือผ่านทางระบบออนไลน์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง ครอบครัว และประเทศชาติ  ตามวิถีนิวนอร์มอล ด้วยการใส่หน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง เพื่อความปลอดภัยจากโรคโควิด-19

นายอนุชาฯ กล่าวถึงกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี เสริมสิริมงคลทั่วไทย ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับศักราชใหม่ 2566 ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2565 – 1 มกราคม 2566 กระทรวงวัฒนธรรมจัดขึ้น เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ รวมทั้งประเทศชาติ และสร้างแรงจูงใจให้ประชาชน ลด ละ เลิก อบายมุข ในเทศกาลปีใหม่ ส่งเสริมให้ประชาชนได้สวดมนต์ข้ามปีได้ทุกที่ ผ่านระบบโซเชียลมีเดีย ในช่วงเวลาส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ และในพื้นที่ต่าง ๆ ได้แก่

1. ส่วนกลาง ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เขตพระนคร และวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร โดยกำหนดให้วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามเป็นวัดศูนย์กลางในการถ่ายทอดสัญญาณภาพกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี เชื่อมโยงการจัดกิจกรรม สวดมนต์ข้ามปีในส่วนภูมิภาคของประเทศไทยและต่างประเทศ ผ่านทางสถานีวิทยุ โทรทัศน์ และช่องทางอื่น ๆ

2. ส่วนภูมิภาค โดยมีสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ทั้ง 76 จังหวัด ดำเนินการร่วมกับวัด ศาสนสถาน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ จัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีให้สอดคล้องกับบริบทแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับเทศกาล ประเพณี พิธีทางศาสนาและพิธีการต่าง ๆ ของรัฐบาล และจังหวัด

3. ในต่างประเทศ กระทรวงวัฒนธรรมโดยกรมการศาสนาได้ขอความร่วมมือให้วัดไทยและวัดต่าง ๆ ทั่วโลก ได้มีส่วนร่วมจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีฯ โดยประสานความร่วมมือไปยังหน่วยงานภาคีเครือข่าย

“สิ่งหนึ่งที่คนส่วนใหญ่นิยมทำกันในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ คือ การสวดมนต์ข้ามปี ที่ถือเป็นประเพณีของชาวไทยปฏิบัติมาแต่โบราณ และได้รับความนิยมจากพุทธศาสนิกชนในยุคปัจจุบันอีกครั้ง เพราะถือกันว่าเป็นการเสริมดวง เสริมโชคชะตา สร้างบุญกุศลให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งเรืองตลอดทั้งปี เป็นการเอาฤกษ์เอาชัย เริ่มต้นการเข้าสู่ชีวิตใหม่ รวมถึงเป็นการรักษาวัฒนธรรมประเพณีที่ดีของชาวพุทธ ที่ได้ช่วยรักษาพระธรรมคำสอน และนอกเหนือจากกิจกรรมเคานต์ดาวน์ช่วงปีใหม่แล้ว การสวดมนต์ข้ามปี ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดี ๆ รับปีพุทธศักราชใหม่เช่นกัน จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนชาวไทย ชวนครอบครัวหรือคนที่รัก มาร่วมก่อบุญสร้างกุศล ร่วมสวดมนต์ข้ามปี รับสิริมงคลเข้ามาในชีวิต และเริ่มต้นปีด้วยจิตใจที่เป็นสุข” นายอนุชาฯ กล่าว

นายอนุชาฯ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลสงฆ์ มีข้อแนะนำให้พุทธศาสนิกชนชาวไทยร่วมสวดมนต์ข้ามปี ตามวิถีนิวนอร์มอล เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2566 ด้วยการใส่หน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง เพื่อความปลอดภัยจากโรคโควิด-19 พร้อมแนะนำว่า การปฏิบัติตนสวดมนต์ข้ามปีควรเตรียมร่างกายให้พร้อม เนื่องด้วยเป็นกิจกรรมที่ต้องนั่งเป็นเวลานาน ควรสลับท่านั่งระหว่างการนั่งพับเพียบกับการนั่งขัดสมาธิ เพื่อช่วยลดการกดน้ำหนักและคลายกล้ามเนื้อ ก่อนการสวดมนต์ควรรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย เน้นผักและผลไม้ เพื่อให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น และหลังจากการสวดมนต์ควรผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เพื่อให้ร่างกายได้ปรับสภาพ สำหรับผู้สูงอายุ แนะนำให้นั่งเก้าอี้แทนการนั่งกับพื้น เพื่อลดอาการปวดเข่า และที่สำคัญไม่อาจละเลยได้ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่พบว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นในสถานที่ที่มีคนหมู่มากมารวมตัวกันเพื่อสวดมนต์ข้ามปี หรือประกอบกิจกรรมรื่นเริงต่าง ๆ ขอให้มีการเว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อย ๆ ยังคงสวมหน้ากากอนามัย และขอความร่วมมือให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้นก่อนออกเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ในสถานบริการสาธารณสุข หรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน  

คุรุสภาเตรียมจัดงานวันครูปี 66 ในธีม’พลังครูคือ หัวใจของการพลิกโฉมคุณภาพการศึกษา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701576

คุรุสภาเตรียมจัดงานวันครูปี 66 ในธีม'พลังครูคือ หัวใจของการพลิกโฉมคุณภาพการศึกษา'

คุรุสภาเตรียมจัดงานวันครูปี 66 ในธีม’พลังครูคือ หัวใจของการพลิกโฉมคุณภาพการศึกษา’

วันศุกร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 17.35 น.

“อมลวรรณ” เผยคุรุสภาพร้อมจัดงานวันครู ครั้งที่ 67  ภายใต้แนวคิด “ พลังครู คือ หัวใจของการพลิกโฉมคุณภาพการศึกษา” อัดแน่นกิจกรรมพัฒนาครู 3 เฟส

30 ธ.ค.65 ผศ.ดร.อมลวรรณ  วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยถึงการจัดงานวันครู ประจำปี 2566 ว่า วันที่ 16 มกราคมของทุกปี เป็น“วันครู” โดยสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้เตรียมจัดงานวันครู ครั้งที่ 67 ประจำปี 2566 ภายใต้แนวคิด “พลังครู คือ หัวใจของการพลิกโฉมคุณภาพการศึกษา” Teacher’s Power is the Heart of Transforming the Educational Quality การจัดงานจะเกิดขึ้นทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคพร้อมกันทั่วประเทศ ในรูปแบบผสมผสาน ทั้ง Onsite และ Online โดยส่วนกลางจัดงานระว่างวันที่ 16-17 ม.ค.2566 ที่หอประชุมคุรุสภาและสนามหญ้าหน้ากระทรวงศึกษาธิการ สำหรับรูปแบบ Online จัดงานผ่านทาง Platform วันครู (www.วันครู.com) รวมถึงมีการถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และ Facebook FanPage “คุรุสภา” ตั้งแต่เวลา 09.30 น. เป็นต้นไป โดยมีล่ามภาษามือด้วย

ผศ.ดร.อมลวรรณ  กล่าวต่อไปว่า การจัดงานวันครู ครั้งที่ 67 นี้ คุรุสภาได้จัดกิจกรรมวิชาการ Online บน Platform วันครู ผ่านเว็บไซต์ http://www.วันครู.com แบ่งเป็น 3 เฟส คือ เฟสแรก เป็นกิจกรรมก่อนงานวันครู ระหว่างวันที่ 6 ต.ค.2565-12 ม.ค. 2566 เผยแพร่ INFOGRAPHIC ครูต้นแบบสร้างแรงบันดาลใจ จำนวน 19 ข้อความ และมีเสวนาทางวิชาการ 6 เรื่อง เฟสที่ 2 เผยแพร่กิจกรรมงานวันครู ระหว่างวันที่ 16-17 ม.ค.2566 ทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยภายในหอประชุมคุรุสภา สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา จัดให้มีการเสวนาพิเศษ เรื่อง “พลังครูสู่การเปลี่ยนแปลง : ความหวัง และความ ท้าทาย” , การปาฐกถาพิเศษ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ครั้งที่ 6 เรื่อง “พลังครู คือ หัวใจของการพลิกโฉมคุณภาพการศึกษา โดยนายวิวัฒน์ ศัลยกำธร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้ก่อตั้งมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และ การเสวนาพิเศษ เรื่อง “พลังครูสู่การสร้างความเท่าเทียม”

สำหรับการจัดงานในส่วนภูมิภาค กำหนดให้สำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ทุกจังหวัดเป็นหน่วยจัดงานวันครู พร้อมทั้งประสานขอความร่วมมือให้สถานศึกษาทุกสังกัดในจังหวัด จัดกิจกรรมสัปดาห์วันครู ระหว่างวันที่ 11-17 ม.ค.2566 โดยให้สถานศึกษาพิจารณาการจัดกิจกรรมตามความเหมาะสมกับบริบทและสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่ และ เฟสที่ 3 เป็นกิจกรรมต่อเนื่องหลังงานวันครู โดยระหว่างวันที่ 16 ม.ค.-16 เม.ย.2566 จะมีการอบรมหลักสูตรออนไลน์เพื่อเพิ่มพูนสมรรถนะทางวิชาชีพให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา จำนวน 4 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรเทคนิคการใช้ Picture Book สร้างสุข ปลุกพลังคิด ,หลักสูตร Cyber Wellness,  หลักสูตรการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความลุ่มลึกในวิชาชีพครูสู่การพัฒนาวิชาชีพ KSP-WUNKRU Learning Program (KSP-WLP 2023) “ออกแบบการเรียนรู้อย่างไรให้ตอบโจทย์การพัฒนาวิชาชีพแนวใหม่” และ หลักสูตรเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ สำหรับครูที่มีวุฒิไม่ตรงสาขาระดับประถมศึกษา ทั้งนี้ ผู้ที่ผ่านการอบรมจะได้รับเกียรติบัตรออนไลน์ตามเกณฑ์ที่กำหนด นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการผลงานออนไลน์ ของผู้ที่ได้รับรางวัลของคุรุสภาและของหน่วยงานอื่นๆ มากกว่า 100 เรื่อง

“ ดิฉันขอเชิญชวนทุกท่านที่มีครู ร่วมระลึกถึงพระคุณครู โดยเข้าร่วมกิจกรรมงานวันครูกับคุรุสภา ร่วมทำความดี เป็นจิตอาสา และร่วมแชร์ความรู้สึกดีๆ ต่อครูใน Facebook FanPage Khurusaphaofficial” และอย่าลืมติด #วันครู2566 #พลังครูคือหัวใจของการพลิกโฉมคุณภาพการศึกษา นอกจากนี้ สามารถดาวน์โหลดสติกเกอร์ไลน์ ที่จัดทำขึ้นมาเนื่องในโอกาสการจัดงานวันครูที่ https://store.line.me/stickershop ซึ่งรายได้จากการขายสติ๊กเกอร์จะนำไปสมทบทุนมูลนิธิช่วยครูอาวุโส ในพระบรมราชูปถัมภ์ รวมถึงร่วมส่งบัตรอวยพรออนไลน์ ผู้สนใจดูรายละเอียดการจัดงานวันครูได้ที่เว็บไซต์ของคุรุสภา http://www.ksp.or.th  หรือ รับชมการถ่ายทอดสดการจัดงานวันครูในช่องทางดังกล่าวข้างต้น รวมถึงเข้าร่วมกิจกรรมทางวิชาการในรูปแบบการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การพัฒนาตนเองผ่านนิทรรศการวิชาการออนไลน์  และการอบรมผ่านหลักสูตรออนไลน์ รวมทั้งส่งบัตรคารวะครูออนไลน์ ตักบาตรออนไลน์ ได้ทาง http://www.วันครู.com “ ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าว

รายงานพิเศษ : ปลุกเด็กอาชีวะรวมพลังพัฒนาชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701410

รายงานพิเศษ : ปลุกเด็กอาชีวะรวมพลังพัฒนาชาติ

รายงานพิเศษ : ปลุกเด็กอาชีวะรวมพลังพัฒนาชาติ

วันศุกร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ ที่วิทยาลัยเทคนิคพังงา จ.พังงา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ คณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ลงพื้นที่ศึกษาและถอดบทเรียนการจัดกิจกรรมต่างๆ ในสถานศึกษาภายใต้โครงการพัฒนาเครือข่ายและหนุนเสริมศักยภาพครูและแกนนำนักศึกษาอาชีวศึกษาป้องกันปัจจัยเสี่ยง (เหล้า บุหรี่) ในสถานศึกษา

นายศรีสุวรรณ ควรขจร รองประธานกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สสส. กล่าวว่า วิทยาลัยเทคนิคพังงาถือเป็นสถานศึกษาต้นแบบ และมีผลงานดีเยี่ยม ในการพยายามให้นักศึกษา ตระหนักถึงปัญหาสุขภาพที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเหล้า บุหรี่ อันจะส่งผลให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของตนเองครอบครัว และสังคม นับเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจ ของ สสส. และความสำเร็จที่เกิดขึ้นนั้น นับเป็นสิ่งที่ประเทศต้องการ เพราะเด็ก เยาวชน วัยมัธยม ต่อเนื่อง มัธยมปลาย อาชีวะ นับเป็นช่วงสำคัญมากต่อทางชีวิตแต่ละคน เราจะหันเหไปทางไหน นี่คือช่วงสำคัญ

“ผมเชื่อว่าประเทศจะอยู่รอดได้ อยู่ที่เด็กอาชีวะ เพราะเขามีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว อนาคตเราจะมีประชากรสูงวัยเต็มบ้านเมือง เพราะฉะนั้นภารกิจของเทคนิคพังงา และอีกหลายวิทยาลัยมีความหมายสำคัญในการสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ นำพาสังคม เพื่อนๆ ต่างโรงเรียน ได้รับรู้ ตระหนักและเท่าทันกับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ซึ่งผมเชื่อมั่นว่า เด็กอาชีวะจะสามารถเป็นพลังในการสร้างชาติ ให้อยู่รอดต่อไป” นายศรีสุวรรณ ระบุ

ด้าน เรืออากาศโทสมพร ปานดำ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า สถานศึกษาต้นแบบ วิทยาลัยเทคนิคพังงา เป็นที่ภาคภูมิใจของพวกเรา อาชีวะจะต้องสร้างชาติ พัฒนาคนไปสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจให้เข้มแข็งซึ่งจะต้องมีคุณลักษณะความพร้อมทั้ง ทางกายใจ และปราศจากความเสี่ยงต่างๆ สำนักงานอาชีวะฯ มี 24 สถานศึกษาทั่วประเทศ เป็นต้นแบบ ปลอดอบายมุข

“ปีหน้าการทำงานในการลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เพื่อส่งเสริมสุขภาพ เราจะขยายผลไปในวิทยาลัยทั่วภาคใต้ เพิ่มศักยภาพ การคุ้มครองสุขภาพ สิทธิเสรีภาพในการคุ้มครองความปลอดภัยทั้งหลาย อันเกิดจากปัจจัยความเสี่ยงทั้งเหล้า สุรา บุหรี่ ยาเสพติดทั้งหลาย ไม่ให้มีในสถานศึกษา ในปี 2566 นี้ผมได้รับมอบหมายจากเลขาธิการการอาชีวศึกษา ให้ดูแลศูนย์ใหม่ นั่นคือศูนย์ความปลอดภัยอาชีวศึกษา ผมจะรับภารกิจนี้อย่างเต็มรูปแบบ และมีความเชื่อว่า ถ้าครู บุคลากรทางการศึกษาชุมชนหน้าโรงเรียน ชุมชนหน้าสถานศึกษา รวมทั้งสถานประกอบการ หรือ สถานศึกษา ต้องมีทิศทางการมองแบบ 360 องศา ในการเยียวยาช่วยเหลือ “เรืออากาศโทสมพร ระบุ

ด้าน นายนาถวัฒน์ ลิ้มสกุล วิทยาลัยเทคนิคพังงา กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้เข้ามาเป็นส่วนร่วมแก้ไขปัญหาและทำให้ภาพของเด็กอาชีวะเป็นไปในทางที่ดีขึ้น ความจริงแล้วเด็กอาชีวะเป็นเด็กที่เก่งและมีความสามารถ แต่ภาพลักษณ์ ภาพจำเก่าๆ ที่ถูกตีตรามาเลยทำให้คนส่วนใหญ่ยังมองภาพเด็กอาชีวะในทางลบอยู่ ซึ่งตนเองดีใจที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งทำให้เพื่อนๆ ของเราถูกยอมรับมากขึ้น การเข้าร่วมโครงการนี้มันทำให้เราได้พันธมิตรมากขึ้น เพราะเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่เราทำคนเดียวไม่ได้ ทำโดยสถานศึกษาเดียวไม่ได้ พอได้เจอกับเพื่อนๆ หลายสถานศึกษาทำให้ได้เห็นว่าเขามี วิธีการอย่างไร เขาดำเนินการอย่างไร แล้วเรานำมาสามารถปรับใช้ร่วมกันได้ เพื่อให้เราเกิดเป็นภาพกว้าง อิมแพค มากที่สุด

“พวกเราชาวเทคนิคพังงา เชื่อว่าการรณรงค์ เป็นเรื่องที่สำเร็จผล แต่เห็นผลได้น้อย เราเลยพยายามคิดกิจกรรมต่างๆ ให้น้องๆ ผู้เข้าร่วมได้คิด และลงมือทำด้วยตนเอง เช่น มีการทำบทบาทสมมุติขึ้นมา ว่าถ้าเขาอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงแบบนี้ เขาจะปฏิบัติตัวอย่างไร เรามีการนำเกมประยุกต์กิจกรรมให้เข้ากับคนรุ่นใหม่ เพราะไม่อยากให้เป็นอารมณ์ที่ว่า เข้ามาอบรมแล้วเป็นเชิงวิชาการอย่างเดียวแล้วน่าเบื่อ” แกนนำโครงการ ระบุ

ขณะที่ แพท พาวเวอร์แพท เปิดบทเรียนชีวิตที่ต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำเกือบครั้งหนึ่งว่า อยากจะบอกเล่าประสบการณ์การใช้ชีวิตในช่วงวัยรุ่นที่ผิดพลาด ซึ่งเป็นรุ่นราวคราวเดียวกับน้องๆ ในตอนนั้นเริ่มจากบุหรี่ เหล้า คือจุดเริ่มต้นของอะไรหลายอย่าง ตอนอายุ 14-15 ปี ก็เริ่มลองสูบบุหรี่ ตนเองนั้นเลือดอาชีวะ จบสายเทคนิค มีกลุ่มก๊วนเพื่อน ที่ชักจูงกันไปในสิ่งเหล่านี้ สูบบุหรี่กันในโรงเรียน

“เป็นปกติวัยรุ่นอยากรู้ อยากลอง แต่บางสิ่งบางอย่าง เราไม่จำเป็นต้องเข้าไปลองเอง เราเรียนรู้จากชีวิต คนอื่นได้ ถึงความผิดพลาด สิ่งที่เขาได้รับ เช่นตัวผมเอง จุดเริ่มต้นเล็กๆ จากเหล้าบุหรี่ ทำให้ลุกลามไปเรื่อยๆ มันดึงไป ทำให้ชีวิตเราตกต่ำและไปสู่สังคมที่มันแย่ ผมอยากจะบอกว่า ผมประสบกับตัวเองมาแล้ว 17 ปี ที่ไม่ได้ออกมาสู่โลกภายนอก มาจากจุดเริ่มต้นนี้” แพท ระบุ

แพทระบุด้วยว่า พอเราใช้สารเสพติดไปมากๆ แน่นอนว่า พักผ่อนไม่เพียงพอ ร่างกายทรุดโทรม งานก็ทำได้ไม่ปกติเหมือนเดิม ศักยภาพที่เคยมี ที่เคยทำได้ก็ถดถอยลงวิถีชีวิตของเรามันก็ผิดแผกไปจากคนปกติ เพื่อนที่ดีๆเจ้านายที่ดี สังคมที่ดี โดนผลักออกหมด แล้วเราก็ไปคบเพื่อนที่อยู่ในวงการอบายมุขด้วยกัน มันก็เริ่มชักนำพาสิ่งที่ไม่ดีเข้ามาเรื่อยๆ มีความคิดผิดๆ คบเพื่อนผิด แล้วไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด สุดท้ายเข้าไปอยู่ในเรือนจำ และหลายคนที่เข้าไปแล้วก็ไม่สามารถกลับมายืนได้ถึงจุดนี้ อาชีพไม่มี สถานะทางสังคมหมดสิ้น เพื่อนหาย เพราะต้องใช้ชีวิตในนั้นยาวนานมาก และยากมากที่ใครจะกลับมายืนในจุดเดิมได้