‘บิ๊กป้อม’เป็นปธ.ลงนามบันทึกความเข้าใจ พัฒนาองค์ความรู้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687246

'บิ๊กป้อม'เป็นปธ.ลงนามบันทึกความเข้าใจ พัฒนาองค์ความรู้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของชุมชน

‘บิ๊กป้อม’เป็นปธ.ลงนามบันทึกความเข้าใจ พัฒนาองค์ความรู้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของชุมชน

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 16.09 น.

วันที่ 18 ตุลาคม 2565 เวลา 14.00 น. พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานบันทึกความเข้าใจการพัฒนาองค์ความรู้ด้านบริหารพรัพยากรน้ำ เพื่อบูรณาการสร้างการเรียนรู้ของชุมชน โดยมี นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชนตามแนวพระราชดำริการพัฒนาองค์ความรู้ด้านบริหารทรัพยากรน้ำ เพื่อบูรณาการสร้างการเรียนรู้ของชุมซน และผู้บริหารจาก 3 หน่วยงาน ได้แก่ ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และ นายโชติ โสภณพนิช ประธานมูลนิธินโยบายสาธารณะไทย กล่าวถึงแผนการดำเนินงานและลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

พลเอกประวิตร กล่าวว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจ ว่าด้วยการพัฒนาองค์ความรู้ด้านบริหารทรัพยากรน้ำในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือของทั้ง 3 หน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาและมูลนิธินโยบายสาธารณะไทย ที่มุ่งมั่นในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มีความมั่นคง และเกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน นับว่าเป็นการยกระดับความเข้มแข็งของการดำเนินงานร่วมกัน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะเกิดผลสัมฤทธิ์ที่สนับสนุนแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนจากการร่วมลงมือปฏิบัติอย่างจริงจังในครั้งนี้ และในโอกาสนี้ ข้อเนันย้ำถึงเจตนารมณ์ของรัฐบาลในการให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เนื่องจากน้ำเป็นทรัพยากรพื้นฐานที่สำคัญของชาติ โดยปัจจุบันมีคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ทำหน้าที่ในการบูรณาการและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีเอกภาพอย่างไรก็ตาม จะต้องสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยจะต้องพัฒนาศักยภาพของชุมชนในการที่จะร่วมคิดร่วมวางแผน ร่วมพัฒนาและใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า เพื่อประโยชน์สูงสุดอย่างยังยืน 

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ซึ่งการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในภารกิจและแผนการขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ นับเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญที่จะสร้างคุณประโยชน์อย่างมหาศาลให้กับประเทศชาติ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารทรัพยากรน้ำ การบูรณาการสร้างการเรียนรู้ของชุมชน ในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการสร้างศักยภาพ การผลิตชลกรและถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ท้องถิ่นและสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำโดยชุมชนอย่างยั่งยืน 

ทั้งนี้ โครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ เกิดขึ้นด้วยปณิธาน 1.ต้องการจะสืบสานแนวพระราชดำริ ช่วยเกษตรกรให้มีน้ำใช้ แก้จน แก้น้ำล้น พ้นภัยแล้ง 2.ต้องการสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง พึ่งตนเองได้ วางรากฐาน “น้ำเพื่อการเกษตร” 3.ต้องการสร้างหลักสูตร “ชลกร” เพื่อให้สถานศึกษาเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ 4.ต้องการสร้าง Smart Farmer โดยนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม มายกระดับการทำการเกษตร และ 5.ต้องการที่จะยกระดับองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำสู่มาตรฐานสากล 

สำหรับวัตถุประสงค์หลักของความร่วมมือในครั้งนี้ก็เพื่อบูรณาการความร่วมมือ สนับสนุนการพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารทรัพยากรน้ำ เพื่อบูรณาการสร้างการเรียนรู้ของชุมชน แก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการสร้างศักยภาพ การผลิตชลกรและถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ท้องถิ่นและสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำโดยชุมชนอย่างยั่งยืน เป็นการยกระดับองค์ความรู้เรื่องการบริหารจัดการน้ำไปสู่ระดับสากล

ด้านนายสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ มีความพร้อมที่จะดำเนินการเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ตามที่ได้ตั้งไว้ การลงนามบันทึกความเข้าใจการพัฒนาองค์ความรู้ด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อบูรณาการสร้างการเรียนรู้ชุมชนในครั้งนี้จึงเป็นการยกระดับการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการขับเคลื่อนการพัฒนาการบริหารจัดการทรัยากรน้ำอย่างยั่งยืน เกิดผลสัมฤทธิ์ คือ ประโยชน์สุขของประชาชน

นายโชติ โสภณพนิช ประธานมูลนิธินโยบายสาธารณะไทย กล่าวว่า มูลนิธินโยบายสาธารณะไทย เล็งเห็นความสำคัญของโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชนตามแนวพระราชดำริ มาตั้งแต่แรกเริ่มเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานพระราชปณิธานในหลวงรัชกาลที่ 9 ในการช่วยเหลือเกษตรกร ให้มีน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค อันจะนำไปสู่การแก้ปัญหาความยากจนของคนในชาติได้อย่างยั่งยืน และต้องการสนับสนุนความตั้งใจของดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในการขับเคลื่อนงานโดยเน้นการสร้างองค์ความรู้ให้กับนักศึกษาเพื่อให้สามารถนำมาต่อยอดและขยายผลสู่คนรุ่นต่อไปได้ โดยยังยืนยันเจตนารมณ์ของมูลนิธิโยบายสาธารณะไทยที่จะสนับสนุนการดำเนินงานของโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังที่โครงการฯ ตั้งเป้าหมายไว้ ในการสร้างประโยชน์ด้านการบริหารจัดการน้ำต่อสังคมโดยรวม

ขณะที่ ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าวว่า สอศ. ได้รับมอบนโยบายจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ จึงได้ดำเนินการเปิดหลักสูตรนักบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร หรือ ชลกร ในวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี นำร่อง 5 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุบลราชธานี วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยียโสธร และ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศรีสะเกษ จัดการเรียนการสอนการบริหารจัดการน้ำในทุกมิติ โดยหลักสูตรชลกร รุ่นที่ 1 ระดับ ปวส. ในภาคการศึกษา 2564 ได้รับความสนใจ เป็นอย่างมาก มีนักเรียนสมัครเข้าเรียนเต็มจำนวนที่แต่ละวิทยาลัยรองรับได้ และนักเรียนทุกคนได้รับทุนการศึกษาเรียนฟรีตลอดหลักสูตร 2 ปี จาก มูลนิธินโยบายสาธารณะไทย ซึ่งหลักสูตรบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร ภายใต้สาขาวิชาช่างกลเกษตร ได้รับการพัฒนาองค์ความรู้จากผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารจัดการน้ำในระดับสากล

“ในปี 2565 มีวิทยาลัยที่เข้าร่วมจัดการเรียนการสอนหลักสูตรชลกร รุ่นที่ 2 เพิ่มอีก 7 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครราชสีมา วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีขอนแก่น วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชัยภูมิ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุดรธานี วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสระแก้ว และ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุโขทัย รวมเป็น 12 แห่ง เพื่อรองรับผู้เรียนได้เพิ่มขึ้น โดยภารกิจภายใต้บันทึกความเข้าใจนี้ สอศ. มีแผนดำเนินการขยายผล หลักสูตรนักบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร หรือ “ชลกร” สู่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี ทุกแห่งทั่วประเทศ โดยจะนำองค์ความรู้ที่ได้มานำไปปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ตลอดจนการฝึกอบรมระยะสั้น รวมทั้งการพัฒนาครูผู้สอนโดยการอบรม Train the Trainers หลักการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน เพื่อส่งเสริมและบูรณาการความรู้ด้านการบริหารทรัพยากรน้ำ โดยมีวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสังกัด สอศ. เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชนของแต่ละพื้นที่” ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าว

‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ ทรงดนตรีไทยร่วมกับนักเรียนนายร้อย เนื่องในวันปิยมหาราช

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687163

'กรมสมเด็จพระเทพฯ' ทรงดนตรีไทยร่วมกับนักเรียนนายร้อย เนื่องในวันปิยมหาราช

‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ ทรงดนตรีไทยร่วมกับนักเรียนนายร้อย เนื่องในวันปิยมหาราช

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 12.31 น.

‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ทรงบันทึกแถบวีดิทัศน์ทรงดนตรีไทยร่วมกับนักเรียนนายร้อยชมรมดนตรีไทย เนื่องในวันปิยมหาราช

18 ตุลาคม 2565 เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2565 เวลา 14.00 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปทรงบันทึกแถบวีดิทัศน์ทรงดนตรีไทยร่วมกับนักเรียนนายร้อยชมรมดนตรีไทย โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เนื่องในวันปียมหาราช ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก เขตพญาไทตกรุงเทพมหานคร

เจ๋งมาก! มมส.เร่งผลิตขี้ผึ้งรักษานํ้ากัดเท้า เตรียมแจกจ่ายประชาชนที่นํ้าท่วม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687038

เจ๋งมาก! มมส.เร่งผลิตขี้ผึ้งรักษานํ้ากัดเท้า  เตรียมแจกจ่ายประชาชนที่นํ้าท่วม

เจ๋งมาก! มมส.เร่งผลิตขี้ผึ้งรักษานํ้ากัดเท้า เตรียมแจกจ่ายประชาชนที่นํ้าท่วม

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.15 น.

มหาวิทาลัยมหาสารคาม พร้อมด้วยคณาจารย์ บุคลากร และนิสิตจิตอาสาคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เร่งบรรจุยาและติดฉลากตลับขี้ผึ้งรักษาโรคน้ำกัดเท้า จำนวน 4,000 ตลับ เพื่อเตรียมส่งมอบให้หน่วยงานที่ออกหน่วยช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยพื้นที่รอบมหาวิทยาลัยมหาสารคามและจังหวัดมหาสารคามนำไปแจกจ่ายประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำชี 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงชนัตถา พลอยเลื่อมแสง คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
กล่าวว่า ทางคณะได้รับหนังสือจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคามแจ้งตอนนี้มีผู้ประสบอุทกภัยจำนวนมาก และขอให้ทางคณะ ดำเนินการผลิตขี้ผึ้งรักษาโรคน้ำกัดเท้า เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับประชาชนของจังหวัดมหาสารคามส่งมอบให้หน่วยงานที่ออกหน่วยช่วยเหลือจำนวน 2,000 ตลับ

ประชาชนทั่วไปที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย หรือหน่วยงานใดที่ต้องการยารักษาน้ำกัดเท้า เพื่อแจกจ่ายประชาชน สามารถติดต่อขอมาได้ที่คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

เปิดงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687036

เปิดงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ

เปิดงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 27 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “BOOKTOPIA : มหานครนักอ่าน เพราะการอ่านคือจุดเริ่มต้นของการสร้างเมือง” ณ ฮอลล์ 5-7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

สพป.พิษณุโลก เขต 2 จัดพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687037

สพป.พิษณุโลก เขต 2 จัดพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

สพป.พิษณุโลก เขต 2 จัดพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาโลกเขต 2 เป็นประธานพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นต่ำกว่าสายสะพายและเหรียญจักรพรรดิมาลา ประจำปี 2563 และ ประจำปี 2564 ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สพป.พิษณุโลก เขต 2 เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ จำนวน 80 ราย

ม.สงขลาฯ เปิด Patanista Academy หวังปั้นปัตตานีเป็นเมืองธุรกิจแฟชั่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687040

ม.สงขลาฯ เปิด Patanista Academy    หวังปั้นปัตตานีเป็นเมืองธุรกิจแฟชั่น

ม.สงขลาฯ เปิด Patanista Academy หวังปั้นปัตตานีเป็นเมืองธุรกิจแฟชั่น

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผศ.ศิริชัย พุ่มมาก คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เปิดเผยว่า คณะศิลปกรรมศาสตร์ ได้ดำเนินการตามกลุ่มยุทธศาสตร์วิจัยขับเคลื่อนงาน Culture Diversity โดยมุ่งนำความหลากหลายของต้นทุนวัฒนธรรมมาสร้างพลังให้เกิดการพัฒนาเชิงธุรกิจในพื้นที่ชุมชน จึงเปิดตัวสถาบันออกแบบแฟชั่น Patanista Academy ณ ลานศิลปวัฒนธรรม ถนนสายบุรี อำเภอเมืองปัตตานี และมีศูนย์ ม.อ.ปัตตานีภิรมย์ ถนนปัตตานีย่านเมืองเก่า อ.เมือง จ.ปัตตานี เป็นจุดประสานงานกับชุมชนและผู้ประกอบการชุมชนเข้าถึงโครงการได้ง่าย และอาคารปฏิบัติการของคณะศิลปกรรมศาสตร์เป็นจุดฝึกทักษะ โดยภายหลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการจะสร้างเครือข่ายคลัสเตอร์ทำงานร่วมกัน ทั้งกลุ่มผลิตผ้า กลุ่มแปรรูป และนักออกแบบรุ่นใหม่ โดยสร้างพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศ เช่น ศูนย์ส่งเสริมการออกแบบ TCDC สถาบันสิ่งทอและแผนงานระยะสุดท้ายคือจัดเฟสติวัล เช่น Pattani Fashion Week 

นอกจากนี้ ยังได้เปิดตัวคอลเลคชั่นในแฟชั่นโชว์ The Rise of Patanista ออกแบบและตัดเย็บโดยทีมงาน ดร.ปรรณกร แก้วรากมุข ผู้ประสานสาขาวิชาเอกออกแบบแฟชั่นและเครื่องแต่งกายคณะศิลปกรรมศาสตร์ โดยใช้ผ้าพื้นถิ่นที่ผลิตโดยชาวบ้านจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดปัตตานี จำนวน 17 ชุด และจัดให้มีการเดินแฟชั่นโชว์อีกด้วย  

“ม.อ.วิทยาเขตปัตตานี มีเป้าหมายต้องการผลักดันให้ผ้าพื้นบ้านของจังหวัดปัตตานีก้าวสู่ระดับสากล และขับเคลื่อนจังหวัดปัตตานีให้เป็นศูนย์กลางการทำธุรกิจสร้างสรรค์เพื่อส่งออกสินค้าหลากหลายชนิด สร้างรายได้ชุมชนในพื้นที่ โดยศาสตร์ด้านศิลปกรรมมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มธุรกิจในพื้นที่อยู่แล้ว โดยเฉพาะผู้ประกอบการแฟชั่นที่มีศักยภาพสูง และโอกาสสร้างรายได้จากการออกแบบเสื้อผ้าเพื่อส่งออกไปยังตลาดอาหรับ” ผศ.ศิริชัย กล่าว 

ดร.ปรรณกร แก้วรากมุข อาจารย์ประจำเอกแฟชั่นและเครื่องแต่งกาย คณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี กล่าวว่า มหาวิทยาลัยตั้งเป้าสร้างเมืองปัตตานีให้เป็นเมืองแฟชั่นที่โดดเด่นเรื่องผ้าบาติก สิ่งสำคัญต้องทำ 3 ประเด็น คือ โครงการพัฒนาคนเพื่อขับเคลื่อนพื้นที่และผลักดันให้ปัตตานีเป็นเมืองที่มีความเป็นแฟชั่นหรือโดดเด่นเรื่องแฟชั่นผ้าบาติกตอบสนองกับภูมิภาคโดยพัฒนาสินค้าแฟชั่นมุสลิม ทั้งกระบวนการผลิตและพัฒนาการนำเสนอสินค้า เพื่อส่งออกพื้นที่เป้าหมายอย่างตะวันออกกลาง เหตุผลที่เลือกผ้าบาติกปัตตานีเพราะโครงการ Pattani Heritage เก็บข้อมูลเรื่องผ้าบาติกมากพอสมควร พบว่า ผ้าบาติกปัตตานีมีความเฉพาะ โดดเด่น และคนพื้นที่คุ้นเคย มีกลุ่มผลิตผ้าหลายร้อยกลุ่มมีกลุ่มแปรรูปผ้า สิ่งที่ต้องทำต่อคือต้องทำให้ผ้าบาติกสู่แฟชั่นสากล

ไทยเป็นเจ้าภาพประชุม‘สภาบิชอปแห่งเอเชีย’ ในโอกาสครบรอบ 50 ปีแห่งการก่อตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687041

ไทยเป็นเจ้าภาพประชุม‘สภาบิชอปแห่งเอเชีย’  ในโอกาสครบรอบ 50 ปีแห่งการก่อตั้ง

ไทยเป็นเจ้าภาพประชุม‘สภาบิชอปแห่งเอเชีย’ ในโอกาสครบรอบ 50 ปีแห่งการก่อตั้ง

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมงานและกล่าวต้อนรับในนามรัฐบาลไทยต่อผู้นำศาสนาคริสต์ที่มาร่วมในพิธีเปิดการประชุมใหญ่สหพันธ์สภาบิชอปแห่งเอเชีย ในหัวข้อ“การประชุมสภาบิชอปแห่งเอเชีย โอกาสครบรอบ 50 ปีแห่งการก่อตั้ง เดินไปด้วยกัน ในฐานะประชาชาติแห่งเอเชีย” โดยมี คาร์ดินัล ชาร์ล เมียง โบประธานสหพันธ์สภาบิชอปแห่งเอเชีย เป็นประธานในพิธี พร้อมทั้งชมการแสดงสื่อผสม การเผยแพร่ศาสนาคริสต์ตั้งแต่สมัยอยุธยาและเจริญรุ่งเรืองมาถึงปัจจุบัน ของโรงเรียนในเครือคาทอลิก ณ ศูนย์ฝึกอบรมงานอภิบาลบ้านผู้หว่าน อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 

นายอิทธิพล คุณปลื้ม กล่าวในพิธีเปิดงานว่า สหพันธ์สภาบิชอปแห่งเอเชีย โดยสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์การทางศาสนาในความอุปถัมภ์ของกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม เป็นเจ้าภาพการจัดการประชุมใหญ่ สหพันธ์สภาบิชอปแห่งเอเชีย เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี (Summit of the Federation of Asian Bishops’ Conferences) จัดการประชุมระหว่างวันที่ 9-30 ตุลาคม 2565 โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจากสมาชิกของสหพันธ์บิชอปแห่งเอเชีย จำนวน 31 ประเทศ อาทิ อินเดีย อัฟกานิสถาน บรูไน กัมพูชา ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเชีย ญี่ปุ่น เกาหลี ลาว มาเลเซีย เมียนมา เนปาล สาธารณรัฐประชาชนจีน ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน สิงคโปร์ ศรีลังกา เวียดนาม และประเทศไทย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีผู้แทนที่ได้รับการเชิญเป็นพิเศษจากสภาบิชอป ได้แก่ ผู้แทนจากประเทศเปรูสหรัฐอเมริกา สวิตเซอร์แลนด์ ลักเซมเบิร์กและอิตาลี รวมถึงผู้เข้าร่วมประชุมในนามรัฐบาลไทย รวมทั้งสิ้น 270 คน การประชุมในครั้งนี้ประกอบด้วย3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.การหารือเรื่องสถานการณ์ปัจจุบันของเอเชียในบริบททางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ศาสนาและวัฒนธรรม 2.การไตร่ตรองร่วมกันถึงแนวทางการใช้คำสอนของศาสนาจักรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่างๆ ในเอเชีย 3.ทบทวนหลักธรรมเพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานของศาสนจักรในช่วงศตวรรษต่อไป โดยกำหนดให้มีการแถลงการณ์ผลประชุม ในวันที่ 31 ตุลาคม 2565 นี้ 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวต่อว่า ประเทศไทยมีความหลากหลายทางด้านศาสนา วัฒนธรรม และเป็นแบบอย่างของการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม ภายใต้ร่มพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นองค์อัครศาสนูปถัมภกของทุกศาสนา อีกทั้งยังเป็นโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้สัมผัสกับวิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรม และเป็นโอกาสของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่จะเผยแพร่ความงดงามทางวัฒนธรรมของไทยสู่สายตาของนานาประเทศที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนด้วยไมตรีจิต ผลักดันให้วัฒนธรรมไทย ซึ่งเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ เกียรติภูมิ และยกระดับบทบาทด้านศาสนาและวัฒนธรรมของไทยในเวทีโลก ตลอดจนเป็นการพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการงานศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม สู่ระดับนานาชาติ ตามยุทธศาสตร์ของกระทรวงวัฒนธรรม โดยมุ่งหวังว่า การประชุมในครั้งนี้จะก่อให้เกิดผลลัพธ์ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเสนอแนวทางในการอยู่ร่วมกันในสังคม เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้นําศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกในภูมิภาคเอเชีย คริสตชนนิกายอื่นๆ และศาสนาอื่นๆ รวมทั้งการสร้างการรับด้านศาสนาวัฒนธรรมของประเทศไทยผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในระดับสากล

DPU จับมือ ไฟว์เวล เปิดหลักสูตรใหม่ พัฒนาทักษะผู้ประกอบการและทายาทธุรกิจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687033

DPU จับมือ ไฟว์เวล เปิดหลักสูตรใหม่  พัฒนาทักษะผู้ประกอบการและทายาทธุรกิจ

DPU จับมือ ไฟว์เวล เปิดหลักสูตรใหม่ พัฒนาทักษะผู้ประกอบการและทายาทธุรกิจ

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีสายงานวิชาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ หรือ DPU เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ร่วมกับ บริษัท ไฟว์เวล จำกัด เปิดหลักสูตร ULTRA GEN MILLIONAIRE หลักสูตรแรกภายใต้โครงการ Wealth Master โครงการความร่วมมือระหว่างทั้งสองหน่วยงานโดยภายใต้โครงการดังกล่าว จะเป็นการจัดฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้นทั้ง Reskill Upskill และ New skill อาทิ การเป็นผู้บริหารระดับสูง การสร้างทักษะการเป็นผู้ประกอบการ การเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ การสร้างความมั่งคั่ง เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อเพิ่มทักษะการทำงานให้แก่ผู้ประกอบการ ผู้บริหาร และบุคคลทั่วไป

หลักสูตร ULTRA GEN MILLIONAIRE เป็นหลักสูตรที่จะช่วยติดอาวุธและสร้างทักษะการรับไม้ต่อธุรกิจอย่างมืออาชีพ สำหรับทายาทธุรกิจ ผู้บริหารระดับสูง และ นักลงทุนรุ่นใหม่ โดยสาระสำคัญของหลักสูตรมุ่งสู่ความเป็น Family Business Transitioning, Up Wealth,Strong Connection และ Building Reputation & Credibility ระยะเวลา การอบรม ตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม-11 ธันวาคม 2565 (รวมทริปต่างจังหวัด 3 วัน 2 คืน) โดยอบรมOnsite ทุกวันพุธ เวลา 13.00-18.00 น ณ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

โดยตลอดหลักสูตรจะมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญและประสบความสำเร็จในแวดวงธุรกิจอันดับต้นๆ ของเมืองไทยร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ จำนวนกว่า 26 คน ผู้เข้าอบรมจะได้รับแนวคิด และแนวทางในการเป็น
ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จและยังได้สร้างเครือข่ายเพื่อต่อยอดทางธุรกิจอีกด้วย ผู้สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/WealthMaster.by.DPUxFivewhale

ม.ศรีปทุมรับรางวัลจากกระทรวงแรงงานสถานศึกษาปลอดภัยดีเด่น 4 ปีซ้อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687039

ม.ศรีปทุมรับรางวัลจากกระทรวงแรงงานสถานศึกษาปลอดภัยดีเด่น 4 ปีซ้อน

ม.ศรีปทุมรับรางวัลจากกระทรวงแรงงานสถานศึกษาปลอดภัยดีเด่น 4 ปีซ้อน

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

อาจารย์เปรมจิต เสาวคนธ์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีปทุม เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัย เข้ารับมอบรางวัลเกียรติบัตร “สถานศึกษาปลอดภัย” ดีเด่น ประจำปี 2565 จาก นางเพลินนภา ธณีรมย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กรุงเทพมหานครพื้นที่ 9 กระทรวงแรงงาน ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม กทม. (บางเขน) เมื่อเร็วๆ นี้

มหาวิทยาลัยศรีปทุมได้เข้าร่วมโครงการสถานศึกษาปลอดภัย และได้รับรางวัลสถานศึกษาปลอดภัยดีเด่นต่อเนื่องเป็นปีที่สี่ติดต่อกัน โดยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญด้านอาชีวอนามัยความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมในการทำงานให้เกิดขึ้นภายในสถานศึกษาและรณรงค์ด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา รวมทั้งยังเป็นการสร้างต้นแบบการดำเนินการความปลอดภัยในสถานศึกษา “มุ่งเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยเชิงป้องกันแก่นักเรียนนักศึกษา” อันจะส่งผลต่อการขับเคลื่อนระเบียบวาระแห่งชาติ “แรงงานปลอดภัย และสุขภาพพลานามัยดี” ตลอดจนมุ่งเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยเชิงป้องกันแก่นักศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ตลาดงาน

ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687034

ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม

ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสุดใจ อ่อนฤาชา รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ ลงพื้นที่โรงเรียนสะแกพิทยาคม อำเภอสตึก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ ติดตามสถานการณ์ เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำมูลมีปริมาณสูงขึ้นในรอบ 50 ปี เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมโรงเรียน น้ำท่วมขัง เพื่อเร่งแก้ไขบรรเทาความเดือดร้อน