บรรยากาศพสกนิกรทยอยเฝ้ารับเสด็จ ‘ในหลวง-พระราชินี’ทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686268

บรรยากาศพสกนิกรทยอยเฝ้ารับเสด็จ 'ในหลวง-พระราชินี'ทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9

บรรยากาศพสกนิกรทยอยเฝ้ารับเสด็จ ‘ในหลวง-พระราชินี’ทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 14.39 น.

พสกนิกรทุกหมู่เหล่าพร้อมใจใส้เสื้อสีเหลืองเข้าร่วมพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9 ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ 

วันที่ 13 ต.ค.2565 ผู้สื่อข่าวรายงาน เวลา 08.00 น. ประชาชนทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด พร้อมใจสวมใส่เสื้อสีเหลืองทยอยเดินทางมาตรวจ ATK ก่อนเข้าพื้นที่รับเสด็จฯ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตั้งจุดตรวจ ATK ไว้ 2 จุด คือ กรมทางหลวง ถนนศรีอยุธยา และโรงเรียนราชวินิตมัธยม ถนนพิษณุโลก  ต่อมาเวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เปิดให้ประชาชนเดินทางเข้ามาภายใน อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เพื่อเฝ้าฯรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่เสด็จฯมาทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีเจ้าหน้าที่นำเสื่อและเก้าอี้มาให้บริการ รวมถึงนำร่มมาแจกจ่ายประชาชนเพื่อกันแดด และมีอาหาร นำ้ดื่มพระราชทานให้กับประชาชนด้วย  ประชาชนต่างรู้สึกปลาบปลื้มใจที่ได้มีโอกาสมาร่วมพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  ซึ่งจะเป็นศูนย์รวมจิตใจในการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ‪ของในหลวงรัชกาลที่ 9‬ ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อปวงชนชาวไทยตลอดมา 

ด้านนางสาวรวิวรรณ  ลอดสวัสดิ์ อายุ  72 ปี อดีตพนักงานธนาคาร ชาวสุขุมวิท 103 เขตพระโขนง กทม. กล่าวว่า รู้สึกปลื้มใจและมีความสุขมากที่ได้มาร่วมในพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์  “ในหลวงรัชกาลที่ 9” คิดถึงพระองค์ท่านอยู่เสมอ และที่ผ่านได้น้อมนำคำสอนของพระองค์ท่านมาเป็นหลักในการทำงานและการดำรงชีวิต พระองค์ท่านทรงงานเพื่อประชาชนมากมาย เราเป็นพสกนิกรของพระองคค์ก็ต้องจงรักภักดีต่อทุก ๆพระองค์ และวันนี้ดีใจมากที่จะได้รับเสด็จ “ในหลวง-พระราชินี” และพระบรมวงศานุวงศ์ด้วย

ขณะที่นายพัชร ทวีกิจชัยบดี อายุ 49 ปี ผู้บริหารบริษัทเอกชน  ชาวต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เดินทางมาพร้อมภรรยา กล่าวถึงความรู้สึกว่า ทุกครั้งที่ทราบว่าจะมีเสด็จ ก็จะหาโอกาสเดินทางมารับเสด็จทุกครั้ง มารับเสด็จตั้งแต่ ”ในหลวงรัชกาลที่ 9 “ และ “ในหลวงรัชกาลที่ 10 “ อยากให้พระองค์เห็นว่าพวกเรามีความจงรักภักดี ซึ่งตนได้น้อมนำคำสอนของ ในหลวงรัชกาลที่ ร.9 มาปฏิบัติตามทั้งการรักษาศีล สมาธิในการควบคุมจิตใจ และปัญญา ก็อยากเดินตามรอยพ่อ สานต่อที่พ่อทำ

“วันนี้เป็นวันสำคัญที่ได้มาร่วมพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9 ต่อไปจะเป็นจุดศูนย์รวมใจของพสกนิกรชาวไทยที่จะเดินทางมาสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9 ซึ่งจะเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของพวกเราชาวไทย” 
 

สมเด็จพระสังฆราชฯ เสด็จพิธีทอดผ้าป่าสมทบทุน‘โครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย’ปี65

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686258

สมเด็จพระสังฆราชฯ เสด็จพิธีทอดผ้าป่าสมทบทุน‘โครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย’ปี65

สมเด็จพระสังฆราชฯ เสด็จพิธีทอดผ้าป่าสมทบทุน‘โครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย’ปี65

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 13.36 น.

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จเป็นองค์ประธานสงฆ์ในพิธีทอดผ้าป่าสมทบทุน “โครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย” ประจำปี 2565 กระทรวงมหาดไทย เพื่อสืบสานพระบรมราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรมของพระสงฆ์ไทย

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2565  เวลา 09.00 น. ที่พระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จเป็นองค์ประธานสงฆ์ในพิธีทอดผ้าป่าสมทบทุน “โครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย” ประจำปี 2565 โดย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย  นายพรพจน์ เพ็ญพาส นายสมคิด จันทมฤก นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายชยาวุธ จันทร อธิบดีกรมที่ดิน นายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ศศิธร จันทมฤก นางจิรวรรณ เพ็ญพาส นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นางศลิษา ภิรมย์รัตน์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ผู้แทนหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) นางสาวกนกประวีย์ ศรีธรรมธนา กรรมการรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตั้งธนสิน จำกัด คณะกรรมการบริหารสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ และพุทธศาสนิกชน ภาคีเครือข่ายของกระทรวงมหาดไทย ร่วมพิธี

โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย จุดธูปเทียนบูชาพระพุทธอังคีรส พระประธานประจำพระอุโบสถ แล้วถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถวายดอกไม้ธูปเทียนแพแด่เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล พระสงฆ์ให้ศีล จบแล้ว นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเชิญผ้าไตรพระราชทานไปที่ต้นผ้าป่า แล้วกล่าวคำถวายผ้าป่า จบแล้ว สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปทรงพิจารณาผ้าป่า นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย จุดเครื่องทองน้อย และทอดผ้าไตร 10 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ จากนั้น นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ถวายพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงผนวช และพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงผนวช พร้อมเจลแอลกอฮอล์พระราชทาน แด่เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ แล้วกราบลาพระพุทธอังคีรส พระประธานประจำพระอุโบสถ ถวายความเคารพพระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และกราบลาเจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นอันเสร็จพิธี

การนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กราบทูลถวายรายงาน ความว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดพิธีทอดผ้าป่า เพื่อสนับสนุนและเผยแพร่การดำเนินงานของโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย ซึ่งกระทรวงมหาดไทย และสมาคมแม่บ้านมหาดไทย น้อมนำแนวพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอดพระบรมราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรมของพระสงฆ์ไทย ในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ด้วยการจัดตั้งโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย และทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งล้นเกล้าฯ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงก่อตั้งโครงการฯ ไว้ให้มีความมั่นคง เพื่อที่จะมีทุนสำหรับมอบเป็นทุนการศึกษาแด่พระสงฆ์

ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานผ้าไตร และพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้โครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย ได้จัดพิธีทอดผ้าป่าสมทบทุน และทรงมีพระบรมราชานุญาตให้คณะบุคคลที่มีความประสงค์ที่จะร่วมโดยเสด็จพระราชกุศล สามารถรับเป็นภาระจัดพิธีทอดผ้าป่าสมทบโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้จัดพิธีฯ ตั้งแต่ปี 2564  โดยได้รับพระเมตตาอย่างสูงยิ่งจากเจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จเป็นองค์ประธาน ซึ่งในวันนี้ กระทรวงมหาดไทย ร่วมสมทบทุนในพิธีทอดผ้าป่าฯ เป็นเงิน 15,555,555.99 บาท (สิบห้าล้านห้าแสนห้าหมื่นห้าพันห้าร้อยห้าสิบห้าบาทเก้าสิบเก้าสตางค์) ทรงมีพระบรมราชานุญาตให้จัดพิธีทอดผ้าสมทบโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย ระหว่างวันที่ 13 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จนถึงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2565 ซึ่งในห้วงระยะเวลาเดือนเศษนี้

กระทรวงมหาดไทยได้รับพระมหากรุณาธิคุณ รับพระราชทานผ้าไตรเพื่อมอบให้กับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด นำไปร่วมกับคณะสงฆ์ทุกจังหวัด จัดพิธีทอดผ้าป่าฯ และนำส่งปัจจัยเพื่อสมทบในโครงการฯ เพื่อร่วมสนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอดมูลนิธิทุนเล่าเรียนหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้มีทุนสำหรับช่วยเหลือพระสงฆ์ สามเณร ให้สามารถศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมและพระพุทธศาสตร์ในระดับสูง เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาตามพระราชปณิธานแห่งพระบรมชนกนาถ และน้อมอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร โดยทุกท่านสามารถร่วมบริจาคเงินทำบุญสมทบกองผ้าป่าของทุกจังหวัดได้ที่นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือต่อคณะสงฆ์ในจังหวัดของท่านตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2565 ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวทิ้งท้าย

ศธ. จัดกิจกรรมน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ในหลวงรัชกาลที่ 9

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686241

ศธ. จัดกิจกรรมน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ในหลวงรัชกาลที่ 9

ศธ. จัดกิจกรรมน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ในหลวงรัชกาลที่ 9

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 10.33 น.

ศธ. จัดกิจกรรมน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ในหลวงรัชกาลที่ 9 

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 13 ตุลาคม 2565 คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ประกอบพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2565 ซึ่งมีพระสงฆ์ 10 รูป สวดพระพุทธมนต์และรับบิณฑบาต จำนวน 89 รูป ณ สนามหญ้าหน้ากระทรวงศึกษาธิการ โดยมี นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.ศธ. (รมช.ศธ.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) นางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.ศธ. (รมช.ศธ.นางกนกวรรณ วิลาวัลย์) ตลอดจนนายอัมพร พินะสา เลขาธิการ กพฐ. นายเสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการ สกศ. ผู้บริหาร ข้าราชการ บุคลากรทางการศึกษาทุกสังกัด ร่วมในพิธี

ทั้งนี้ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ปวงชนชาวไทยมาโดยตลอด นับตั้งแต่เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ตราบจนกระทั่งเสด็จสวรรคต  -009

ในหลวง-ราชินี ทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ร.9 รัฐบาลเชิญชวนเฝ้าฯรับเสด็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686198

ในหลวง-ราชินี  ทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ร.9  รัฐบาลเชิญชวนเฝ้าฯรับเสด็จ

ในหลวง-ราชินี ทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ร.9 รัฐบาลเชิญชวนเฝ้าฯรับเสด็จ

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.15 น.

ในหลวง-ราชินี

ทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ร.9 รัฐบาลเชิญชวนเฝ้าฯรับเสด็จ ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ น้อมรำลึกวันสวรรคต13ต.ค. สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

รัฐบาลเชิญชวนประชาชน เฝ้าฯ รับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 9 ในวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2565 ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2565 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊ค “ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha” ระบุ ว่า เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2565 เวลา 17.00 นาฬิกา ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร นั้น ผมขอเชิญชวนประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ โดยพร้อมเพรียงกัน

สำหรับอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรนั้น เป็นพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงตั้งพระราชหฤทัย เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยพระราชทานอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ แห่งนี้ เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ แนวพระราชพระดำริของทั้งสองพระองค์ ผ่านองค์ความรู้เรื่องป่าและน้ำ อีกทั้งเป็นแก้มลิงรองรับน้ำ และเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ถือว่าเป็น “ปอดแห่งใหม่ ใจกลางกรุง” เพื่อทุกคนอีกด้วย ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระหว่างดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์ โดยจะเปิดให้บริการสู่สาธารณชนในลำดับต่อไปครับ

ทั้งนี้ สำหรับพี่น้องประชาชนที่ประสงค์จะเดินทางมาร่วมรับเสด็จฯ ทางรัฐบาลได้จัดให้มีการอำนวยความสะดวก ทั้งรถเมล์ ขสมก. เรือข้ามฟาก-เรือโดยสารไฟฟ้า MINE Smart Ferry ในแม่น้ำเจ้าพระยา และพื้นที่จอดรถ เป็นต้น โดยขอให้ตรวจสอบข้อมูลและคำแนะนำล่วงหน้าจาก FB กรมประชาสัมพันธ์

จัดรถอำนวยความสำดวกให้ปชช.

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมการอำนวยความสะดวกประชาชน เข้าร่วมพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ โดย ขสมก. จัดเดินรถโดยสารธรรมดาให้บริการฟรี จำนวน 4 เส้นทาง นำประชาชนไปยังจุดคัดกรองตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วย ATK ก่อนเข้าสู่อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ ด้วย รถโดยสารเฉพาะกิจ จอดรับส่งทุกป้าย จำนวน 4 เส้นทาง ประกอบด้วย (1) เส้นทางสโมสรกองทัพบก – อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ – กรมทางหลวง (2) เส้นทางสนามศุภชลาศัย – กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ – กรมทางหลวง (3) เส้นทางวงเวียนใหญ่ – รร.ราชวินิต มัธยม (4) เส้นทางสนามหลวง – รร.ราชวินิต มัธยม ซึ่งเมื่อผ่านการคัดกรองตรวจ ATK ที่จุดกรมทางหลวง จะมีรถโดยสารนำสู่อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ ในส่วนจุดคัดกรองตรวจ ATK ที่ รร.ราชวินิต มัธยม สามารถเดินเข้าสู่อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ ได้ ทั้งนี้ รถโดยสารเฉพาะกิจเปิดให้บริการท่าต้นทาง เที่ยวแรก ตั้งแต่ 8.00 น. ท่าต้นทางเที่ยวสุดท้าย 16.00 น. และท่าปลายทางเที่ยวสุดท้าย 18.00 น. หรือจนกว่าผู้ร่วมงานจะหมดจากพื้นที่ ซึ่งรถจะปล่อยท่าต้นทางทุก 20 นาที

จัดพื้นที่จอดรถให้ประชาชน

ส่วนประชาชนที่นำรถมาเอง มีการให้บริการพื้นที่จอดรถสำหรับประชาชนที่เข้าร่วมพิธีเปิดฯ 3 จุด คือ (1) สโมสรกองทัพบก สามารถจอดได้ 200 คัน โดยมีรถ shuttle Bus บริการรับและนำส่ง ณ จุดพักคอย (2) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สามารถจอดได้ 320 คัน โดยมีรถ shuttle Bus บริการรับและนำส่ง ณ จุดพักคอย และ (3) สนามศุภชลาศัย สามารถจอดได้ 200 คัน โดยมีรถ shuttle Bus บริการรับและนำส่ง ณ จุดพักคอย

สำหรับการเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี ATK ประชาชนเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี ATK ที่จุดพักคอย 2 จุด ได้แก่ 1.กรมทางหลวง และ 2.โรงเรียนราชวินิต มัธยม ตั้งแต่เวลา 7.00 น. เป็นต้นไป จากนั้น จะมีรถ shuttle Bus นำท่านเข้าสู่จุดคัดกรอง 4 จุด รอบบริเวณอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ ดังนี้ (1) จุดคัดกรองจุดกลับรถถนนศรีอยุธยา (2) จุดคัดกรองฝั่งตรงข้ามวัดเบญจมบพิตรฯ (3) จุดคัดกรองโรงเรียนราชวินิต มัธยม (4) จุดคัดกรองกรมทางหลวง โดยขอความร่วมมือสวมใส่หน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าสีขาว ห้ามนำสิ่งของมีคมเข้าพื้นที่ พร้อมทั้งเตรียมแสดงบัตรประจำตัวประชาชน บัตรแสดงตน หนังสือเดินทาง ขณะเดินผ่านเครื่องตรวจกรุณายกขึ้นเสมอหูขวาเพื่อบันทึกภาพ ตรวจวัดอุณหภูมิ เปิดกระเป๋าสัมภาระให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ สำหรับผู้ปกครองที่มากับเด็ก กรุณาพบเจ้าหน้าที่เพื่อทำบัตรคล้องคอ และให้เขียนชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ของผู้ปกครองติดไว้กับตัวเด็ก โดยหากมีโรคประจำตัว ให้พกยาประจำตัวมาด้วย ทั้งนี้ หากมีปัญหาสามารถสอบถามจิตอาสาได้

รองโฆษกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลยังได้เตรียมจุดบริการประชาชนทั้งอาหารและเครื่องดื่ม โดยตั้งอยู่บริเวณประตูทางเข้าด้านทิศใต้ ภายในพื้นที่ก่อสร้างอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ (ฝั่งถนนพิษณุโลก) ให้บริการตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไปจนถึงภายหลังเสร็จพิธีฯ จุดจอดรถบริการน้ำดื่ม จำนวน 3 จุด ได้แก่ 1) โรงเรียนราชวินิต มัธยม 2) กรมทางหลวง และ 3) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร รวมทั้ง มีจุดบริการทางการแพทย์ จุดพยาบาลและรถพยาบาลประจำอยู่ภายในพื้นที่ก่อสร้างอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ พร้อมทั้งบริการรถสุขา จำนวน 3 จุด ภายในพื้นที่ก่อสร้างอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ

ประธานรัฐสภานำทำบุญตักบาตร

เช้าวันเดียวกัน ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศล ทำบุญตักบาตร และกิจกรรมน้อมรำลึก เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ต.ค. พร้อมด้วยนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร คณะผู้บริหาร และบุคลากรสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมพิธี

โดยทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระสงฆ์ จำนวน 10 รูป นำโดยพระอาจารย์ชายกลาง อภิญาโณ ประธานมูลนิธิสหชาติ จากวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความจงรักภักดีพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ได้สร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติอย่างอเนกอนันต์ และเพื่อให้ศาสนิกชนได้ร่วมสืบทอดพระพุทธศาสนา ปฏิบัติศาสนกิจนำหลักธรรมทางศาสนาไปสู่การปฏิบัติในชีวิตประจำวัน เสริมสร้างความรัก ความสามัคคีแก่ปวงชนชาวไทยโดยมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจ

ทั้งนี้ ในส่วนของเครื่องอุปโภค บริโภค ที่ได้จากพิธีทำบุญตักบาตรนี้จะนำไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ตำรวจตระเวนชายแดน และชาวบ้านในพื้นที่ในกิจกรรม “คิด-เช่น-ช้าง” ซึ่งเป็นการสนับสนุนการปฏิบัติงานและเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้พิทักษ์ช้างป่าต่อไป

กองทัพบกจัดพิธีน้อมรำลึก

กองบัญชาการกองทัพบก พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา และกำลังพลร่วมกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสววรคต 13 ตุลาคม 2565 โดยกิจกรรมประกอบด้วย พิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 89 รูป จากวัดโมสีโลกยาราม ถวายเป็นพระราชกุศล ณ บริเวณลานด้านหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 จากนั้นจึงกระทำพิธีวางพวงมาลา และกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ ณ ห้องรับรอง 221 อาคาร 2 ชั้น 2 กองบัญชาการกองทัพบก

กองทัพบก ในฐานะที่ดำรงไว้ซึ่งภารกิจการพิทักษ์ ปกป้อง และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นสถาบันอันสูงสุด ที่เป็นศูนย์รวมของจิตใจปวงชนชาวไทย มีภารกิจอันสำคัญยิ่ง คือ การถวายการรักษาความปลอดภัย และถวายพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และได้สนองงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กองทัพบกร่วมด้วยส่วนราชการ ภาครัฐ และเอกชน ต่างพร้อมใจกันจัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ สถานที่ต่างๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และส่วนภูมิภาคอย่างสมเกียรติ

กกต.จัดพิธีร่วมน้อมรำลึก

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้จัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2565 โดยจัดให้มีพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วยกรรมการการเลือกตั้ง เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้บริหาร พนักงานและลูกจ้างของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ร่วมทำบุญตักบาตรแด่พระเทพปัญญามุนี(ทองดี ฐิตายุโก) เจ้าอาวาสวัดอาวุธวิกสิตาราม พร้อมพระภิกษุสงฆ์วัดอาวุธวิกสิตาราม รวม 9 รูป เพื่อถวายพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ร่วม ม.เกษตร เพิ่มความรู้ ธุรกิจโลจิสติกส์ และอี-คอมเมิร์ซ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686089

เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ร่วม ม.เกษตร  เพิ่มความรู้ ธุรกิจโลจิสติกส์ และอี-คอมเมิร์ซ

เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ร่วม ม.เกษตร เพิ่มความรู้ ธุรกิจโลจิสติกส์ และอี-คอมเมิร์ซ

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย เปิดตัว “J&T E-LOGIS” (เจแอนด์ที อี-โลจิส)โครงการอบรมและสัมมนาให้ความรู้ความเข้าใจสำหรับการทำงานด้านธุรกิจขนส่งและอี-คอมเมิร์ซ รวมถึงสนับสนุนทุนการศึกษา จำนวน 10 ทุน ทุนละ 10,000 บาท ให้แก่นิสิตสาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา

โครงการ “J&T E-LOGIS” จัดขึ้นเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจโลจิสติกส์และอี-คอมเมิร์ซ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ให้แก่นิสิตและนักศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย โครงการดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับนิสิตและนักศึกษาที่จะสามารถนำไปต่อยอดในการศึกษารวมถึงการทำงานในอนาคต เนื้อหาในหลักสูตรของการอบรม จะเริ่มตั้งแต่การแนะนำให้รู้จักพื้นฐานของธุรกิจโลจิสติกส์และอี-คอมเมิร์ซ ไปจนถึงกระบวนการทำงานจริงในอุตสาหกรรม โดยมีวิทยากรได้แก่ มนัสวีร์ ศรัทธานุศาสตร์ และศิริพรรณ เบี้ยวทุ่งน้อย ตัวแทนจากเจแอนด์ที เอ็กซ์เพรสประเทศไทย รองผู้อำนวยการมีธรรม ณ ระนอง จากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA), อาจารย์ทัศพันธุ์ สุวรรณทัต หัวหน้าสาขาวิชาวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์ สํานักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก และคณะทำงานพัฒนาบุคลากรโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และคุณกันตภณ พร้อมมูลหัวหน้าฝ่ายโลจิสติกส์จากช้อปปี้ ประเทศไทย

จุฬาฯ ครองอันดับ 1 มหาวิทยาลัยไทย จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686090

จุฬาฯ ครองอันดับ 1 มหาวิทยาลัยไทย  จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก

จุฬาฯ ครองอันดับ 1 มหาวิทยาลัยไทย จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครองอันดับ 1 มหาวิทยาลัยไทยด้านผลงานทางวิชาการ จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก Academic Ranking of World Universities (ARWU) 2022 นอกจากนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังได้รับการจัดอันดับให้เป็น Top 5 in ASEAN, World Top 100 in Vet Sci (สาขาสัตวแพทยศาสตร์), World Top 200 in Dentistry (สาขาทันตแพทยศาสตร์)

การจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกทางด้านผลงานทางวิชาการโดย Academic Ranking of World Universities (ARWU) จัดโดย Center for World-ClassUniversities, Shanghai Jiao Tong University และ ShanghaiRanking Consultancy ใช้เกณฑ์ชี้วัดจาก Quality of Education, Quality of Faculty,Research Output และ Per Capita Performance

ศธ.เตรียมลงนามร่วมมือ 3 ฝ่ายพัฒนาองค์ความรู้บริหารจัดการน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686087

ศธ.เตรียมลงนามร่วมมือ 3 ฝ่ายพัฒนาองค์ความรู้บริหารจัดการน้ำ

ศธ.เตรียมลงนามร่วมมือ 3 ฝ่ายพัฒนาองค์ความรู้บริหารจัดการน้ำ

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

กระทรวงศึกษาธิการเตรียมลงนามความร่วมมือ 3 ฝ่าย ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และมูลนิธินโยบายสาธารณะไทย พัฒนาองค์ความรู้ด้านบริหารทรัพยากรน้ำเพื่อบูรณาการสร้างการเรียนรู้ของชุมชน นำโดย ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชนตามแนวพระราชดำริ เพื่อยกระดับศักยภาพและองค์ความรู้เรื่องการบริหารจัดการน้ำ ขยายผลชลกรสู่ชุมชนทั่วประเทศ พร้อมด้วย ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นายสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และนายโชติ โสภณพนิช ประธานมูลนิธินโยบายสาธารณะไทย โดย เตรียมจัดให้มีพิธีลงนามทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ความร่วมมือการพัฒนาองค์ความรู้ด้านบริหารทรัพยากรน้ำกับ 3 หน่วยงานในวันอังคารที่ 18 ตุลาคม 2565 และงานนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณรองนายกรัฐมนตรี ร่วมเป็นสักขีพยานและมอบนโยบายของรัฐบาลด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

ด้าน ดร.ปริเวท วรรณโกวิท ผู้จัดการโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน กล่าวว่าภายใต้ความร่วมมือในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการความร่วมมือสนับสนุนการพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารทรัพยากรน้ำ เพื่อบูรณาการสร้างการเรียนรู้ของชุมชน แก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการสร้างศักยภาพ การผลิตชลกรและถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ท้องถิ่นและคณะกรรมการลุ่มน้ำสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำโดยชุมชนอย่างยั่งยืน

สจล.จัดงานแนะนำหลักสูตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686088

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เชิญชวนเด็ก TCAS66 หรือนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และเทียบเท่าร่วมงาน Dek-D’s TCAS FAIR  ภายในงานจะมีบูธแนะนำ 15 คณะ/วิทยาลัย ภายใต้แนวคิด “ชีวิตสุดปังในมหาวิทยาลัยดิจิทัล” นำเสนอหลักสูตรเด่นของสจล. ทักษะการเรียนรู้ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ทักษะการออกแบบและบริหารจัดการอย่างสร้างสรรค์ และทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต ในวันอาทิตย์ที่22 ตุลาคม 2565 เวลา 09.00-18.00 น. ณ ฮอลล์  EH 98 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

สธ.ปลดล็อกการศึกษาไทย มุ่งแก้ไขด้วยนโยบาย ‘ซ่อม สร้าง ป้องกัน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686085

สธ.ปลดล็อกการศึกษาไทย  มุ่งแก้ไขด้วยนโยบาย ‘ซ่อม สร้าง ป้องกัน’

สธ.ปลดล็อกการศึกษาไทย มุ่งแก้ไขด้วยนโยบาย ‘ซ่อม สร้าง ป้องกัน’

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่ากระทรวงศึกษาธิการได้ยึดหลักนโยบายของรัฐบาลและแผนยุทธศาสตร์ชาติ20 ปี โดยมุ่งพัฒนาการศึกษาไทยใน3 ด้าน ด้วยนโยบาย “ซ่อม สร้าง ป้องกัน”คือ การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา(ซ่อม) การสร้างโอกาสทางการศึกษา (สร้าง) และการยกระดับคุณภาพทางการศึกษา (ป้องกัน) โดยเชื่อว่าการศึกษาของเด็กไทยคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนและผลักดันเศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว เมื่อทั้งสองด้านเดินหน้าไปพร้อมกัน ประชาชนในประเทศไทยก็จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมีความมั่นคงในชีวิตได้อย่างยั่งยืน

สิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญและถือเป็นเรื่องที่จำเป็นเร่งด่วนตอนนี้คือ ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ปัจจุบันมีเด็กไทยหลุดจากระบบการศึกษากว่า 2 แสนคน การสร้างโอกาสทางการศึกษา โดยเริ่มตั้งแต่ปฐมวัยไปจนถึงวัยเกษียณ ได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม เพราะการศึกษาจะช่วยสร้างโอกาสในการทำงาน สร้างอาชีพให้คนไทยได้ดียิ่งขึ้น และ การยกระดับคุณภาพทางการศึกษา ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะความปลอดภัยในสถานศึกษา ซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานสำคัญสำหรับนักเรียนที่อยู่ในช่วงวัยที่ควรได้รับการปกป้องมากที่สุด เพราะมีผลต่อสภาพร่างกายจิตใจและคุณภาพชีวิตของเด็ก รวมถึงผู้ปกครองและสังคมโดยรวมที่จะต้องประกอบจาก 3 ด้าน คือ ป้องกัน-ปลูกฝัง-ปราบปราม และการปราบปรามเป็นเรื่องที่สามารถแก้ไขในระยะสั้นและเห็นผลได้เร็วที่สุด แต่สิ่งที่จะชี้วัดได้ว่าโรงเรียนปลอดภัยแล้ว ก็คือปัญหาจะต้องน้อยลงหรือไม่เกิดขึ้นอีก จากนั้นต้องไปเพิ่มน้ำหนักในการ “ป้องกัน” และ “ปลูกฝัง” ให้มากขึ้น โดยเฉพาะการ“ปลูกฝัง” จะไม่ใช่แค่การสอนให้เด็กรู้จักวิธีเอาตัวรอดในสถานการณ์ความไม่ปลอดภัยในโรงเรียนเท่านั้น แต่จะช่วยให้เขาสามารถเอาตัวรอดเมื่ออยู่นอกโรงเรียนได้ด้วย ทั้งการจมน้ำ เพลิงไหม้ ไฟฟ้าดูด คนแปลกหน้า ยาเสพติด ฯลฯ

ภายใต้นโยบายหลัก 3 ด้าน “ซ่อมสร้าง ป้องกัน” นี้ กระทรวงศึกษาฯได้จัดตั้งโครงการ เพื่อมาสนับสนุนและผลักดันให้นโยบายดังกล่าวบรรลุเป้าหมายอย่างสมบูรณ์ ได้แก่ โครงการพาน้องกลับมาเรียน ซึ่งตอนนี้สามารถนำเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้สำเร็จแล้วถึง95% พร้อมตั้งเป้าหมาย Zero dropout ดึงเด็กที่เหลือให้กลับมาครบและป้องกันไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบอีก โดยใช้กลไกการส่งต่อของการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการอาชีวศึกษาเข้ามาสนับสนุน โครงการ MOE Safety Center แก้ไขปัญหาความไม่ปลอดภัยในสถานศึกษาและจัดการเหตุอย่างรวดเร็วด้วยช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนส่วนกลางขึ้นมา เพื่อให้สามารถเข้าถึงทุกปัญหาทั่วประเทศได้แบบเรียลไทม์ช่วยให้นักเรียน ครู และผู้ปกครอง สามารถส่งเรื่องเข้ามาที่ส่วนกลางได้โดยตรง โดยมีทีมงานเข้ามาประสาน จัดการ แก้ไขและส่งต่อเรื่องร้องเรียนได้อย่างรวดเร็วสอดคล้องกับแนวคิด “ป้องกัน ปลูกฝังปราบปราม” นอกจากนี้ ยังได้มีการทำMOU ร่วมกับอีก 8 กระทรวง 2 หน่วยงานเพื่อบูรณาการการดูแลความปลอดภัยได้ครอบคลุมทุกมิติ โครงการศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center) และศูนย์ CVM โดยยกระดับหลักสูตรสาขาของวิทยาลัยอาชีวศึกษาแต่ละแห่งที่มีความถนัดและโดดเด่นให้มีความเป็นเลิศและมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น โดยดึงภาคเอกชนเข้ามาช่วยจัดการศึกษา ออกแบบ และพัฒนาหลักสูตรที่ทันสมัยและตอบโจทย์การทำงานจริง โครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยสร้างโมเดลในการแก้ไขปัญหาเรื่องหนี้ครู โครงการโรงเรียนคุณภาพ โดยยึดแนวคิด “Sharing resources” เป็นการบริหารจัดการงบประมาณด้วยทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ให้มีโรงเรียนคุณภาพ 1 แห่ง ต่อ 1 เขต เป็นโรงเรียนแม่ข่าย แล้วใช้ร่วมกันกับโรงเรียนเครือข่ายของตน ทั้งในส่วนของอาคาร พื้นที่ ห้องแล็บ สระว่ายน้ำครูชาวต่างชาติและครูสอนภาษาที่ 3 เป็นต้น

ผลสำเร็จทางการศึกษาเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลากว่าจะเห็นผลสัมฤทธิ์ ดังนั้นจึงต้องมีการวางแผนการบริหารการศึกษาให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพสูงสุดซึ่งมุ่งเน้นแก้ไขปัญหาและพัฒนาโครงสร้างการศึกษาไปพร้อมกัน โดยจำเป็นต้องบูรณาการความร่วมมือร่วมกันกับทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรหรือหน่วยงานต่างประเทศ รวมไปถึงชุมชนในแต่ละท้องที่เพื่อสร้างคุณภาพทางการศึกษาและกระจายได้อย่างทั่วถึง พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีดิจิทัลและอินเตอร์เนตเข้ามาใช้ในการศึกษาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้เหมาะกับการศึกษาในยุคหลังโควิด-19 รวมถึงการพัฒนาและปรับเปลี่ยนบทบาทของครูให้สามารถจัดการเรียนการสอนอย่างมีศักยภาพเท่าเทียมกันทั้งประเทศ การดำเนินโครงการต่างๆ ภายใต้นโยบาย “ซ่อม สร้าง ป้องกัน” และนำไปต่อยอดอย่างเป็นระบบแล้ว ก็จะช่วยพัฒนาความรู้ความสามารถเด็กไทยให้มีทักษะและความพร้อมสู่โลกในศตวรรษที่ 21 เพื่อเป็นรากฐานในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอนาคตได้อย่างยั่งยืน

ศธ.ขานรับนายกฯ กางมาตรการเข้มข้นสกัดยาเสพติด-อาวุธปืนเข้าโรงเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686097

ศธ.ขานรับนายกฯ กางมาตรการเข้มข้นสกัดยาเสพติด-อาวุธปืนเข้าโรงเรียน

ศธ.ขานรับนายกฯ กางมาตรการเข้มข้นสกัดยาเสพติด-อาวุธปืนเข้าโรงเรียน

วันพุธ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 16.21 น.

ศธ.ขานรับนายกฯ กางมาตรการเข้มข้นสกัดยาเสพติด-อาวุธปืนเข้าโรงเรียน

12 ตุลาคม 2565 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม เพื่อกำหนดมาตรการเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหายาเสพติดและอาวุธปืน โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุม ว่า นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ส่วนราชการไปกำหนดมาตรการและแนวทางการดำเนินงานมาตรการอย่างเข้มข้นในอำนาจหน้าที่ของกระทรวงนั้นๆ ซึ่งในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ตนได้กำชับส่วนราชการในการดูแลเด็กและเยาวชน ไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดและอาวุธปืนให้เข้มข้นขึ้น โดยใช้กลไกตามนโยบายความปลอดภัยในสถานศึกษา ใช้หลักการทำเด็กให้เข้มแข็ง และจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้  เน้นการดำเนินงานด้านการป้องกัน การปลูกฝัง และปราบปราม

“มาตรการป้องกัน” คือ ให้สถานศึกษาวิเคราะห์นักเรียนเป็นรายบุคคล พิจารณานักเรียนกลุ่มเสี่ยง การสร้างข้อตกลงร่วมกัน และสร้างเครือข่ายในการเฝ้าระวังทั้งในสถานศึกษาและชุมชน เพื่อดูแลส่งต่อข้อมูล พฤติกรรมของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง และอาจจะต้องมีการทบทวนมาตรการสุ่มตรวจปัสสาวะนักเรียนกลุ่มเสี่ยงด้วย เพื่อค้นหาว่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดด้วยหรือไม่

“มาตรการปลูกฝัง” คือ ให้สร้างความรู้ ความเข้าใจถึงโทษภัย และผลกระทบของยาเสพติด การจัดกิจกรรมต่อต้านยาเสพติด โดยมีการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริมความคิด วิเคราะห์ การใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และสนองต่อความสนใจ ความต้องการของนักเรียน

“มาตรการปราบปราม” ให้สถานศึกษาใช้ระเบียบวินัยในสถานศึกษาอย่างเข้มข้น โดยแต่งตั้งคณะกรรมการสถานศึกษา การคัดกรองกลุ่มเสี่ยง การประสานเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา ตลอดจนการประสานส่งต่อในกรณีที่เกินกว่าขอบเขตอำนาจหน้าที่ของสถานศึกษา

“ดิฉันได้เน้นย้ำให้สถานศึกษาร่วมมือกับครอบครัว ชุมชน องค์กรท้องถิ่น สถานีตำรวจ เครือข่ายผู้ปกครอง เครือข่ายนักเรียน ตลอดจนองค์กรต่างๆในพื้นที่ ร่วมกันวางระบบแก้ไขปัญหายาเสพติดและอาวุธปืน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่นักเรียน ครู และบุคลากรทุกคน” นางสาวตรีนุช กล่าว

นางสาวตรีนุช กล่าวด้วยว่า สำหรับการดูแลและส่งต่อกลุ่มเด็กที่ติดยาเสพติดไปบำบัด ดูแลรักษาให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้นนั้น กระทรวงสาธารณสุข ได้มีการนำเสนอในหลายแนวทาง ซึ่งนายกฯ จะมีการขับเคลื่อนในเรื่องนี้ให้เข้มข้นขึ้น ส่วนกระทรวงศึกษาธิการ ได้ตั้งเป้าหมายที่จะจัดให้มีนักดูแลสุขภาพจิตในโรงเรียนให้มากขึ้น เพื่อที่จะได้เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับเครือข่ายด้านสาธารณสุขให้เข้มข้นมากขึ้น รวมทั้งติดตามการดูแล บำบัด รักษาของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง